Saturday, 25 May 2024
Y WORLD

เช็กด่วน‼️ ตรวจสอบสิทธิ์รับเงินเยียวยานักเรียนเอกชน 2,000 บาท ทางออนไลน์

ตรวจสอบสิทธิ์นักเรียนโรงเรียนเอกชน ตามมาตรการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ให้แก่ผู้ปกครองในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( สำหรับโรงเรียนเอกชนเท่านั้น )

✅นักเรียนไทยใช้เลขประจำตัวประชาชน
✅ส่วนนักเรียนต่างชาติหรือนักเรียนที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียน สามารถตรวจสอบได้โดยใช้รหัส G-Code ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด โดยสามารถขอทราบรหัส G-Code ได้ที่โรงเรียนที่ตนศึกษาอยู่

????ตรวจสอบสิทธิ์ คลิก
https://regis.opec.go.th/regis/Login.htm?mode=initHelp

ทั้งนี้ สช. ได้อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ปกครองโดยเพิ่มช่องทางให้สามารถตรวจสอบสิทธิ์การได้รับความช่วยเหลือเยียวยานักเรียนดังกล่าว ผ่าน Application สช. On mobile 

สามารถดาวน์โหลด Application สช. On mobile ได้ที่ Play Store และ App Store 

นนร.พีรวัส ชูศักดิ์ (ลัคกี้) | Click on Clever EP.14

บทสัมภาษณ์ รายการ Click on Clever EP.14
นนร.พีรวัส ชูศักดิ์ (ลัคกี้) นักเรียนนายร้อย จปร. ได้รับทุนกองทัพบกศึกษาต่อ “West Point” สหรัฐอเมริกา โรงเรียนเตรียมทหาร ที่ดีที่สุดในโลก

เจาะลึก!!! นักเรียนทหารยุคใหม่ ที่ 1 จปร. คว้าทุนเรียนต่อ “WEST POINT” สหรัฐอเมริกา วางแผนมั่นคง ในอาชีพและการเงิน

Q: แนะนำตัวหน่อยค่ะ

A:  ผมชื่อ พีรวัส ชูศักดิ์ อายุ 18 ปี เป็นนักเรียนนายร้อย อยู่ชั้นปีที่ 1 กำลังจะไปเรียนต่อโรงเรียนนายร้อยที่อเมริกาครับ

Q: ที่ 1 สอบเข้า จปร. มีเคล็ดลับการ “สอบเข้าเตรียมทหาร” อย่างไร ?

A: เตรียมทหารจะมีการสอบทั้งหมด 4 เหล่า คือ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจ ผมก็ไปสอบทั้ง 4 เหล่าเลยครับ การสอบจะมีสองรอบ รอบแรกเป็นรอบวิชาการ โดยจะคัดคนมาก่อน จากนั้นคนที่เข้าเกณฑ์จะได้เข้ามาสอบรองสอง ซึ่งเป็นรอบทดสอบร่างกาย ตอนปีผมที่สมัครก็มีมาสอบเป็นหมื่นเลยนะครับ ของทหารบกรับแค่ประมาณ 290 คน สำหรับการสอบรอบแรกจะเป็นการแยกสอบ ให้โอกาสทุกคนในการเลือกเหล่า ส่วนในรอบสองจะเลือกได้แค่เหล่าเดียว 

สอบรอบแรกเป็นรอบวิชาการ มีทั้งวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ อังกฤษ ไทย สังคม ตอนแรกผมได้ที่ 2 ครับ แต่พอมารอบทดสอบร่างกายเขาเอาคะแนนมาคิดด้วย พอรวมแล้วก็ได้ที่ 1 ของทหารบกครับ ส่วนของเหล่าอื่นในรอบวิชาการ สอบทหารอากาศได้ที่ 2 ตำรวจที่ 2 ทหารเรือที่ 7 ครับ

ข้อสอบใช้ความรู้ของ ม.ต้น และ ม.4 เพราะเขาให้เกณฑ์สอบได้ตั้งแต่ ม.4 ขึ้นไป ผมอยู่ม.4 ก็ไปสอบ ผมไปศูนย์หนังสือจุฬาฯ ไปซื้อหนังสือแนวข้อสอบเก่าๆ ของเตรียมทหารมา แล้วก็มีเรียนพิเศษที่ต่างๆ เตรียมตัวพอสมควร หลายเดือนอยู่เหมือนกัน  

ของโรงเรียนทหารจะไม่เหมือนสอบเข้าโรงเรียนต่างๆ ตรงที่มันจะมีทดสอบร่างกายด้วยครับ ซึ่งก็มีผลต่ออันดับและการสอบเข้า เหมือนเพื่อนผมคนนึงตอนสอบเข้าได้อันดับท้ายๆ ที่เขาจะเรียก แต่สุดท้ายเขาสอบเข้าได้แซงคนอื่น เพราะคะแนนร่างกายเขาได้เต็ม ระหว่างที่ผมเตรียมตัวเพื่อที่จะสอบเข้านะครับ แน่นอนว่าต้องทำโจทย์ด้านวิชาการอยู่แล้ว ทำไปเรื่อยๆ สอบถามรุ่นพี่ถึงเทคนิค และอย่าลืมเรื่องร่างกาย ผมก็วิ่งทุกวัน มีทดสอบดึงข้อ อันหลักเลย กระโดดไกล วิ่งเก็บของ ว่ายน้ำ อะไรแบบนี้ครับ

Q: ก่อนสอบ มีตารางการเตรียมตัวทั้งด้านร่างกายและวิชาการในหนึ่งวันอย่างไรบ้าง?

A: การเตรียมตัวส่วนใหญ่ผมจะทำพวกออกกำลังกายช่วงเย็น เพราะผมมีนิสัยอย่างนึงคือถ้าเหนื่อยจะไม่อยากอ่านหนังสือ ช่วงเช้าบ่ายก็จะอ่านหนังสือ ทำโจทย์เต็มที่เลย พอตอนเย็นก็ไปเน้นกับการออกกำลังกาย ต้องมี Passion ในตัวเอง อยากที่จะสอบเข้าได้ อยากที่จะทำได้ดี มันก็จะมีแรงกระตุ้นตัวเองว่าวันนี้ต้องอ่านหนังสือ วันนี้ต้องออกกำลังกาย 

แต่ผมโชคดีอย่างหนึ่งที่ครอบครัวสนับสนุน เวลาที่ผมมีความรู้สึกว่าวันนี้ไม่อยากอ่านแล้ว พ่อแม่ก็จะคอยมาปราม แต่ก็ขึ้นอยู่กับตัวเองด้วย เพราะยังไงพ่อแม่คุมเราไม่ได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว 

Q: คำแนะนำสำหรับน้องๆ ที่อยากสอบเข้าเตรียมทหาร

A: สำหรับผมยิ่งเตรียมตัวนานยิ่งมีประโยชน์ครับ มันจะมีพวกค่ายติวต่างๆ เกี่ยวกับเตรียมทหาร พวกนี้ก็ถือว่าเป็นส่วนสำคัญ เพราะอาจารย์ที่สอนเหล่านี้เขาสอนมาหลายรุ่นแล้ว เขามีเทคนิคในการแชร์อะไรต่างๆ ให้เราประสบความสำเร็จในการสอบครับ ในการอ่านหนังสือ ส่วนใหญ่เกณฑ์คะแนนสอบวิชาวิทยาศาสตร์กับคณิตศาสตร์จะมีเปอร์เซ็นต์มากกว่าวิชาไทยสังคม ผมก็เน้นพวกนี้มากกว่า แล้วก็วิชาภาษาอังกฤษที่เรียกว่าเป็นวิชาจำเหมือนไทยสังคม แต่ให้คะแนนที่มากกว่า ก็ควรจะเน้นเรื่องภาษาอังกฤษด้วยครับ

Q: ตั้งเป้าจะชิงทุนไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่วันแรกที่สอบติดเตรียมทหาร เล่าให้ฟังถึงความ “แน่วแน่” เรื่องนี้หน่อยค่ะ

A: จริงๆ ผมเชื่อว่าเป็นความฝันของใครหลายคนนะครับที่อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอก พ่อผมก็เห็นแล้วว่ามันมีโอกาส จะมีทุนไหนที่ได้ไปเรียนอเมริกาฟรี แล้วก็มีเงินเดือนให้ด้วยระหว่างเรียน ไม่ใช่โอกาสที่หาง่ายๆ แล้ววิชาชีพทหารก็เป็นวิชาชีพที่คุณพ่อทำ ตอนผมเด็กๆ ครอบครัวก็อาศัยอยู่ในค่ายทหารอยู่แล้ว เป็นอาชีพที่คุ้นเคยครับ ผมก็เลยไม่มีปัญหากับเรื่องนี้เท่าไหร่ เป็นโอกาสนึงในชีวิตที่จะได้ไปเมืองนอก ถ้าเกิดมีก็ควรจะคว้าเอาไว้ และตอนสอบเข้าผมสอบได้ที่ 1 ด้วยครับ คิดว่ามีโอกาสสูงที่ผมจะได้ไป มันเป็นโอกาสอ่ะครับ

