"มุมมองชาวอเมริกันคนหนึ่ง" เมื่อศูนย์สแกมเมอร์ในอินเดียโทรข้ามโลกมาขโมยเงินเก็บทั้งชีวิต


บทความมุมมองสมมติของประชาชนอเมริกันทั่วไป อ้างอิงคดีและรายงานการปราบปรามที่เปิดเผยต่อสาธารณะ

ประชาชนอเมริกันธรรมดาคนหนึ่ง ทำงาน จ่ายภาษี ผ่อนบ้าน และพยายามเก็บเงินไว้สำหรับวันที่ตัวเองแก่ลง สิ่งที่ผมต้องการจากชีวิตไม่ได้ยิ่งใหญ่ ผมอยากให้ครอบครัวมีความมั่นคง มีเงินรักษาตัวเมื่อเจ็บป่วย และมีเงินพอใช้หลังเกษียณ โดยไม่ต้องเป็นภาระของลูกหลาน

แต่เมื่อได้อ่านข่าวเกี่ยวกับศูนย์คอลเซ็นเตอร์หลอกลวงในอินเดียที่มุ่งเป้าชาวอเมริกัน ผมกลับรู้สึกว่า แม้จะนั่งอยู่ในบ้านของตัวเอง เราก็อาจไม่ได้ปลอดภัยจากอาชญากรรมที่เกิดขึ้นอีกซีกโลก คนร้ายไม่ต้องเดินทางมาอเมริกา ไม่ต้องเข้ามาในบ้าน และไม่ต้องเผชิญหน้ากับเรา พวกเขาเพียงโทรศัพท์ ส่งข้อความ หรือทำให้คำเตือนปลอมปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก็สามารถเริ่มต้นกระบวนการที่อาจทำให้เงินเก็บของคนคนหนึ่งหายไปทั้งหมด

สิ่งที่ทำให้ผมสะเทือนใจที่สุดคือ ผู้เสียหายอาจเป็นพ่อแม่ของเรา เพื่อนบ้านที่เกษียณแล้ว หรือคนทำงานที่สะสมเงินทีละเล็กทีละน้อยมาตลอดชีวิต สำหรับผู้กระทำผิด เงินเหล่านั้นอาจเป็นเพียงรายได้จากการหลอกลวงอีกครั้งหนึ่ง แต่สำหรับคนที่หาเงินมา มันคือเวลาหลายสิบปีของการทำงาน ความอดทน และความหวังว่าจะมีอนาคตที่มั่นคง

ก่อนติดตามข่าวเหล่านี้ ผมรู้จักอินเดียผ่านวัฒนธรรม อาหาร ภาพยนตร์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี แต่เมื่ออ่านรายละเอียดของคดีอาญา ชื่อเมืองอย่างอาห์เมดาบัด โกลกาตา ปูเน่ ไฮเดอราบาด และวิสาขปัตนัม ก็เริ่มปรากฏในอีกบริบทหนึ่ง คือสถานที่ที่เจ้าหน้าที่เคยตรวจพบศูนย์คอลเซ็นเตอร์ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาหลอกลวงผู้คนในต่างประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา ชื่อเหล่านี้ช่วยให้ผมเข้าใจว่าปัญหากระจายอยู่หลายพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ข่าวการจับกุมในอดีตไม่ได้ยืนยันว่าศูนย์เหล่านั้นยังเปิดดำเนินการอยู่ และไม่ได้ทำให้ผู้คนทั้งเมืองกลายเป็นผู้ต้องสงสัย

อาห์เมดาบัด หรือ Ahmedabad ในรัฐคุชราต เป็นเมืองที่ปรากฏอย่างชัดเจนในคดีของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ในเมืองนี้ใช้พนักงานแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรสหรัฐฯ หรือ IRS และสำนักงานบริการด้านสัญชาติและการเข้าเมืองสหรัฐฯ หรือ USCIS

