Friday, 4 September 2026
NEWS FEED

สถาบันศึกษาจุดประกาย!! งาน Education Fair คึกคัก วิทยาลัยผู้นำร่วมให้คำแนะนำ เปิดทางเลือกศึกษา ม.ปลาย-มหาวิทยาลัย เคล็ดลับสมัครและค้นหาสายอาชีพ ณ รร.ไทยคริสเตียน

ภาพบรรยากาศวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคมได้เข้าร่วมงาน Education Fair ครั้งที่ 2/2569: Spark-Ed จุดประกายการเรียนรู้ ปลุกพลังในตัวคุณ ณ โรงเรียนไทยคริสเตียน

บอกเลยว่าวันนี้ หอประชุมชั้น 5 อาคาร 50 ปี คึกคักมาก น้องๆ ให้ความสนใจมาเดินชมงานและพูดคุยกับพี่ๆ ตัวแทนสถาบันการศึกษากันอย่างเนืองแน่น

งานนี้จัดเต็มทั้ง:
- แนวทางการเรียนต่อ ม.ปลาย & มหาวิทยาลัย
- บูทแนะแนวหลักสูตรสุดพิเศษจาก วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ที่มาร่วมให้คำแนะนำอย่างเป็นกันเอง
- เคล็ดลับการเตรียมตัวสมัครเรียน และการค้นหาสายอาชีพที่ใช่

หวังว่าทุกคนจะได้พลังและแรงบันดาลใจกลับไปพร้อมลุยต่อเพื่ออนาคตของตัวเองน้า

ที่มา : https://www.facebook.com/100064529986646/posts/1495088785985440/?rdid=D7DlwRuH3O2crky4#

'สุริยะ' สั่งเยียวยาเกษตรกร จ.น่าน!! เร่งช่วยเกษตรกรน่านน้ำท่วมหนัก เพิ่มอัตราเยียวยาเท่าตัว เร่งศึกษาสร้างอ่างเก็บน้ำใหม่ หวังแก้ปัญหาอุทกภัยซ้ำซาก

“สุริยะ” สั่งเร่งเยียวยาเกษตรกรได้รับผลกระทบน้ำท่วมน่าน - เผยได้อัตราเพิ่มขึ้นเท่าตัว หลังปรับเกณฑ์ใหม่ปี 2565 พร้อมสั่ง กษ.ศึกษาสร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่ม-แก้ปัญหาระยะยาว

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงมาตรการเยียวยาเกษตรกร จากเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดน่าน ว่า ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยพิจารณากฎเกณฑ์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งเกษตร ประมงและปศุสัตว์ โดยให้พิจารณามาตรการให้ชัดเจน แต่ขณะนี้ ชัดเจนแล้วว่า เกณฑ์เงินการเยียวยาจะเพิ่มเป็นเท่าตัว เนื่องจาก มีการประกาศไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่จะไม่มีผลย้อนหลัง

นายสุริยะ ยังเปิดเผยว่า การสำรวจความเสียหายพื้นที่ของเกษตรกร ขณะนี้ ดำเนินการแล้ว 80% แต่จำนวนงบประมาณทั้งหมด ยังไม่สามารถระบุได้ แต่ย้ำว่า เกษตรกรที่ได้รับที่ได้รับผลกระทบ จะได้รับเงินเยียวยาในอัตราที่เพิ่มขึ้นเท่าตัว ซึ่งได้ปรับกฎเกณฑ์ใหม่ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา พร้อมย้ำว่า เกณฑ์ใดที่เป็นประโยชน์ รัฐบาลจะดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ประสบภัยสูงสุด

ส่วนการแก้ไขปัญหาอุทกภัยซ้ำซากนั้น นายสุริยะ ระบุว่า เป็นข้อสังเกตที่นายกรัฐมนตรีมีความกังวลที่สุด เนื่องจาก อ่างน้ำในปัจจุบันไม่เพียงพอต่อการกักเก็บ และในแต่ละครั้งที่มีอุทกภัย รัฐบาลต้องใช้เงินเยียวยาครั้งละกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งประชาชนไม่ได้ต้องการเงินเยียวยา เนื่องจาก ไม่คุ้มและกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้ศึกษาลุ่มน้ำต่าง ๆ เพื่อสร้างอ่างกักเก็บน้ำขนาดกลาง และขนาดใหญ่ เพื่อรองรับน้ำเพิ่ม ซึ่งในจังหวัดน่าน ก็มีโครงการคลองเลี่ยงเมือง ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยทำการศึกษาไว้แล้ว คาดว่า จะใช้งบประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลกำลังพิจารณาว่าจะสามารถเอางบประมาณส่วนใดมาดำเนินการ และจะต้องใช้งบผูกพันปีละเท่าใด ซึ่งเชื่อว่า น่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้

