Wednesday, 10 June 2026
TheStatesTimes

11 มิถุนายน 2421 วันคล้ายวันเกิด “ครูบาศรีวิชัย” พระเถระผู้เป็นศูนย์รวมใจล้านนา ผู้นำศรัทธาสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพ พระนักพัฒนาแห่งล้านนา

วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2421 เป็นวันคล้ายวันเกิดของ “ครูบาศรีวิชัย” หรือ “ครูบาเจ้าศรีวิชัย” พระเถระผู้ได้รับการยกย่องอย่างสูงในฐานะ “นักบุญแห่งล้านนา” ผู้เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวเหนือ และเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญทางพระพุทธศาสนา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นล้านนา

ครูบาศรีวิชัยเกิดเมื่อวันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2421 ณ บ้านปาง ตำบลแม่ตืน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ตำบลศรีวิชัย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เดิมท่านมีชื่อว่า “อินตาเฟือน” หรือ “เฟือน” บางแห่งเรียกว่า “อ้ายฟ้าร้อง” เนื่องจากมีเรื่องเล่าว่าในคืนที่ท่านเกิดเกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง จนชาวบ้านนำเหตุการณ์นั้นมาเชื่อมโยงกับชื่อของท่านในวัยเยาว์

ต่อมาท่านได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ศึกษาพระธรรมวินัย และอุทิศชีวิตให้แก่พระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง ครูบาศรีวิชัยเป็นพระเถระที่มีวัตรปฏิบัติเคร่งครัด สมถะ มุ่งมั่นในการบูรณะศาสนสถาน และฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในพื้นที่ล้านนา ท่านจึงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของประชาชนจำนวนมาก จนได้รับการขนานนามว่า “ตนบุญแห่งล้านนา” หรือ “นักบุญแห่งล้านนา”

บทบาทสำคัญของครูบาศรีวิชัยมิได้จำกัดอยู่เพียงการเทศนาสั่งสอนธรรมะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเป็นผู้นำแรงศรัทธาของประชาชนในการบูรณะวัดวาอาราม โบราณสถาน และเส้นทางคมนาคมที่เกี่ยวข้องกับศาสนาและชุมชนล้านนา ผลงานของท่านจึงสะท้อนให้เห็นพลังของความร่วมแรงร่วมใจระหว่างพระสงฆ์กับประชาชนในยุคที่ภาครัฐยังไม่ได้เข้าถึงทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง

หนึ่งในผลงานที่เป็นที่จดจำมากที่สุด คือการนำประชาชนร่วมกันสร้างถนนขึ้นสู่ “วัดพระธาตุดอยสุเทพ” จังหวัดเชียงใหม่ ถนนสายนี้เป็นโครงการที่เกิดจากแรงศรัทธาและการรวมพลังของผู้คนจำนวนมาก โดยครูบาศรีวิชัยเป็นผู้ริเริ่มชักชวนประชาชนชาวเหนือให้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างถนนจากเชิงดอยขึ้นไปยังพระธาตุดอยสุเทพ เริ่มลงมือเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2477 และต่อมาถนนสายดังกล่าวกลายเป็นเส้นทางสำคัญที่ทำให้ประชาชนเดินทางขึ้นไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพได้สะดวกขึ้น

ก่อนหน้าการมีถนนขึ้นดอยสุเทพ การเดินทางขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพเป็นเรื่องยากลำบาก ผู้คนต้องเดินเท้าขึ้นเขา ใช้เวลาและกำลังอย่างมาก การสร้างถนนจึงมิใช่เพียงการทำทางคมนาคม แต่เป็นการเปิดเส้นทางแห่งศรัทธา ทำให้พระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวล้านนา เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น และกลายเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือระหว่างพระสงฆ์ ชาวบ้าน และชุมชนท้องถิ่น

การสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพยังสะท้อนลักษณะเด่นของครูบาศรีวิชัย คือความสามารถในการรวมใจผู้คน ท่านมิได้ใช้ทรัพย์สินหรืออำนาจทางการเมืองเป็นหลัก แต่ใช้ศรัทธา ความเลื่อมใส และความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นพลังในการขับเคลื่อนงานใหญ่ ผู้คนจำนวนมากยอมสละแรงกาย แรงทรัพย์ และเวลา เพื่อร่วมสร้างถนนสายประวัติศาสตร์นี้ด้วยความเต็มใจ

นอกจากถนนขึ้นดอยสุเทพแล้ว ครูบาศรีวิชัยยังมีบทบาทในการบูรณะวัดและศาสนสถานสำคัญหลายแห่งในภาคเหนือ ผลงานเหล่านี้มีส่วนช่วยสืบทอดพุทธศิลป์ล้านนา อนุรักษ์ศรัทธาท้องถิ่น และทำให้พระพุทธศาสนายังคงเป็นศูนย์กลางชีวิตของผู้คนในชุมชน ท่านจึงมิใช่เพียงพระนักปฏิบัติ แต่ยังเป็นผู้นำทางสังคมและวัฒนธรรมของล้านนาในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์

