Friday, 28 August 2026
NEWS

ไทยเจ้าภาพ Gastech 2026 เวทีพลังงานโลก!! ดึงผู้ร่วมงานกว่า 50,000 รายจาก 150 ประเทศ เตรียมรับผู้นำพลังงานโลก Gastech 2026 ชู LNG ไฮโดรเจน AI และระบบไฟฟ้าอนาคต จัดงาน 14-17 ก.ย. 69 ที่ไบเทค

“กระทรวงพลังงาน-ดีเอ็มจี อีเว้นท์” เตรียมเปิดฉาก “Gastech 2026” มหกรรมพลังงานครั้งยิ่งใหญ่
ดึงผู้บริหาร C-Level ทั่วโลกปลุกกรุงเทพฯ หนุนคลื่นดีมานด์–การลงทุนระดับภูมิภาค ดีเดย์ 14 ก.ย. นี้

Gastech 2026 งานประชุมและนิทรรศการด้านก๊าซธรรมชาติ LNG โซลูชันคาร์บอนต่ำ ไฮโดรเจน การเดินเรือและอุตสาหกรรมทางทะเล ระบบไฟฟ้า และ AI เพื่อภาคพลังงาน เตรียมจัดใหญ่ระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 ณ ไบเทค กรุงเทพฯ รับการเติบโตของดีมานด์พลังงานในเอเชีย

พบไฮไลต์สำคัญ อาทิ โปรแกรมการประชุมและสัมมนา ฟอรัมผู้กำกับดูแลด้านพลังงานระดับโลก การจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยี พร้อมเปิดตัว “Electrification Conference Programme” และ “AixEnergy” แพลตฟอร์มใหม่รองรับโจทย์ล่าสุดในโลกพลังงาน

คาดดึงผู้เข้าร่วมงานกว่า 50,000 ราย จากกว่า 150 ประเทศ ต่อยอดโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจการลงทุน และการพัฒนาโครงการพลังงานระดับนานาชาติ

กรุงเทพฯ 28 สิงหาคม 2569 – กระทรวงพลังงาน (พน.) ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) และ บริษัท ดีเอ็มจี อีเว้นท์ พร้อมพันธมิตรผู้นำอุตสาหกรรมพลังงานโลก เตรียมจัดงาน “Gastech 2026” งานประชุมและนิทรรศการระดับโลกด้านก๊าซธรรมชาติและ LNG โซลูชันคาร์บอนต่ำ ไฮโดรเจน การเดินเรือและอุตสาหกรรมทางทะเล ระบบไฟฟ้า และ AI เพื่อภาคพลังงาน ระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ เพื่อเป็นแพลตฟอร์มสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานโลกในการขยายความร่วมมือ เร่งการลงทุน และผลักดันเทคโนโลยีและโซลูชันที่จำเป็นต่อการพัฒนาระบบพลังงานให้มีความมั่นคง เข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม และยั่งยืน พร้อมรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ตลอดจนตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการเชื่อมโยงความร่วมมือด้านพลังงานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปัจจุบัน เอเชียกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางพลังงานสำคัญของโลก จากการขยายตัวของเมือง การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI นำมาสู่การพัฒนาภาคอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และดาต้าเซ็นเตอร์ ส่งผลให้ความต้องการพลังงานในภูมิภาคเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด สอดคล้องกับข้อมูลของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ที่ระบุว่า ในปี 2567 การเติบโตของดีมานด์พลังงานทั่วโลกกว่า 80% มาจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา ด้านความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกขยายตัว 4.3% และการใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในช่วงปี 2568–2573 ขณะที่การลงทุนด้านพลังงานทั่วโลกในปี 2568 จะอยู่ที่ประมาณ 3.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 108 ล้านล้านบาท

จากแนวโน้มดังกล่าว กระทรวงพลังงานได้เตรียมเป็นเจ้าภาพการจัดงาน Gastech 2026 เวทีสำคัญที่รวบรวมผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล ผู้ผลิตพลังงาน ผู้ให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี นักลงทุน ผู้ค้าพลังงาน และผู้ประกอบการสาธารณูปโภคจากทั่วโลก เพื่อร่วมกำหนดแนวทางพัฒนาระบบพลังงานให้รองรับดีมานด์ล่าสุด ควบคู่กับการเสริมความมั่นคงทางพลังงานและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งกรุงเทพมหานครถือเป็นจุดหมายการจัดงานที่ตอบโจทย์การรวมตัวครั้งสำคัญของผู้นำพลังงานโลก ด้วยทำเลเชิงยุทธศาสตร์ใจกลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน LNG ระบบไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยการจัดงาน Gastech ในปีนี้มีวิทยากรกว่า 800 ราย การประชุมกว่า 200 รายการ และ 18 โปรแกรมเฉพาะทาง ที่จะร่วมเจาะลึกระบบพลังงาน เทคโนโลยี และการลงทุนที่จำเป็นสำหรับอนาคต

