Friday, 12 June 2026
TheStatesTimes

‘กฤษฎีกา - ก.พลังงาน’ ชวนร่วมแสดงความคิดเห็น ต่อร่าง พ.ร.บ. โซลาร์รูฟท็อป ก่อนส่ง ครม. พิจารณาอีกรอบ

(12 ส.ค. 68) จากกรณีที่เมื่อวันที่ 29 ก.ค.2568 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงพลังงาน เสนอ และให้ส่งร่างกฎหมายไปให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน นั้น

ระบบกลางทางกฎหมาย : https://www.law.go.th/listeningDetail?survey_id=NTYzNURHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ=

เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. ... เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาในชั้นสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อ สคก.ตรวจพิจารณาร่าง พ.ร.บ. เสร็จแล้ว จะส่งกลับไปให้ ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป โดย สคก.จะเปิดรับฟังความคิดเห็น ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ไปจนถึงวันที่ 20 ส.ค.2568

สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. ... ของกระทรวงพลังงาน ประกอบด้วย 32 มาตรา มีสาระสำคัญ ดังนี้

หมวด 1 บททั่วไป (ร่างมาตรา 6 และร่างมาตรา 7)

-กำหนดวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ. ได้แก่ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับใช้ในที่อยู่อาศัย หรือในสถานประกอบกิจการ หรือสถานที่ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด เพื่อประโยชน์ในการลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนและผู้ใช้ไฟฟ้าเพื่อให้การติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไปด้วยความปลอดภัย สะดวก และรวดเร็ว เพื่อกำกับดูแลการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นไปโดยถูกต้อง และเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมข้อมูล สถิติ และจำนวนผู้ใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (ร่างมาตรา 6)

-กำหนดให้การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับใช้ในที่อยู่อาศัย หรือในสถานประกอบกิจการ หรือสถานที่ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ไม่ถือเป็นการประกอบกิจการพลังงานตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงาน และไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยโรงงาน กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน และไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร (ร่างมาตรา 7)

หมวด 2 การติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (ร่างมาตรา 8 ถึงร่างมาตรา 17)

-กำหนดหลักเกณฑ์การติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โดยให้เจ้าของสถานที่ติดตั้งแจ้งการติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ต่ออธิบดีล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และไม่ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ เช่น การขออนุญาตเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยต้องแจ้งอธิบดีทราบถึงวันที่จะติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ที่อยู่ของพื้นที่ที่ทำการติดตั้ง และข้อมูลของอุปกรณ์ดังกล่าว (ร่างมาตรา 8 ถึงร่างมาตรา 13)

-กำหนดให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โดยต้องแจ้งอธิบดีทราบ เพื่อสั่งการให้มีการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องแจ้งให้เจ้าของสถานที่ติดตั้งทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน

หากตรวจสอบพบว่าการติดตั้งอุปกรณ์ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใน พ.ร.บ.นี้ ให้มีอำนาจสั่งให้เจ้าของสถานที่ติดตั้งแก้ไขความบกพร่อง หรือความไม่ปลอดภัย หรือการที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.นี้ รวมทั้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้รื้อถอนอุปกรณ์ดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนดได้ (ร่างมาตรา 14 และร่างมาตรา 15)

-กำหนดให้ใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้เฉพาะภายในกิจการของสถานที่ติดตั้งเท่านั้น และห้ามการจำหน่ายหรือให้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากสถานที่ติดตั้ง เว้นแต่เป็นการจำหน่ายแก่การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือองค์กรอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด หรือแก่บุคคลที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจการในสถานที่ติดตั้ง โดยการจำหน่ายหรือให้ไฟฟ้าแก่การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือองค์กรอื่นให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการจำหน่ายหรือให้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แก่บุคคลที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจการในสถานที่ติดตั้ง ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราไฟฟ้าที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี โดยอัตราค่าไฟฟ้าต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (ร่างมาตรา 16 และร่างมาตรา 17)

หมวด 3 การกำกับติดตามอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์และซากอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (ร่างมาตรา 18 และร่างมาตรา 19)

-กำหนดหลักเกณฑ์การกำกับติดตามอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี โดยให้มีการดำเนินการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือองค์กรที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (ร่างมาตรา 18)

