Thursday, 13 June 2024
NEWS FEED

‘ผู้ช่วย สส.ก้าวไกล’ ถูกจับกุมฐาน ‘กรรโชกทรัพย์’ ด้าน สส.ปัด!! แค่คนทดลองงาน สั่งขับพ้นทีมแล้ว

(12 มิ.ย.67) ตำรวจเข้าจับกุมนายบรรณสิทธิ์ วงษ์นาค ผู้ช่วย สส. เชตวัน เตือประโคน พรรคก้าวไกล ปทุมธานี ในความผิดฐาน ‘ร่วมกันกรรโชกทรัพย์,ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง’ ได้ที่ ริมถนนมิตรภาพ ทล.2 ช่วง กม.50 ฝั่งขาเข้า กทม. ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา

เจ๊จุก คลองสาม โพสต์ข้อความพร้อมภาพ สส.และผช.สส.ลงพื้นที่พบประชาชน ผ่าน X (ทวิตเตอร์) บัญชี @jjookklong3 ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า

ในฐานะคนคลองสาม วอนเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาช่วยคุ้มครองดูแลด้วยค่ะ

ทุกวันนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ แบ่งแยกยากขึ้นไปทุกทีว่าคนไหนดีย์ คนไหนโจร เดี้ยนและชาวบ้านละแวกนี้หวาดผวาไปหมดแล้ว จะมั่นใจได้ยังไงว่ามาช่วยเหลือจริง ๆ ไม่ได้มาขู่กรรโชกทรัพย์ค่ะ

ขณะเดียวกัน ทันทีที่ข่าวดังกล่าวแพร่สะพัด ด้าน นายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี พรรคก้าวไกล ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีมีผู้อ้างตัวเป็นผู้ช่วย สส. ลักพาตัวและรีดไถทรัพย์บุคคลอื่นตามข่าว ว่า กรณี นายบรรณสิทธิ์ วงษ์นาค อ้างเป็นผู้ช่วย สส. ของผม กระทำความผิด ถูกจับกุมข้อหา “ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง” ตามที่ปรากฏทางออนไลน์นั้น

ผมต้องขอโทษผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของนายบรรณสิทธิ์ รวมถึงขอโทษผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลทุกคนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในแง่ข้อเท็จจริง ขอชี้แจงว่าบุคคลคนนี้ไม่ได้เป็นผู้ช่วย สส. ของผม ไม่ได้มีตำแหน่งในกรรมาธิการใด ๆ เป็นเพียงคนทำงานในพื้นที่ปทุมธานี ซึ่งอยู่ในช่วงการทดลองงานด้วย ซึ่งการมีพฤติกรรมตามที่ถูกจับกุม ไม่ได้เป็นการสั่งการของผม และผมไม่เคยรับรู้มาก่อนแต่อย่างใด

ผมได้พูดคุยกับรองสารวัตรทางหลวงนครราชสีมา ซึ่งเป็นผู้สกัดจับ รวมถึงพูดคุยกับรองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสุรินทร์ ผู้เป็นเจ้าของคดี เพื่อให้ความร่วมมือในการสืบสวน ทำให้ทราบถึงพฤติกรรมของบุคคลดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 ยืนยันว่า จากการสืบสวนการกระทำของนายบรรณสิทธิ์ เป็นพฤติกรรมส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผม และไม่มีความจำเป็นใดที่ต้องเรียกผมไปให้ปากคำ

ทั้งนี้ ผมได้สั่งให้บุคคลคนนี้ออกจากทีมทันทีหลังจากทราบข่าว กรณีที่เอาชื่อผมไปแอบอ้าง คงไม่ติดใจอะไร แต่ในส่วนของพรรค ก็เป็นการพิจารณาของพรรคว่าจะดำเนินการอย่างไรหรือไม่ต่อกรณีที่ทำให้พรรคเสียหาย เรื่องที่เกิดขึ้น ถือเป็นบทเรียนของผมและพรรคก้าวไกลในการรับคนมาเป็นทีมงานต่าง ๆ ในอนาคต

