Thursday, 13 June 2024
POLITICS NEWS

“บิ๊กป้อง” มอบนโยบายผบ.ทอ. หลังเข้ารับตำแหน่ง ขับเคลื่อน ทอ.คุณภาพใต้นโยบาย 6 ด้าน กำชับผู้บังคับบัญชาดูแลลูกน้องให้ดี ตอบแทนคนทำหน้าที่ ลั่นกรมกำลังพลต้องรับคนมีคุณภาพมาทำงาน จ่อเดินสายเยี่ยมทุกกองบินภายใน 3 เดือนนี้ ยก “บิดา” คือต้นแบบพัฒนาทัพฟ้า

ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) ดอนเมือง พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) แถลงนโยบายผบ.ทอ. ประจำปีพ.ศ. 2565 เพื่อสื่อสารเจตนารมณ์ไปยังข้าราชการทหารอากาศ และกำลังพลในสังกัดกองทัพอากาศทุกคนให้ได้รับทราบและตระหนักถึงหน้าที่อันสำคัญในการปฏิบัติงานราชการ ผ่านการประชุมทางไกล (วีทีซี) และเผยแพร่สัญญาณผ่านระบบสื่อออนไลน์ เพื่อให้กำลังพลทุกระดับได้รับฟังอย่างทั่วถึงและพร้อมเพรียงกัน

พล.อ.อ.นภาเดช กล่าวว่า กองทัพอากาศคุณภาพภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญ 6 ด้าน ประกอบด้วย 1.คนคุณภาพ 2.ข้อมูลและการข่าวที่มีคุณภาพ 3.กำลังทางอากาศที่เข้มแข็ง 4.ระบบส่งกำลังบำรุงที่ลื่นไหล 5.เชื่อมโยงและช่วยเหลือประชาชน 6.ข้าราชการมีความสุขด้วยระบบสวัสดิการที่มีคุณภาพ 

โดยตนได้เน้นย้ำเรื่องนี้ เพราะการมีของแต่ไม่มีคุณภาพก็ไม่มีประโยชน์อะไร และอาจทำให้ความเสียความรู้สึกได้โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือทุกคนต้องช่วยกัน และความเอาใจใส่ของผู้บังคับหน่วยที่เป็นคีย์แมนทดลบันดาลทุกสิ่งให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งตนเคยทำมาแล้วสมัยเป็นผู้บังคับการกองบิน 23 และผบ.คปอ.สามารถทำด้วยงบประมาณที่มีอยู่ ขอให้ทุกหน่วยนำนโยบายข้อนี้ไปปฏิบัติและตนจะหาโอกาสไปเยี่ยมทุกกองบินภายใน 3 เดือนแรกหลังจากรับหน้าที่ ดังนั้นทุกกองบินต้องรีบทำหากติดขัดอะไรขอให้บอก

พล.อ.อ.นภาเดช กล่าวต่อว่า สำหรับผู้มีพระคุณของตน หากไม่กล่าวถึงเลยก็จะกลายเป็นคนอกตัญญูได้ คนแรกคือพล.อ.อ.ประพันธ์ ธูปะเตมีย์ บิดาของตน ซึ่งตนได้เห็นและศึกษาแนวทางของกองทัพอากาศสมัยที่บิดารับตำแหน่ง ผบ.ทอ. แม้ว่าจะผ่านมา 35 ปี แล้วแต่ของทุกอย่างในสมัยที่ท่านดำเนินการนั้นยังมีคุณภาพและยังสามารถใช้งานได้อยู่ เช่น เครื่องบินขับไล่เอฟ 16 ,ระบบการป้องกันภัยทางอากาศ (แอร์ดิเฟนซ์) ,พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ,อาคารตึก8แฉก , สนามกีฬาธูปะเตมีย์ ,สนามกอล์ฟธูปะเตมีย์ ,โรงพยาบาลภูมิพล,อาคารคุ้มเกล้า และหอประชุมตามกองบินต่างๆ ทุกอย่างมีคุณภาพที่ดีและใช้งานได้นาน ส่วนคนที่สองคือมารดาของตนที่เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังที่มีส่วนร่วมในการพิจารณาหลักสูตรโรงเรียนจ่าอากาศ และปรับหลักสูตรปริญญาของโรงเรียนนายเรืออากาศ รวมทั้งยังช่วยแก้ปัญหาสมองไหลของนักบินในยุคนั้น ขณะที่อีก4 ท่านคืออดีตผู้บังคับบัญชากองทัพอากาศ ได้แก่ พล.อ.อ.อมร แนวมาลี, พล.อ.อ.พุฑฒิ มังคละพฤกษ์  ,พล.อ.อ.ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร และพล.อ.อ.หม่อมหลวง สุปรีชา กมลาศน์ ซึ่งขอยกความดีให้ทั้ง 6ท่าน แต่เป้าหมายนโยบายจะไม่สำเร็จถ้าปราศจากจากสิ่งที่ควรยึดถือปฏิบัติหรือคติประจำใจที่เป็นแสงส่องทาง 