Q: เทคนิคการชิงทุนเรียนต่อ WEST POINT

A: คือต้องบอกไว้ก่อนว่า WEST POINT ไม่ได้เปิดทุกปีนะครับ ในโรงเรียนจะมีคนไทยได้แค่ 4 คน หากรุ่นผมมีคนครบ 4 คนแล้ว ถึงผมจะได้ไปเรียนอเมริกา แต่ผมต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยทหารที่อื่น ซึ่งปีผมจะมีรุ่นพี่ที่จบ WEST POINT สองคนพอดี และรุ่นผมได้ไปอเมริกาสองคนเหมือนกัน เรียกว่าโชคดีครับที่ได้ไป แต่ไม่ใช่ว่าได้ทุนแล้วจะได้ไปนะครับ ต้องมีการทดสอบร่างกายของทางอเมริกา มีเกณฑ์คะแนนสอบ IELTS SAT รวมทั้งการเขียน Essay ถึงเขา ถึงจะได้รับคัดเลือกไป 

ในการสอบไปเมืองนอกจริงๆ ไม่ได้มีแค่อเมริกา ปีผมมี 7 ทุน คือ อเมริกา 2 ทุน เกาหลี ญี่ปุ่น เยอรมัน รัสเซีย และออสเตรเลียเกณฑ์บางปีจะแตกต่างต่างกัน ของปีผมจะเอาเกรดจากเตรียมทหารมาเป็น 50% อีก 50% แบ่งเป็นทดสอบร่างกาย 20% คะแนนวิชาการอีก 20% และสัมภาษณ์อีก 10% ครับ 

ซึ่งจะมีชาเลนจ์อย่างนึงที่เรียกว่า การสอบ ALCPT หรือ American Language Course Placement Test  เต็ม 100 คะแนน หากได้ไม่ถึง 70 คะแนน ไม่มีสิทธิ์ไปเมืองนอก แต่ถ้าเกิน 70 แต่ไม่ถึง 80 คะแนน ไม่มีโอกาสได้ไปอเมริกากับออสเตรเลีย สุดท้ายถึงอันดับจะดีแต่ถ้าคะแนนภาษาอังกฤษไม่ถึงเขาก็ไม่ให้คุณไป ผมได้ 91 คะแนนครับ 

Q: เตรียมตัวอย่างไรบ้าง ตั้งใจเรียนขนาดไหน?

A: ในการเรียนของทหารก็เหนื่อยอยู่แล้ว เพราะฝึกทุกวัน มันก็ต้องมีวินัยในตัวเองว่าเวลาเหนื่อยอย่าไปหลับในห้องเรียน เป็นปัญหาอยู่ เพราะฝึก มีวิ่ง มีออกกำลังกายทุกวัน เหนื่อยเป็นธรรมดา แล้วก็ต้องแบ่งเวลามาอ่านหนังสือเองด้วย เขาจะมีเวลาตอนกลางคืนให้อ่านหนังสือ ถ้าตั้งใจจริงๆ ก็ต้องอ่านหนังสือครับ ต้องสู้กับตัวเองทั้งด้านความเหนื่อย ความง่วง และต้องมีความตั้งใจด้วยครับ 

Q: การตั้งเป้าหมายสำคัญอย่างไร?

A: มันทำให้เราเห็นปลายทางอ่ะครับ เหมือนคนไม่มีเป้าเขาก็ไม่รู้ว่าจะตั้งใจเรียนไปเพื่ออะไรใช่ไหม อาจจะคิดแค่ว่าเรียนให้ไม่ซ้ำชั้นหรือเปล่า แล้วแต่คนครับ แต่สำหรับผมเหมือนกับนักเรียน ม.ปลายธรรมดาที่เห็นเป้าหมายก็ต้องพยายามอ่านหนังสือ พยายามกระตุ้นตัวเอง ของผมก็คล้ายๆ กัน คือผมตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากไปเมืองนอก ก็ไปถามรุ่นพี่ว่ามีหลักเกณฑ์ยังไง ทำคะแนนอย่างไรบ้าง ต้องเตรียมตัวทั้งด้านวิชาการและด้านร่างกาย อย่าละเลยครับ 

Q: โรงเรียนทหารสอนอะไรบ้าง?

A: ที่เห็นชัดสุดคือการพึ่งพาตัวเองครับ เพราะการไปเรียนทหารเราต้องไปอยู่ที่โรงเรียนประจำ บางเสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้กลับ เราอยู่ด้วยตัวเอง ไม่มีพ่อแม่ อีกเรื่องคือการมีระเบียบวินัย ซึ่งตอนปีหนึ่งทุกเช้าจะมีการตรวจโรงนอน ต้องพับผ้าห่ม ดึงเตียงให้ตึง เหมือนเป็นการฝึกให้โอเวอร์ไปเลย พอโตขึ้นมาจริงๆ มันติดเป็นนิสัย ชีวิตปกติเราก็คงไม่ตึงขนาดนั้นอยู่แล้ว แต่ก็เป็นนิสัยเรา พอเราห่างหายไปอยู่บ้าน ยังไงเราก็จัดเตียงอยู่ดี 

Q: ในฐานะเด็กรุ่นใหม่ เรียนโรงเรียนทหาร ผสมผสานความเป็นคนรุ่นใหม่กับกฎระเบียบและวิธีคิดแบบทหาร อย่างไร?

A: โรงเรียนเตรียมทหารมีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปทุกรุ่น รุ่นพี่ของผมเวลาสอนอะไรเขาจะพูดเสมอว่า อะไรที่ดีก็เก็บไปคิดไว้ และให้สืบต่อรุ่นต่อไป แต่อะไรที่ไม่ดี ก็ให้เก็บไว้เหมือนกัน แต่อย่าไปทำรุ่นต่อไป ทุกคนมีข้อดีข้อเสียของตัวเองอยู่แล้ว เราก็แค่เก็บข้อดีเขามาทำต่อ เห็นข้อเสียมาก็เก็บไว้เป็นข้อคิด และไม่ไปทำต่อแค่นั้นเอง 

เรื่องที่เห็นชัดที่สุดของผม ตอนอยู่ปี 1 เตรียมทหาร โทรศัพท์คือห้ามเอาเข้ามาเลย เป็นเรื่องใหญ่พอตัว แต่พอผมมาอยู่ปี 2 เขาก็มีการอนุโลมให้น้องปี 1 ที่เข้ามาใหม่ หลังจากจบช่วงปรับตัวก็อนุญาตให้เอาเข้ามาได้ ถือเป็นการปรับตัวตามยุคสมัย เพราะถ้ายังจำกัดในเรื่องนี้อยู่ก็ค่อนข้างจะล้าสมัย

Q: งานอดิเรก ไลฟ์สไตล์ หรือความสนใจด้านอื่นๆ

A: ผมเล่นเปียโนตั้งแต่เด็ก ช่วงนี้ก็ยังฝึกบ้างให้พอเล่นได้ เพราะตั้งแต่เข้าเรียนเตรียมทหารไปผมก็ไม่ค่อยมีโอกาสเรื่องนี้เท่าไหร่ครับ พอช่วงนี้ได้กลับมาอยู่บ้านก็เล่นเปียโน ฝึกกีต้าร์นิดหน่อยครับ

Q: คาดหวังจากการไปเรียนต่างประเทศอย่างไรบ้าง?

A: คาดหวังนะครับ ปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศอเมริกาเจริญเป็นมหาอำนาจ ผมก็อยากจะรู้ว่า West Point มหาวิทยาลัยทหารที่ถูกเรียกว่าดีที่สุดในโลกมันเป็นยังไง แล้วสิ่งไหนที่สามารถนำมาปรับใช้กับบ้านเราได้บ้าง สามารถมาพัฒนาให้เท่าทันเขาได้ แต่ไม่ใช่เอาของเขามาหมดเลย เพราะมีความต่างกันอยู่ ต้องมาปรับใช้เอาครับ

Q: เห็นว่ามีความสนใจด้านเศรษฐศาสตร์ด้วย 

A: เป็นเรื่องตั้งแต่ตอนเด็กๆ ที่พ่อผมเป็นทหาร จะมีช่วงที่เขาตำแหน่งดีๆ เงินเดือนสูง เขาจะชอบมาบ่นว่ารู้งี้น่าเอาไปทำอะไรอย่างนั้นอย่างนี้ ให้ครอบครัวดีกว่านี้ ผมก็คิดว่าถ้าผมจะตามรอยพ่อ ผมควรจะมีความรู้เรื่องนี้บ้าง เพื่อมาจัดการด้านการเงิน จริงๆ เศรษฐศาสตร์สำคัญกับทุกอาชีพอยู่แล้ว เลยเป็นสิ่งที่น่าสนใจควบคู่กับอาชีพทหาร หรือบางทีอาจจะมีโอกาสในการทำงานในอนาคต ก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน ต้องรอดูครับ 

Q: มีความคาดหวัง ภาพฝันในอนาคตไหม?

