Saturday, 25 May 2024
NEWS FEED

‘นักเขียนซีไรต์’ ชี้!! สมัยนี้อาการ ‘เกลียดงาน’ แพร่ระบาดไปทั่ว สมัยรุ่นพ่อแม่ ต้อง ‘ขยัน-ไม่เกี่ยงงาน’ ไม่อย่างนั้นก็อดตาย

(24 พ.ค.67) นายวินทร์ เลียววาริณ นักเขียนรางวัลซีไรต์ และ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2556 ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า…

ลูกของเพื่อนคนหนึ่งยังเรียนไม่จบ ทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งเพื่อหารายได้พิเศษได้สองวัน ก็เลิก อีกคนหนึ่งอยู่ได้สองเดือน ก็ลาออก เพราะมองไม่เห็นความก้าวหน้า

เด็กจบใหม่หมาด ๆ ทำงานได้สองเดือน คาดหวังว่าจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงทันที ออกจะรีบร้อนไปนิด

คนยุคนี้ดูเหมือนจะมีความอดทนต่ำ มองไปทางไหน เราได้ยินคนบ่นเรื่องงาน เจ้านายตลอดเวลา

อาจเพราะเราอยู่ในโลกที่พ้นภาวะความอดอยากมาแล้ว จนลืมไปว่าการไม่มีกินเป็นอย่างไร

ในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 1929 สหรัฐอเมริกาเกิดเหตุการณ์ตลาดหุ้นล่ม เป็นผลให้เศรษฐกิจล่ม (The Great Depression) ชาวอเมริกันสิบห้าล้านคนตกงาน กระเทือนไปทั่วโลกนานสิบปี

เวลานั้นทุกเช้าที่หน้าโรงงานต่าง ๆ มีคนไปรอหางานทำ แต่โรงงานจะเรียกคนเพียงจำนวนหนึ่งไปทำงานคนที่ถูกเรียกได้ค่าแรงของวันนั้นไปต่อชีวิต คนที่ไม่ถูกเรียกก็กลับบ้าน รุ่งขึ้นก็ไปรอใหม่เผื่อถูกเรียกตัว

ผมเกิดปลายยุค ‘เสื่อผืนหมอนใบ’ นั่นคือพ่อแม่ผ่านความลำบากแบบสุดขีดมาแล้ว แต่ก็ยังต้องทำงานหนักทุกวัน วันไหนไม่ทำงานก็อด สิ่งที่ผมเรียนรู้คือคนสมัยนั้นไม่เกี่ยงงานจริง ๆ

คนจีนยุค ‘เสื่อผืนหมอนใบ’ ไม่คิดว่างานสนุกหรือไม่สนุก เพราะถือคติว่า ‘งานที่มีก็คืองานที่ดี’

ญาติผู้ใหญ่ของผมเคยสั่งสอนหลานคนหนึ่งที่ลังเลว่าจะไปทำงานเป็นบ๋อยโรงแรมดีหรือไม่ ผู้ใหญ่บอกว่า เงินเดือนของบ๋อยไม่มาก แต่มักได้รับทิป อีกทั้งแขกที่มาพักมักจะให้บ๋อยไปซื้อข้าวมาให้ และเลี้ยงบ๋อยด้วย วันละห่อสองห่อ ก็ประหยัดค่าข้าวได้มาก อย่ารังเกียจงานที่คนอื่นมองว่าต่ำต้อย เป็นบ๋อยก็สามารถมีเงินเก็บได้

ตั้งแต่เด็กผมเห็นญาติทุกคนทำงานตัวเป็นเกลียว คนนี้ทำงานเป็นลูกจ้าง คนนั้นกรีดยางในสวน ค้าขายในตลาด ฯลฯ ทำอะไรก็ได้ เป้าหมายเพื่อไม่อดตาย เพราะเชื่อว่า ถ้าทำดีพอ ก็ลืมตาอ้าปากได้ ผมไม่เคยได้ยินใครบ่นสักคำว่า “งานน่าเบื่อ” หรือ “ชั่วโมงยาว” หรือ “ทำงานวันเสาร์หรือเปล่า?”

ถึงงานจะไม่สนุกหรือทรมาน ก็อดทน ความอดทนเป็นโหมดบังคับของชีวิต

ผมเข้าใจความรู้สึกแบบนี้ดี เพราะสมัยผมใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกา ต้องทำงานที่ไม่ชอบเพื่อหาเงินมาเรียนต่อ และผมก็ผ่านชีวิตช่วงนั้นมาได้เพราะจดจำภาพญาติ ๆ ที่ทำงานหนักโดยไม่บ่น ทำให้เราบ่นไม่ออก

ตอนคนเราไม่มีกิน ไม่ค่อยเลือกงาน

แปลกที่ในสมัยนี้คนบางคนไม่มีกิน แต่ยังเลือกงาน แม้ไม่มีทางเลือกมาก ก็ยังเกี่ยงงาน

อาการเกลียดงานแพร่ระบาดไปทั่ว บ้างเป็นความเกลียดบนพื้นฐานที่มีเหตุผล เช่นงานเลวร้ายต่อสุขภาพ ทำให้ครอบครัวแย่ลง เจ้านายเอาเปรียบจริง บ้างก็เป็นแค่การมองโลกในแง่ลบ ได้งานดีแค่ไหนก็บ่น

นี่ไม่ใช่ความรู้สึกที่กระทบจากงาน แต่เป็นนิสัยขี้บ่นเท่านั้น เป็นนิสัยไม่เคยพอใจงานที่มี ครอบครัวที่มี สิ่งที่มี

ชาวโลกจำนวนมากมีภาพว่า งานที่ตนทำเลวร้ายกว่างานของคนอื่นเสมอ มันอาจเป็นความจริงหรือไม่เป็นความจริงก็ได้ การงานของบางคนเลวร้ายจริง ๆ ทว่าคนที่ประสบพบงานที่เลวร้ายจริง ๆ  ก็สามารถเปลี่ยนงานโดยไม่จำเป็นต้องก่นด่าโลก

