Friday, 5 June 2026
NEWS FEED

ฟีฟ่ากุมขมับ!! ‘จีน–อินเดีย’ ตกรอบบอลโลก แถมเมินซื้อลิขสิทธิ์ จากหวังโกยเงิน ‘จีน–อินเดีย’ สู่ดีลล่ม ทำรายได้ตลาดยักษ์สะดุด

ฟีฟ่ากุมขมับ 'จีน-อินเดีย' ตกรอบ แถมเมินซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก

สื่ออังกฤษ เดอะการ์เดียน รายงานว่าจานนี อินฟานติโน (Gianni Infantino) ประธานฟีฟ่า (#FIFA) ถึงกับ “นอนไม่หลับ” ในช่วงนี้ เพราะปวดหัวอย่างหนักหลังจีนและอินเดียปฏิเสธที่จะเซ็นสัญญาซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก

เดิมทีการเพิ่มจำนวนทีมในฟุตบอลโลกเป็น 48 ทีม ก็เพื่อปูทางให้จีนและอินเดียผ่านเข้ารอบ หวังจะกอบโกยผลกำไรมหาศาลจากค่าลิขสิทธิ์และสปอนเซอร์จากตลาดประชากรรวม 2.7 พันล้านคน แต่ผลปรากฏว่านอกจากจีนและอินเดียจะไม่ผ่านเข้ารอบแล้ว ทั้งสองประเทศยังไม่ยอมทุ่มเงินซื้อลิขสิทธิ์ในราคาสูงอีกด้วย

ในทางกลับกัน ประเทศเล็กๆ อย่าง กาบูเวร์ดี (Cape Verde) ประเทศเกาะที่ตั้งอยู่บริเวณนอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของแอฟริกา (ประชากร 5.7 แสนคน) และ กือราเซา (Curaçao) (ประชากร 1.5 แสนคน) กลับทะลุเข้าสู่รอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก ทำเอาฟีฟ่าถึงกับเหงื่อตก

จีน: ฟีฟ่าเสนอราคาเริ่มต้นที่ 250-300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทัวร์นาเมนต์ (ก่อนจะยอมลดลงเหลือ 120-150 ล้านดอลฯ) แต่สถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีนตั้งราคาในใจไว้เพียง 60-80 ล้านดอลฯ เท่านั้น การเจรจาจึงล่มไม่เป็นท่า

อินเดีย: แพ็กเกจลิขสิทธิ์รวม 2 ทัวร์นาเมนต์ถูกหั่นราคาจาก 100 ล้านดอลลาร์ฯ เหลือเพียง 35 ล้านดอลลาร์ฯ แต่ JioStar สื่อท้องถิ่นของอินเดียยอมจ่ายสูงสุดแค่ 20 ล้านดอลฯ ดีลนี้จึงถูกปัดตกไป

ความเจ็บปวดของฟีฟ่าคือการขาดจีนและอินเดียไป ทำให้สูญเสียรายได้ส่วนเพิ่มจากค่าลิขสิทธิ์ไปถึง 30% แม้จะมี 175 ประเทศทั่วโลกเซ็นสัญญาซื้อลิขสิทธิ์ไปแล้ว แต่กลับขาดตลาดใหญ่อันดับ 1 และ 2 ของโลกที่มีประชากรรวมกันเกือบ 3 พันล้านคนไปเสียอย่างนั้น

แม้จะอ้าง "โลกาภิวัตน์ ฟุตบอลไร้พรมแดน" แต่ความในใจที่แท้จริงคือฟีฟ่าต้องการคือทีมชาติจากประเทศมหาอำนาจที่ทำเงินได้ ไม่ใช่ทีมน้องใหม่จากประเทศเล็กๆ

ที่มา : Jeenthainews

https://www.facebook.com/100059514523438/posts/1347620260565112/?rdid=W7slyLXZFG3HDitJ#

รัฐเร่งจัดระเบียบโซลาร์บ้าน!! “เอกนัฏ” รับเรื่องผู้เสียหายโซลาร์บ้าน สั่งตรวจติดตั้งจริง เร่งมาตรฐานบังคับ เอาผิดผู้ประกอบการไร้คุณภาพ หลังผู้เสียหายร้องติดตั้งผิดสเปก ไม่มีวิศวกรควบคุม

“เอกนัฏ“ รับจบ แก้ปัญหาโซลาร์บ้านปชช.ไม่ได้มาตรฐาน สั่งหน่วยงานช่วยเหลือ ยกระดับความปลอดภัย

