Friday, 12 April 2024
POLITICS

ครม. เคาะ แผน “สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย ห่างไกลโควิด” ป้องกัน-ลดอุบัติเหตุ สงกรานต์นี้

เมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาลนางสาวไตรศุลี  ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม. รับทราบแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตามที่ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน(ศปถ.)เสนอ โดยใช้ชื่อในการรณรงค์ว่า “สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย ห่างไกลโควิด” มุ่งเน้นบริหารจัดการในลักษณะพื้นที่เป็นตัวตั้งควบคู่กับการดำเนินการตามมาตรการและแนวทางการดำเนินการเพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด -19 โดยบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกและความตระหนักด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนและประชาชน

นางสาวไตรศุลี กล่าวว่า ได้กำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่สำคัญดังนี้คือ จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 5  เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลสงกรานต์เฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี จำนวนผู้ถูกดำเนินคดีในพฤติกรรมเสี่ยงหลัก เช่น ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ดื่มแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัยและไม่คาดเข็มขัดนิรภัยเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงเทศกาลสงกรานต์เฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี 

นางสาวไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการบริหารจัดการ  เช่น จัดตั้งศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ระดับส่วนกลาง จังหวัด กรุงเทพมหานคร อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทำประชาคมชุมชนหรือหมู่บ้าน จัดตั้งด่านชุมชน รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางท่องเที่ยวอย่างระมัดระวัง 2.ลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม เช่น สำรวจและตรวจสอบถนน จุดเสี่ยง จุดอันตราย จุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้มีความปลอดภัย กำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาบริเวณจุดตัดทางรถไฟ 

3.ลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ เช่น กำกับดูแล ควบคุม รถโดยสารทุกประเภทให้ถือปฏิบัติตามระเบียบ กฎหมาย อย่างเคร่งครัด  ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกหยุดประกอบกิจการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 4.ด้านผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย เช่น การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทั้งการขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ การเสพยาเสพติดหรือของมึนเมา ขับรถย้อนศร  และดำเนินการตามมาตรการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์อย่างเข้มข้น 5.ด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ เช่น จัดเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาล แพทย์ พยาบาล และหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน จัดเตรียมความพร้อมของหน่วยกู้ชีพและกู้ภัย

ครม. ทุ่มงบกลาง 726 ล้านบาทเศษ ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ที่เสียหายจากอุทกภัย 4 จังหวัดภาคใต้

เมื่อวันที่ 7 เมษายน นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า อนุมัติการขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 726.25 ล้านบาท  เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้จำนวน 4 จังหวัด จำนวน 14 รายการ แยกเป็นในส่วนของกรมทางหลวงจำนวน  539.50 ล้านบาท และกรมทางหลวงชนบท จำนวน 186.75 ล้านบาท ซึ่งระหว่างวันที่ 4-16 มกราคม 2564 ได้เกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ 4 จังหวัดได้แก่  จังหวัดนราธิวาส  ปัตตานี  ยะลา และสงขลา ส่งผลให้ทางหลวงแผ่นดินและทางหลวงชนบทได้รับความเสียหาย สร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนผู้ใช้เส้นทาง รวมทั้งส่งผลกระทบต่อการคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์

ครม. ไฟเขียว แก้พ.ร.บ.เครื่องสำอาง เพื่อความรวดเร็ว ในการอนุญาต หวัง เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ภูมิภาคอาเซียน-การค้าโลก

วันที่ 7 เมษายน นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ)เครื่องสำอาง ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.เครื่องสำอางพ.ศ.2558 เกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาเครื่องสำอาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพิจารณาอนุญาตเครื่องสำอางให้เหมาะสมและรวดเร็ว ซึ่งกำหนดให้ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศทำหน้าที่ในการประเมิน การตรวจวิเคราะห์ และตรวจสอบทางวิชาการ เพื่อให้สอดคล้องกับความรู้และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยผู้ยื่นคำขอเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ

นางสาวไตรศุลี กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า  การผลิตเครื่องสำอางเพื่อขาย หรือการนำเข้าเครื่องสำอาง มีกระบวนการพิจารณาอนุญาตที่ซ้ำซ้อน และกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องขอให้ตรวจสถานที่ เพื่อขอหนังสือรับรองประกอบการส่งออก  ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเครื่องสำอางพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้การดำเนินการเกิดความล่าช้า จึงต้องเสนอแก้ไขเพิ่มเติมกระบวนการพิจารณาอนุญาตเครื่องสำอางดังกล่าว ซึ่งจะช่วยรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสุขภาพ ทั้งในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับการค้าโลก

ครม.ไฟเขียว โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี วงเงิน 11,629 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบหลักการโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี กรอบวงเงิน 11,629.65 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี (2565-2570) เป็นเงินงบประมาณจำนวน 7,764.00 ล้านบาท และ เงินนอกงบประมาณ จำนวน 3,865.65 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีอาคารใหม่ ทดแทนอาคารเดิมที่ใช้งานมากว่า 50 ปี รวมทั้งขับเคลื่อนความร่วมมือย่านนวัตกรรมโยธี เชื่อมโยงสถาบันทางการแพทย์เป็นเครือข่ายที่จะใช้ทรัพยากรร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

โดยโครงการดังกล่าวฯเป็นการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีอาคารใหม่ จำนวน 4 อาคาร ในที่ดิน 16 ไร่ 3 งาน 30 ตารางวา ด้านหน้าขององค์การเภสัชกรรมที่ตั้งอยู่ตรงข้ามคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี  รวมพื้นที่ก่อสร้างทั้งสิ้น 275,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย 1.อาคารโรงพยาบาลมีความสูง 28 ชั้น ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น พื้นที่ 191,000 ตารางเมตร ให้บริการสุขภาพแก่ประชาชนทั่วไป ได้แก่ พื้นที่สำหรับหน่วยเวชระเบียน ประชาสัมพันธ์ แผนกพยาธิวิทยา แผนกรังสีวิทยา นิติเวชวิทยา แผนกผ่าตัด หน่วยตรวจผู้ป่วยนอก หอผู้ป่วยในสามัญ หอผู้ป่วยพิเศษ และหอผู้ป่วยวิกฤตรวมมีขนาดประมาณ 800 เตียง และเป็นพื้นที่ย่านนวัตกรรมโยธี ประกอบด้วย ศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์(MIND CENTER: Medical Innovations Development Center)  Co Working Space ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบตามความเหมาะสมของการใช้งาน Clinical research center  สำหรับการบริหารจัดการการทำวิจัยทางคลินิก และสำนักงานบริหารจัดการ (Administrative office) 

