Thursday, 29 October 2026
NEWS FEED

อดีตนายกฯ “ทักษิณ” มาตามนัดศาลภาษีฯ!! ลั่นสบาย ๆ ไม่กังวล ปมสรรพากรยึด–อายัดทรัพย์ ร้องขอคุ้มครองชั่วคราวหุ้นชินคอร์ป ไม่กังวลคดีแม้โดนอายัดทรัพย์ซ้ำ คดีสรรพากรชี้ประเมินภาษีชอบแล้ว

“ทักษิณ” มาตามนัด! ลั่นสบายๆ ไม่กังวล ขึ้นศาลภาษีอากรกลาง ร้องคุ้มครองชั่วคราว ปมสรรพากรยึด-อายัดขายหุ้นชินคอร์ป

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 7 ต.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายังศาลภาษีอากรกลาง ที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะอาคารเอ เพื่อขึ้นนัดฟังไต่สวนขอคุ้มครองชั่วคราว กรณีนายทักษิณ เป็นโจทก์ ฟ้องกรมสรรพากรยึดทรัพย์ และอายัดทรัพย์ซ้ำซ้อนเพื่อนำไปชำระหนี้ภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ปฯ ในปี 2549 ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร วันที่ 14 ส.ค. 2568 ที่วินิจฉัยสรุปว่าการประเมินภาษีโดยกรมสรรพากรชอบแล้ว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายทักษิณว่า มีความกังวลอะไรหรือไม่ นายทักษิณ ระบุว่า ไม่มีอะไรเลย ส่วนเป็นอย่างไรบ้างนั้น ก็สบาย ๆ ก่อนเดินขึ้นศาลทันที

ที่มา : https://siamrath.co.th/politics/327028#google_vignette

'สรรเพชญ' ไม่ทิ้งชาวอยุธยา!! ส่งถุงยังชีพกว่า 3,000 ชุด กระจายช่วย 4 พื้นที่น้ำท่วม บรรเทาความเดือดร้อนประชาชน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

“สรรเพชญ” ไม่ทิ้งชาวอยุธยา ส่งถุงยังชีพ กว่า 3,000 ชุด กระจายช่วย 4 พื้นที่ บรรเทาความเดือดร้อนจากอุทกภัย

วันนี้ (7 ตุลาคม 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งยังส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่ ตนได้ประสานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เพื่อจัดส่งถุงยังชีพรวมกว่า 3,000 ชุด กระจายไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

ถุงยังชีพดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงคมนาคม บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) และผู้ประกอบการ และสายเรือ ร่วมกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย ได้แก่ บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) บริษัท เอ็น วาย เค ออโต้ โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ที ไอ พี เอส จำกัด บริษัท ยูนิไทย ชิปยาร์ด แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด บริษัท เอสชีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) ภายในประกอบด้วยอาหารแห้ง น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม

นายสรรเพชญ กล่าวว่า การส่งมอบถุงยังชีพได้ทยอยดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2569 ได้จัดส่งจำนวน 1,400 ชุด แบ่งเป็นพื้นที่อำเภออุทัย จำนวน 700 ชุด และอำเภอบางไทร จำนวน 700 ชุด

จากนั้น ในวันพุธที่ 7 ตุลาคม 2569 ได้จัดส่งเพิ่มเติมอีก 1,400 ชุด ไปยังอำเภอพระนครศรีอยุธยา จำนวน 700 ชุด และอำเภอเสนา จำนวน 700 ชุด ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ส่งถุงยังชีพไปยังอำเภอพระนครศรีอยุธยา โดยกรมเจ้าท่า แล้วกว่า 200 ชุด รวมถุงยังชีพที่ส่งถึงพี่น้องประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้วทั้งสิ้นกว่า 3,000 ชุด

“ผมขอส่งความห่วงใยและกำลังใจไปถึงพี่น้องชาวพระนครศรีอยุธยาทุกครอบครัวที่กำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วม กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมช่วยเหลือและยืนเคียงข้างประชาชนอย่างเต็มที่ โดยจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งสนับสนุนความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ที่ยังได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พี่น้องประชาชนผ่านพ้นสถานการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน” นายสรรเพชญ กล่าว