วันนี้ (14 พฤษภาคม 2569) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และทีมสุดซอย โดยนายเอกนัฎลงมารับเรื่องร้องเรียนด้วยตัวเองจากนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม ซึ่งได้นำกลุ่มผู้เสียหายจากการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เข้ามาร้องเรียน หลังพบปัญหาในการใช้งานมาโดยตลอด ซึ่งปัญหาเกิดจากการติดตั้งโดยใช้อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมกับระบบไฟฟ้า การติดตั้งอุปกรณ์ยี่ห้อไม่ตรงตามที่ตกลงกับผู้เสียหาย รวมถึงการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่มีวิศวกรควบคุมงาน  รวมทั้งได้สั่งการเร่งด่วนให้ พพ. พลังงานจังหวัด ร่วมลงพื้นที่กับ กฟน. และ กฟภ. ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ติดตั้ง พร้อมทั้งขอให้ สมอ. เร่งกำหนดมาตรฐานแผงโซลาร์เซลล์และสายไฟ โดยให้เสนอเป็นมาตรฐานบังคับโดยเร็ว ในส่วนของ สคบ. ได้รับมอบหมายให้เร่งดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่ได้รับร้องเรียน

“ผมรู้สึกเป็นห่วงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายทุกท่าน  โดย กระทรวงพลังงาน จะเป็นตัวกลางรับเรื่องร้องเรียน ผ่านช่องทางออนไลน์ให้ประชาชนแจ้งปัญหาโซล่าร์เซลได้ง่ายๆ และจะเร่งดำเนินการเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายไปมากกว่านี้ ทั้งนี้ แม้ กระทรวงพลังงาน จะเตรียมออกมาตรการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนอย่างเต็มรูปแบบเพื่อเป้าหมายในการลดการนำเข้าพลังงานของประเทศ แต่สิ่งสำคัญที่ผมต้องขอเน้นย้ำและจะกำกับดูแลอย่างเข้มงวดคือ การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์จะต้องใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ผู้ประกอบการจะต้องมีความชำนาญ มีความรับผิดชอบ และต้องมีวิศวกรควบคุมการติดตั้งเพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้งานและเกิดความปลอดภัยสูงสุดกับประชาชนทั่วประเทศ” นายเอกนัฏ กล่าว

"แก้วตา ธิษะณา" ออกโรงหนุน ‘เนติวิทย์’ “รักชาติไม่ควรถูกบังคับ” ปฏิเสธเกณฑ์ทหารด้วยหลักอารยะขัดขืน แก้วตาย้ำไม่ใช่ความขี้ขลาด แต่คือการท้าทายระบบที่ไม่เป็นธรรม

“เนติวิทย์ปฏิเสธเกณฑ์ทหาร ไม่ได้ปฏิเสธสังคม ความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ แค่ไม่ยอมรับที่ต้องบังคับให้มนุษย์คนนึงต้องถืออาวุธ ในโครงสร้างอำนาจที่เขาไม่ได้เลือก แต่รัฐกำหนดให้มีโทษทางอาญา การปฏิเสธของเนติวิทย์ไม่ใช่ความขี้ขลาดไม่รักชาติ

ไม่ใช่หนีหน้าที่โดยไร้เหตุผล แค่อารยะขัดขืนยอมเอาตัวเองเสี่ยงคุก เพื่อบอกว่าสังคมว่าผิดปกติ แค่บอกว่าผมไม่ยอมรับระบบนี้ แต่รัฐกลับตอบกลับเขาด้วยการจำคุก  รักชาติไม่ควรโดนบังคับการเกณฑ์ทหาร “ แก้วตา ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีตสส.พรรคก้าวไกล ไลฟ์สด กรณีเนติวิทย์ อดีตนิสิตจุฬาคนดัง ไม่รับการเกณฑ์ทหาร มีแววว่าโดนจำคุก

ชวนมาฝึกเขียน (Writing)สำหรับเด็กม.ต้น สอบชิงทุนการศึกษา กับครูฮ้วง 

ครั้งแรกในประเทศไทย จัดสอน Academic Writing Workshop เพื่อสอบชิงทุนรัฐบาลสิงคโปร์(asean scholarship) 
.
Workshop รุ่นที่ 1 10 คนแรกแค่ 8,500 บาท จากราคาต็ม 10,800 บาท 
ติดต่อสาขา หน้าโรงเรียนโยธินบูรณะ (Little Thinkerland)080-0517755 
ติดต่อสาขา  CP 3 พญาไท (GDD Coding) 096-6345485
.
#THESTATESTIMES
#NEWS
#NewsFeed

สสส.หนุน “Dental Mind Connect 360°” ดูแลสุขภาพจิตเชิงรุกนิสิตทันตแพทย์ 19 สถาบัน เปิดโมเดลดูแลใจนิสิตทันตแพทย์ สร้างด่านหน้ารับมือภาวะเสี่ยง สสส.ชี้วัย 18–24 ปี เสี่ยงซึมเศร้าสูง

