Friday, 12 June 2026
TheStatesTimes

ศิลปินดารา รวมพลัง จัดคอนเสิร์ตระดมทุน ช่วย ‘จอย ทีสเกิ๊ต’ ป่วยมะเร็ง วันที่ 13 ส.ค. นี้

(11 ส.ค. 68) หลังจากที่ ‘จอย ทีสเกิ๊ต’ ดวงพร สนธิขันธ์ ออกมาเปิดเผยถึงอาการป่วยมะเร็งปากมดลูกระยะ 4 ที่ทำการรักษามา 1 ปีแล้ว ทำให้ต้องยกเลิกงานละครไปถึง 4 เรื่อง และงานอื่นๆ อีกมากมาย โดยหลังจากที่ข่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีศิลปินดารายุค 90 นำโดย เท่ห์ อุเทน พรหมมินทร์ ร่วมกันจัดคอนเสิร์ต เพื่อนกันสำคัญเสมอ เพื่อร่วมเป็นกำลังใจ ให้จอย ในวันที่ 13 ส.ค. นี้ ที่ร้าน BAJIKA กับเพื่อนศิลปินมากมายที่จะมาร่วมร้องเพลงด้วยใจเพื่อส่งกำลังใจให้จอยเช่นกัน

งานนี้ศิลปินดารามาร่วมคอนเสิร์ตอย่างคับคั่ง เท่ห์ อุเทน / มอส ปฏิภาณ /แคทรียา อิงลิช / ลิฟท์ ออย /เจมส์ เรืองศักดิ์ / ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง/ ฝันดี-ฝันเด่น /ยุ้ย ปัทมวรรณ /T-SKIRT /จอย ศิริลักษณ์ /เบนซ์ พรชิตา/ วาเนสซ่า บีเวอร์ / เกศ นารากร / เอ้ ชุติมา/บุ๋ม ตรีรัก / ฮันนี่ ภัสสร/สุรวุฑ ไหมกัน /อ๊อฟ - ต๊อก Dr.kids /โก้ ธีรศักดิ์/ ชรัส /วิยะดา /อ้วน วารุณี /นิตยา /อุ้ย ระวิวรรณ /แหม่ม พัชริดา / ชมพู ฟรุตตี้ /เจมส์ วีนัส /พีท พีระ /ต้าร์ Mr.Team/ ฟอร์ด สบชัย /ไท ธนาวุฒิ /ที Jet-setter/ลูกปัด /ซุปเปอร์เตย /ไวตามินเอ / โทมัส ไจแอนท์ / /แช่ม แช่มรัมย์ /อิน บูโดกัน / QQ Ingan/มิ้นท์ อรรถวดี

ขอเชิญทุกคนมาร่วมให้กำลังจอย วันที่ 13 สิงหาคม 2568 เวลา 18.00 น. - 24.00 น. ร้าน BAJIKA บัตรราคา 500 บาท ซื้อบัตรได้ที่หน้างาน /สำรองที่นั่ง 086 - 154 – 2896 หรือหากไม่สะดวกมาร่วมงานได้ แต่อยากจะส่งกำลังใจจอย สามารถร่วมสมทบได้ที่ บัญชี อุเทน พรหมมินทร์ ธ.กสิกรไทย เลขบัญชี 0578627820

ผู้ประท้วงนับหมื่น!!...ลุกฮือในอิสราเอล ค้านแผน ‘เนทันยาฮู’ สั่งควบคุมฉนวนกาซา

(11 ส.ค. 68) Times of Israel รายงานว่า มีผู้ชุมนุมหลายพันคนในกรุงเทลอาวีฟและเมืองอื่น ๆ ของอิสราเอล รวมตัวประท้วงแผนการของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ที่ต้องการควบคุมแถบฉนวนกาซาอย่างเต็มรูปแบบ 

ก่อนหน้านี้ เนทันยาฮูประกาศว่า อิสราเอลตั้งใจจะสร้างเขตความมั่นคงในกาซาและส่งต่อการควบคุมให้กับรัฐบาลพลเรือนชุดใหม่ พร้อมยืนยันว่าอิสราเอลไม่มีแผนที่จะควบคุมพื้นที่นี้ระยะยาว ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเตือนว่าแผนขยายปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลจะทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคแย่ลง

