Friday, 12 June 2026
TheStatesTimes

ILINK กวาดรายได้ครึ่งปีกว่า 3,092 ล้านบาท เดินหน้าปรับแผนรุกตลาดเสริมแกร่ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก

ครึ่งปีแรกยังโตมั่นคง ILINK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2568 รายได้รวม 3,092.79 ล้านบาท กำไรสุทธิ 161.77 ล้านบาท ปรับกลยุทธ์เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจจัดจำหน่ายสัญญาณ ชู LINK AMERICAN & GERMAN RACK และเตรียมลุยโครงการสายเคเบิลใต้น้ำมูลค่ารวมกว่า 1.08 หมื่นล้านบาท

บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK รายงานผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก (มกราคม – มิถุนายน 2568) ทำรายได้รวม 3,092.79 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 161.77 ล้านบาท แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังคงมีความท้าทาย แต่บริษัทยังคงรักษาความแข็งแกร่งในทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก พร้อมปรับกลยุทธ์เน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ (Quality Growth) และสร้างโอกาสจากโครงการขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ด้านธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ (Cabling Distribution Business) ยังคงเป็นหัวใจหลักของ ILINK ที่สร้างรายได้ต่อเนื่องมากว่า 38 ปี โดยในไตรมาส 2 นี้ สร้างรายได้รวม อยู่ที่ 1,356.80 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 9.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 144.88 ล้านบาท ลดลง 12.47% อย่างไรก็ตาม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ LINK AMERICAN และ GERMAN RACK ที่ได้รับความนิยมสูง และมีความต้องการอย่างต่อเนื่องในตลาดปัจจุบัน ดังนั้น บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การจัดจำหน่ายให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น ครอบคลุมทั้งสายสัญญาณ LINK AMERICAN และ 19"GERMANY EXPORT RACK โดยขยายช่องทางจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค พร้อมเพิ่มไลน์สินค้าในกลุ่มสายสำหรับโซลาร์เซลล์ (Solar Cable) และสายสัญญาณสำหรับ Data Center ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตจากการลงทุนด้านพลังงานสะอาด และดิจิทัล นอกจากนี้ หากการปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เป็น 0% เกิดขึ้นจริง จะส่งผลบวกต่อสินค้ากลุ่มสาย Solar ที่ ILINK พร้อมนำเข้าจากผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกทันที

ส่วนธุรกิจวิศวกรรมโครงการ (Turnkey Engineering Business) ทำรายได้ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 267.45 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวม 0.36 ล้านบาท ลดลงถึง 99.31% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แม้ปัจจุบันจะมี Backlog ไม่มาก และเป็นโครงการที่เลื่อนส่งมอบ หรือ ต้นทุนสูงซึ่งมีกำไรต่ำ แต่ผู้บริหารย้ำว่าผู้ลงทุนควรจับตาโครงการขนาดใหญ่ที่จะสร้างกำไรอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต โดยเฉพาะ โครงการสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 115 เควี ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ไปยังเกาะสมุย มูลค่า 1,800 ล้านบาท ซึ่ง ILINK ชนะการประมูลแล้ว และอยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากบอร์ด PEA เพื่อเริ่มดำเนินการ และโครงการสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 230 เควี ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) มูลค่า 9,015 ล้านบาท ที่บริษัทเตรียมเข้าประมูลร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ โดยหากผ่านคุณสมบัติ และชนะการประมูล จะถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงภาพรวมธุรกิจวิศวกรรมโครงการของ ILINK อย่างชัดเจน

สำหรับธุรกิจโทรคมนาคม และดาต้าเซ็นเตอร์ (Telecom Business & Data Center) ยังคงเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของบริษัทฯ ในการให้บริการโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบสื่อสารในยุคดิจิทัล ในนาม บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL ได้เปิดเผยว่า ในไตรมาส 2/2568 ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก พร้อมเตรียมเข้าร่วมโครงการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง และเพื่อสังคม (USO Phase 3) ของ กสทช. เพื่อขยายการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในครึ่งปีหลังและต่อเนื่องในอนาคต