โทรศัพท์หาเหยื่อในอเมริกา ขู่ว่าอาจถูกจับ จำคุก ปรับ หรือเนรเทศ หากไม่จ่ายเงินที่อ้างว่าเป็นหนี้รัฐบาล เมื่อเหยื่อจ่ายเงิน เครือข่ายก็ใช้ผู้ร่วมขบวนการในสหรัฐฯ ช่วยรับและฟอกเงิน ในเดือนพฤศจิกายน 2020 Hitesh Madhubhai Patel ผู้ดำเนินการและให้เงินทุนแก่ศูนย์เหล่านี้ ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี จากบทบาทในคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำระหว่างปี 2013–2016
เมื่ออ่านเรื่องนี้ ผมพยายามนึกถึงความรู้สึกของคนที่รับสายแล้วได้ยินว่าตัวเองกำลังมีปัญหากับรัฐบาล

คนทั่วไปไม่ได้รู้รายละเอียดขั้นตอนของทุกหน่วยงาน และเมื่อถูกขู่ด้วยคำว่า “หมายจับ” หรือ “จำคุก” ความกลัวอาจทำให้เขารีบหาทางเอาตัวรอดก่อนตรวจสอบข้อเท็จจริง สำหรับผู้อพยพที่พยายามสร้างชีวิตใหม่ในอเมริกา คำขู่ว่าจะถูกเนรเทศยิ่งอาจกระทบความรู้สึกอย่างรุนแรง เพราะสิ่งที่เขานึกถึงทันทีอาจเป็นครอบครัว งาน และชีวิตทั้งหมดที่สร้างขึ้นมา

อีกพื้นที่หนึ่งที่ปรากฏในคดีใหญ่คือมีราโรดและภายันดาร์ ในรัฐมหาราษฏระ ใกล้นครมุมไบ รายงานของ The Indian Express ระบุว่า ตำรวจธานีเข้าตรวจค้นศูนย์คอลเซ็นเตอร์เก้าแห่งเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2016 โดยกล่าวหาว่าผู้โทรแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ IRS และข่มขู่ให้ชาวอเมริกันจ่ายเงินเพื่อสะสางภาษีที่อ้างว่าค้างชำระ ต่อมาในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ตำรวจยื่นเอกสารกล่าวหาผู้ต้องหา 80 คนต่อศาล

จำนวนสำนักงานและผู้เกี่ยวข้องในคดีทำให้ผมเริ่มเห็นขนาดของปัญหา การหลอกลวงสามารถเกิดขึ้นซ้ำกับคนจำนวนมากได้ เมื่อมีสถานที่ทำงานและพนักงานคอยโทรศัพท์อย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้โทร สายที่ไม่สำเร็จอาจหมายถึงเพียงการลองโทรหาคนถัดไป แต่สำหรับเหยื่อที่หลงเชื่อ สายเดียวอาจเปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล

โกลกาตา หรือ Kolkata ในรัฐเบงกอลตะวันตก เป็นอีกเมืองที่ปรากฏในข่าวการหลอกลวงชาวอเมริกัน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 The Times of India รายงานว่า ตำรวจจับผู้ต้องหาหกคนในย่านท็อปเซีย หลังได้รับข้อมูลจาก FBI ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าดำเนินศูนย์คอลเซ็นเตอร์ปลอม โดยเสนอความช่วยเหลือทางออนไลน์ ก่อนเข้าถึงคอมพิวเตอร์และข้อมูลธนาคารของเหยื่อ

การหลอกลวงที่แฝงตัวมาในรูปแบบบริการช่วยเหลือทางเทคนิคทำให้ผมกังวลเป็นพิเศษ เพราะมันเริ่มต้นจากความต้องการขอความช่วยเหลือของคนคนหนึ่ง คนจำนวนมากใช้คอมพิวเตอร์ได้ แต่ไม่ได้เข้าใจว่าระบบต่าง ๆ ทำงานอย่างไร เมื่อเห็นข้อความเตือนว่าข้อมูลตกอยู่ในอันตราย พวกเขาย่อมอยากให้คนที่รู้มากกว่ามาช่วย คนร้ายจึงอาศัยจังหวะนั้นแสดงตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญ พูดอย่างมั่นใจ และชักจูงให้เหยื่อเชื่อว่าการทำตามคำสั่งจะช่วยแก้ปัญหาได้