-กำหนดห้ามการถอดแยกชิ้นส่วนซากอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เว้นแต่การถอดและประกอบกลับเข้าตามเดิม การซ่อมแซมเพื่อนำกลับมาใช้ซ้ำ การดำเนินการ เพื่อการศึกษา ทดลอง และวิจัย การถอดแยกของสถานกำจัดซากอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์หรือลักษณะอื่นใดตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ทั้งนี้ หากมีของเสียจากการถอดแยกชิ้นส่วนดังกล่าวเกิดขึ้นจะต้องนำของเสียนั้นไปกำจัดให้ถูกต้อง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขอนามัยของประชาชน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (ร่างมาตรา 19)

หมวด 4 พนักงานเจ้าหน้าที่ (ร่างมาตรา 20 ถึงร่างมาตรา 24)

-กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ที่ติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในกรณีที่ทราบหรือได้รับแจ้งเหตุว่าการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวอาจไม่เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสาธารณะหรือสถานที่ใกล้เคียง รวมทั้งมีอำนาจออกหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้ง หรือให้ส่งวัตถุใดมาเพื่อประกอบการพิจารณาตรวจสอบได้ (ร่างมาตรา 20)

-กำหนดให้พนักงานท้องถิ่นที่จะปฏิบัติการตามหมวดนี้ต้องได้รับ การแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ และให้บุคคลที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา (ร่างมาตรา 21 ถึงร่างมาตรา 24)

หมวด 5 บทกำหนดโทษ (ร่างมาตรา 25 ถึงร่างมาตรา 31)

-กำหนดโทษทางอาญาและโทษปรับเป็นพินัยสำหรับผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งกำหนดโทษทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล

บทเฉพาะกาล
กำหนดให้ พ.ร.บ.นี้ ใช้บังคับกับการขออนุญาตติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่ดำเนินการมาก่อน พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับและยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้นด้วย (ร่างมาตรา 32)

‘ภูมิธรรม’ แจ้ง ‘มทภ.2’ ขาดอะไรขอให้บอกตรงๆ งบกลางพร้อม ไม่ต้องโพสต์ขอบริจาคประชาชน

(13 ส.ค. 68) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เผยถึงกรณีกองทัพภาคที่ 2 เปิดรับบริจาคลวดหนามหีบเพลง อย่างเร่งด่วน โดยย้ำว่าหาก ทภ.2 ขาดแคลนอุปกรณ์หรือสิ่งจำเป็นใด ๆ ขอให้แจ้งตรงมายังผู้บังคับบัญชาหรือกองทัพบกโดยตรง ไม่จำเป็นต้องโพสต์ขอรับบริจาคจากประชาชน เพราะรัฐบาลมีงบประมาณกลางรองรับเต็มที่ พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ควรสร้างความเข้าใจผิดในสังคม 

ส่วนกรณีการใช้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดน นายภูมิธรรมกล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศเตรียมฟ้องร้องต่อองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดอนุสัญญาออตตาวาโดยกัมพูชา ซึ่งมีเจตนาไม่ต้องการให้เกิดสันติภาพในพื้นที่ พร้อมยืนยันว่ากองทัพและรัฐบาลจะร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขสถานการณ์และสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงความกังวลของประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่หวาดกลัวและอพยพหนี โดยขอให้ประชาชนมั่นใจในความตั้งใจของภาครัฐที่จะดูแลความปลอดภัย พร้อมเรียกร้องสื่อมวลชนและทุกฝ่ายช่วยกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกจนเกินเหตุ

นอกจากนี้ นายภูมิธรรม ระบุว่าจะดำเนินการทางกฎหมายกับนักวิจารณ์การเมืองบางรายที่ใช้ถ้อยคำรุนแรงและไม่เหมาะสมในการโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมขอความร่วมมือทุกฝ่ายร่วมมือกันสร้างความสงบเรียบร้อยในประเทศ 

หนุ่มออสซี่ วัย 20 ปี ประกาศตั้ง ‘สาธารณรัฐเวอร์ดิส’ มีรัฐบาล-ประชากร 400 คน!! บนพื้นที่พิพาท ‘โครเอเชีย-เซอร์เบีย’

