Wednesday, 28 October 2026
NEWS FEED

N.F.A Advisory ศูนย์บริการธุรกิจ!! ผนึก 3 กลุ่มทุนไทย-จีน รองรับลงทุน-ขยายตลาดครบวงจร ตั้งเป้าสนับสนุนธุรกิจยั่งยืน ลดอุปสรรคข้ามพรมแดนอย่างมั่นใจ

CNR Group – ANNO – Mango Asia ผนึกกำลังเปิดตัว “N.F.A Advisory” ศูนย์บริการธุรกิจไทย–จีนครบวงจร หนุนทุนจีนลงทุนไทย พร้อมพาธุรกิจไทยขยายตลาดจีน

ผสานความเชี่ยวชาญด้านบัญชี ภาษี กฎระเบียบ และกลยุทธ์การตลาดข้ามพรมแดน ให้ผู้ประกอบการเริ่มต้นและขยายธุรกิจได้อย่างมั่นใจในทั้งสองประเทศ

บริษัท เอ็น.เอฟ.เอ แอดไวซอรี่ จำกัด (N.F.A Advisory Co., Ltd.) ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมจัดพิธีลงนามความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง 3 พันธมิตรธุรกิจ ได้แก่ ซีเอ็นอาร์ กรุ๊ป (CNR Group), แอนโน (ANNO) และแมงโก้ เอเชีย (Mango Asia) เพื่อร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มบริการธุรกิจและการลงทุนข้ามพรมแดน (Cross-Border Business & Investment Services) รองรับผู้ประกอบการจีนที่ต้องการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายธุรกิจสู่ตลาดจีน

การจัดตั้ง N.F.A Advisory มีเป้าหมายเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของการดำเนินธุรกิจระหว่างไทยและจีน ซึ่งผู้ประกอบการต้องเผชิญกับความแตกต่างด้านกฎหมาย กฎระเบียบ ระบบบัญชีและภาษี ภาษา ตลอดจนพฤติกรรมผู้บริโภคและวิธีการดำเนินธุรกิจในแต่ละประเทศ โดย N.F.A Advisory จะทำหน้าที่เป็น ศูนย์บริการแบบ One-Stop Service ที่เชื่อมโยงความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการองค์กรเข้ากับการวางกลยุทธ์และการพัฒนาตลาด ช่วยลดความซับซ้อนในการเริ่มต้นธุรกิจ และสร้างความพร้อมสำหรับการเติบโตในระยะยาว

บริการครบวงจร ตั้งแต่ศึกษาตลาด จัดตั้งธุรกิจ ไปจนถึงการขยายตลาด

N.F.A Advisory ออกแบบบริการให้ครอบคลุมความต้องการของผู้ประกอบการในทุกช่วงของการดำเนินธุรกิจ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มบริการหลัก ได้แก่

1. บริการให้คำปรึกษาการลงทุนและการเริ่มต้นธุรกิจ (Market Entry & Investment Advisory)
ครอบคลุมการศึกษาวิจัยตลาด (Market Research) การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางธุรกิจ (Feasibility Study) การตรวจสอบข้อมูลและความน่าเชื่อถือของคู่ค้าทางธุรกิจ (Business Due Diligence) ตลอดจนการประสานงานด้านการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทและการขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนการลงทุนและตัดสินใจเข้าสู่ตลาดใหม่ได้อย่างรอบคอบ

2. บริการบัญชี ภาษี และการบริหารจัดการองค์กร (Accounting, Tax & Corporate Services)
ครอบคลุมการจัดทำบัญชีและงบการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินของไทยที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำหรับกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะและกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ การวางแผนและจัดทำแบบยื่นภาษี งานเลขานุการบริษัท และการบริหารเงินเดือนพนักงาน (Payroll Services) เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจดำเนินงานอย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับข้อกำหนดของประเทศไทย

3. บริการกลยุทธ์การตลาดและการขยายธุรกิจข้ามพรมแดน (Cross-Border Marketing & Business Expansion)
ครอบคลุมการวางกลยุทธ์เข้าสู่ตลาดไทยและจีน การศึกษาผู้บริโภค การพัฒนาช่องทางการขาย การวางแผนการตลาดและสื่อสารแบรนด์ ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนให้บริษัทจีนสามารถสร้างตลาดในประเทศไทย และช่วยให้แบรนด์ไทยเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจในประเทศจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริการทั้งหมดดำเนินงานโดยทีมงานที่สามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาไทย จีน และอังกฤษ เพื่อช่วยลดอุปสรรคด้านการสื่อสารและเพิ่มความคล่องตัวในการประสานงานระหว่างผู้ประกอบการทั้งสองประเทศ

ผสานจุดแข็ง 3 พันธมิตร สร้างระบบสนับสนุนธุรกิจไทย–จีน

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากการนำความเชี่ยวชาญที่แตกต่างแต่เกื้อหนุนกันของทั้ง 3 องค์กรมารวมไว้ภายใต้การให้บริการเดียวกัน

CNR Group นำประสบการณ์กว่า 20 ปีด้านบัญชี ภาษี และการควบคุมคุณภาพงานวิชาชีพ พร้อมเทคโนโลยีบัญชีคลาวด์ AccRevo มาสนับสนุนการพัฒนาระบบการทำงานและมาตรฐานการให้บริการ

ANNO สนับสนุนด้านเครือข่ายลูกค้าและพันธมิตรธุรกิจจีน ตลอดจนการประสานงานและการให้บริการภาษาจีน เพื่อเชื่อมโยงความต้องการของนักลงทุนจีนเข้ากับการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

ขณะที่ Mango Asia รับผิดชอบด้านกลยุทธ์การตลาดข้ามพรมแดน การศึกษาตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค การสื่อสารการตลาด รวมถึงการพัฒนาธุรกิจและเชื่อมโยงโอกาสทางการค้าระหว่างไทยและจีน