‘พล.ต.ท.ไตรรงค์’ นำทีมเก็บหลักฐานเพิ่มเติม ‘ตลาดสัตว์เลี้ยงจตุจักร’ พบ ‘อุปกรณ์วงจรไฟฟ้า-จุดไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์’ คาด!! เป็นสาเหตุเพลิงไหม้

จากกรณีเหตุเพลิงไหม้ในโซนจำหน่ายปลากัดและสัตว์เลี้ยง ของโครงการตลาดศรีสมรัตน์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย และสัตว์เสียชีวิตจำนวนมาก

ล่าสุด (12 มิ.ย. 67) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ. พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผบก.สพฐ.ตร. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ลงตรวจสอบพื้นที่จุดเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณโครงการตลาดศรีสมรัตน์ โซนจำหน่ายปลากัดและสัตว์เลี้ยง ย่านจตุจักร ซึ่งเป็นจุดที่คาดว่าจะเป็นต้นเพลิง 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า จากที่เมื่อวานนี้ (11 มิ.ย. 67) ได้เข้ามาตรวจที่เกิดเหตุพบว่าพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ในอาคารสัตว์เลี้ยงยังมีความร้อนสะสม และมีแผ่นปูนกะเทาะร่วงหล่นมา เจ้าหน้าที่เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงลงมาตรวจพื้นที่อีกครั้งในวันนี้ 

โดยมีผู้กำกับการตรวจสถานที่เกิดเหตุ และผู้กำกับกลุ่มงานฟิสิกส์มาดูเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า สายไฟต่าง ๆ ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้หรือไม่

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้หลังจากตรวจที่เกิดเหตุเสร็จสิ้นจะคืนพื้นที่ให้กับทางพนักงานสอบสวน เพื่อให้พิจารณาว่าจะให้เจ้าของห้องเช่า ได้เข้ามาตรวจสอบทรัพย์สินความเสียหายของตัวเองได้เมื่อไหร่ 

ส่วนสัตว์ต่าง ๆ ที่ตรวจตั้งแต่เมื่อวานนี้ยังมีที่รอดชีวิตอยู่คือ ปลากัด ซึ่งอยู่ในบริเวณที่ไฟไปไม่ถึง จึงให้เจ้าของขนย้ายออกมาเรียงด้านนอกก่อน และได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เดินตรวจสอบว่ายังมีสัตว์ที่ยังรอดตายอยู่อีกหรือไม่ เบื้องต้นยังไม่พบ พบเพียงแค่ปลากัดที่อยู่ในน้ำที่รอดตาย จำนวนหลายร้อยตัว ส่งคืนให้กับเจ้าของ 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า ในการตรวจสถานที่เกิดเหตุทราบจุดที่น่าเชื่อว่าจะเป็นต้นเพลิง จากพยานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งการตรวจพิสูจน์เบื้องต้นวันนี้พบว่าจุดที่เชื่อว่าเป็นจุดต้นเพลิงมีทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า และพบสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ เช่น กุมารทอง ที่เจ้าของร้านนับถือ ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไปว่าสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้เกิดจากสาเหตุใด 

ทั้งนี้จะเร่งผลการตรวจให้รวดเร็วที่สุด แต่ต้องทำด้วยความรอบคอบ ซึ่งการสรุปพยานหลักฐานที่เกิดเหตุจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสถานที่เกิดเหตุที่เข้ามาดูเรื่องโครงสร้าง และการตั้งสิ่งของอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อหาว่าประกายไฟเกิดจากสาเหตุใด และมีผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าลงพื้นที่ในวันนี้ด้วยเช่นกัน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป 

