Saturday, 18 May 2024
NEWS

“ศบค.” เปิด4จ.สีฟ้า ให้ขาย-ดื่มแอลกอฮอล์ แต่จำกัดโซนพื้นที่

ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวหลังประชุม ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ว่า ศบค.เห็นชอบให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่สีฟ้า(นำร่องการท่องเที่ยว) 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กระบี่ พังงา และ ภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.เป็นต้นไป ส่วนรายละเอียดต่างๆ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะเป็นผู้ไปออกข้อกำหนด โดยเบื้องต้นจะมีการกำหนดโซนพื้นที่ให้จำหน่ายและดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ได้เปิดเสรีเป็นการทั่วไปในทุกพื้นที่

"ปลัดสธ."ยัน ความพร้อมด้านสาธารณสุข รับเปิดประเทศ 1 พ.ย.นี้ เผย 4 จชต.สถานการณ์โควิดดีขึ้น

ที่ทำเนียบรัฐบาล  นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 หรือ ศบค.พิจารณาปรับโซนสีจังหวัดแดงเข้ม แต่ยังคงพื้นที่สีแดงเข้ม ใน  4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วน สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เริ่มดีขึ้นและถือว่าผ่านระยะที่แพร่ระบาดสูงสุดมาแล้ว โดยการควบคุมในพื้นที่ภาคใต้ก็ดีขึ้น และมีการกระจายวัคซีนลงไปแล้ว ในภาพรวมการแพร่ระบาดทั่วประเทศดีขึ้น ทำให้สามารถที่จะควบคุมการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มจังหวัดได้  

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศ 'ห้ามชุมนุม-มั่วสุม' หลังเปิดประเทศ

(29 ต.ค. 64) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบ ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ฉบับที่ ๑๓) 

ตามที่รัฐบาลได้ออกข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๓๖) ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ และคำสั่ง ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 ) ที่ ๑๘/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เรื่อง พื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ตามข้อกำหนดออกตาม ความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘

เนื่องจากมีความจำเป็นที่จะต้องมีการฟื้นฟูประเทศเพื่อประโยชน์ด้านการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ และด้านเศรษฐกิจแก่ประชาชน เห็นควรให้มีการเปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามาจากต่างประเทศได้มากขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและการจ้างงาน ในภาพรวมของประเทศ

แม้ว่าที่ผ่านมาภาพรวมของสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายสาธารณสุขสามารถควบคุมและจำกัดขอบเขตพื้นที่ การแพร่ระบาดของโรคได้ รวมทั้งรัฐบาลได้เตรียมความพร้อมโดยประสานความร่วมมือกับประเทศต้นทาง และบูรณาการการทำงานของพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนในการกำหนดมาตรการ รองรับเพื่อให้การปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเป็นระบบควบคู่กับการกำหนดมาตรการทางด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ให้ประชาชนมีความปลอดภัย

รวมทั้งสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติและประชาชนในการป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศอันจะส่งผลให้การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ และสังคมสามารถดำเนินการควบคู่กับมาตรการด้านสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อังกฤษ ปลดทุกประเทศพ้น 'บัญชีสีแดง' เดินทางเข้าไม่ต้องกักตัวในโรงแรม

รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมถอดทุกประเทศที่เหลืออยู่ออกจากบัญชี "สีแดง" ด้านการเดินทาง ยกเลิกห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าสู่อังกฤษ จากการเปิดเผยของ แกรนท์ แชปส์ รัฐมนตรีคมนาคมในวันพฤหัสบดี (28 ต.ค.)

รัฐมนตรีรายนี้แถลงว่า 7 ประเทศที่เหลืออยู่ในบัญชีสีแดง ประกอบด้วยโคลอมเบีย สาธารณรัฐโดมินิกัน เอกวาดอร์ เฮติ ปานามา เปรู และเวเนซุเอลา จะถูกปลดพ้นจากบัญชีในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้

ชาวสหราชอาณาจักรที่เดินทางกลับจากประเทศเหล่านี้จะไม่จำเป็นต้องกักโรคในโรงแรมเป็นเวลา 11 คืนอีกต่อไป ส่วนพลเมืองของบรรดาประเทศดังกล่าว เวลานี้ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าอังกฤษได้แล้ว