(13 ส.ค. 68) แดเนียล แจ็กสัน (Daniel Jackson) นักออกแบบดิจิทัล ชาวออสเตรเลียวัย 20 ปี ประกาศตั้ง 'สาธารณรัฐเสรีเวอร์ดิส' บนพื้นที่ป่า 125 เอเคอร์ หรือประมาณ 316 ไร่ ริมแม่น้ำดานูบ ระหว่างโครเอเชียกับเซอร์เบีย ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทที่ไม่มีประเทศใดอ้างสิทธิ์ เดิมรู้จักในชื่อ 'พ็อกเก็ตทรี'

สำหรับสาธารณรัฐเสรีเวอร์ดิส มีทั้งธงชาติ รัฐบาล คณะรัฐมนตรี ใช้สกุลเงินยูโร กำหนดภาษาอังกฤษ โครเอเชีย และเซอร์เบียเป็นภาษาทางการ ซึ่งประชากรแล้วราว 400 คน โดย ‘แจ็กสัน’ ประกาศเอกราชเมื่อ 30 พฤษภาคม 2019 หลังเริ่มสร้างรัฐบาลตั้งแต่อายุ 18 ปี

การเดินทางเข้าประเทศทำได้ทางเรือจากเมืองโอซิเยก ประเทศโครเอเชีย แต่การตั้งถิ่นฐานถูกต่อต้านอย่างหนัก โดยในเดือนตุลาคม 2023 ตำรวจโครเอเชียจับกุมและเนรเทศผู้ตั้งถิ่นฐานหลายคน รวมถึงแจ็กสัน พร้อมสั่งห้ามเข้าประเทศตลอดชีวิต โดยอ้างว่าเป็น 'ภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ'

ปัจจุบัน แจ็กสันอ้างว่าดำเนินงานในฐานะ 'รัฐบาลพลัดถิ่น' พร้อมกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่โครเอเชียตั้งกล้องสอดส่องตามชายฝั่งเวอร์ดิสเพื่อขัดขวางการเข้าพื้นที่จากฝั่งเซอร์เบีย เขายืนยันต้องการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับโครเอเชีย แม้จะถูกปฏิบัติอย่างแข็งกร้าวก็ตาม ขณะเดียวกัน เซอร์เบียมีท่าทีเปิดกว้างมากกว่า

ทั้งนี้ พลเมืองเวอร์ดิสแต่ละคนจะได้รับหนังสือเดินทางอย่างถูกต้อง แต่แจ็กสันเตือนว่าไม่ควรใช้ในการเดินทางระหว่างประเทศ แม้จะมีบางกรณีที่ใช้ผ่านด่านเข้าได้จริงก็ตาม ประเทศเล็กแห่งนี้คัดเลือกพลเมืองอย่างเข้มงวด โดยให้ความสำคัญกับผู้มีทักษะที่จำเป็น เช่น แพทย์หรือเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย

อย่างไรก็ตาม แม้จะเจอปัญหาและอุปสรรคหลายอย่าง แต่แจ็กสันยังมั่นใจว่าจะได้กลับไปครองพื้นที่นี้อีกครั้ง เพราะโครเอเชียไม่ได้อ้างสิทธิ์ในดินแดนนี้ หากทำได้สำเร็จเขาก็พร้อมจะสละตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศ และจัดให้มีการเลือกตั้ง เพราะไม่ได้ต้องการถือครองอำนาจถาวร

‘เสธ.หิ’ โพสต์จวกผู้นำเขมร ‘หลบอยู่หลังกระโปรงมาลี’ สุ่มไฟใส่ร้ายไทย

(13 ส.ค. 68) หลังจากที่ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา แจ้งต่อเลขาธิการสหประชาชาติ และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชา-ไทยมีความเสี่ยงสูงขึ้น อ้างกองทัพไทยละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้ง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา นายชุม ซอนรี ระบุว่าตั้งแต่การหยุดยิงเริ่มมีผล 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา กองทัพไทยรุกล้ำเข้าดินแดนกัมพูชาซ้ำหลายครั้ง วางลวดหนามและก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างอย่างผิดกฎหมายในหลายพื้นที่

ล่าสุด ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ หรือ เสธ.หิ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  และผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า 