โดยในส่วนของตนคือความจงรักภักดี สำนึกหน้าที่ สามัคคี และเสียสละ เมื่องานสำเร็จผู้บังคับบัญชาได้รับความชื่นชม แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาได้แต่ยืนมองความภาคภูมิใจอยู่เงียบๆข้างหลัง ดังนั้นเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาต้องตอบแทนผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยการให้ยศและตำแหน่งที่เหมาะสม หรือให้รางวัลต่างๆและไม่นำผลงานของผู้ใต้บังคับบัญชามาเป็นผลงานของตนเอง ทุกคนควรมีความซื่อตรงต่อกัน เช่น เรื่องที่โรงพยาบาลภูมิพลฯที่ผ่านมา มีรายชื่อของบุคลากรทางการแพทย์ตกหล่นไม่ได้รับวัคซีนนั้น พบว่าเกิดจากระบบ แต่เราต้องยอมรับว่าการกำกับดูแลของผู้บังคับบัญชายังไม่ดีพอ จึงขอให้ผู้บังคับบัญชาตระหนัก

‘บิ๊กป้อม’ จับตาพายุเข้า 8-10 ต.ค. ชี้ เป็นผลดีเข้าด้านเหนือ ย้ำช่วยปชช.เต็มที่ โต้ ไม่ใช่การหาเสียง

เมื่อ วันที่ 5 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำที่จะมีพายุเข้าระหว่างวันที่ 8-10ต.ค.นี้ ว่า เราระมัดระวังอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ขณะนี้อธิบดีกรมชลประทานและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เตรียมการอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง และในวันที่ 7ต.ค.นี้ ปริมาณน้ำในแม่น้ำในเจ้าพระยาจะสูงขึ้น 50 เซนติเมตร สำหรับพายุที่มีการแจ้งเตือนว่าจะเข้ามาทางด้านเหนือ ซึ่งเป็นผลดีกับเราที่จะเข้ามาทางด้านเขื่อนภูมิพล จ.ตาก และเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ ก็จะได้รับน้ำเก็บไว้ ขณะที่ภาคกลางจะได้รับอิทธิพลแค่ห่างๆ ไม่เท่าไหร่ ทั้งนี้เราแจ้งเตือนประชาชนอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงมาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เตรียมการไว้แล้ว โดยจะเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมดจากน้ำท่วม

‘จุรินทร์’ ยันให้เกียรตินายกฯ และทุกพรรคร่วมรัฐบาล เชื่อนายกฯ คลี่คลายปัญหาให้เรียบร้อย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี, รมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงการที่นายกรัฐมนตรีมอบให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล 4 กรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เคยอยู่ในการดูแลของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรฯ ว่า ตนไม่ขอพูดอะไรถึงเรื่องนี้เพิ่มเติม เพราะทุกอย่างเหมือนกับที่เคยพูดไปในเรื่องความเห็น อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้รับทราบเรื่องนี้แล้ว ตนเชื่อว่าทุกอย่างจะออกมาด้วยดี

เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีจะเปลี่ยนให้ทั้ง 4 กลุ่มดังกล่าวมาอยู่ในการดูแลของ รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่? นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถามนายกรัฐมนตรี แต่อย่างน้อยที่สุด ตนได้สื่อสารถึงนายกฯ แล้ว และท่านได้รับทราบ ทั้งนี้ส่วนตัวตนเชื่อว่าทุกอย่างจะออกมาด้วยดี พรรคประชาธิปัตย์ให้เกียรตินายกรัฐมนตรีในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล และให้เกียรติทุกพรรคที่ร่วมรัฐบาล เพราะเราเข้าใจดีถึงวัฒนธรรมของพรรคการเมืองในการทำงานร่วมกัน ในรูปแบบรัฐสภาและรัฐบาลผสม  ดังนั้นให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้คลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น  ส่วนจะเป็นการออกคำสั่งใหม่หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ ขอให้ไปถามนายกรัฐมนตรี เพราะตนได้สื่อสารให้ท่านทราบแล้ว

 

"สุชาติ" รูดซิปปากตอบปมปรับครม.​ โยน​ "บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม" จัดการ

ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายสุชาติ​ ชมกลิ่น​ รมว.แรงงาน​ และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ​ (พปชร.)​ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการสรรหาบุคคลของพรรค​ พปชร.ในการมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี​ ทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงว่า เรื่องการปรับครม.เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ นายกรัฐมนตรี​ และหัวหน้าพรรค ส่วนตัวไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ ส่วนในพรรคพปชร.เองก็ยังไม่ได้มีการคุยกันเรื่องนี้ เพราะการปรับครม.แต่ละครั้งจะเป็นดำริของหัวหน้าพรรค แต่ขณะนี้ยังไม่มีการประชุมพรรคและคุยกันเรื่องนี้

 

“ผบ.ทอ.” ตั้งโทรโข่ง ประชาสัมพันธ์งานกองทัพ 

พล.อ.อ.นภาเดช  ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ลงนามแต่งตั้งทีมโฆษกกองทัพอากาศชุดใหม่ ให้ พล.อ.ต.บุญเลิศ อันดารา ผอ.สำนักงานบัณฑิตศึกษา โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช และ พลอากาศตรี ประภาส  สอนใจดี ผอ.สำนักนโยบายและแผน กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ  เป็นโฆษกกองทัพอากาศ 

สำหรับ พล.อ.ต.บุญเลิศ  อันดารา มีความเชี่ยวชาญในสายงานด้านวิชาการ การวิจัยและพัฒนา มีบทบาทในการคิดค้นนวัตกรรมที่สำคัญของกองทัพอากาศ จะทำหน้าที่ในการสื่อสารด้านการพัฒนากองทัพอากาศในมิติต่าง ๆ 

ด้าน พลอากาศตรี ประภาส  สอนใจดี เป็นอดีตผู้ช่วยทูตทหารอากาศประจำกรุงจาการ์ตา มีความเชี่ยวชาญในงานด้านยุทธศาสตร์ ด้านยุทธการของการใช้กำลังทางอากาศสมัยใหม่ รวมทั้งมีประสบการณ์ด้านการประชาสัมพันธ์ เนื่องจากเคยเป็นรองผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์มาก่อน

โดยมีคณะทำงาน  รองโฆษกกองทัพอากาศ 2 คน ได้แก่ 
- นาวาอากาศเอก อภิรัตน์  รังสิมาการ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์ กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ
- นาวาอากาศเอก วีรชน นรานุต นายทหารกิจการพลเรือนทหารอากาศอาวุโส กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ และผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์/วิทยุ

และผู้ช่วยโฆษกกองทัพอากาศ 4 คน ประกอบด้วย 
- นาวาอากาศโท สุรินท์นาท  เจริญจิตต์ นายแพทย์ กองศัลยกรรม โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ
- นาวาอากาศโทหญิง จิรายุ  ด้วงนุ้ย หัวหน้าแผนกสื่อสารมวลชน กองประชาสัมพันธ์ สำนักกิจการพลเรือนและประชาสัมพันธ์ กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ
- นาวาอากาศตรี ณัฐนัย  จันทร์เปล่ง รองหัวหน้าแผนกโครงการและงบประมาณ กองนโยบายและแผน สำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารอากาศ
- เรืออากาศโทหญิง วัชรีภรณ์  สร้อยทอง นายทหารกิจการทูตทหารและศึกษาต่างประเทศ แผนกกิจการทูตทหารและศึกษาต่างประเทศ สำนักนโยบายและแผน กรมข่าวทหารอากาศ

