Saturday, 7 November 2026
NEWS FEED

ขนลุกและดีใจมากๆที่คุณคริสตาลินา กิออร์กิเอวา (Kristalina Georgieva)

ขนลุกและดีใจมากๆที่คุณคริสตาลินา กิออร์กิเอวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จบสไลด์สุดท้าย ขอบการปาฐกถากับ ผู้นำเศรษฐกิจจาก 190 ประเทศ ในวันประชุมใหญ่ ด้วยภาพนี้ครับ

ปลื้มใจที่ Royal Pavilion เฉลิมพระเกียรติ ที่ทางทีมทำงานกันอย่างทุ่มเทมานานได้มีส่วนช่วยนำพาให้เกิด“ภาพนี้” วันนี้ครับ

สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1658796206259399&id=100063871053873&post_id=100063871053873_1658796206259399&rdid=x3FLxkoyIFYQArrU#

เชลล์กวาด 3 รางวัลห้องน้ำยอดเยี่ยม!! สถานีเชลล์คว้ารางวัลสุดยอดห้องน้ำปี 2569 3 แห่ง ในกรุงเทพฯ ได้รับรางวัลคุณภาพ ยึดหลัก H.A.S. เสริมความสะอาดปลอดภัย มุ่งสร้างประสบการณ์ดีลูกค้าทุกครั้ง

เชลล์คว้ารางวัล “สุดยอดห้องน้ำแห่งปี 2569” ตอกย้ำมาตรฐานการบริการ
ใส่ใจทุกประสบการณ์ ให้ลูกค้า “วางใจเมื่อใช้เชลล์”

กรุงเทพฯ – 16 ตุลาคม 2569 สถานีบริการน้ำมันเชลล์คว้า 3 รางวัล “สุดยอดห้องน้ำแห่งปีของกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569” สะท้อนความมุ่งมั่นของเชลล์ ในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกจุดบริการ ไม่เพียงด้านคุณภาพน้ำมัน แต่รวมถึงความสะอาด ความปลอดภัย และความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง โดยสถานีบริการน้ำมันเชลล์ เติมบุญ เต็มธรรม (เขตคลองสามวา) ได้รับรางวัล “สุดยอดห้องน้ำแห่งปีของกรุงเทพมหานคร” ขณะที่สถานีบริการน้ำมันเชลล์ น้อยเพิ่มปิโตรเลียม (เขตประเวศ) และสถานีบริการน้ำมันเชลล์ นำรุ่งเรือง 1992 (เขตคลองเตย) ได้รับรางวัล “ห้องน้ำมาตรฐานดีเด่น”

รางวัล “สุดยอดห้องน้ำแห่งปีของกรุงเทพมหานคร” สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างเชลล์และผู้ประกอบการสถานีบริการในการดูแลและพัฒนาห้องน้ำให้มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย และพร้อมรองรับผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม โดยการพิจารณาจากมาตรฐาน H.A.S. ของกรมอนามัย ซึ่งครอบคลุมองค์ประกอบ 3 ด้าน คือ ด้านความสะอาด (Health) ความพร้อมในการเข้าถึง (Accessibility) และความปลอดภัย (Safety)

สอดคล้องกับแนวทางการดูแลพัฒนาห้องน้ำของเชลล์ ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกในการใช้งานสำหรับผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม ความปลอดภัยและสุขอนามัย ตลอดจนการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยเชลล์ยังได้จัดทำคู่มือ “Make it Shine” เพื่อกำหนดแนวทางการดูแลความสะอาดของสถานีบริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกันครอบคลุมทุกพื้นที่ภายในสถานีบริการ เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอทั่วประเทศ

ความสำเร็จในปีนี้ยังเป็นการต่อยอดจากปี 2568 ซึ่งสถานีบริการน้ำมันเชลล์ได้รับทั้งรางวัล “สุดยอดห้องน้ำแห่งปี” และ “ห้องน้ำมาตรฐานดีเด่น” สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรักษาและยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับประสบการณ์ที่ดีในทุกครั้งที่แวะสถานีบริการเชลล์