“อย่าให้เสื่อมเกียรติมากไปกว่านี้เลย เวลายิง ก็ยิงไทยก่อน สู้ไม่ได้ ก็แหกปาก ขอให้หยุดยิง ตั้งแต่หยุดยิง กัมพูชาก็เสริมทหารไม่ได้หยุด แล้วยังจะมาหน้าด้านให้ไทยถอยทหารลงมาอีก กฎของการหยุดยิง หยุดกันตรงไหน ก็อยู่ตรงนั้นแหละ เป็นทหาร เป็นผู้นำ อย่าหลบอยู่หลังกระโปรงมาลี ทำให้ประเทศเสื่อมเสียไปมากกว่านี้เลย” เสธ.หิ โพสต์

เชียงใหม่-ท่าอากาศยานเชียงใหม่จัดกิจกรรม 'Mom & Me Love in a Frame' เนื่องในวันแม่แห่งชาติ

เมื่อวานนี้ (12 ส.ค.68) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ จัดกิจกรรมพิเศษ 'Mom & Me Love in a Frame' เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวันแม่แห่งชาติ โดยมี นาวาอากาศโท รณกร เฉลิมแสนยากร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ มอบของที่ระลึกวันแม่แก่ผู้โดยสารและผู้ร่วมงาน ภายในกิจกรรมมีการให้บริการ Photo Booth พร้อมทำพวงกุญแจ (Keychain) จากภาพถ่ายสุดประทับใจ เพื่อมอบเป็นของที่ระลึกและสร้างความผูกพันระหว่างแม่ลูกและครอบครัว ซึ่งบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความอบอุ่น และความสุขจากการได้เก็บช่วงเวลาสำคัญไว้ในภาพถ่ายและของที่ระลึกสุดพิเศษ 

ทั้งนี้เพื่อสะท้อนถึงการให้ความสำคัญในด้าน Hospitality และความใส่ใจ (Service Mind) ของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ที่พร้อมดูแลผู้โดยสารดุจคนในครอบครัว สร้างความประทับใจในทุกการเดินทางและทุกโอกาสพิเศษ นอกจากนี้ ยังเชิญชวนผู้โดยสารและผู้สนใจร่วมสนุกผ่านช่องทางออนไลน์ เพียงโพสต์ภาพจากกิจกรรม พร้อมติดแฮชแท็ก AOTชวนบอกรักแม่ปี68 เพื่อแบ่งปันความรักและความประทับใจไปยังสังคมออนไลน์ สร้างบรรยากาศแห่งความรักและความอบอุ่นในวันแม่แห่งชาติ

สมุทรปราการ-ครอบครัวพาณิชย์พิศาล ร่วมกับ ชมรมโฮปฯ แจกข้าวสารอาหารแห้ง กว่า 1,000 ชุด เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 

ที่วัดมหาวงษ์ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ครอบครัวพาณิชย์พิศาล นำโดย นายอัครนันท์ พร้อมด้วย นางธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล และนางสาวปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา นำคณะกรรมการ สมาชิกชมรมโฮปฯ และ เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ นำข้าวสารอาหารแห้ง ประเภท มาม่า ปลากระป๋อง ข้าวส่าร และขนมปี๊บ จำนวนกว่า  1,000 ชุด นำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ยากไร้ คนพิการ รวมถึงประชาชนที่ขาดแคลนในหลายๆ พื้นที่

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา 12 สิงหาคม โดยมีเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการค่อยจัดระเบียบและให้บริการในด้านความสะดวก และพยาบาล

โดยทางด้าน นางสาวปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ และนางธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล กล่าวว่า ทางชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ได้จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหา โดยได้แจกข้าวสารอาหารแห้ง จำนวนกว่า 1,000 ชุด เพื่อเป็นมหากุศลถวายให้แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา 

ทั้งนี้ทางชมรมโฮปฯ ได้จัดกิจกรรมนี้เป็นปีที่ 2 โดยปีนี้แจกมากกว่าปีที่แล้ว และได้ส่งไปยัง วิทยาลัยเทคโนโลยีสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เพื่อช่วยเด็กที่ไม่มีญาติ จำนวน 200 ชุด จะมีข้าวสาร นม ขนมปัง และอาหารแห้ง ซึ่งทางชมรมจะจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้เป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน 