โดยบริษัทฯ มีรายได้รวมในไตรมาสนี้ อยู่ที่ 663 ล้านบาท มีกำไรสุทธิจากบริษัท (ITEL) 21 ล้านบาท แม้บริษัทย่อยขาดทุนสุทธิ 18 ล้านบาท จากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตของลูกค้ารายหนึ่ง แต่รายได้ประจำ (Recurring Income) ยังคงเติบโตต่อเนื่องจากฐานลูกค้าองค์กรและเอกชน พร้อมสัญญาลูกค้ารายใหม่กว่า 10 ล้านบาท โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/2568 มีมูลค่า Backlog รวม 1.8 พันล้านบาท นับว่า ITEL เดินหน้าสู่การเป็นผู้ให้บริการติดตั้ง และวางระบบคลาวด์ครบวงจร (Cloud Implementor) พร้อมยกระดับ Interlink Data Center ให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยสากล PCI DSS เวอร์ชัน 4.0.1 ควบคู่กับการดำเนินโครงการ “ITEL Green Data Center” เพื่อลดการใช้พลังงานและส่งเสริมพลังงานสะอาด รองรับบริการ AI และ Cloud Infrastructure และช่วยลดต้นทุนพลังงาน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) กับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์จากต่างประเทศ เพื่อเชื่อมต่อโครงข่ายสื่อสาร ศูนย์ข้อมูล และระบบคลาวด์ระดับโลก ครอบคลุมหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อยกระดับสู่การเป็น “Regional Player” เต็มรูปแบบ

นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ครึ่งปีหลัง เรามีความมั่นใจว่าจะเห็นการเติบโตที่ดีขึ้นจากทั้งรายได้ และงานในมือจำนวนมาก โดยเรายังคงยึดกลยุทธ์บริหารต้นทุนอย่างรัดกุม พร้อมการลงทุนในเทคโนโลยี เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ แม้ได้ปรับเป้ารายได้ปี 2568 ลงจาก 7,120 ล้านบาท เหลือ 6,500 ล้านบาท (เติบโต 5% YoY) แต่เรามีปัจจัยบวกจากโครงการขนาดใหญ่ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในอนาคต”

ด้วยศักยภาพของทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ พร้อมด้วยกลยุทธ์การขยายตลาด และการเข้าร่วมโครงการขนาดใหญ่ ILINK มั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตที่มั่นคง และยั่งยืน สร้างคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายต่อไปตามหลักกลยุทธ์ Quality Growth หรือ เติบโต ต่อเนื่อง และยั่งยืน แบบมีคุณภาพ

‘หุ่นยนต์สี่ขา’ จากจีน วิ่งเร็วทุบสถิติ ‘กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด’ โค่นเกาหลีใต้!! ระยะ 100 เมตร วิ่งได้ 16.33 วินาที

(14 ส.ค. 68) มหาวิทยาลัยเจ้อเจียงในจีน ประกาศความสำเร็จ เมื่อเจ้า 'ไวท์ไรโน' (White Rhino) หุ่นยนต์สี่ขา พัฒนาร่วมโดยศูนย์ X-Mechanics คณะวิศวกรรมการบินและอวกาศ และศูนย์นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโลกหางโจว สามารถวิ่ง 100 เมตร ได้ในเวลาเพียง 16.33 วินาที ทำลายสถิติโลก “กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด” เดิมของหุ่นยนต์ 'ฮาวด์' (Hound) จากเกาหลีใต้ที่เคยทำไว้ 19.87 วินาที เมื่อปี 2022 

ศาสตราจารย์หวัง หงเทา (Wang Hongtao) หัวหน้าโครงการเผยว่า การวิ่งระยะสั้น 100 เมตร เป็นบททดสอบทั้งพลัง ความเร็ว ความมั่นคง และการควบคุมท่ามกลางความเร็วสูง พร้อมย้ำว่าผลสำเร็จครั้งนี้สะท้อนว่าทีมวิจัยมาถูกทางด้านเทคโนโลยี