ท่องเที่ยวไทยยังไม่ฟื้นเต็มตัว!! นักท่องเที่ยวไทยหายเกือบล้าน จีนดันยอดเที่ยวไทยรายสัปดาห์พุ่ง แต่ภาพรวมปี 2569 ยังติดลบ 3.88% ภูมิภาคเอเชียยังครองตลาดใหญ่

ปีนี้นักท่องเที่ยวหายไปเกือบ1ล้านคน
สองภาพนี้สะท้อนว่า ท่องเที่ยวไทยได้แรง+ระยะสั้นจาก Golden Week ของตลาดจีน ขณะที่ยอดสะสมยังต่ำกว่าปีก่อนและการฟื้นตัวแตกต่างกันมาก ในแต่ละตลาด

วิเคราะห์จากรายงานสัปดาห์ที่ 40 วันที่ 27 กันยายน–3 ตุลาคม 2569 โดยแยกการเติบโตเทียบสัปดาห์ก่อน หรือ WoW ออกจากการเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือ YoY ดังนี้ครับ

1. รายสัปดาห์ดีขึ้น แต่ยอดสะสมยังติดลบ
สัปดาห์นี้มีนักท่องเที่ยว 522,532 คน เพิ่มขึ้น 8.24% WoW ส่วนยอดสะสม 1 มกราคม–3 ตุลาคม
อยู่ที่ 23,452,895 คน ลดลง 3.88% YoY

2. จำนวนยังติดลบจากปีก่อน 9.47 แสนคน
เมื่อคำนวณย้อนกลับจากยอดสะสมและอัตราลดลง 3.88% ช่วงเดียวกันของปีก่อนน่าจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 24.40 ล้านคน เทียบกับปีนี้ 23.45 ล้านคน หมายความว่าไทยยังต้องเร่งฟื้นอีกมากเพื่อปิดช่องว่าง แม้บางสัปดาห์จะมีข่าวการเติบโตเป็นบวกก็ตาม

3. จีนคิดเป็นประมาณ 99.6% ของยอดเพิ่มสุทธิทั้งสัปดาห์
จีนมี 133,946 คน เพิ่มขึ้น 41.98% คำนวณได้ว่าเพิ่มจากสัปดาห์ก่อนประมาณ 39,605 คน ขณะที่ทั้งประเทศเพิ่มสุทธิ 39,781 คน ดังนั้นตลาดอื่นทั้งหมดรวมกันเพิ่มเพียงประมาณ 176 คน หรือ 0.05% นี่คือหลักฐานสำคัญว่าแรงส่งสัปดาห์นี้กระจุกตัวสูง ทั้งนี้ ตลาดอื่นบางแห่งยังเติบโต แต่ถูกหักล้างด้วยตลาดที่ลดลง

4. การพึ่งพาตลาดหลักเข้มข้นขึ้นในสัปดาห์วันหยุด
จีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้ รวมกันคิดเป็น 54.4% ของนักท่องเที่ยวสัปดาห์นี้ เทียบกับสัดส่วน 46.4% ในยอดสะสมปีนี้ โดยจีนประเทศเดียวมีสัดส่วนรายสัปดาห์ถึง 25.6% ธุรกิจที่พึ่งตลาดเหล่านี้มากจึงควรเตรียมรับความผันผวนหลังวันหยุด แต่ยังไม่ควรนำสัปดาห์พิเศษนี้ไปแทนโครงสร้างตลาดตลอดทั้งปี

5. สามภูมิภาคเอเชียยังเป็นฐานนักท่องเที่ยวหลักถึง 71.3%
เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ รวมกันมี 372,612 คน หรือประมาณ 7 ใน 10 ของนักท่องเที่ยวสัปดาห์นี้ ปฏิทินวันหยุดและความสะดวกในการเดินทางของตลาดเหล่านี้จึงมีน้ำหนักต่อจำนวนผู้เดินทางเข้าไทยสูง อย่างไรก็ตาม สัดส่วนจำนวนคนยังบอกไม่ได้ว่าแต่ละตลาดสร้างรายได้หรือกำไรมากเพียงใด

6. เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือเป็นตลาดใหญ่ที่สุด แต่ต้องแยกดูรายประเทศ
ภูมิภาคนี้มี 194,645 คน เพิ่มขึ้น 11.99% WoW คิดเป็น 37.3% ของทั้งหมด และยอดสะสมเพิ่ม 3.85% YoY ถือเป็นแรงพยุงสำคัญของปีนี้ แต่จีนมีสัดส่วนถึง 68.8% ภายในภูมิภาค การเติบโตระดับภูมิภาคจึงยังไม่แปลว่าจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน และฮ่องกงดีขึ้นพร้อมกัน

7. เมื่อแยกจีนออก ตลาดอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือมีสัญญาณอ่อนลง
หากตัวเลขรายประเทศและรายภูมิภาคใช้ฐานเดียวกัน การคำนวณย้อนกลับพบว่า ตลาดในภูมิภาคนี้นอกเหนือจากจีนลดจากประมาณ 79,464 คน เหลือ 60,699 คน หรือลดลง 23.6% WoW
เป็นประเด็นที่ควรตรวจข้อมูลรายประเทศเพิ่มเติม เพราะค่าเฉลี่ยระดับภูมิภาคอาจบดบังตลาดที่กำลังอ่อนตัวอยู่

8. เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นจุดอ่อนที่ต่อเนื่อง
สัปดาห์นี้มี 124,535 คน ลดลงเพียง 0.38% WoW ดูเหมือนแทบทรงตัว แต่ยอดสะสมลดลงถึง 15.40% YoY และทั้งไตรมาส 1–3 ยังติดลบต่อเนื่องที่ −18.49%, −10.78% และ −17.16% ตามลำดับ

9. มาเลเซียยังสำคัญมาก แม้ตัวเลขรายสัปดาห์ลดเล็กน้อย
มาเลเซียมี 59,871 คน ลดลง 0.64% WoW แต่คิดเป็นประมาณ 48.1% ของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมียอดสะสมเกือบ 2.98 ล้านคน

10. อินเดียเป็นแรงส่งที่ชัดเจน และครองตลาดเอเชียใต้เกือบทั้งหมด
อินเดียมี 46,942 คน เพิ่มขึ้น 16.53% WoW และคิดเป็น 87.9% ของนักท่องเที่ยวเอเชียใต้ สะท้อนว่าเมื่อพูดถึงโอกาสจากเอเชียใต้ในสัปดาห์นี้ น้ำหนักส่วนใหญ่อยู่ที่อินเดีย

11. เอเชียใต้มีแรงฟื้นรายสัปดาห์ แต่แนวโน้มรายไตรมาสอ่อนลง
ทั้งภูมิภาคเพิ่ม 11.54% WoW แต่การเติบโต YoY เปลี่ยนจาก +12.73% ในไตรมาส 1 เป็น −4.65% ในไตรมาส 2 และ −14.68% ในไตรมาส 3 ทำให้ยอดสะสมอยู่ที่ −2.79%

12. ยุโรปเริ่มมีแรงส่ง แต่ยอดสะสมยังใกล้เคียงปีก่อน
ยุโรปมี 90,784 คน เพิ่มขึ้น 11.40% WoW แต่ยอดสะสมโตเพียง 0.27% YoY ส่วนรัสเซียมี 22,326 คน เพิ่มขึ้น 14.23% WoW และคิดเป็นประมาณหนึ่งในสี่ของภูมิภาคตามการจัดกลุ่มในรายงาน จึงเห็นโอกาสเตรียมรับตลาดช่วงปลายปี แต่ยังต้องใช้ยอดจองล่วงหน้ามายืนยันความต่อเนื่อง

13. อเมริกาโตเร็วรายสัปดาห์ แต่ยังมีขนาดตลาดจำกัด
นักท่องเที่ยวจากอเมริกามี 20,610 คน เพิ่มขึ้น 17.05% WoW แต่คิดเป็นเพียง 3.9% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด และยอดสะสมโตเพียง 0.36% YoY
การอ่านเปอร์เซ็นต์เติบโตจึงต้องดูขนาดฐานควบคู่กัน สำหรับการจัดงบตลาด ควรพิจารณารายได้สุทธิต่อการจองและต้นทุนหาลูกค้าเพิ่มเติมด้วย