2.อาคารสาธารณูปโภคสูง 4 ชั้น พื้นที่ 8,000 ตารางเมตร เป็นพื้นที่สนับสนุนการให้บริการสุขภาพ ได้แก่ ฝ่ายสารสนเทศ ฝ่ายโภชนาการ หน่วยปลอดเชื้อ และงานผ้า

3.อาคารจอดรถสูง 10 ชั้น พื้นที่ 40,000 ตารางเมตร จอดรถได้ประมาณ 1,200 คัน

4.อาคารสำนักงานสูง 10 ชั้น (อาคาร Buffer) พื้นที่ 36,000 ตารางเมตร รองรับพื้นที่ใช้สอยเดิมขององค์การเภสัชกรรม ได้แก่ สำนักงาน สหกรณ์ออมทรัพย์ พื้นที่สวัสดิการต่าง ๆ และอื่น ๆ ก่อนย้ายออกไปใช้พื้นที่ใหม่ที่จังหวัดปทุมธานีในปี 2573

“การสร้างย่านนวัตกรรมโยธี Yothi medical Innovation District : YMID) สอดคล้องกับแนวคิดพัฒนาการบริการทางการแพทย์สู่อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารด้านสาธารณสุขและสุขภาพให้เข้าสู่ระดับสากล แข่งขันได้  มุ่งสู่ความเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ ในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป็นไปตามนโยบายที่ทุกรัฐบาลได้ผลักดันไว้

"ณัฐชา" จี้ รบ.เร่งจัดหาและกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชี้ ต้องจัดการปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แก้ที่ปลายเหตุด้วยการสั่งปิดสถานบันเทิง

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งนี้ ส่งผลต่อปากท้องความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง ซึ่งเป็นระยะเวลา 1 ปีเต็มที่ประชาชนต้องแบกรับผลกระทบด้านเศรษฐกิจโดยไม่ได้รับการดูแลและเยียวยาอย่างทันท่วงทีและครบถ้วนจากรัฐบาล แน่นอนว่าเมื่อมีการแพร่ระบาดระลอก 3 แล้ว การระบาดระลอก 4-5 ก็ตามมาเช่นกัน คำถามคือ รัฐบาลเตรียมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นไว้อย่างไรบ้าง 

นายณัฐชา กล่าวต่อว่า การจัดลำดับการฉีดวัคซีน รัฐบาลควรฉีดให้ผู้ทำงานที่มีกลุ่มเสี่ยง อย่างแรงงานและผู้ประกอบการกลางคืนเป็นอันดับเเรก เพื่อเป็นการป้องกันเเละแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด แต่สิ่งที่รัฐบาลกระทำอยู่ คือให้ประชาชนรอความพร้อมของวัคซีนไปเรื่อยๆ จะมาเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น จะกระจายฉีดได้แค่ไหนก็แค่นั้น ไม่มีความตื่นตัวและเย็นชาต่อความเดือดร้อน แต่ที่เลวร้ายที่สุด คือ มักกล่าวโทษประชาชนอย่างสม่ำเสมอโดยไม่เคยดูพฤติกรรมของตนเองหรือรัฐมนตรีรอบข้างเลย นอกจากนี้ ยังไม่เคยเห็นการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ระบาดในครั้งใหม่ที่พร้อมจะแรงขึ้นได้ตลอดเวลา รัฐบาลควรมีวิสัยทัศน์ในการไปมองไปข้างหน้าเพื่อแก้ไขปัญหาจากต้นตอมากกว่านี้ ไม่ใช่เมื่อเกิดเหตุทีก็กลับไปจัดการปัญหาที่ปลายเหตุ เพื่อให้ดูเหมือนว่าบริหารจัดการสถานการณ์แล้ว เช่น การสั่งปิดสถานบันเทิงโดยไม่เตรียมมาตรการเยียวยารองรับ ในภาวะเศรษฐกิจที่กำลังจะฟื้นตัวและผู้ประกอบการกำลังลืมตาอ้าปาก การสั่งแบบเหมารวมให้หยุดดำเนินธุรกิจย่อมส่งผลกระทบต่อครอบครัวของพวกเขาอีกหลายชีวิต การกระทำเช่นนี้เป็นการผลักภาระให้ประชาชน โดยไม่เคยหามาตรการในการเเก้ไขปัญหาปัญหาอย่างตรงจุดหรือชดเชยให้ประชาชนเเม้สักนิดเดียว 

“สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนต่อการบริหารจัดการของภาครัฐเเละกระทรวงสาธารณสุข ในการบริหารจัดการวัคซีนล่าช้าจนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประชาชน เช่น ในพื้นที่เขตบางขุนเทียน มีประชาชนอีกหลายชีวิตที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน เเต่พวกเขายังต้องหาเลี้ยงครอบครัวไปพร้อมกับการปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข สิ่งสำคัญที่สุด คือ รัฐควรมีมาตรการกระจายวัคซีนอย่างทั่วถึง เพื่อคืนชีวิตปกติให้กลับมาโดยเร็วและลดการกระจายความเสี่ยงในการเเพร่ระบาดของไวรัสโควิด” นายณัฐชา กล่าว

นายณัฐชา กล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลเเละนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีเเละรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เร่งการจัดหาวัคซีนและกระจายวัคซีนให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด อีกทั้งควรจัดลำดับความสำคัญต่อการฉีดวัคซีนให้บุคลากรทางการเเพทย์อย่างครบถ้วน เพราะพวกเขาเปรียบเสมือนด่านหน้าในการรับมือโควิด นอกจากนี้ ผู้ประกอบการสถานบันเทิงเเละบุคลากรที่ทำงานกลางคืน หรือบุคลากรในภาคท่องเที่ยวก็ควรได้รับวัคซีนเป็นอันดับต้น ๆ เพื่อวางฐานรากในการฟื้นฟูภาคเศรษฐกิจเเละปากท้องของประชาชนให้คืนกลับมาได้โดยเร็ว 