สำหรับจุดเด่นของไวท์ไรโนคือ แนวคิดการออกแบบ (Robot Forward Design) ที่จำลองการทำงานของข้อต่อและมอเตอร์ในหลายสภาพแวดล้อม เพื่อหาการออกแบบที่เหมาะสมที่สุดตั้งแต่ต้น พร้อมติดตั้งชุดขับเคลื่อนกำลังสูงที่ทีมพัฒนาขึ้นเอง ทำให้ทั้งแรงบิดและการตอบสนองอยู่ในระดับเดียวกับ “กล้ามเนื้อนักแข่งจริง”

นอกจากนี้ ไวท์ไรโนยังแบกน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม จึงเหมาะกับการใช้งานในภารกิจช่วยเหลือภัยพิบัติ หรือการขนส่งในพื้นที่ทุรกันดาร โดยเป้าหมายต่อไปของทีมคือการต่อยอดให้หุ่นยนต์ไม่เพียง 'วิ่งเร็ว' แต่ต้อง “วิ่งได้อย่างมีประโยชน์ต่อสังคม” ด้วย

ตำรวจกัมพูชา บุกจับ “วัน มรณา” อินฟลูฯ-แม่ค้าชื่อดัง คาดปมไลฟ์สดวิจารณ์รัฐบาล!! ปกปิดยอดทหารเสียชีวิต

(14 ส.ค. 68) ตำรวจจังหวัดกันดาล กัมพูชา บุกจับ “เชง เสร็ยร็วต” หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ “วัน มรณา” อินฟลูเอนเซอร์และแม่ค้าผลิตภัณฑ์ความงาม (Love Riya) ที่บ้านพักในโครงการ Borey ML Tiara 50m เมืองตาเขมา โดยการปฏิบัติการครั้งนี้มีการประสานงานระหว่างสำนักงานอัยการกับกองบัญชาการตำรวจจังหวัด ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด

หลังจับกุม ตำรวจได้นำตัว “เชง เสร็ยร็วต” ไปสอบสวนที่สำนักงานตำรวจจังหวัด โดยยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุหรือข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ยืนยันเพียงว่าจะดำเนินการสืบสวนอย่างละเอียด และปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด

เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากสื่อและสังคม เนื่องจาก “เชง เสร็ยร็วต” เป็นบุคคลมีชื่อเสียงในกัมพูชา ขณะเดียวกันมีหลายเพจทั้งในไทยและต่างประเทศรายงานตรงกันว่า ก่อนถูกจับ เธอเพิ่งไลฟ์สดวิจารณ์รัฐบาลว่าปกปิดยอดทหารเสียชีวิต

ทั้งนี้ “เชง เสร็ยร็วต” เคยเป็นที่รู้จักกว้างขวางจากภาพไวรัลที่แต่งชุดทหารหญิงใส่ส้นสูง เดินแจกของให้กองทัพกัมพูชา สร้างกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์มาก่อนหน้านี้

‘เซเลนสกี’ หวั่นถูกตัดออกจากการเจรจา ‘ยูเครน-รัสเซีย’ อาจใช้ทุกวิถีทางล้มโต๊ะประชุมระหว่าง ‘ปูติน-ทรัมป์’

(14 ส.ค. 68) นักวิชาการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชาวเวียดนาม ดร. ฮวง เจียง (Hoang Giang) กล่าวกับสำนักข่าวสปุตนิกว่า ประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี กังวลอย่างมากที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน และประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาพลักษณ์และอำนาจของเขา

ดร.ฮวง เจียง แสดงทรรศนะว่า เซเลนสกีและทีมงานอาจพยายามทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางการประชุมครั้งนี้ หรืออย่างน้อยสร้างความกังวลและเงื่อนไขลบต่อการเจรจา พร้อมอ้างคำพูดของนายกรัฐมนตรีฮังการี วิคเตอร์ ออร์บาน (Viktor Orban) ว่า “ถ้าไม่ได้อยู่ที่โต๊ะเจรจา คุณก็กลายเป็นอาหารของฝ่ายอื่น”