คุณนวลศิริ วรเมธาวิวัฒ์ ผู้บริหาร CNR Group กล่าวว่า

“N.F.A Advisory เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะสร้างศูนย์บริการธุรกิจที่นักลงทุนจีนสามารถไว้วางใจได้ ตั้งแต่วันแรกที่ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพราะการเริ่มต้นธุรกิจในต่างประเทศไม่ได้มีเพียงเรื่องการจัดตั้งบริษัท แต่ยังรวมถึงความเข้าใจในระบบบัญชี ภาษี กฎระเบียบ และการบริหารจัดการที่ถูกต้อง

เราจึงนำความเชี่ยวชาญด้านวิชาชีพและระบบการทำงานที่ได้มาตรฐาน มาผสานกับเครือข่ายธุรกิจจีนและความเชี่ยวชาญด้านการตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการมีพันธมิตรที่สามารถดูแลธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง และมีเวลาให้ความสำคัญกับการเติบโตของธุรกิจได้อย่างเต็มที่”

ด้าน ดร.ปณิชา ประทีปะวณิช กรรมการผู้จัดการ Mango Asia กล่าวเสริมว่า

“โอกาสทางธุรกิจระหว่างไทยและจีนยังมีอีกมาก แต่สิ่งที่ท้าทายไม่ใช่เพียงการนำเงินลงทุนเข้าประเทศ หรือการนำสินค้าออกไปจำหน่ายในต่างประเทศเท่านั้น สิ่งสำคัญคือการเข้าใจตลาด เข้าใจผู้บริโภค และสามารถดำเนินธุรกิจภายใต้ระบบและกฎระเบียบของประเทศนั้นได้อย่างถูกต้อง

เราเชื่อว่า การจัดตั้งบริษัทเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การสร้างธุรกิจให้เติบโตได้จริงคือเป้าหมายสำคัญ N.F.A Advisory จึงไม่ได้มุ่งเพียงช่วยให้ธุรกิจจีนเข้ามาเปิดบริษัทในไทย แต่ต้องการสนับสนุนให้ธุรกิจเหล่านั้นสามารถเข้าสู่ตลาด เข้าถึงลูกค้า และสร้างโอกาสทางธุรกิจในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน

ในขณะเดียวกัน เราต้องการใช้ความเข้าใจตลาดจีนและเครือข่ายพันธมิตรที่มีอยู่ ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายตลาดไปยังประเทศจีนได้อย่างมีกลยุทธ์ ลดการลองผิดลองถูก และเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จ”

เดินหน้าสู่การเป็นพันธมิตรระยะยาวของธุรกิจไทย–จีน

N.F.A Advisory มุ่งพัฒนาการให้บริการในรูปแบบพันธมิตรทางธุรกิจระยะยาว (Long-Term Business Partner) โดยเชื่อมโยงบริการตั้งแต่การวางแผนลงทุน การจัดตั้งและบริหารองค์กร ไปจนถึงกลยุทธ์การตลาดและการขยายธุรกิจ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือของภาคเอกชนไทยและจีนในการสร้างระบบสนับสนุนผู้ประกอบการที่ต้องการเติบโตในตลาดระหว่างประเทศ และเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงการลงทุน การค้า และความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างไทยและจีนในอนาคต

N.F.A Advisory พร้อมเปิดให้บริการแก่ผู้ประกอบการและนักลงทุนทั้งไทยและจีนแล้ววันนี้

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
บริษัท เอ็น.เอฟ.เอ แอดไวซอรี่ จำกัด (N.F.A Advisory Co., Ltd.)
อีเมล: [email protected]
โทรศัพท์: 065-159-6928

'วราวุธ' ลุยปราจีนฯ จี้โรงงานแก้ปมน้ำมันรั่ว!! ย้ำเยียวยาชาวบ้านทั้งความเสียหายและความรู้สึก กระทรวงอุตฯ ร่วมงานหน่วยงานต่างฝ่าย แนะทำ CSR เยียวยาความรู้สึกชุมชน สั่งวางแผนป้องกันระยะยาว

"วราวุธ" ลงพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ติดตามแก้ปัญหาคราบน้ำมันรั่วไหล ฝากโรงงานหาวิธีแก้ไขเผื่อในอนาคต กำชับ เยียวยาความเสียหาย แนะ ทำ CSR เยียวยาความรู้สึกชาวบ้าน สั่ง ก.อุตฯ อย่าทำงานคนเดียว ต้องร่วมกับทุกฝ่าย ไม่กลั่นแกล้งใคร

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยนายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวัชรุน จุ้ยจำลอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหารั่วไหลคราบน้ำมันของโรงงาน โดยมีนายอำนาจ วิลาวัลย์ สส.ปราจีนบุรี เขต 1 นายชยุต ภุมมะกาญจนะ สส.ปราจีนบุรี เขต 2 และนายสฤษดิ์ บุตรเนียร สส.ปราจีนบุรี เขต 3 นายกฤษฎิ์ เกษมพันธุ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ให้การต้อนรับ

โดยจุดแรกนายวราวุธ และคณะได้เดินทางไปยังบริษัท กรีน เอนไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เพื่อรับฟังบรรยายสรุปจากทางโรงงานและกรมโรงงานกระทรวงอุตสาหกรรม