แต่คนบางคนมองชีวิตในมุมลบ บ่นทุกอย่างที่ขวางหน้า

นิสัยขี้บ่นแบบนี้จะทำให้ไม่มีความสุขในชีวิต ไม่เฉพาะเรื่องงาน แต่ลามไปถึงเรื่องครอบครัว เพื่อน เพื่อนบ้าน หรือกระทั่งคู่ชีวิต

เมื่อสวมแว่นดำทึบ ทุกภาพที่เห็นย่อมมืดหม่น

การบ่นเป็นนิสัยมีแต่ทำให้โลกหมองเศร้า ทว่าหากไม่สามารถเปลี่ยนทัศนคติของตัวเองให้ดีขึ้นได้ ก็ลองวิธีง่าย ๆ คือ หยุดเปรียบชีวิตตนกับคนที่ดีกว่า

ลองเปรียบกับคนในยุค The Great Depression ลองจินตนาการว่าตนเองอยู่ในยุคนั้น กำลังยืนหน้าโรงงานรอลุ้นว่าเขาจะเรียกเราไปทำงานหรือไม่ ถ้าเขาไม่เรียก เรากับครอบครัวก็ไม่มีกินในวันนั้น

งานน่าเบื่ออาจดีกว่าไม่มีงาน

เมื่อกำลังลอยคอกลางทะเล เราจะสนใจหรือว่าขอนไม้ที่เราเกาะพยุงสวยหรือไม่สวย

เรียนรู้ที่จะพอใจในชีวิตที่ตนมี ทำให้อะไร ๆ ในชีวิตง่ายขึ้น ปลอดโปร่งขึ้นมาก

จาก เหตุผลที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า 

ผู้บัญชาการทหารเรือ (รอง ผอ.ศรชล.) ประกอบพิธีเปิดอาคาร ศรชล.ภาค 1 และประชุมคณะกรรมการบริหาร ศรชล. ครั้งที่ 1/2567

วันที่ 24 พ.ค.67 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ทางทะเล (ผอ.ศรชล.) ได้มอบหมายให้ พลเรือเอก อดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (รอง ผอ.ศรชล.) เป็นผู้แทนประกอบพิธีเปิดอาคาร ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 ณ อาคารศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ตามที่ ศรชล. ได้รับงบประมาณก่อสร้างเมื่อวันที่ 28 ม.ค.65 และแล้วเสร็จและส่งมอบอาคารให้ ศรชล.ภาค 1 เมื่อวันที่ 29 พ.ย.66 รวมระยะเวลาก่อสร้าง 670 วัน 

อาคารแห่งนี้มีชั้นใต้ดิน และชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 4 ถูกออกแบบให้มีห้องปฏิบัติงาน ห้องประชุม ห้องแถลงข่าว ห้องศูนย์ยุทธการ ที่สามารถใช้งานในการอำนวยการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เผ้าติดตามสถานการณ์ในทะเล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อจากนั้นผู้บัญชาการทหารเรือ (รอง ผอ.ศรชล.) ได้เป็นประธานการประชุมกรรมการบริหาร ศรชล.ภาค 1 โดยก่อนเริ่มการประชุมคณะกรรมการบริหาร ศรชล. เป็นการประชุม Senior Officials Meeting : SOM โดยเรียนเชิญผู้บริหาร ศรชล. ทั้ง 7 หน่วยงาน หารือในประเด็นที่สำคัญในระดับผู้บริหาร ศรชล. ได้แก่ การเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ เข้าสู่ระบบ Big Data ตามนโยบาย ผอ.ศรชล. ในการขับเคลื่อนการบูรณการฐานข้อมูลความมั่นคงทางทะเลไปสู่การเป็นองค์กร Maritime Data Driven Joint Inter-Agency Task Forces เพื่อให้ ศรชล. และหน่วยงานทางทะเลมีกลไกตระหนักรู้สถานการณ์ทางทะเล ในการรวมรวมข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประดทศ เพื่อให้ระบบสารสนเทศแบบ One Marine Chart เกิดความสมบูรณ์ โดยจัดทำในรูปแบบ One Marine Chart มาตรส่วนแผนที่ 1 ต่อ 50,000 ซึ่งจะทำให้หน่วยงานทางทะเลที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต และเรื่องแนวทางการประชาสัมพันธ์ร่วมระหว่างหน่วยงานหลักใน ศรชล. ในการสร้างความตระหนักรู้ภาคประชาชน ผู้ประกอบการ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นหุ้นส่วนการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (Maritime National Interest Strategic Partnership)

จากนั้นผู้บัญชาการทหารเรือ (รอง ผอ.ศรชล.) ได้เริ่มการประชุมกรรมการบริหาร ศรชล. ครั้งที่ 1 โดยสรุปเรื่องที่สำคัญได้แก่ การจัดทำรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 แผนงานที่สำคัญและร่างคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2568 เครื่องหมายราชการ ศรชล. การจัดทำแผนที่แบ่งเขตจังหวัดทางทะเลเพื่อใช้ราชการภายในหน่วยงาน ศรชล. การจัดทำ MOU เชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง ศรชล. กับกรมสรรพสามิต การตรวจรับเรือปฏิบัติการความเร็วสูงบริเวณชายฝั่ง การเตรียมการสำหรับการเป็นเจ้าภาพการประชุม ASEAN Coast Guard Fotum ในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 การลงนาม MOU ระหว่าง ศรชล. กับหน่วยยามฝั่งเวียดนามในการความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายทางทะเล

ก่อนปิดประชุม ผู้บัญชาการทหารเรือ (รอง ผอ.ศรชล.) ได้กล่าวของคุณทุกนห่วยงานอีกครั้งที่ได้ให้ความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของ ศรชล. ในมิติต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามความมุ่งหมายดังวิสัยทัศน์ "ศรชล." เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศชาติและประชาชน

สมนึก เชื้อสนุก รายงาน

มูลนิธิยังมีเรา” ร่วม “มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์-ไทยสมายล์ กรุ๊ป” มอบทุนการศึกษา “เยาวชน" พร้อมมอบวิลแชร์ให้ผู้พิการ ณ จ.ลำพูน

24 พ.ค. 67 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมกับกลุ่มไทยสมายล์ กรุ๊ป และ นายศิรวิฑย์ ชัยเกษม ผู้ประกาศข่าวท็อปนิวส์ ในฐานะตัวแทนจากมูลนิธิยังมีเรา โดยสถานีข่าวท็อปนิวส์ พร้อมด้วยสื่อมวลชน มอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนแก่นักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดโอกาส และมีฐานะครอบครัวยากจน ตามโครงการสานฝันการศึกษา ประจำปี 2567 ของมูลนิธิยังมีเรา สถานีข่าวท็อปนิวส์  ณ สำนักพัฒนาฝีมือแรงงาน จ.ลำพูน โดยมี นางสาวอาภากร ว่องเขตกร ผู้ตรวจราชการ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นผู้ร่วมรับมอบ  โดยนักเรียนที่จะได้รับทุนการศึกษา ต้องเรียนอยู่ในระบบการศึกษาตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า และอุดมศึกษา

โดยวันนี้ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กลุ่มไทยสมายล์ กรุ๊ป และมูลนิธิยังมีเรา ได้มอบทุนการศึกษาด้วยกัน ทั้งหมด 10 ทุนการศึกษา สร้างความปลาบปลื้มให้กับเด็กที่ได้รับทุนการศึกษารวมถึงครอบครัวของเด็กเป็นอย่างมาก

โดยนักเรียนที่ได้พัฒนาความรู้และได้ทุนการศึกษา จากสำนักพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยความรู้สึกกับทีมข่าวท็อปนิวส์ว่า ดีใจมากที่ได้ทุน และจะนำไปเป็นทุนการศึกษา จะตั้งใจเรียน ไม่เกเร

ขณะที่นางเธียรรัตน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ หวังว่า เงินทุนการศึกษาเหล่านี้ สามารถเป็นทุนให้กับเด็ก และเยาวชนที่จะเป็นอนาตที่ดีต่อชาติ ที่มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ได้ร่วมสนับสนุนทุนการศึกษา ผ่านโครงการสานฝันการศึกษา 2567 ในครั้งนี้ ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิในด้านการสร้างสาธารณประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และที่สำคัญจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับเด็กนักเรียนและเยาวชน ซึ่งเขาเหล่านี้จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

และในช่วงบ่าย  นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วย  นางสาวอาภากร ว่องเขตกร ผู้ตรวจราชการ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานและหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน จ.ลำพูน ลงพื้นที่มอบรถเข็นวีลแชร์ และเครื่องอุปโภค บริโภคเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ที่ประสบภัย ในพื้นที่ ต.บ้านกลาง และ ต.เหมืองง่า อ.เมือง จ.ลำพูน

ประกอบไปด้วย รถเข็นวีลแชร์ 2 คัน วอร์คเกอร์ช่วยเดิน และเครื่องอุปโภค บริโภคซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กลุ่มไทยสมายล์ (รถและเรือโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า) มามอบให้กับ ผู้สูงอายุและผู้พิการ ตามที่ได้รับการประสานจาก  น.ส.ศิริลักษณ์ ประศาสตร์อินทาระ แรงงานจังหวัดลำพูน  น.ส.พุทธชาติ อินทร์สวา จัดหางานจังหวัดลำพูน และ นายสมเกียรติ  เจษฎารมณ์  ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดลำพูน  ให้แก่ นางบัวปัน สาวะธรรม อายุ 80 อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 59 ม.10 ต.บ้านกลาง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน ที่เป็นกลุ่มเปราะบาง มีฐานะยากจน และประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคมและเป็นผู้ประสบภัย  เพื่อต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน เติมขวัญและกำลังใจ ให้แก่ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมหนึ่งซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิในด้านการสร้างสาธารณประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และที่สำคัญจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ ซึ่งมีความยากลำบากในการดำเนินชีวิต ต้องการอุปกรณ์ช่วยเหลือดังกล่าวมากกว่าบุคคลทั่วไป ทำให้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือช่วยกันจัดหาอุปกรณ์และสิ่งอำนวย ความสะดวกเป็นลำดับแรก

สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 สุดยิ่งใหญ่แห่งปี

สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทยประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 จัดอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่ายกับการลดพฤติกรรมความรุนแรงในสังคม เสริมพลังครอบครัวคนพิการ ด้านการส่งเสริมอาชีพ รวมทั้งเสริมพลังองค์กรเครือข่ายให้เข้มแข็ง และประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 22 – 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 ณ ห้องประชุมสิรินภา โรงแรมหรรษา เจบี ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

โดยงานครั้งนี้ 'นางวิไลวรรณ สุวรรณรักษา' พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสงขลา​ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน โครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่ายกับการลดพฤติกรรมความรุนแรงในสังคม เสริมพลังครอบครัวคนพิการ ด้านการส่งเสริมอาชีพ รวมทั้งเสริมพลังองค์กรเครือข่ายให้เข้มแข็ง และประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 พร้อมมอบโล่รางวัล โดยมี 'นางสาวฐิติพร พริ้งเพลิด'  อุปนายกคนที่ 2 สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ให้ทราบพอสังเขปดังนี้

1. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมรวมทั้งครอบครัวคนพิการ มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการดูแล การฟื้นฟู และการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตที่มีพฤติกรรมรุนแรงอย่างถูกต้องและเหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมอาชีพ แก่คนพิการและครอบครัว และแกนนำชมรมเครือข่าย ด้วยการเปิดบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์
2. เพื่อจัดทำแผนขับเคลื่อนงานของสมาคมฯรวมทั้งเครือข่ายภาค เขต และชมรมตะวันทอแสงปี 2568
3. จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 และรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของสมาคมฯ
​​​​​สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย  ก่อตั้งเมื่อวันที่  27  มีนาคม  2546 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา  21 ปี

​​การจัดโครงการฯในวันนี้ จะดำเนินการระหว่างวันที่  22 – 25 พฤษภาคม 2567 โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ มาจากแกนนำเครือข่ายเพื่อผู้บกพร่องทางจิตระดับภาค/เขต คนพิการทางจิตและผู้ดูแลจากพื้นที่ต่างๆ ผู้แทนจากสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดพิษณุโลก ผู้แทนจากสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้แทนจากสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดนครราชสีมา ผู้แทนจากกรมสุขภาพจิต ผู้แทนจากหน่วยงานสาธารณสุข ผู้แทนจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา ผู้แทนจากตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ผู้แทนจาก สปสช.เขต 12 ผู้แทนจากศูนย์สุขภาพจิตที่ 12 จังหวัดสงขลา กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอปต.) และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมจำนวน 871 คน  

“สำหรับงานในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์ให้สังคมรับรู้ว่า ปัจจุบันผู้บกพร่องทางจิตสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติเหมือนคนทั่วไป และมีความสุข อยากจะให้ทุกๆคนในสังคมหันกลับมาให้ความสำคัญและช่วยทำให้ความเท่าเทียมกันเกิดขึ้นในสังคมไทย”

ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย เช่น การออกบูธจำหน่ายสินค้าจากผู้บกพร่องทางจิตทั่วทุกภูมิภาค และการออกบูธขององค์กรภาครัฐด้านสุขภาพจิต เพื่อให้คำแนะนำ ปรึกษาทางออกด้านสุขภาพจิตให้กับผู้ที่มาร่วมงานโดยมีทีมจิตเวช ที่จะคอยดูแลตลอดระยะเวลาให้คำปรึกษา (กอช.) การออมแห่งชาติแนะนำการเก็บออมเงินให้กับคนพิการ บูธนิทรรศการจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สนง.พมจ.สงขลา บูธของ รพ.จิตเวชสงขลา บูธปฐมพยาบาลจาก รพ.หาดใหญ่ บูธจาก ม.สงขลานครินทร์ บูธจาก สปสช.เขต 12 และอื่น ๆ ภายในงานมีการเสวนาแลกเปลี่ยนความเห็นจากนักวิชาการ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และผู้บกพร่องทางจิตที่เข้ารับการรักษาฟื้นฟูจนหายกลับมาสู่การใช้ชีวิตปกติ การแสดงมากมายจากผู้บกพร่องทางจิตทั่วทุกภูมิภาค และกิจกรรมอีกมากมายภายในการจัดงานครั้งนี้

นางนุชจารี คล้ายสุวรรณ นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารและที่ปรึกษาสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย กล่าวถึงงานในครั้งนี้ว่า “เป็นโอกาสดีที่สังคมจะได้รู้และเข้าใจคนพิการทางจิตมากขึ้น และหันมาให้ความสนใจกับความสำคัญของการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บกพร่องทางจิตได้กลับคืนสู่สังคม บนเส้นทางที่พร้อมจะสร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้และสร้างตัวตน ยืนหยัดในสังคมด้วยความเท่าเทียม และเป็นมิตรกับทุก ๆ คน”

ผบ.ทร./รอง ผอ.ศรชล. เยี่ยมให้กำลังใจ ศรชล.ภาค 1

พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในฐานะรองผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (รอง ผอ.ศรชล.) พร้อมด้วยคณะติดตาม เดินทางตรวจเยี่ยม ศรชล.ภาค 1 พื้นที่จังหวัดเพชรบุรี โดยมี น.อ.ชลทัย รัตนเรือง รองผอ.ศรชล.จว.พบ. ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานในปี 2567 ที่ผ่านมา โดยพล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร/รอง.ผอ.ศรชล ได้กล่าวให้กำลังใจ จนท.กำลังพล ศรชล.จว.พบ.ในการปฏิบัติงาน 

จากนั้นเวลา 10.10 น. พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร/รอง​ ผอ.ศรชล. ได้เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี โดย นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี/ผอ.ศรชล.จว.พบ. ได้มอบหมายให้ นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีให้การต้อนรับและหารือข้อราชการที่สำคัญ ณ ห้องรับรอง​ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี​ ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

ผบ.ทร./ รอง ผอ.ศรชล. และคณะ เดินทางตรวจเยี่ยม ศรชล.ภาค 1 พื้นที่จังหวัดชุมพร

พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร./ รอง ผอ.ศรชล. และคณะ เดินทางตรวจเยี่ยม ศรชล.ภาค 1 พื้นที่จังหวัดชุมพร โดยมี น.อ.ชำนาญ สอนแพง รอง ผอ.ศรชล.จว.ชพ. พร้อมด้วย น.อ.กุลเชษฐ์ ศิริสืบหน.ศคท.จว.ชพ. ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานในปี 2567 ทีjผ่านมา โดย ผบ.ทร/รอง.ผอ.ศรชล ได้กล่าวให้กำลังใจ แนวทางการปฏิบัติงานและรับฟังปัญหา เวลา 14.30 น. ผบ.ทร./รอง ผอ.ศรชล. เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดชุมพร โดยมีนายธนนท์ พรรพีภาส รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้การต้อนรับและหารือข้อราชการที่สำคัญ ณ ห้องรับรองหาดทรายรี หลังจากนั้นได้ตรวจเยี่ยมห้องปฏิบัติงาน ศรชล.จว.ชพ. ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดชุมพร ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

