Wednesday, 28 October 2026
NEWS FEED

อั้ม เนโกะ ผู้ต้องหาคดี ม.112 ลี้ภัยอยู่ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส กล่าวลงเฟสบุ๊คส่วนตัว

ทรราชย์ Macron มือเปื้อนเลือด ประชาชนชาวฝรั่งเศสจะไม่ทนอีกต่อไป ทุกวันนี้ผู้ประท้วงตายไปแล้ว 2 คนในวันเสาร์ที่ผ่านมา เด็กมือขาดเพิ่ม ตาบอดเพิ่ม มึงปราบผู้ชุมนุมสันติ แต่เลือกไม่ปราบการปล้นร้านเล็กๆ หรือการบุกศาลากลางในส่วนที่มึงเอาไปหาแดกกับสื่อต่อได้ แล้วล่าสุดมาเคอร์ฟิวเอาเฮลิคอปเตอร์ตรวจตราประชาชนยามดึก มึงมันเป็นพวกหน้าด้าน นอกจากไม่แก้ปัญหา ยังจะทำให้มันหนักขึ้นอีก รัฐบาลเถื่อนของมึงไม่จบดีแน่ !

อั้ม เนโกะ ผู้ต้องหาคดี ม.112 ลี้ภัยอยู่ที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=10239897887158180&id=1026305448&post_id=1026305448_10239897887158180&rdid=IVgqPiQEIwRcfBvA#

ดื่มกาแฟกับPaul Handley (พอล แฮนด์ลีย์) ผู้เขียนหนังสือ The King Never Smiles (กษัตริย์ไม่เคยยิ้ม)

ดื่มกาแฟกับPaul Handley (พอล แฮนด์ลีย์) ผู้เขียนหนังสือ The King Never Smiles (กษัตริย์ไม่เคยยิ้ม)ซึ่งจะครบ20 ปี พอล อยากให้ใครก็ได้วิจารย์ว่า ผิด ถูกอย่างไร เพราะยังไม่มีคนวิจารย์ เลย
ดร. อเนก ดร.ชัยยันต์ 2 นักวิชาการกษัตริย์ยนิยม ไม่ขานรับหรือ

จรัล หลบหนีคดี 112 ที่ฝรั่งเศสโพสต์ ส่วน พริษฐ์ หลบหนีคดี อยู่ที่สหรัฐอเมริกา

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=28486568867692012&id=100002968350160&post_id=100002968350160_28486568867692012&rdid=0sYbKhUyDSVYFEOG#

กฎหมายพรากผู้เยาว์ สั่นคลอน!! เจาะข้อถกเถียงทางกฎหมาย หลังคดีอดีตนักมวยดังสะเทือนสังคม สอบปมหญิงวัย 17 ปี เข้าสถานบันเทิง ความสำคัญของกฎหมายกับบริบทยุคใหม่ ประเด็นปรับแก้และผลกระทบเชิงสังคม

กฎหมายพรากผู้เยาว์ ในวันที่ผู้ล่ากลายเป็นเหยื่อ

มีข่าวสะเทือนวงการเมื่ออดีตนักมวยชื่อดังโดนศาลตัดสินจำคุกในข้อหาพรากผู้เยาว์ เอย่าว่าประเด็นนี้น่าคิดเป็นอย่างยิ่งหากพิจารณา แต่ก่อนอื่นเรามาย้อนอ่านเหตุการณ์กันก่อนดีกว่า ตามรายงานข่าวนักมวยคนดังไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครขอนแก่น และได้รู้จักกับหญิงวัย 17 ปี 10 เดือน จากนั้นหญิงผู้เสียหายเดินทางไปยังโรงแรมพร้อมนักมวยคนดัง โดยมีคนสนิทของนักมวยร่วมเดินทางด้วยตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาคดี ตามรายงานเกี่ยวกับคดี มีการกระทำทางเพศและการกระทำอนาจารภายในห้องพัก โดยประเด็นเรื่องการใช้กำลัง การขัดขืน และพฤติการณ์ของทั้งสองฝ่ายเป็นส่วนหนึ่งของข้อพิพาทในคดี แต่ทางนักมวยให้ข้อมูลต่อสื่อในช่วงแรกว่า เมื่อถามอายุอีกครั้ง หญิงรายดังกล่าวยืนยันว่าอายุ 17 ปี และเขาหยุดการกระทำทางเพศ โดยยืนยันว่าไม่ได้ข่มขืนเธอ จากคำให้การดังกล่าว ให้เรากลับมาดูนิยามทางกฎหมายคำว่าพรากผู้เยาว์ก่อนว่าหมายถึงอะไร กฎหมายพรากผู้เยาว์ในไทยระบุว่า คือการพาหรือแยกเด็กหรือเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ไปเสียจากอำนาจปกครองดูแลของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุอันสมควร เป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ไม่สามารถยอมความได้ แม้ว่าผู้เยาว์จะยินยอมหรือเต็มใจก็ตาม ซึ่งกฎหมายนี้ใช้ได้ดีในบริบทหากเป็นสักหลายสิบปีก่อน แต่ ณ ปัจจุบันที่บริบทของสังคมเปลี่ยนไป การค้าบริการสมัยใหม่ไม่ได้เกิดจากการบังคับ ขู่เข็ญ แต่เป็นการเต็มใจทำ ซึ่งจุดนี้เองทำให้กฎหมายดังกล่าวมีช่องโหว่ให้กลุ่มมิจฉาชีพบางกลุ่มหรือคนที่พร้อมจะหาประโยชน์จากเหตุการณ์นี้เข้ามาฉกฉวยโอกาส