อึ้ง! สื่อเล็ก–ใหญ่ประโคมข่าว อ้าง “แหล่งข่าวความมั่นคงลับ” ยืนยันจ่าลั่นไกจาก ฮ. รีบลงข่าวเลยหลักฐานไม่ต้อง? - NEWS1

อึ้ง! สื่อเล็ก–ใหญ่ประโคมข่าว อ้าง “แหล่งข่าวความมั่นคงลับ” ยืนยันจ่าลั่นไกจาก ฮ.—หลักฐานอยู่ไหน?

กรณีนายซอและ ดือเลาะ อายุ 21 ปี ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เริ่มจากนายรอมฎอน ปันจอร์ สส.พรรคประชาชน และอดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชาติ เผยแพร่ข้อมูลว่า มีวัยรุ่นถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ ก่อนผู้บาดเจ็บและพี่ชายออกมาเล่าเหตุการณ์อย่างละเอียด

ล่าสุด หลายสำนักข่าวรายงานโดยอ้าง “แหล่งข่าวความมั่นคง” ซึ่งเป็นทหารที่ไม่เปิดเผยตัวว่า ผู้ลั่นไกเป็นทหารยศจ่า ใช้อาวุธ M16A2 ยิงจากเฮลิคอปเตอร์ ไม่ใช่ M60 ทั้งที่ยังไม่มีการเปิดเผยผลตรวจหัวกระสุน รอยเกลียวลำกล้อง หมายเลขอาวุธ บัญชีกระสุน หรือรายชื่อกำลังพลบนเที่ยวบิน

ข้อมูลดังกล่าวยังขัดแย้งกับคำชี้แจงของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ซึ่งยืนยันว่าเฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จริง แต่ไม่มีการนำอาวุธขึ้นอากาศยานและไม่ได้ใช้อาวุธยิงลงสู่พื้นดิน จึงยังไม่อาจนำคำกล่าวอ้างจากแหล่งข่าวนิรนามไปนำเสนอเสมือนกองทัพยอมรับเหตุการณ์แล้ว

สื่อมีสิทธิปกป้องแหล่งข่าว แต่ต้องแยกให้ชัดระหว่าง “คำกล่าวอ้าง” กับ “ข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบแล้ว” โดยเฉพาะคดีความมั่นคงที่อาจขยายความขัดแย้ง หากไม่มีหลักฐานอิสระรองรับ การประโคมข่าวเช่นนี้ก็เสี่ยงทำให้สื่อกลายเป็นเครื่องมือของปฏิบัติการข่าวสารโดยไม่รู้ตัว

ที่มา : https://www.facebook.com/100064439212441/posts/1584855727005719/?rdid=UCf8ClyEFug0h8dn#

รอมฎอน ปันจอร์ พุดถึง นายกฯ อนุทิน!!

นายกฯ อนุทิน ควรตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ที่จะแนะโดยด่วน คลี่คลายความจริง ป้องกันความขัดแย้งบานปลาย

รอมฎอน ปันจอร์
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

ที่มา : https://www.facebook.com/100075687798430/posts/1083922077474042/?rdid=qNgntxiil7gaBcP9#

คปท. ดันแก้ปัญหาฟาร์มไก่!! พี่น้องตากฟ้ามอบของขวัญพริกหน่อไม้ ร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาลให้แก้ปมฟาร์มไก่ กรมควบคุมมลพิษ-กรมปศุสัตว์ร่วมสังเกตการณ์ ฟาร์มยินดีร่วมประชุมแก้ไขปัญหาร่วมกัน