ขอนแก่น - “เหล่ากาชาดขอนแก่น” ส่งมอบบ้านกาชาดให้แก่ผู้ยากไร้

มอบบ้านพักอาศัยตามโครงการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมเฉลิมพระเกียรติเทิดไท้องค์ราชัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567  และโครงการช่วยเหลือผู้ยากไร้ในระบบการพัฒนาคนแบบชี้เป้า ตามโครงการเพื่อขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2567 ที่ บ้านเลขที่ 57 บ้านหัวสระ หมู่ที่ 6 ตำบลดอนช้าง อำเภอเมืองขอนแก่น  จังหวัดขอนแก่น นางกรรณิกา กองฉลาด นายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีมอบบ้านพักอาศัยตามโครงการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมเฉลิมพระเกียรติเทิดไท้องค์ราชัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และโครงการช่วยเหลือผู้ยากไร้ในระบบการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai people map and Analytics Platform TPMAP) ตามโครงการเพื่อขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) ในระดับพื้นที่ มิติด้านที่อยู่อาศัย และในระบบ ThaiQM ให้แก่ครอบครัวของนายตะวัน ตีนแท่น บ้านเลขที่ 57 บ้านหัวสระ หมู่ที่ 6 ต.ดอนช้าง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น โดยมีรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมมอบ ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างจากเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น จำนวน 40,000 บาท และยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์จากโครงการกองบุญแห่งการให้อำเภอเมืองขอนแก่น จำนวน 63,800 บาท และส่วนราชการ องค์การบริหารส่วนตำบลดอนช้าง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลดอนช้าง รวมทั้งได้รับการสนับสนุนแรงงานจากประชาชนในหมู่บ้าน.

‘มวยไทย’ เตรียมจัดแข่งสาธิตสนาม ‘โอลิมปิก 2024’ สานฝันคนไทย!! ในการผลักดันศิลปะประจำชาติ

(23 พ.ค.67) ที่โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพฯ สหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA) จัดการแถลงข่าวใหญ่ ‘Muaythai IFMA Olympic Journey : Past, Present and Future’ นำกีฬา ‘มวยไทย’ ไปจัดแข่งขันสาธิตที่โอลิมปิก ปาร์ค กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2024 ซึ่งถือเป็นบันไดก้าวแรกสานความฝันของคนไทยในการผลักดัน ‘มวยไทย’ บรรจุแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน

โดยการแถลงข่าวดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ประธานสหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA), สเตฟาน ฟ็อกซ์ เลขาธิการ IFMA และผู้บริหาร IFMA เข้าร่วม พร้อมด้วย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และ ดร.สุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF), นายสมชาติ เจริญวัชรวิทย์ นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย และรองประธาน IFMA, นายนาดีร์ อัลลูอาเช ประธานสหพันธ์มวยไทยแห่งฝรั่งเศส และ ‘บัวขาว บัญชาเมฆ’ ร้อยโท สมบัติ บัญชาเมฆ นักมวยไทยชื่อดังร่วมภายในงานด้วย

ดร.ศักดิ์ชาย กล่าวว่า การแถลงข่าวครั้งนี้วัตถุประสงค์หลักคือ การประกาศอย่างยิ่งใหญ่ให้คนไทยรับทราบว่า กีฬามวยไทย ศิลปะประจำชาติไทยที่คนไทยภาคภูมิจะได้ไปร่วมการแข่งขันรูปแบบสาธิตในมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติอย่างโอลิมปิกเกมส์ 2024 ‘ปารีส 2024’ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม-11 สิงหาคม 2567 ซึ่งถือเป็นความสำเร็จก้าวแรกของสหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA) ผลักดันประสานงานอย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) มาโดยตลอด ถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติฝรั่งเศส ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน 2024 ‘ปารีส 2024’ อนุญาตให้สหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA) ดำเนินการจัดการแข่งขันสาธิตกีฬา ‘มวยไทย’ ที่โอลิมปิก ปาร์ค กรุงปารีส ในช่วงการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2024 โดยมีชาติสมาชิกของ IFMA ส่งนักมวยไทยไปร่วมสาธิตเสมือนจริงเต็มรูปแบบ และมีการแสดงปี่กลองมวยไทย การไหว้ครู ตามศิลปวัฒนธรรมมวยไทยที่ถูกต้องให้นักกีฬา เจ้าหน้าที่จากชาติต่างๆ ได้รับรู้ถึงศิลปะแม่ไม้มวยไทยที่มีต้นกำเนิดจากประเทศไทย โดยการไปจัดการแข่งขันสาธิตกีฬา ‘มวยไทย’ ในโอลิมปิกเกมส์ 2024 ดังกล่าวยังจะมี ‘บัวขาว บัญชาเมฆ’ ร้อยโท สมบัติ บัญชาเมฆ นักมวยไทยชื่อดังวัย 42 ปีชาว จ.สุรินทร์ ไปร่วมโชว์ไหว้ครูกลางมหกรรมโอลิมปิกเกมส์ 2024 อีกด้วย

ดร.ศักดิ์ชาย กล่าวต่อว่า มวยไทยได้เข้าร่วมอยู่ในโปรแกรมเสริม (Side Program) โดยจะมีการจัดเวิร์กช็อปมวยไทย ณ บ้านมวยภายในโอลิมปิก ปาร์ค กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นเวลา 5 วัน ไฮไลต์จะเป็นวันที่ 5 และ 6 สิงหาคม ซึ่งจะมีการจัดมวยไทย 2 วันเต็ม ในสนามกีฬามวยไทยที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษใจกลาง Club France โดยมีการแสดงมวยไทย 10 ชั่วโมงทุกวัน มีนักกีฬาจาก 24 ประเทศเข้าร่วม รวมถึงประเทศไทยที่ประเทศกำเนิดของมวยไทยด้วย