นอกจากนี้ทางชมรมโฮปฯ ก็มีจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากมาย พร้อมทั้งยังให้การช่วยเหลือคนป่วยเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งในแต่ละเดือนก็จะช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง และบริจาคโลงศพให้แก่ผู้ยากไร้ รวมทั้งบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ ทางชมรมก็เข้าไปให้การดูแลช่วยเหลือ เช่น ตึกถล่ม หรือเหตุการณ์ไฟไหม้ ที่ผ่านมา

ผบ.ทร. ยืนยัน 3 ปี ได้เรือดำน้ำเข้าประจำการ กำลังเร่งปรับแผนต่อเรือ หลังโครงการหยุดชะงักเกือบ 3 ปี

(13 ส.ค. 68) พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ยืนยันโครงการเรือดำน้ำจะเดินหน้าต่อ โดยหลังแก้ไขข้อตกลงและได้รับความเห็นชอบจากอัยการสูงสุด จะนับสัญญาใหม่และใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3 ปี จึงจะได้เรือดำน้ำเข้าประจำการ พร้อมเร่งเตรียมกำลังพลและปรับแผนการต่อเรือ หลังโครงการหยุดชะงักเกือบ 3 ปี

ผู้บัญชาการทหารเรือ ระบุว่า ครม.อนุมัติให้ต่อเรือดำน้ำ 1 ลำก่อน ส่วนโครงการเรือฟริเกตยังเดินหน้าต่อเนื่อง แม้งบปีนี้จะได้เพียงลำเดียว แต่ถือเป็นการเปิดทางให้ลำที่ 2 หากรัฐบาลอนุมัติเพิ่ม พร้อมผลักดันให้อุตสาหกรรมต่อเรือในประเทศเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถภายใน

ส่วนท่าจอดเรือดำน้ำ นั้น ผบ.ทร. ระบุว่า ได้ดำเนินการตั้งแต่ เริ่มเซ็นสัญญา และดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันต้องไปเก็บงานว่าในส่วนใดยังไม่เรียบร้อยและส่วนใดเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ กองทัพเรืออยู่ระหว่างทบทวนสถานการณ์และงบประมาณ เพื่อกำหนดทิศทางพัฒนาท่าเรือว่าจะเน้นฝั่งอันดามันหรืออ่าวไทย โดยต้องเลือกลงทุนในโครงการที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง และคุ้มค่าต่อการเสริมศักยภาพทางทะเลของประเทศ

‘คิม จองอึน’ ยกหูหา ‘ปูติน’ คุยกระชับความสัมพันธ์ ย้ำยืนเคียงข้างรัสเซียเสมอ พร้อมสนับสนุนทุกการตัดสินใจ

(13 ส.ค. 68) เกาหลีเหนือหนุนรัสเซียเต็มที่ ‘คิม จองอึน’ ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ยืนยันผ่านการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดี ‘วลาดิเมียร์ ปูติน’ ว่าประเทศของตนจะยึดมั่นในสนธิสัญญาระหว่างเกาหลีเหนือ–รัสเซีย และพร้อมสนับสนุนทุกการตัดสินใจของผู้นำรัสเซียอย่างไม่ลังเล ตามรายงานของสำนักข่าว KCNA

ทั้งสองผู้นำได้หารือถึงประเด็นที่สนใจร่วมกัน พร้อมชื่นชมความร่วมมือที่ลึกซึ้งขึ้นภายใต้ข้อตกลงหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ โดย คิมจองอึน แสดงความขอบคุณ ปูติน ที่ร่วมแสดงความยินดีกับประชาชนเกาหลีเหนือ ในโอกาสครบรอบ 80 ปี การปลดปล่อยคาบสมุทรเกาหลี

คิมจองอึน ระบุว่า ในโอกาสครบรอบ 80 ปีดังกล่าว ชาวเกาหลีเหนือจะรำลึกถึงทหารโซเวียตที่เสียชีวิตเพื่ออิสรภาพของเกาหลี และยกย่องการเสียสละของกองทัพแดงในฐานะตัวอย่างสูงสุดของจิตวิญญาณสากล ขณะที่ปูตินกล่าวขอบคุณการสนับสนุนของเกาหลีเหนือ พร้อมชื่นชมความกล้าหาญและการเสียสละของกองทัพประชาชนเกาหลี