‘สันติสุข’ ออกโรง!! อย่าโยง 'Top News - Voice TV' เหมือนกัน Top News ต้องจ่ายค่าตอบแทนสถานี ไม่ได้ไปกินเงินสถานี

(12 มิ.ย. 67) นายสันติสุข มะโรงศรี ผู้ประกาศข่าว Top News โพสต์ข้อความระบุว่า เรื่องของวอยซ์ก็ของวอยซ์ครับ ใครอย่าได้อ้างว่าเหมือน Top News

ความจริง - การที่ Top News ไปออกช่องทีวีดิจิทัล เราจ่ายค่าตอบแทนทุกครั้งครับ เราเอาเงินไปให้สถานี ไม่ใช่ไปกินเงินสถานีครับ

ทั้งตอนที่ไปออก ททบ.5 และที่กำลังออกทางช่อง JKN18 ในปัจจุบัน

ถ้าจะบอกว่าเหมือนวอยซ์ วอยซ์จะต้องทำสัญญาเช่าเวลาสถานี หรือจ่ายค่าตอบแทนในรูปแบบอื่นแก่ NBT มันถึงจะเทียบเคียงกันได้ครับ

ใครก็ตาม โปรดกรุณาอย่าโยงมั่ว ๆ แบบคนไร้ความรู้นะครับ มันดูแย่มาก

ด้วยความเคารพ

ชลบุรี-ตำรวจน้ำสัตหีบ เข้าแจ้งความ เรือของกลาง 3 ลำ คดีน้ำมันเถื่อนหาย

วันนี้ 12 มิ.ย.67 ที่ สภ.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ร.ต.ท.สันติชล หุมอาจ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งความจาก จนท.ตำรวจน้ำสัตหีบ ว่า เรือบรรทุกน้ำมันเถื่อนจำนวน 3 ลำ ของกลางในคดี ที่ถูกควบคุมให้ทอดสมออยู่ในอ่าวสัตหีบ ได้หนีหายไป เมื่อกลางดึกของวันที่ 11 มิ.ย.67 และคาดว่าน่าจะมุ่งหน้าไปทาง จ.ตราด และเข้าไปในเขตทะเลประเทศเพื่อนบ้านแล้ว

จากการสอบถามทราบว่า เมื่อวันที่ (12 มิ.ย.67) เวลาประมาณ 06.00 น. พ.ต.ท.กอบชัย โตอ่อน สว.ส.รน.3 กก.5 บก.รน. (ตร.น้ำสัตหีบ) ได้รับแจ้งว่า เรือของกลาง จำนวน 3 ลำ ประกอบด้วย 1. เรือ เจ.พี. มีของกลาง น้ำมันเถื่อนประมาณ 80,000 ลิตร พร้อมลูกเรือ 7 คน  2. เรือซีฮอต มีน้ำมันเถื่อนประมาณ 150,000 ลิตร ลูกเรือ 6 คน และ 3. เรือดาวรุ่ง มีน้ำมันเถื่อนประมาณ 100,000 ลิตร พร้อมลูกเรือ จำนวน 5 คน ได้หายไปจากจุดทิ้งสมอ สืบเนื่องจาก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มิ.ย.67 มีพายุเข้าในพื้นที่ อำเภอสัตหีบ มีกระแสลมแรง ทำให้สะพานตำรวจน้ำ ไม่สามารถรองรับนำหนักเรือของกลาง ที่จอดอยู่บริเวณหัวสะพานทั้งหมดได้ จึงให้เรือของกลางฯ ทั้ง 3 ลำ ออกไปลอยลำเพื่อทำการทิ้งสมอ ในระยะปลอดภัย ห่างจากสะพานท่าเทียบเรือตำรวจน้ำ ประมาณ 100 เมตร