ขณะที่ กระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า ข้อมูลข่าวกรองหลายแหล่งชี้ว่ารัฐบาลยูเครนอาจวางแผนการยั่วยุให้สับสนและขัดขวางการประชุมระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ ที่มีกำหนดวันศุกร์นี้ (15 ส.ค.) โดยอาจใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นในเขตชูเกียฟของภูมิภาคคาร์คิฟใกล้ชายแดนรัสเซีย ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสูญเสียต่อพลเรือนอย่างมาก

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมรัสเซียเตือนว่า อาจเกิดการยั่วยุในเมืองอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลยูเครนได้เช่นกัน และนักข่าวตะวันตกที่อยู่ในพื้นที่อาจรายงานเหตุการณ์ทันที ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันทางสื่อและการเมืองต่อการประชุมระหว่างผู้นำโลก

‘มาคาเลียส’ เสิร์ฟโปรเด็ดต้อนรับเดือนวันแม่ ขนที่พักติดทะเลเอาใจคุณแม่ตลอดเดือนสิงหาคม

นางสาวณีรนุช ไตรจักร์วนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาคาเลียส ประเทศไทย จำกัด (Makalius) แหล่งรวม อี-วอเชอร์ที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว อันดับ 1 ของประเทศไทย เปิดเผยว่า ในเดือนสิงหาคม 2568 ตลอดทั้งเดือน ทางมาคาเลียส ได้จัดเตรียมโปรโมชั่นเด็ดไม่ซ้ำใครต้อนรับวันแม่ ในแคมเปญ “มาคาเลียสชวนแม่เที่ยว รับลมทะเล” ขนที่พักติดทะเลให้ลูก ๆ ควงแขนคุณแม่ไปฟินกันตลอดเดือน อาทิ

• Garden Cliff Resort & Spa (การ์เด้น คลิฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา พัทยา) รีสอร์ทสุดหรูติดหาดส่วนตัว เอาใจคุณแม่ด้วยบริการสปาครบวงจรผ่อนคลายกับทรีตเมนต์สปาสุดฟิน ได้พักผ่อนแบบเงียบสงบ จิบกาแฟในคาเฟ่ริมทะเล ในราคาเริ่มต้นเพียง 2,299 บาท/ห้อง

• Grand Pacific Sovereign Resort & Spa (แกรนด์ แปซิฟิก ชะอำ) โรงแรมระดับ 5 ดาว ติดทะเล พร้อมให้คุณแม่ได้ฟินกับการว่ายน้ำในสระขนาดใหญ่ พักผ่อนสบายในห้องพักหรู ชมวิวทะเล ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,999 บาท/ห้อง รวมอาหารเช้าและเครื่องดื่ม

• Greenhills Resort Siracha (กรีนฮิลส์ รีสอร์ท ศรีราชา) ที่พักท่ามกลางธรรมชาติ เงียบสงบ เหมาะกับคุณแม่ที่มีลูกเล็กเพราะมีสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ และมีกิจกรรมสำหรับครอบครัวให้ทำทั้งวัน ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,999 บาท/ห้อง รวมอาหารเช้าและอาหารเย็น

• Eco Cozy Beachfront Resort Chaam (อีโค โคซี่ บีชฟรอนท์ รีสอร์ท ชะอำ) รีสอร์ทแนว Eco สุดอบอุ่น ติดชายหาด เหมาะกับการพาคุณแม่มาชาร์ทพลัง เพราะที่พักให้บรรยากาศเหมือนอยู่บ้านริมทะเล เรียบง่ายแต่อบอุ่น ในราคาเริ่มต้นเพียง 2,299 บาท/ห้อง รวมอาหารเช้าและอิ่ม เซ็ตดินเนอร์แบบจัดเต็ม 

สนใจจองที่พักราคาพิเศษ ตลอดเดือนสิงหาคม 2568 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.makalius.co.th/ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม Line Official @makalius

‘เอกนัฏ’ จับจริง ส่งชุดสุดซอย -บก.ปทส. - DSI บุกจับโจรลักของกลาง ช่วงดึกที่ปราจีนบุรี