สสส.หนุน “Dental Mind Connect 360°” สร้างระบบดูแลสุขภาพจิตเชิงรุกในโรงเรียนทันตแพทย์ 19 สถาบัน รับมือวิกฤตเยาวชนเครียด–ซึมเศร้า

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 –สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับองค์กรผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “DENTAL MIND CONNECT 360° : Integrated Digital Counseling & Proactive Mental Health Screening for Dental Students”ขึ้น ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ ภายใต้โครงการส่งเสริมสุขภาพจิตและเสริมความเข้มแข็งเครือข่ายในโรงเรียนทันตแพทย์ เพื่อพัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตเชิงรุกสำหรับนิสิตทันตแพทย์ทั่วประเทศ

โดย ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ความร่วมมือในการสร้างระบบดูแลสุขภาพจิตเชิงรุกครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพจิตในกลุ่มเยาวชนและนิสิตนักศึกษา ซึ่งกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งนี้ จากข้อมูลการประเมินสุขภาพจิตคนไทย ปี 2567 พบว่า กลุ่มเยาวชนวัยเรียนมหาวิทยาลัยและวัยทำงานตอนต้น อายุ 18–24 ปี มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตสูงกว่ากลุ่มอื่น โดยมีความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าร้อยละ 26.9 มีภาวะเครียดสูงร้อยละ 24.5 และนำไปสู่การป่วยซึมเศร้าถึงร้อยละ 6 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพจิต การเรียน การใช้ชีวิต และปัญหาอื่น ๆ ตามมา

ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าวว่า สสส. จึงร่วมกับเครือข่าย พัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพจิตสำหรับกลุ่มเยาวชนในระดับมหาวิทยาลัยหลายโมเดล รวมถึงการพัฒนารูปแบบเฉพาะสำหรับเครือข่ายโรงเรียนทันตแพทย์ โดยร่วมกับองค์กรผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยนเรศวร ออกแบบแนวทางที่สอดคล้องกับบริบทปัญหาของโรงเรียนทันตแพทย์โดยเฉพาะ ตั้งแต่การส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านสุขภาพจิต การพัฒนาสภาพแวดล้อม หลักสูตรและแนวทางการเรียนการสอนที่เอื้อต่อสุขภาวะทางใจ การสร้างกลไกดูแลสุขภาวะทางจิต ระบบให้คำปรึกษาและเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิต รวมถึงการพัฒนาแนวปฏิบัติร่วม นวัตกรรมด้านสุขภาพจิต และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านสุขภาพจิต

“เรื่องสุขภาพจิตในระบบการศึกษา ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต การเรียนรู้ การประชุมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาบุคลากรโรงเรียนทันตแพทย์จาก 19 สถาบัน ให้สามารถดูแลนิสิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการดำเนินงานสามารถถอดบทเรียนให้เห็นรูปแบบเพื่อขยายผลเป็นองค์ความรู้ให้หน่วยงานอื่นต่อไป” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว

ด้าน รศ.ดร.ทพ.ภัชรพล สำเนียง คณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้รับผิดชอบโครงการส่งเสริมสุขภาพจิตและเสริมความเข้มแข็งเครือข่ายในโรงเรียนทันตแพทย์ กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพจิตในกลุ่มนิสิตทันตแพทย์เป็นประเด็นสำคัญที่ทุกสถาบันต้องร่วมกันให้ความสนใจอย่างจริงจัง จากการสำรวจนิสิตทันตแพทย์จำนวน 4,255 คน จาก 17 มหาวิทยาลัย พบว่าสถานการณ์สุขภาพจิตอยู่ในระดับน่ากังวล โดยมีนิสิตจำนวนมากที่มีภาวะเสี่ยง แต่ยังไม่เคยเข้าถึงบริการช่วยเหลือทางสุขภาพจิต สะท้อนช่องว่างสำคัญของระบบดูแลและการเข้าถึงบริการ ทั้งนี้ ปัจจัยความเครียดสำคัญของนิสิตทันตแพทย์เกิดจากภาระการเรียน การฝึกปฏิบัติทางคลินิก ความสัมพันธ์ในสังคมการเรียน และสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่มีความเข้มข้นสูง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คุณภาพชีวิต และสุขภาวะทางใจของนิสิต