นายสมชาติ เจริญวัชรวิทย์ ในฐานะรองประธาน IFMA กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจ และคิดว่าคนไทยจะภาคภูมิใจกับการที่มวยไทยได้การยอมรับไปทั่วโลก ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างสมาคมกีฬามวยอาชีพฯ, IFMA และสมาชิกที่ทำทุกอย่างเพื่อนักกีฬาทุกคนทั่วโลกภายใต้มวยไทย โดยต้องขอบคุณคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC), คณะกรรมการโอลิมปิกฝรั่งเศส, สหพันธ์ชาติฝรั่งเศส และ IFMA ที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อให้เกิดความสำเร็จในครั้งนี้

ด้าน สเตฟาน ฟ็อกซ์ เลขาธิการ IFMA กล่าวว่า IFMA เป็นองค์กรเดียวที่ได้รับการรับรองภายใต้ขบวนการโอลิมปิก ไม่ว่าจากทั้งคณะกรรมการโอลิมปิกสากล, สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย และอื่นๆ สำหรับกีฬามวยไทย IFMA เป็นผู้ลงนามกับ องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (WADA) ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา IFMA ได้ทำงานเชิงกลยุทธ์ และปฏิบัติตามเกณฑ์สำคัญทั้งหมดอย่างเคร่งครัด เพื่อได้รับการยอมรับ และเพื่อให้แน่ใจว่ามวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ และกีฬาที่น่ายกย่องในโลกแห่งกีฬาที่ได้รับการรับรอง นี่คือเหตุผลที่ IFMA ได้อยู่ในสถานะเดียวกับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA เราส่งเสริม และปกป้องในแง่มุมด้านวัฒนธรรมของมวยไทย วัฒนธรรมของกีฬามวยไทยถูกบรรจุอยู่ในธรรมนูญของ IFMA ทั้งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าการไหว้ครู (รำมวย) มงคล และปี่มวย เป็นส่วนหนึ่งของการได้รับรองของ IFMA และระดับนานาชาติ หมายรวมถึงการแข่งขันไหว้ครู และการแข่งขันไม้มวยด้วย

สเตฟาน ฟ็อกซ์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยสามารถกล่าวได้อย่างภาคภูมิใจเลยว่า IFMA ได้ต่อสู้เพื่อรักษาคำว่า ‘ไทย’ ใน ‘มวย’ วันนี้ IFMA มีสหพันธ์สมาชิกแห่งชาติถึง 152 องค์กรในทั้ง 5 ทวีป ในประเทศไทย IFMA ทำงานร่วมกับ 2 สมาคมคือ สมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย หรือ PAT และสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยฯ หรือ AMTAT เพื่อให้แน่ใจว่านักกีฬาจะได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้อง IFMA เชื่อว่า "One World One Muaythai" มวยไทยเป็นจุดศูนย์รวมเราเข้าด้วยกัน นำเรามาเจอกัน ส่งเสริมอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี และประเทศไทย แผ่นดินแม่ของมวยไทย

นายนาดีร์ อัลลูอาเช ประธานสหพันธ์มวยไทยแห่งฝรั่งเศส กล่าวว่า เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญในการนำมวยไทยไปจัดการแข่งขันสาธิตที่ฝรั่งเศส ในช่วงระหว่างโอลิมปิก 2024 ในครั้งนี้ ที่สำคัญยังมีการนำศิลปะแม่ไม้มวยไทยไปจัดแสดงด้วย ถือเป็นบันไดก้าวแรกในการสานฝันนำมวยไทยไปสู่โอลิมปิกเกมส์ ต้องขอบคุณทาง IFMa ที่ทุ่มเทมาตลอด 30 ปีในการผลักดันมวยไทย และคิดว่าจะประสบความสำเร็จได้

ในงานแถลงข่าวดังกล่าว สมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ (AMTAT) นำโดย ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมฯ แจ้งให้ทราบอีกว่า ประเทศไทยเตรียมส่งนักกีฬามวยไทยทีมชาติไทยไปแข่งขันศึกมวยไทยชิงแชมป์โลก 2024 (อิฟม่า ซีเนียร์ เวิลด์แชมเปี้ยนชิพ 2024) ที่เมืองเพทรัส ประเทศกรีซ ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม - 9 มิถุนายน 2567 โดยทีมชาติไทย ส่งนักกีฬามวยไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 13 รุ่น แยกเป็น ชาย 7 รุ่น และหญิง 6 รุ่น โดยมี นาวาอากาศเอก บุญส่ง นวลย่อง เป็นผู้ควบคุมทีม รายชื่อนักกีฬามีดังนี้

ประเภทชาย 7 รุ่น ประกอบด้วย รุ่น 48 กก. ‘โดมทอง ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม’ ศุภณัฐ เพชรรักษ์ / รุ่น 51 กก. ‘เพชรสุพรรณ ป.ดาวรุ่งเรือง’ ฉลองชัย มีนิลดี / รุ่น 54 กก. ‘เจเจ ศ ไก่เขี่ย’ นพรุจน์ วันเพลง / รุ่น 57 กก. ‘ดีเซลเล็ก เพชรยินดีอคาเดมี่’ ศุภวัฒน์ สงคง / รุ่น 63.5 กก. ‘ซุปเปอร์บอล ทีเด็ด99’ วีระศักดิ์ ทาระขจัด / รุ่น 71 กก. ‘ธนัญชัย ศิษย์สองพี่น้อง’ ธเนศ นิรุธธร / รุ่น 75 กก. ‘เด่นพนม พราน26’ ทศพล เสาร์พะเนา