นายวราวุธ กล่าวตอนหนึ่งว่า กรณีคราบน้ำมันจากนี้ต้องคิดให้ดีว่าจะหาวิธีแก้ไขและเยียวยาสถานการณ์อย่างไร และเมื่อถึงเวลาดำเนินการจริงๆ จะมีปัญหาอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาอีกหรือไม่ ต้องเตรียมการไว้ในอนาคต เพราะบางครั้งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ได้เห็นในทันที บางครั้งจะค่อยๆ เห็นผลกระทบที่ตามมามากขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากให้มีมาตรการตรงนี้ด้วย และอยากฝากทางบริษัท เวลาตั้งโรงานอยู่แห่งไหนและมีชุมชนอยู่โดยรอบ หากท่านอยู่แล้วดีขึ้น ประชาชนได้ประโยชน์ มีการทำ Corporate Social Responsibility (CSR) ยามเกิดปัญหาชุมชนจะปกป้องท่าน เวลาทำงานกับประชาชนโดยรอบ หากเป็นเรื่องหนักก็จะกลายเป็นเบา มีความเข้าใจกันมากขึ้น เมื่อผ่านเหตุการณ์นี้ไปแล้ว จะมีการทำกิจกรรม CSR เพิ่มขึ้นได้อย่างไร แน่นอนว่าการเยียวยาความเสียหายต้องทำแน่นอน ซึ่งทางบริษัทจะต้องหาแนวทางเยียวยาต่อไป แต่ทำการ CSR จะเป็นเหมือนการเยียวยาทางความรู้สึก ทำให้ประชาชนรู้สึกเป็นมิตรกับโรงงานมากขึ้น

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า เรื่องความรู้สึกเป็นเรื่องสำคัญ ขอฝากให้ดูแลประชาชน เพราะเหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด เมื่อเกิดแล้วจะร่วมแก้ปัญหากันอย่างไร คนที่เดือดร้อนต้องได้รับการแก้ไขปัญหา ในส่วนหน่วยราชการ ตนกำชับกระทรวงอุตสาหกรรมไปแล้ว เวลาทำงานอย่าทำคนเดียว ให้มีท้องถิ่นและหน่วยงานอื่นเข้ามาร่วมทำงานด้วย อย่างเช่น กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจว่าการตรวจสอบที่เกิดขึ้นมีการถ่วงดุลกัน ไม่มีการกลั่นแกล้งกัน

นายวราวุธ ระบุว่า ส่วนที่บอกว่าไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ จากนี้จะเจอแบบนี้มากขึ้น อะไรที่ไม่เคยเป็นปัญหาจะเริ่มเป็นปัญหา อย่างกรณีนี้หากน้ำไม่ท่วมมันก็ไม่เจอ แต่จากนี้ไปใครจะรู้ว่าอาจจะเจอมากกว่านี้ ตนขอฝากผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ต่อไปจะต้องมีมาตรการป้องกันการรั่วไหลในกรณีฝนตกหนัก จะต้องทำคันรอบโรงงานหรือไม่ และจะต้องทำสูงขนาดไหนจึงจะเหมาะ

รัฐบาลชวนหลีกภัย

รัฐบาลชวนหลีกภัย แก้วิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 2540 ยังไง เพราะตอนนั้นประเทศไทยต้องเข้าโครงการขอความช่วยเหลือจาก IMF

‘วราวุธ’ สั่งตรวจปมน้ำเสียโรงงานปราจีนบุรี!! ผลตรวจไม่พบรั่วไหล–สารเคมีเข้มข้น ผลวิเคราะห์น้ำเป็นปกติไม่ปนเปื้อน ยืนยันคุณภาพน้ำผิวดินอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน กำชับโรงงานปลอดภัยต่อชุมชน

“วราวุธ“ เผย สอจ.ปราจีน รายงานผล เคลียร์ชัด ปมน้ำเสีย รง. สยบข่าวลือโซเชียล ยืนยัน ผลตรวจน้ำผิวดินได้มาตรฐานปกติ

วันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายอภิรักษ์ อ่ำสุริยะ อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ทางสื่อโซเชียลระบุจะมีน้ำที่มีสารปนเปื้อนจากท้ายนิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี ลงสู่ทุ่งรวงทองหนองแขนนาง ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี ว่า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี (สอจ.ปราจีนบุรี) พร้อมด้วยนายก อบต.นนทรี ปลัดอำเภอกบินทร์บุรี และผู้ประกอบกิจการโรงงานในพื้นที่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว พบว่าบ่อบำบัดน้ำเสียรวมของโรงงานบริเวณดังกล่าว ไม่พบการรั่วไหลน้ำเสียออกนอกบริเวณโรงงาน พร้อมได้ตรวจสอบน้ำที่อยู่นอกบริเวณโรงงานพบว่ามีสีใสปกติ

ต่อมาสอจ.ปราจีนบุรี ได้เดินทางไปตรวจพื้นที่ร่วมกับรักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี อบต.วังดาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้เกี่ยวข้อง ณ บริเวณประตูระบายน้ำเพชรเอิม ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พบว่าน้ำมีลักษณะใส ไม่พบลักษณะผิดปกติตามที่ปรากฏในกระแสข่าวบนสื่อโซเชียลแต่อย่างใด อีกทั้งการนิคมฯ บ่อทอง 33 ยังได้ดำเนินการตรวจวัดคุณภาพตัวอย่างน้ำบริเวณดังกล่าว ผลการตรวจพบว่า ค่าความเป็นกรด-ด่างอยู่ในเกณฑ์ปกติของน้ำตามธรรมชาติ มีปริมาณแร่ธาตุและสารละลายปะปนอยู่น้อย ไม่พบการปนเปื้อนของน้ำเค็มหรือสารเคมีเข้มข้น น้ำมีความขุ่นสูงจากตะกอนดินหรือสารแขวนลอยตามธรรมชาติ และยังมีปริมาณออกซิเจนเพียงพอที่ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ จึงสรุปได้ว่าผลการตรวจคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานแหล่งน้ำผิวดิน ทั้งนี้ สอจ.ปราจีนบุรี ได้กำชับให้โรงงานบำบัดน้ำเสียรวมในพื้นที่ดังกล่าวประกอบกิจการด้วยความระมัดระวังและจะกำกับดูแลตรวจสอบการประกอบกิจการให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งจะดำเนินการลงพื้นที่เพื่อชี้แจงประชาชนที่อยู่อาศัยใกล้เคียงได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริงต่อไป