รมว.แรงงาน เผยครม.เห็นชอบขยายเวลาตรวจโควิด-19  และตรวจอัตลักษณ์เพิ่ม 2 เดือน

ครม.มีมติเห็นชอบตามที่ กระทรวงแรงงาน เสนอขยายเวลาดำเนินการตรวจหาโรคโควิด-19 และจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) ถึงวันที่ 16 มิ.ย. 64 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากการประเมินสถานการณ์แรงงานต่างด้าวของที่ประชุมคบต. พบบางส่วนอาจไม่สามารถดำเนินการตรวจหาโรคโควิด-19 และจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) ได้ทันกำหนดภายในวันที่ 16 เมษายน 64 ดังนั้น เพื่อให้คนต่างด้าวสามารถอยู่ในราชอาณาจักรและทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นายจ้าง/สถานประกอบการมีแรงงานในการขับเคลื่อนกิจการได้ต่อไป  โดยคนต่างด้าวดังกล่าวก็อยู่ในการกำกับดูแลของหน่วยงานภาครัฐ สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงของการแพร่ระบาดโควิด - 19 รวมถึงบริหารจัดการคนต่างด้าวที่ลักลอบอยู่ในราชอาณาจักรอย่างมีประสิทธิภาพ  ครม.จึงมีมติเห็นชอบให้แรงงานต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2563 ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564  ขยายระยะเวลาดำเนินการตรวจโควิด - 19 และจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) จากเดิมภายในวันที่ 16  เมษายน 64 เป็นวันที่ 16 มิถุนายน 64  และในส่วนขั้นตอนอื่นให้ดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดเดิม

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร รองปลัดกระทรวงแรงงาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ วันที่ 5 เม.ย. 64  พบว่ามีคนต่างด้าวที่ผ่านการตรวจโควิด - 19 และขึ้นทะเบียนประกันสุขภาพแล้วประมาณ 170,000 คน และมีคนต่างด้าวที่ผ่านการจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) แล้วประมาณ 422,000 คน จากคนต่างด้าวลงทะเบียนทั้งสิ้น จำนวน 654,864คน ซึ่งประเมินสถานการณ์แล้วว่าไม่สามารถดำเนินการทันตามระยะเวลาที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ต่อจากนี้ขอให้นายจ้าง/สถานประกอบการพาคนต่างด้าว นัดหมายเข้ารับการตรวจคัดกรองโควิด – 19 และซื้อประกันสุขภาพกับสถานพยาบาลของรัฐ  พร้อมทั้งดำเนินการจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้เสร็จสิ้นตามกำหนด เนื่องจากจะไม่มีการผ่อนผันเพื่อขยายเวลาดำเนินการอีกต่อไป ทั้งนี้เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาดำเนินการ กรมการจัดหางานจะตรวจสอบ และดำเนินคดีอย่างจริงจัง 

“สำหรับผู้ต้องการสอบถามขั้นตอนขอรับใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว ติดต่อได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 หรือที่ไลน์ @Service_Workpermit หรือที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 ซึ่งมีการจัดล่ามในภาษากัมพูชา เมียนมา และอังกฤษ ให้บริการข้อมูลข่าวสาร และแนะนำวิธีการดำเนินการ” นายไพโรจน์ฯ กล่าว

‘บิ๊กตู่’ยันแก้ปัญหาหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว ยึดประโยชน์ ปชช.เป็นหลัก ‘วอน’ทุกส่วนร่วมมือแก้ อย่าทะเลาะขัดแย้ง จับผิดจนเดินต่อไม่ได้ ‘เผย’ขั้นตอนเหลือเพียงนำเข้า ครม.พิจารณา

วันที่ 7 เมษายน 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีครบกำหนด 60 วัน ที่บีทีเอสทวงหนี้เดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย  ที่กทม.ติดค้างไว้เป็นจำนวนเงินกว่า 30,000 ล้านบาท รัฐบาลได้พิจารณาเรื่องนี้อย่างไร ว่า ตนทราบถึงความเดือดร้อน ซึ่งตนเอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลักในการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ขณะนี้ขั้นตอนเหลือเพียงนำเข้าครม.เพื่อพิจารณา และจะไปสู่เรื่องของการเจรจาที่มีการพูดคุยหารือมาบ้างแล้ว เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นสิ่งที่ตนต้องคำนึงถึงที่สุด คือความเดือดร้อนของประชาชน ความต้องการของประชาชน เพราะฉะนั้นรัฐก็ต้องแก้ไข ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องตรงนี้ก็ช่วยกันแก้ไข หลาย ๆ เรื่องบางทีปัญหาเกิดมาซับซ้อนหลายอย่างด้วยกัน เราก็ต้องมาแก้ เมื่อแก้ก็มีปัญหาอื่นตามมาด้วยเสมอ รัฐบาลก็จำเป็นต้องแก้ให้ถูกต้อง ไม่ให้เป็นปัญหาต่อรัฐบาลในอนาคตด้วย 

ก็ขอความร่วมมือกับภาคเอกชน ธุรกิจต่างๆด้วย ว่าจะทำอย่างไรให้สามารถเดินได้โดยเร็ว แล้วบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน และราคาต้นทุนที่มันไม่สูงเกินไปนัก มันก็เดินได้หมด ถ้าทุกคนจะเอาคนละอย่างสองอย่าง แล้วมันหารือกันไม่ได้ ตกลงกันไม่ได้มันก็เดินไม่ได้ ทั้งที่เรามีความพร้อมที่จะเปิดเดินรถอยู่แล้ว และบางระยะเปิดให้บริการไปแล้วแต่ไม่ได้เก็บค่าโดยสาร นั่นคือสิ่งที่ประชาชนได้รับประโยชน์แล้วส่วนหนึ่ง ดังนั้น สิ่งใหม่คือต้องหาวิธีการที่เหมาะสม ถ้ามัวแต่ทะเลาะกัน ขัดแย้งกัน จับผิดจับถูกกันอยู่แบบนี้มันก็ไปไม่ได้สักอย่าง ขอฝากไว้ด้วยแล้วกัน รัฐบาลจะทำให้ดีที่สุด โดยคำนึงถึงผู้ได้รับประโยชน์คือประชาชนในทุก ๆ เรื่อง