A: เรื่องนี้ก็ยังตอบได้ไม่ชัดขนาดนั้น แต่ที่อยากทำจริงๆ ก็คือเอาความรู้ของอเมริกาที่เขาบอกว่าระบบดีมากขนาดนั้น จะสามารถมาปรับใช้ พัฒนากับระบบไทยเราได้ไหม เพราะมีรุ่นพี่หลายคนที่จบจากอเมริกาแล้วกลับมาที่โรงเรียนนายร้อยก็พยายามจะปรับปรุงเหมือนกัน ผมก็คิดว่ามันน่าสนใจที่จะเป็นคนส่วนหนึ่งที่จะมาปรับปรุงโรงเรียนที่ให้ทุนเราไปครับ

Q: ความภาคภูมิใจในการเป็นนักเรียนทหาร หรือ การเป็นทหารคืออะไร?

A: ความภาคภูมิใจในนักเรียนทหาร เรียกว่าเป็นสถาบันที่ผลิตนายทหารหลักของประเทศ ในการพัฒนาบ้านเมืองต่างๆ ถือว่าเป็นเกียรติครับ และเป็นระบบที่สอนให้ผมมีวินัยมากขึ้น พัฒนาให้ผมเป็นผมในวันนี้ โรงเรียนทหารสอนหลายอย่าง ทั้งการพัฒนาตัวเอง ภาวะผู้นำ การฝึกบุคลิกภาพ มารยาท ผมคิดว่าสอนผมมาเยอะมาก

.

.

.

.

วิชาดาราศาสตร์: เรื่อง ปรากฏการณ์แสงโลก

THE STUDY TIMES X DekThai Online

????วันพฤหัสบดีที่ 12 สิงหาคม

วิชาดาราศาสตร์: เรื่อง ปรากฏการณ์แสงโลก

โดย คุณน้ำหวาน ภิรมณ กำเนิดมณี

นักเรียนทุน พสวท. (ฟิสิกส์) ปริญญาตรี-ปริญญาเอก สหรัฐอเมริกา

#สอนวิชาฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ เตรียมเข้าม.4

#DekThaiOnline

https://dekthai-online.com/instructor/P'NAMWAN

.

.

๑๒ สิงหาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระนามเดิม หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ทรงเป็นพระธิดาองค์ที่ ๓ ของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร (ภายหลังได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็น พลเอกพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ) กับ หม่อมหลวงบัว กิติยากร (สกุลเดิม สนิทวงศ์) เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ที่บ้านพลเอกเจ้าพระยาวงศานุประพันธ์ (หม่อมราชวงศ์สท้าน สนิทวงศ์) ผู้เป็นบิดาของหม่อมหลวงบัว ณ บ้านเลขที่ ๑๘๐๘ ถนนพระรามหก ตำบลวังใหม่ อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร โดย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้รับพระราชทานนามว่า “สิริกิติ์” มีความหมายว่า “ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร”

ทางด้านการศึกษา หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ เริ่มศึกษาชั้นอนุบาลที่โรงเรียนราชินี ปากคลองตลาด เมื่อพุทธศักราช ๒๔๗๙ และสอบไล่ได้ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ และได้ย้ายไปศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ถนนสามเสน และได้ศึกษาที่นี่เป็นเวลา ๘ ปี จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓

ในการศึกษาที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ นอกจากศึกษาวิชาสามัญทั่วไปแล้ว ยังเน้นศึกษาด้านภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และยังศึกษาเปียโนเป็นพิเศษด้วย โดยได้สมัครเข้าเรียนเปียโนตั้งแต่ปีแรกที่เข้าศึกษาที่นี่ พระองค์สามารถเรียนได้ดี เนื่องจากมีพรสวรรค์และความสนใจเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ยังได้รับการอบรมด้านวิชาการเรือนจึงสามารถประกอบอาหารได้ทั้งอาหารไทยและอาหารฝรั่ง

ในปีพุทธศักราช ๒๔๘๙ ครั้นเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสงบลง หม่อมเจ้านักขัตรมงคลต้องเสด็จไปดำรงตำแหน่งอัครราชทูตผู้มีอำนาจเต็มประจำสำนักเซนต์เจมส์ ประเทศอังกฤษ ทำให้ทั้งครอบครัวรวมไปถึงหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ได้ย้ายไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษ 
ขณะที่อยู่ในประเทศอังกฤษ หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ได้ศึกษาต่อทั้งวิชาภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส และวิชาเปียโนกับครูพิเศษหลังจากนั้นไม่นาน บิดาย้ายไปประเทศเดนมาร์กและฝรั่งเศสตามลำดับ ขณะที่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ก็ยังคงเรียนเปียโนและตั้งใจจะศึกษาต่อในวิทยาลัยการดนตรีที่มีชื่อเสียงของกรุงปารีสจนจบ 

หลังจากนั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ได้พระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ ๙) และได้ทรงสถาปนาเฉลิมพระยศสมเด็จพระราชินีเป็น “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี”

พระราชกรณียกิจ

ศิลปาชีพ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงริเริ่มโครงการให้ราษฎรโดยเฉพาะชาวนาในท้องถิ่นชนบททำอาชีพเสริมโดยใช้เวลาว่างจากการทำนาทำไร่มาทำงานศิลปาชีพ จนราษฎรเหล่านั้นมีความรู้ความสามารถในงานผลิต งานศิลปหัตถกรรม จนเป็นที่ยอมรับในประเทศไทยและระดับสากล


 
ความมั่นคงของชาติ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินินาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมทหาร ตำรวจ ราษฎรอาสาสมัคร จนถึงฐานปฏิบัติการ ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่อันตรายเพียงใดก็ตามได้พระราชทานถุงของขวัญประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อพระราชทานกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานด้านความมั่นคงของชาติตลอดมา


 
การสาธารณสุข

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนโดยจัด “หน่วยแพทย์พระราชทาน” ตามเสด็จไปรักษาพยาบาลราษฎรในถิ่นทุรกันดารแล้ว ยังทรงช่วยเหลือกลุ่มผู้ประสบภัยธรรมชาติ ทรงช่วยเหลือทหาร ตำรวจ และราษฎรอาสาสมัครตามชายแดน ทรงริเริ่มจัดตั้ง “มูลนิธิสายใจไทย”  ในพระบรมราชูปถัมภ์ 

การส่งเสริมอนุรักษ์ธรรมชาติ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง “โครงการป่ารักน้ำ” ทั้งนี้เพื่อให้ราษฎรมีส่วนร่วมในการร่วมกันปลูกป่า หลังจากนั้นยังมีโครงการตามพระราชดำริที่ปรากฏขึ้นเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติ อาทิ โครงการสวนสัตว์ป่าเปิดภูเขียวตามพระราชดำริ โครงการอนุรักษ์และขยายพันธุ์เต่าทะเล โครงการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่า โครงการปลูกป่าเสริมธรรมชาติ โครงการพระราชดำริสวนหาดทรายใหญ่ เป็นต้น

นอกจากนี้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงมีพระราชกรณียกิจอีกมากมาย องค์กรระหว่างประเทศต่างยกย่องและทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลและปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์เป็นจำนวนมาก อาทิ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญซีเรส เทิดพระเกียรติในฐานะที่ทรงยกฐานะของสตรีให้มีระดับสูงขึ้นและทรงเป็นผู้ “ให้โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง” 

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงได้แสดงถึงพระราชปณิธานอันแน่วแน่ที่จะทรงบําเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อทํานุบํารุงราชอาณาจักรและมรดกวัฒนธรรมไทย ที่บรรพบุรุษได้สร้างสมไว้จนตกทอดมาถึงอนุชนไทยรุ่นหลัง และให้พสกนิกรประชาชนไทยได้มีชีวิตที่ดี สามารถพึ่งพาตัวเองได้ 


แหล่งที่มา
https://campus.campus-star.com/variety/52926.html
https://www.thebangkokinsight.com/news/the-bangkok-insight-th/33964/
https://www.matichon.co.th/court-news/news_1481039

????ประกาศผลข้อเขียน ‘ทุนมง’ ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ใครๆ ก็อยากได้ ????????

????ประกาศผลข้อเขียน ‘ทุนมง’ ทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ใครๆ ก็อยากได้ ????????