14. ตะวันออกกลางฟื้นเร็วที่สุดรายสัปดาห์ แต่ยังชดเชยช่วงต้นปีไม่ครบ
ภูมิภาคนี้มี 15,097 คน เพิ่มขึ้น 28.67% WoW สูงที่สุดในหกภูมิภาคที่แสดง ไตรมาส 3 ก็กลับมาโต 12.94% YoY หลังไตรมาส 2 ลดลง 27.94% แต่ยอดสะสมยังติดลบ 5.24% จึงเป็นสัญญาณฟื้นจากช่วงที่อ่อนแรง

15. ต้นเดือนตุลาคมยังต่ำกว่าปีก่อนใน 5 จาก 6 ภูมิภาค
ตารางด้านล่างของภาพให้สัญญาณที่ควรติดตาม แม้จำนวนรายสัปดาห์หลายภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
นี่เป็นข้อมูลเพียงสามวันแรกของเดือน จึงไวต่อวันหยุดและตารางเที่ยวบิน ยังใช้ตัดสินผลทั้งเดือนตุลาคมไม่ได้

16. รายได้เฉลี่ยประมาณ 48,714 บาทต่อการเดินทาง ยังไม่ยืนยันว่าคุณภาพการท่องเที่ยวดีขึ้น
รายได้สะสม 1,142,485 ล้านบาท หรือประมาณ 1.142 ล้านล้านบาท หารด้วยนักท่องเที่ยวสะสม ได้ค่าเฉลี่ยประมาณ 48,714 บาท ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยตลอดการเดินทาง ไม่ใช่ต่อวัน และไม่ใช่กำไรของผู้ประกอบการ การประเมินการท่องเที่ยวคุณภาพสูงยังต้องดูระยะพัก ค่าใช้จ่ายต่อวัน รายได้ที่ตกถึงธุรกิจท้องถิ่น และการเปลี่ยนแปลงเทียบปีก่อน

17. ข้อความว่าตลาดระยะไกล “ชะลอตัว” ต้องระบุฐานเปรียบเทียบให้ชัด
หน้าสรุประบุว่าตลาดระยะไกลพักตัวก่อน High season แต่หน้ารายภูมิภาคแสดงว่ายุโรป อเมริกา และตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น WoW ทั้งหมด คำว่า “ชะลอ” อาจหมายถึงโตช้าลง เทียบกับแนวโน้มเดิม หรือใช้ขอบเขตตลาดต่างกัน จึงควรตรวจคำอธิบายเพิ่มเติมก่อนสรุปว่าจำนวนนักท่องเที่ยวระยะไกลกำลังลดลง

18. ยอดนักท่องเที่ยวรวมที่เพิ่มขึ้นยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าน้ำท่วมไม่มีผลกระทบ
รายงานประเมินว่าข่าวน้ำท่วมยังไม่ส่งผลโดยตรงต่อการท่องเที่ยว พร้อมระบุผลกระทบบางส่วนจากการยกเลิกเที่ยวบิน แต่ภาพไม่ได้แสดงจำนวนเที่ยวบิน ผู้โดยสาร หรือยอดจองที่ได้รับผลกระทบ จึงควรติดตามการยกเลิกห้องพัก การเลื่อนเดินทาง และยอดจองใหม่รายพื้นที่ เพราะแรงส่งจากวันหยุดอาจหักล้างผลกระทบบางส่วนในยอดรวมได้

ที่มา : https://www.facebook.com/100002109974754/posts/28540062775647341/?rdid=l0ZywjfzC8CNgsPn#

" ต่อไปผมคงไม่ไปต่อเครื่องที่ดูไบ ขอบินตรงเลย เพราะรู้สึกไม่มั่นใจ กับมาตรการที่หละหลวม ไม่เช็คประวัติ ผู้เดินทางให้ดีก่อน"

"คุณวีระวัฒน์ รักพันธ์ " คนไทยคนเดียวบนเที่ยวบิน FZ 1073 สายการบิน Fludubai ที่ทำงานอยู่อิสราเอล บินจากสุวรรณภูมิไปต่อเครื่องที่ดูไบ เล่าประสบการณ์เฉียดตาย
เครดิต : PPTV