ม็อบปากท้อง หรือม็อบปาหี่? ประท้วง IMF–World Bank กลางกรุงเทพฯ เสียงคนตัวเล็กสะท้อนบทบาทสังคม ข้อเรียกร้องสะท้อนปัญหาหนี้สิน สัญลักษณ์การชุมนุมดึงความสนใจ

ประท้วงงาน World Bank ในไทย : ม็อบปากท้อง หรือม็อบปาหี่? เมื่อเสียงของคนตัวเล็กปะทะอำนาจทุนโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไม่เพียงเป็นเวทีหารือของรัฐมนตรีคลังและผู้กำหนดนโยบายระดับโลก แต่ยังเป็นจุดปะทะทางความคิดและพื้นที่เคลื่อนไหวของ “เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ” รวมถึง “สมัชชาคนจน” ซึ่งนำมาสู่คำถามสำคัญของสังคมว่า การชุมนุมครั้งนี้คือเสียงสะท้อนจาก "ม็อบปากท้อง" ที่ได้รับผลกระทบจริง หรือเป็นเพียง "ม็อบปาหี่" เชิงสัญลักษณ์?

1. ม็อบปากท้องมีอยู่จริงหรือไม่?
ข้อเรียกร้อง 6 ข้อของสมัชชาคนจน (อาทิ การยกเลิกหนี้, การตรวจสอบหนี้ต่างประเทศ, การยุติการอุดหนุนทุนใหญ่, การเก็บภาษีความมั่งคั่งแบบก้าวหน้า และธนาคารกลางโปร่งใส) สะท้อนปัญหาความเปราะบางทางเศรษฐกิจที่มีข้อมูลรองรับ เช่น อัตราหนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP ที่อยู่ในระดับ 86–88% อย่างไรก็ตาม ต้องแยกแยะระหว่าง "การมีปัญหาจริง" กับ "การมีคำตอบที่ถูกต้องต่อปัญหานั้น" เนื่องจากหนี้ครัวเรือนไทยมีปัจจัยภายในโครงสร้างตลาดแรงงานและรายได้ การเหมาเขื่อนหรือโยนความรับผิดชอบทั้งหมดให้สถาบันการเงินโลกจึงต้องอาศัยหลักฐานที่เฉพาะเจาะจงมากกว่าการกล่าวอ้างลอยๆ

2. ทำไม IMF และ World Bank จึงถูกต่อต้าน?
นโยบายรัดเข็มขัดและการปล่อยกู้ของสถาบันการเงินโลกมักเผชิญข้อกังวลว่าทำให้รัฐต้องลดรายจ่ายหรือเพิ่มภาษี จนกลุ่มเปราะบางต้องแบกรับภาระหนัก โดยมีเสียงสะท้อนจากภาคประชาสังคมทั่วโลก เช่น เครือข่าย Bretton Woods Project ในสหราชอาณาจักร ที่เคยเตือนเรื่องผลกระทบจากการปรับลดรายจ่ายอย่างเร่งด่วน ในทางกลับกัน ฝ่ายสนับสนุนมองว่าประเทศที่มีหนี้สูงไม่สามารถใช้จ่ายไร้ขีดจำกัดได้ ความขัดแย้งนี้จึงเป็นเรื่องของ "การรักษาเสถียรภาพทางการเงิน vs. การคุ้มครองประชาชน" ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายนโยบายอย่างรอบด้าน

3. จุดที่ควรถามกลับ: กลยุทธ์การชุมนุมและผลลัพธ์
การประท้วงเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการดึงความสนใจจากสังคมเมื่อคนตัวเล็กไร้อำนาจต่อรอง แต่คำถามคือ ผู้ชุมนุมมีแผนเชื่อมโยงข้อเรียกร้องกับผู้มีอำนาจตัดสินใจอย่างไร? โดยเฉพาะเมื่อการประชุมมีเวที Civil Society Policy Forum เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนกับเจ้าหน้าที่โดยตรง การเลือกใช้หรือไม่ใช้ช่องทางเจรจาควบคู่กันไป สมควรได้รับการอธิบายเพื่อให้สาธารณชนเห็นรูปธรรมของการขับเคลื่อน

4. วิเคราะห์ 6 ข้อเรียกร้อง: นโยบายหรือคำขวัญทางการเมือง?
การยกเลิกหนี้และการเปิดเผยข้อมูล มีเหตุผลรองรับเพื่อช่วยประเทศวิกฤตและสร้างความโปร่งใส แต่ต้องมีแบบจำลอง ขอบเขต และเงื่อนไขเจ้าหนี้ที่ชัดเจน การยุติการอุดหนุนทุนใหญ่และภาษีก้าวหน้าเป็นประเด็นความเป็นธรรมที่ต้องลงรายละเอียดเรื่องต้นทุนการคลัง การหลีกเลี่ยงภาษี และผลกระทบต่อการจ้างงานและการลงทุนจริง ไม่ใช่แค่คำขวัญ ธนาคารกลางโปร่งใสและนโยบายศูนย์กลางประชาชน ต้องออกแบบโครงสร้างกำดูแลไม่ให้ทำลายความน่าเชื่อถือทางวิชาการ พร้อมตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน เช่น การลดความยากจนและมลพิษ เป็นต้น