เด็กไทยเก่งสอบข้อเขียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ????????(Monbukagakusho:MEXT) ประจำปีการศึกษา 2565

THE STUDY TIMES ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่สอบข้อเขียนผ่านทั้ง 14 ท่าน

โดยทุนรัฐบาลญี่ปุ่นหรือ Monbukagakusho (MEXT) ที่นักเรียนไทยนิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า ‘ทุนมง’ เป็นทุนการศึกษาประเภทให้เปล่าไม่มีข้อผูกมัด ทุนที่นักเรียน/นักศึกษาไทยนิยมสมัครกันมากคือทุนนักศึกษาระดับปริญญาตรี (Undergraduate Students) และทุนนักศึกษาวิจัย (Research Students) ซึ่งการไปเรียนต่อปริญญาโทหรือปริญญาเอกก็ถือว่าเป็นทุนประเภทนี้เช่นกัน 

????ทำไมต้องเรียนที่ญี่ปุ่น❓
✔️การศึกษาระดับโลก ในญี่ปุ่นมีมหาลัยมากกว่า 700 แห่ง โดยมี 10 ติดอันดับท็อป 200 ในการจัดอันดับโลก
✔️มากไปด้วยวัฒนธรรม ในแง่ประวัติศาสตร์มีวิวัฒนาการยาวนานกว่าพันปีจนสั่งสมมาเป็นสิ่งที่สืบทอดมานานมากกก เต็มไปด้วยรายละเอียดและประณีต ในแง่การทำงาน มีลำดับขั้นอวุโสชัดเจน มีระบบให้ทำตาม
✔️เป็นประเทศปลอดภัย ของหายได้คืนแน่นอน!
✔️ได้เรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติม เป็นภาษาที่ 2
✔️ใกล้ประเทศไทย
✔️ค่าเทอมไม่แพงเท่าประเทศพัฒนาอื่นๆ และมีทุนการศึกษา

????สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้เปิดรับสมัครและคัดเลือกชาวไทยเพื่อรับทุนการศึกษาของรัฐบาลญี่ปุ่นไปศึกษาที่สถาบันการศึกษาญี่ปุ่น เป็นประจำทุกปี โดยมีทุนทั้งหมด 7 ประเภท ดังต่อไปนี้  
 
1.ทุนนักศึกษาปริญญาตรี (Undergraduate Students)
2. ทุนนักศึกษาวิจัย (Research Students)  
3. ทุนญี่ปุ่นศึกษา (Japanese Studies Students)
4. ทุนฝึกอบรมวิชาชีพครู (Teacher Training Students)
5. ทุนนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิค (College of Technology Students)
6. ทุนนักศึกษาฝึกอบรมวิชาชีพ (Specialized Training College Students)
7. ทุนนักศึกษาประเภท Young Leaders' Program (YLP)

????ผู้ที่สนใจสมัครทุนในปีหน้า สามารถเข้าไปดูรายละเอียดทุนรัฐบาลญี่ปุ่นได้ที่ https://www.th.emb-japan.go.jp/itpr_th/jis_study.html

????ไฟล์ประกาศผลการสอบข้อเขียน
https://www.th.emb-japan.go.jp/files/100221332.pdf
 

วิชาชีววิทยา: เรื่อง Neuron

THE STUDY TIMES X DekThai Online

????วันพุธที่ 11 สิงหาคม

วิชาชีววิทยา: เรื่อง Neuron

โดย ครูหมอเมศ กฤษณะ ธรรมศิริ

ปริญญาตรี คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

#สอนชีววิทยาม.ต้น-ม.ปลาย

#DekThaiOnline

https://dekthai-online.com/browse

.

.

ทุกๆ ปีมหาวิทยาลัยจีนแต่ละแห่ง มักจะสรรค์สร้างจดหมายตอบรับนักศึกษาใหม่ได้อย่างครีเอท แฝงไปด้วยความหมาย สตอรี่และลูกเล่นไว้มากมาย เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่นักศึกษาใหม่ก่อนก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย

ชวนทุกคนไปส่อง จดหมายตอบรับนักศึกษาใหม่ประจำปี 2021 ของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งในแดนมังกร จะมีหน้าตาและความพิเศษยังไงกันบ้าง ไปดูกันเล้ย

1. มหาวิทยาลัยชิงหวา (Tsinghua university)

ม.ชิงหวา มหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของจีน สำหรับปีนี้จดหมายตอบรับเข้าเรียนของม.ชิงหวายังคงคอนเซ็ปต์คล้ายกับปีก่อนๆ คือในรูปแบบของการ์ดพับได้ และเมื่อเปิดออกมาจะมีโมเดลแกะสลักประตูโบราณอันเป็นสัญลักษณ์ของม.ชิงหวาแบบ 3 มิติเด้งออกมาจากการ์ด

ความพิเศษของจดหมายตอบรับเข้าเรียนม.ชิงหวา อยู่ที่เทคนิคการแกะสลักโดยใช้เลเซอร์ ซึ่งจะทำให้การ์ดมีสีสันสวยงามและคงทนยิ่งขึ้น ทั้งนี้โครงสร้างโมเดล 3 มิติก็แข็งแรงอีกด้วย

2. มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น (Fudan University)

สำหรับใครที่เป็นนักศึกษาใหม่ของม.ฟู่ตั้น นอกจากจะได้รับเอกสารตอบรับเข้าเรียนแล้ว ยังได้รับของขวัญสุดน่ารักเป็นแท็กติดกระเป๋าเดินทาง และโคมกระดาษขนาดเล็กที่แกะสลักเป็นรูปฤดูกาล 4 ฤดูในม.ฟู่ตั้น

ทั้งนี้ นักศึกษายังสามารถเขียนความปรารถนาของตัวเองลงในการ์ดที่ติดอยู่กับโคมกระดาษได้อีกด้วย

3. มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง (Shanghai Jiaotong University)

จดหมายตอบรับเข้าเรียนของม.เซี่ยงไฮ้เจียวทงในปีนี้มีการออกแบบที่แฝงไปด้วยประวัติอันยาวนานกว่า 125 ปีของมหาวิทยาลัย ภายนอกกล่องถูกดีไซน์แกะสลักเป็นรูปประตูมงคลสีแดง-ทอง เปรียบดั่งประตูต้อนรับนักศึกษาน้องใหม่ พร้อมมีตราสัญลักษณ์ฉลองครบรอบ 125 ปีของมหาวิทยาลัยใช้เป็นกลอนสำหรับล็อคประตูมงคลนี้

4. มหาวิทยาลัยหนานจิง (Nanjing University)

สำหรับจดหมายตอบรับเข้าเรียนของม.หนานจิงปีนี้มาในธีมที่ชื่อว่า “จุดประกายจักรวาลที่ไม่สิ้นสุดของคุณ” ภายในบ๊อกซ์เซตจะแบ่งออกเป็น 4 ชั้น แต่ละชั้นมีความหมายที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้บริเวณรอบๆ กล่องยังถูกออกแบบตกแต่งไปด้วยกลุ่มดวงดาวมากมาย

5. มหาวิทยาลัยหนานไค (Nankai University)

 

สำหรับม.หนานไค จะใช้สีม่วงดอกบัวชิงเหลียนเป็นหลัก เนื่องจากเป็นสีประจำมหาวิทยาลัย ด้านในถูกออกแบบให้มีลูกเล่นขยับเปลี่ยนภาพจากพระอาทิตย์เป็นพระจันทร์ได้ นอกจากนี้ม.หนานไคยังให้ของขวัญแก่นักศึกษาใหม่เป็นเมล็ดบัวจากเมืองเจียซิง มณฑลเจ้อเจียงจำนวน 2 เมล็ด เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) เพราะเมืองเจียซิงเป็นสถานที่ในการจัดประชุมครั้งแรกของพรรคคอมมิวนิสต์

6. สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน (Harbin Institute of Technology)

อีกหนึ่งจดหมายตอบรับที่ได้รับความสนใจ นั่นก็คือจดหมายของสถาบันเทคโนโลยีฮาร์บิน ซึ่งมีความโดดเด่นตรงที่ใช้วัสดุเลเซอร์ จึงทำให้ดูเหมือนสามารถส่องแสงได้ แต่ความจริงแล้ววัสดุนี้ไม่สามารถเปล่งแสงได้เอง ทว่าเมื่อเจอแสงส่องกระทบ ก็จะทำให้เรามองเห็นแสงสะท้อนเป็นสีต่างๆ จุดนี้ได้แฝงความหมายเอาไว้ว่า ตราบใดที่ยังมีเวทีมีแสงไฟ สถาบันเทคโนโลยีฮาร์บินก็ยังคงส่องประกายแสงระยิบระยับเสมอ

7. มหาวิทยาลัยการบินพลเรือนหนานจิง (Nanjing University of Aeronautics and Astronautics)

จดหมายตอบรับเข้าเรียนของม.การบินพลเรือนหนานจิงปีนี้ ได้สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับเหล่านักศึกษาใหม่ เพราะมาในธีมของ ‘Blind Box’ หรือกล่องสุ่ม

ภายในประกอบไปด้วยรูป 3 มิติของจรวด Long March 5 ดาวเทียมเป่ยโต่ว และรูปเครื่องบินโดยสาร C919 ทีกำลังทะยานทะลุเมฆสู่ท้องฟ้า ทั้งหมดนี้เป็นผลงานสำคัญระดับประเทศที่ม.การบินพลเรือนหนานจิงได้ร่วมวิจัยและพัฒนาขึ้นมานั่นเอง

บอกได้เลยว่าแต่ละมหา’ลัย แฝงทั้งความครีเอทและสตอรี่ที่น่าสนใจแบบไม่มีใครยอมใคร แล้วเพื่อนๆ ล่ะคะชอบของที่ไหนกันบ้างเอ่ย?