อินเดียกลายเป็นศูนย์กลางการหลอกลวงทางออนไลน์ระดับโลก

"อินเดียกลายเป็นศูนย์กลางการหลอกลวงทางออนไลน์ระดับโลก โดยมีผู้ประกอบการหลายพันรายขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการฉ้อโกงทางไซเบอร์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ การหลอกลวงผ่านศูนย์บริการลูกค้า การขู่กรรโชกทางเพศ และการหลอกลวงแบบฟิชชิ่งได้หลอกลวงเหยื่อทั่วโลก ทำให้หลายคนสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิต แม้ว่ารัฐบาลอินเดียจะพยายามอย่างหนักมากขึ้นในการปราบปรามการฉ้อโกงทางออนไลน์ แต่ความเย้ายวนใจของ "เงินง่ายๆ" ก็ยังคงดึงดูดผู้คนให้เข้ามาในธุรกิจนี้"

สำนักข่าว TRT World รายงาน

ที่มา : https://www.facebook.com/share/v/1M8bpUEM1P/

จากเวที America’s Got Talent สู่โลกดิสนีย์!! ‘เนเน่ รอยัล’ ร็อกเกอร์สาวชาวไทยวัย 16 ปี ได้พากย์เสียงตัวละครหลักในภาพยนตร์ Hexed ผลงานแอนิเมชันของ Walt Disney Animation เข้าฉายที่ไทย 26 พ.ย. 66 นี้

เนเน่ รอยัล เปิดตัวงานพากย์เสียงครั้งแรกในภาพยนตร์ Disney เรื่อง ‘Hexed’

เนเน่ รอยัล ร็อกเกอร์สาวชาวไทยวัย 16 ปี ผู้ชนะรายการ America’s Got Talent 2026 เตรียมเปิดตัวผลงานการแสดงครั้งแรกของเธอ ด้วยการรับหน้าที่พากย์เสียงภาษาไทยเป็น “บิลลี โด” ตัวละครนำในภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Hexed ของดิสนีย์

ภาพยนตร์แฟนตาซีแอนิเมชันเรื่องใหม่นี้มาจาก Walt Disney Animation Studios ซึ่งเป็นสตูดิโอเดียวกับผลงานดังอย่าง Frozen และ Zootopia โดยมีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไทยวันที่ 26 พฤศจิกายน

เนเน่ ซึ่งมีชื่อจริงว่า รัตติกาล อำลอย กล่าวว่า เธอทั้งดีใจและตื่นเต้นมากที่ได้มารับบทนี้ โดยเธอระบุว่า “บิลลี” เป็นเด็กสาววัย 16 ปีเหมือนกับเธอ ทำให้เธอสามารถเข้าใจและเชื่อมโยงกับตัวละครนี้ได้

ในเรื่อง Hexed บิลลี ซึ่งต้นฉบับภาษาอังกฤษให้เสียงโดย Hailee Steinfeld เป็นวัยรุ่นสาวที่มีนิสัยหุนหันพลันแล่น รักอิสระ และใช้ชีวิตอย่างเป็นตัวของตัวเอง ก่อนจะค้นพบว่าเธอมีพลังเวทมนตร์ลึกลับซ่อนอยู่

หลังจากที่เธอเผลอปลดปล่อยพลังนั้นออกมาโดยไม่ตั้งใจ บิลลีก็ถูกพัดพาออกจากชีวิตชานเมืองที่คุ้นเคย ไปสู่ “Hexe” ดินแดนอันกว้างใหญ่ของเหล่าแม่มด ที่นั่นเธอได้ร่วมกับ “อลิซ” แม่ผู้รอบคอบของเธอ สืบค้นความลับของครอบครัวที่เชื่อมโยงกับโลกของแม่มด

ที่มา : https://www.bangkokpost.com/learning/easy/3332855/nene-royal-makes-voiceacting-debut-in-disneys-hexed?fbclid=IwdGRjcAUyr1tjbGNrBTKvWGV4dG4DYWVtAjExAHBkb2YBc3J0YwZhcHBfaWQMMzUwNjg1NTMxNzI4AAEeY9H0io-J_Qdt97DpaFH47k4sln64YxL7KJxG3cnxGcMF0vlMl5nLijx5-bY_aem_d2RvZWxhYcWxvWpqKJkBLg