รศ.ดร.ทพ.ภัชรพล กล่าวว่า โครงการนี้องค์กรผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย จึงมุ่งพัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตที่ครอบคลุมและยั่งยืนสำหรับบุคลากรและนิสิตทันตแพทย์ สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีคณะทันตแพทยศาสตร์ 19 สถาบันทั่วประเทศเข้าร่วม มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สามารถทำหน้าที่เป็น “ด่านหน้า” ในการดูแลนิสิตได้อย่างเหมาะสม ผ่านการเรียนรู้เรื่องการประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้น เทคนิคการฟังอย่างใส่ใจ การสร้างพื้นที่ปลอดภัย การรักษาความลับทางวิชาชีพ ตลอดจนการวางระบบส่งต่อและติดตามผู้มีความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และร่วมกันพัฒนาแนวทางปฏิบัติร่วมระหว่างสถาบัน เพื่อให้หวังให้เกิดกลไกการดูแลสุขภาพจิตที่เป็นระบบในโรงเรียนทันตแพทย์ ทั้งในมิติการคัดกรอง เฝ้าระวัง ให้คำปรึกษา ส่งต่อ และติดตามผล พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่เอื้อต่อการเติบโตของนิสิตทั้งด้านวิชาการ วิชาชีพ และสุขภาวะทางใจอย่างสมดุล

ฝนถล่มไทย!! วิเคราะห์ฝน 15 วันล่วงหน้า ฝนตกทั่วไทยโดยเฉพาะตะวันตก คลื่นลมแรงในอันดามันระวัง เกษตรกรเตรียมกักเก็บน้ำทันที

อัพเดทภาพผลการพยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุกๆ 24 ชม.:(นับตั้งแต่ 07.00น. ถึง 07.00น.วันรุ่งขึ้น) และลมที่ระดับ 925hPa (750ม.) 15 วันล่วงหน้า ระหว่าง 14-27 พ.ค.69

วิเคราะห์จากแบบจำลองฯของศูนย์พยากรณ์อากาศยุโรป( ECMWF)  init. 2026051312: มีสัญญาณของลมตะวันตกเฉียงใต้เริ่มพัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ฝั่งอันดามัน สภาพอากาศยังแปรปรวน ช่วง 14-22 พ.ค.69 ทั่วไทยมีฝนเ/ฝนฟ้าคะนอง โดยเฉพาะพื้นที่ทางด้านตะวันตกของไทย ภาคเหนือ( จ.ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ) ภาคกลาง (อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี) ภาคตะวันออก ตามแนวชายฝั่ง กทม. ปริมณฑล และภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่  )

ส่วนภาคอีสานมีฝนบางแห่ง (ฝนน้อยกว่าภาคอื่นๆ) ฝน/ฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้หลายเวลา ยังต้องติดตามเฝ้าระวัง กำลังจะเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนถ่ายฤดูกาล (จากฤดูร้อน เตรียมเข้าสู่ฤดูฝน)  สภาวะฝนของไทยยังตกไม่สม่ำเสมอ ทั้งเชิงพื้นที่และเชิงปริมาณ เช้าถึงบ่ายอากาศร้อน เย็นถึงค่ำมีฝนฟ้าคะนอง ช่วง18-20 พ.ค.69 ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษบริเวณภาคเหนือ ภาคกลางด้านตะวันตก

คลื่นลมในทะเลอันดามันแรงขึ้น ท่องเที่ยวในระยะนี้ต้องระวังฝนฟ้าคะนองคลื่นลมแรง ส่วนชาว กทม.และปริมณฑล ฝนจะเริ่มมีในช่วงบ่ายถึงค่ำ (ฝนหลังเลิกงาน) ต้องเฝ้าระวัง ฝนตกรถติด การจราจรติดขัดโดยเฉพาะใกล้เปิดเทอม ต้องเผื่อเวลาเดินทาง ใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ออกนอกบ้านพกร่มไปด้วย รวมถึงเสื้อกันฝนโดยเฉพาะผู้ที่ขับขี่จักรยานยนต์ สำหรับช่วง 23 - 28 พ.ค.69 ฝนของประเทศไทยตอนบน ลดลงบ้าง แต่ยังมีฝนบางแห่ง เน้นด้านรับมรสุมสำหรับภาคใต้ฝั่งอันดามันยังมีฝนกระจายและมีฝนตกหนักได้  ขอให้ติดตามการพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด

ส่วนการเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูฝน รอประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาเร็วๆนี้ ในระยะนี้พื้นที่ใดที่เริ่มมีฝนแล้ว พี่น้องเกษตรกร ควรหาวิธีกักเก็บน้ำและสำรองน้ำไว้ใช้ ในช่วงที่มีฝนน้อย การลงมือเพาะปลูกพืช ควรเตรียมการ รอให้ฝนตกสม่ำเสมอมากว่านี้จึงค่อยลงมือเพื่อป้องกันความเสียหาย กิจกรรมกลางแจ้งยังมีความเสี่ยงพายุฝนฟ้าคะนอง ในระยะนี้ต้องระวัง ข้อมูลยังมีการเปลี่ยนแปลงตามข้อมูลที่มีการนำเข้าและประมวลผลใหม่ ใช้เป็นแนวทางในการติดตามสภาพอากาศ)

เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ “รอบรับตรง” ปีการศึกษา 2569

สาขาวิชาการบัญชี บพิตรพิมุข จักรวรรดิ
สมัครได้ถึง 📅 31 พฤษภาคม 2569 นี้!
ทั้งผู้จบ #มอ6 #ปวช #ปวส

✨ เรียนบัญชียุคใหม่ ตอบโจทย์อนาคต
💻 ผสาน AI & Digital Accounting
📊 เรียนรู้ Data Analytics และ ESG
🚆 เดินทางสะดวก ใจกลางเมือง
ใกล้เยาวราช • ทรงวาด • สำเพ็ง • พาหุรัด

ที่นี่เราไม่ได้สร้างแค่นักบัญชี
แต่สร้าง “นักธุรกิจรุ่นใหม่” ที่คิดเป็น ทำเป็น และพร้อมทำงานจริง 💼✨

🎓 มีทุนการศึกษา
💳 กู้ กยศ. ได้ สะดวก มีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ
📱 สมัครออนไลน์ง่าย ไม่ต้องเดินทาง

📌 สมัครออนไลน์ได้ที่ Link ใน comment

วิกฤตอุดมศึกษาอังกฤษ!! นักวิชาการเริ่มย้ายฝั่ง หลังมหาวิทยาลัยตะวันตกเจอแรงกดดันเงินทุนและวีซ่า Nottingham หลายสถาบันจ่อปลดพนักงาน สะท้อนคลังสมองโลกเริ่มขยับจากตะวันตกสู่เอเชีย

มหาวิทยาลัย Nottingham ในประเทศอังกฤษได้ส่งอีเมล์ไปยังพนักงาน รวมถึงอาจารย์ในคณะต่างๆว่าพวกเขาอาจจะต้องถูกปลดออก เพราะว่ามหาวิทยาลัยอาจเงินหมดที่จะจ้างในอนาคตอันใกล้นี้

ไม่ใช่แค่ Nottingham เพียงแค่มหาวิทยาลัยเดียวเท่านั้น มหาวิทยาลัยอื่นเช่น Essex, London Met, Nottingham Trent ก็กำลังจะปลดพนักงานออกเป็นร้อยๆคนเช่นเดียวกัน

เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจอย่างมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่ารัฐบาลอังกฤษออกกฎ visa ใหม่ที่ทำให้นักเรียนต่างชาติไม่อยากมาเรียนที่ประเทศเหมือนแต่เดิม เช่น การเปลี่ยนนโยบายวีซ่านักเรียน โดยตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา ที่ทำใหนักศึกษาต่างชาติระดับปริญญาโทส่วนใหญ่จะ “ไม่สามารถพาคู่สมรสหรือบุตรติดตามมาอยู่ในอังกฤษได้” เหมือนเดิม นโยบายนี้ทำให้ความน่าสนใจของการไปเรียนต่ออังกฤษลดลงมาก โดยเฉพาะสำหรับนักศึกษาจากอินเดียและไนจีเรียที่เดิมมองการเรียนต่อเป็นการย้ายทั้งครอบครัวหรือสร้างโอกาสทำงานระยะยาว

นอกจากนั้น หลังจากระบบอุดมศึกษาของอังกฤษปลับเปลี่ยนไปสู่ความเป็น “ตลาด” มากขึ้นภายหลังการปฏิรูปค่าเล่าเรียน มหาวิทยาลัยต่างๆก็เริ่มทำตัวคล้ายบริษัทเอกชนที่ต้องแข่งขันกันเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวอย่างรวดเร็ว การไล่อันดับมหาวิทยาลัย การลงทุนด้านภาพลักษณ์ แบรนด์ และอาคารสถานที่ต่างๆ ซึ่งก็อาจทำให้โครงสร้างของระบบมหาวิทยาลัยอังกฤษค่อยๆเปราะบางลง เพราะแรงจูงใจของมหาวิทยาลัยถูกผลักให้เน้น “การเติบโตให้มากที่สุด” มากกว่าการสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นระยะยาวขององค์กร