ที่มา :

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=327409505697161&id=113059767132137
http://en.people.cn/n3/2021/0630/c90000-9867030-5.html
https://www.globaltimes.cn/page/202106/1227416.shtml
https://mp.weixin.qq.com/s?__biz=MzIxNzUzODY1OA%3D%3D&idx=1&mid=2247528024&sn=1f4cf793f1ec06f2e0f554d3fddca426
http://thai.cri.cn/20210630/33b473db-b47d-ceb8-5977-d59cee1462fe.html
 

อิทธิพลสื่อมีมากขึ้น ทำให้เด็ก ๆ ได้รับสื่อจากต่างประเทศ วัฒนธรรมต่าง ๆ ที่อาจจะส่งผลให้ลูก ๆ มีความชื่นชอบ และ ติดตามอย่างบ้าคลั่งจนกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนเรียกว่า “ ติ่ง “ แล้วคุณพ่อคุณแม่จะมีวิธีการรับมือหรือพูดคุยอย่างไร

คุณหมอจริง พญ. ชญานิน ฟุ้งสถาพร เป็นคุณหมอที่มีประสบการณ์ทางด้านจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความหมายของติ่งว่าจริง ๆ แล้วอาการของการเป็นแฟนคลับหรือติ่งทางจิตวิทยาเรียกอาการเหล่านี้ว่า “Celebrity worship syndrome” ซึ่งอาการนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับด้วยกันคือ 

1.) ระดับบันเทิง คือ เป็นการดูสื่อหรือสิ่งที่ชอบเพื่อความบันเทิง ชื่นชอบในรูปแบบให้ความเพลิดเพลิน เพื่อความจรรโลงใจ นอกจากนี้ยังมีการนำสิ่งที่เราชื่นชอบไปเป็นคนต้นแบบหรือเรียกว่าเป็น Idol ของคน ๆ นั้นได้ เช่นในเรื่องของความพยายาม หรือการตั้งใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งในระดับนี้ก็อาจจะมีสังคมที่ชื่นชอบสิ่ง ๆ นั้นไปด้วยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน 

2.) ระดับหมกมุ่น คือ ระดับที่นำสิ่งที่ชื่นชอบหรือศิลปินมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะต้องมีสิ่งที่ชอบหรือศิลปินนั้นเข้ามาเกี่ยวโยงด้วยทุกครั้ง สะสมหรือใช้ของตามศิลปิน เก็บทุกสิ่งทุกอย่างที่ศิลปินมีหรือใช้ตาม บางคนถึงขั้นศัลยกรรมให้หน้าตาเหมือนศิลปินเลยทีเดียว

3.) ระดับรุนแรง คือ เหล่าแฟนคลับที่ชื่นชอบในตัวศิลปินมาก ๆ ถึงขนาดอยากเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งหรืออยากใช้ชีวิตกับศิลปิน คอยติดตามขั้นรุนแรง อย่างที่ประเทศเกาหลีจะเรียกกลุ่มแฟนคลับเหล่านี้ว่า “ซาแซง” ซึ่งจะคอยตามศิลปินไปทุกที่ รู้ลึกถึงขนาดรู้เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ของตัวศิลปิน และอาจมีขั้นร้ายแรงที่สุดคือทำร้ายตัวศิลปิน ไม่ให้ศิลปินไปรักใครได้อีก ซึ่งระดับนี้ควรได้รับการรักษาโดยจิตแพทย์ 

ซึ่งคุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ คนที่มีลูกเป็นแฟนคลับหรือติ่งศิลปินอาจจะสงสัยว่าถ้าลูกของตนมีอาการที่ชื่นชอบศิลปินมากแต่ไม่รู้ว่าจะต้องพูดคุยอย่างไร จริง ๆ แล้วในช่วงวัยรุ่นของคุณพ่อคุณแม่เองก็อาจจะมีความชื่นชอบในตัวศิลปินหรือสิ่งที่ชอบเหมือนกัน แต่อาจจะต่างกันที่ยุคสมัยที่ในปัจจุบันเทคโนโลยีมีความก้าวไกลมากขึ้น ทำให้วัยรุ่นสามารถรับสื่อได้ทั่วโลก และทำให้ตัวของลูกคุณอาจจะเจอกับสิ่งที่ชอบ ศิลปินที่เขารัก มากกว่าในสมัยของคุณพ่อคุณแม่ 

แต่ด้วยความห่วงใยอยากที่จะพูดคุยกับลูก กลัวว่าลูกจะเสียการเรียน ไม่มีอนาคต จริง ๆ แล้วในช่วงวัยนี้สมองส่วนเหตุผลและความคิดยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ทำให้สมองส่วนอารมณ์จะเจริญเติบโตมากกว่าจะทำให้เห็นว่าลูกของคุณมีอารมณ์ที่แปรปรวน พอลูกของคุณอายุ 25 ปีหรือเมื่อเริ่มโตขึ้นสมองส่วนเหตุผลและความคิด ตรรกะการใช้ชีวิตก็จะมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรดูว่าลูกของคุณมีอาการเป็นติ่งในระดับไหน 

ถ้าเป็นในระดับบันเทิงก็สบายใจได้ เพราะลูกของคุณอาจจะยกศิลปินมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องคอยสังเกตพฤติกรรมด้วยว่าลูกของคุณมีทิศทางในการใช้ชีวิตแนวทางไหน คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจจะกังวล กลัวว่าลูกของตัวเองนั้นอาจจะไม่สนใจการเรียน และเอาเวลาไปเป็นแฟนคลับ คุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะต้องคอยดู สังเกตและที่สำคัญคือการพูดคุย เปิดใจกัน โดยไม่ใช้อารมณ์ และ สอนวิธีการคิดหรือลองปรับเปลี่ยนเป็นพูดคุยในสิ่งที่ลูกชอบหรือสนใจ เพื่อคอยดูว่าลูกจะมีปฏิกิริยาอย่างไร 

เชื่อหรือไม่ว่าบางคนก็นำศิลปินหรือไอดอลมาเป็นแรงบันดาลใจในการเรียน เหมือนกับว่ายิ่งเห็นศิลปินมีความพยายามทำเป้าหมาย ความฝันได้สำเร็จ อดหลับอดนอนเพื่อซ้อมเป็นศิลปิน เหล่าแฟนคลับในวัยเรียนก็จะพยายามตั้งใจเรียนและนำศิลปินมาเป็นแบบอย่างในการตั้งใจเรียน ตั้งใจอ่านหนังสือ และหลาย ๆ คนเมื่อเรียนจบก็มีการถ่ายรูปคู่กับแท่งไฟ หรือ สิ่งของที่มาจากศิลปิน เป็นการบรรลุเป้าหมายของตัวเองว่าทำตามความฝันสำเร็จแล้ว ถ้าลูกของคุณเห็นศิลปินเป็นแบบอย่างที่ดีก็จะเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ 

มีคำ ๆ หนึ่งที่คุณหมอจริงได้กล่าวว่า “Children must be taught how to think, Not want to think” คือการสอนลูกให้รู้จักวิธีคิด ไม่ใช่การยัดความคิดให้ลูก ด้วยความที่โลกสมัยใหม่มีเทคโนโลยี มีสื่อต่าง ๆ มากมายที่ลูกของคุณสามารถค้นหาความรู้ได้ด้วยตัวเอง เราควรสอนวิธีการคิด อย่างในเรื่องติ่งหรือแฟนคลับอาจจะถามถึงข้อดีของตัวศิลปินหรือสิ่งที่ลูกชอบแล้วให้ลูกของคุณลองคิดและให้ลูกลองเลือกข้อดีและทำตามในสิ่งที่ดี เช่น ถ้าลูกของคุณเป็นแฟนคลับศิลปินเกาหลี ก็สนับสนุนลูกด้วยการให้เรียนภาษาเพิ่มเติม หรือสนับสนุนให้ลูกทำวิดีโอเกี่ยวกับศิลปินเกาหลี เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการหารายได้เสริมก็จะเป็นการสนับสนุนลูกในทางที่ดีและเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวได้ดีอีกด้วย 

คุณหมอจริงฝากข้อคิดไว้ว่า นอกจากการพูดคุยแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “การฟัง” ให้ลูกได้พูดในสิ่งที่เค้าอยากทำ สิ่งเค้าชื่นชอบ จะทำให้เราได้เห็นว่าลูกมีความคิดอย่างไร มีความฝันในทางไหน และคุณพ่อคุณแม่ก็คอยสนับสนุนลูกให้ทำตามความฝันให้สำเร็จ เพียงเท่านี้ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็จะดีขึ้น ทำให้เราไม่ได้เป็นส่วนเกินในชีวิตของเขาอีกด้วย


สามารถย้อนไปฟังการ LIVE หัวข้อที่น่าสนใจเหล่านี้เพิ่มเติมได้ที่ เพจดีต่อลูก
หัวข้อ : ลูกวัยรุ่นกับการเป็นติ่ง
Link : https://www.facebook.com/foryourchildz/videos/933889133821053
เขียนและเรียบเรียงเรื่องโดย: สถาพร สุตจิตจูล 
 

คำคมการศึกษา ประจำวันที่ 11 สิงหาคม 2564

#คำคมการศึกษา ประจำวันที่ 11 สิงหาคม 2564

✏️ ทำข้อสอบต้องใช้ 2B แต่ถ้าอยากมีชีวิตดี ๆ ต้องมีสองเรา

วิชา BMAT: เรื่อง แนวข้อสอบ BMAT

THE STUDY TIMES X DekThai Online

????วันอังคารที่ 10 สิงหาคม

วิชา BMAT: เรื่อง แนวข้อสอบ BMAT

โดย ครูพี่จึ๋ง สมนึก สงวนตระกูล

อันดับ 1 สอบ Pre ม.ปลาย ระดับประเทศ

นักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่น Monbusho

#BMAT เรียนเตรียมสอบแพทย์ Critical Thinking, Problem Solving, Maths & Science

#DekThaiOnline

https://dekthai-online.com/browse

.