และในเวลา 08.00 น. ของวันที่ 12 มิ.ย.67 พ.ต.ท.กอบชัย โตอ่อน สว.ส.รน.3 กก.5 บก.รน. พร้อมด้วย ข้าราชการตำรวจ ในสังกัด ส.รน.3 กก.5 บก.รน.(ตำรวจน้ำสัตหีบ) ได้นำเรือตรวจการณ์ 815 และ เรือตรวจการณ์ 632 ออกทำการค้นหา เพื่อติดตามเรือของกลาง จำนวน 3 ลำ กลับมา 

เมื่อเวลา 11.00 น. เรือตรวจการณ์ 815 และ 632 ยังคงทำการค้นหา ปัจจุบันยังไม่พบเรือ ของกลาง จำนวน 3 ลำ แต่อย่างใด โดยเรือทั้งหมด ถูกตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (กก.2 บก.ปอศ.) จับกุมเมื่อวันที่ 17 มี.ค.67 ที่ผ่านมา      

โดยเรือน้ำมันเถื่อนของกลางทั้งหมด จอดรวมกันในวันที่เกิดเหตุและได้เกิดพายุลมแรง จึงให้นำเรือทั้งหมดออกไปจอดทอดสมอห่างจากฝั่งประมาณ 100 เมตร

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ตำรวจที่เข้าเวรยังมองเห็นเรือดังกล่าวเปิดไฟ เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 11 มิ.ย.67 กระทั่งช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. เรือทั้งหมดได้ดับไฟ จนกระทั่งช่วงเช้าจึงพบว่าเรือหายไปแล้ว จึงมสแจ้งความร้องทุกข์เพื่อเป็นหลักฐานต่อไป

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งคลี่คลายคดีอย่างเร็วที่สุด โดยให้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกค้นหา ทั้งทางเรือและทางอากาศ เนื่องจากของกลางหายเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะอยู่ในความควบคุมของตำรวจ โดย พล.ต.ต.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผบก.รน. ได้ตั้งกรรมการสอบสวน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุด และหาผู้กระทำผิดมารับผิดชอบต่อไป

สำหรับเรือทั้ง 3 ลำ ที่หายไปในครั้งนี้ เป็นเครือข่ายของ 'โจ้ น้ำมันเถื่อน' หรือ 'โจ้ ปัตตานี' ซึ่งเป็นขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ในภาคใต้ ที่หลบหนีหมายจับคดีน้ำมันเถื่อนหลายคดีอยู่ในต่างประเทศ

เตรียมความพร้อม ทรภ.1 โดย หมวดเรือลาดตระเวนชายแดนฝึกสถานีเรือ เตรียมความพร้อมป้องกันชายแดน

หมวดเรือลาดตระเวนชายแดน โดย ร.ล.ตากใบ เรือ ต.992 และ เรือ ต.233 ฝึกเตรียมความพร้อม ในการประจำสถานีเรือ เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติงาน ในพื้นที่ชายแดนทางทะเล จ.ตราด สร้างความเชื่อมั่น ความมั่นใจ และความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่
นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่น มั่นใจ ให้แก่ ประชาชนในพื้นที่ อีกด้วย
นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645

#เทิดทูนสถาบันยึดมั่นระเบียบวินัยประชาชนภูมิใจทะเลไทยมั่นคง
#FitfortheFuture
#ทัพเรือภาคที่1

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดกิจกรรม 5 ส. ดูแลกำลังพล ตามนโยบาย ผบ.ทร.

12 มิ.ย.67 พลเรือตรี ดนัย ปานแดง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ (ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พร.) เป็นประธานในพิธี เปิดการจัดกิจกรรม 5 ส. บ้านพักข้าราชการใน รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ณ อาคารที่พักอาศัย รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี นาวาเอก ธวัชชัย ศานติพิพัฒน์ ประธานคณะอนุกรรมการบ้านพักข้าราชการใน รพ.ฯ นำกำลังพลของโรงพยาบาลและครอบครัวข้าราชการที่พักอาศัยบ้านพักข้าราชการในโรงพยาบาลฯ ร่วมให้การต้อนรับ