ทั้งนี้ ผู้ประท้วงในหลายเมืองเรียกร้องให้มีการเจรจาต่อรองเรื่องตัวประกันและหยุดยิง ก่อนที่อิสราเอลจะเริ่มปฏิบัติการควบคุมกาซา โดยครอบครัวของตัวประกันเรียกร้องให้มีการหยุดงานทั่วประเทศ เนื่องจากหวั่นว่าแผนดังกล่าวอาจนำไปสู่ความสูญเสียของคนที่รัก

ตั้งแต่เหตุการณ์โจมตีจรวดครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ทำให้อิสราเอลเปิดปฏิบัติการ “Iron Swords” พร้อมปิดล้อมฉนวนกาซาอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสองฝ่ายหลายหมื่นคน และสถานการณ์ลุกลามขยายตัวจนกระทั่งเกิดการยิงขีปนาวุธไปมาระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน

‘รวมไทยสร้างชาติ’ มั่นใจสภาผ่านงบประมาณ 2569 ‘พีระพันธุ์’ ย้ำให้สส. เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

รทสช. มั่นใจสภาผ่านงบประมาณ 2569 ด้าน ‘พีระพันธุ์’ เน้นย้ำให้สส. เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ไม่หวั่นฝ่ายค้านท้วงไม่แปรงบประมาณรับมือภาษีทรัมป์ ชี้สถานการณ์อาจไม่รุนแรงอย่างที่คาดการณ์ เชื่อรัฐบาลพร้อมรับมือหากเกิดวิกฤติจริง

(11 ส.ค. 68) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ว่า จากการที่สภาผู้แทนราษฎรจะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 ในวันที่ 13-15 สิงหาคม 2568 

โดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เน้นย้ำไปยัง สส. สังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติให้เข้าร่วมพิจารณางบประมาณรายจ่ายโดยพร้อมเพรียงกัน เนื่องจากเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญต่อการใช้จ่ายงบประมาณของทางภาครัฐ ที่จะช่วยแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจให้พี่น้องประชาชนในภาวะที่เศรษฐกิจของประเทศชะลอตัว 

ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 นี้ สส. พรรครวมไทยสร้างชาติได้มีการแปรญัตติปรับลดงบประมาณในหลายกระทรวง โดยสอดคล้องกับความเห็นของ กมธ.พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 ที่ได้มีการปรับลดงบประมาณในส่วนที่ไม่มีความจำเป็น เพื่อให้งบประมาณของภาครัฐมีประสิทธิภาพที่สุด และตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนมากที่สุด ในหลายกระทรวง เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

สำหรับข้อกังวลของพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า การแปรญัตติงบประมาณรายจ่ายประจำปีนี้ไม่ตอบสนองต่อการแก้ปัญหาที่เกิดจากภาษีตอบโต้(Tariff) ของสหรัฐ อเมริกานั้น 

ทางพรรครวมไทยสร้างชาติ มีความเห็นสอดคล้องกับรัฐบาลว่า ผลกระทบที่เคยคาดว่าจะรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจของไทยนั้นมีโอกาสที่จะไม่เกิดขึ้น เนื่องจาก อัตราภาษีนำเข้าที่สหรัฐกำหนดของประเทศไทยนั้นหากเทียบในภูมิภาคอาเซียนแล้วอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน คือ 19-20% จึงไม่กระทบต่อความสามารถในการแข่งขันเช่นที่มีการประเมินไว้ก่อนหน้านี้ ประกอบกับรัฐบาลยังมีชุดข้อมูลที่ใช้ในการประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้านและครบถ้วน

จึงมีการแปรญัตติในส่วนของงบประมาณไปยังภาคส่วนที่มีความจำเป็นมากกว่า หรือหากกรณีเกิดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจขึ้นจริงรัฐบาลยังมีเครื่องมืออื่น ๆ เช่น งบกลางซึ่งสามารถใช้ได้ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน หรืออาจจะพิจารณาเสนองบกลางปีร่วมด้วย 