จากรูปการณ์เด็กคนดังกล่าวเอย่ามองว่าเข้ามาในสถานบริการที่นักมวยไปใช้บริการได้อย่างไร คำถามแรกคือ ผู้ปกครองของผู้เยาว์ปล่อยเด็กออกมาได้อย่างไร ทำไมถึงไม่ได้กวดขันดูแลผู้เยาว์ในการดูแลของตน และนี่คือสิ่งที่ไม่เคยมีระบุในกฎหมายไทย ข้อต่อมาผู้ซื้อหาไปเที่ยวในสถานที่ที่ผู้เยาว์ทราบอยู่แล้วว่ามีธุรกิจประเภทนี้อยู่ ถามว่าหากพรากจริง นั่นแปลว่าผู้เยาว์ไม่ทราบและอีกอย่างคือกฎหมายระบุอายุผู้เข้าสถานที่ดังกล่าวต้องมีอายุไม่ใช่ผู้เยาว์ แต่กฎหมายกลับไม่ได้บังคับใช้กับผู้เยาว์ที่ฝ่าฝืนไปยังสถานที่แบบนี้ สุดท้ายคือการที่ผู้เที่ยวได้พาผู้เยาว์ไปโรงแรม แม้ในคำพิพากษาจะระบุว่า แม้ว่าผู้เยาว์สมัครใจจะตามไปที่โรงแรมก็ไม่ได้ทำให้ความผิดฐานพรากผู้เยาว์หมดไปโดยอัตโนมัติ เพราะกฎหมายครอบคลุมกรณีที่ผู้เยาว์ยินยอมด้วย ซึ่งคำว่าพราก กับคำว่า ยินยอม คือเป็นอะไรที่ขัดแย้งกันในตัวบทกฎหมายเอง

สุดท้ายเอย่าขอชี้ให้คิดสักนิดว่าในยุคดิจิตอลสมัยนี้ เรากำลังใช้กฎหมายที่คนต้องใช้เวลาร่วมกันเป็นหลายวันหรือหลายเดือนกว่าจะร่วมเตียงกันมาตัดสินบริบทคนที่เจอกันปุ๊บไปชึ้นเตียงกันเลยแบบสมัยนี้เอย่าว่ามันไม่น่าจะใช่แล้ว ประเด็นที่ 1 ที่เอย่าอยากให้คิดคือ เราควรจะปรับอายุของคำว่าผู้เยาว์ลงหรือไม่เพราะดูจากคดีหลายๆคดี หรือจากข้อมูลที่แหล่งข่าวส่งมาให้ทางทีมงานเอย่าพบว่าปัจจุบัน เด็กอายุ 15 ปี ก็ตัดสินใจขายบริการในช่องทางออนไลน์เอง แถมบางรายเป็นทั้งผู้ขายและผู้จัดหาผู้ขายบริการส่งให้ผู้ซื้อในสังกัดตนเองด้วยซ้ำ ประเด็นที่ 2 เลิกที่จะคุ้มครองเด็กด้วยคำว่าผู้เยาว์และพิจารณาถึงรูปการณ์มากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพที่มุ่งใช้กฎหมายพรากผู้เยาว์มาหากินกับผู้ซื้อที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เพราะจากที่ทีมงานได้หาข้อมูลมาพบว่าร้อยละ 95% ไม่มีผู้ซื้อรายใดถามอายุผู้ขายบริการ ไม่ว่าผู้ขายจะเป็น ชาย หญิงหรือ LGBTQ ประเด็นสุดท้ายคือการผลักดันให้มีกฏหมายขายบริการทางเพศอย่างเป็นทางการ ให้มีการเสียภาษีแลกกับสวัสดิการเรื่องการตรวจโรค และลงโทษผู้ค้าผิดกฎหมายอย่างรุนแรงเพื่อผลักดันให้ผู้ค้าเหล่านี้เข้าสู่ระบบให้มากที่สุด เพราะต้องยอมรับกันสักทีว่า เราไม่สามารถทำลายอาชีพการค้าประเวณีออกไปจากโลกนี้ได้ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการผลักดันให้เข้าระบบเพื่อติดตาม และป้องกันการแพร่กระจายโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์และทำให้ผู้ซื้อมั่นใจด้วยว่าตนจะไม่ต้องเป็นเหยื่อในวงการนี้อีกต่อ