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า “จากความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเอเชีย การเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการสร้างพันธมิตรระยะยาว จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของประชากรหลายพันล้านคนทั่วภูมิภาค โดย Gastech 2026 จะเป็นเวทีเชิงยุทธศาสตร์ที่รวบรวมผู้นำด้านพลังงานจากทั่วโลก เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางระบบพลังงานแห่งอนาคต อันเป็นรากฐานของความมั่นคงทางพลังงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาอุตสาหกรรมของเอเชียในระยะยาว”

ภายในงาน Gastech ประกอบด้วยการจัดการประชุมเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Conference) โดยมีรัฐมนตรีด้านพลังงาน ผู้กำหนดนโยบาย และผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและพิจารณานโยบาย ความร่วมมือ และกรอบการลงทุนที่จำเป็นต่อการสนับสนุนการเติบโตในระดับโลก ครอบคลุมตั้งแต่ความมั่นคงทางพลังงาน การกระจายแหล่งอุปทาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือด้านกฎระเบียบ ไปจนถึงบทบาทของพลังงานในการขับเคลื่อนและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจสำหรับทั้งกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา-กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว

ทั้งนี้ Gastech ยังรวมตัวผู้บริหารระดับสูงจากธุรกิจพลังงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในเวทีเสวนาระดับผู้นำ พร้อมเปิดโอกาสให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจได้หารือถึงแนวทางความร่วมมือ การลงทุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และความท้าทายด้านความมั่นคงทางพลังงานที่ซับซ้อน นำโดย ดร. นรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ ดร. คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารจากองค์กรพลังงานชั้นนำระดับโลก อาทิ ปิโตรนาส, INPEX, Woodside Energy, ExxonMobil, Chevron Global Gas ฯลฯ

หนึ่งในไฮไลต์ใหม่ของการจัดงานปีนี้คือ Electrification Strategic Conference Programme หรือการประชุมเชิงยุทธศาสตร์ด้านระบบไฟฟ้า ซึ่งจัดขึ้นร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อเจาะลึกเทคโนโลยี ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไป และแนวทางการลงทุนที่จำเป็นต่อการพัฒนาระบบไฟฟ้าให้มีความมั่นคงและเชื่อถือได้ สนับสนุนความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอน ท่ามกลางความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และ AI ผ่านการนำเสนอแนวทางที่ประเทศต่าง ๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่น ควบคู่กับการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการ

นอกจากนี้ยังมีการจัด Global Energy Regulators Forum ที่รวบรวมหน่วยงานกำกับดูแล ผู้กำหนดนโยบาย และผู้นำภาคอุตสาหกรรม เพื่อหารือถึงแนวทางการพัฒนากรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน ซึ่งจะเอื้อต่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เร่งการพัฒนานวัตกรรม และสนับสนุนให้ระบบพลังงานมีความมั่นคง เชื่อถือได้ และเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม ขณะที่ Japan Energy Programme จะเจาะลึกการปรับยุทธศาสตร์ LNG ของญี่ปุ่น แนวโน้มความต้องการใช้ไฟฟ้า และประเด็นด้านความมั่นคงทางพลังงาน ตลอดจนผลกระทบต่อทิศทางของตลาดพลังงานในเอเชียและตลาดโลก

พร้อมกันนี้ ในปีนี้ยังมีการเปิดตัว AixEnergy อีกหนึ่งแพลตฟอร์มใหม่ซึ่งจัดขึ้นควบคู่กับ Gastech การรวมตัวของผู้นำจากภาคพลังงาน เทคโนโลยี และการลงทุน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและเจาะลึกโอกาสสำคัญ จากเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง AI และภาคพลังงาน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาพลังงานเพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ไปจนถึงการนำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และประสิทธิผลในการดำเนินงานของระบบพลังงาน

Gastech 2026 ยังเปิดพื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากหน่วยงานด้านพลังงานชั้นนำทั่วโลก ซึ่งจะเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้จัดหาพลังงาน ผู้ซื้อ ผู้ประกอบการสาธารณูปโภค ผู้พัฒนาโครงการ นักลงทุน และผู้ให้บริการเทคโนโลยีจากนานาประเทศ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถต่อยอดการหารือเชิงยุทธศาสตร์สู่โอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งนี้ การรวมตัวของทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่พลังงาน จะช่วยต่อยอดการหารือสู่ข้อตกลงทางธุรกิจและการลงทุนที่เป็นรูปธรรม โดยสะท้อนจากความสำเร็จของการจัดงาน Gastech 2025 ในปีก่อนหน้า ซึ่งสนับสนุนการเกิดข้อตกลงทางธุรกิจและการลงทุนมูลค่ากว่า 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนบทบาทของงานในฐานะแพลตฟอร์มส่งเสริมการลงทุนและความร่วมมือในอุตสาหกรรมพลังงานโลก