นายพิชิต ไชยมงคล โพสต์ลงเฟสบุ๊ค

วันนี้ คปท.พาพี่น้องจาก อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ มายื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล เรื่องผลกระทบจากฟาร์มเลี้ยงไก่ โดยทางศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ประสาน กรมควบคุมมลพิษ และ กรมปศุสัตว์ มาร่วมประชุม มีมติว่า องค์กรส่วนกลางจะลงพื้นที่ร่วมกันกับ คปท.เพื่อแก้ไขปัญหา
ชาวบ้านนำ พริก หน่อไม้ป่า น้อยหน่าฝากมาให้ คปท.
ถือเป็นของขวัญที่ถูกใจที่สุด

ทางฟาร์มเลี้ยงไก่ประสานมาว่าอยากอธิบายในส่วนของฟาร์ม ก็ยินดีครับ เพื่อให้แก้ปัญหาร่วมกันทุกฝ่ายไปพร้อมๆกัน

ที่มา : https://www.facebook.com/100002212974152/posts/27976393002017757/?rdid=48pJ2LjhiopluAwh#

ไทยเตรียมดัน “เขาวัง” เพชรบุรี!! สู่บัญชีเบื้องต้นยูเนสโก ลุ้นขึ้นทะเบียนมรดกโลก เน้นคุณค่าทางวัฒนธรรม มีชุมชนร่วมอนุรักษ์อย่างใกล้ชิด

ประเทศไทยกำลังเตรียมเสนอชื่อ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี หรือที่รู้จักกันในชื่อ เขาวัง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก

พระนครคีรีสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2402 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 กลุ่มพระราชวังบนยอดเขาแห่งนี้ถือเป็นพระราชวังบนภูเขาแห่งแรกของไทยที่เป็นที่รู้จัก โดยตั้งอยู่ครอบคลุมยอดเขา 3 ยอด มองเห็นทิวทัศน์เมืองเพชรบุรี

ขณะนี้ กรมศิลปากรกำลังศึกษาความเหมาะสมของพื้นที่ และเตรียมข้อมูลเพื่อเสนอเข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้นของไทยต่อยูเนสโก โดยมีประเด็นสำคัญที่ใช้พิจารณา ได้แก่ คุณค่าทางวัฒนธรรม คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล และการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่

ที่มา : https://www.facebook.com/100083385874935/posts/1060972830025570/?rdid=oTYel1aBq6V4IUQT#

อาลัย ‘เอ๋ ศุภมงคล’ อาสาสมัครหัวใจใหญ่ คนทำงานอาสาผู้เป็นที่รักของเพื่อนร่วมภารกิจ ‘วีระศักดิ์’ รำลึก 20 ปีมิตรภาพและงานอาสาเพื่อสังคม ‘เอ๋ ศุภมงคล’ สุภาพ เอื้อเฟื้อ อดทน และทุ่มเทเพื่อสาธารณะ ผู้ทำเกินหน้าที่ด้วยหัวใจเต็มร้อย

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ โพสในเฟสบุ๊ค

เช้านี้ ผมได้รับทราบข่าวการจากไปโดยกระทันหันของ " เอ๋ " คุณศุภมงคล รัตนจิตร ด้วยความเสียใจและเสียดายอย่างยิ่ง

กว่า20ปี ที่ผมกับเอ๋ได้เห็นกันและกันในแวดวงคนทำงานอาสาสมัครเพื่อสังคม ตั้งแต่รุ่นการก่อตั้งรายการวิทยุ ร่วมด้วยช่วยกัน  เอ๋เป็นผู้มีความดื่มด่ำในการงานทำประโยชน์สาธารณะมาเสมอ เอ๋มีอัปนิสัยเอื้อเฟื้อ สุภาพ และมีอารมณ์ขัน

แต่สิ่งที่แฝงไว้ลึกๆเสมอคือ เอ๋สนใจคนรอบข้าง เข้าใจความทุกข์ และอดทนที่จะทำเกินหน้าที่แทบทุกกิจกรรม เอ๋จีงเป็นที่รัก ที่เคารพยกย่องในความมีอุดมคติ ที่ถือปฏิบัติ