นฤมล เยือนกระบี่  หนุนแรงงานภาคเกษตร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานเยือน จ.กระบี่ เดินหน้าสร้างแรงงานคุณภาพภาคการเกษตร สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศอย่างยั่งยืน

วันที่ 7 เมษายน 2564 ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานพร้อมด้วยร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เพื่อพบปะเกษตรกรและร่วมชี้แจงแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินทำกินในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) พร้อมมอบเมล็ดพันธุ์เพื่อนำไปปลูกบำรุงดิน หลังจากนั้นได้เยี่ยมชมกิจกรรมกระทรวงแรงงานเคลื่อนที่เพื่อประชาชน การจัดแสดงภารกิจของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดกระบี่ 5 หน่วยงาน ซึ่งได้เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ภารกิจของกระทรวงแรงงานที่เกี่ยวข้องกับแรงงานภาคการเกษตร ณ ตำบลเขาพนม อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่

ศาสตราจารย์ นฤมล กล่าวว่า หนึ่งในนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงแรงงาน เน้นการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน และการสร้างภาคีเครือข่ายกับหน่วยงานภายนอก เพื่อให้ความช่วยเหลือและดูแลแรงงานให้มีงานทำ ซึ่งต้องปูพื้นฐานและส่งเสริมให้มีความรู้ความสามารถด้านทักษะฝีมือ เพื่อให้สามารถเข้าสู่ระบบการจ้างงานหรือประกออบอาชีพอิสระได้ ได้มอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานดำเนินการภายใต้แนวคิด “สร้าง ยก ให้ รวมไทยสร้างชาติ” คือ สร้างแรงงานให้เป็นแรงงานคุณภาพ ยกระดับฝีมือให้ได้มาตรฐาน และมีทักษะที่หลากหลาย รวมถึงสามารถประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป และให้โอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้มากขึ้น การลงพื้นที่ จ. กระบี่ในวันนี้ เพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคจากแรงงานภาคการเกษตรในเขตจังหวัดกระบี่ รวมถึงความต้องการให้กระทรวงแรงงานให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ภายใต้ภารกิจของกระทรวง เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างแท้จริง ช่วยให้แรงงานมีงานทำ มีรายได้ ดูแลตนเองและครอบครัวต่อไป

สำหรับกิจกรรมกระทรวงแรงงานเคลื่อนที่เพื่อประชาชน ประกอบด้วย โครงการแรงงานสัญจรพบประชาชนพื้นที่จังหวัดกระบี่ การประชาสัมพันธ์การป้องกันยาเสพติด การป้องกันโควิด-19 โดยสำนักงานแรงงานจังหวัดกระบี่ การรับสมัครงาน ให้คำปรึกษาการประกอบอาชีพ  การรับงานไปทำที่บ้าน เอกสารเผยแพร่การรับสมัครงาน โดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดกระบี่ รับสมัครฝึกอบรม  สาธิตการฝึกอาชีพการทำผ้ามัดย้อม และการตัดผมชาย โดยสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานกระบี่ การให้คำปรึกษาแนะนำ การรับคำร้องทุกข์ร้องเรียน เกี่ยวกับสภาพการจ้างแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบ และให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายความปลอดภัยในการทำงาน โดยสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดกระบี่ และการให้ความรู้ในเรื่องสิทธิประโยชน์กับผู้ประกันตน การรณรงค์ส่งเสริมการสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 และรับสมัครผู้ประกันตน มาตรา 40 โดยสำนักงานประกันสังคมจังหวัดกระบี่ 

“แรงงานที่ต้องการพัฒนาทักษะฝีมือ รวมถึงพัฒนาทักษะอื่น ๆ สามารถติดต่อสมัครฝึกอบรมได้ที่หน่วยงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งมีอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 4 ปัจจุบันมีการปรับหลักสูตรให้ทันต่อเทคโนโลยี และรองรับวิถีชีวิตใหม่ อย่างต่อเนื่อง เพื่อจะได้นำไปต่อยอดในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ต่อไป” รมช.แรงงาน กล่าวทิ้งท้าย

‘บิ๊กตู่’ ขอทุกคนการ์ดไม่ตก พร้อมเร่งฉีดวัคซีนคุมโควิด-19 เผยสงกรานต์ต้องเข้มงวดมากขึ้น จำเป็นต้องปิดกิจการที่ไม่ได้มาตรฐาน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 ว่า รัฐบาลมีความห่วงใย และจำเป็นต้องหามาตรการที่เหมาะสมทั้งในการควบคุมการแพร่ระบาด มาตการด้านเศรษฐกิจ และความรู้สึกของประชาชน พร้อมเร่งรัดการฉีดวัคซีนให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ขณะนี้ เป็นปัญหาระดับโลก ที่การแพร่ระบาดรุนแรงขึ้น แม้แต่พื้นที่ที่ผลิตวัคซีน ก็มีการแพร่ระบาด

ดังนั้น สิ่งสำคัญขอให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข ใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม รู้จักยับยั้งชั่งใจ เพราะ เรื่องนี้ส่งผลทั้งต่อครอบครัว และสังคม สำหรับ มาตรการป้องกันการแพร่ระบาด นายกรัฐมนตรีไม่ต้องการจะปิดสถานที่ทุกแห่ง แต่รัฐจำเป็นต้องปิดสถานบริการบางแห่งบางพื้นที่ หากดำเนินการตามมาตรฐานไม่ครบ ซึ่งจำเป็นต้องปิดทันที

อย่างไรก็ดี สถานการณ์การแพร่ระบาดขณะนี้ ถือว่ายังคงรับได้อยู่ แต่ให้เตรียมการ โรงพยาบาลสนาม ในกรุงเทพมหานคร โดยให้ กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทยไป จัดเตรียมให้พร้อม และหากยังไม่เพียงพอ ได้มอบหมายให้ กระทรวงกลาโหม จัดหาพื้นที่เพิ่มเติมด้วย

นอกจากนี้ มอบอำนาจให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด สสจ. พิจารณา ออกมาตรการเพิ่มเติม ตามความจำเป็น แต่ข้อสำคัญต้องการ์ดไม่ตก โดยเฉพาะ การจัดกิจกรรมช่วงสงกรานต์ต้องเข้มงวดมากขึ้น สำหรับการรดน้ำดำหัว อาจต้องเว้นระยะห่าง ซึ่งหากรดน้ำดำหัวไม่ได้ ก็ขอให้รดพระพุทธรูปที่บ้าน