ที่มา : AYA

ประวัติศาสตร์บทใหม่ของวีลแชร์ไทย!! ‘อธิวัฒน์–ชัยวัฒน์’ ผงาด 2 เหรียญทองกลางญี่ปุ่น พร้อมจารึกสถิติใหม่สุดยิ่งใหญ่ พาธงไตรรงค์ขึ้นยอดเสา ในเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5

อธิวัฒน์ แพงเหนือ โชว์ฟอร์มสุดร้อนแรงควบวีลแชร์คู่ใจเข้าเส้นชัยทำเวลาเท่าสถิติโลก คลาส T54 ขณะที่ชัยวัฒน์ รัตนะ ทุบสถิติเอเชียนพาราเกมส์ คลาส T33/T34

กีฬาเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 “ไอจิ-นาโกยา 2026” ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อ 20 ต.ค. รายการวีลแชร์เรซซิง ระยะ 100 เมตรชาย คลาส T54 อธิวัฒน์ แพงเหนือ นักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยทิ้งคู่แข่งขาดลอยเข้าเส้นเป็นคนแรกคว้าเหรียญทองด้วยเวลา 13.49 วินาที เท่ากับสถิติโลก

ขณะที่วีลแชร์เรซซิง ระยะ 100 เมตรชาย คลาส T33/T34 ชัยวัฒน์ รัตนะ นักกีฬาทีมชาติไทย ไม่น้อยหน้าเข้าเส้นชัยคนแรกด้วยเวลา 14.84 วินาที คว้าเหรียญทองที่ 8 ให้ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย พร้อมกับทำลายสถิติเอเชียนพาราเกมส์

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10444739

ทีมชาติไทยสอนน้องชายแดนใต้!! กิจกรรมวอลเลย์บอลรวมน้องกว่า 1,000 คน ย้ำสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาทักษะ จากทีมชาติไทยสู่เด็กชายแดนใต้ ครั้งที่ 2 จัดที่ปัตตานี

ทีมชาติไทยสอนน้องชายแดนใต้ กว่าพันคนร่วมกิจกรรม “EST Volleyball Clinic เกิดมาซ่า กล้าเป็นตัวเอง” ในการแข่งขันวอลเลย์บอลยุวชน-เยาวชนชิงชนะเลิศ จังหวัดชายแดนใต้ “ไทยเบฟ DOMESTIC POWER เพื่อเยาวชนชายแดนใต้ " ครั้งที่ 2