ทั้งจากผู้อาวุโสกว่า เพื่อนร่วมงาน และอาสาสมัครรุ่นน้องๆ

เอ๋ดูจะสนุกกับการลุยบุกเข้าไปในพื้นที่ภัยพิบัติเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือให้เพื่อนร่วมส้งคมที่ประสบภ้ย

แม้ทางจะลำบาก แต่รอยยิ้มและท่าทีอันนอบน้อมในการส่งมอบความช่วยเหลือก็เป็นบุคลิกที่ผมแอบมองด้วยความชื่นชมน้องคนนี้บ่อยๆ

แล้วชะตาก็พาให้ผมกับเอ๋ได้มาร่วมภารกิจกัน ที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทยในช่วง 10ปีที่ผ่านมา

เอ๋ยังคงเส้นคงวา เสมอต้นเสมอปลายในการทำภารกิจอย่างน่าภาคภูมิใจ

ได้ร่วมกันถวายงาน..ได้ออกภาคสนามลุยน้ำลุยโคลนช่วยเหลือผู้ประสบภัย..ได้ใจเพื่อนร่วมงาน..ได้เป็นที่รักและไว้วางใจในฝีมือการออกแบบวิธีเข้ากู้ภัย ในพื้นที่น้ำเชี่ยว..ไฟฟ้ารั่ว..และเป็นเวลาค่ำมืด..ในพื้นที่ที่มีน้อยคนจะฝ่าเข้าไปถึงได้...จบภารกิจก็จอดรถนอนค้างแรมในปั้มน้ำมันบ้าง..บางทีก็ยอมขับรถเดินทางไกลออกไปเพื่อไปแวะฟอกไต..รุ่งสางกลับมาเข้าพื้นที่ภัยพิบัติ ปฏิบัติภารกิจต่อ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ใจเต็มร้อย

ผมถามบ่อยๆว่า เอ๋ เหนื่อยก็พัก เรามาสร้างมาฝึกคนรุ่นใหม่ให้เข้าใจ ได้ทักษะงานสนามกันดีมั้ย..เอ๋ยิ้มแก้มฉีก แล้วน้อมตัวตอบอย่างเคยว่า .."ยังจัดการได้สบายครับอาจารย์...ขอบคุณครับ.."

วันนี้ เอ๋ หลับสนิทแล้ว

ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและขอให้คุณงาม และความดีที่เอ๋ได้ปฏิบัติจนเป็นวัตร เป็นกุศลผลบุญให้การเดินทางครั้งสุดท้ายนี้พาส่งเอ๋จนถึงแดนสวรรค์ เพื่อให้เอ๋ได้พักผ่อนในแดนที่สงบเย็นสบาย

เอ๋จะย้งคงเป็นแรงบันดาลใจให้รุ่นถัดไปได้เล่าขานและสืบสานงานทำประโยชน์ในฐานะอาสาสมัครที่ยิ่งใหญ่เสมอ

ด้วยจิตคาราวะ

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์

กรรมการและเลขาธิการ

มูลนิธิ อาสา เพื่อนพึ่ง (ภาฯ)ยามยาก

สภากาชาดไทย

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1427278425882005&id=100057995831937&rdid=eyGkkVdWaJdqMOqv#

“สร้างรั้วไม่ยาก” แต่ต้องไม่พลาด!! กองทัพเรือนำสื่อดูรั้วชายแดนจันทบุรี รั้วมั่นคงไทย–กัมพูชาเฟสแรกเสร็จ 1.3 กม. กองทัพเรือเตรียมขยายต่ออีก 7.07 กม. ยันสร้างด้วยความรอบคอบและโปร่งใส

กองทัพเรือเปิดให้สื่อชมรั้วมั่นคงชายแดนจันทบุรีเฟสแรก ย้ำ “การสร้างรั้วไม่ยาก แต่ยากกว่าคือทำอย่างไรให้สร้างได้โดยเรียบร้อย”

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 23–24 สิงหาคม 2569 สำนักงานโฆษกกองทัพเรือได้นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชา จังหวัดจันทบุรี เพื่อเยี่ยมชมความสำเร็จของการก่อสร้าง “รั้วมั่นคง” ระยะที่ 1 บริเวณหลักเขตแดนที่ 52–54 อำเภอโป่งน้ำร้อน ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จเป็นระยะทางประมาณ 1.3 กิโลเมตร