การได้รับรางวัลทั้ง 3 รางวัลในปีนี้ จึงเป็นอีกบทพิสูจน์ถึงความร่วมมือระหว่างเชลล์และผู้ประกอบการสถานีบริการ ที่มุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการบริการในทุกจุด เพื่อมอบประสบการณ์เดินทางที่ดียิ่งขึ้นให้กับทุกคนที่แวะมาที่สถานีบริการเชลล์ ตามแนวคิด “Make Life's Journey Better - เติมสุขให้ทุกชีวิต” สะท้อนความมุ่งมั่นของเชลล์ตลอดระยะเวลากว่า 134 ปีในประเทศไทย ในการร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อสร้างมาตรฐานการบริการที่ผู้ใช้บริการสามารถ “วางใจเมื่อใช้เชลล์” ได้ในทุกการเดินทาง

ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ

ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
ที่ยอดเยี่ยม ไหนๆ เราก็อยู่กัน
ที่นี้แล้ว อย่าลืมออกไป ช้อปปิ้งด้วย

ผู้อำนวยการ IMF Kristalina Georgieva

ธรรมศาสตร์ เดินหน้ายกระดับศูนย์ธรรมรักษ์!! เปิดศูนย์เฉพาะทางผู้สูงอายุครบวงจร ใช้งบกว่า 600 ล้านบาทสร้างอาคารใหม่ รองรับเตียงผู้สูงอายุ 120 เตียง พร้อมเปิดที่พักระยะยาวในปี 2570

ศูนย์ธรรมศาสตร์ ธรรมรักษ์ คือโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านผู้สูงอายุของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 40 ไร่ ริมถนนพหลโยธิน ในซอยคลองหลวง 25 ก่อนถึง ม.กรุงเทพ ห่างจาก มธ. ศูนย์รังสิต ประมาณ 5 กม.

ศูนย์ธรรมศาสตร์ ธรรมรักษ์ เปิดดำเนินการมาแล้วเป็นเวลา 7 ปี ในลักษณะศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง (Palliative care) กับดูแลผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลระยะยาวหรือที่ต้องพักฟื้นเป็นเวลานาน โดยการก่อสร้างปรับปรุงพื้นที่ที่สะดวกสบายและกว้างขวาง สร้างเป็นอาคารสองชั้นขนาด 20 ห้องผู้ป่วย โดยใช้งบประมาณดำเนินการรวมเกือบ 200 ล้านบาท

ในเดือนกรกฎาคม 2569 ศูนย์ธรรมศาสตร์ธรรมรักษ์ได้เปิดใช้อาคารเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ เป็นอาคารหกชั้น มีพื้นที่เกือบ 10,000 ตารางเมตร โดยใช้งบประมาณอีกเกือบ 400 ล้านบาท และเปิดอาคารศูนย์ทันตกรรมผู้สูงอายุที่มียูนิตทันตกรรมถึง 10 ยูนิตอีกอาคารหนึ่งพร้อม ๆ กัน เพื่อให้บริการผู้ป่วยผู้สูงอายุได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ และได้เปิดคลินิค OPD ผู้สูงอายุทุกวันราชการ เพื่อทำการตรวจรักษาผู้ป่วยโดยอาจารย์แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ตลอดจนได้เปิดศูนย์กายภาพบำบัด และการฟื้นฟูสมรรถนภาพ กับศูนย์ daycare สำหรับกิจกรรมของผู้สูงอายุในศูนย์ธรรมศาสตร์ ธรรมรักษ์ด้วย

ในอาคารเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ มีห้องผู้ป่วยที่สามารถรองรับผู้ป่วยผู้สูงอายุได้ถึง 120 เตียง และยังเตรียมพื้นที่ชั้นหกของอาคารให้เป็นที่พักอาศัยระยะยาวของผู้สูงอายุที่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้อีกจำนวน 20 ยูนิตด้วย