หลังจากที่ผมย้ายมาอยู่สิงคโปร์ ผมก็เริ่มเห็นว่า อาจารย์เก่งๆในมหาวิทยาลัยท็อปๆของอังกฤษได้พยายามสมัครมาเป็นอาจารย์ที่ NTU มากขึ้นทุกปี แถมจำนวนนักเรียนเอเชีย (แต่ไม่ค่อยรวมนักเรียนไทยนะครับ) ที่แต่ก่อนอยากไปเรียนอังกฤษ อเมริกา หรือออสเตรเลีย ก็เริ่มสมัครมาที่ NTU ในจำนวนที่เพิ่มขึ้นทุกปี

สรุปง่ายๆคือ ผมว่าศูนย์กลางของคลังสมองกำลังถูก shift จากตะวันตกมาตะวันออกอย่างช้าๆ เพียงเพราะว่าหลายประเทศตะวันตกเริ่มมีนโยบายที่ conservative และ inward-looking มากขึ้น ทั้งในเรื่อง immigration, student visas, funding และข้อจำกัดต่างๆที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยและงานวิจัย จนทำให้นักวิชาการ นักวิจัย และคนเก่งจำนวนไม่น้อยเริ่มรู้สึกว่าโอกาสและความมั่นคงในระยะยาวไม่ได้อยู่ที่เดิมอีกต่อไป ในขณะเดียวกัน หลายประเทศในเอเชียกลับกำลังลงทุนกับมหาวิทยาลัย งานวิจัย และ AI อย่างหนัก พร้อมดึง talent จากทั่วโลกเข้ามาอย่างจริงจัง

ที่มา : Nattavudh Powdthavee - ณัฐวุฒิ เผ่าทวี 

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=122281673726070329&id=61552109896879&rdid=Tqym1v3J6RgSWQIm#

ชิงสุกก่อนห่ามจริงหรือ? 2475 ในเงาประวัติศาสตร์การเมืองไทย เปิดมุมมองวาทกรรมคู่ขนาน “อภิวัฒน์” กับ “ความไม่พร้อม” ถอดบทเรียน 2475 ผ่านคำสารภาพของ ‘ปรีดี พนมยงค์’

วาทกรรมชิงสุกก่อนห่าม 2475 ถือเป็นวาทกรรมที่เป็นมายาคติหรือไม่?

"ชิงสุกก่อนห่าม" เป็นสำนวนไทยที่หมายถึง การทำสิ่งที่ยังไม่ถึงเวลาอันควร หรือทำสิ่งที่ยังไม่สมควรแก่วัย เปรียบเปรยเหมือนการเก็บผลไม้มากินตอนที่เพิ่งเริ่มห่าม ยังไม่สุกดีแล้วรีบเด็ดมาทานก่อนเวลา จะได้รับรสชาติที่ฝาดเปรี้ยว ไม่หวานอร่อยเหมือนตอนที่สุกเต็มที่

ในขณะที่คำว่า "มายาคติ" (Myth) หมายถึง ความคิด ความเชื่อ หรือคำอธิบายที่ถูกสร้างขึ้นและฝังรากอยู่ในสังคมจนทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ เป็นธรรมชาติ หรือเป็นสามัญสำนึกที่ถูกต้อง ทั้งที่จริงๆ แล้วอาจเป็นเพียงความเข้าใจผิด หรือชุดความคิดที่ถูกประกอบสร้างขึ้นมาเพื่อบิดเบือนหรือกลบเกลื่อนความจริง

โดย “วาทกรรมชิงสุกก่อนห่าม” ถือเป็นวาทกรรมหรือคำอธิบายย้อนหลัง (retrospective assessment) ที่ใช้ประเมินเหตุการณ์ 2475 ย้อนหลังว่าเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลเสียมากกว่าผลดี (negative assessment) ทั้งจากความไม่พร้อมของผู้ก่อการ ประชาชน รวมไปถึงผลเสียที่ตามมาจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีสถานะทางวาทกรรมตรงกันข้ามกับ “วาทกรรมอภิวัฒน์” ที่ใช้ประเมินเหตุการณ์ 2475 ในแง่บวก (positive assessment) ว่าเป็นการ “อภิวัฒน์” หรือเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นและเป็นการกระทำที่ถูกต้องดีงาม สมควรแก่เวลา

โดยในระยะหลังมีคำอธิบายสาธารณะที่พยายามปฏิเสธว่าเหตุการณ์ 2475 ไม่ใช่การชิงสุกก่อนห่าม หรือวาทกรรมชิงสุกก่อนเป็นมายาคติที่ไม่มีฐานความเป็นจริงรองรับ เช่น รัชนก ศรีนอก ในกรณีของละครสอดสร้อยมาลา ประจักษ์ ก้องกีรติ คณะก้าวหน้า อิทธิพล โคตะมี, ธงชัย วินิจจะกูล  ฯลฯ