กรุงเทพ ได้รับการยกให้เป็นเมืองที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2026

กรุงเทพฯ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่ดีที่สุดอันดับ 1 ของโลก จากรางวัล Readers’ Choice Awards ประจำปี 2026 ของ Condé Nast Traveler โดยได้รับคะแนนสูงถึง 97.68

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงานครบรอบ 30 ปี "TEP-TEPE CONNECT 30th Anniversary" เปิดเวที "TEP Talk" ชวนมองอนาคตวิศวกรในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง พร้อมเปิดพื้นที่แนะแนว โอกาสศึกษาต่อกับมหาวิทยาลัยพันธมิตรระดับโลก

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงาน “TEP-TEPE CONNECT 30th Anniversary” ในวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรม Avani Sukhumvit Bangkok เพื่อร่วมฉลองในวาระครบรอบ 30 ปีของหลักสูตร TEP-TEPE พร้อมเปิดพื้นที่เชื่อมโยงนักเรียน นักศึกษา ศิษย์เก่า บุคลากร และเครือข่ายมหาวิทยาลัยพันธมิตรจากต่างประเทศ ผ่านกิจกรรมแนะนำหลักสูตร เสวนาวิชาการ และงาน Grand Reunion

งานในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “TEP-TEPE CONNECT” โดยมีกิจกรรมทั้งการให้ข้อมูลการรับสมัคร กิจกรรมด้านวิศวกรรม และโอกาสพบปะพูดคุยกับนักศึกษาปัจจุบันและศิษย์เก่า เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ทำความรู้จักหลักสูตร TEP-TEPE และเห็นภาพเส้นทางการศึกษาต่อด้านวิศวกรรมศาสตร์มากขึ้น

สำหรับกิจกรรมภายในงานมีการแสดง “30 Years of Engineering Harmony” จากนั้น ศ.ดร.สัญญา มิตรเอม คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวต้อนรับและแนะนำหลักสูตร TEP-TEPE และ ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานในครั้งนี้คือการร่วมแสดงความยินดีจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยพันธมิตรในต่างประเทศ ได้แก่ University of Nottingham สหราชอาณาจักร, UNSW Sydney ประเทศออสเตรเลีย และ KU Leuven ประเทศเบลเยียม สะท้อนถึงเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษาระดับนานาชาติที่เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของ TEP-TEPE ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดเวที TEP Talk ภายใต้หัวข้อ “Global Mindset Engineers Against an Uncertain World” ชวนมองบทบาทของวิศวกรและการศึกษาด้านวิศวกรรมในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ผ่านมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ทั้งด้านการศึกษา เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม พลังงาน และการเตรียมพร้อมรับมืออนาคตที่ไม่แน่นอน

สำหรับหัวข้อสำคัญในช่วง TEP Talk ประกอบด้วย หัวข้อ “Engineering Education and Thailand’s Future” โดย ศาสตราจารย์ ดร.สื่อจิตต์ เพ็ชร์ประสาน คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรังสิต หัวข้อ “New Industrial Policy for Thailand’s Economy” โดย ดร.นพรุจ จินดาสมบัติเจริญ นักวิจัยจาก TDRI และหัวข้อ “Thailand’s Energy Strategic Planning and Sustainability” โดย นายศิริชัย จิระพงษ์พันธ์ จากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

นอกจากนี้ ยังมีหัวข้อ “I DON’T KNOW… YET., Preparing for an Unpredictable Future” โดย คุณเพชรภรณ์ เชิงวิวัฒน์กิจ Mrs. Thailand World 2026, Edu-preneur & Content Creator เพื่อเปิดมุมมองเรื่องการเตรียมตัวรับมือกับอนาคตที่ยากต่อการคาดการณ์ และปิดท้ายกิจกรรมด้วยการให้ข้อมูล TEP-TEPE Admission 2027 และเปิดพื้นที่ถาม-ตอบสำหรับผู้ที่สนใจสมัครเข้าศึกษา