ตามนโยบายของ ผู้บัญชาการทหารเรือ ด้านการดูแลกำลังพล ทร. ในเรื่องการดูแลสุขภาพกำลังพลและครอบครัว ตามโครงการ "เฝ้าระวังสุขภาพของกำลังพลและครอบครัว" (Good Home Good Health) ในชุมชนทหาร คณะอนุกรรมการบ้านพักข้าราชการในโรงพยาบาลฯ จึงได้จัดกิจกรรม 5 ส. ได้แก่ สะสาง (Seiri / Sort) สะดวก (Seiton / Set in Order) สะอาด (Seiso / Shine) สุขลักษณะ (Seiketsu / Standardize) และสร้างนิสัย (Shitsuke / Sustain) ขึ้น เพื่อสนองต่อนโยบายของ ผู้บัญชาการทหารเรือ กระตุ้นให้ผู้ที่พักอาศัยในบ้านพักข้าราชการโรงพยาบาลฯ ทำงานเป็นทีม เกิดความรัก ความผูกพัน ความรับผิดชอบ การดูแลสิ่งแวดล้อมต่อที่พักอาศัยของตนเองและของทางราชการ และเพื่อให้โรงพยาบาลฯ มีความสง่างามทั้งภายในและภายนอกหน่วย เป็นที่เชื่อมั่นและภาคภูมิใจอยู่เสมอ โดยบุคลากรของโรงพยาบาลฯ ตลอดจนให้ผู้ที่พักอาศัยมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมในวันนี้

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ได้กล่าวว่า การจัดกิจกรรม 5 ส. เปรียบเสมือน กิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพ ให้ผู้ที่พักอาศัยใช้เป็นเครื่องมือในการปรับปรุงพัฒนา ให้สถานที่พักมีความน่าอยู่ปลอดภัยได้มาตรฐาน อีกทั้งยังส่งผลให้ผู้พักอาศัยมีสุขภาวะที่ดี เอื้ออำนวยให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานมีความปลอดภัย เปรียบเสมือนก้าวแรกของการบริหารงานไปสู่ผลสำเร็จ ตลอดจนสร้างทัศนคติที่ดี ประการสำคัญเพื่อให้กำลังพลมีสวัสดิการและสวัสดิภาพที่ดี ตลอดจนมีความพร้อมในการทำงานให้กับกองทัพเรือ ต่อไป

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี 0909535645

‘หนุ่ย พงศ์สุข’ เศร้าใจ!! ไฟไหม้ ‘ตลาดนัดจตุจักร’ คร่าชีวิตสัตว์นับพัน หลัง ‘จนท.หน้างาน’ งุ่มง่าม-ไร้ทักษะ รอแต่ความช่วยเหลือ จนแย่หนัก

(12 มิ.ย.67) นายพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ หรือ คุณหนุ่ย พิธีกรไอทีและผู้ผลิตคอนเทนต์ชาวไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า…

มองแบบพิจารณาไฟล์บันทึกภาพกล้องวงจรปิดตลาดนัดสัตว์เลี้ยงสวนจตุจักรแล้วเศร้าใจ

ทุกคนตรงนั้น ‘งุ่มง่าม’ ทำอะไรไม่ถูก ถังดับเพลิงก็มี สายน้ำต่อก๊อกดับเพลิงก็มี แต่ทุกคน (ที่มีหน้าที่เฝ้า) คือ ‘งุ่มง่าม’

มัวแต่คิดจะโทรขอคนไกลให้มาช่วยดับไฟ ไม่คิดจะทำเอง ทั้ง ๆ ที่อยู่ตรงหน้า

จากไฟจุดเล็ก ๆ ที่ลัดวงจร กลายเป็นกองไฟขนาดใหญ่เผาผลาญสัตว์เลี้ยงแสนรัก เป็นพันตัว สร้างผลเสียหายมากมาย …เพียงเพราะความ ‘งุ่มง่าม’ ของคนสามคน ที่ถูกจ้างมา ‘ทำหน้าที่’ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เต็มที่