‘อรรถวิชช์’ ชี้!! พรรคกล้าพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง หากยุบสภา เชื่อ!! ‘กรณ์’ เหมาะนั่งนายกฯ ตอบโจทย์แก้วิกฤต

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวถึงกระแสพรรคการเมืองเริ่มเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีว่า วิกฤตโควิด-19 ประเทศไทยได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจเรื้อรังมาต่อเนื่องปีกว่า มีการกู้เงิน 1.5 ล้านล้านบาท เพื่อเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น หนี้สาธารณะทะลุ 9 ล้านล้านบาท และกำลังจะมีการกู้เพิ่มอีก ขณะที่ประชาชนจำนวนมากตกงาน ภาคท่องเที่ยวทำมาหากินไม่ได้ ประเทศหนี้ท่วม สิ่งสำคัญที่สุดจึงอยู่ที่การฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 หารายได้เข้าประเทศ ใช้หนี้เงินกู้ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ ดังนั้นผู้ที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์แบบนี้ต้องเป็นคุณกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 

"ความสามารถด้านเศรษฐกิจ ด้านการเงิน การคลัง คุณกรณ์มีอยู่เต็ม เคยได้รับการยกย่องให้เป็นรัฐมนตรีคลังโลก ซึ่งสมัยที่เป็นรัฐมนตรีคลังก็ทำให้ไทยได้พ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์มาแล้ว และจากที่ผมรู้จักคุณกรณ์มาเป็นสิบปีคือ คุณกรณ์มีความคิดร่วมสมัย มีใจพร้อมรับฟังคนทุกรุ่น” นายอรรถวิชช์ กล่าว 

'เต้ มงคลกิตติ์' หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ประกาศเสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยหน้า ลั่น!! ตั้งใจมาทำงานการเมืองเพื่อประชาชนอยู่ดีมีสุข ถ้าได้รับการสนับสนุน

จากกรณีที่พรรคการเมืองทั้งพรรคฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาล อาทิ พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์ ต่างพาเหรดกันออกมาประกาศแคนดิเดต ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้ากันอย่างคึกคัก ล่าสุดฟากฝั่งของ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ก็ออกมาประกาศตัวว่าตนเองก็พร้อมจะทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีด้วยเช่นกัน โดยเจ้าตัวระบุข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กว่า

"พปชร-ภท-ปชป-กก เสนอชื่อชิง นายกรัฐมนตรี เป็นตัวเลือกให้ประชาชน ผมเองตั้งใจมาทำงานการเมืองเพื่อประชาชนอยู่ดีมีสุข ผมก็พร้อมเป็น นายกรัฐมนตรี ถ้าพี่น้องประชาชนสนับสนุนครับ"

'แอมมี่' เผยข้อความ โทรศัพท์สายสุดท้าย พร้อมแซะ 'พรรคการเมือง' ที่เคยสนับสนุน สุดท้ายเททิ้งผู้ชุมนุมไม่เป็นท่า

นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ แอมมี่ the bottom blues ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีรายละเอียด ระบุว่า... 

“ขอโทษหว่ะพี่” สายสุดท้ายก่อนเข้าเรือนจำ

ไดโน๊ะ ซาโตะ ทะลุฟ้า 

มันก็น่าน้อยใจนะสหาย พวกเราสู้ และถูกจับเข้าเรือนจำ ไปทีละคนสองคนราวกับว่า เป็นเรื่องธรรมดาชินตาไปเสียแล้ว ประยุทธ์ ยังอยู่ดี ทุกคนก็ดูเต็มที่กับการหาเสียง สังคมไทยเพียงขอแค่กูอยู่รอดไปวันๆ และ นิ่งเฉย กับความอยุติธรรมที่รายล้อม ทอดทิ้งคนที่พวกเค้าเคยเอ่ยว่า “ขอบคุณนะที่ออกมาสู้แทน” ไปแล้วจริงๆ หรือ?”

หลังจากนั้น ได้มีคนที่ให้การสนับสนุนการชุมนุมของสามนิ้ว เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะโพสต์ในเชิงเหน็บแนม กลุ่มนักการเมือง บางคนยังมองว่าเป็น ยุทธศาสตร์ โดยมีรายละเอียดว่า... 