อย่างไรก็ตามระบบบัญชีแดงจะยังคงมีอยู่ และประเทศใด ๆ ประเทศหนึ่งอาจถูกใส่กลับเข้ามาในบัญชีดังกล่าว ในกรณีที่พบเคสผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นในประเทศนั้น ๆ

"เราจะคงหมวดหมู่บัญชีสีแดงเอาไว้ ในมาตรการป้องกันไว้ก่อน เพื่อปกป้องสุขภาพประชาชน และพร้อมใส่ประเทศหรือดินแดนหนึ่ง ๆ กลับเข้าไป ถ้าจำเป็น ในฐานะที่มันเป็นแนวแรกแห่งการป้องกันของสหราชอาณาจักร" แชปส์เผยผ่านทวิตเตอร์

“ประวิตร” เรียกประชุม สถานการณ์น้ำ สั่งเตรียมรับมือฤดูฝนภาคใต้ พร้อมเร่งวางแผนแก้ปัญหาน้ำเค็ม น้ำท่วมและน้ำแล้งซ้ำซาก

พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุม คณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 2/64 ณ ห้องประชุม สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อเตรียมรับมือฤดูฝนภาคใต้ รวมทั้งติดตามบริหารจัดการสถานการณ์ท่วมและน้ำแล้งในภาพรวม

โดยที่ประชุมรับทราบสถานการณ์สภาพอากาศ รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำปัจจุบัน ในพื้นที่ลุ่มต่ำ แหล่งน้ำขนาดใหญ่ - กลาง และเขื่อนระบายน้ำ ซึ่งในภาพรวมยังสามารถควบคุม โดยมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 38 แห่งที่ต้องเฝ้าระวัง สำหรับการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงอุทกภัยในพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ ระหว่าง ต.ค.- ธ.ค.64 มีแนวโน้มลดลง เว้นภาคใต้ มีพื้นที่เสี่ยงเพิ่มขึ้นจากฤดูฝนที่กำลังมาถึง โดยมีโอกาสสูงในการเกิดพายุเคลื่อนผ่านภาคใต้ มีพื้นที่เสี่ยง 725 ตำบล 43,495 หมู่บ้านใน 16 จว. ทุกหน่วยงานได้เตรียมความพร้อมรับมือกับอุทกภัย โดยได้ขุดลอกคูคลอง กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ทำพนังกั้นน้ำและก่อสร้างทางระบายน้ำไปยังพื้นที่รับน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่จะเกิดขึ้น 

สำหรับการบริหารจัดการนำ้ฤดูแล้ง ได้พิจารณาวางแผนจากการคาดการณ์นำ้ต้นทุน ปริมาณการใช้น้ำและพื้นที่เสี่ยงน้ำแล้ง พบความเสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภค บริโภคใน 5 จว. 9 อำเภอ 25 ตำบล มีพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงน้ำแล้งด้านการเกษตร นอกเขตชลประทาน  11 จว. ซึ่งอยู่ระหว่างเร่งกำหนดมาตรการรองรับ ทั้งการเก็บกักน้ำ จัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยง การเติมน้ำ การจัดสรรน้ำฤดูแล้ง การวางแผนเพาะปลูกพืช การเตรียมน้ำสำรองในพื้นที่ลุ่มต่ำ การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ รวมทั้งการติดตามประเมินผล

ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร  ได้กล่าวแสดงความห่วงใยถึงประชาชนที่ยังได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยกำชับ สทนช.บูรณาการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน ยังคงต้องติดตามสถานการณ์สภาพอากาศที่อาจพัฒนาก่อตัวเป็นพายุซ้ำเติมพื้นที่น้ำท่วมเดิม พร้อมทั้งให้เร่งระบายน้ำในพื้นที่น้ำท่วมขังเข้าแหล่งน้ำขนาดใหญ่และลำน้ำสายหลักตามแผนและสถานการณ์  ทั้งนี้ให้นำจุลินทรีย์มาใช้ปรับปรุงคุณภาพน้ำในพื้นที่ท่วมขังนานและเกิดการเน่าเสียหวั่นกระทบสร้างปัญหาโรคระบาด  โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ ขอให้ทบทวนปรับปรุงและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุร่วมกัน และให้ตรวจสอบระบบเตือนภัยให้สามารถแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงนำ้ท่วมที่เคยเกิดปัญหา เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้น 