5. ภาพการประท้วงในสายตาสื่อต่างประเทศ
สำนักข่าว Associated Press รายงานการชุมนุมของสมัชชาคนจนราว 500 คนในกรุงเทพฯ ที่ใช้สัญลักษณ์หน้ากากผู้นำโลกและหุ่นหมูสีชมพู พร้อมเหตุปะทะเล็กน้อยก่อนยุติการชุมนุม ภาพลักษณ์เชิงสัญลักษณ์ที่ดึงดูดสายตาเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าการประท้วงเป็นการจัดฉาก แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรหลงเชื่อถ้อยคำสวยงามโดยปราศจากการตรวจสอบผลลัพธ์ เพราะทุกการชุมนุมมีผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังเสมอ

กับคำถามที่ว่านี่คือ "ม็อบปากท้อง" หรือ "ม็อบปาหี่" ไม่ได้แยกขาดจากกัน แต่ในแง่เนื้อหาและเจตจำนง นี่คือ "ม็อบปากท้อง" จากความเจ็บปวดจริงของปัญหาหนี้สินและความเหลื่อมล้ำ ในแง่รูปแบบและการนำเสนอมีองค์ประกอบของ "พิธีกรรมเชิงสัญลักษณ์" เนื่องจากพลังการต่อรองระดับโลกมีจำกัด ท้ายที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่รัฐบาลและสถาบันการเงินโลกจะรับฟัง "สาร" ภายใต้เสียงสะท้อนเหล่านั้นมากน้อยเพียงใด เพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง และนี่คือทั้งหมดที่เอย่าอยากจะสะท้อนหลังจากได้เข้าสังเกตการณ์ในการประชุมครั้งนี้คะ

ที่มา : AYA

มีโอกาสชมนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านผ้าไทยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลว

มีโอกาสชมนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านผ้าไทยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงตั้งใจสวมใส่ผ้าไทยทุกวันตลอดสัปดาห์การประชุม เพื่อแสดงความเคารพต่อพระองค์และชื่นชมวัฒนธรรมไทย พร้อมกล่าวด้วยอารมณ์ขันว่า แม้การประชุมจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ยังมีชุดผ้าไทยสำรองเหลืออยู่อีกด้วย

ชื่นชมการนำผ้าทอจากชุมชนต่าง ๆ ของไทยมาจัดแสดงภายในห้องประชุม ซึ่งช่วยเตือนให้ผู้เข้าร่วมประชุมตระหนักว่า การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจต้องคำนึงถึงประชาชนเป็นสำคัญ เช่นเดียวกับบทบาทของ IMF ในปัจจุบันที่ปรับตัวให้ใกล้ชิดกับประเทศสมาชิกมากขึ้น

แม้ประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงไปในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่สิ่งหนึ่งที่คาดหวังว่าจะยังคงอยู่ คือ รอยยิ้มของคนไทยในฐานะดินแดนแห่งรอยยิ้ม

"นางคริสตาลินา กอร์เกียร์วา" กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ IMF กล่าวชื่อชมประเทศไทย แนวภาพตามตัวอย่าง

เครดิต สำนักข่าวไทย

"มุมมองชาวอเมริกันคนหนึ่ง" เมื่อศูนย์สแกมเมอร์ในอินเดียโทรข้ามโลกมาขโมยเงินเก็บทั้งชีวิต


บทความมุมมองสมมติของประชาชนอเมริกันทั่วไป อ้างอิงคดีและรายงานการปราบปรามที่เปิดเผยต่อสาธารณะ

ประชาชนอเมริกันธรรมดาคนหนึ่ง ทำงาน จ่ายภาษี ผ่อนบ้าน และพยายามเก็บเงินไว้สำหรับวันที่ตัวเองแก่ลง สิ่งที่ผมต้องการจากชีวิตไม่ได้ยิ่งใหญ่ ผมอยากให้ครอบครัวมีความมั่นคง มีเงินรักษาตัวเมื่อเจ็บป่วย และมีเงินพอใช้หลังเกษียณ โดยไม่ต้องเป็นภาระของลูกหลาน

แต่เมื่อได้อ่านข่าวเกี่ยวกับศูนย์คอลเซ็นเตอร์หลอกลวงในอินเดียที่มุ่งเป้าชาวอเมริกัน ผมกลับรู้สึกว่า แม้จะนั่งอยู่ในบ้านของตัวเอง เราก็อาจไม่ได้ปลอดภัยจากอาชญากรรมที่เกิดขึ้นอีกซีกโลก คนร้ายไม่ต้องเดินทางมาอเมริกา ไม่ต้องเข้ามาในบ้าน และไม่ต้องเผชิญหน้ากับเรา พวกเขาเพียงโทรศัพท์ ส่งข้อความ หรือทำให้คำเตือนปลอมปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก็สามารถเริ่มต้นกระบวนการที่อาจทำให้เงินเก็บของคนคนหนึ่งหายไปทั้งหมด

สิ่งที่ทำให้ผมสะเทือนใจที่สุดคือ ผู้เสียหายอาจเป็นพ่อแม่ของเรา เพื่อนบ้านที่เกษียณแล้ว หรือคนทำงานที่สะสมเงินทีละเล็กทีละน้อยมาตลอดชีวิต สำหรับผู้กระทำผิด เงินเหล่านั้นอาจเป็นเพียงรายได้จากการหลอกลวงอีกครั้งหนึ่ง แต่สำหรับคนที่หาเงินมา มันคือเวลาหลายสิบปีของการทำงาน ความอดทน และความหวังว่าจะมีอนาคตที่มั่นคง

