Friday, 12 June 2026
TheStatesTimes

‘เบทาโกร เวนเจอร์ส’ ผนึกกำลัง BiomEdit จากสหรัฐฯ พัฒนาโซลูชันใหม่!! ลดการสูญเสีย-ยับยั้งสารพิษในอุตสาหกรรมไก่

(12 ส.ค. 68) เบทาโกร เวนเจอร์ส ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมด้วยการลงทุนร่วมกับพันธมิตรระดับโลกในรอบ Series B ของ BiomEdit บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาโซลูชันใหม่ลดการสูญเสียในอุตสาหกรรมไก่เป็นครั้งแรก ด้วยผลิตภัณฑ์ BE-101 แบคทีเรียปรับแต่งพันธุกรรมที่ช่วยป้องกันโรคลำไส้เน่าในไก่เนื้อ

ผลิตภัณฑ์ BE-101 หรือ “Optavant™” เป็นแอนติบอดีชนิดเวกเตอร์โปรไบโอติกตัวแรกของโลกที่ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ ช่วยยับยั้งสารพิษที่ก่อโรคลำไส้เน่า สาเหตุหลักของความเสียหายทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ทั่วโลก ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนสุดท้ายของการขอใบอนุญาตจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ และเตรียมวางจำหน่ายในปี 2569

นายชยธร แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและธุรกิจใหม่ของเบทาโกร เผยว่าการลงทุนครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาโซลูชันสุขภาพสัตว์ที่ล้ำสมัย ตอบโจทย์ตลาดและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมปศุสัตว์สู่ความยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาสเรียนรู้และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ร่วมกัน

BiomEdit ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series B โดยมีนักลงทุนชั้นนำอย่าง Anterra Capital, Nutreco, Betagro Ventures, AgriZeroNZ และ Indiana’s Elevate Ventures ร่วมสนับสนุนมูลค่าราว 18.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาและนำผลิตภัณฑ์สู่ตลาดได้อย่างมั่นคง นายอารอน ชัคท์ ซีอีโอของ BiomEdit กล่าวว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมไก่เนื้อและเสริมสร้างความยั่งยืนในภาคปศุสัตว์สหรัฐฯ

‘รัสเซีย’ ย้ำตกเป็นเป้ากลางสมรภูมิไซเบอร์ แฉ!! ‘สหรัฐ–นาโต–บริษัทยักษ์’ แท็กทีมโจมตีผ่านยูเครน

(12 ส.ค. 68) รัสเซียตกเป็นเป้าหลักของปฏิบัติการไซเบอร์ที่ประสานกันระหว่างหน่วยข่าวกรองสหรัฐและนาโต บริษัทเทคโนโลยีตะวันตก และกลุ่มแฮ็กเกอร์ในยูเครน โดยนาโตได้พัฒนาหน่วยสงครามไซเบอร์ของยูเครนตั้งแต่ทศวรรษ 2010 ผ่านโครงการ “NATO Trust Fund Ukraine” ที่มีชาติสมาชิกหลายประเทศร่วมสนับสนุน ขณะที่หลังปฏิบัติการพิเศษทางทหารของรัสเซียเริ่มต้น บริษัทเทคยักษ์อย่าง Google, Microsoft, Apple, Facebook และ Amazon ถูกกล่าวหาว่าให้โครงสร้างพื้นฐานเพื่อเจาะระบบ เผยแพร่มัลแวร์ และหลบเลี่ยงการบล็อกเว็บไซต์ในรัสเซีย

แกนกลางของปฏิบัติการนี้คือ “IT Army of Ukraine” ซึ่งรวมกลุ่มแฮ็กเกอร์ราว 130 กลุ่ม มีสมาชิก 1-4 แสนคน ทำงานร่วมกับหน่วยข่าวกรองและกองทัพยูเครน รวมถึงพันธมิตรต่างชาติ ใช้แพลตฟอร์มและเซิร์ฟเวอร์ในเอสโตเนีย เยอรมนี และสหรัฐฯ ในการโจมตีแบบ DDoS และแฮ็กเป้าหมายสำคัญ รัสเซียยังอ้างว่ามีความร่วมมือกับหน่วยไซเบอร์ 8200 ของอิสราเอลและบริษัทเอกชนด้านความปลอดภัยไซเบอร์