"พิพัฒน์" ยืดอกรับผิด ปมชวดดึง "ลิซ่า" มาเคาท์ดาวน์ในไทย ยอมรับสื่อสารผิดพลาด รีบพูดก่อน พร้อมนำมาเป็นบทเรียน เดินหน้าชวนคนดังระดับโลกมาร่วมงาน

ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.งการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวกรณีที่"ลิซ่า แบล็คพิงก์" หรือ ลลิษา มโนบาล ไม่สามารถมาร่วมกิจกรรมเคาท์ดาวน์ปีใหม่ที่ประเทศไทยได้ มีสาเหตุเป็นเพราะฝ่ายไทยต้องการจ้างเพียงคนเดียว แต่ทางต้นสังกัดต้องการให้มาทั้งวง  ว่า  เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง และไม่ใช่ข้อเท็จจริง  รวมถึงกระแสข่าวต่างๆที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่ข้อเท็จจริงทุกเรื่อง อย่างกรณี เชอรี่ โคลว์ และลิซ่า เรื่องแยกแพคเกจหรือไม่แยกนั้นไม่มีความจริง ถ้าแยกแล้วไม่มา แต่ถ้าไม่แยกแล้วไม่มา  สิ่งเหล่านี้เป็นการสื่อสารที่ผิดพลาดของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่มีการสื่อสารออกไปในเบื้องต้น  ขณะที่เรายังไม่เห็นรายละเอียดในสัญญาทั้งหมด อย่างที่ตนเคยพูดไปแล้วว่าในวันที่ 30 ต.ค.นี้ เราจะได้เห็นสัญญา และสุดท้ายก็เกิดความสับสน

"ผมคิดว่าบริษัทเขาคำนึงถึงชื่อเสียง และประกอบกับสำคัญที่ว่าเขาติดคิว ไม่สามารถยกเลิกคิวเพื่อเอามาให้ประเทศไทยได้  สิ่งเหล่านี้ผมขอเรียนอย่างตรงไปตรงมา ส่วนอีกคนนึง คือแอนเดรีย บล็อกเชลลี่ นักร้องชาวอิตาเลียน ผมก็ยังไม่ขอพูดว่าความชัดเจนคืออะไรในช่วงนี้ เพราะจากความผิดพลาดที่ผ่านมา เราได้รับบทเรียนว่าสิ่งไหนที่ยังไม่จบ  อย่าเพิ่งพูดก่อน ซึ่งตัวผมยอมรับว่าได้ให้สัมภาษณ์ในเบื้องต้นไป  หลังจากนี้เราคงต้องทำอะไรให้รอบคอบมากกว่าเดิม แต่ก็คงยังมีศิลปินชื่อดังระดับโลกเข้ามาแน่ๆ แต่จะเป็นใคร อย่างไรนั้น ต้องขอให้มีการลงตัวเรียบร้อยเสียก่อน จึงจะนำเสนอต่อไป"นายพิพัฒน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้เพื่อหาผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้หรือไม่  หลังจากเกิดข้อผิดพลาดนี้เกิดขึ้น  นายพิพัฒน์ กล่าวว่า  ต้องหารือกันภายในกระทรวงฯก่อน และตนต้องหารือกับผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทยและนายกรัฐมนตรี ว่าเมื่อเหตุการณ์เกิดมาถึงตรงนี้แล้ว เราควรต้องทำอย่างไร ซึ่งตนมีผู้บังคับบัญชา 2 คน คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม คงต้องหารือก่อน  ส่วนจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบใครหรือไม่สอบใครนั้น คงต้องคำนึงหลายอย่าง เนื่องจากมีภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ซึ่งเราคงไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับภาคเอกชนได้ จึงจำเป็นต้องดูกันภายในก่อนว่าพวกเราจะจัดการกันอย่างไร ทั้งนี้ถือเป็นบทเรียนอีกบทหนึ่งสำหรับทุกอย่าง หากยังไม่จบ ก็ไม่ควรก็ไม่ควรนำออกมาพูดก่อน

"ซึ่งตัวผมเองก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้น ไม่ใช่ว่าผมไม่ได้ไม่ใช่ผมไม่ได้พูด แต่ตัวผมเองก็พูดออกไปเยอะ เพราะฉะนั้นความผิดพลาดตรงนี้ ตัวผมเองก็ต้องยอมรับตัวผมเองก็ต้องยอมรับ"นายพิพัฒน์ กล่าว