รั้วมั่นคงดังกล่าวเป็นรั้วคอนกรีตเสริมเหล็กติดตั้งลวดหนามหีบเพลง มีความสูงรวมประมาณ 3.35 เมตร มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมพื้นที่ ลดช่องทางการลักลอบข้ามแดน ป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ และสนับสนุนการเฝ้าตรวจของเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดน

สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป กองทัพเรือเตรียมขยายแนวรั้วจากหลักเขตแดนที่ 54–59 ระยะทางประมาณ 7.07 กิโลเมตร เพื่อให้การรักษาความมั่นคงในพื้นที่มีความต่อเนื่องและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

โฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า ความสำคัญของโครงการนี้ไม่ได้อยู่เพียงการก่อสร้างรั้วให้แล้วเสร็จ แต่อยู่ที่กระบวนการทำให้สามารถดำเนินการได้อย่างเรียบร้อย โดยต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาร่วมกันของทั้งสองประเทศบนพื้นฐานของความเข้าใจร่วมกัน ทั้งในด้านข้อกำหนดทางเทคนิค (Technical Instruction) การสำรวจและกำหนดแนวพื้นที่ ตลอดจนการจัดระเบียบชายแดน เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่งที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง

ขณะเดียวกัน การดำเนินงานยังต้องอาศัยการบูรณาการระหว่างหน่วยงานของไทยและการประสานงานในระดับพื้นที่ เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างรอบคอบ และไม่กระทบต่อสิทธิและวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่

“การสร้างรั้วอาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการทำอย่างไรให้สามารถสร้างรั้วได้โดยเรียบร้อย เพราะทุกเมตรของแนวรั้วเกี่ยวข้องทั้งกับอธิปไตย ความมั่นคง วิถีชีวิตของประชาชน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”

รั้วมั่นคงจึงไม่ใช่เพียงสิ่งป้องกันทางกายภาพ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบรักษาความมั่นคงชายแดนที่เชื่อมโยงทั้งถนนตรวจการณ์ จุดเฝ้าตรวจ บังเกอร์ หลุมบุคคล หลุมหลบภัย การลาดตระเวน การข่าว และกำลังพลที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง

ภายหลังเยี่ยมชมแนวรั้ว คณะสื่อมวลชนได้ลงพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาแหลมและจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด เพื่อรับฟังสถานการณ์และมาตรการควบคุมช่องทางผ่านแดน โดยกองทัพเรือยังคงดำเนินมาตรการ “ปิดด่าน 100%” ควบคู่กับการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจช่องทางธรรมชาติ เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดนและการกระทำผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ คณะยังได้ลงพื้นที่ “รูปตัว ก” ระหว่างหลักเขตแดนที่ 64–65 บ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กองทัพเรือได้เข้าแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงเส้นทางน้ำกั้นเขตแดน รวมถึงเยี่ยมชมบังเกอร์ที่ได้รับการปรับปรุง ณ ฐานปฏิบัติการที่ 6 และติดตามการปฏิบัติงานของกำลังพลแนวหน้า เพื่อให้เห็นภาพว่าการรักษาความมั่นคงชายแดนจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเชื่อมโยงกันทั้งระบบ

การนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ครั้งนี้ กองทัพเรือมุ่งให้สาธารณชนได้รับทราบข้อเท็จจริงจากพื้นที่จริง และเห็นภาพการดำเนินงานด้านความมั่นคงชายแดนอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การจัดระเบียบพื้นที่ การป้องกันการลักลอบกระทำผิด ไปจนถึงการดูแลอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน

กองทัพเรือยืนยันว่าจะดำเนินการพัฒนาระบบรักษาความมั่นคงชายแดนอย่างรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงผลกระทบทุกด้าน เพื่อรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ ควบคู่กับการดูแลสิทธิและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่อย่างเหมาะสม

สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ

24 สิงหาคม 2569

หนุ่มน้อยวัย 8 ขวบสร้างชื่อ!! ‘น้องอาชวิน’ คว้าแชมป์ Rapid รุ่น U8 ศึกหมากรุกเยาวชนเอเชียตะวันออก รายการ Eastern Asian Youth Chess 2026 ที่จีนรวมเยาวชนต้นแบบหมากรุก