ชื่อของครูบาศรีวิชัยยังผูกพันกับความเป็นล้านนาอย่างลึกซึ้ง เพราะท่านเป็นตัวแทนของพระสงฆ์ท้องถิ่นที่มีบทบาทต่อประชาชนอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านจิตใจ การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และการพัฒนาชุมชน ภาพของครูบาศรีวิชัยจึงยังคงอยู่ในความเคารพของชาวเหนือ และผู้คนทั่วประเทศที่เดินทางไปสักการะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยบริเวณทางขึ้นดอยสุเทพ

อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยบริเวณเชิงดอยสุเทพ กลายเป็นจุดสำคัญที่ผู้เดินทางขึ้นดอยสุเทพมักแวะกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ สถานที่แห่งนี้จึงไม่เพียงเป็นอนุสรณ์สถานของพระเถระรูปหนึ่ง แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงพลังแห่งศรัทธา ความเสียสละ และการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม

วันที่ 11 มิถุนายนของทุกปี จึงเป็นโอกาสให้ชาวล้านนาและพุทธศาสนิกชนรำลึกถึงคุณูปการของครูบาศรีวิชัย ผู้ทุ่มเทชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาและประชาชน ผลงานของท่านยังคงปรากฏเป็นรูปธรรม ทั้งในรูปของศาสนสถานที่ได้รับการบูรณะ เส้นทางขึ้นดอยสุเทพ และศรัทธาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

ครูบาศรีวิชัยมรณภาพเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2481 แต่ชื่อเสียงและคุณงามความดีของท่านยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้คนมาจนถึงปัจจุบัน ความสำคัญของท่านมิได้อยู่ที่การเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่อยู่ที่การเป็นแบบอย่างของผู้นำทางจิตวิญญาณที่สามารถแปรศรัทธาให้กลายเป็นพลังสร้างสรรค์เพื่อส่วนรวม

11 มิถุนายน พ.ศ. 2421 จึงควรถูกจดจำในฐานะวันคล้ายวันเกิดของครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธา ความเพียร และการเสียสละ ผู้ทำให้ถนนขึ้นดอยสุเทพมิใช่เพียงเส้นทางสู่ยอดดอย แต่เป็นเส้นทางแห่งแรงศรัทธาที่เชื่อมผู้คนเข้ากับพระพุทธศาสนาและมรดกวัฒนธรรมล้านนาอย่างยั่งยื

12 มิถุนายน 2363 วันคล้ายวันเกิด “หม่อมราโชทัย” ขุนนางคู่พระทัย ร.4 ผู้ประพันธ์นิราศต่างแดนเรื่องแรกแห่งสยาม เปิดโลกวรรณคดีไทยสู่ต่างแดน

วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2363 เป็นวันคล้ายวันเกิดของ “หม่อมราโชทัย” หรือ หม่อมราชวงศ์กระต่าย อิศรางกูร บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ผู้มีบทบาททั้งในฐานะขุนนาง นักภาษา ล่ามราชสำนัก และกวีผู้ฝากผลงานสำคัญไว้ในประวัติศาสตร์วรรณคดีไทย โดยเฉพาะ “นิราศลอนดอน” ซึ่งได้รับการกล่าวถึงในฐานะนิราศต่างแดนเรื่องสำคัญและเป็นบันทึกการเดินทางไปโลกตะวันตกในยุคแรก ๆ ของสยาม

หม่อมราโชทัยมีนามเดิมว่า หม่อมราชวงศ์กระต่าย อิศรางกูร เป็นผู้มีความสามารถด้านภาษาและหนังสืออย่างโดดเด่น โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซึ่งในยุคนั้นยังเป็นความรู้ใหม่และมีผู้เชี่ยวชาญไม่มากนัก ความสามารถดังกล่าวทำให้ท่านได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ให้ปฏิบัติราชการสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อกับชาติตะวันตก

ในสมัยรัชกาลที่ 4 สยามอยู่ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก อำนาจตะวันตกเริ่มขยายอิทธิพลเข้ามาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเจริญสัมพันธไมตรีกับชาติตะวันตกจึงเป็นภารกิจสำคัญของราชสำนักไทย ทั้งเพื่อรักษาเอกราช สร้างความเข้าใจระหว่างประเทศ และปรับตัวให้ทันกับโลกสมัยใหม่ บุคคลที่มีความรู้ภาษาอังกฤษและเข้าใจธรรมเนียมตะวันตกจึงมีบทบาทอย่างยิ่ง

หม่อมราโชทัยเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีความสำคัญในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อดังกล่าว ท่านได้รับหน้าที่เป็นล่ามในคณะราชทูตไทยที่เดินทางไปยังประเทศอังกฤษในรัชกาลที่ 4 การเดินทางครั้งนั้นมีความหมายทางการทูตอย่างมาก เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับโลกตะวันตกในยุคที่การเมืองระหว่างประเทศเต็มไปด้วยแรงกดดันจากมหาอำนาจ