“มันเป็นที่ยุทธศาสตร์ของกลุ่มที่ต่อสู้เหมือนกันแหละ เพราะเหล็กร้อนไม่ยอมตีแต่กลับไปถอยไฟออกเสีย พอมาปีนี้เขาก็ได้ใจไล่บี้ไล่จับเด้อ คือ เราตอนแรกจุดติด แต่เราไปไม่สุด มวลชนเลยฝ่อ (หรือไม่ไว้ใจเราแล้ว) มันเลยออกมาในแบบที่เห็นนี้แหละ และอีกอย่างเด็กๆ ผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์แนะนำเขา ก็ยากที่จะเชื่อและหาว่ายังอย่างโน่นอย่างนี้บ้างเลยเสียคะแนนไปเยอะมากๆ”

“เป็นผู้แทน ได้เงินเดือนจากภาษีประชาชน แต่เสือกไม่เห็นหัวประชาชน ไม่ฟังเสียงประชาชน”

“เข้าใจอารมณ์ครับ มันหดหู่จริงๆ คนที่มีอำนาจจะสู้ก็นิ่งเฉย ฟันเฟืองเล็กๆ ค่อยๆ ลดหาย”

ราเมศ ไม่ให้ราคา ณัฐวุฒิ ย้อนเจ็บ ถ้าคิดว่า ท้วง4กรม เป็นเรื่องฮา เราก็อย่าถือสาคนบ้าแล้วกัน

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โพสต์ข้อความแสดงความเห็นทางการเมืองผ่านทางเฟซบุ๊กเรื่องการท้วงติงการรวบ 4 กรม ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมองว่าเป็นเรื่องตลกคั่นเวลา ดูเอาฮากันไปนั้นว่า ปัจจุบันไม่มีใครให้ความสนใจ ไม่ให้ราคานายณัฐวุฒิแล้ว เพราะเห็นว่าความพยายามทำตัวออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องเพ้อเจ้อ อยู่เป็นประจำ 

“ประวิตร” เรียกประชุมคณะกรรมการไซเบอร์แห่งชาติ ย้ำต้องเร่งเตรียมพร้อมรับมือภัยไซเบอร์ให้เร็วที่สุด 

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรี  ได้เรียกประชุมคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ( กมช.) ครั้งที่ 2/64 ณ ห้องประชุม 301 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนความพร้อมของการบังคับใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ.2562

โดยที่ประชุมรับทราบ การปฏิบัติภารกิจป้องกันรับมือและลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ปฎิบัติการตอบสนองและรับมือกับภัยคุกคาม. ปฎิบัติการตรวจสอบและให้คำแนะนำเพื่อแก้ปัญหา ปฎิบัติการตรวจสอบช่องโหว่ และการแจ้งเตือนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์  

ต่อจากนั้นได้ให้ความเห็นชอบ แต่งตั้ง รองเลขาธิการและผู้ช่วยเลขาธิการ รวม 3 ตำแหน่ง และได้ร่วมพิจารณาให้ความเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศ กมช. เรื่อง ลักษณะภัยคุกคาม มาตรการป้องกัน รับมือ ประเมิน ปราบปรามและระงับภัยคุกคามทางไซเบอร์แต่ละระดับ พ.ศ…  และ (ร่าง) ระเบียบต่างๆประกอบ พ.ร.บ. เพื่อรองรับการปฏิบัติงานตามกฎหมาย

ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวย้ำว่า ภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความสำคัญยิ่ง ที่ทุกประเทศต้องให้ความสำคัญตื่นตัวและสร้างความตระหนักรู้ร่วมกันเป็นพิเศษ ทั่วโลกมีการโจมตีทางไซเบอร์กันอย่างต่อเนื่องทุกวัน สร้างความเสียหายเป็นมูลค่ามหาศาล โดยเฉพาะประเทศไทย ได้ปรากฎการโจมตีขึ้นแล้วทั้งภาครัฐและภาคเอกชน  จึงไม่สามารถรอช้าได้ ต้องเตรียมพร้อม ประเมินความเสี่ยงและนำสู่การปฏิบัติร่วมกันอย่างเป็นระบบให้เร็วกว่าที่เป็นอยู่  


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top