การจัดงาน TEP-TEPE CONNECT 30th Anniversary ไม่เพียงเป็นการฉลองหมุดหมายครบรอบ 30 ปีของการก่อตั้งหลักสูตร แต่ยังเป็นพื้นที่เชื่อมต่อคนรุ่นใหม่ นักศึกษา ศิษย์เก่า บุคลากร และพันธมิตรทางการศึกษาจากหลายประเทศ พร้อมเปิดมุมมองต่อทิศทางการเรียนวิศวกรรมและการเตรียมความพร้อมของวิศวกรสำหรับโลกอนาคต

ผู้สนใจรายละเอียดหลักสูตร TEP-TEPE สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ (+66) 8-7325-3074 หรือ Instagram @teptepe_tu
 


 

'สรรเพชญ' นำทีมคมนาคมช่วยน้ำท่วมปทุมธานี ส่งอาหารแห้ง–น้ำดื่ม–ของจำเป็น 500 ชุด บรรเทาความเดือดร้อนปทุมฯ ลงพื้นที่ชุมชนบึงบัวให้กำลังใจ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

“สรรเพชญ” ลุยส่งต่อถุงยังชีพกว่า 500 ชุด บรรเทาทุกข์น้ำท่วมปทุมธานี หลายครัวเรือนยังเผชิญน้ำท่วมขัง

วันนี้ (6 ตุลาคม 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายพิษณุ พลธี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปทุมธานี เขต 7 พรรคภูมิใจไทย และนายวีระยุทธ งามจิตร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม จังหวัดปทุมธานี มอบถุงยังชีพ จำนวน 500 ชุด เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

โดยนายสรรเพชญ ได้เดินทางไปยังเทศบาลตำบลธัญบุรี มีนายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นางยุพเยาว์ หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลธัญบุรี ร่วมรับมอบถุงยังชีพ เพื่อนำไปกระจายต่อให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ก่อนที่นายสรรเพชญ และคณะ จะลงพื้นที่ชุมชนบึงบัว เพื่อเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ และมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ยังได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขัง

สำหรับพื้นที่อำเภอธัญบุรี เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ของจังหวัดปทุมธานี ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยจากการลงพื้นที่พบว่า ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่กว่า 7 ชุมชน ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการสัญจรของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนที่อยู่บริเวณแนวคลอง ขณะที่หน่วยงานในพื้นที่ยังคงเร่งระบายน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับถุงยังชีพที่นำมามอบในครั้งนี้ จำนวน 500 ชุด ภายในประกอบด้วยอาหารแห้ง น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต โดยได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) และบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่สถานการณ์น้ำยังไม่คลี่คลาย

นายสรรเพชญ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงคมนาคม พร้อมระดมความร่วมมือจากหน่วยงานในสังกัด เพื่อสนับสนุนทั้งถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นให้เข้าถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนโดยเร็วที่สุด

“วันนี้ ยังมีพี่น้องประชาชนในหลายชุมชนของธัญบุรี ที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมขัง สิ่งสำคัญคือการเร่งนำความช่วยเหลือเข้าไปถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด ทั้งอาหาร น้ำดื่ม และของใช้จำเป็น พร้อมกับติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ”

นายสรรเพชญ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้ประสานให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ติดตามสถานการณ์น้ำ และผลกระทบต่อเส้นทางคมนาคมอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกับจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและตรงกับความต้องการต่อไป

สรุปตกลงกันได้!

นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ได้ยอมขอโทษนายสนธิ ลิ้มทองกุล และยอมรับว่าสิ่งที่นายเดชาโพสต์และพูดไปนั้นเป็นความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงหลายเรื่อง ทำให้นายสนธิ ลิ้มทองกุลได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะการกล่าวหาว่านายสนธิโกง หรือฉ้อโกงธนาคาร รวมถึงการกล่าวหาว่านายสนธิเป็นสื่อใหญ่ที่ตบทรัพย์ในวงการสื่อซึ่งไม่เป็นความจริง เมื่อตกลงกันได้คู่ความทั้งสองจึงได้ตัดสินใจถอนการฟ้องร้องคดีที่มีต่อกันทั้งหมดออกจากศาล เพื่อลดจำนวนคดีในศาล ตามนโยบายและคำแนะนำของศาล

ที่มา : ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1628473341979693&id=100044511276276&rdid=8eHphSOD8jKDEZqi#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top