(14 ส.ค. 68) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมารับรายงานด่วนว่า มีการลักลอบเคลื่อนย้ายของกลางที่ได้มีการยึดอายัดไว้ ที่ จ.ปราจีนบุรี จึงได้มอบหมายให้นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าทีมสุดซอย กระทรวงอุตสาหกรรม ประสานกับเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต. วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส. และกรมสอบสวนกลางคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) วางแผนติดตามตรวจสอบ และจับกุม โดยมีสื่อมวลชนร่วมบันทึกคลิปหลักฐาน

นายเอกนัฏ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 เวลา 20.00 น. ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีกลุ่มบุคคลนำรถกระบะเข้ามาขนย้ายสิ่งของ ซึ่งเป็นของกลางที่ยึดอายัดไว้ จากบริษัทหัวไท่ เชิงเหอ จำกัด ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 10 ต.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ที่อยู่ระหว่างถูกคำสั่งปิดและอยู่ระหว่างการสอบสวนดำเนินคดีโดย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คดีพิเศษที่ 69/2568 โดยขณะเกิดเหตุพบรถกระบะบรรทุกสีขาว จำนวน 3 คัน ขับเข้าไปยังบริษัท และในเวลา 22.00 น. รถทั้ง 3 คันได้ทยอยออกมา มีการบรรทุกสิ่งของที่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เจ้าหน้าที่ที่วางกำลังอยู่จึงเข้าทำการจับกุม ผู้ขับรถของกลางทั้ง 3 ราย คือ 1.นายเยง ซาน ทุน สัญชาติเมียนมา 2.นายอาโย๊ะ หมื่อแล สัญชาติไทย และ 3.นายลี จิน ชุน สัญชาติจีน จึงทำการเชิญตัวไปทำการสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรระเบาะไผ่

ด้านนางสาวฐิติภัสร์ กล่าวว่า ภายหลังมีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยและของกลางมายังสถานีตำรวจฯ แล้วเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบสิ่งที่บรรทุกมาเพิ่มเติมและพบว่าเป็นของกลางที่ยึดอายัดไว้จริง จึงได้ทำการแจ้งข้อหา 1.ร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ พ.ร.บ.โรงงาน 2.รวมกันครอบครองวัตถุอันตรายโดยมิได้รับอนุญาต 3.ร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย 4.ร่วมกันเอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์สินที่พนักงานยึดไว้ โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 คนรับสารภาพตามข้อกล่าวหาทั้งหมดจึงจับกุม และคุมขังที่สถานีตำรวจภูธรระเบาะไผ่

ทั้งนี้ จากข้อมูลที่ชุดสุดซอย ตำรวจ บก.ปทส. ดีเอสไอ และสื่อมวลชน ได้ร่วมกันวางแผนติดตามตรวจสอบและจับกุม และบันทึกคลิปวีดีโอทั้งหมด จะนำไปเป็นหลักฐานเพื่อนำขึ้นสู่การพิจารณาดำเนินคดีและไต่สวนของศาลเพิ่มเติม ถึงพฤติกรรมของผู้ประกอบการที่ไม่เคารพกฎหมาย ฝ่าฝืนกฎหมายหลายข้อหา

“คาดว่าโรงงานดังกล่าวได้วางแผนลักลอบขนย้ายของกลางเพื่อนำไปขายต่อ และปกปิดอำพรางของกลาง แต่ในทางกฎหมายไม่สามารถทำได้เนื่องจากโรงงานฯ ได้มีคำสั่งปิดและยึดอายัดของกลาง พร้อมอยู่ระหว่างการดำเนินคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งการกระทำในครั้งนี้ถือว่าอุกอาจมาก จึงต้องให้เจ้าหน้าที่เอาผิดดำเนินคดีให้ถึงที่สุด” นางสาวฐิติภัสร์ กล่าว