ประเภทหญิง 6 รุ่น ประกอบด้วย รุ่น 45 กก.หญิง ‘มงกุฎเพชร เพชรพราวฟ้า’ อริศรา นุ่นเอียด / รุ่น 48 กก.หญิง ‘น้องนุ๊ก มกช.ชัยภูมิ’ กุลณัฐ อ่อนอก / รุ่น 51 กก.หญิง ‘เสน่ห์จันทร์ เครื่องดื่มคอมมานโดยิมส์’ นิราวรรณ ตังจิว / รุ่น 54 กก. ‘ขวัญใจ ขวัญใจมวยไทยยิม’ รุจิรา วงษ์ศรีวอ / รุ่น 57 กก.หญิง ‘จอมยุทธเหยิน สุราษฎ์ยิมส์ (จ่าแบงค์ดอนเมือง)’ แก้วฤดี คำถากระปุ่ม / รุ่น 60 กก.หญิง ‘เพชรตาปี สุราษฎ์ยิมส์ (จ่าแบงค์ดอนเมือง)’ อารียา สาโหด

ดร.ศักดิ์ชาย กล่าวว่า มวยไทยชิงแชมป์โลก 2024 ครั้งนี้จัดขึ้น ที่สถานที่กำเนิดของโอลิมปิก ที่ Ancient Olympia ชาติสมาชิก IFMA กว่า 100 ประเทศจะเข้าร่วมเพื่อคัดเลือกครั้งแรกสำหรับกีฬา ‘เวิลด์เกมส์ 2025’ ที่เมืองเฉิงตู ประเทศจีน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในขบวนการไปโอลิมปิกเกมส์ มวยไทยชิงแชมป์โลก 2024 มีนักกีฬามวยไทยกว่า 1,000 คน จากทั้ง 5 ทวีปทั่วโลกเข้าร่วม ระหว่างการแข่งขันยังจะมีการประชุม World Olympic Academy โดยผู้นำด้านมวยไทยจากทั่วโลกเข้าร่วม เพื่อหารือ และตัดสินใจครั้งสำคัญร่วมกัน เพื่ออนาคตของมวยไทย และนักชกรุ่นต่อไป

‘พระพยอม’ แจงปม ‘วัดสวนแก้ว’ เกิดเพลิงไหม้ ทำเด็กวัดดับ 3 ศพ ยัน!! ประตูกุฏิ ไม่ได้ล็อกตามสื่อบอก วอนรอผลพิสูจน์หลักฐาน

(23 พ.ค.67) จากกรณีเมื่อคืนที่ผ่านมา เวลา 23.00 น. วันที่ 22 พ.ค. 67 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้กุฏิภายในวัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ทราบชื่อคือ ด.ช.ปัณณวิชญ์ ชูติมัลตานนท์ (น้องเอ็ม) อายุ 11 ปี ด.ช.ปัณณวัฒน์ ชูติมัลตานนท์ (น้องเอส) อายุ 11 ปี (ซึ่งทั้ง 2 เป็นฝาแฝดกัน) และ ด.ช.ธีรพงษ์ รบศรี อายุ 9 ปี จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู และแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์รีบรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ล่าสุดวันนี้ที่วัดสวนแก้ว ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.หญิง วิมลธรา พาลี ผกก.พฐ.จว.นนทบุรี นวท.(สบ 4) พ.ต.อ.ปิยวุฒิ แก้วมณี รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี รักษาการ ผกก.สภ.บางใหญ่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้บริเวณกุฏิเก่าภายในวัด หลังเกิดเหตุสลด เด็กวัดถูกไฟคลอกเสียชีวิต 3 ราย เมื่อคืนที่ผ่านมา เบื้องต้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัด ไม่พบประตูของกุฏิถูกล็อกแต่อย่างใด ซึ่งยังพบร่องรอยของเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่ใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง มาตัดบริเวณโครงเหล็กข้างกุฏิ เพื่อนำร่างเด็กทั้ง 3 ราย ออกมาจากด้านใน

พระพยอม กล่าวว่า เราเลี้ยงเด็กในวัดสวนแก้วมา 20 ถึง 30 ปี รุ่นแรก ๆ มีครอบครัว เรียนจบการศึกษาปริญญาตรี ทำงานได้ดี ซึ่งไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในวัด ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งเมื่อคืนเป็นวันวิสาขบูชา พออาตมาเทศน์เสร็จต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป เด็กคงเห็นโอกาสว่าไม่มีผู้ใหญ่ดูแลจึงลงจากตึกมาเล่นกันที่กุฏินี้ จึงทำให้เกิดเหตุไม่คาดฝัน ไม่เคยนึกว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เด็กรุ่นแรก ๆ อยู่กันเป็นร้อยมาก แต่ตอนนี้เหลือน้อยลงมาก ซึ่งได้มีการสอบถามเด็กที่ลงไปเล่นด้วยเมื่อคืนก่อนจะขึ้นมาด้านบน ยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าโชคดีที่ขึ้นมาไม่งั้นคงเกิดเหตุสลดมากกว่านี้