เมื่อพิจารณาจากหลักฐานและข้อเท็จจริงที่รองรับวาทกรรมทั้งสองกระแส มีบุคคลสำคัญของคณะราษฎร ที่จัดได้ว่ามีบทบาทสำคัญทั้งการประกอบสร้างและเป็นหลักฐานในแง่ของข้อเท็จจริงที่ทำหน้าที่รองรับวาทกรรมทั้งสอง ทั้งวาทกรรมอภิวัฒน์และวาทกรรมชิงสุกก่อนห่ามก็คือ ปรีดี พนมยงค์ ผู้นำของคณะราษฎรสายพลเรือน

ในขณะที่เขา (ปรีดีหนุ่ม หรือ Young Pridi)  จะเป็นผู้ประกอบสร้างวาทกรรมอภิวัฒน์ โดยใช้คำ ๆ นี้เป็นคนแรก โดยประเมินว่าเหตุการณ์ 2475 เป็นการอภิวัฒน์ หรือการเปลี่ยนแปลงไปเพื่อนำพาสังคมไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นแล้ว

เขา (ปรีดีอาวุโส หรือ Old Pridi) เองก็ยังออกมายอมรับความผิดพลาดของตนเองและคณะราษฎร ในหลายกรรมหลายวาระ ไม่ว่าจะเป็นการยอมรับในความขาดวุฒิภาวะที่มาจากอายุที่น้อย ความขาดประสบการณ์ การยึดติดทฤษฎีหรือตำรามากเกินไปโดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริงของสังคมไทย รวมไปถึงการขาดการติดต่อ การทำความรู้จักเข้าใจคนไทยให้มากพอ

หรือแม้แต่วาทะ “ข้าพเจ้าอายุ 32 ปี พวกเราได้ทําการอภิวัฒน์ แต่ข้าพเจ้าก็ขาดความจัดเจน และครั้นข้าพเจ้ามีความจัดเจนมากขึ้น ข้าพเจ้าก็ไม่มีอํานาจ” อันเป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง ก็ล้วนแล้วแต่เป็นข้อเท็จจริงชั้นดีที่เป็นหลักฐานรองรับวาทกรรมชิงสุกก่อนห่ามทั้งสิ้น

ดังนั้น วาทกรรมชิงสุกก่อนห่าม จึงไม่ได้มีสถานะเป็นวาทกรรมที่เป็นมายาคติหรือเรื่องเล่าไร้สาระที่ไม่มีหลักฐานและข้อเท็จจริงรองรับแต่เพียงอย่างใด

คำถามทิ้งท้ายก็คือ มีเหตุการณ์หรือบุคคลใดในโลกที่มีแต่ข้อดี โดยไม่มีข้อเสียเลยบ้างเล่า? การที่จะรับแต่ชอบ โดยที่ไม่รับผิดเลย นั้นมีความเป็นธรรมแล้วหรือ?

อ้างอิง

1. “(สอดสร้อยมาลา) เป็นละครที่ได้รัฐเงินสนับสนุนจากรัฐไทย ผ่านกระทรวงวัฒนธรรม แม้จะเป็นโครงการที่ดูก้าวหน้า โครงเรื่องก็ดูเหมือนจะก้าวหน้า แต่ในที่สุดก็เผยให้เห็นว่าแท้จริงแล้วก็คงเป็นส่วนนึงของการทำโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อกระทำอย่างเป็นระบบ ให้ประวัติศาสตร์ ถูกเล่าออกมาในรูปแบบที่รัฐไทยอยากให้เป็นเท่านั้น ในบริบทนี้คือ คณะราษฎรเป็นพวกหัวก้าวหน้าที่เลวทรามไม่รู้คุณคน ตอกย้ำวาทะกรรม ชิงสุกก่อนห่าม สุดท้ายพวกหัวก้าวหน้าก็เหลิงอำนาจ และย้ำแนวคิดประเทศนี้บ้านนี้เมืองนี้ไม่ใช่ของประชาชน อำนาจสูงสุดไม่ใช่ของประชาชน” อมรินทร์ทีวี. (2569). 2475 “รัชนก ศรีนอก” ชิงสุกก่อนห่าม, จาก Website Amarin TV

2. ประจักษ์ ก้องกีรติ. (2560). การปฏิวัติ 2475 ที่โรงเรียนไม่ได้สอน,จาก Website The 101

3. คณะก้าวหน้า. ประชาธิปไตยไทยล้มลุกคลุกคลานไม่ใช่เพราะ “ชิงสุกก่อนห่าม” แต่เพราะการกลับมาของฝ่ายนิยมเจ้าในการรัฐประหาร 2490 - การสรุปเนื้อหาการบรรยาย “ตลาดวิชาอนาคตใหม่ – The Crown Strikes Back เมื่อเหล่ากษัตริย์นิยมโต้กลับการปฏิวัติ 2475” ในหัวข้อ “โฉมหน้าศักดินาไทยในรัฐประหาร 2490” โดย กษิดิศ อนันทนาธร เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งทาง Common School จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 74 ปี การรัฐประหาร 2490, จาก Website คณะก้าวหน้า.