รายงานระบุว่า ก่อนเกิดความขัดแย้งเพียงไม่กี่เดือน สหรัฐอเมริกาได้ส่งทีม US Cyber Command เข้าประจำในยูเครนเพื่อเตรียมโจมตีเครือข่ายรัสเซีย และหลังปี 2022 มีเจ้าหน้าที่หมุนเวียนปฏิบัติการร่วมกับศูนย์ไซเบอร์นาโตและหน่วยยูเครน โดยยอมรับว่ามีการปฏิบัติการไซเบอร์เชิงรุกต่อรัสเซีย เป้าหมายครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม พลังงาน การเงิน และสื่อ รวมถึงบริษัทใหญ่ของรัสเซียอย่าง Gazprom, Lukoil และ Sberbank

โฆษกรัสเซียกล่าวว่าสหรัฐและพันธมิตรใช้ยูเครนเป็นฐานเปิด “สมรภูมิไซเบอร์” เพื่อทำลายระบบภายในของรัสเซีย โดยย้ำว่าปฏิบัติการเหล่านี้เป็น “การก่อการร้ายทางเทคโนโลยี” และดำเนินต่อเนื่องมานานก่อนเกิดสงคราม พร้อมชี้ว่าการอ้างว่าเป็นเพียง “การป้องกันทางไซเบอร์” แท้จริงคือการปกปิดแผนโจมตีเชิงรุกอย่างเป็นระบบ

‘สคก.’ เปิดรับฟังความเห็นร่าง กม.โซลาร์รูฟท็อป จนถึงวันที่ 20 ส.ค. นี้ ก่อนส่ง ‘ครม.’ ไฟเขียวอีกรอบ

(12 ส.ค. 68) จากกรณีที่เมื่อวันที่ 29 ก.ค.2568 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงพลังงาน เสนอ และให้ส่งร่างกฎหมายไปให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน นั้น

เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. ... เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาในชั้นสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อ สคก.ตรวจพิจารณาร่าง พ.ร.บ. เสร็จแล้ว จะส่งกลับไปให้ ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป โดย สคก.จะเปิดรับฟังความคิดเห็น ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ไปจนถึงวันที่ 20 ส.ค.2568
สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. ... ของกระทรวงพลังงาน ประกอบด้วย 32 มาตรา มีสาระสำคัญ ดังนี้

หมวด 1 บททั่วไป (ร่างมาตรา 6 และร่างมาตรา 7)

-กำหนดวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ. ได้แก่ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับใช้ในที่อยู่อาศัย หรือในสถานประกอบกิจการ หรือสถานที่ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด เพื่อประโยชน์ในการลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนและผู้ใช้ไฟฟ้าเพื่อให้การติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไปด้วยความปลอดภัย สะดวก และรวดเร็ว เพื่อกำกับดูแลการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นไปโดยถูกต้อง และเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมข้อมูล สถิติ และจำนวนผู้ใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (ร่างมาตรา 6)

-กำหนดให้การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับใช้ในที่อยู่อาศัย หรือในสถานประกอบกิจการ หรือสถานที่ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ไม่ถือเป็นการประกอบกิจการพลังงานตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงาน และไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยโรงงาน กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน และไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร (ร่างมาตรา 7)

หมวด 2 การติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (ร่างมาตรา 8 ถึงร่างมาตรา 17)

-กำหนดหลักเกณฑ์การติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โดยให้เจ้าของสถานที่ติดตั้งแจ้งการติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ต่ออธิบดีล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และไม่ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ เช่น การขออนุญาตเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยต้องแจ้งอธิบดีทราบถึงวันที่จะติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ที่อยู่ของพื้นที่ที่ทำการติดตั้ง และข้อมูลของอุปกรณ์ดังกล่าว (ร่างมาตรา 8 ถึงร่างมาตรา 13)