การเปิดใช้อาคารสำหรับการพักอาศัยระยะยาวของผู้สูงอายุซึ่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์จะดำเนินการร่วมกับคณะพยาบาลศาสตร์ มธ. จะเริ่มรับผู้เข้าพักในปี 2570 พร้อมๆกับการเปิดหน่วย ICU ผู้สูงอายุ ที่ยังคงต้องพึ่งพาท่อช่วยหายใจ โดยย้ายจากการครองเตียงในห้อง ICU ปกติของโรงพยาบาลซึ่งมีความขาดแคลนอย่างยิ่งยวดในขณะนี้ จะทำให้ศูนย์ธรรมศาสตร์ธรรมรักษ์เป็นโรง

พยาบาลผู้สูงอายุครบวงจรอย่างแท้จริงแห่งแรกของประเทศ เพื่อรองรับการเข้าสู่สถานะการเป็นประเทศผู้สูงอายุยิ่งยวด ของประเทศไทย ตามนิยามของ WHO ในปี พ.ศ. 2572

ธรรมศาสตร์ยังคงทำหน้าที่ ตามปณิธานของ การจัดตั้งมหาวิทยาลัยแห่งนี้เมื่อ 92 ปีก่อน ในฐานะมหาวิทยาลัยเพื่อรับใช้ประชาชนและสังคมไทย อย่างมั่นคงต่อเนื่องตลอดมา

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์
นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ที่มา : https://www.facebook.com/100057043646443/posts/1616463133598459/?rdid=Za9Xujhu1zt2sSHQ#

ระทึกก่อนประชุม IMF–World Bank!! รถมาเลเซียเจอตรวจเข้ม ติดถังน้ำมัน 7 ใบ บนทางเท้า ใกล้เขตปลอดภัย IMF-World Bank เจ้าหน้าที่แจ้งเตือนเฝ้าระวังทันที คู่รักมาเลเซียชี้ใช้เดินทางฮันนีมูน

สำนักข่าวนิวสเตรทไทมส์ของมาเลเซีย รายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (13 ต.ค. 2569) ขณะที่เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนการประชุม IMF-World Bank พบรถยนต์ทะเบียนมาเลเซียจอดอยู่ที่ทางเท้า บนถนนสุขุมวิท บริเวณปากซอยสุขุมวิท 17 เขตวัฒนา กทม. ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เนื่องจากอยู่ใกล้กับเขตความปลอดภัยของการประชุมฯ เจ้าหน้าที่ กทม. กังวลว่ารถคันดังกล่าวอาจบรรจุวัตถุอันตราย จึงได้แจ้งเตือนหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง

ต่อมาเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ระเบิด (EOD) เข้าตรวจสอบ พบถังบรรจุน้ำมันเบนซิน 7 ถัง รวมประมาณ 40 ลิตร อยู่ที่ท้ายรถ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนเพิ่มเติม พบว่ารถคันดังกล่าวเป็นของคู่รักสามีภรรยาชาวมาเลเซีย ที่เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 11 ต.ค. และวางแผนจะเดินทางกลับประเทศในวันที่ 17 ต.ค. คู่รักคู่นี้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า พวกเขากำลังเดินทางท่องเที่ยวผ่านหลายจังหวัดของประเทศไทยด้วยรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของช่วงฮันนีมูน พวกเขาพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท และจอดรถใกล้ซอยสุขุมวิท 17 เพื่อไปเที่ยวที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

โฆษกหน่วยงานความมั่นคงของไทยกล่าวว่า คนขับรถชาวมาเลเซียบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เขาเตรียมน้ำมันเพิ่มมาด้วย เพราะไม่คุ้นเคยกับเส้นทางในประเทศไทย และคาดว่าจะต้องเดินทางไกลระหว่างจังหวัดต่างๆ ชายคนนั้นบอกว่าน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวเตรียมไว้ เพื่อป้องกันในกรณีที่พวกเขาหาปั๊มน้ำมันระหว่างทางได้ยาก โดยซื้อน้ำมันมาจากประเทศมาเลเซีย