เห็นแล้วก็นึกถึง Man in Charge อีกจำนวนมากในประเทศเราที่ ‘ทุนมนุษย์’ กำลังมีปัญหา ทุนเงินมีมาเรื่อย ๆ แหละ แต่ขีดความสามารถแข่งขันตกต่ำลง

เพราะผู้คนขาดทักษะการทำงาน

ถูก ‘ยัดทะนาน’ เข้ามาอยู่ในระบบงาน เพียงเพราะ ‘งบประมาณมีดังต่อไปนี้….’ แล้วหาคนทำงานที่เหมาะสมไม่ได้ แต่งบมันมาแล้ว

เลยแค่หา ‘คนไหนก็ได้’ มาถมให้เต็มตำแหน่ง ต่างคนต่างอยู่กันไป

เงินมี อุปกรณ์มี ชุดเสื้อผ้าประจำตำแหน่งมี (ที่ผมเคยเรียกว่า ‘คอสเพลย์ในตำแหน่ง’)

แต่ทักษะไม่มี และไม่คิดจะแก้ปัญหาความไม่มีความรู้ ก็เลยอยู่ไปวัน ๆ หายใจทิ้งไปวัน ๆ นั่งทับโอกาสของคนอื่น ๆ ที่ควรจะเข้ามาพัฒนาทักษะตรงนี้

โถ่… ประเทศหลอกกัน หันไปทางไหนก็เจอแต่เจ้าหน้าที่มาคอสเพลย์

สงสารสัตว์ที่สุด สงสารผู้เสียหายที่สุด

"พัชรวาท” อ้าแขนรับกองถ่ายระดับโลก ดึงอุทยานฯไทยร่วมฉาก พร้อมกำชับการถ่ายทำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม-ปล่อยคาร์บอนต่ำ"

จากกรณีที่สื่อมวลชนเผยแพร่ข่าว จะมีการถ่ายทำภาพยนตร์ดังระดับโลกในประเทศไทย ซึ่งมีการขออนุญาตถ่ายทำในสถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติทางทะเลด้วยนั้น

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่อุทยานแห่งชาติไทย ถูกเลือกให้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ดังระดับโลก เพราะนอกจากจะทำให้สถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติในประเทศไทย เป็นที่รู้จักของต่างประเทศ ยังส่งผลที่ดีต่อการท่องเที่ยวในประเทศ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนรอบแนวเขตอุทยาน และการท่องเที่ยวภายในจังหวัดนั้นด้วย นอกจากนี้ได้กำชับให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญต้องไม่กระทบและเกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงต้องเป็นการถ่ายทำภาพยนตร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน หรือคาร์บอนต่ำ ตลอดจนการรบกวนสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด

ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีหนังสือแจ้งมายังกรมอุทยานแห่งชาติฯ ระบุว่า “คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวิดีทัศน์  ได้อนุญาตให้ SAGA Productions Limited สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ สร้างภาพยนตร์เรื่อง “SAGA”  ระหว่างวันที่ 13 มิถุนายน – 16 กรกฎาคม 2567 ระบุสถานที่ถ่ายทำประกอบด้วยกรุงเทพมหานคร จังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดตรัง” 

สำหรับกรณีดังกล่าวข้างต้น บริษัท เปสตัน ฟิลม์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประสานงานการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว ได้ยื่นขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 3 แห่ง คือ บริเวณหาดซันเซท เกาะกระดาน อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง เป็นระยะเวลา 5 วัน บริเวณน้ำตกห้วยโต้ อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา จังหวัดกระบี่ ระยะเวลา 3 วัน และบริเวณเขาตาปู เกาะสองพี่น้อง เกาะนากายะ อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จ.พังงา ระยะเวลา 5 วัน โดยมีการจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตถ่ายทำภาพยนต์และวางหลักประกันความเสียหายระหว่างถ่ายทำตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว 