-กำหนดให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โดยต้องแจ้งอธิบดีทราบ เพื่อสั่งการให้มีการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องแจ้งให้เจ้าของสถานที่ติดตั้งทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน

หากตรวจสอบพบว่าการติดตั้งอุปกรณ์ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใน พ.ร.บ.นี้ ให้มีอำนาจสั่งให้เจ้าของสถานที่ติดตั้งแก้ไขความบกพร่อง หรือความไม่ปลอดภัย หรือการที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.นี้ รวมทั้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้รื้อถอนอุปกรณ์ดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนดได้ (ร่างมาตรา 14 และร่างมาตรา 15)

-กำหนดให้ใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้เฉพาะภายในกิจการของสถานที่ติดตั้งเท่านั้น และห้ามการจำหน่ายหรือให้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากสถานที่ติดตั้ง เว้นแต่เป็นการจำหน่ายแก่การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือองค์กรอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด หรือแก่บุคคลที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจการในสถานที่ติดตั้ง โดยการจำหน่ายหรือให้ไฟฟ้าแก่การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือองค์กรอื่นให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการจำหน่ายหรือให้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แก่บุคคลที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจการในสถานที่ติดตั้ง ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราไฟฟ้าที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี โดยอัตราค่าไฟฟ้าต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (ร่างมาตรา 16 และร่างมาตรา 17)

หมวด 3 การกำกับติดตามอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์และซากอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (ร่างมาตรา 18 และร่างมาตรา 19)

-กำหนดหลักเกณฑ์การกำกับติดตามอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี โดยให้มีการดำเนินการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือองค์กรที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (ร่างมาตรา 18)

-กำหนดห้ามการถอดแยกชิ้นส่วนซากอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เว้นแต่การถอดและประกอบกลับเข้าตามเดิม การซ่อมแซมเพื่อนำกลับมาใช้ซ้ำ การดำเนินการ เพื่อการศึกษา ทดลอง และวิจัย การถอดแยกของสถานกำจัดซากอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์หรือลักษณะอื่นใดตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ทั้งนี้ หากมีของเสียจากการถอดแยกชิ้นส่วนดังกล่าวเกิดขึ้นจะต้องนำของเสียนั้นไปกำจัดให้ถูกต้อง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขอนามัยของประชาชน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (ร่างมาตรา 19)

หมวด 4 พนักงานเจ้าหน้าที่ (ร่างมาตรา 20 ถึงร่างมาตรา 24)

-กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ที่ติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในกรณีที่ทราบหรือได้รับแจ้งเหตุว่าการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวอาจไม่เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสาธารณะหรือสถานที่ใกล้เคียง รวมทั้งมีอำนาจออกหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้ง หรือให้ส่งวัตถุใดมาเพื่อประกอบการพิจารณาตรวจสอบได้ (ร่างมาตรา 20)

-กำหนดให้พนักงานท้องถิ่นที่จะปฏิบัติการตามหมวดนี้ต้องได้รับ การแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ และให้บุคคลที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา (ร่างมาตรา 21 ถึงร่างมาตรา 24)

หมวด 5 บทกำหนดโทษ (ร่างมาตรา 25 ถึงร่างมาตรา 31)

-กำหนดโทษทางอาญาและโทษปรับเป็นพินัยสำหรับผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งกำหนดโทษทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล

บทเฉพาะกาล
กำหนดให้ พ.ร.บ.นี้ ใช้บังคับกับการขออนุญาตติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่ดำเนินการมาก่อน พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับและยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้นด้วย (ร่างมาตรา 32)