ระหว่างการเดินทาง หม่อมราโชทัยได้บันทึกประสบการณ์ ความรู้สึก และสิ่งที่พบเห็นในต่างแดนออกมาเป็นวรรณคดีเรื่อง “นิราศลอนดอน” ผลงานชิ้นนี้มิได้เป็นเพียงนิราศในความหมายของการคร่ำครวญถึงการพลัดพรากเท่านั้น แต่ยังเป็นบันทึกภาพโลกตะวันตกผ่านสายตาของปัญญาชนสยามในศตวรรษที่ 19 ทั้งเรื่องบ้านเมือง ผู้คน ระบบคมนาคม วัฒนธรรม การปกครอง และความเจริญทางวิทยาการ

“นิราศลอนดอน” จึงมีความสำคัญทั้งในฐานะวรรณคดีและเอกสารประวัติศาสตร์ เพราะช่วยให้คนรุ่นหลังเห็นภาพว่า ชาวสยามยุคนั้นมองโลกตะวันตกอย่างไร ตื่นตาตื่นใจกับสิ่งใด และตีความความเจริญของยุโรปผ่านกรอบความคิดแบบไทยอย่างไร หนังสือรายการของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังระบุเนื้อหาเกี่ยวกับ “นิราศลอนดอน” และ “จดหมายเหตุเรื่องราชทูตไทยไปประเทศอังกฤษในรัชกาลที่ 4” ซึ่งครอบคลุมการเดินทางของคณะทูตไทยตั้งแต่ออกจากกรุงเทพฯ ไปยังอังกฤษ และแวะเมืองสำคัญหลายแห่ง

คุณค่าของหม่อมราโชทัยจึงอยู่ที่การเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสยามกับโลกภายนอก ในยุคที่การเดินทางข้ามทวีปยังเป็นเรื่องใหญ่และเต็มไปด้วยความยากลำบาก ท่านไม่เพียงทำหน้าที่ราชการด้วยความสามารถ แต่ยังถ่ายทอดประสบการณ์เหล่านั้นออกมาเป็นงานเขียนที่มีชีวิต มีรายละเอียด และมีคุณค่าต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับตะวันตก

ในเชิงวรรณคดี “นิราศลอนดอน” ถือเป็นงานที่เปิดพื้นที่ใหม่ให้วรรณคดีไทย เพราะนิราศไทยแต่เดิมมักเล่าการเดินทางภายในประเทศหรือดินแดนใกล้เคียง แต่ผลงานของหม่อมราโชทัยได้นำผู้อ่านออกไปสู่โลกไกลโพ้น ตั้งแต่เส้นทางเดินเรือ เมืองท่า ประเทศตะวันตก จนถึงกรุงลอนดอน เมืองหลวงของจักรวรรดิอังกฤษในยุคที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

การประพันธ์นิราศต่างแดนเช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่า วรรณคดีไทยเริ่มก้าวเข้าสู่ยุคของการรับรู้โลกกว้างมากขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะราชสำนัก วัด หรือชุมชนไทยเท่านั้น แต่เริ่มบันทึกการพบปะกับอารยธรรมอื่นและความเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่ ผลงานของหม่อมราโชทัยจึงเป็นหลักฐานสำคัญของการเปิดโลกทัศน์ของสยามในช่วงรัชกาลที่ 4

นอกจากบทบาทด้านวรรณคดีแล้ว หม่อมราโชทัยยังเป็นแบบอย่างของขุนนางผู้มีความรู้รอบด้าน ทั้งภาษา วัฒนธรรม การทูต และการสื่อสาร ท่านเป็นบุคคลที่สะท้อนความสำคัญของ “ความรู้” ในการรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลง เพราะในยุคนั้น ความสามารถด้านภาษาและความเข้าใจต่างชาติเป็นกำลังสำคัญในการรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมือง

วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2363 จึงไม่ใช่เพียงวันคล้ายวันเกิดของกวีและขุนนางคนหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นวันที่ชวนให้รำลึกถึงบุคคลผู้มีบทบาทในการพาสยามมองออกไปสู่โลกกว้าง หม่อมราโชทัยคือผู้ที่ใช้ภาษาเป็นเครื่องมือรับใช้แผ่นดิน และใช้วรรณคดีเป็นหลักฐานบันทึกประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ของชาติ

แม้เวลาจะผ่านมากว่าศตวรรษ ชื่อของหม่อมราโชทัยยังคงได้รับการกล่าวถึงในฐานะผู้ประพันธ์ “นิราศลอนดอน” งานเขียนที่ทำให้ผู้อ่านไทยได้เห็นโลกตะวันตกผ่านสายตาของคนไทยยุคแรก ๆ และเป็นหลักฐานสำคัญของการเดินทาง การทูต และวรรณคดีไทยในช่วงที่สยามกำลังก้าวเข้าสู่โลกสมัยใหม่

12 มิถุนายน พ.ศ. 2363 จึงควรถูกจดจำในฐานะวันคล้ายวันเกิดของหม่อมราโชทัย ขุนนางคู่พระทัยรัชกาลที่ 4 นักภาษาและกวีผู้สร้างสรรค์นิราศต่างแดนเรื่องสำคัญแห่งสยาม ผู้ฝากรอยทางวรรณคดีไว้บนเส้นทางการทูต และฝากชื่อไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ไทยอย่างสง่างา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top