(19 ต.ค.) นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรม “EST Volleyball Clinic เกิดมาซ่า กล้าเป็นตัวเอง” หรือกิจกรรม ”วอลเลย์บอลพี่สอนน้อง” มีพี่ๆนักกีฬาทีมชาติไทย มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจมายมาก อาทิ “ปลาวาฬ” ปิยะนุช แป้นน้อย, “เพียว” อัจฉราพร คงยศ, “นุกนิก” ณัฏฐนิชา ใจแสน, “ทิพย์” แก้วกัลยา กมุลทะลา, “เอย” กัลยรัตน์ คำวงษ์, “โบว์” กัญญารัตน์ ขุนเมือง, “ออมทรัพย์” ปพัชญา พลทำ, "สอง" วิภาวี ศรีทอง, “ดอม” ชัยวัฒน์ ถุงคำ, “นุ” อนุชิต ภักดีแก้ว, รวมถึงอดีตทีมชาติไทยและทีมผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย”กิ๊ฟ” วิลาวัลย์ อภิญญาพงษ์ และ “ออน” อรอุมา สิทธิรักษ์, รวมถึงเจ้าหน้าที่ทีมชาติไทย มาถ่ายทอดทักษะพื้นฐานกีฬาวอลเลย์บอล และการสร้างความแข็งแกร่งสำหรับการเล่นกีฬาวอลเลย์บอล

ปีนี้มีนักกีฬาและอาจารย์ผู้ฝึกสอนกีฬาโรงเรียนในจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมกิจกรรมกว่าหนึ่งพันคน จาก 52 โรงเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และ จังหวัดนราธิวาส โดยมีคุณณัฐธิกานต์ ลิมปนสุมาลย์ ผู้จัดการโครงการกีฬาวอลเลย์บอลบริษัททศภาค จำกัด, คุณพิณพร สุขกะสังข์ ผู้จัดการฝ่ายขาย ภาค 8 บริษัทเสริมสุข จำกัด(มหาชน) และ ผู้ช่วยศาสตร์จารย์ ดร.ภาวรินทร์ รักบำรุง ผู้แทนมหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ วิทยาเขต ปัตตานี ร่วมงาน

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งในการแข่งขันวอลเลย์บอลยุวชน-เยาวชนชิงชนะเลิศ จังหวัดชายแดนใต้ “ไทยเบฟ DOMESTIC POWER เพื่อเยาวชนชายแดนใต้ " ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันที่ 9 - 21 ตุลาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จังหวัดปัตตานี โดยมีวัตถุประสงค์ให้เยาวชนนักกีฬาได้ทักษะพื้นฐานการเล่นกีฬาวอลเลย์บอลเพื่อไปต่อยอดความสามารถของตัวเองและเป็นแรงบันดาลใจเพื่อผลักดันสู่ความสำเร็จด้านกีฬาวอลเลย์บอล เช่นเดียวกับครูผู้ฝึกสอนที่จะได้นำองค์ความรู้ด้านเสริมสร้างความแข็งแกร่งของร่างกายไปถ่ายทอดแก่นักกีฬาของตนต่อไป

โดยนายสมพร ใช้บางยาง กล่าวว่า ที่ผ่านมามีนักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทยที่มาจากเยาวชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย แต่ยังไม่มีนักกีฬาทีมชาติมาจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทางสมาคมฯจึงหวังว่ากิจกรรมและการแข่งขันรายการนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างนักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทยที่มาจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ในอนาคต

ขณะที่ “ปลาวาฬ” ปิยะนุช แป้นน้อย ลิเบอโรทีมชาติไทย ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชกล่าวว่า ดีใจที่เห็นเยาวชนในชายแดนใต้ให้ความสนใจและรักการเล่นกีฬาวอลเลย์บอล โดยส่วนตัวทึ่งกับทักษะวอลเลย์บอลของน้องๆแต่ละคนที่ค่อนข้างดีกว่าที่คาด และมั่นใจว่าหากน้องๆตั้งใจมั่นฝึกฝน จะสามารถเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลที่เก่งได้อยากที่ฝัน

สำหรับการแข่งขันวอลเลย์บอลยุวชน-เยาวชนชิงชนะเลิศ จังหวัดชายแดนใต้ “ไทยเบฟ DOMESTIC POWER เพื่อเยาวชนชายแดนใต้ " ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดแข่งขันทั้งหมด 4 รุ่นชาย-หญิง ได้แก่รุ่น 12 ปี, 14 ปี, 16ปี และ 18 ปี เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว โดยในวันที่ 21 ตุลาคม 2569 จะเป็นการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ

ลิ้งค์ถ่ายทอดสด Youtube TVA Channel
https://www.youtube.com/@tvachannel6629


ที่มา : https://www.facebook.com/100066823098344/posts/1461452306092192/?rdid=MFd2rYWKFbbYrHH5#