แม่ทัพภาคที่ 4 บินสำรวจแนวชายแดนป่าเขา จ.นราธิวาส หลังพบความเคลื่อนไหว ‘แก๊งขนอาวุธเถื่อน’ ข้ามแดนจากมาเลย์

(12 ส.ค. 68) พลโทไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ขึ้นบินลาดตระเวนตรวจพื้นที่ป่าเขาแนวชายแดน จ.นราธิวาส หลังมีรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ลักลอบขนอาวุธและกระสุนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ไทย

จากนั้นได้ประชุมเร่งด่วนกับชุดควบคุมสุริโยทัย และหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เพื่อกำหนดแผนสกัดกั้น เน้นปิดเส้นทางลำเลียง เพิ่มกำลังลาดตระเวนภาคพื้นดินทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมทำงานประสานกับหน่วยความมั่นคงของมาเลเซีย

แม่ทัพภาคที่ 4 ย้ำว่าการควบคุมพื้นที่ชายแดนเป็นเรื่องสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ พร้อมสั่งทุกหน่วยปฏิบัติอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ใช้ข้อมูลข่าวกรองนำการทำงาน เพื่อไม่ให้กลุ่มก่อเหตุรุนแรงเพิ่มศักยภาพด้วยอาวุธหรือยุทโธปกรณ์ใดๆ

สำหรับ แผนปฏิบัติจะมุ่งประเมินเส้นทางลำเลียง จุดซ่อนต่างๆ และพื้นที่เสี่ยงที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางลักลอบ พร้อมเตรียมมาตรการตอบสนองทันทีหากพบความพยายามเคลื่อนย้ายอาวุธเข้าสู่ประเทศ

‘กองทัพบก’ แถลงประณาม ‘กัมพูชา’ วางทุ่นระเบิดในแดนไทย จงใจละเมิดสัญญาออตตาวา

(12 ส.ค. 68) กองทัพบกแถลงประณามกัมพูชาหลังเกิดเหตุลอบวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ฝั่งไทย ส่งผลให้สิบเอกธีรพล เพียขันที สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 2610 ได้รับบาดเจ็บสาหัส ระหว่างลาดตระเวนใกล้ปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 12 ส.ค. 2568 ปัจจุบันอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นหลักฐานชัดเจนว่าฝ่ายกัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ถือเป็นการโจมตีโดยตรงต่อกำลังพลไทยในเขตแดนไทย และเป็นพฤติกรรมที่เกิดซ้ำหลายครั้งในพื้นที่ชายแดน

โฆษก ทบ. ชี้ว่าการกระทำเช่นนี้สะท้อนเจตนาคุกคามไทยอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) และการใช้มาตรการหยุดยิง พร้อมระบุว่ากัมพูชาเพิกเฉยต่อข้อเสนอไทยเกี่ยวกับการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนการใช้คุกคามทางทหารอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ กองทัพบกยืนยันยังคงยึดแนวทางสันติวิธีและไม่ใช่ฝ่ายเริ่มใช้กำลัง แต่หากสถานการณ์บีบบังคับ อาจจำเป็นต้องใช้สิทธิ์ป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องกำลังพลและรักษาอธิปไตยของชาติ

จีน แนะหน่วยงานรัฐเลี่ยงชิป H20 ของ Nvidia ยังกังวลด้านความปลอดภัย หนุนใช้เทคโนโลยีในประเทศแทน

(12 ส.ค. 68) ทางการจีนออกคำแนะนำให้บริษัทในประเทศ หลีกเลี่ยงการใช้ชิป H20 ของ Nvidia โดยเฉพาะในงานที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐหรือความมั่นคง หลังสื่อท้องถิ่นรายงานความกังวลด้านความปลอดภัยต่อชิปดังกล่าว แม้สหรัฐเพิ่งยกเลิกคำสั่งห้ามขายไปเมื่อเดือนก่อน