ในช่วงท้ายพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึง กรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ ติดเชื้อ โควิด-19 ว่า “ก็รักษาพยาบาลกันไปก็เหมือนกับประชาชนทุกคนที่ต้องดูแลและรักษาเมื่อเจ็บป่วย”

เมื่อถามว่าเครียดหรือไม่พลเอกประยุทธ์กล่าวย้ำว่าไม่เครียดไม่เครียดก็ต้องร่วมมือกันสร้างความเชื่อมั่นต่อไป

‘บิ๊กตู่’แสดงความยินดี"โปรเหมียว"คว้าแชมป์กอล์ฟระดับเมเจอร์ ‘ย้ำ’นโยบายคัดเลือกนักกีฬาช้างเผือกเพิ่ม

วันที่ 7 เมษายน 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีโดยกล่าวแสดงความยินดีกับ น.ส ปภังกร ธวัชธนกิจ หรือ โปรเหมียว นักกอล์ฟไทย คนที่ 2 ที่คว้าแชมป์ระดับเมเจอร์มาครอง โดยตนเองได้ติดตามการแข่งขันมาโดยตลอด โชคดีที่ทำคะแนนมาได้สูง และทำได้ดี จนทำให้ชนะได้ ซึ่งจะเป็นแนวทางที่จะนำไปสู่การแข่งขันระดับสูง​ต่อไป และขอเป็นกำลังใจให้กับโปรเหมียว 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ยังได้ให้นโยบายกับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในการหานักกีฬาใหม่ ๆ ว่าจะทำอย่างไรให้มีนักกีฬาใหม่มาเพิ่มขึ้น ให้มีรูปร่างเป็นนักกีฬาจริง ๆ เพราะบางครั้งรูปร่างคนไทยตัวเล็ก ความเข้มเข้มแข็ง อดทน อาจมีไม่มากนัก จึงอาจสู้ไม่ได้ในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นกีฬาเดี่ยวหรือกีฬาทีม ก็ได้มีการให้นโยบายด้านวิทยาศาสตร์และการกีฬา ให้มีการคัดเลือกนักกีฬาช้างเผือก และนักกีฬาที่มีพรสวรรค์เข้ามา เมื่ออายุมากขึ้น ก็ให้ไปเป็นโค้ชหรือผู้แนะนำซึ่งสามารถนำไปเป็นอาชีพหนึ่งได้ ซึ่งตนเองให้การสนับสนุน โดยขอให้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา หามาตรการที่เหมาะสมในการเปิดช่องทางให้ทุกคนสมัครเข้ามาคัดเลือก เมื่อถึงเวลาที่ขาดแคลนนักกีฬาก็สามารถเข้ามาเติมได้ทันที

“บิ๊กตู่”ขอทุกคนการ์ดไม่ตก เร่งฉีดวัคซีนคุมโควิด-19 เผยสงกรานต์ต้องเข้มงวดมากขึ้น จำเป็นต้องปิดกิจการที่ไม่ได้มาตรฐาน    

วันที่ 7 เมษายน 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม คาม.ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่า รัฐบาลมีความห่วงใย และจำเป็นต้องหามาตรการที่เหมาะสมทั้งในการควบคุมการแพร่ระบาด มาตการด้านเศรษฐกิจ และความรู้สึกของประชาชน พร้อมเร่งรัดการฉีดวัคซีนให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ขณะนี้ เป็นปัญหาระดับโลก ที่การแพร่ระบาดรุนแรงขึ้น แม้แต่พื้นที่ที่ผลิตวัคซีน ก็มีการแพร่ระบาด

ดังนั้น สิ่งสำคัญขอให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข ใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม รู้จักยับยั้งชั่งใจ เพราะ เรื่องนี้ส่งผลทั้งต่อครอบครัว และสังคม สำหรับ มาตรการป้องกันการแพร่ระบาด นายกรัฐมนตรีไม่ต้องการจะปิดสถานที่ทุกแห่ง แต่รัฐจำเป็นต้องปิดสถานบริการบางแห่งบางพื้นที่ หากดำเนินการตามมาตรฐานไม่ครบซึ่งจำเป็นต้องปิดทันที 

อย่างไรก็ดี สถานการณ์การแพร่ระบาดขณะนี้ ถือว่ายังคงรับได้อยู่ แต่ให้เตรียมการ โรงพยาบาลสนาม  ในกรุงเทพมหานคร โดยให้ กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทยไป จัดเตรียมให้พร้อม และหากยังไม่เพียงพอ ได้มอบหมายให้ กระทรวงกลาโหม จัดหาพื้นที่เพิ่มเติมด้วย

นอกจากนี้ มอบอำนาจให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด สสจ. พิจารณา ออกมาตรการเพิ่มเติม ตามความจำเป็น แต่ข้อสำคัญต้องการดไม่ตก โดยเฉพาะ การจัดกิจกรรมช่วงสงกรานต์ต้องเข้มงวดมากขึ้น สำหรับการรดน้ำดำหัว อาจต้องเว้นระยะห่าง ซึ่งหากรดน้ำดำหัวไม่ได้ ก็ขอให้รดพระพุทธรูปที่บ้าน

ในช่วงท้ายพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึง กรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ ติดเชื้อ โควิด-19 ว่า “ ก็รักษาพยาบาลกันไปก็เหมือนกับประชาชนทุกคนที่ต้องดูแลและรักษาเมื่อเจ็บป่วย”

เมื่อถามว่าเครียดหรือไม่พลเอกประยุทธ์กล่าวย้ำว่าไม่เครียดไม่เครียดก็ต้องร่วมมือกันสร้างความเชื่อมั่นต่อไป

“สงคราม”อัด “วิษณุ”โกหกรายวันเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ชี้แก้รายมาตราไม่เกิดประโยชน์ประชาชนชี้ต้องรื้อ”ระบอบประยุทธ์”