16 สิงหาคม พ.ศ. 2485 รัชกาลที่ ๔ พระราชทานฐานะเมืองปราณบุรี หรือเดิมคือชื่อเมืองนารัง กลายเป็นจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2485 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานฐานะให้เมืองปราณบุรีกลายเป็นจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเดิมอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์เคยมีชื่อว่า “เมืองนารัง” หรือ “เมืองบางนางรม” ตามหลักฐานในคำให้การชาวกรุงเก่า

หลังกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าในปี พ.ศ. 2310 เมืองนารังเลิกร้างไป จนถึงสมัยรัชกาลที่ 2 ได้โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเมืองบางนางรมขึ้นใหม่ แต่เนื่องจากที่ดินไม่เหมาะสม จึงย้ายไปตั้งที่เมืองกุย และต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 เปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองประจวบคีรีขันธ์” รวมเมืองกุย เมืองคลองวาฬ และเมืองบางนางรมเข้าด้วยกัน

ในสมัยรัชกาลที่ 5 เมืองประจวบคีรีขันธ์ถูกจัดให้อยู่ในมณฑลราชบุรีเป็นอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2449 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้รวมเมืองปราณบุรีและอำเภอใกล้เคียงเข้าด้วยกัน ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเมืองปราณบุรีเป็น “เมืองประจวบคีรีขันธ์” ในสมัยรัชกาลที่ 6

ปัจจุบันอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ตั้งอยู่กึ่งกลางจังหวัด ห่างจากกรุงเทพฯ 281 กิโลเมตร มีชายแดนติดประเทศไทย-เมียนมา ยาว 44 กิโลเมตร จุดผ่านแดนที่สำคัญคือช่องด่านสิงขร และมีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอกุยบุรีทางเหนือ อ่าวไทยทางตะวันออก อำเภอทับสะแกทางใต้ และเขตตะนาวศรีของเมียนมาทางตะวันตก

‘สตาร์บัคส์เกาหลี’ ประกาศห้ามตั้งออฟฟิศภายในร้าน หลังมีลูกค้ายกคอมฯ ตั้งโต๊ะ-เครื่องปริ้นฯ มานั่งทำงานเกินความพอดี

(14 ส.ค. 68) สตาร์บัคส์ เกาหลีใต้ ออกประกาศขอความร่วมมือลูกค้าไม่ให้นำ 'อุปกรณ์ขนาดใหญ่' เช่น เครื่องพิมพ์ หรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เข้ามาทำงานในร้าน หลังพบว่าบางคนขนคอมพิวเตอร์มาหลายเครื่อง เพื่อจับจองพื้นที่เหมือนออฟฟิศส่วนตัว

กระแสทำงาน-อ่านหนังสือในคาเฟ่ หรือที่ชาวเกาหลีเรียกว่า 'คากงจก' (cagongjok) กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม โดยเฉพาะหลังโควิดที่การทำงานจากบ้านเพิ่มขึ้น หลายคนใช้พื้นที่ร้านกาแฟนั่งยาวหลายชั่วโมง ซื้อเพียงแก้วเดียว ก็เพราะว่าได้ใช้ไฟฟ้าฟรีในห้องแอร์เย็นๆ 

สตาร์บัคส์ระบุว่าโน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือยังคงนำมาใช้ได้ แต่ห้ามนำของที่กระทบการใช้พื้นที่ร่วมกับคนอื่น เพื่อให้ลูกค้าทุกคนมีประสบการณ์ที่ดีและเข้าถึงร้านได้อย่างเท่าเทียม

อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตเกาหลีบางส่วนชื่นชมมาตรการนี้ พร้อมเรียกร้องให้ร้านกาแฟอื่นทำตาม ขณะที่บางคนเผยว่าเคยเลิกไปสตาร์บัคส์เพราะไม่พอใจกับพฤติกรรมลูกค้าบางกลุ่มที่ “ไม่มีมารยาท” และ “จับจองที่นั่งเกินพอดี”