จากการพิจารณาการเข้าถ่ายทำภาพยนตร์ดังกล่าว ซึ่งผ่านคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์มาแล้วว่ามีเนื้อหาและรูปแบบที่ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาในการถ่ายทำภาพยนตร์ในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตต้องไม่มีการปิดกั้นพื้นที่การถ่ายทำ  มีการควบคุมเรื่องเสียง อุปกรณ์และเทคนิคต่างๆคำนึงถึงความปลอดภัย และต้องไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือรบกวนสัตว์ป่า ในการสร้างฉาก จัดแต่งสภาพพื้นที่จะต้องไม่มีการขุดเจาะ หรือเปลี่ยนแปลงพื้นที่ถ่ายทำและสภาพธรรมชาติที่มีอยู่ดั้งเดิม ให้เกิดความเสียหายหรือเสื่อมสภาพของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และไม่รบกวนนักท่องเที่ยวที่เข้าเที่ยวชมธรรมชาติ รวมถึงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขและการควบคุมที่กำหนดอื่นๆ โดยให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแต่ละแห่งเป็นผู้แทนในการกำกับดูแลการถ่ายทำให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

'ภูมิธรรม' ประชุม กกร. เคาะต่ออายุสินค้าและบริการควบคุม 57 รายการอีก 1 ปี

วันที่ 12 มิถุนายน 2567 เวลา 8.00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ครั้งที่ 2/2567 พร้อมด้วย นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน และ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ตึกบัญชาการ 1 ชั้น 3 ห้อง 302 ทำเนียบรัฐบาล เย็นวานนี้ (11 มิ.ย.67) 

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ที่ประชุมฯมีมติต่ออายุสินค้าและบริการควบคุมทั้ง 57 รายการ ใน 11 หมวด ต่อไปอีก 1 ปี เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปอย่างเรียบร้อย ตามเจตนารมย์ของกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542  ซึ่งกำหนดมาตรการดูแลทางด้านปริมาณและราคาในสินค้าและบริการ 11 หมวด ประกอบด้วย 1.กระดาษและผลิตภัณฑ์ 2.บริภัณฑ์ขนส่ง 3.ปัจจัยทางการเกษตร 4.ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม 5.ยารักษาโลกและเวชภัณฑ์ 6.วัสดุก่อสร้าง 7.สินค้าเกษตรสำคัญ 8.สินค้าอุปโภคบริโภค 9.อาหาร 10.อื่นๆ 11.บริการ

และที่ประชุมฯมีมติ เห็นชอบยกเลิกมาตรการกำหนดราคาน้ำตาลทราย ณ หน้าโรงงาน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(สอน.) เสนอ เนื่องจากสถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังคงให้เป็นสินค้าควบคุมตามเดิม ถ้ามีความจำเป็นก็จะกำหนดมาตรการเข้าไปกำกับดูแลได้ โดยหลังจากนี้จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป เพื่อต่ออายุรายการบัญชีสินค้าและบริการควบคุมไปอีก 1 ปี

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯได้เห็นชอบให้แสดงราคาจำหน่ายสินค้าและบริการ ณ จุดจำหน่าย ใน 3 ช่องทาง ได้แก่ 1. ช่องทางออฟไลน์ จำนวน 290 รายการ (240 สินค้า 50 บริการ) 2. ช่องทางออนไลน์ 3. มาตรการแสดงราคารับซื้อสินค้าเกษตร 33 รายการ เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบด้วย

รัฐบาล-สธ. ลุยเอาจริง ! โฆษก สธ.เตือนคนขาย -คนเสพยาบ้ากลับตัวกลับใจ หลังครม.เห็นชอบแก้กฏกระทรวงครอบครองยาบ้าจาก 5 เม็ดเป็น 1 เม็ดเข้าข่ายผู้เสพ-ผู้ขาย ประเทศไทยต้องปลอดยาเสพติด