ซึ่งการแปรญัตติในวงเงินงบประมาณ 8.92 พันล้านบาทนี้ รัฐบาลได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วที่จะได้จัดสรรเพื่อแก้ไขปัญหาจำเป็นเร่งด่วนของชาติและประชาชน

"พรรครวมไทยสร้างชาติ มั่นใจว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2569 จะสามารถผ่านการพิจารณาได้อย่างราบรื่นเพื่อเป็นเครื่องมือที่สำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง" นายอัครเดช กล่าวในตอนท้าย

‘สคก.’ เปิดรับฟังความเห็นร่าง กม.โซลาร์รูฟท็อป จนถึงวันที่ 20 ส.ค. นี้ ก่อนส่ง ‘ครม.’ ไฟเขียวอีกรอบ

‘สคก.’ เปิดรับฟังความเห็น ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมใช้ไฟฟ้า 'โซลาร์รูฟท็อป’ เพื่อประกอบการพิจารณาในชั้น ‘สคก.’ ก่อนเสนอ ‘ครม.’ เห็นชอบอีกรอบ

(11 ส.ค. 68) จากกรณีที่เมื่อวันที่ 29 ก.ค.2568 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงพลังงาน เสนอ และให้ส่งร่างกฎหมายไปให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ตรวจพิจารณาเป็นเรื่องด่วน นั้น 

เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. ... เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาในชั้นสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อ สคก.ตรวจพิจารณาร่าง พ.ร.บ. เสร็จแล้ว จะส่งกลับไปให้ ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป โดย สคก.จะเปิดรับฟังความคิดเห็น ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ไปจนถึงวันที่ 20 ส.ค.2568

สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พ.ศ. ... ของกระทรวงพลังงาน ประกอบด้วย 32 มาตรา มีสาระสำคัญ ดังนี้

หมวด 1 บททั่วไป (ร่างมาตรา 6 และร่างมาตรา 7)

-กำหนดวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ. ได้แก่ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับใช้ในที่อยู่อาศัย หรือในสถานประกอบกิจการ หรือสถานที่ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด เพื่อประโยชน์ในการลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนและผู้ใช้ไฟฟ้าเพื่อให้การติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์เป็นไปด้วยความปลอดภัย สะดวก และรวดเร็ว เพื่อกำกับดูแลการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นไปโดยถูกต้อง และเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมข้อมูล สถิติ และจำนวนผู้ใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (ร่างมาตรา 6)

-กำหนดให้การผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับใช้ในที่อยู่อาศัย หรือในสถานประกอบกิจการ หรือสถานที่ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ไม่ถือเป็นการประกอบกิจการพลังงานตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการพลังงาน และไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยโรงงาน กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายว่าด้วยการพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน และไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร (ร่างมาตรา 7)

หมวด 2 การติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (ร่างมาตรา 8 ถึงร่างมาตรา 17)

-กำหนดหลักเกณฑ์การติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โดยให้เจ้าของสถานที่ติดตั้งแจ้งการติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ต่ออธิบดีล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และไม่ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ เช่น การขออนุญาตเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยต้องแจ้งอธิบดีทราบถึงวันที่จะติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ที่อยู่ของพื้นที่ที่ทำการติดตั้ง และข้อมูลของอุปกรณ์ดังกล่าว (ร่างมาตรา 8 ถึงร่างมาตรา 13)

-กำหนดให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โดยต้องแจ้งอธิบดีทราบ เพื่อสั่งการให้มีการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องแจ้งให้เจ้าของสถานที่ติดตั้งทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน

หากตรวจสอบพบว่าการติดตั้งอุปกรณ์ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใน พ.ร.บ.นี้ ให้มีอำนาจสั่งให้เจ้าของสถานที่ติดตั้งแก้ไขความบกพร่อง หรือความไม่ปลอดภัย หรือการที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.นี้ รวมทั้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้รื้อถอนอุปกรณ์ดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนดได้ (ร่างมาตรา 14 และร่างมาตรา 15)