สำหรับการจัดงานในปีนี้ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ในฐานะพันธมิตรด้านการจัดงาน Chevron, ExxonMobil และ Shell ในฐานะผู้ร่วมจัดงาน (Co-hosts) โดยมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) เป็นพันธมิตรระดับประเทศ พร้อมด้วย บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (RATCH) บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) (EGCO) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ร่วมเป็นผู้สนับสนุนระดับประเทศ

นายคริสโตเฟอร์ ฮัดสัน ประธานบริษัท ดีเอ็มจี อีเว้นท์ กล่าวว่า “ทิศทางของตลาดพลังงานโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการพัฒนาอุตสาหกรรมในเอเชียและทั่วโลก ส่งผลให้ความต้องการพลังงานที่มีเสถียรภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การเติบโตของ AI และการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น กำลังสร้างทั้งความต้องการและรูปแบบการใช้พลังงานใหม่ ๆ Gastech จึงเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้นำจากภาครัฐ ภาคพลังงาน เทคโนโลยี สาธารณูปโภค และการลงทุน ได้มาพบปะและแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกัน เพื่อผลักดันการหารือไปสู่ความร่วมมือ การลงทุน และโครงการที่เกิดขึ้นจริง ด้วยศักยภาพของภูมิภาคที่มีความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรุงเทพฯ จึงเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับการหารือเพื่อขับเคลื่อนประเด็นพลังงานของภูมิภาคในครั้งนี้”

ติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดงาน และลงทะเบียนสำหรับผู้ชมเข้างานและสื่อมวลชนได้ทางเว็บไซต์ www.gastechevent.com

นักท่องเที่ยวอิสราเอลแห่บินภูเก็ต!! นทท.อิสราเอลโต52%ปี69 ยอดเดินทางทะลุ1,200%เทียบโควิด มีสายการบินตรง2สายจากอิสราเอล บินสม่ำเสมอเกือบทุกสัปดาห์

แห่บินภูเก็ต นทท.อิสราเอล ก.ค.69 พุ่ง 52% สูงทะยาน 1,200% บวกทะลุ!

ยุคก่อนโควิด เป็นกลุ่มนทท.ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มขึ้นมาก เป็นตลาดนทท.ที่น่าจับตามอง เพราะโตสูงสุดกว่านทท.จากประเทศอื่นๆ ปัจจุบัน มีสายการบินของอิสราเอล ที่บินตรงมายังเกาะภูเก็ต 2 สายการบิน คือ แอลอัล อิสราเอลแอร์ไลน์ (El Al Israel Airlines) ซึ่งเป็นสายการบินประจำชาติ และสายการบินหลักของประเทศอิสราเอล และ อาร์เคีย อิสราเอล แอร์ไลน์ส (Arkia Israeli Airlines) เป็นสายการบินพาณิชย์ ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศอิสราเอล บินตรงมายังภูเก็ต ในทุกๆ ประมาณ 4 วัน/สัปดาห์

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1410954267822078&id=100067225537993&rdid=mHlHf75fQP9vdty5#

นักกรีฑาสูงวัยไทยสุดแกร่ง!! ‘ตาสว่าง’ ผงาดทองโลก รุ่น 100 ปีขึ้นไป พร้อมทำสถิติใหม่ ขว้างจักร 7.59 เมตร คว้าแชมป์โลกที่เกาหลีใต้

การแข่งขันกรีฑาผู้สูงอายุชิงแชมป์โลก 2026 World Masters Athletics Championships Daegu ที่เมืองแทกู ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม-3 กันยายน 2569 ซึ่งการแข่งขันรายการนี้มีทัพนักกรีฑาผู้สูงอายุของไทยลงชิงชัยทั้งสิ้น 48 คน ซึ่งขณะนี้ทัพนักกรีฑาไทยทำผลงานคว้าไปแล้ว 2 เหรียญทองจาก”ป้าปาน” สมสง่า บุญนอก และ สายเนตร ศรีสมพงษ์ และ 2 เหรียญทองแดงจากได้จาก ศิริพรรณ จันทร์พรามหณ์ และ ณัฐพล นามกันหา และเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 69 เป็นวันที่ 5 ของการชิงชัย มีนักกีฬาไทยลงแข่งขันกันหลายรายการ