ผมนึกถึงผู้สูงอายุที่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อดูภาพหลาน ติดต่อครอบครัว หรือจัดการธุระประจำวัน หากหน้าจอมีคำเตือนที่ดูน่ากลัวขึ้นมา แล้วคนปลายสายพูดว่าเขาช่วยได้ การยอมให้เข้าถึงเครื่องอาจดูเหมือนเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลในขณะนั้น ความไว้ใจที่ควรเกิดขึ้นระหว่างลูกค้ากับผู้ให้บริการจึงถูกนำมาใช้ทำร้ายเจ้าของเครื่องเสียเอง

ในเดือนกันยายน 2024 ชื่อเมืองปูเน่ในรัฐมหาราษฏระ ไฮเดอราบาดในรัฐเตลังคานา และวิสาขปัตนัมในรัฐอานธรประเทศ ปรากฏร่วมกันในข่าวปฏิบัติการ Chakra-III ของสำนักงานสอบสวนกลางอินเดีย หรือ CBI รายงานของสำนักข่าว Press Trust of India ที่เผยแพร่ผ่าน Business Standard

ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตรวจค้น 32 จุดในหลายเมือง รวมถึงอาห์เมดาบัด โดยมีศูนย์คอลเซ็นเตอร์สี่แห่งอยู่ในกลุ่มสถานที่ที่ถูกตรวจค้น ได้แก่ ปูเน่หนึ่งแห่ง ไฮเดอราบาดหนึ่งแห่ง และวิสาขปัตนัมสองแห่ง เจ้าหน้าที่จับผู้ต้องหาหลัก 26 คน และตรวจสอบบทบาทของผู้ทำงานคนอื่นต่อไป

โฆษก CBI ระบุว่า เครือข่ายที่เป็นเป้าหมายแอบอ้างเป็นฝ่ายช่วยเหลือทางเทคนิค ติดต่อเหยื่อโดยเฉพาะในสหรัฐฯ และอ้างว่าระบบของเหยื่อถูกแฮ็ก เพื่อชักจูงให้ส่งเงิน

เมื่อมองชื่อเมืองเหล่านี้บนแผนที่ ผมเห็นว่าคดีคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงปรากฏในหลายพื้นที่ของอินเดีย ตั้งแต่ฝั่งตะวันตกไปจนถึงตะวันออกและตอนใต้ คำถามที่ยังต้องหาคำตอบคือ ใครเป็นผู้สั่งการ ใครจัดหาเงินทุน ใครได้รับผลประโยชน์ และผลการดำเนินคดีเป็นอย่างไร การจับกุมเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ แต่จำนวนคนที่อยู่ในสำนักงานในวันตรวจค้นไม่อาจใช้แทนจำนวนผู้กระทำผิดที่ศาลตัดสินแล้วได้

สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่าขบวนการเหล่านี้อันตราย คือการควบคุมทั้งความคิดและความรู้สึกของเหยื่อ คนร้ายอาจทำให้เหยื่อเชื่อว่ามีเหตุร้ายกำลังเกิดขึ้น แล้วเสนอตัวว่าเป็นผู้ช่วยเหลือเพียงคนเดียวที่หยุดมันได้ เมื่อเหยื่อเริ่มเชื่อ การโอนเงินออกจากบัญชีอาจถูกมองว่าเป็นวิธีปกป้องเงิน ทั้งที่การทำตามคำสั่งนั้นเองคือสิ่งที่ทำให้เกิดความสูญเสีย

FBI อธิบายว่า เครือข่ายหลอกลวงประเภทนี้ใช้ความเร่งด่วนกดดันเหยื่อ และอาจห้ามไม่ให้ปรึกษาคนอื่น ขณะเดียวกัน การเคลื่อนย้ายเงินมีผู้ช่วยรับและฟอกเงินทั้งในสหรัฐฯ และต่างประเทศ บางเครือข่ายยังมีบัญชีธนาคารในสหรัฐฯ สำหรับรับเงินด้วย เงินที่เหยื่อส่งออกไปจึงอาจผ่านหลายมือก่อนถึงผู้ได้รับผลประโยชน์ปลายทาง