ที่มา : nst.com.my/news/regional/2026/10/1556021/malaysian-honeymooners-probed-over-extra-fuel-carried-thailand

'ชัยวุฒิ' พาครอบครัวทำบุญกินเจเมืองสิงห์บุรี!! ควงคุณแม่ภรณี–ลูกสาว ร่วมสืบสานประเพณีกินเจสิงห์บุรี จุดเทียนยักษ์–แจกอาหารเจแก่ประชาชน ตั้งโรงทานแจกอาหารเจทุกวัน ร่วมสืบสานประเพณีอย่างอบอุ่น

"ชัยวุฒิ"ควงคุณแม่ภรณี ลูกสาว ทำบุญ เทศกาลกินเจ สิงห์บุรี -จุดเทียนยักษ์เสริมสิริมงคล

[สิงห์บุรี] 15 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 น. -บรรยากาศเทศกาลกินเจที่จังหวัดสิงห์บุรีเต็มไปด้วยความอิ่มบุญ โดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ พร้อมด้วยคุณแม่ภรณี ธนาคมานุสรณ์ และบุตรสาว ได้เดินทางไปร่วมทำบุญสืบสานประเพณีถือศีลกินผัก ณ ศาลาประชาคมปึงเถ่ากงม่า อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี

​ในโอกาสนี้ นายชัยวุฒิและครอบครัวได้ร่วมกันประกอบพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลอย่างพร้อมหน้า โดยจุดเทียนยักษ์ตามธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อเสริมมงคลชีวิต นอกจากนี้ ทางครอบครัวยังได้ตั้งโรงทานเพื่อแจกจ่ายอาหารเจให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน ซึ่งครอบครัวธนาคมานุสรณ์ได้นำข้าวสารมาถวาย และรับเป็นเจ้าภาพทำเมนูเต้าหู้ทอด รวมถึงจัดเตรียมอาหารเจมาบริการให้กับประชาชนทั่วไปในทุก ๆ วันตลอดช่วงเทศกาล

ซึ่งบรรยากาศภายในศาลาประชาคมปึงเถ่ากงม่า เต็มไปด้วยความอบอุ่น ถือเป็นการร่วมสืบสานประเพณีอันดีงามและแบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้กับชาวสิงห์บุรีในช่วงเทศกาลกินเจ ประจำปีนี้

IRPC ยกระดับเม็ดพลาสติก POLIMAXX สู่มาตรฐานฮาลาล!! สร้างทางส่งออกพลาสติกเม็ดสู่ตลาดอินโด เป็นรายแรกของไทยที่ได้รับการรับรอง พร้อมยกระดับศักยภาพสู่ตลาดโลก เพิ่มโอกาสส่งออกสู่ประเทศอินโดนีเซีย

IRPC ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลสำหรับเม็ดพลาสติก POLIMAXX รองรับการส่งออกสู่ตลาดอินโดนีเซีย

บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC สร้างความสำเร็จสำคัญในการยกระดับการดำเนินธุรกิจในตลาดต่างประเทศ โดยได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล (Halal Certificate) สำหรับผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกจากสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (สกอท.) เป็นรายแรกของประเทศไทย ภายใต้หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้าไปยังประเทศอินโดนีเซีย นับเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มความพร้อมของผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดเป้าหมาย เสริมสร้างศักยภาพและโอกาสในการแข่งขันในระดับสากล

นายภาณุทัต เกียรติ์อนันต์ชัย ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส บริหารคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม IRPC เข้ารับมอบใบรับรองมาตรฐานฮาลาลเพื่อการส่งออก จากนายณรงค์เดช สุขจันทร์ รองเลขาธิการ สกอท. และรองประธานฝ่ายกิจการฮาลาล ณ สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569