.

คำคมการศึกษา ประจำวันที่ 10 สิงหาคม 2564

#คำคมการศึกษา ประจำวันที่ 10 สิงหาคม 2564

✏️หากมีคนประสบประมาทว่า คุณจะประสบความสำเร็จได้แค่ไหน จงก้าวหน้าให้ไกล จนคนเหล่านั้นไม่ได้ยินเสียงคำตอบของคุณ

วิชาคณิตศาสตร์: เรื่อง ทฤษฎีจำนวนสำหรับ สอวน. คณิต

THE STUDY TIMES X DekThai Online

????วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม

วิชาคณิตศาสตร์: เรื่อง ทฤษฎีจำนวนสำหรับ สอวน. คณิต

โดย ครูพี่ปุ๊ องอาจ สุภัคชูกุล

อดีตตัวแทนคณิตศาสตร์โอลิมปิก นักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่น

#สอนวิชาคณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ม.ต้น-ม.ปลาย

#DakThaiOnline

https://dekthai-online.com/browse

.

.

???? ประกาศผล นักเรียนแพทย์ที่จบจากต่างประเทศ และได้รับคัดเลือกเป็นแพทย์ฝึกหัดประจำสถาบันการแพทย์ในไทย ประจำปี 64????????‍⚕

???? ประกาศผล นักเรียนแพทย์ที่จบจากต่างประเทศ และได้รับคัดเลือกเป็นแพทย์ฝึกหัดประจำสถาบันการแพทย์ในไทย ประจำปี 64????????‍⚕????

**โดยนักเรียนที่เรียนจบแพทย์ ณ ต่างประเทศ สามารถได้รับสิทธิอาชีพหมอในไทย เช่นเดียวกับผู้ที่เรียนจบแพทย์ในประเทศไทย

คำคมการศึกษา ประจำวันที่ 9 สิงหาคม 2564

#คำคมการศึกษา ประจำวันที่ 9 สิงหาคม 2564

✏️ถ้าเวลาคือคำตอบ แล้วทำไมเวลาสอบไม่ลอกนาฬิกา

"โปรแกรมเมอร์" เบื้องหลังความสำเร็จธุรกิจยุคโซเชียลกับ คุณบิว อธิศนันท์ | Click on Crazy EP.1

บทสัมภาษณ์ Click on Crazy EP.1
คุณบิว อธิศนันท์ กีรติณัตินันท์
โปรแกรมเมอร์ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนิวสเปคทีฟ กรุ๊ป 

Q : จุดเริ่มต้นของสายงานอาชีพ “โปรแกรมเมอร์”

A : คือจริงๆแล้วก็ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่าตัวเองจะมาเป็นโปรแกรมเมอร์เพราะว่าเรียนจบบริหารธุรกิจนะคะในสายคอมพิวเตอร์ธุรกิจ แล้วก็เรียนจบมาเนี่ยก็ทำงานในสายของแอดมิน เป็นคนคอยคีย์ข้อมูลเข้าระบบอะไรประมาณนี้ค่ะ

ทีนี้เนี่ยก็มีการปรับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ระบบมาเป็นโปรแกรมเมอร์ได้ยังไงก็เกิดจากการที่เราคีย์ข้อมูลเข้าระบบนี้แหละแล้วเรามีความรู้สึกว่าระบบเนี่ยถ้าเกิดว่ามีการเขียนโปรแกรมและไม่มีการคีย์ข้อมูลซ้ำๆเข้าไปแล้วสามารถที่จะดึงข้อมูลมาแล้วคีย์สต็อกได้เนี่ยมันน่าจะทำงานได้ง่ายมากขึ้นเราก็เลยเกิดความคิดขึ้นมาก็เลยเดินเข้าไปคุยกับเจ้าของบริษัทว่าเราคิดว่าเราจะทำตรงนี้ให้ได้นะอย่างนั้นเราขอโอกาสว่าเราเป็นคนเขียนโปรแกรมได้ไหมก็ถือว่าเป็นงานที่เปิดทางให้เราได้ก้าวจากแอดมินทั่วไปมาเป็นโปรแกรมเมอร์นั้นก็คือจุดเริ่มต้น

Q : ประกอบอาชีพโปรแกรมเมอร์มาทั้งหมดกี่ปี 

A : ประมาณ 17 ปีค่ะ 

Q : คำว่า “โปรแกรมเมอร์” คือในความหมายของคุณบิวคืออะไร

A : โปรแกรมเมอร์ หรือ Programmer developer ก็คือเป็นผู้พัฒนาเป็นผู้สร้างเป็นผู้คิดพัฒนาระบบขึ้นมา หลายคนที่ดูจากภายนอกเข้ามาอาจจะมองว่าต้องเก่งมากๆเลย จริงๆ แล้วเป็นงานที่ไม่สายเลยนะคะใช้ความคิดค่อนข้างมาก ระยะเวลาในการทำงานเนี่ยบางครั้งเนี่ยจะต้อง Coding ถึง 10 ชั่วโมงขึ้นไปโดยส่วนใหญ่โปรแกรมเมอร์เหมือนความคิดของเขาเนี่ยมันจะมีกระบวนการซึ่งเขาจะต้องเชื่อมต่อระบบในหัวตลอดเวลา หลาย ๆ คนเลยบอกว่าโปรแกรมเมอร์เข้าถึงยาก อาจจะเป็นเพราะการทำงานของแต่ละคน

Q : ทำไมถึงชื่นชอบในอาชีพ “โปรแกรมเมอร์”

A : จริง ๆ ทุก ๆ สายงานมีเสน่ห์เฉพาะตัวของมันไม่ว่าจะเป็นบัญชีหรือผู้สื่อข่าวก็จะมีความพิเศษเฉพาะของอาชีพนั้น ๆ แต่ในส่วนของโปรแกรมเมอร์เนี่ยมันก็มีเสน่ห์ของมันสิ่งหนึ่งที่เป็นความภูมิใจคือเวลาที่ทำงานชิ้นหนึ่งของมาแล้วทำให้คนหรือบริษัทได้ใช้งานได้ง่ายขึ้นจากการที่เขาเคยอ่านต้องมานั่งคีย์ที่ระบบหลายขั้นตอน เราก็สามารถทำงานให้ระบบออกมาเพื่อให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นคืออันนั้นคือความภูมิใจของโปรแกรมเมอร์ที่จะได้ทำงานออกไปแล้วให้คนที่ใช้งานได้ง่ายขึ้นก็เหมือนเราทำงานให้มันน้อยลงพยายามลดขั้นตอนในการทำงาน

Q : หลังจากได้ทำงาน “โปรแกรมเมอร์” รู้สึกว่าตัวเองมีการพัฒนาอะไรมากยิ่งขึ้น

A : หน้าที่ของโปรแกรมเมอร์เนี่ยเดิมทีต้องเป็นคนที่ออกแบบ สร้างและพัฒนาดูแลและ support โปรแกรมเมอร์เนี่ยจะต้องมีทักษะเหล่านี้อยู่ฉะนั้นเวลาที่เราได้รับงานมาเนี่ยเราก็ต้องมีการวางแผนก่อนบางครั้งโจทย์ที่ได้รับมาอย่างเช่นให้ทำระบบบัญชีอย่างล่าสุดที่เข้ามาอยู่ใน Newspective ทางบริษัทให้ทำเขียนโปรแกรมเกี่ยวกับระบบบริหารธุรกิจ ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะจบบริหารมาแต่เราก็ไม่รู้ระบบ PO เราไม่ได้รู้ระบบเกี่ยวกับบัญชี ตอนเราได้โจทย์มาว่าจะต้องทำโปรแกรมที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เพื่อที่จะทำให้คนใช้งานสามารถเปิด po ออนไลน์ได้สามารถที่จะเปิด invoice ออนไลน์ได้สามารถที่จะเบิกค่าใช้จ่ายอะไรได้ทุกอย่างเราก็ต้องทำการรีเซ็ตตัวเองก่อน การเป็นโปรแกรมเมอร์เนี่ยก็จะได้มีสะสมประสบการณ์จากการที่เราเขียนโปรแกรมเหล่านี้ การ Research ขั้นตอนกับเจ้าของโปรแกรมว่าต้องการอะไร เราก็เอากระบวนการทำงานของเขาเนี่ยมันคิดเป็นระบบแล้วก็เขียนโปรแกรมออกมาได้เรียนรู้ใหม่ตลอด 