ก่อนติดตามข่าวเหล่านี้ ผมรู้จักอินเดียผ่านวัฒนธรรม อาหาร ภาพยนตร์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี แต่เมื่ออ่านรายละเอียดของคดีอาญา ชื่อเมืองอย่างอาห์เมดาบัด โกลกาตา ปูเน่ ไฮเดอราบาด และวิสาขปัตนัม ก็เริ่มปรากฏในอีกบริบทหนึ่ง คือสถานที่ที่เจ้าหน้าที่เคยตรวจพบศูนย์คอลเซ็นเตอร์ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาหลอกลวงผู้คนในต่างประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา ชื่อเหล่านี้ช่วยให้ผมเข้าใจว่าปัญหากระจายอยู่หลายพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ข่าวการจับกุมในอดีตไม่ได้ยืนยันว่าศูนย์เหล่านั้นยังเปิดดำเนินการอยู่ และไม่ได้ทำให้ผู้คนทั้งเมืองกลายเป็นผู้ต้องสงสัย

อาห์เมดาบัด หรือ Ahmedabad ในรัฐคุชราต เป็นเมืองที่ปรากฏอย่างชัดเจนในคดีของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ในเมืองนี้ใช้พนักงานแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรสหรัฐฯ หรือ IRS และสำนักงานบริการด้านสัญชาติและการเข้าเมืองสหรัฐฯ หรือ USCIS

โทรศัพท์หาเหยื่อในอเมริกา ขู่ว่าอาจถูกจับ จำคุก ปรับ หรือเนรเทศ หากไม่จ่ายเงินที่อ้างว่าเป็นหนี้รัฐบาล เมื่อเหยื่อจ่ายเงิน เครือข่ายก็ใช้ผู้ร่วมขบวนการในสหรัฐฯ ช่วยรับและฟอกเงิน ในเดือนพฤศจิกายน 2020 Hitesh Madhubhai Patel ผู้ดำเนินการและให้เงินทุนแก่ศูนย์เหล่านี้ ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี จากบทบาทในคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำระหว่างปี 2013–2016
เมื่ออ่านเรื่องนี้ ผมพยายามนึกถึงความรู้สึกของคนที่รับสายแล้วได้ยินว่าตัวเองกำลังมีปัญหากับรัฐบาล

คนทั่วไปไม่ได้รู้รายละเอียดขั้นตอนของทุกหน่วยงาน และเมื่อถูกขู่ด้วยคำว่า “หมายจับ” หรือ “จำคุก” ความกลัวอาจทำให้เขารีบหาทางเอาตัวรอดก่อนตรวจสอบข้อเท็จจริง สำหรับผู้อพยพที่พยายามสร้างชีวิตใหม่ในอเมริกา คำขู่ว่าจะถูกเนรเทศยิ่งอาจกระทบความรู้สึกอย่างรุนแรง เพราะสิ่งที่เขานึกถึงทันทีอาจเป็นครอบครัว งาน และชีวิตทั้งหมดที่สร้างขึ้นมา

อีกพื้นที่หนึ่งที่ปรากฏในคดีใหญ่คือมีราโรดและภายันดาร์ ในรัฐมหาราษฏระ ใกล้นครมุมไบ รายงานของ The Indian Express ระบุว่า ตำรวจธานีเข้าตรวจค้นศูนย์คอลเซ็นเตอร์เก้าแห่งเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2016 โดยกล่าวหาว่าผู้โทรแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ IRS และข่มขู่ให้ชาวอเมริกันจ่ายเงินเพื่อสะสางภาษีที่อ้างว่าค้างชำระ ต่อมาในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ตำรวจยื่นเอกสารกล่าวหาผู้ต้องหา 80 คนต่อศาล

จำนวนสำนักงานและผู้เกี่ยวข้องในคดีทำให้ผมเริ่มเห็นขนาดของปัญหา การหลอกลวงสามารถเกิดขึ้นซ้ำกับคนจำนวนมากได้ เมื่อมีสถานที่ทำงานและพนักงานคอยโทรศัพท์อย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้โทร สายที่ไม่สำเร็จอาจหมายถึงเพียงการลองโทรหาคนถัดไป แต่สำหรับเหยื่อที่หลงเชื่อ สายเดียวอาจเปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล

โกลกาตา หรือ Kolkata ในรัฐเบงกอลตะวันตก เป็นอีกเมืองที่ปรากฏในข่าวการหลอกลวงชาวอเมริกัน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 The Times of India รายงานว่า ตำรวจจับผู้ต้องหาหกคนในย่านท็อปเซีย หลังได้รับข้อมูลจาก FBI ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าดำเนินศูนย์คอลเซ็นเตอร์ปลอม โดยเสนอความช่วยเหลือทางออนไลน์ ก่อนเข้าถึงคอมพิวเตอร์และข้อมูลธนาคารของเหยื่อ

การหลอกลวงที่แฝงตัวมาในรูปแบบบริการช่วยเหลือทางเทคนิคทำให้ผมกังวลเป็นพิเศษ เพราะมันเริ่มต้นจากความต้องการขอความช่วยเหลือของคนคนหนึ่ง คนจำนวนมากใช้คอมพิวเตอร์ได้ แต่ไม่ได้เข้าใจว่าระบบต่าง ๆ ทำงานอย่างไร เมื่อเห็นข้อความเตือนว่าข้อมูลตกอยู่ในอันตราย พวกเขาย่อมอยากให้คนที่รู้มากกว่ามาช่วย คนร้ายจึงอาศัยจังหวะนั้นแสดงตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญ พูดอย่างมั่นใจ และชักจูงให้เหยื่อเชื่อว่าการทำตามคำสั่งจะช่วยแก้ปัญหาได้

ผมนึกถึงผู้สูงอายุที่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อดูภาพหลาน ติดต่อครอบครัว หรือจัดการธุระประจำวัน หากหน้าจอมีคำเตือนที่ดูน่ากลัวขึ้นมา แล้วคนปลายสายพูดว่าเขาช่วยได้ การยอมให้เข้าถึงเครื่องอาจดูเหมือนเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลในขณะนั้น ความไว้ใจที่ควรเกิดขึ้นระหว่างลูกค้ากับผู้ให้บริการจึงถูกนำมาใช้ทำร้ายเจ้าของเครื่องเสียเอง