การรับรองครั้งนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกประเภท HDPE และ PP ภายใต้แบรนด์ POLIMAXX โดยผ่านการตรวจประเมินด้านผลิตภัณฑ์ ระบบการจัดการ และกระบวนการผลิตที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันความพร้อมในการควบคุมคุณภาพ การตรวจสอบย้อนกลับ และการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านฮาลาลอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งออกผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกไปยังตลาดอินโดนีเซีย

ปัจจุบัน IRPC ส่งออกเม็ดพลาสติกไปยังกว่า 52 ประเทศทั่วโลก การได้รับการรับรองครั้งนี้จึงเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการขยายตลาดส่งออก เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและคู่ค้า พร้อมสะท้อนถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองต่อข้อกำหนดและความต้องการของตลาดต่างประเทศ

IRPC มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามข้อกำหนด สร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้าและคู่ค้า และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

รัฐบาล เตือนห้ามบินโดรน!! วันที่ 16 ต.ค. ห้ามบินโดรน ในพื้นที่ VT R1 กรุงเทพฯ ตามประกาศสำนักงานการบิน เพื่อความปลอดภัยประชุม IMF - World Bank

รัฐบาลย้ำเตือนวันที่ 16 ต.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 00.01-23.59 น. ห้ามบินโดรนในพื้นที่ VT R1 Bangkok City และพื้นที่เกี่ยวข้อง ตามประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนเพื่อสนับสนุนการรักษาความ ปลอดภัยให้การประชุม IMF - World Bank Annual Meeting 2026 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ที่มา : https://www.facebook.com/watch/?v=1619801722798373&rdid=ysmSHJjQzfrlzD2W

ไทย–อินโดนีเซีย ผนึกกำลัง!! ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจอาเซียน กระชับความร่วมมือการเงิน–พลังงาน ต่อต้านสแกมเมอร์ข้ามชาติเข้มแข็ง หนุนการค้า–ลงทุน ข้ามแดนเพิ่มโอกาส

ไทย–อินโดนีเซียกระชับความร่วมมือด้านการเงิน พลังงาน และเกษตรกรรม ผนึกกำลังปราบสแกมเมอร์–ฟอกเงินข้ามชาติ หนุนไทยนำอาเซียนสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พร้อมส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกัน

วันนี้ (14 ต.ค. 69) เวลา 16.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หารือกับนาง Friderica Widyasari Dewi ประธานคณะกรรมการสำนักงานกำกับดูแลบริการทางการเงินแห่งอินโดนีเซีย ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับอินโดนีเซียในหลายด้าน ทั้งการเงิน การธนาคาร พลังงาน เกษตรกรรม และการป้องกันอาชญากรรมทางการเงินข้ามชาติ

นายกฯ กล่าวขอบคุณฝ่ายอินโดนีเซียที่ให้การสนับสนุนธนาคารพาณิชย์ของไทยที่ดำเนินธุรกิจในอินโดนีเซีย โดยปัจจุบันมีธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงเทพดำเนินธุรกิจในอินโดนีเซียและมีส่วนสนับสนุนการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจระหว่างสองประเทศ ทั้งนี้ ไทยพร้อมส่งเสริมความร่วมมือด้านการเงินและการธนาคารอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการเข้าถึงบริการทางการเงิน ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการพัฒนากลไกทางการเงินที่สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังเห็นพ้องถึงความสำคัญของการขยายความร่วมมือด้านพลังงานและเกษตรกรรม ควบคู่กับการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกัน โดยนายกฯ แสดงความหวังที่จะเห็นผู้ประกอบการไทยขยายธุรกิจในอินโดนีเซียมากขึ้น และยินดีต้อนรับนักลงทุนอินโดนีเซียเข้ามาลงทุนในประเทศไทย พร้อมเน้นย้ำว่าความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินของทั้งสองประเทศจะมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนภาคธุรกิจและเพิ่มโอกาสทางการค้าให้เติบโตยิ่งขึ้น