‘วราวุธ’ ชี้ เหมืองโพแทชไทย!! ลดนำเข้าปุ๋ย 1.4 หมื่นล้าน พร้อมส่งออกเพิ่ม 3 หมื่นล้าน ชุมชนและเกษตรกรได้ประโยชน์ เน้นความมั่นคงวัตถุดิบเกษตร

“วราวุธ” ชี้ เหมืองโพแทชไทย ลดนำเข้าปุ๋ย 1.4 หมื่นล้าน/ปี ปูทางส่งออก 3 หมื่นล้าน ชู ชุมชน-เกษตรกรได้ประโยชน์ เพิ่มความมั่นคงด้านวัตถุดิบเกษตร

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การพัฒนาแหล่งแร่โพแทชในประเทศไทยเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้ภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ลดการพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศ และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากทรัพยากรแร่ภายในประเทศ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีแหล่งแร่โพแทชขนาดใหญ่ กระจายอยู่ในแอ่งโคราชและแอ่งสกลนคร

ปัจจุบันประเทศไทยนำเข้าปุ๋ยเคมีประมาณ 5 ล้านตันต่อปี คิดเป็นมูลค่าราว 65,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นปุ๋ยโพแทชประมาณ 1 ล้านตัน มูลค่า 14,000 ล้านบาทต่อปี การพัฒนาเหมืองและโรงงานผลิตปุ๋ยโพแทชในประเทศจึงมีโอกาสช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า และเสริมความมั่นคงด้านปัจจัยการผลิตของเกษตรกรไทย

ประโยชน์ที่ประชาชนมีโอกาสได้รับโดยตรง คือการเพิ่มทางเลือกด้านปุ๋ยและลดแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิตทางการเกษตร เนื่องจากโพแทสเซียมเป็นหนึ่งในธาตุอาหารหลักของพืช การมีแหล่งวัตถุดิบและกำลังผลิตภายในประเทศจะช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงปุ๋ยโพแทช เช่น ปุ๋ยสูตร 0-0-60

ขณะเดียวกัน การสร้างประโยชน์จากเหมืองโพแทชต้องเดินควบคู่กับการควบคุมผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยมีมาตรการกำจัดหางแร่และเศษดิน จะผสมกับนำ้เกลือเข้มข้นและอัดกลับลงไปในเหมืองใต้ดิน ที่กำหนดให้เริ่มดำเนินการในปีที่ 5 ของการทำเหมือง และต้องถมกลับให้หมดเมื่อสิ้นสุดโครงการ ควบคู่กับการป้องกันการรั่วซึมของน้ำเกลือ ป้องกันผลกระทบต่อดิน แหล่งน้ำ และชุมชนในพื้นที่ตลอดจนการคุ้มครองสุขภาพชุมชน สำหรับโครงการอุดรธานีมีการกำหนดมาตรการ เช่น ระบบหมุนเวียนน้ำ การป้องกันการรั่วซึม และการประกันความเสียหายจากการทำเหมืองไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท

”ในด้านเศรษฐกิจ หากโครงการต่างๆ สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ประเทศไทยจะมีกำลังผลิตโพแทชรวมประมาณ 3.2 ล้านตันต่อปี เมื่อหักความต้องการใช้ภายในประเทศตามประมาณการ จะเหลือผลผลิตส่วนเกินราว 2.2 ล้านตันสำหรับส่งออก คาดว่าจะสร้างรายได้จากการส่งออกกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี และเพิ่มโอกาสให้ไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกโพแทชและปุ๋ยเคมีในภูมิภาคอาเซียน“

สำหรับความคืบหน้าของ 3 โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการบริษัท ไทยคาลิ จำกัด จ.นครราชสีมา ซึ่งวางแผนผลิต 100,000 ตันต่อปี ปัจจุบันเจาะอุโมงค์ระบายอากาศถึงชั้นแร่ที่ระดับความลึก 280 เมตร และคาดว่าจะเริ่มผลิตปุ๋ยโพแทชได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2570

ส่วนโครงการบริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด จ.อุดรธานี ตั้งเป้าผลิต 2 ล้านตันต่อปี อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 100 ล้านบาท เป็น 12,240 ล้านบาท และคาดว่าจะเริ่มผลิตได้ภายในปี 2573