วันที่ 7 เมษายน 2564 นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อชาติ เปิดเผยว่า ข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญของนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้แก้เพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่การแก้ไขครั้งนี้เพื่อประโยชน์ของพรรคพลังประชารัฐ ทั้งนี้การไม่ตัดอำนาจสมาชิกวุฒิสภาหรือ ส.ว. ก็ไม่ควรจะเสนอมา เพราะไม่เกิดเกิดประโยชน์อะไร ทั้งนี้การที่ ส.ว.ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน แต่ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นนั่งร้านให้เพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อสร้างอำนาจและก้าวขึ่นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ง่ายเท่านั้น ไม่มีปัจจัยอื่น จึงเป็นสิ่งไม่ถูกต้องหากยังคงให้ส.ว.ทั้ง 250 คนเถลิงอำนาจต่อไป

ดังนั้นพรรคเพื่อชาติ มีความคิดเห็นไปในทิศทางเดี่ยวกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน คือ เดินหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 256 ถือเป็นวิธีการที่ถูกต้องที่สุด เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาต้องรื้อทั้งหมด การแก้ไขรัฐธรรมนูญถ้าไม่แก้ทั้งฉบับก็ไม่มีประโยชน์ ไม่มีทางหยุดระบอบประยุทธ์ได้ เพราะการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ตามที่มีการเสนอมาไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน เป็นการแก้ไขแค่เปลือกของรัฐธรรมนูญเท่านั้น

นายสงคราม กล่าวด้วยว่า พลเอกประยุทธ์ แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่รัฐบาลตต้องดำเนินการ แต่ที่ผ่านมาพบว่า พลเอกประยุทธ์ ไม่มีความจริงใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ พลเอกประยุทธ์อ้างว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวเป็นเรื่องของรัฐสภา ทั้ง ๆ ที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้าสภาเป็นร่างของรัฐบาล แต่ถึงเวลาไม่อยากแก้ก็ให้คว่ำแต่ตัวเองลอยตัวเหนือปัญหา

“ กรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแถลงนโยบายที่ให้ไว้กับสภา เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลอยากให้ไปดูว่านโยบายเร่งด่วนแต่นายวิษณุกลับบอกว่าไม่จำเป็นต้องดำเนินการ เพราะไม่ใช่เรื่องด่วน ชัดเจนว่าการเขียนเรื่องการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญในนโยบายรัฐบาลเป็นการเขียนเพื่อเอาไว้หลอกพรรคร่วมรัฐบาลและโกหกประชาชนเท่านั้น รัฐบาลไม่มีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาประเทศอย่างแท้จริง เลือกที่จะโกหกไปวัน ๆ จนเชื่อว่าเรื่องที่โกหกเป็นเรื่องจริงแล้ว” นายสงครามกล่าว

ภายหลัง จากที่ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน หลังอดอาหารสู่สัปดาห์ที่ 3 ล่าสุด เพจ เพนกวิน - พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak โพสต์ข้อความระบุว่า...ครบรอบ 3 สัปดาห์ แห่งการอดอาหาร

การอดอาหารประท้วงความยุติธรรมของผมล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 แล้ว และเป็น 2 สัปดาห์ที่ผมไม่ดื่มอะไรเลยนอกจากน้ำและเกลือแร่ สุขภาพกายของผมก็เป็นไปตามสภาพของคนที่ไม่ได้กินอาหาร แขนและขาของผมร่วงโรยไม่อาจเดินระยะไกล ๆ ได้เอง ต้องอาศัยคนพยุงและรถเข็น และต้องมีสายน้ำเกลือห้อยติดตามตัวมาเป็นเวลาเกือบ 10 วันแล้ว อย่างไรก็ตาม สุขภาพใจและความคิดของผมยังคงเข้มแข็ง และผมตั้งใจจะอดอาหารไปจนกว่าศาลจะตอบคำถามว่าด้วยตามยุติธรรม 3 ข้อ ดังต่อไปนี้

1. ศาลเคยกล่าวกับผมว่า “ศาลเป็นกลางและเป็นธรรม” หากศาลเป็นกลางและเป็นธรรมจริง เหตุใดท่านจึงปล่อยตัวแกนนำ กปปส. 8 คน ซึ่งถูกศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วว่ามีความผิด แต่กลับคุมขังพวกผมไว้ทั้งที่ยังไม่มีศาลใดพิพากษาว่าพวกผมมีความผิดใดๆ เลย

2. ศาลเคยกล่าวกับผมว่า “ศาลให้สิทธิพวกผมต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่” แต่พวกผมจะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ได้อย่างไร ในเมื่อท่านชิงคุมขังผมไปก่อนแล้ว ผมก็ไม่สามารถไปหาพยานหลักฐานมาสู้คดีได้แล้ว จะปรึกษาทนายความก็ทำได้อย่างจำกัดและต้องพูดผ่านโทรศัพท์ซึ่งอาจถูกดักฟัง แม้กระทั่ง การจะพูดคุยกับเพื่อนที่ถูกฟ้องร้องด้วยกันก็ทำได้ลำบาก เช่นนี้หรือคือสิทธิการสู้คดีอย่างเต็มที่ดังที่ศาลกล่าว

3. ศาลเคยกล่าวกับผมว่า “ศาลไม่มีอคติและไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง” แล้วเหตุใดท่านจึงเขียนในคำสั่งไม่ให้ประกันตัวผม ว่าผมเป็นผู้ที่เหยียบย่ำหัวใจของคนไทยผู้จงรักภักดีทั้งประเทศ และยังบอกด้วยว่าการปราศรัยของผมตามเวทีต่างๆ เป็นการกระทำความผิดซ้ำซาก ทั้งที่ยังไม่มีศาลใดตัดสินว่าผมมีความผิดเลย ศาลได้ใช้อคติตัดสินโดยไม่ต้องไต่สวนไปแล้วว่าให้ผมมีความผิดใช่หรือไม่

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการอดอาหารของผมจะส่งผลให้ศาลลุกขึ้นมาตอบคำถามเหล่านี้ ไม่ใช่ต่อตัวผม แต่ต่อคนทั้งสังคมที่กำลังจับจ้องท่านอยู่