ในด้านการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ ฝ่ายอินโดนีเซียแสดงความชื่นชมและขอบคุณประเทศไทยต่อความพยายามในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งมีส่วนช่วยคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนไทยและชาวอินโดนีเซีย พร้อมยืนยันว่าจะสนับสนุนการดำเนินงานของไทยในเรื่องนี้ต่อไป และเห็นว่าไทยสามารถมีบทบาทนำในอาเซียนในการจัดการปัญหาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในโอกาสนี้ ยังเห็นถึงศักยภาพของอาเซียนในการร่วมกันขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางความท้าทายที่เกิดขึ้นในหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยไทยและอินโดนีเซียในฐานะประเทศเศรษฐกิจสำคัญของอาเซียนควรส่งเสริมความเป็นเอกภาพ เพิ่มพูนความร่วมมือ และใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของแต่ละประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุน พร้อมแสดงให้ประชาคมโลกเห็นถึงศักยภาพของอาเซียนในฐานะภูมิภาคที่พร้อมร่วมมือและดำเนินการค้ากับทุกประเทศทั่วโลก

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1556287566533969&id=100064582216937&rdid=hmBVXXmbTmurlcEW#

นายกฯ ชู soft power ไทย!! ต้อนรับผู้นำการเงินโลกในงาน Welcome Dinner ประชุม IMF–World Bank 2026 ไทยนำเสนอมิติทางวัฒนธรรม ผนึกกำลังเศรษฐกิจโลกปี 69

นายกฯ ชู soft power ไทย สร้างความประทับใจ ในงาน Welcome Dinner ต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการธนาคารกลางที่เข้าร่วมการประชุมประจำปี IMF - World Bank Group 2026

วันนี้ (14 ต.ค. 69) เวลา 19.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงต้อนรับ Welcome Dinner ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เนื่องในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569

นายกฯ ได้ทักทายแขกผู้มีเกียรติบริเวณโถงกลางตึกสันติไมตรี ก่อนขึ้นเวทีกล่าวต้อนรับผู้นำระดับโลกและแขกผู้มีเกียรติ โดยย้ำว่าประเทศไทย มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF - World Bank อีกครั้งในรอบ 35 ปี พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญ ของความร่วมมือในอนาคต ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจโลกที่เชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตการทำงาน การค้า และการสื่อสารของผู้คน

นายกฯ กล่าวเพิ่มเติมถึงความหมายของชื่อ “ตึกสันติไมตรี” ณ ที่แห่งนี้ซึ่งแขกผู้มีเกียรติได้มาร่วมงาน ว่ามีความหมายถึง “สันติภาพและมิตรภาพ” จึงหวังว่าค่ำคืนนี้จะเป็นโอกาสของการได้พบปะและสร้างเครือข่ายร่วมกัน และในช่วงท้ายได้กล่าวอวยพรให้แขกผู้มีเกียรติ มีช่วงเวลาแห่งความสุขและน่าประทับใจกับการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ พร้อมสัมผัสความอบอุ่นของคนไทย ตลอดจนประสบความสำเร็จในการหารือในห้วงการประชุม

ทั้งนี้ การจัดงานทุกรายละเอียด ทั้งการตกแต่งสถานที่ กิจกรรม การแสดง อาหารและเครื่องดื่ม ได้ร้อยเรียงเรื่องราวความเป็นไทย และถ่ายทอดศักยภาพของไทย ผ่านมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม จึงหวังว่า จะสร้างความทรงจำที่ดีและความประทับใจให้ผู้นำระดับโลกและแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1556433989852660&id=100064582216937&rdid=toAJLxEOOfsr5d5e#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top