Q : ถ้าเราเขียนโปรแกรมแล้วเกิดปัญหาอย่างการติด Bugs มีวิธีแก้ไขปัญหาอย่างไร 

A : อย่างการเกิด Bugs จะเกิดหลังจากที่เราเขียนโปรแกรมเสร็จแล้วก็คือหลังจากที่ User เข้ามาทำการทดลองใช้งาน บางครั้งโปรแกรมเขียนจะไม่เจอปัญหา แต่คนอื่นจะมาเจอปัญหาที่ว่าในขณะการใช้งานการแก้ไขปัญหาในเรื่องบางเรื่องไม่ต้องซีเรียสเลยเพราะว่าโปรแกรมเมอร์จะรู้แล้วว่าจะ Error โปรแกรมก็ต้องฟ้องว่า Error เพราะอะไรเกิดจากอะไรและข้อมูลของมาไม่ครบหรือเกิดจากการที่ข้อมูลค้างอยู่แล้วส่งไปไม่ได้อันนี้ก็คือเป็นหน้าที่เราที่เข้าไปแก้ไขแล้วก็ไปดูว่ามีข้อผิดพลาดตรงไหน เกิดจากอะไรและเราก็ทำการแก้ไขให้สามารถทำงานได้เอง คือปัญหาเหล่านี้จริง ๆ แล้วเป็นของคู่กันกับโปรแกรมเมอร์อยู่แล้วซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยแล้วถ้าเกิดปัญหาเหล่านี้มาหลังจากที่เขียนเสร็จแล้ว 

Q : ในการเป็นโปรแกรมเมอร์มาตลอด 17 ปี ส่วนไหนของการเขียนโปรแกรมยากที่สุด

A : สำหรับตัวเองไม่เคยมองว่าการเขียนโปรแกรมจะยาก แต่ความยากอาจจะเกิดจากการทำงานในสภาวะแวดล้อมและบุคคล ที่เราเลือกทำอาชีพนี้เพราะเราต้องการที่จะไม่ปะทะกับคนสักเท่าไหร่เวลาเราเขียน Coding มีแค่เรากับ Code แล้วก็เรา คือเราคุยกับสิ่งที่เราจะสร้างโดยที่เราไม่ได้คุยกับคนข้างนอกเลยมันก็เลยกลายเป็นว่ามันเป็นการเขียนโค้ดมันเป็นการที่ดิ่งลงไปแล้วเราต้องใช้เวลาส่วนตัวของเราในการสร้างผลงานนี้ขึ้นมาเอง ปัญหาของโปรแกรมเมอร์เนี่ยมันก็เลยกลายเป็นว่าเวลาที่มีการ Coding หรือว่าใช้สมาธิสูงในการเขียน สำหรับพี่เนี่ยมองว่าการเขียนโปรแกรมมันไม่ได้ยากเพราะว่าสุดท้ายแล้วการเขียนโปรแกรมอย่างมันจะมีทางออกของมันอยู่แล้วเราจะหาของมันไปจนแก้ปัญหานั้นได้แต่สิ่งที่เราควบคุมได้ยากที่สุดก็คือภาวะของสภาพแวดล้อมของตัวเราและอารมณ์ของเราที่มีกับคนข้างนอกมากกว่า ทุก ๆ สายงานมีความยากง่ายที่แตกต่างกัน 

การเขียนโปรแกรมไม่ใช่เป็นการเขียนให้มันจบ ให้มันเสร็จ ๆ ไป แต่การเขียนโปรแกรมมันคือชีวิตของคนอื่นด้วยนะคือหนึ่งในเรื่องของความปลอดภัยในเรื่องของข้อมูลต่างๆในการรั่วไหลในเรื่องของความปลอดภัยของระบบ ความคิดของเรามันมีหลายชั้นมาที่เราจะต้องต้องดูแล มันคืองานที่ล้ำค่ามากสำหรับตัวเรานะ คือเขียนงานหนึ่งเราเขียนเสร็จแล้วเนี่ยมันมีผลกระทบอะไรกับใครถ้าเกิดเขียนไปแล้วเนี่ยความปลอดภัยดีมากแค่ไหนเราก็ต้องดูในเรื่องนี้ด้วย 

Q : จุดไหนที่คุณบิวคิดว่า การเขียนโปรแกรมจะต้องคำนึงในเรื่องของความปลอดภัยของคนอื่น ด้วยนอกจากระบบ 

A : จากการเคยทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ที่โรงพยาบาลหัวเฉียว ด้วยความที่เป็นระบบโรงพยาบาลจะเชื่อมโยงหมดทุกจุดตั้งแต่คนไข้ หมอ ยา คือหนึ่งเป็นความลับของคนไข้ สองเป็นความปลอดภัยของคนไข้อย่างการเขียนระบบถ้าเราไม่มีความรับผิดชอบ ทำงานไม่ละเอียด ไม่คิดให้ถี่ถ้วนผลที่ตามมา ไม่ใช่แค่ระบบผิดพลาดแต่มันหมายถึงชีวิตคน ๆ หนึ่งนี่คือจุดเปลี่ยนของเวลาทำงานเลยค่อนข้างที่จะละเอียดและระวังในเรื่องนี้พอสมควร ก็ต้องขอบคุณโรงพยาบาลหัวเฉียวด้วย 

ถ้าเกิดข้อผิดพลาดไปคือชีวิตคนหนึ่งเลยถ้าเราคิดผิดระบบผิดไปเราไปแจ้งคนไข้ก็ไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โปรแกรมเมอร์ไม่ใช่คนใช้โปรแกรม แต่เป็นคนออกแบบโครงสร้างและประมวลผลออกมา ถ้าสมมุติว่าเราเขียนระบบใดระบบหนึ่งแล้วเราเขียนด้วยความที่ไม่ตั้งใจ ไม่ตรวจสอบให้มันถี่ถ้วนก่อนแล้วพอคนใช้งาน ปรากฏว่าเราผิดแค่ตัวอักษรเดียวมันอาจจะทำให้ผลของคนไข้คนนั้นผิดไปหรือไปดึงของคนอื่นมาใส่อีกคนนึง การรักษาก็จะไม่ถูกต้อง

การเป็นโปรแกรมเมอร์เนี่ยสำหรับพี่ถือว่าเป็นอาชีพที่ทรงคุณค่าเหมือนกันนะเพราะว่ามันเป็นอาชีพที่ไม่ใช่ทำงานแล้วจบ ในทุก ๆ กระบวนการมีความสำคัญอยู่ในทุกขั้นตอน ความยากง่ายขึ้นอยู่ขึ้นอยู่กับโจทย์กับองค์กรที่เราทำงานอยู่ องค์กรที่เราทำงานด้วยต้องให้ความสำคัญในเรื่องของความถูกต้องของข้อมูลของคนทุกคน อย่างในโรงพยาบาลด้วยความที่ระบบมันใหญ่มากคือมีทั้งข้อมูลของผู้ป่วยข้อมูล ยา และข้อมูลต่าง ๆ แล้วก็เป็นข้อมูลที่จะต้องเก็บถึง 10 ปีอย่างนี้ฉะนั้นถ้าเราเขียนโปรแกรมแล้วเราทำผิดก็อาจจะทำให้คนไข้คนนั้นได้รับยาผิดไปก็ได้

นี่คือสิ่งที่เราต้องคำนึงเหมือนกันระบบทั่วไปทุกวันนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากคือการขายของออนไลน์ถ้าเราเปลี่ยนระบบเช่นเราดึงข้อมูลผิดชื่อ นามสกุล ลูกค้าสั่งของชิ้นนี้แล้วปรากฏว่าเราเขียนผิดไปดึงอีกคนหนึ่งมาซึ่งไม่ใช่สินค้าของคนนี้แล้วส่งผิดคน คือความเสียหายมันไม่ได้มันเกิดแค่ที่บริษัทอย่างเดียว โปรแกรมก็ผิดด้วย โปรแกรมเมอร์จึงต้องมีละเอียด ถี่ถ้วน 