-กำหนดให้ใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้เฉพาะภายในกิจการของสถานที่ติดตั้งเท่านั้น และห้ามการจำหน่ายหรือให้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากสถานที่ติดตั้ง เว้นแต่เป็นการจำหน่ายแก่การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือองค์กรอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด หรือแก่บุคคลที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจการในสถานที่ติดตั้ง โดยการจำหน่ายหรือให้ไฟฟ้าแก่การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือองค์กรอื่นให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการจำหน่ายหรือให้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แก่บุคคลที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจการในสถานที่ติดตั้ง ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราไฟฟ้าที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี โดยอัตราค่าไฟฟ้าต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (ร่างมาตรา 16 และร่างมาตรา 17)

หมวด 3 การกำกับติดตามอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์และซากอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (ร่างมาตรา 18 และร่างมาตรา 19)

-กำหนดหลักเกณฑ์การกำกับติดตามอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี โดยให้มีการดำเนินการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือองค์กรที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (ร่างมาตรา 18)

-กำหนดห้ามการถอดแยกชิ้นส่วนซากอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เว้นแต่การถอดและประกอบกลับเข้าตามเดิม การซ่อมแซมเพื่อนำกลับมาใช้ซ้ำ การดำเนินการ เพื่อการศึกษา ทดลอง และวิจัย การถอดแยกของสถานกำจัดซากอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์หรือลักษณะอื่นใดตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ทั้งนี้ หากมีของเสียจากการถอดแยกชิ้นส่วนดังกล่าวเกิดขึ้นจะต้องนำของเสียนั้นไปกำจัดให้ถูกต้อง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขอนามัยของประชาชน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (ร่างมาตรา 19)

หมวด 4 พนักงานเจ้าหน้าที่ (ร่างมาตรา 20 ถึงร่างมาตรา 24)

-กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ที่ติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในกรณีที่ทราบหรือได้รับแจ้งเหตุว่าการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวอาจไม่เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสาธารณะหรือสถานที่ใกล้เคียง รวมทั้งมีอำนาจออกหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้ง หรือให้ส่งวัตถุใดมาเพื่อประกอบการพิจารณาตรวจสอบได้ (ร่างมาตรา 20)

-กำหนดให้พนักงานท้องถิ่นที่จะปฏิบัติการตามหมวดนี้ต้องได้รับ การแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ และให้บุคคลที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา (ร่างมาตรา 21 ถึงร่างมาตรา 24)

หมวด 5 บทกำหนดโทษ (ร่างมาตรา 25 ถึงร่างมาตรา 31)

-กำหนดโทษทางอาญาและโทษปรับเป็นพินัยสำหรับผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งกำหนดโทษทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล

บทเฉพาะกาล

กำหนดให้ พ.ร.บ.นี้ ใช้บังคับกับการขออนุญาตติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่ดำเนินการมาก่อน พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับและยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้นด้วย (ร่างมาตรา 32)

กองทัพบกไทยปัดข้อกล่าวหาเขมร ย้ำชัด!! แม่ทัพภาคที่ 2 ไม่เคยพูดใช้กำลังยึดปราสาทตาควาย

(11 ส.ค. 68) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณี พลโท หญิงมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกแถลงการณ์ต่อคำสัมภาษณ์ของ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เกี่ยวกับปราสาทตาควาย โดยยืนยันว่าข้อความที่แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว ไม่ได้มีความหมายตามที่ฝ่ายกัมพูชาตีความ และไม่ได้พูดถึงการเคลื่อนกำลังเพื่อรุกล้ำอธิปไตยของกัมพูชา

โฆษกกองทัพบกระบุว่า สิ่งที่แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว คือ ปราสาทตาควายอยู่ในอธิปไตยของไทย และในช่วงที่เคยมีการปะทะ ไทยได้พยายามเข้าไปยึดแต่ไม่สำเร็จ จึงวางกำลังไว้บริเวณนอกตัวปราสาท ห่างประมาณ 30 เมตร