“น้องอาชวิน” ด.ช.อาชวิน โกระวิโยธิน หนุ่มน้อยวัยเพียง 8 ขวบ ได้สร้างปรากฏการณ์ชวนอึ้งและทำเอาคนไทยทั้งประเทศใจฟูไปตามๆ กัน เมื่อน้องสามารถกวาดรางวัล “ชนะเลิศอันดับ 1” ประเภท Rapid (หมากรุกเกมเร็ว) รุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี (B08) จากเวทีการแข่งขันหมากรุกระดับนานาชาติสุดยิ่งใหญ่ Eastern Asian Youth Chess Championships 2026 ที่เมืองไห่หนาน ประเทศจีน มาครองได้สำเร็จ

สำหรับทัวร์นาเมนต์ Eastern Asia Youth Chess Championships 2026 ในปีนี้ถือเป็นการจัดงานครั้งที่ 10 แล้ว ถือเป็นเวทีประลองปัญญาระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกที่รับรองโดยสหพันธ์หมากรุกสากล (FIDE) อย่างเป็นทางการ

เวทีนี้จะรวมเอาเหล่าตัวตึงเยาวชนนักโขกหมากรุก ตั้งแต่อายุไม่เกิน 8 ไปจนถึง 18 ปี จากหลากหลายประเทศในเอเชียตะวันออก มาดวลกึ๋นกันแบบเข้มข้น ทั้งในประเภทเกมมาตรฐาน (Standard) เกมเร็ว (Rapid) และเกมสายฟ้า (Blitz)

นอกจากจะเป็นเวทีเก็บเกี่ยวประสบการณ์ระดับอินเตอร์แล้ว ยังเป็นบันไดสำคัญที่นักหมากรุกเยาวชนจะสามารถต่อยอดเพื่อคว้า Title (ตำแหน่งระดับสากล) อย่าง CM (Candidate Master) หรือ FM (FIDE Master) ได้ในอนาคตด้วย

การที่เด็กไทย น้องอาชวิน วัยแค่ 8 ขวบ ไปฝ่าฟันจนคว้าที่ 1 ท่ามกลางยอดฝีมือจากทั่วเอเชียมาได้ บอกเลยว่าโปรไฟล์ไม่ธรรมดา

ขอส่งเสียงตบมือดัง ๆ และขอร่วมแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการกับน้องอาชวิน รวมถึงครอบครัวและทีมโค้ชผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ด้วยนะคะ

ขอขอบคุณภาพและติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : Thailand Chess Association (สมาคมกีฬาหมากรุกสากลแห่งประเทศไทย)

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1519064196902516&id=100063968496755&post_id=100063968496755_1519064196902516&rdid=6QD12AtRiDYdE6wF#

BAFS มอบข้าวช่วยภัย จ.น่าน ส่งข้าวสารกว่า 1 ตันแก่กองทัพภาค 3 มอบช่วยผู้เดือดร้อนในจังหวัดน่าน ตั้งเป้าบรรเทาทุกข์น้ำท่วมฉับพลัน ยืนหยัดเคียงข้างคนไทยในวิกฤต

BAFS มอบข้าวสาร 1 ตัน ให้แก่กองทัพภาคที่ 3 เร่งส่งต่อความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัย จ.น่าน

ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานบริษัทในเครือ (BAFS Group) ส่งมอบข้าวสารจากโครงการทหารพันธุ์ดีฯ แปลงนาข้าวเกษตรอินทรีย์พื้นที่คลังน้ำมันพิจิตร จำนวน 1,008 กิโลกรัม เพื่อมอบให้กองทัพภาคที่ 3 สำหรับแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนแก่นักเรียนและบุคลากรของโรงเรียนชุมชนศิลาแลง อ.ปัว จ.น่าน รวมถึงประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ณ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่

BAFS Group ตระหนักถึงผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน จากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันในพื้นที่จังหวัดน่าน พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ด้วยความห่วงใยพร้อมยืนหยัดเคียงข้างคนไทยในทุกวิกฤต #BAFSเติมเต็มโลกด้วยธุรกิจที่ยั่งยืน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top