ในเดือนกันยายน 2024 ชื่อเมืองปูเน่ในรัฐมหาราษฏระ ไฮเดอราบาดในรัฐเตลังคานา และวิสาขปัตนัมในรัฐอานธรประเทศ ปรากฏร่วมกันในข่าวปฏิบัติการ Chakra-III ของสำนักงานสอบสวนกลางอินเดีย หรือ CBI รายงานของสำนักข่าว Press Trust of India ที่เผยแพร่ผ่าน Business Standard

ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตรวจค้น 32 จุดในหลายเมือง รวมถึงอาห์เมดาบัด โดยมีศูนย์คอลเซ็นเตอร์สี่แห่งอยู่ในกลุ่มสถานที่ที่ถูกตรวจค้น ได้แก่ ปูเน่หนึ่งแห่ง ไฮเดอราบาดหนึ่งแห่ง และวิสาขปัตนัมสองแห่ง เจ้าหน้าที่จับผู้ต้องหาหลัก 26 คน และตรวจสอบบทบาทของผู้ทำงานคนอื่นต่อไป

โฆษก CBI ระบุว่า เครือข่ายที่เป็นเป้าหมายแอบอ้างเป็นฝ่ายช่วยเหลือทางเทคนิค ติดต่อเหยื่อโดยเฉพาะในสหรัฐฯ และอ้างว่าระบบของเหยื่อถูกแฮ็ก เพื่อชักจูงให้ส่งเงิน

เมื่อมองชื่อเมืองเหล่านี้บนแผนที่ ผมเห็นว่าคดีคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงปรากฏในหลายพื้นที่ของอินเดีย ตั้งแต่ฝั่งตะวันตกไปจนถึงตะวันออกและตอนใต้ คำถามที่ยังต้องหาคำตอบคือ ใครเป็นผู้สั่งการ ใครจัดหาเงินทุน ใครได้รับผลประโยชน์ และผลการดำเนินคดีเป็นอย่างไร การจับกุมเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ แต่จำนวนคนที่อยู่ในสำนักงานในวันตรวจค้นไม่อาจใช้แทนจำนวนผู้กระทำผิดที่ศาลตัดสินแล้วได้

สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าขบวนการเหล่านี้อันตราย คือการควบคุมทั้งความคิดและความรู้สึกของเหยื่อ คนร้ายอาจทำให้เหยื่อเชื่อว่ามีเหตุร้ายกำลังเกิดขึ้น แล้วเสนอตัวว่าเป็นผู้ช่วยเหลือเพียงคนเดียวที่หยุดมันได้ เมื่อเหยื่อเริ่มเชื่อ การโอนเงินออกจากบัญชีอาจถูกมองว่าเป็นวิธีปกป้องเงิน ทั้งที่การทำตามคำสั่งนั้นเองคือสิ่งที่ทำให้เกิดความสูญเสีย

FBI อธิบายว่า เครือข่ายหลอกลวงประเภทนี้ใช้ความเร่งด่วนกดดันเหยื่อ และอาจห้ามไม่ให้ปรึกษาคนอื่น ขณะเดียวกัน การเคลื่อนย้ายเงินมีผู้ช่วยรับและฟอกเงินทั้งในสหรัฐฯ และต่างประเทศ บางเครือข่ายยังมีบัญชีธนาคารในสหรัฐฯ สำหรับรับเงินด้วย เงินที่เหยื่อส่งออกไปจึงอาจผ่านหลายมือก่อนถึงผู้ได้รับผลประโยชน์ปลายทาง

เรื่องนี้ทำให้ผมไม่อาจมองว่าความรับผิดชอบอยู่เพียงกับคนที่โทรศัพท์จากอินเดีย หากมีคนในอเมริการู้เห็นและช่วยรับเงินหรือฟอกเงิน พวกเขาก็ช่วยให้การหลอกลวงสำเร็จเช่นกัน การสืบสวนจึงต้องไปถึงทุกส่วนของเครือข่าย เพราะศูนย์โทรศัพท์ที่ถูกปิดอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของขบวนการที่ใหญ่กว่านั้นมาก

สิ่งหนึ่งที่บ่งชี้ว่าปัญหายังปรากฏในคดีที่เปิดเผยไม่นานมานี้ คือประกาศของ FBI Baltimore เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 หน่วยงานระบุว่า การสืบสวนร่วมกับตำรวจและอัยการใน Montgomery County รัฐแมริแลนด์ เชื่อมโยงเหตุหลอกลวงไปยังศูนย์คอลเซ็นเตอร์ในอินเดีย ซึ่ง CBI เข้าปราบปรามในเดือนธันวาคม 2025 มีผู้เสียหายในสหรัฐฯ แจ้งเหตุที่เกี่ยวข้องกับศูนย์เหล่านี้ประมาณ 660 คน และรายงานความเสียหายรวม 48,778,230 ดอลลาร์ ตัวเลขนี้เป็นความเสียหายที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายในคดีดังกล่าว ไม่ใช่ยอดรวมของการหลอกลวงทั้งหมดที่มีต้นทางจากอินเดีย