อาตมาคงให้ข้อมูลได้แค่ในส่วนของทางเรา นอกนั้นต้องให้ทางพิสูจน์หลักฐานเป็นคนให้ข้อมูล ซึ่งเมื่อคืนอาจจะมีเรื่องคลาดเคลื่อนที่อาจทำให้ทั้งวัดเสียหาย ทางวัดมีรปภ.เป็น 10 คน เมื่อคืนพอเห็นไฟไหม้เจ้าหน้าที่ก็รีบวิ่งไปเอาถังดับเพลิงมาฉีด 7 ถัง ข่าวที่ออกไปว่าไปถึงแล้วเข้าไม่ได้เพราะล็อกกุญแจหน้าห้องไว้ ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้ล็อก เพราะหากพูดแบบนั้นพระต้องเข้าคุกแน่ เพราะฆาตกรรมเด็ก เราเลี้ยงเด็กมาหลายรุ่นผ่านมา 400-500 คนประสบความสำเร็จบ้าง ติดคุกบ้าง ตายไปบ้าง แต่ไม่เคยมีใครเกิดเหตุไฟไหม้ตาย ทางมูลนิธิวัดสวนแก้วมีทุนการศึกษารับอุปการะเด็กที่ไม่มีกำลัง อาตมาเสียดายเด็กที่เสียชีวิตไป เนื่องจากเพิ่งจะตัดชุดใหม่ได้แค่ 2 วัน พอถึงวันวิสาขบูชาก็หยุด และมาเกิดเหตุสลดดังกล่าว เหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัยจริง ๆ เพราะว่าเราดูแลเด็กอย่างเต็มที่ ข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้าทุกอย่างใช้จ่ายโดยเงินมูลนิธิฯทั้งหมด เท่าที่ทราบเด็กกลุ่มนี้ชอบเล่นพวกแท็บเล็ต อาตมาก็จะคอยเตือนคอยห้ามว่าไม่ให้ชาร์จแบตทิ้งไว้

แต่เด็กเคยบอกกับอาตมาว่าถ้าไม่อยากให้แบตหมดก็ต้องเสียบปลั๊กคาไว้ตลอด เคยเห็นเด็กพูดคุยกัน ที่นี่เมื่อก่อนเป็นกุฏิพระและพระเหลือน้อยก็เลยไม่มี เด็กก็อาจจะไปเล่นกัน มีเด็กขึ้นไปบนกุฏิ 2 คน ไม่งั้นคงเกิดเหตุสลดทั้งหมด 5 ศพ เด็กพวกนี้เป็นเด็กที่มาอยู่ที่วัดได้ 2-3 เดือนแล้ว เพราะญาติพ่อกับแม่เด็กเลิกกัน และญาติพี่น้องก็นำมาบวชเรียนที่วัด มีเป็นฝาแฝด 2 คู่ ที่อยู่ในวัดแห่งนี้ตาย 1 คู่ และอีกคนหนึ่งเป็นคนน้องตายคนเดียว เมื่อคืนอาตมายังไม่ได้เข้าไปดูเพราะเข้านอนแล้ว มีนักข่าวบางส่วนมาที่วัดเมื่อคืนนี้ เป็นพยานได้ว่าประตูในกุฏิไม่ได้ล็อก และทางวัดก็มีคลิปที่เปิดประตูเข้าไปดับไฟ

ด้าน น.ส.เกษร อินตะ อายุ 42 ปี อาชีพพนักงานปั๊มบางจาก แม่ของ ด.ช.ปัณณวิชญ์ ชูติมัลตานนท์ (น้องเอ็ม) อายุ 11 ปี ด.ช.ปัณณวัฒน์ ชูติมัลตานนท์ (น้องเอส) อายุ 11 ปี เด็กฝาแฝด  กล่าวว่า ตนรู้ข่าวแล้วเสียใจมา อยากบอกกับลูกว่าตอนนี้ตนมาอยู่ตรงนี้แล้วมารับลูกทั้งสองคน อยากให้มาหาเสียใจที่สุดในชีวิต ใจจะมาหาลูกวันที่ 8 มิ.ย.67 แต่มาเจอเหตุการณ์แบบนี้ เสียใจมาก ๆ ถ้าตายตามลูกไปได้จนจะตายตาม ตอนนี้ตนไปไม่เป็นไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ได้มั้ย เมื่อ 2-3 วันก่อนยังคุยกันว่าจะมาหาลูก แต่ตนต้องทำงานอยู่ ตนรู้ข่าวเมื่อเช้าตอนเวลาประมาณ 06.00 น.ที่บ้านโทรมาบอก

'ผู้โดยสาร' ลืมไอแพดไว้บนเครื่องบินการบินไทย แต่ได้คืน ประทับใจ!! แม้ผ่านไป 20 วัน แต่สายการบินยังเก็บไว้ให้

(23 พ.ค. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Pui Vijitphan’ ได้โพสต์ข้อความกรณีหลานลืม iPad บนเครื่องบิน แต่โชคดีที่สายการบินไทย เก็บไว้ให้ โดยระบุว่า…

“#thaiairwaysuk ดีมาก หลานลืม #iPad ตอนบินมาอังกฤษ จนกลับไทย แบบปล่อยไว้ 20 วัน โดยไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกที แบบกลับไทยไปแล้วข้ามวัน โทรเช็กก็เจอด้วย ตอนนี้ได้คืนเรียบร้อย” 

พร้อมแนบข้อความของเจ้าของเรื่องดังกล่าวที่โพสต์เฟซบุ๊กระบุเอาไว้ว่า…

“น้องเจ็มลืมไอแพดไว้บนเครื่องขาไปอังกฤษ มานึกออกตอนถึงไทย *ผ่านไปเกือบ 20 วัน ทำใจไปแล้วว่าไม่ได้คืน ลูกก็ดีใจจะได้ไอแพดใหม่ หลังจากถามไป 10 ชั่วโมง การบินไทยตอบกลับมาเร็วม๊ากก มันเป็นข่าวดีของแม่ แต่คงเป็นข่าวร้ายของลูก ใช้อันเก่าต่อไปนะครับ ตอนนี้รอน้องขึ้นเครื่องบินกลับมาหาเจ้าของ”

ทั้งนี้ เจ้าของเรื่องยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า “คนไปรับ มีความโทรมาถามรหัสปลดล็อคไอแพดด้วยค่ะ ถ้าเราไม่รู้รหัส การบินไทยไม่คืนให้นะคะ security จัดเต็มถูกใจหนูมาก”


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top