โครงการบริษัท เหมืองแร่โปแตซอาเซียนชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) จ.ชัยภูมิ ตั้งเป้าผลิต 1.1 ล้านตันต่อปี ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ด้วยมูลค่าลงทุนกว่า 31,422 ล้านบาท แต่ยังมีข้อพิพาทเกี่ยวกับผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษแก่รัฐประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินคดีในศาลปกครองกลาง

นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากผลประโยชน์ระดับประเทศ การทำเหมืองยังมีโอกาสสร้างงานในท้องถิ่นตั้งแต่การสำรวจ การก่อสร้างอุโมงค์ ไปจนถึงการผลิตระยะยาว พร้อมจัดตั้งกองทุนตามเงื่อนไขประทานบัตรเพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และสาธารณสุขในพื้นที่ รวมถึงการจ่ายค่าทดแทนแก่เจ้าของที่ดินตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

อีกด้านหนึ่ง โพแทชยังเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น สบู่ สารซักฟอก ยา และเซรามิก ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิดการเพิ่มมูลค่าภายในประเทศ แทนการพึ่งพาการส่งออกแร่เพียงอย่างเดียว

เพราะโจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงการนำทรัพยากรใต้ดินขึ้นมาสร้างมูลค่า แต่ต้องทำให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจส่งถึงเกษตรกร แรงงาน และชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมและการบังคับใช้มาตรการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทรัพยากรแร่ที่มีอยู่กลายเป็นประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาว

“เที่ยงวาน น้อง พี่ใจดีเลี้ยงอาหารไทยเราสอง”

“เที่ยงวาน น้อง พี่ใจดีเลี้ยงอาหารไทยเราสอง”
“จรัล ดิษฐาอภิชัย”พร้อม “เพนกวิ้น พริษฐ์ ชีวารักษ์“
โพสต์ด้วยความยินดี ที่มีชาวไทยที่เมืองชิคาโก เลี้ยงอาหารไทย “จรัล หลบหนีคดี 112 ที่ฝรั่งเศส ส่วน พริษฐ์ หลบหนีคดี อยู่ที่สหรัฐอเมริกา

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=28435307359484830&id=100002968350160&rdid=ZRYE8o0NCi6crwx1#

ต้อนรับฮีโร่ลูกหลานเมืองช้าง!! ชาวสุรินทร์จัดขบวนแห่ช้าง 9 เชือก สุดยิ่งใหญ่ ต้อนรับ ‘บิว ภูริพล–เบล จิราพัชร’ กลับบ้านเกิด หลังคว้า 5 เหรียญจากเอเชียนเกมส์ 2026 ร่วมยินดีเกียรติยศชาวจังหวัดสุรินทร์

“บิว” ภูริพล – “เบล” จิราพัชร  กลับบ้านเกิด ชาวสุรินทร์จัดขบวนแห่ช้าง 9 เชือก ต้อนรับฮีโร่เอเชียนเกมส์ 2026

(19 ต.ค. 69) ณ จังหวัดสุรินทร์ ชาวจังหวัดสุรินทร์ ต้อนรับและแสดงความยินดีแก่ “บิว” ส.ต.ต. ภูริพล บุญสอน และ “เบล” จิราพัชร ขานอ่อนตา นักกรีฑาทีมชาติไทยชาวจังหวัดสุรินทร์ หลังสร้างผลงานยอดเยี่ยมคว้าเหรียญเงิน จากการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 “Aichi–Nagoya 2026” ณ ประเทศญี่ปุ่น

สำหรับผลงานของ บิว” ภูริพล คว้า 2 เหรียญทอง  จากการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร (ทำลายสถิติเอเชียนเกมส์) และวิ่ง 200 เมตร (ทำลายสถิติเอเชียนเกมส์ และเป็นเจ้าของสถิติเอเชีย) และคว้า 1 เหรียญเงิน  วิ่งผลัด 4x100 เมตร (ผสม) ส่วน “เบล” จิราพัชร คว้า 2 เหรียญเงิน  จากการแข่งขันวิ่ง 4x100 เมตร (หญิง) และวิ่งผลัด 4x100 เมตร (ผสม)  รวมผลงานของนักกีฬาทั้งสองคน คว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขันได้รวม 5 เหรียญ ประกอบด้วย 2 เหรียญทอง และ 3 เหรียญเงิน