รองโฆษกรัฐ เผย 'อนุทิน' ไม่รู้รายละเอียด ดีล 'ลิซ่า' โยนเป็นหน้าที่ 'ททท.' จัดการ

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุเกี่ยวกับค่ายวายจีเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ บริษัทต้นสังกัดของ ลิซ่า น.ส.ลลิษา มโนบาล สมาชิกวงแบล็กพิงก์ ชาวไทย ออกแถลงการณ์ลงวันที่ 28 ตุลาคม ระบุว่า ลิซ่า ไม่สามารถเดินทางมาโปรโมทการท่องเที่ยวไทยได้นั้น โดยนายอนุทิน แจ้งว่า เรื่องดังกล่าวได้รับการรายงานจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่จะมีการจัดกิจกรรม โดยมีลิซ่ามาร่วมงานด้วย ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ แต่นายอนุทิน ไม่ได้รับรายงานในส่วนรายละเอียดเรื่องการติดต่อประสานงานให้ ลิซ่า แบล็กพิงก์ มาร่วมกิจกรรมเคาท์ดาวน์ปีใหม่ที่ จ.ภูเก็ต โดยกระบวนการดังกล่าวทาง ททท.เป็นผู้ดำเนินการ ทั้งนี้ เมื่อต้นสังกัดของศิลปินแจ้งว่าไม่สามารถเดินทางมาร่วมกิจกรรมได้ จึงเป็นหน้าที่ของ ททท.ที่จะดำเนินการต่อไป

"กมธ.ดีอีเอส" เผย ปชช.ถูกดูดเงิน เหตุผูกบัญชีกับร้านค้าไม่แสดงตัวตน ด้าน ธปท. ยัน เยียวยาผู้ผูกบัตรเดบิตครบถ้วนแล้ว ส่วนบัตรเครดิตไม่ต้องชำระเงินที่ถูกหัก แนะ หน่วยงานบูรณาการแก้ปัญหา ให้ความรู้ ป้องกันปชช.ตกเป็นเหยื่อทางเทคโนโลยี

น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.สระบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคมและดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอีเอส) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า การประชุมกมธ.สัปดาห์นี้ มีวาระพิจารณาเรื่องกรณีที่ประชาชนร้องเรียนว่าถูกหักเงินจากบัญชีธนาคาร บัญชีบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต อย่างผิดปกติเป็นจำนวนมาก โดยมีตัวแทนจาก 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) รวมถึงตัวแทนของธนาคารพาณิชย์ เข้าให้รายละเอียดผ่านระบบซูม ทั้งนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นตัวแทนธนาคารและสมาคมธนาคารไทยยืนยันว่า ไม่ใช่เกิดจากความล้าหลังของระบบธนาคาร แต่เป็นกรณีที่ประชาชนผูกบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตกับร้านค้า หรือสินค้าที่ไม่แสดงตัวตน ไม่มีระบบยืนยันเพื่อตรวจสอบ หรือระบบ OTP (One Time Password) ซึ่งเป็นรหัสผ่านเพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต

น.ส.กัลยา กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น ธปท.ยืนยันว่าได้ให้การเยียวยาประชาชนที่ถูกดูดเงินจากบัตรเดบิตครบถ้วนแล้ว ส่วนประชาชนที่ถูกหักเงินจากบัตรเครดิตนั้น เมื่อตรวจสอบพบว่าไม่ต้องชำระเงินที่ถูกหัก และจะไม่เสียเครดิตด้วย ทั้งนี้ กมธ.ฝากไปยังหน่วยงานที่ชี้แจงให้หามาตรการลดผลกระทบกับประชาชน โดยกมธ.ไม่ต้องการให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเพิ่มเติม เบื้องต้นทางธปท.ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) กระทรวงดีอีเอส กสทช. เพื่อบูรณาการการทำงาน ยกระดับความปลอดภัยให้กับประชาชนและพัฒนาระบบแจ้งเตือนเมื่อมีเหตุผิดปกติเกิดขึ้นกับบัญชีของประชาชน