สำหรับผม ผู้เสียหายหลายร้อยคนหมายถึงครอบครัวหลายร้อยครอบครัวที่อาจต้องเปลี่ยนแผนชีวิต บางคนอาจต้องเลื่อนการเกษียณ บางคนอาจต้องขายทรัพย์สิน หรือขอความช่วยเหลือจากลูกหลาน เงินที่สูญเสียไปอาจถูกเตรียมไว้สำหรับการรักษาตัว หรือเป็นเงินสำรองฉุกเฉินที่ทำให้เขารู้สึกว่ายังพอรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้
สิ่งที่ถูกพรากไปพร้อมเงินอาจเป็นความมั่นใจของเหยื่อ จากคนที่เคยจัดการชีวิตและดูแลครอบครัวได้ เขาอาจเริ่มสงสัยการตัดสินใจของตัวเอง รู้สึกผิด และไม่กล้าบอกใคร สำหรับผู้สูงอายุ ความเจ็บปวดอาจยิ่งหนัก เพราะเวลาที่จะทำงานและสร้างเงินเก็บก้อนใหม่มีเหลือไม่มาก การเสียเงินเหล่านั้นจึงอาจกระทบทั้งความมั่นคงทางการเงินและความรู้สึกว่าตนเองยังดูแลชีวิตได้

ผมไม่อยากเห็นสังคมซ้ำเติมคนเหล่านี้ด้วยคำถามว่า “ทำไมถึงเชื่อ” คนที่พูดเช่นนั้นอาจไม่เคยอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกกดดันให้ตัดสินใจทันที ไม่เคยถูกขู่ว่าจะถูกจับ หรือไม่เคยถูกทำให้เชื่อว่าบัญชีธนาคารกำลังตกอยู่ในอันตราย การฟังเรื่องราวจากภายนอกทำให้เราเห็นสัญญาณผิดปกติได้ง่ายกว่าการอยู่ท่ามกลางความกลัวในเวลานั้น

คำแรกที่ครอบครัวพูดกับผู้เสียหายจึงควรเป็นคำที่ช่วยให้เขากล้าเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น การได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วต้องเริ่มจากการรู้สึกว่าสามารถพูดออกมาได้ หากเหยื่อกลัวถูกตำหนิจนเลือกเงียบ คนร้ายก็อาจมีเวลาสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น

ในฐานะประชาชนอเมริกัน ผมคาดหวังให้รัฐบาลของผมและรัฐบาลอินเดียร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง ผมต้องการเห็นการติดตามผู้สั่งการ ผู้ให้เงินทุน ผู้รับเงิน และผู้ฟอกเงิน ต้องการเห็นความคืบหน้าของคดีหลังวันที่ตำรวจเข้าจับกุม และต้องการให้ผู้เสียหายได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่า มีโอกาสได้เงินคืนเพียงใดและควรทำอะไรต่อ

ธนาคาร บริษัทโทรคมนาคม และผู้ให้บริการเทคโนโลยีควรช่วยให้ประชาชนตรวจสอบสิ่งผิดปกติได้ง่ายขึ้นด้วย คำเตือนต้องเข้าใจได้ในเวลาที่คนกำลังตกใจ ช่องทางขอความช่วยเหลือต้องเข้าถึงได้รวดเร็ว และมาตรการป้องกันควรถูกออกแบบโดยคำนึงถึงคนที่ไม่ได้เชี่ยวชาญเทคโนโลยี เพราะพวกเขาก็มีสิทธิใช้บริการอย่างมั่นใจเช่นเดียวกับคนอื่น

ความโกรธของผมมุ่งไปที่ผู้กระทำผิดและคนที่ช่วยให้ขบวนการเดินต่อไป การมีศูนย์สแกมเมอร์ปรากฏในคดีที่อินเดียไม่ได้ทำให้ประชาชนอินเดียทุกคน หรือธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ทุกแห่ง กลายเป็นผู้ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่อินเดียที่เข้าปราบปรามเครือข่ายเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ส่วนผู้ทำงานสุจริตก็ต้องอยู่กับผลกระทบต่อชื่อเสียงที่เกิดจากการกระทำของคนร้ายเช่นกัน การตัดสินความรับผิดจึงต้องอยู่บนหลักฐานว่าแต่ละคนทำอะไรและมีส่วนร่วมอย่างไร

ทุกครั้งที่อ่านชื่ออาห์เมดาบัด มีราโรด–ภายันดาร์ โกลกาตา ปูเน่ ไฮเดอราบาด และวิสาขปัตนัมในข่าวเหล่านี้ ผมคิดถึงระยะทางระหว่างสำนักงานที่คนร้ายใช้โทรศัพท์กับบ้านของเหยื่อในอเมริกา ระยะทางนั้นไกลมากบนแผนที่ แต่สั้นเหลือเกินเมื่อเชื่อมผ่านโทรศัพท์ คนรับสายอาจเพิ่งกลับจากทำงาน อาจกำลังดูแลคู่สมรสที่ป่วย หรืออาจอยู่คนเดียวโดยไม่มีใครช่วยตรวจสอบสิ่งที่ได้ยิน

คนธรรมดาอย่างผมควรได้ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องหวาดกลัวเสียงโทรศัพท์ในบ้านของตัวเอง และพ่อแม่ของเราควรมีโอกาสใช้เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมต่อกับครอบครัวอย่างสบายใจ ผมอยากเห็นความร่วมมือข้ามประเทศที่ทำให้คนร้ายไม่สามารถใช้พรมแดนและระยะทางเป็นที่หลบซ่อน พร้อมกับระบบช่วยเหลือที่ไม่ปล่อยให้เหยื่อรับภาระเพียงลำพัง

เงินเก็บของคนอเมริกันคนหนึ่งอาจเป็นเพียงตัวเลขบนหน้าจอของสแกมเมอร์ แต่สำหรับเจ้าของเงิน มันคือการตื่นไปทำงานทุกเช้า การเลือกประหยัดในวันที่อยากใช้จ่าย และความตั้งใจว่าจะดูแลคนที่รักให้ได้ ผมหวังว่าทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบจะมองเห็นชีวิตเหล่านั้นชัด

ไทยต้องกู้เงิน

ไทยต้องกู้เงิน กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ตอนไหน เท่าไร แล้วคืนตอนไหน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top