ในอนาคต ไทยมีเป้าหมายที่จะนำพื้นที่กลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของไทยตามขั้นตอนที่เหมาะสม พร้อมเตรียมหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นเจรจาในกรอบการประชุม RBC ภายใน 2 สัปดาห์ โดยย้ำว่ากองทัพไทยจะไม่ถอยจากแนววางกำลังเดิม

พลตรี วินธัย ย้ำว่า แม่ทัพภาคที่ 2 ไม่เคยพูดถึงการใช้กำลังทางทหารในการดำเนินการกรณีปราสาทตาควาย และข้อกล่าวอ้างของกัมพูชาที่ว่ามีความพยายามยั่วยุหรือวางแผนใช้กำลัง จึงไม่เป็นความจริง

'เสธ.เบิร์ด' ฝากถึงผู้นำเขมร ก่อนจะแหกปากแถลงโกหก ลั่น ไทยยึด ‘ภูมะเขือ’ ได้ 100% ช่วยแหกตาดูความจริงด้วย

(11 ส.ค. 68) - พล.ต.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ฝากถึงผู้นำเขมรก่อนที่จะออกมาแหกปากแถลงโกหกขอให้แหกตาดูความจริงด้วย

เรื่องโกหก ที่เขมรพยายามหลอกคนเขมรด้วยกันว่า ยอดภูมะเขือไทยยังยึดไม่ได้

เรื่องจริงคือ บนยอดมะเขือ ณ ปัจจุบัน ทหารไทยสามารถสถาปนาความมั่นคงได้อย่างสมบูรณ์แบบ 100% แล้ว

1 ได้ทำการทำลายบันไดทางขึ้นทั้งหมด
2 ได้ทำการวางลวดหนามหีบเพลงบริเวณขอบเขาโดยรอบเรียบร้อย
3 ตรวจพบระเบิดสังหารบุคคลจำนวนมาก
4 ทหารไทยได้ปักธงชาติไทยเหนือยอดภูมะเขือปลิวไสวเป็นสง่า

ภูมิประเทศบนยอดภูมะเขือนี้ถือว่าเป็นชัยภูมิที่สำคัญได้เปรียบอย่างยิ่งทั้งการตรวจการและพื้นการยิง

มองจากยอดภูออกไปทางเขมร ด้านซ้ายสามารถมองตรวจการณ์ได้ไกลถึงปราสาทพระวิหารสามารถเห็นเส้นทางการส่งกำลังของเขมรได้อย่างชัดเจน ส่วนทางด้านหน้าและทางขวาก็เช่นเดียวกันสามารถตรวจเห็นเส้นทางการเคลื่อนย้ายของเขมรได้ทั้งหมด ภูมิประเทศบนยอดมะเขือนี้จึงถือว่าเป็นภูมิประเทศสำคัญที่เขมรก็อยากที่จะยึดกับคืนให้ได้

13 สิงหาคม พ.ศ. 2413 กองทัพไทยสมัย ร.๕ ปรับเปลี่ยนระบบคำบอกแถวทหาร จากเดิมที่ใช้คำสั่งเป็นภาษาอังกฤษ เป็นภาษามคธ (บาลี)

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2413 ในสมัยรัชกาลที่ 5 กองทัพไทยได้มีการปรับเปลี่ยนระบบคำบอกแถวทหาร จากเดิมที่ใช้คำสั่งเป็นภาษาอังกฤษ มาเป็น ภาษามคธ (บาลี) เพื่อให้สอดคล้องกับภาษาและวัฒนธรรมของชาติ รวมทั้งเสริมสร้างอัตลักษณ์ทหารไทยให้แตกต่างจากแบบแผนตะวันตก

ก่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ กองทัพไทยรับแบบแผนฝึกจากตะวันตก โดยเฉพาะอังกฤษ ซึ่งรวมถึงคำสั่งบอกแถว เช่น การทำความเคารพ การเคลื่อนพล และการจัดระเบียบแถว แต่ต่อมา ทางราชการเห็นว่าควรปรับเป็นคำที่เข้าใจง่าย และมีรากทางวัฒนธรรมไทย-พุทธมากขึ้น จึงเลือกใช้ภาษามคธเป็นหลัก