“สิ่งสำคัญที่กมธ.ต้องดำเนินการต่อ คือ การสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชน ต่อการรู้เท่าทันการใช้เทคโนโลยี เพราะการใช้ชีวิตวิถีใหม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยี แต่ประชาชนส่วนหนึ่งยังรู้ไม่เท่าทันกับคนที่ไม่หวังดี ดังนั้น สิ่งที่จะลดผลกระทบได้ดี คือ การให้องค์ความรู้ เพื่อสร้างเกราะให้ประชาชน เบื้องต้นกมธ.คิดว่าจะจัดเวทีเพื่อให้องค์ความรู้กับประชาชน และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องก็จะดำเนินการเช่นเดียวกัน” น.ส.กัลยา กล่าว

พิธีประทานรางวัล "เทพมเหศักดิ์" ประจำปี ๒๕๖๔ แด่ ผู้สนับสนุนส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ 

ณ เรือนไทยเพชรไพลิน มหาวิทยาลัยธนบุรี แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ เวลา 10.30 น. หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ (พระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔) องค์ประธานอุปถัมภ์รางวัล "เทพมเหศักดิ์" เสด็จเป็นองค์ประธาน ในพิธีประทานรางวัล ประกาศเกียรติคุณผู้สนับสนุนส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ รางวัล "เทพมเหศักดิ์ " ประจำปี ๒๕๖๔ แด่ ผู้สนับสนุนส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ  ทรงกรุณาประทานรางวัลให้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และเป็นแรงขับเคลื่อนการดำเนินงานกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับคนพิการ

 โดย "นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล" นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย ประธานจัดงานฯ ขอประทานอนุญาตกราบทูลถวายรายงานวัตถุประสงค์โครงการฯ จัดงานในครั้งนี้

ซึ่งจัดขึ้นจาก "ไตรภาคี" คือ  สมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย / สมาคมคนพิการภาคตะวันออก / สมาคมส่งเสริมและพัฒนาคนพิการไทย  ซึ่งมี ภาครัฐ ภาคเอกชน สถานประกอบการ และประชาชน ที่ได้รับคัดเลือก จำนวน 80 รางวัล  อาทิ เช่น อธืบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ / อธิบดีกรมจัดหางาน / จัดหางานจังสมุทรปราการ / จัดหางานจังหวัดชลบุรี / บิณฑ์-เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ / เค เยาวราช / ดร.บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี / นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย / นายศุพชีพ ดิษเทศ นายกสมาคมคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย / นายชูเกียรติ สิงห์สูง นายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย /  นายสุชาติ โอวาทวรรณสกุล บริษัท โอวาท โปรแอนด์ควิก จำกัด / มูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล  / มูลนิธิเมาไม่ขับ / มูลนิธิใจงาม / บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) / บริษัท เทเวศ ประกันภัยจำกัด (มหาชน) / บริษัทอินเทอร์เน็ต ประเทศไทยจำกัด (มหาชน) / บริษัท เอสซีจีเซรามิกซ์ จำกัด (มหาชน) / บริษัท ยูโรเซีย 2003 (ประเทศไทย) จำกัด / บริษัท กันยงอีเลคทริก จำกัด (มหาชน) / บริษัทเซ็นทรัลมอเตอร์วีล (ประเทศไทย) จำกัด / โรงเรียนสอนวิชาชีพและบริการปิยะแสงปัญญา (ชุมพร) / บริษัท อินดัสเตรียลวอเตอร์ รีซอร์ตเมแนจเม้นท์ จำกัด / บริษัท ปิโตรเลียมไทย คอร์ปอเรชั่น จำกัด / บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และอีกมากมาย

ผู้โดยสารเที่ยวบินสหรัฐฯ โชว์ถ่อย ต่อยแอร์สาวจนจมูกหัก ต้องลงจอดฉุกเฉิน

เที่ยวบินลำหนึ่งต้องเบี่ยงไปลงจอดที่เมืองเดนเวอร์ สหรัฐฯ เมื่อค่ำคืนวันพุธ (27 ต.ค.) ที่ผ่านมา หลังผู้โดยสารคนหนึ่งก่อเหตุทำร้ายร่างกายพนักงานต้อนรับหญิงบนเครื่องบิน จนถึงขั้นจมูกหัก จากคำแถลงของสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ส

สายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ส ระบุในถ้อยแถลงว่า เที่ยวบิน 976 จากท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ.เคนเนดี ในเมืองนิวยอร์ก มุ่งหน้าสู่เมืองแซนตาแอนา รัฐแคลิฟอร์เนีย เบี่ยงไปลงจอดที่เมืองเดนเวอร์ อย่างปลอดภัย ก่อนตำรวจจะขึ้นมาคุมตัวและพาผู้โดยสารผู้ก่อเหตุลงไป

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับเหตุการณ์เปิดเผยว่าเหตุโจมตีเกิดขึ้นทั้งที่ไม่มีประเด็นยั่วยุใด ๆ ผู้โดยสารรายดังกล่าวจู่ ๆ ก็เดินไปบริเวณด้านหลังเครื่องบินและต่อยเข้าไปที่ใบหน้าของแอร์โฮสเตส 2 ครั้ง ส่งผลให้จมูกของเธอหัก

ในวิดีโอที่โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ ดัก พาร์เกอร์ ซีอีโอของอเมริกัน แอร์ไลน์ ระบุว่าเหตุการณ์เมื่อวันพุธ (27 ต.ค.) "ถือเป็นหนึ่งในพฤติกรรมเกเรเลวร้ายที่สุดที่เราเคยเจอ" พร้อมบอกว่าทางสายการบินกำลังให้การสนับสนุนพนักงานต้อนรับผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ และเตรียมออกคำสั่งไม่ให้ชายที่ถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกายเธอ ใช้บริการของสายการบินอีก

"เท่านั้นยังไม่พอ เรากำลังทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อรับประกันว่าเขาจะถูกดำเนินคดีในขอบเขตเต็มเหนี่ยวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" เขากล่าว

‘สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ จัดการประชุมบริหาร ตร. ครั้งที่ 9/2564 และพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ และเครื่องหมายเชิดชูเกียรติกิตติมศักดิ์

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำหนดจัดการประชุมบริหาร ตร. ครั้งที่ 9/2564 ผ่านระบบวิดีโอทางไกล (Video Conference) พร้อมกำหนดจัดพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้บริจาค และข้าราชการตำรวจผู้ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรม และจรรยาบรรณของตำรวจ เนื่องในโอกาสวันตำรวจ ประจำปี 2564 และพิธีมอบเข็มแม่นปืนกิตติมศักดิ์

วันที่ 28 ต.ค. 64 เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมบริหาร ตร. ครั้งที่ 9/2564 ผ่านระบบวิดีโอทางไกล (Video Conference) ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วมกาประชุมฯ

 

ทั้งนี้ ก่อนเริ่มการประชุมฯ ได้กำหนดให้มีการจัดพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานและองค์กรผู้บริจาคทุนทรัพย์ และสิ่งของ ในการสนับสนุนภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 7 ราย 

และหน่วยงาน/ข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรม และจรรยาบรรณของตำรวจ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จำนวน 2 ราย และพิธีมอบเข็มแม่นปืนกิตติมศักดิ์ให้แก่ระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจำนวน 2 นาย ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

• หน่วยงานและองค์กรผู้บริจาคทุนทรัพย์ และสิ่งของ ในการสนับสนุนภารกิจ

ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

1. มูลนิธิโรงพยาบาลตำรวจ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ 

ผู้รับโล่ : พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) 

2. สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย โดยฝ่ายความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายและยาเสพติด (International Narotics and Law Enforcement Section- INL กรุงเทพฯ)

ผู้รับโล่ : คุณเกรกอร์ ชอว์ (Mr. Gregory  Shaw) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายและยาเสพติด (INL) สถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย

3. มูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น 

ผู้รับโล่ : คุณสวรรย์ พิภูษณานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดองค์กร 

บริษัท ซี-เอ็ด ยูเคชั่น จำกัด มหาชน

4. บริษัท ทีโอเอเพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ผู้รับโล่ : คุณประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีโอเอเพ้นท์ 

(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

5. ธนาคารออมสิน

ผู้รับโล่ : คุณเสกสรร ทวีกสิกรรม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน สายงานกิจการ สาขา 1

6. ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ผู้รับโล่ : คุณสุดจิตตรา คำดี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานสื่อสารและภาพลักษณ์

7. มูลนิธิจำนง ภิรมย์ภักดี

ผู้รับโล่ : นางสาวจิตภัสร์  กฤดากร

'เฉลิมชัย'​ ลุย COP26 เดินหน้าโครงการลดก๊าซเรือนกระจก สั่ง​ กยท.​ นำร่อง​ 20,000​ ไร่ สร้างต้นแบบการจัดการคาร์บอนของสวนยางพาราในประเทศไทย