ทั้งนี้ ผู้นำทั้งสองย้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกำลังขยายตัวในทุกมิติ และตั้งเป้าจะเพิ่มความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต 

นราธิวาส - แม่ทัพภาคที่ 4 บินสำรวจแนวชายแดนป่าเขา จ.นราธิวาส หลังพบความเคลื่อนไหวขนอาวุธข้ามแดน เร่งประชุมวางแผนสกัดกั้นเข้ม

พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ขึ้นบินลาดตระเวนทางอากาศเหนือพื้นที่ป่าเขาแนวชายแดนจังหวัดนราธิวาส ร่วมกับฝ่ายอำนวยการของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง หลังได้รับรายงานและปรากฏภาพข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่ลักลอบขนย้ายอาวุธและกระสุนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่พื้นที่ชายแดนไทย

การบินสำรวจในครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อประเมินเส้นทางลำเลียง การซ่อนเร้น และจุดเสี่ยงที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางลักลอบขนอาวุธ พร้อมตรวจสอบความหนาแน่นของพื้นที่ป่า การตั้งฐานที่มั่นของหน่วยลาดตระเวน และความพร้อมของจุดตรวจชายแดน

ภายหลังภารกิจทางอากาศ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ร่วมประชุมเร่งด่วนกับ ชุดควบคุมสุริโยทัย และหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการสกัดกั้นในพื้นที่สำคัญ เน้นการปิดเส้นทางลำเลียง การเพิ่มกำลังลาดตระเวนภาคพื้นดินทั้งกลางวันและกลางคืน และการทำงานประสานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้าน

โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ย้ำว่า การควบคุมพื้นที่ชายแดนในสถานการณ์ปัจจุบันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยในพื้นที่ดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง และใช้ข้อมูลข่าวกรองเป็นตัวขับเคลื่อนแผนปฏิบัติ เพื่อป้องกันมิให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมีโอกาสเสริมศักยภาพด้วยอาวุธหรือยุทโธปกรณ์ใดๆ ได้

‘เอกนัฏ’ ส่งทีมสุดซอย บุกค้นบ่อฝังกลบโรงงานปราจีนบุรี พบผิดเงื่อนไขหลายจุด!! กระทบวิถีชีวิตประชาชนในพื้นที่

(13 ส.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มอบหมาย 'ทีมสุดซอย' นำโดยนางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม และ บก.ปทส. เข้าตรวจสอบบริษัท เวสต์ 2 เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ในอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี หลังประชาชนร้องเรียนว่ากิจการส่งผลกระทบต่อชุมชน โดยใช้หมายค้นจากศาลจังหวัดกบินทร์บุรี

จากการตรวจสอบ พบว่าบริษัทได้รับอนุญาตทำกิจการ 3 ประเภท ได้แก่ ผลิตเชื้อเพลิงทดแทน, คัดแยกและฝังกลบของเสียไม่อันตราย แต่กลับพบปัญหาหลายจุด เช่น ไม่มีเครื่องจักรตามอนุญาต มีการตั้งโรงงานบำบัดน้ำเสียโดยไม่ได้รับอนุญาต กากของเสียจำนวนมากถูกกองไว้ และหลุมฝังกลบมีน้ำชะกากล้นไหลเสี่ยงออกนอกพื้นที่ รวมทั้งไม่เว้นระยะ Buffer Zone ตามเงื่อนไข

เจ้าหน้าที่สั่งให้บริษัทหยุดการฝ่าฝืน พร้อมรังวัดแนวเขตที่ดินใหม่ จัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน และนำน้ำที่ผ่านการบำบัดมาใช้หมุนเวียนในโรงงาน ห้ามปล่อยออกนอกพื้นที่ หากไม่แก้ไขตามคำสั่ง อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตทันที

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออกได้เก็บตัวอย่างน้ำและกากของเสียไปตรวจวิเคราะห์ หากพบค่าผิดปกติจะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย โดยทั้งหมดเป็นไปตามนโยบาย 'ปิดประตูตีมาร' เพื่อจัดระเบียบโรงงานรีไซเคิลและปกป้องสิ่งแวดล้อม รวมถึงสุขภาพของประชาชน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top