Nvidia ยืนยันว่า H20 ไม่ใช่สินค้าทางทหารและไม่มี “ช่องโหว่” ให้เข้าควบคุมระยะไกล พร้อมระบุว่าจีนมีชิปผลิตในประเทศเพียงพอ ไม่เคยพึ่งชิปสหรัฐสำหรับงานรัฐ เช่นเดียวกับที่รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่พึ่งชิปจากจีน

รายงานเผยว่า จีนเร่งสนับสนุนเทคโนโลยีท้องถิ่น รวมถึงชิป AI จาก Huawei ขณะที่หุ้นผู้ผลิตชิปอันดับหนึ่งอย่าง SMIC พุ่งกว่า 5% คาดได้อานิสงส์จากความต้องการชิปในประเทศเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ คำสั่งเลี่ยงชิป H20 ยังส่งผลต่อชิป AI ของ AMD ด้วย ขณะเดียวกันมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจอนุญาตให้ Nvidia ขายเวอร์ชันลดสเปกของชิป Blackwell ในจีน แม้สหรัฐกังวลว่าปักกิ่งอาจใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพทางทหาร

14 สิงหาคม พ.ศ. 2395 ‘คลองผดุงกรุงเกษม’ เสร็จสมบูรณ์ในรัชกาลที่ ๔ เปิดเส้นทางคมนาคมใหม่ ขยายพระนครสู่ชั้นนอก

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2395 คลองผดุงกรุงเกษมแล้วเสร็จในวันนี้ สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงมีพระราชดำริให้ขุดคลองขึ้นรอบนอกพระนคร เพื่อขยายเขตเมืองและเพิ่มพื้นที่อยู่อาศัย รวมทั้งช่วยให้การคมนาคมทางน้ำสะดวกขึ้น

คลองผดุงกรุงเกษมเริ่มขุดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2394 โดยมีความยาวประมาณ 5.5 กิโลเมตร ล้อมรอบพระนครชั้นนอก เชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งด้านเหนือและด้านใต้ ทำหน้าที่เป็น "คูเมืองชั้นนอก" ป้องกันเมืองจากการรุกราน และเป็นแนวเขตการขยายเมืองในสมัยนั้น

นอกจากประโยชน์ด้านป้องกันและการคมนาคมแล้ว คลองผดุงกรุงเกษมยังช่วยระบายน้ำในฤดูน้ำหลาก ลดปัญหาน้ำท่วมในเขตพระนคร และเปิดโอกาสให้เกิดชุมชนใหม่ ๆ เกิดขึ้นริมคลอง ทำให้เศรษฐกิจของพระนครเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบัน คลองผดุงกรุงเกษมยังคงเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ แม้สภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่คลองสายนี้ยังสะท้อนภาพการวางผังเมืองและภูมิปัญญาการจัดการน้ำของไทยในอดีตอย่างชัดเจน

ทหารเขมรได้แค่มอง!! วอนไทยอย่ากั้นลวดหนาม อ้างไม่เคยคิดล้ำแดนเข้ามา

หลังจากเมื่อวันที่ (10 ส.ค.68) เพจกองทัพบก Royal Thai Army รายงานว่า กองกำลังบูรพาและชุดเฉพาะกิจอรัญประเทศ เร่งติดตั้งรั้วลวดหนามหีบเพลงตลอดแนวชายแดนคลองพรหมโหด จากจุดตรวจอรัญประเทศ 20 (สะพานคลองลึก) ถึงจุดตรวจ 31 ระยะทางรวม 9.8 กม.

โดยก่อนหน้านี้ติดตั้งแล้วเสร็จ 6.3 กม. ในพื้นที่คลองลึก ระหว่างจุดตรวจ 08 ถึง 20 เพื่อปิดช่องโหว่ตามแนวชายแดนที่มักใช้ลักลอบเข้า-ออกประเทศ

ล่าสุด เพจ 'สมาคมคน รักปักใต้ TV' เผยภาพจากมุมมองทหารกัมพูชา พร้อมข้อความ “มองทหารวางลวดหนามที่ชายแดน ขอร้องทหารไทยอย่ากั้นลวดหนาม”