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลง (29 ต.ค.64) ว่า ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) รัฐบาลจึงได้กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2007 จัดทำแผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2015 – 2050 เป็นแผน 35 ปี และในปีนี้ รัฐบาลไทยกำหนดโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Bio – Circular – Green Economy Model (BCG Economy Model) เป็นวาระแห่งชาติ นอกจากนี้ ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีนโยบายให้ความสำคัญต่อประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศภาคเกษตร ซึ่งประกอบด้วย 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2. การปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 3. การมีส่วนร่วมของภาคเกษตรในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการศึกษา และ 4. การเสริมสร้างขีดความสามารถในการบริหารจัดการ รวมทั้งมีโครงการความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศ อาทิ UNDP, UNEP, FAO, ADB, GIZ ของเยอรมนี และความร่วมมือกับสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ มีการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดภาวะโลกร้อนจากการทำนา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Thai Rice NAMA) ดำเนินการภายใต้กองทุน NAMA Facility ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลแห่งสหราชอาณาจักร สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เดนมาร์ก และสหภาพยุโรป โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อผลิตข้าวอย่างยั่งยืน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases: GHGs) โดยฝ่ายสหราชอาณาจักรยินดีสนับสนุนการดำเนินโครงการความร่วมมือในครั้งนี้

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อไปว่า ปัญหาสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน จากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทบโดยตรงต่อภาคการเกษตรทั้งในเรื่องของการเพาะปลูก ผลผลิต จนส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกร ประเทศไทยซึ่งมีพื้นที่เกษตรกรรมครอบคลุมทั่วประเทศได้รับผลดังกล่าวเช่นกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กยท.จึงดำเนินโครงการ “บริหารจัดการ คาร์บอนเครดิตในพื้นที่สวนยางพารา” หรือโครงการลดปริมาณการปล่อยหรือดูดกลับก๊าซเรือนกระจก และสามารถนำไปซื้อขายได้ เป็นการเพิ่มรายได้จากสวนยางอีกทางหนึ่งของเกษตรกร ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภายใต้นโยบาย BCG MODEL ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล (Green Economy) สอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ที่ได้ลงนามในพิธีสารโตเกียว (Kyoto Protocol) ในการส่งเสริมโครงการที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จัดทำมาตรฐานการขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิต รวมทั้งส่งเสริมการซื้อขายคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรอง

อย่างไรก็ตาม นอกจากโครงการของกยท. แล้ว รมว.เกษตรฯ ยังได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับนโยบายดังกล่าวไปดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 26 หรือ COP26 ต่อไป

วิกฤติ Evergrande ระบาดหนัก คาด!! ลาม 1 ใน 3 ธุรกิจอสังหาฯ จีน

ปัญหาหนี้ก้อนโตของ Evergrande บริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศของจีน กำลังจะกลายเป็นโรคระบาดครั้งใหญ่ในระบบธุรกิจการเงินของจีน ถึงแม้ว่าบริษัทจะสามารถระดมเงินชำระดอกเบี้ยเงินกู้ 44 ล้านได้ทันก่อนวันครบกำหนดชำระเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาแบบเส้นยาแดงผ่าแปด แต่ทั้งนี้ก็เป็นเพียงการช่วยต่อลมหายใจไปอีกแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ซึ่งนักลงทุนยังต้องลุ้นกันเครียดเมื่อถึงวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยงวดต่อ ๆ ไป 

S&P บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดัง ได้ออกมาเตือนว่า Evergrande ยังเสี่ยงมากที่จะเข้าสู่ภาวะล้มละลาย และการล้มของ Evergrande จะลากเอาบริษัทอสังหารายอื่น ๆ ของจีนไม่ต่ำกว่า 1 ใน 3 ล้มตามไปด้วย 

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะ ไม่ใช่แค่ Evergrande ที่กำลังเจอวิกฤติปัญหาขาดสภาพคล่อง เพราะมีหนี้สินจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศจำนวนมหาศาลกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ แต่บริษัทอสังหาอื่น ๆ ในจีนต่างก็เจอปัญหาแบบเดียวกับ Evergrande แทบทั้งสิ้น 