น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ฝ่ายการเมืองเปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติในการประชุมเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 เห็นชอบอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ โดยแก้ไขจากเดิมที่กำหนดยาบ้า ไม่เกิน 5 เม็ด น้ำหนักสุทธิไม่เกิน 500 มิลลิกรัม มาเป็นไม่เกิน 1 เม็ด น้ำหนักสุทธิไม่เกิน 100 มิลลิกรัม คือ ถ้าครอบครองยาบ้าเกินกว่า 1 เม็ดและน้ำหนักสุทธิเกิน 100 มิลลิกรัมให้ถือว่า มีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยหลังจากนี้ เมื่อนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลงนามในกฎกระทรวง นำไปประเทศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อใด วันรุ่งขึ้นก็จะมีผลบังคับใช้ทันที น.ส.ตรีชฎากล่าวว่า การสันนิษฐานให้ผู้ครอบครองยาบ้าไม่เกิน 1 เม็ดและน้ำหนักสุทธิ์ไม่เกิน 100 มิลลิกรัมเป็นผู้ครอบครองไว้เพื่อเสพ ส่วนที่เกินจากนี้ให้ถือว่าครอบครองไว้เพื่อจำหน่าย เป็นการปรับมาตรการทางกฎหมายให้เข้มข้น ซึ่งเป็นข้อสั่งการของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีให้กระทรวง สธ.ดำเนินการแก้ไขกฎกระทรวง ต่อมา กระทรวงสาธารณสุขได้ตั้่งคณะทำงานขึ้นมาทบทวนกฎกระทรวง กระทั่ง ครม.มีมติเห็นชอบดังกล่าว เพื่อให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดประเภทยาบ้ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายและหลักการ “เปลี่ยนผู้เสพ เป็นผู้ป่วย” โดยผู้เสพจะถูกนำตัวไปบำบัดรักษา ให้หายเป็นปกติกลับไปอยู่กับครอบครัวและญาติพี่น้องต่อไป โฆษก สธ. ฝ่ายการเมืองกล่าวว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สธ. เดินหนัาตามเปัาประสงค์ของรัฐบาลเพื่อให้ยาเสพติดหมดไปจากประทศไทย สร้างอนาคตเยาวชน เตือนไปถึงผู้ที่กำลังลักลอบผลิตยาบ้า ค้ายาบ้าทั้งรายใหญ่ รายเล็ก รวมทั้งยาเสพติดชนิดอื่นๆ ด้วยเช่น เฮโรอีน ยาไอซ์ ฯลฯ ขอให้หยุดได้แล้ว นับจากนี้คนที่มียาบ้าอยู่กับตัวเกิน 1 เม็ดจะถือว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย กฎกระทรวงฉบับนี้ถือเป็นยาแรง เพื่อดำเนินการจัดการยาเสพติดขั้นเด็ดขาด โดยเป็นการทำงานร่วมกับกระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม ปปส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มข้น “หลังจากที่กฎกระทรวงฉบับนี้ประกาศใช้ จะทำให้ผู้ที่คิดกระทำความผิดทั้งผู้ค้า-ผู้เสพ เกิดความหวาดกลัวการกระทำความผิด เพราะเป็นการจัดการขั้นเด็ดขาดเหมือนในยุคพรรคไทยรักไทยที่เคยจัดการยาเสพติดสำร็จมาแล้ว  คืนลูกหลานสู่อ้อมกอดครอบครัว ผู้ค้าเลิกการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพราะไม่เป็นผลดีกับตัวเอง เพราะหากถูกตำรวจจับติดคุกเสียอนาคต ครอบครัวญาติพี่น้องก็ลำบาก ”น.ส.ตรีชฎากล่าว


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top