4. อิทธิพล โคตะมี. (2564) มายาคติ 'ชิงสุกก่อนห่าม' สำนวนด้อยค่าการเปลี่ยนแปลงการปกครอง, จาก Website สถาบันปรีดี พนมยงค์.

5. ธงชัย วินิจจะกูล (2567). 2475 “ชิงสุกก่อนห่าม” หรือ “สายเกินการณ์” !? - ศิลปวัฒนธรรม, จาก FB Page 25 มิถุนายน 2024.

6. คำให้สัมภาษณ์ที่บ้านอองโตนี ปารีส เมื่อ พ.ศ. 2522 อันลือลั่นในประเด็นนี้คือ “ข้าพเจ้าไม่มีความเจนจัด และโดยปราศจากความเจนจัด บางครั้งข้าพเจ้าประยุกต์ทฤษฎีอย่างนักตํารา ข้าพเจ้าไม่ได้นําเอาความเป็นจริงในประเทศของข้าพเจ้ามาคํานึงด้วย ข้าพเจ้าติดต่อกับประชาชนไม่พอ ความรู้ทั้งหมดของข้าพเจ้า เป็นความรู้ตามหนังสือ ข้าพเจ้าไม่ได้เอาสาระสำคัญของมนุษย์มาคํานึงด้วย ให้มากเท่าที่ข้าพเจ้าควรจะมี ในปี ค.ศ. 1932 ข้าพเจ้าอายุ 32 ปี พวกเราได้ทําการอภิวัฒน์ แต่ข้าพเจ้าก็ขาดความจัดเจน และครั้นข้าพเจ้ามีความจัดเจนมากขึ้น ข้าพเจ้าก็ไม่มีอํานาจ”

ที่มา : Phermsak Chariamphan

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=10174647228605486&id=583640485&rdid=IWjyXJMQhiwNxEPl#

ฟีฟ่าเขย่าเวทีบอลโลก 2026 !! “ลิซ่า” ถูกคาดร่วมพิธีเปิดฟุตบอลโลก 2026 ที่ SoFi Stadium พร้อมศิลปินระดับโลก พร้อมพิธีเปิดใหญ่ 3 ประเทศ เม็กซิโก แคนาดา สหรัฐฯ ร่วมเจ้าภาพ

ลลิษา มโนบาล หรือ 'ลิซ่า' สมาชิกวง BLACKPINK ถูกคาดหมายว่าจะร่วมแสดงในพิธีเปิดฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา ขณะที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เตรียมจัดพิธีเปิดถึง 3 ครั้งใน 3 ประเทศเจ้าภาพร่วม คือ เม็กซิโก แคนาดา และสหรัฐอเมริกา

รายงานจาก ดิ แอตเลติก ระบุว่า ฟุตบอลโลก 2026 จะเริ่มฟาดแข้งวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม 2026 โดยมีการจัดพิธีเปิดก่อนเกมนัดแรกของแต่ละประเทศเจ้าภาพ ระยะเวลา 13 นาทีต่อพิธีเปิด ซึ่งจะจัดขึ้นที่ BMO Field ในโตรอนโต ประเทศแคนาดา วันที่ 12 มิถุนายน มีศิลปินอย่าง Michael Bublé, Alanis Morissette และ Alessia Cara ร่วมแจม

ส่วนพิธีเปิดที่สหรัฐฯ จะมีขึ้นที่ SoFi Stadium ในนครลอสแอนเจลิส วันที่ 12 มิถุนายน มี Katy Perry เป็นศิลปินหลัก พร้อมด้วย Future, Sanjay, 'ลิซ่า' และ Marilina Bogado โดยฟีฟ่ายังเตรียมกิจกรรมพิเศษฉลองครบรอบ 250 ปีของสหรัฐอเมริกาในวันที่ 4 กรกฎาคม ที่เมืองฮิวสตันและฟิลาเดลเฟีย

ฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็นเวิลด์คัพครั้งแรกที่ขยายจำนวนทีมเป็น 48 ชาติ และเพิ่มแมตช์แข่งเป็น 104 เกมมากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน

ฟีฟ่า ระบุว่า "เราต้องการสร้างความยิ่งใหญ่และสีสันให้กับฟุตบอลโลกครั้งนี้" และมั่นใจว่าจะเป็นประสบการณ์พิเศษสำหรับแฟนบอลทั่วโลก 

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1635257/


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top