ตัวอย่างคำบอกที่เปลี่ยนมาใช้ เช่น “วันทยาวุธ” แทนการทำความเคารพด้วยอาวุธ “วันทยาหัตถ์” แทนการทำความเคารพด้วยมือ

การปรับครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ทหารไทยมีคำสั่งที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปฏิรูปกองทัพในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งมุ่งผสมผสานความทันสมัยกับการคงไว้ซึ่งรากเหง้าทางวัฒนธรรมไทย

คณะกรรมการมวยญี่ปุ่น (JBC) เรียกประชุมฉุกเฉิน หลังนักมวยเสียชีวิต 2 ราย จากอาการบาดเจ็บรุนแรงที่สมอง

(11 ส.ค. 68) คณะกรรมการมวยสากลญี่ปุ่น (JBC) เตรียมประชุมฉุกเฉินในวันอังคารนี้ (12 ส.ค.) หลังเกิดเหตุเศร้า นักมวย 2 คนเสียชีวิตจากการชกในรายการเดียวกันเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่โถงโคระคุเอ็น ฮอลล์ กรุงโตเกียว ผู้เสียชีวิตคือ ชิเงโตชิ โคทาริ (Shigetoshi Kotari) รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวต และ ฮิโรมาสะ อุราคาวะ (Hiromasa Urakawa) รุ่นไลต์เวต ซึ่งทั้งคู่มีอายุ 28 ปี และเสียชีวิตภายหลังผ่าตัดสมอง

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า JBC พร้อมด้วยเจ้าของค่ายมวยและผู้เกี่ยวข้อง จะหารือมาตรการเพิ่มความปลอดภัยในวงการมวย รวมถึงปัญหาการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วที่อาจทำให้สมองเสี่ยงต่อการเลือดออก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ต้องเร่งหาทางป้องกัน

หนึ่งในมาตรการเร่งด่วนที่ประกาศแล้ว คือการลดจำนวนยกในศึกชิงแชมป์ของสหพันธ์มวยตะวันออกและแปซิฟิก (OPBF) จาก 12 ยก เหลือ 10 ยก โดยเลขาธิการ JBC ระบุว่า ปัจจุบันนักชกญี่ปุ่นมีพลังการชกสูงขึ้นและสามารถออกหมัดหนักตั้งแต่ยกแรก การชกครบ 12 ยกอาจเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัย

JBC ยังเตรียมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากครูฝึกและผู้ดูแลนักมวย เพื่อหารือเรื่องวิธีลดน้ำหนักและการเตรียมร่างกายก่อนขึ้นชก โดยจะจัดการประชุมเชิงลึกด้านความปลอดภัยอีกครั้งในเดือนหน้า เพื่อหามาตรการระยะยาวลดความเสี่ยงการบาดเจ็บร้ายแรงในอนาคต

‘สม รังสี’ จี้ ‘ฮุน เซน’ เปิดตัวเลขกำลังพลตายในสนามรบ โพสต์ภาพการ์ตูนล้อเรียน ‘ผีทหารกัมพูชา’ รายล้อมเตียงนอน

(12 ส.ค. 68) สม รังสี แกนนำฝ่ายค้านกัมพูชาที่ลี้ภัยในต่างประเทศ ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลภายใต้การนำของ ‘ฮุน เซน’ ชี้แจงข้อเท็จจริงหลังการหยุดยิง 5 วันกับไทย โดยขอให้ระบุชัดว่ากองทัพกัมพูชาควบคุมพื้นที่ใดได้บ้าง พร้อมเปิดเผยจำนวนทหารและพลเรือนที่เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ จำนวนครอบครัวที่พลัดถิ่น รวมถึงแรงงานที่ต้องกลับจากไทยและมาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม

ระหว่างพบปะชาวกัมพูชาที่เมืองแซงเบรี ประเทศฝรั่งเศส สม รังสี กล่าวเหน็บว่าทหารกัมพูชายิงไม่แม่นเพราะใช้อาวุธไร้ประสิทธิภาพจนพลาดไปโดนพลเรือนไทย ขณะที่ทหารไทยใช้ F-16 ยิงได้แม่นยำกว่า คำพูดนี้ทำให้ฮุนเซนฉุนจัด โพสต์เฟซบุ๊กถามกลับว่าเขาเป็น “คนหรือสัตว์” ที่กล้ายกย่องผู้รุกรานและดูหมิ่นกองทัพกัมพูชา

ต่อมา ค่ำวันที่ 11 ส.ค. สม รังสี ยังโพสต์การ์ตูนล้อเป็นภาพผีทหารกัมพูชารายล้อมเตียงนอนของฮุนเซน พร้อมข้อความภาษาเขมร “ฮุนเซนชดใช้ชีวิตคืนให้ทหาร” และภาษาอังกฤษ “Give me back my life” จุดกระแสในโลกออนไลน์กัมพูชาอย่างดุเดือด บางเสียงถึงขั้นเรียกร้องให้ถอนสัญชาติของเขา

ด้านฮุนเซนไม่อยู่เฉย แชร์คลิปการปราศรัยของสม รังสี บนเพจทางการที่มีผู้ติดตามกว่า 15 ล้านคน พร้อมระบุว่ากองทัพไทยยิงถล่มโรงเรียน วัด บ้านเรือน และแม้แต่ปราสาทพระวิหาร ทำให้ครอบครัวหลายพันต้องอพยพหนีภัย และตั้งคำถามว่าทำไมคนกัมพูชาบางคนกลับเลือกยกย่องผู้รุกรานแทนที่จะปกป้องเกียรติของชาติ

‘ใบตองแห้ง’ เหน็บทหารนำประเทศไม่ได้ แค่ปั่นกระแสชาตินิยมช่วงวิกฤตชายแดน

(12 ส.ค. 68) อธึกกิต แสวงสุข หรือ ใบตองแห้ง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Atukkit Sawangsuk' พร้อมแชร์ข่าวจากเพจ Matichon Online - มติชนออนไลน์ ประเด็นเราเปิดพื้นที่ให้ “ทหาร-กองทัพ” นำประเทศมาพักใหญ่ ในช่วงวิกฤตการณ์ตรงชายแดนไทย-กัมพูชา เช่นเดียวกับที่ผู้คนในสังคมก็พลอยอินกับกระแส “ทหารนำการเมือง” ไปด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อวิกฤตดังกล่าวเริ่มสงบลง (แม้อาจไม่ยุติอย่างสิ้นเชิง แต่ต้องตามแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง-เจรจาต่อรองกันไปเรื่อยๆ) คนไทยและสังคมไทยก็ได้เวลาหวนคืนสู่ "ความเป็นจริงหลัก" หรือ "โจทย์ปัญหาหลัก" ของตนเอง 

นั่นคือเราจะเอาอย่างไรกับ "การเมืองไทย" ดี?

กระนั้นก็ตาม ในความเป็นจริง กองทัพคงไม่สามารถ "นำการเมือง" หรือ "นำประเทศ" ไปได้ตลอดรอดฝั่ง บทพิสูจน์ คือ พวกเขาเคยได้รับโอกาสนี้มาแล้วเกือบหนึ่งทศวรรษ และทำให้หลายคนตระหนักดีว่านั่นกลับกลายเป็น "ทศวรรษที่สูญเปล่าและน่าเสียดาย" ของสังคมไทย

‘ใบตองแห้ง’ โพสต์ข้อความว่า “จริงๆแล้วทหารนำประเทศไม่ได้ แค่ใช้โอกาสปัญหาชายแดนปั่นชาตินิยมทหารนิยม คุมนโยบายความมั่นคง แต่ทหารก็ไปสุด แบบถึงขนาดรัฐประหารไม่ได้ ไม่มีความสามารถพอบริหารประเทศ  นั่นเป็นจุดที่มันจะค้างเติ่ง”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top