Nomura บริษัทหลักทรัพย์ชื่อดังของญี่ปุ่นประเมินว่า หากนับรวมหนี้สินทั้งหมดที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของจีนแบกอยู่ทั้งหมดตอนนี้ มีไม่น้อยกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งมากเท่ากับ 1 ใน 3 ของ GDP ของจีนทั้งประเทศ และเทียบได้กับผลผลิตทางเศรษฐกิจทั้งหมดในแต่ละปีของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นดับที่ 3 ของโลก 

และในปี 2022 บริษัทอสังหาริมทรัพย์จีนต้องเร่งหาเงินมาชำระหนี้กองทุนเงินกู้ไม่น้อยกว่า 9.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นงานหินของบริษัทอสังหาจีนที่มีสินทรัพย์ที่ปล่อยไม่ออกจำนวนมาก 

และยิ่งยากขึ้นไปอีก เมื่อสี จิ้นผิง ผู้นำจีนได้ประกาศมาตรการ 3 เส้นแดงออกมาในช่วงเดือนสิงหาคม 2020 เพื่อควบคุมหนี้เสียของบริษัทของจีน โดยจำกัดเพดานหนี้สินต่อสินทรัพย์ต้องไม่เกิน 70% ยิ่งทำให้ขยายวงเงินกู้ได้ยาก จึงมีเค้าว่าในปีหน้าอาจมีบริษัทอสังหาจีนอีกเป็นจำนวนมากที่มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้ จนถูกลดเรทความน่าเชื่อถือให้เหลือแค่เรท B หรือต่ำกว่านั้น

เพราะหากประเมินจากมาตการ 3 เส้นแดง ที่จำกัดวงหนี้สินของบริษัทจีนก็พบว่า มากกว่าครึ่งของ 30 บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์จีนมีสัดส่วนหนี้สินล้ำเส้นแดงที่รัฐบาลจีนกำหนดไว้แล้วทั้งนั้น

ททท. รับ ‘ลิซ่า แบล็กพิงก์’ แจ้งด่วนร่วมงานเคาท์ดาวน์ในไทยไม่ได้!!

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ขณะนี้ ททท. สำนักงานโซล ได้รับแจ้งจากต้นสังกัดของ “ลิซ่า แบล็กพิงก์” หรือ “ลลิษา มโนบาล” ศิลปินเคป๊อบสาวชาวไทย ที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ซึ่งเดิมททท.ได้เจรจาเพื่อดึงเข้ามาร่วมงานเคาท์ดาวน์ ปีใหม่ 2565 ที่จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับนักร้องโอเปร่าชื่อดังของโลกชาวอิตาเลียน คือ “แอนเดรีย โบเซลลี” ซึ่งล่าสุดทางต้นสังกัดของ “ลิซ่า แบล็กพิงก์” แจ้งว่า ลิซ่าไม่สามารถมาร่วมงานได้ (Lisa will not be able to attend the event.) ซึ่ง ททท. เคารพการตัดสินใจดังกล่าวและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสทำงานร่วมกันในอนาคตต่อไป

มาเลเซีย เปิดตัว ‘ถุงยางยูนิเซ็กซ์’ ใช้ได้ทั้งชาย-หญิง ตัวแรกของโลก

แพทย์ชาวมาเลเซียคิดค้นถุงยางอนามัยแบบ “ยูนิเซ็กซ์” ตัวแรกของโลก โดยทำจากวัสดุเกรดการแพทย์ และสามารถสวมใส่ทั้งหญิงและชาย

นพ.จอห์น ถัง อิง ชินห์ (John Tang Ing Chinh) สูตินรีแพทย์ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัท Twin Catalyst ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ในมาเลเซีย ระบุว่า ถุงยางแบบยูนิเซ็กซ์ “วันดาลีฟ” (Wondaleaf) ตัวนี้จะช่วยส่งเสริมสุขภาวะทางเพศสำหรับผู้คนทุกกลุ่ม และทุกรสนิยมทางเพศ

ถุงยางชนิดนี้ผลิตจากโพลียูริเทนคุณภาพสูง มีความบาง ยืดหยุ่น แข็งแรง และสามารถกันน้ำได้ดี

“เมื่อสวมใส่แล้ว คุณจะแทบไม่รู้สึกเลยว่ามีมันอยู่” นพ. ถัง ระบุ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top