มาตรการดังกล่าวสะท้อนทิศทางเดียวกับคาเฟ่หลายประเทศ รวมถึงอังกฤษ ที่เริ่มจำกัดพฤติกรรมลูกค้าทำงานนานเกินไป เพื่อเพิ่มการหมุนเวียนที่นั่งและรักษาบรรยากาศร้านให้เป็นพื้นที่พบปะและดื่มกาแฟมากกว่าที่ทำงานถาวร

พิษณุโลก ชุดปฏิบัติภารกิจทางการช่างกองทัพภาคที่ 3 โดยกองพลพัฒนาที่ 3  สนับสนุน การปฏิบัติภารกิจทางการช่าง กองทัพภาคที่ 2

(14 ส.ค. 68) กองพลพัฒนาที่ 3 นำโดย พลตรี สกนธ์ เพชรทอง ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 ร่วมกับ สมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดพิษณุโลก (ส.อ.ร.ด.) นำโดย คุณประนอม ทิวะพันธุ์ นายกสมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดพิษณุโลก และผู้ที่มีจิตอาสา ได้จัดหาสิ่งอุกรณ์ในการปฏิบัติภารกิจสนับสนุน กองทัพภาคที่ 2 เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และร่วมมอบสิ่งของ และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจทางการช่าง ตามแนวชายแดน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงาน ณ กองบัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 ทั้งนี้ พลตรี สกนธ์ เพชรทอง ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 ได้กล่าวขอบคุณ คณะสมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดพิษณุโลก และผู้ที่มีจิตอาสาที่ได้ร่วมจัดหาสิ่งอุปกรณ์มามอบให้ในครั้งนี้ 

โฆษก ตร. แจง ผบ.ตร.ให้ความสำคัญคำของบประมาณให้คำนึงถึงประชาชน 

สวัสดิการตำรวจที่ขาดแคลน ทุกรายการหน่วยงานในสังกัดเสนอคำขอตามความต้องการในงบลงทุน ปี 69 ตร.ถูกตัดได้รับเพียง 15,000 ล้านบาทเศษ ไม่ใช่ 23,000 กว่าล้านบาทตามกล่าวอ้าง ซึ่งเป็นเพียงยอดคำขอแรก ส่วนบ้านพักตำรวจผู้ใหญ่ 7 หลัง ตร.เสนอขอตัดออกเองเพื่อความเหมาะสม 

(14 ส.ค. 68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบช.สกพ./โฆษก ตร.) กล่าวว่า กรณีที่ปรากฏข่าวตามสื่อสังคมออนไลน์ มีประเด็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับงบประมาณจำนวน 23,000 ล้านบาทเศษ นำไปใช้ในการก่อสร้างอาคารจำนวนมาก และมีการสร้างบ้านพัก 7 หลัง สำหรับข้าราชการตำรวจระดับสูงนั้น ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า จากข่าวที่ปรากฎออกไปเป็นการนำเสนอข่าวที่มีข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ทำให้สังคม ประชาชน อาจจะเข้าใจผิดในสาระสำคัญของการของบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในบางประเด็น จึงขอเรียนว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ความสำคัญกับสวัสดิการความเป็นอยู่ของข้าราชการตำรวจ เพื่อการปฏิบัติงาน การให้บริการประชาชน ตามนโยบายการบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งการอำนวยความสะดวก ดูแลพี่น้องประชาชนตามอำนาจหน้าที่ จึงกำชับหน่วยในการเสนอของบประมาณปี 69 ให้คำนึงถึงเรื่องดังกล่าวประกอบคำขอ

โดยในคำเสนอของบประมาณปี 2569 ประเภทงบลงทุน การจัดทำคำขอ ตั้งคำขอตามความจำเป็น และความต้องการของหน่วย/หน่วยงานตั้งแต่ระดับสถานีตำรวจ กองบังคับการ และกองบัญชาการ ได้เสนอความต้องการขึ้นมาตามขั้นตอน กระบวนการ และระเบียบทุกประการ ซึ่งต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองของ ตร. โดยคำของบประมาณ งบลงทุน จะประกอบด้วย ครุภัณฑ์ และสิ่งก่อสร้าง มีจำนวน 1,726 รายการ เป็นเงินจำนวน 23,164 ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยเสนอมาตามความต้องการ และสำหรับการตั้งคำขอรายการสิ่งก่อสร้าง หน่วยต้องมีความพร้อมในที่ดิน ปลอดภาระติดพัน มีหนังสือได้รับอนุมัติการใช้ที่ดิน แบบการก่อสร้าง มาตรฐานพร้อม