อนึ่ง ผมได้รับจดหมายจากพี่น้องหลายคนร้องขอให้ผมยุติการอดอาหาร ผมไม่อาจยุติการอดอาหารและใช้ชีวิตต่อไปได้โดยไม่มีสิทธิ เสรีภาพ และความยุติธรรมได้ เพราะสิทธิ เสรีภาพ และความยุติธรรมนี้ไม่ได้ถูกปล้นไปจากเฉพาะตัวผม แต่จากคนทั้งชาติ ผมขอขอบคุณทุกความเป็นห่วงที่มีให้ผม และขอให้ทุกท่านที่เป็นห่วงและเข้าใจเจตนารมณ์การต่อสู้ของผม ร่วมกันถามคำถามทั้ง 3 ข้อนี้ต่อศาล ไม่ว่าจะยืนอยู่หน้าศาล การเขียนจดหมาย การโทรถามหรือวิธีการอื่นใด เพื่อให้ศาลได้ตระหนักคิดว่าพวกเขาไม่ใช่เจ้านายประชาชน แต่เป็นผู้รับใช้ประชาชน และต้องรับผิดชอบต่อประชาชน

เพนกวิ้น-พริษฐ์ ชิวารักษ์

วันที่ 5 เมษายน 64 ณ สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี


ที่มา : https://siamrath.co.th/n/233570

‘เพื่อไทย’ จี้ ‘ประยุทธ์’ รับผิดชอบ ครม. และ ส.ส. รัฐบาล การ์ดร่วง ต้องกักตัวร่วมร้อยคน โวยห้าม ‘ทักษิณ’ แจกขัน แต่กลับแจกเอง ซัดล้มเหลวทุกด้านทั้งบริหารเศรษฐกิจและการจัดการโควิด

นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ถาม "พล.อ.ประยุทธ์" หลังออกมาเตือนประชาชนให้ระวังการ์ดตก แต่รัฐบาลเองการ์ดร่วง จนรัฐมนตรีเกือบทั้งคณะต้องกักตัวหลังเจอคนติดเชื้อโควิด-19 จะปล่อยให้ประชาชนเผชิญชะตากรรมอีกกี่ครั้ง รัฐบาลมีอำนาจเต็มทุกอย่าง นายกรัฐมนตรีคุมทั้งบริหาร คุมทหาร คุมเศรษฐกิจ แต่ไม่มีทางรอดให้ประชาชนเลย ประชาชนไม่เคยการ์ดตก แต่คนรับกรรมกลับเป็นประชาชนทุกครั้ง การเยียวยาแก้ไขอืดเหมือนเรือเกลือ ขนาดสงกรานต์ไม่ให้สาดน้ำ พรรค พปชร.ยังคิดแจกขัน ไม่เคยแก้ปัญหาตรงจุดเลย !!!

"หลังโควิดกลับมาระบาดอีกรอบในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะคลัสเตอร์ผับทองหล่อพบมีการติดเชื้อหลายราย และเป็นสถานที่ที่มีข่าวลือว่ามีรัฐมนตรีและไฮโซหลายคนอาจติดโควิด-19 เพราะไปนั่งเจรจาธุรกิจในผับวีไอพีแห่งหนึ่งด้วย ที่ไม่ใช่สถานบันเทิงปกติ แต่มีสาวเอนเตอร์เทนนั่งบริการ จนดาวดังที่ทำงานผับดังกล่าวออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าเธอติดโควิด-19 ใครที่อยู่ใกล้ให้รีบไปตรวจ สองในนั้นมีชื่อนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรมว.พลังงานและนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม แม้นมีข่าวว่ามีคนเห็นในสถานที่ดังกล่าวแต่ทั้งคู่ก็ออกมาปฏิเสธ จริงไม่จริงอย่างไรแต่สังคมไปไกล และวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมสะเทือนถึงความไม่น่าเชื่อถือของรัฐมนตรีในรัฐบาลหนักขึ้นไปอีก เป็นที่มาของการแพร่ระบาดของโควิดระลอก 3 ที่เกิดขึ้นจากคนในรัฐบาลเอง และพล.อ.ประยุทธ์ควรหาคำตอบให้ประชาชน ว่า มีรัฐมนตรีคนใดไปเที่ยวในที่อโคจรดังกล่าวเพื่อสกัดการแพร่เชื่อโควิด ก่อนโควิดจะทำรัฐบาลคว่ำทั้งคณะ

"กระทั่งตัวของนายศักดิ์สยาม ที่มีข้าราชการผู้ปฏิบัติงานสำนักงานรมว.คมนาคมที่ตรวจพบเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19มาพบ รวมถึงก่อนหน้านี้ ทีมงานหน้าห้องของนายศักดิ์สยามตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ทำเอางานครบรอบวันเกิดพรรคภูมิใจไทยวุ่นหนัก ทั้งรัฐมนตรีและส.ส.ในพรรคถึง 61 คนต้องขอกักตัวกัน 14 วันและไม่เข้าร่วมประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญในการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. .... ทั้งที่เป็นกฎหมายสำคัญมาก ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ต่อเนื่องในมาตรา 10 ซึ่งเป็นการประชุมร่วมของส.ส.และ ส.ว. ในวันนี้พอดี ซึ่งถ้ากฎหมายพิจารณาไม่ทัน งานเข้ารัฐบาลทันที

"งานนี้ถือเป็นความบกพร่องในการดูแลการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ของรัฐบาลอย่างมาก เพราะคราวนี้รัฐมนตรียังเจอเสียเอง ถึงขั้นลางานไม่เข้าประชุม มีทั้งนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ไม่เว้นกระทั่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูร รมว.สาธารณสุข ยังไม่แน่ว่าเชื้อลามต่อไปที่ไหนต่อไหน

นอกจากนี้ยังมี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ร่วมไปแสดงความยินดีกับพรรคภูมิใจไทย เช่น นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษา นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง, นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา, พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.สงขลา และนายประมวล พงศ์ถาวราเดช ส.ส.ประจวบขีรีขันธ์ โดยทั้งหมด ขอกักตัว 14 วัน โดยไม่ร่วมประชุมร่วมรัฐสภา"