เรื่องนี้ทำให้ผมไม่อาจมองว่าความรับผิดชอบอยู่เพียงกับคนที่โทรศัพท์จากอินเดีย หากมีคนในอเมริการู้เห็นและช่วยรับเงินหรือฟอกเงิน พวกเขาก็ช่วยให้การหลอกลวงสำเร็จเช่นกัน การสืบสวนจึงต้องไปถึงทุกส่วนของเครือข่าย เพราะศูนย์โทรศัพท์ที่ถูกปิดอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของขบวนการที่ใหญ่กว่านั้นมาก

สิ่งหนึ่งที่บ่งชี้ว่าปัญหายังปรากฏในคดีที่เปิดเผยไม่นานมานี้ คือประกาศของ FBI Baltimore เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 หน่วยงานระบุว่า การสืบสวนร่วมกับตำรวจและอัยการใน Montgomery County รัฐแมริแลนด์ เชื่อมโยงเหตุหลอกลวงไปยังศูนย์คอลเซ็นเตอร์ในอินเดีย ซึ่ง CBI เข้าปราบปรามในเดือนธันวาคม 2025 มีผู้เสียหายในสหรัฐฯ แจ้งเหตุที่เกี่ยวข้องกับศูนย์เหล่านี้ประมาณ 660 คน และรายงานความเสียหายรวม 48,778,230 ดอลลาร์ ตัวเลขนี้เป็นความเสียหายที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายในคดีดังกล่าว ไม่ใช่ยอดรวมของการหลอกลวงทั้งหมดที่มีต้นทางจากอินเดีย

สำหรับผม ผู้เสียหายหลายร้อยคนหมายถึงครอบครัวหลายร้อยครอบครัวที่อาจต้องเปลี่ยนแผนชีวิต บางคนอาจต้องเลื่อนการเกษียณ บางคนอาจต้องขายทรัพย์สิน หรือขอความช่วยเหลือจากลูกหลาน เงินที่สูญเสียไปอาจถูกเตรียมไว้สำหรับการรักษาตัว หรือเป็นเงินสำรองฉุกเฉินที่ทำให้เขารู้สึกว่ายังพอรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้
สิ่งที่ถูกพรากไปพร้อมเงินอาจเป็นความมั่นใจของเหยื่อ จากคนที่เคยจัดการชีวิตและดูแลครอบครัวได้ เขาอาจเริ่มสงสัยการตัดสินใจของตัวเอง รู้สึกผิด และไม่กล้าบอกใคร สำหรับผู้สูงอายุ ความเจ็บปวดอาจยิ่งหนัก เพราะเวลาที่จะทำงานและสร้างเงินเก็บก้อนใหม่มีเหลือไม่มาก การเสียเงินเหล่านั้นจึงอาจกระทบทั้งความมั่นคงทางการเงินและความรู้สึกว่าตนเองยังดูแลชีวิตได้

ผมไม่อยากเห็นสังคมซ้ำเติมคนเหล่านี้ด้วยคำถามว่า “ทำไมถึงเชื่อ” คนที่พูดเช่นนั้นอาจไม่เคยอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกกดดันให้ตัดสินใจทันที ไม่เคยถูกขู่ว่าจะถูกจับ หรือไม่เคยถูกทำให้เชื่อว่าบัญชีธนาคารกำลังตกอยู่ในอันตราย การฟังเรื่องราวจากภายนอกทำให้เราเห็นสัญญาณผิดปกติได้ง่ายกว่าการอยู่ท่ามกลางความกลัวในเวลานั้น

คำแรกที่ครอบครัวพูดกับผู้เสียหายจึงควรเป็นคำที่ช่วยให้เขากล้าเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น การได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วต้องเริ่มจากการรู้สึกว่าสามารถพูดออกมาได้ หากเหยื่อกลัวถูกตำหนิจนเลือกเงียบ คนร้ายก็อาจมีเวลาสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น