แต่กระบวนการ ขั้นตอนในการเสนอคำของบประมาณ จะต้องผ่านการพิจารณาจากสำนักงบประมาณ อนุกรรมาธิการ และกรรมาธิการ ของรัฐสภาตามกฎหมาย ซึ่ง ตร. ได้เข้าชี้แจงเหตุผล ความจำเป็น ต่อกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการทุกคณะ และผ่านเป็นร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ. 2569 ประเภทงบลงทุนของ ตร.ที่เสนอขอมา ได้ขอตัด ถูกปรับลด คงเหลือ 649 รายการ เป็นเงิน 15,597ล้านบาทเศษ ซึ่งในงบประมาณส่วนนี้เป็นสิ่งก่อสร้างอาคารที่ทำการ/ที่พักอาศัย เป็นเงินงบประมาณจำนวน 5,401 ล้านบาทเศษ มิใช่ 23,000 ล้านบาทเศษ ตามที่มีการเสนอข่าวแต่อย่างใด และในรายการสิ่งก่อสร้างนี้ เป็นการที่ ตร. ขอเสนอตัดงบประมาณของ ตร.เองในส่วนของบ้านพักข้าราชการระดับสูง วงเงินกว่า 91 ล้านบาทเศษ แม้ว่าบ้านพักดังกล่าวจะเป็นการเสนอของบประมาณครั้งแรก แต่ ผบ.ตร.ให้ตัดออก เพื่อป้องกันความสับสนเข้าใจผิดของประชาชน และได้นำงบประมาณส่วนนี้ไปใช้ในส่วนอื่นๆ ที่จำเป็นต่อประเทศชาติต่อไป
    
โฆษก ตร. กล่าวว่า ขอย้ำว่า ผบ.ตร.ได้ให้ความสำคัญในการตั้งคำของบประมาณในด้านการปฏิบัติงาน การบริการประชาชน และสวัสดิการตำรวจ คำของบประมาณอาคาร สถานที่ทำการ ที่พัก จะคำนึงถึงความต้องการของหน่วย ซึ่งในปัจจุบันยังไม่เพียงพอกับจำนวนกำลังพล สภาพที่พักขาดแคลนกว่า 40,000 นาย จากกำลังพลทั้งหมดรวมกว่า 200,000 นาย รวมถึงคุรุภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่หลายรายการยังขาดแคลน โดยทุกรายการเป็นไปตามมาตรฐานการออกแบบและราคากลางที่สำนักงบประมาณกำหนด ที่ทุกหน่วยเสนอตั้งคำของบประมาณตามความจำเป็น ตามภารกิจหน่วย ตั้งแต่ระดับสถานีตำรวจเสนอพิจารณาตามลำดับชั้น ซึ่งในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคณะกรรมการกลั่นกรอง ตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน ความพร้อมในทุกด้าน ตลอดจนพิจารณาเหตุผลความจำเป็น รวมถึง ตร.ให้ความสำคัญในการพิจารณางบประมาณของกรรมาธิการ ได้เสนอขอตัดงบบางรายการออก เพื่อให้การใช้งบประมาณมีความคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ ประชาชน และประเทศชาติ

นอกจากนี้ โฆษก ตร. ระบุว่า ผบ.ตร. ได้กล่าวว่า การนำเสนอข้อมูลต่างๆ ก็เป็นไปได้ที่มีเข้าใจตามข้อมูลที่มี แต่อยากสื่อสารและนำข้อมูลที่ถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ เพราะไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการใด และการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการทุกประเภท ก็ย่อมต้องใช้งบประมาณมาเพื่อปฏิบัติงานตามหน้าที่ เพื่อให้เกิดความสงบสุขของสังคมและพี่น้องประชาชนต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top