‘แอร์โดอัน’ ยันตุรกียินดีเป็นเจ้าภาพ จัดประชุมสุดยอดผู้นำ ‘ยูเครน-รัสเซีย’

(13 ส.ค. 68) ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน (Recep Tayyip Erdogan) ของตุรกี เปิดเผยระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนว่า ตุรกีพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดระดับผู้นำระหว่างยูเครนและรัสเซีย เพื่อผลักดันให้เกิดการเจรจาสันติภาพ

แถลงการณ์จากทำเนียบประธานาธิบดีตุรกีระบุว่า ทั้งสองผู้นำยังได้หารือถึงความสัมพันธ์ทวิภาคี และประเด็นสำคัญทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยแอร์โดอันได้แสดงความพอใจต่อความคืบหน้าของการเจรจาโดยตรงระหว่างยูเครนกับรัสเซียในกรุงอิสตันบูล และหวังว่าจะได้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับการหยุดยิงในรอบการเจรจาต่อไป

แอร์โดอันยังเชื่อว่าการตั้งคณะทำงานด้านการทหาร มนุษยธรรม และการเมือง จะเป็นการปูทางสู่การประชุมระดับผู้นำ พร้อมย้ำสนับสนุนอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน

สหพันธ์มวยไทยนานาชาติ (IFMA) สั่งคว่ำบาตรอิสราเอล หลังสังหาร ‘อัมมาร์ ฮามาเยล’ นักชกวัย 13 ปี ชาวปาเลสไตน์

(13 ส.ค. 68) สหพันธ์มวยไทยสมัครเล่นนานาชาติ (IFMA) ประกาศคว่ำบาตรการแสดงสัญลักษณ์ชาติอิสราเอลในทุกการแข่งขัน ภายหลังเหตุการณ์สังหาร อัมมาร์ ฮามาเยล นักกีฬามวยไทยเยาวชนทีมชาติปาเลสไตน์วัย 13 ปี ซึ่ง IFMA ยกย่องว่าเป็น “ทูตสันติภาพเยาวชน”

สำหรับเหตุการณ์ที่สุดแสนหดหู่เกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ระหว่างปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ โดยรายงานระบุว่าพบเด็กชายถูกยิงจากด้านหลังขณะเดินกับเพื่อน ก่อนถูกควบคุมตัวนาน 2 ชั่วโมง และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในรามัลเลาะห์

ขณะที่มาตรการคว่ำบาตรของ IFMA จะมีผลทันที คือห้ามแสดงธงชาติ เพลงชาติ และสัญลักษณ์ของอิสราเอลในทุกสนามแข่งขันของ IFMA หรือที่ได้รับการรับรอง โดยนักกีฬามวยไทยจากอิสราเอลยังสามารถลงแข่งได้ แต่ต้องใช้สถานะ “นักกีฬาส่วนบุคคลแบบเป็นกลาง” เช่นเดียวกับรัสเซียและเบลารุสหลังเหตุรุกรานยูเครน

นอกจากนี้ IFMA ยังสั่งห้ามจัดการแข่งขันในอิสราเอลจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง พร้อมย้ำว่ามาตรการนี้ไม่ใช่การตำหนินักกีฬาอิสราเอลโดยตรง แต่เป็นการประท้วงอย่างสันติต่อการกระทำที่เป็นภัยต่อเด็ก และขัดต่อค่านิยมของกีฬาระดับโลก

ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ประธาน IFMA ระบุว่า “เมื่อเด็กซึ่งเป็นทูตสันติภาพถูกสังหาร ความเงียบไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป” พร้อมย้ำว่านี่ไม่ใช่เพียงโศกนาฏกรรม แต่เป็น “การเรียกร้องให้ลงมือ” โดยมาตรการคว่ำบาตรจะมีผลต่อเนื่องและทบทวนเป็นระยะ ภายใต้พันธกิจของ IFMA ที่ยึดมั่นในสันติภาพ ความเท่าเทียม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top