ในฐานะประชาชนอเมริกัน ผมคาดหวังให้รัฐบาลของผมและรัฐบาลอินเดียร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง ผมต้องการเห็นการติดตามผู้สั่งการ ผู้ให้เงินทุน ผู้รับเงิน และผู้ฟอกเงิน ต้องการเห็นความคืบหน้าของคดีหลังวันที่ตำรวจเข้าจับกุม และต้องการให้ผู้เสียหายได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่า มีโอกาสได้เงินคืนเพียงใดและควรทำอะไรต่อ

ธนาคาร บริษัทโทรคมนาคม และผู้ให้บริการเทคโนโลยีควรช่วยให้ประชาชนตรวจสอบสิ่งผิดปกติได้ง่ายขึ้นด้วย คำเตือนต้องเข้าใจได้ในเวลาที่คนกำลังตกใจ ช่องทางขอความช่วยเหลือต้องเข้าถึงได้รวดเร็ว และมาตรการป้องกันควรถูกออกแบบโดยคำนึงถึงคนที่ไม่ได้เชี่ยวชาญเทคโนโลยี เพราะพวกเขาก็มีสิทธิใช้บริการอย่างมั่นใจเช่นเดียวกับคนอื่น

ความโกรธของผมมุ่งไปที่ผู้กระทำผิดและคนที่ช่วยให้ขบวนการเดินต่อไป การมีศูนย์สแกมเมอร์ปรากฏในคดีที่อินเดียไม่ได้ทำให้ประชาชนอินเดียทุกคน หรือธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ทุกแห่ง กลายเป็นผู้ต้องสงสัย เจ้าหน้าที่อินเดียที่เข้าปราบปรามเครือข่ายเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ส่วนผู้ทำงานสุจริตก็ต้องอยู่กับผลกระทบต่อชื่อเสียงที่เกิดจากการกระทำของคนร้ายเช่นกัน การตัดสินความรับผิดจึงต้องอยู่บนหลักฐานว่าแต่ละคนทำอะไรและมีส่วนร่วมอย่างไร

ทุกครั้งที่อ่านชื่ออาห์เมดาบัด มีราโรด–ภายันดาร์ โกลกาตา ปูเน่ ไฮเดอราบาด และวิสาขปัตนัมในข่าวเหล่านี้ ผมคิดถึงระยะทางระหว่างสำนักงานที่คนร้ายใช้โทรศัพท์กับบ้านของเหยื่อในอเมริกา ระยะทางนั้นไกลมากบนแผนที่ แต่สั้นเหลือเกินเมื่อเชื่อมผ่านโทรศัพท์ คนรับสายอาจเพิ่งกลับจากทำงาน อาจกำลังดูแลคู่สมรสที่ป่วย หรืออาจอยู่คนเดียวโดยไม่มีใครช่วยตรวจสอบสิ่งที่ได้ยิน

คนธรรมดาอย่างผมควรได้ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องหวาดกลัวเสียงโทรศัพท์ในบ้านของตัวเอง และพ่อแม่ของเราควรมีโอกาสใช้เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมต่อกับครอบครัวอย่างสบายใจ ผมอยากเห็นความร่วมมือข้ามประเทศที่ทำให้คนร้ายไม่สามารถใช้พรมแดนและระยะทางเป็นที่หลบซ่อน พร้อมกับระบบช่วยเหลือที่ไม่ปล่อยให้เหยื่อรับภาระเพียงลำพัง

เงินเก็บของคนอเมริกันคนหนึ่งอาจเป็นเพียงตัวเลขบนหน้าจอของสแกมเมอร์ แต่สำหรับเจ้าของเงิน มันคือการตื่นไปทำงานทุกเช้า การเลือกประหยัดในวันที่อยากใช้จ่าย และความตั้งใจว่าจะดูแลคนที่รักให้ได้ ผมหวังว่าทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบจะมองเห็นชีวิตเหล่านั้นชัด