ไฮไลต์ของการต้อนรับครั้งนี้ คือการจัดขบวนแห่ช้างจำนวน 9 เชือก เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของนักกีฬาทั้งสองคน โดยให้นักกีฬาขึ้นนั่งบนหลังช้างร่วมขบวนอย่างสง่างาม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความยินดีและความภาคภูมิใจของชาวสุรินทร์และแฟนกีฬาที่พร้อมใจกันออกมาต้อนรับตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ที่ว่าการอำเภอเมืองสุรินทร์ มุ่งหน้าสู่สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ท่ามกลางเสียงเชียร์และรอยยิ้มแห่งความประทับใจ เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของสองนักกรีฑาทีมชาติไทยบนเวทีเอเชีย

ขอบคุณภาพจาก เพจ ดูโฮม สุรินทร์ หลงสุรินทร์ และ Kamol Kamolboon

ที่มา : https://www.facebook.com/100070472648851/posts/1155646536794424/?rdid=Y5vMzkHw7MjfauYl#

เปิดรับทุน ODOS ทุนการศึกษาเพื่อม.4-ปวช.1 เปิดรับสมัครถึง 13 พ.ย. 69 กสศ.เชิญครูคัดเลือกนักเรียน ช่วยขยายโอกาสเรียนต่ออย่างเต็มที่

เปิดรับสมัครแล้ว! ทุน ODOS รุ่นที่ 4 (รอบเพิ่มเติม) สำหรับนักเรียนชั้น ม.4 และ ปวช.1

อีกหนึ่งโอกาสที่จะช่วยให้เด็กและเยาวชนได้เรียนต่อและพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่กับ “โครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ (ODOS) รุ่นที่ 4 รอบเพิ่มเติม” สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.1)

เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 13 พฤศจิกายน 2569 (ภายในเวลา 17.00 น.)

กสศ. ขอเชิญชวนคุณครูและผู้บริหารสถานศึกษาที่อยู่ในรายชื่อสถานศึกษาตามประกาศ ร่วมคัดเลือกและเสนอชื่อนักเรียนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ เพื่อเข้ารับการพิจารณาทุน ODOS รุ่นที่ 4 (รอบเพิ่มเติม)

อ่านรายละเอียดประกาศ คุณสมบัติ และกำหนดการรับสมัครได้ที่
https://scholarshipreg.eef.or.th/informations

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-079-5475 ต่อ 11 (ในเวลาราชการ)

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1604436355050683&id=100064530018676&rdid=2laJvghvEwyFQPkz#

อยุธยาเปิดเกมท่องเที่ยวรวม!! ปักหมุดเมืองต้นแบบสู่ Inclusive Tourism เปิดคณะกรรมการ ATIT ยกระดับทั่วถึง ผนึกกำลังรัฐ-เอกชน-นักวิชาการ หวังขยายตลาดท่องเที่ยวมีมูลค่าสูง

อยุธยาปักปักหมุดเมืองต้นแบบ! เปิดตัวงานใหญ่ ITT 2026 ดันวาระ ‘Inclusive Tourism’ ท่องเที่ยวเท่าเทียมไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ปรับเมืองมรดกโลกสู่ Living Lab เจาะตลาดกลุ่มใหม่มูลค่าสูง

วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ที่โรงแรมเซ็นทาราอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในงานเวทีประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยวที่ทั่วถึงและเท่าเทียม 2569 หรือ Inclusive Tourism Thailand 2026 (ITT2026)

จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Awareness • Collaboration • Action” เพื่อมุ่งสร้างการรับรู้ ผสานความร่วมมือ และยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวลจากองค์ความรู้สู่งานวิจัยและลงมือปฏิบัติจริง พร้อมเปิดโอกาสทางการตลาดใหม่และสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ทุกคนเข้าถึงได้

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมแสดงปาฐกถาพิเศษ รวมถึงผู้บริหารระดับสูงจาก อพท., สกสว., ททท. และผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมกว่า 100 คน

ภายในงานได้มีการเปิดตัวคณะกรรมการบริหารสมาคมไทยท่องเที่ยวเพื่อความทั่วถึงและเท่าเทียม (ATIT) โดย นายนิธิ สืบพงษ์สังข์ (นัตตี้) นายกสมาคมฯ และหัวหน้าโครงการวิจัย ได้กล่าวรายงานถึงความสำคัญในการเชื่อมโยงภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักวิชาการ ชุมชน และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญระดับโลกทั้งจากยุโรป ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการท่องเที่ยวของไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top