"และดูเหมือนจะลามไปถึงรัฐมนตรีจากพลังประชารัฐ จากนางสาวตรีนุช ต่อไปยังนายวิษณุ เครืองาม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เศรษฐกิจและสังคม และอาจจะต่อไปยังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาด้วย พล.อ.ประยุทธ์ย้ำเรื่องการ์ดอย่าตก แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่เกิดการแพร่จากรัฐบาล เดิมเคยลามจากสถานบันเทิงทองหล่อ คราวนี้ก็ยังมาจากสถานบันเทิงทองหล่ออีก ซึ่งคราวนี้ชัดเจนและหนีไม่พ้น มาจากคนใกล้ตัวรัฐบาลทั้งสิ้น และคนรับกรรมคือประชาชน เพราะหลังจากมีการระบุการแพร่เชื้อย่านทองหล่อต่อมาถึงคณะรัฐมนตรีและดารานักร้อง ผลก็คือการเข้มงวดกับสถานบันเทิงและร้านอาหารถูกควบคุมกลับมาอีกครั้ง ร้านอาหารในกทม.และปริมณฑล ต้องกลับมาปิด 3 ทุ่มและห้ามจำหน่ายแอลกอฮอล์อีก พอมีใครถามอะไรเกี่ยวกับคนใกล้ตัว พล.อ.ประยุทธ์ก็จะย้อนกลับว่า แล้วยังไง แล้วจะให้ผมทำอะไร หลายคนคงอยากจะตอบท่านตรง ๆ ว่า ท่านออกไปเถอะค่ะ บริหารแบบนี้มีแต่ทำให้ประชาชนต้องอยู่กับความเสี่ยงและความล่องลอย อาชีพเปลี่ยนกันหมด ขายจนไม่มีทรัพย์อะไรให้ขายแล้วมันอยู่สภาพหมดตัว ท่านเคยรู็อะไรบ้าง รัฐมนตรีกักตัวยังได้เงินเดือนครบ แต่ประชาชนหยุดงานแบบพวกท่านไม่ได้อดตายทั้งบ้าน เมื่อไหร่พวกท่านจะยอมรับสักทีว่ายิ่งอยู่ประชาชนยิ่งแย่

"แล้วแทนที่จะแก้ไข พรรคพลังประชารัฐที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ก็มาคิดแจกขันลงชื่อพล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรค แจกทั้ง ๆ ที่สงกรานต์ท่านสั่งงดสาดน้ำ หลายคนถามกลับเหมือนกันแจกเอาไปทำอะไร ยุคคสช. ทักษิณแจกขัน พล.อ.ประยุทธ์ย้อนว่าแจกขันทำไม ทำไมไม่แจกตุ่มไว้รองน้ำหน้าแล้ง แล้วคนแจกขันก็โดนจับตั้งข้อหาม.116 ประมวลกฎหมายอาญา ฐานปลุกปั่นทำลายความมั่นคง ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี แต่มาปีนี้ "บิ๊กป้อม" แจกบ้าง ทำไมเงียบเฉย แจกได้ไม่มีปัญหา มีแต่คำถามจากประชาชนหลายคน สวนกลับทันทีว่า เศรษฐกิจไม่ดีถึงแจกขันเตรียมพร้อมให้ประชาชนเป็นอุปกรณ์นั่งถือตามสะพานสอยแย่งอาชีพขอทานเพื่อขอความเมตตาจากคนผ่านไปมาหรืออย่างไร นี่ใช่มั้ยคือสิ่งที่ท่านต้องการ วันนี้เหตุการณ์บ้านเมืองน่าเป็นห่วง ประชาชนลำบาก แต่คนเป็นรัฐบาลยังยิ้มชื่นมื่น ตำรวจก็ดำเนินคดีม็อบแบบไม่ขาดตกบกพร่อง ไม่มีอะไรที่เป็นความหวังให้ประชาชนได้เลย" นางสาวตรีชฎา กล่าว


ที่มา : https://www.posttoday.com/politic/news/649822

"ศรีสุวรรณ" ร้อง กกต.สอบเลือกตั้งเทศบาลลำสามแก้ว จ.ปทุมธานี กรณีทำให้เข้าใจว่าพรรคการเมืองส่งสมัคร พร้อมให้สอบปมแจกขันน้ำ "บิ๊กป้อม"

เมื่อวันที่ 7 เมษายน  2564 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้นำชาวเทศบาลเมืองลำสามแก้ว จ.ปทุมธานี เดินทางมายื่นคำร้องต่อ กกต. หลังจากพบว่ามีการทุจริตการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกเทศบาล ในวันที่ 28 มีนาคม 64 ที่ผ่านมา อันถือได้ว่าเป็นการเลือกตั้งที่มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายประการ

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การกระทำที่อาจเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 มาตรา 65(5) คือ การที่มีผู้สมัครนายกเทศมนตรีและพวก ได้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัคร โดยการชักชวนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ไปลงคะแนนเลือกผู้สมัครสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นด้วยวิธีการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครโดยชัดแจ้ง โดยพบว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตดังกล่าวบางรายและหรือบางกลุ่มอาจดำเนินการที่เข้าข่ายการกระทำที่ให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าพรรคการเมืองเป็นผู้ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรค ซึ่งกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นรับรู้เรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่ต้นกลับมิได้ใช้อำนาจในการยับยั้งหรือตัดสิทธิ์ผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่อย่างใด ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีโทษตาม มาตรา126 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี

นายศรีสุวรรณ ยังกล่าวถึงกรณีล่าสุดที่พรรคพลังประชารัฐ โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐได้ทำขันน้ำจำนวนกว่า 200,000ใบให้ ส.ส.ของพรรคนำไปแจกประชาชนในพื้นที่หาเสียงในช่วงสงกรานต์ ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยจำนวน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของการให้ตามประเพณีหรือเมื่อมีเหตุอันสมควรฯพ.ศ. 2561 และฉบับที่ 2 (พ.ศ.2564) เนื่องจากมีมูลค่าเกินกว่า 3 พันบาท ซึ่งขันน้ำพลาสติกดังกล่าว เมื่อเปรียบเทียบราคาที่มีจำหน่ายกันในท้องตลอดทั่วไปราคจะตกอยู่ประมาณใบละ10-29 บาท ดังนั้นการจัดทำขันน้ำของพล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะอยู่ประมาณ 2-9 ล้าน บาท 

ซึ่งระเบียบดังกล่าวกำหนดว่า “การให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้เกินกว่าจำนวนที่กำหนด ให้นำราคาหรือมูลค่าของเงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ ไปรวมคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อไป” ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมฯ จึงนำความมาร้องเรียนต่อ กกต. เพื่อดำเนินการไต่สวนสืบสวนให้เป็นไปตามครรลองของกฎหมายต่อไป 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top