Q : ตอนนี้เป็นโปรแกรมเมอร์ให้กับทาง Newspective Group  เป็นอย่างไรบ้าง 

A :  ก็หลังจากที่ออกจากหัวเฉียวมาก็มาร่วมงานกับทาง Newspective Group งานแรกเลยที่เข้ามาทำระบบในเรื่องของระบบบริหารทั่วไป แต่ว่าก็มีโครงการสตาร์ทอัพเข้ามาส่งเข้าประกวดซึ่งตอนนั้นเนี่ยไม่ได้คิดอะไรมากก็สั่งอะไรให้ทำก็ทำ ตามที่เขา Request มาแต่ว่าสิ่งที่เป็นแรงกดดันจากงานนี้คือระยะเวลามันสั้นมากคือต้องเสร็จภายใน 20 วันในใจคิดว่าจะทำได้ไหมแต่ทางผู้ใหญ่บอกว่าถ้าทำได้องค์กรเราจะดียิ่งขึ้น เราก็เลยมองว่าถ้าเกิดอะไรที่ทำให้องค์กรสามารถก้าวไปข้างหน้าได้เราก็พร้อมที่จะลุยอันนี้ก็คือเป็นนิสัยของเราก็เห็นว่าช่วยคนอื่นได้ด้วย 

เราไม่เคยประกวด การแข่งขันอะไรแบบนี้เลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกแล้วก็ได้ติดอันดับ 1 ใน 5 ของการประกวด บริษัทสตาร์ทอัพลงประกวดเยอะ ทำให้เห็นว่าคนไทยเนี่ยเก่งเยอะมากแต่แค่ว่าเราแค่ไม่มีโอกาสให้ได้นำเสนอในสิ่งที่เราคิดแค่นั้นเอง จริง ๆ มันไม่ใช่ผลงานของพี่ทั้งหมดพี่เป็นเพียงคนเขียนโปรแกรมตามที่เราได้รับมอบหมายมา ทางทีมช่วยกันไม่ว่าจะเป็นทีมการตลาดและคิดระบบเราก็ทำตามโจทย์ว่าระบบอยากได้อะไรเราก็ทำตามเงื่อนไขนั้นให้สำเร็จ

Q : เว็บไซต์สำนักข่าวออนไลน์ THE STATES TIMES เว็บไซต์ที่คุณบิวเขียนขึ้นมาด้วยตัวเอง 

A : ใช่ค่ะ เป็นคนทำคนเดียว โจทย์คือเว็บไซต์สำนักข่าวต้องขึ้นภายใน 1 เดือน ซึ่งเว็บไซต์นี้ก็ถือว่ายากพอสมควร ปัจจุบันสายอาชีพนี้มีความแตกต่างจากสมัยก่อนเมื่อเมื่อ 10 ปีที่แล้วก็คือว่าสมัยที่พี่ทำงานเนี่ยคือเขาเรียกว่าเป็นลักษณะของการเขียนคนเดียวออกแบบคนเดียว หลังๆมาช่วง 5 ปีหลังมานี้เป็นลักษณะของการพัฒนาระบบ ซึ่งมีการแบ่งงานกันทำ แต่อย่างในเว็บไซต์นี้ค่อนข้างกดดัน เพราะทำเองคนเดียว ซึ่งในบางครั้งเราอาจจะต้องเจองานที่เรากลัวจะทำไม่ทันถือว่าเป็นความท้าทายตัวเองด้วยเหมือนกัน

Q : เป็นโปรแกรมเมอร์จำเป็นต้องเรียนเก่งจริงหรือ ?

A : ตอนที่พี่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เกรดเฉลี่ยแค่ 1.88 เอง ในช่วงตอนเรียนที่โรงเรียนก็ไม่สนใจเรียนคือเรียกว่าติด 0 ติดรอด้วยซ้ำ เป็นเด็กฝ่ายกิจกรรม เมื่อก่อนอยู่วงโยธวาทิตของโรงเรียน ก่อนที่จะมาเข้าสู่การเป็นโปรแกรมเมอร์ในความฝันจริง ๆ คือการเป็นนักดนตรี สอบเข้าจุฬาได้ด้วยแต่ด้วยความที่ฐานะทางบ้านเนี่ยไม่ได้ ก็เลยมาเรียนสายบริหารคอมพิวเตอร์ธุรกิจ

Q : อาชีพ “โปรแกรมเมอร์” อาชีพที่ไม่ตกงานในช่วงยุคโควิด-19

A : โปรแกรมเมอร์ถือได้ว่าเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ไม่ตกงานในยุคโควิด แล้วหลังจากนี้สายโปรแกรมเมอร์จะแรงขึ้นเรื่อยๆเพราะว่าทุกอย่างจะอยู่บนโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์และโลกออนไลน์ทั้งหมดถ้าคุณอยากทำอะไรสักอย่างเช่นคุณจะเปิดร้านขายของออนไลน์ก็ต้องอาศัยโปรแกรมเมอร์เหมือนกัน อีกทั้งการต่อยอดของสายอาชีพนี้เยอะมากเพราะเนื่องจากสายอาชีพนี้เป็นสายอาชีพที่ยังไงบริษัทหลายแห่งก็ต้องการขึ้นอยู่กับว่าคน ๆ นั้นสามารถต่อยอดตัวของเขาเองได้

Q : ฝากถึงคนรุ่นใหม่ที่อยากจะเป็นโปรแกรมเมอร์ 

A : สำหรับพี่เนี่ยคืออันดับแรกต้องถามตัวเองก่อนว่าเราอยากเป็นอะไร ซึ่งปัจจุบันนี้ทุกวันนี้โปรแกรมเมอร์เนี่ยใน YouTube หรือว่า Social Media ต่าง ๆ มีสอนเยอะมากแล้วก็โอกาสของเด็กยุคใหม่เนี่ยมีโอกาสพัฒนาเร็วแล้วก็มีข้อมูลค่อนข้างเยอะมากกว่ายุคพี่ กว่าพี่จะหาความรู้ได้เนี่ยคือพี่ต้องอ่านหนังสือค่อนข้างเยอะเลยแล้วก็ในอินเทอร์เน็ตแทบจะไม่มีคนแชร์ข้อมูลเลยแต่ในปัจจุบันเนี่ยถ้าเกิดเราค้นพบตัวเองแล้วว่า เฮ้ย..ฉันอยากเป็นโปรแกรมเมอร์จริง ๆ ฉันมีความรักในเรื่องของโปรแกรมเมอร์แต่เราต้องชอบความเป็นโปรแกรมเมอร์แล้วเราต้องถามตัวเองว่าเราสามารถที่จะนั่งเขียนโปรแกรมเนี่ยมากกว่า 10 ชั่วโมงได้ไหมด้วยโปรแกรมเมอร์เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งคืนหนึ่งการทำงานเนี่ยงานหนักในที่นี่คือใช้สมองเยอะสมาธิเยอะความกดดันเยอะ

อย่างความกดดันคือหนึ่งกดดันจากตัวเองแล้วกดดันจากเวลาที่เราได้รับงานมาอีกต่างหาก ซึ่งถ้าเกิดว่าเราตอบโจทย์ว่าเราสามารถทำได้ ถ้าเกิดเรารักในงานใดงานหนึ่งต่อให้งานนั้นยากมาก เราก็จะผ่านมันไปได้ถ้าเกิดว่าชอบจริง ๆ เหมือนตอนที่พี่เขียนโปรแกรมเพราะว่าพี่สามารถอยู่กับงานนี้ได้ เราสามารถอยู่กับมันได้ทั้งวัน เหมือนเราพยายามที่จะแก้ปัญหาให้ได้เพราะว่าเกิดจากที่เรารักมันถ้าเกิดเราตอบตัวเองว่าเราชอบงานนี้จริง ๆ เราก็ลุยเลยเพราะว่าพี่คิดว่าโปรแกรมเมอร์ไม่ยากแต่ว่าเราจะต้องฝึกเยอะ ๆ

ทุกวันนี้ที่พี่ยังมองว่าพี่ยังต้องพัฒนาอยู่ทุกวันเพราะเนื่องจากว่าระบบเนี่ยมันมีการพัฒนาทุกวันแล้วก็มีอะไรใหม่ๆมาตลอดคือการที่เป็นโปรแกรมเมอร์เนี่ยเราไม่สามารถที่จะหยุดนิ่งได้เพราะว่าการเขียนโปรแกรมเมื่อ 10 ปีที่แล้วกับวันนี้เขียนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงมันไม่สามารถเอาสิ่งที่เรียนเมื่อ 10 ปีที่แล้วมาใช้กับวันนี้ได้แต่พื้นฐานมันยังคงเดิมอยู่แต่เราต้องรู้จักมันต้องมีการประยุกต์ใช้ให้มันแล้วแต่ยกเว้น Generation ที่มันพัฒนาไปนี่ก็คุยกับตัวเองว่าเอาจริงไหมเราเอาจริง ให้ลุยเลย แล้วสายงานนี้เนี่ยก็อย่างที่ทุกคนเห็นก็คือรายได้ดีแต่ก็แต่ก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบ ความรับผิดชอบที่เราต้องรับผิดชอบอย่างมากเลยทีเดียว 
.

.

.

.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top