แต่อีเว้นต์ที่เป็นไฮไลน์และได้รับความสนใจจากคนเกาหลีใต้นักกีฬาชาติอื่นๆ มากที่สุดคือ ขว้างจักร รุ่นอายุ 95 ปีชาย ที่มี ตาสว่าง จันทร์พราหมณ์ นักกรีฑาที่มีอายุมากที่สุดในโลกย่าง 107 ปีลงชิงชัย

สำหรับการแข่งขันในชิงแชมป์โลก 2026 รุ่นอายุที่ ตาสว่าง ลงแข่งคือ 100 ปี แต่เนื่องจากมี ตาสว่าง เพียงแค่คนเดียวที่ลงแข่งขัน และหากตาสว่าง ปฏิบัติตามกติกาการแข่งขันได้อย่างถูกต้อง ก็จะได้รับเหรียญทองไปครอง โดย ตาสว่าง ใช้จักรที่มีน้ำหนัก 1 กก.เท่ากับนักกีฬาคนอื่นๆ โดยตาสว่าง ทำสถิติดีที่สุดคือ 7.59 เมตร ทำลายสถิติโลกของตัวเองในรุ่นอายุ 100 ปีขึ้นไป โดยของเดิมที่ ตาสว่าง ทำไว้คือ 7.50 เมตร จากการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่ไต้หวัน 2025 คว้าเหรียญทองแรกให้กับตัวเอง โดยตาสว่าง จะมีโปรแกรมแข่งขันอีกครั้งในวันที่ 29 ส.ค. 69 ในประเภทพุ่งแหลน

หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขัน มร. ชูคยองโฮ นายกเทศมนตรีเมืองแดกู ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน จะจัดพิธีมอบรางวัลพิเศษสำหรับนักกีฬาที่มีอายุมากที่สุด ให้แก่คุณตาในวันที่ 29 สิงหาคม 2569

นอกจากตาสว่าง ที่สามารถคว้าเหรียยญทองมาครองได้แล้ว “ป้าปาน” สมสง่า บุญนอก ที่เพิ่งผงาดคว้าแชมป์โลกวิ่งข้ามรั้ว 80 เมตรรุ่นอายุ 70-74 ปี พร้อมทำลายสถิติโลก ลงสนามแข่งในรายการกระโดดไกล อีเว้นต์นี้ “ป้าปาน” กระโดดทำสถิติขับเคี่ยวมากับ ไรจา ฮิลเดน จากฟินแลนด์ และปรากฏว่า เมื่อกระโดดครบ 6 ครั้ง สถิติที่ดีที่สุดของ “ป้าปาน”คือ 3.64 เมตร พ่ายให้กับ ไรจา ไปเพียงแค่ 0.04 เมตรเท่านั้น ส่งผลให้ ป้าปาน คว้าเหรียญเงินมาครอง ด้วยสถิติ 3.64 เมตร ในขณะที่ ไรจา คว้าแชมป์โลกมาครองด้วยสถิติ 3.68 เมตร ส่วนอันดับ 3 ตกเป็นของ ซู เยโอแมนส์ (เยอรมนี) 3.21 เมตร

ส่วนการแข่งขันกระโดดสูง รุ่นอายุ 55-59 ปีชาย ไทยส่ง สมนึก วงศ์สมิง ลงชิงชัย กับนักกีฬาอีก 8 คน ปรากกฏว่า สมนึก กระโดดได้ 1.60 เมตร คว้าอันดับ 2 มาครอง โดยแชมป์ตกเป็นของ แมทเทียส ซันเนบอร์น จากสวีเดน สถิติ 1.65 เมตร และอันดับ 3 ตกเป็นของ จาอูเม วิลา (สเปน) 1.60 เมตร (ไทยได้อันดับ 2 เนื่องจากอายุมากกว่าอันดับ3)

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10377113

‘รศ. ดร.สุรศักดิ์’ นักวิชาการ มธ. ชี้ BOI คุมดาต้าเซ็นเตอร์ ปรับเกณฑ์ BOI คุมดาต้าเซ็นเตอร์ น้ำ-ไฟ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์เร่งกำหนดนโยบายชัดเจน ปัจจุบันกฎหมายยังคลุมเครือเสี่ยงผลกระทบพลังงาน ต้องปรับกฎ EIA-โรงงานให้สอดคล้องธุรกิจใหม่

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ ปรับหลักเกณฑ์อนุมัติสิทธิประโยชน์ BOI สำหรับ “ดาต้าเซ็นเตอร์” เพื่อควบคุมผลกระทบด้านน้ำ - ไฟฟ้า - สิ่งแวดล้อม เป็นทิศทางที่ถูกต้อง แต่ช่วยได้ระดับหนึ่ง พร้อมจี้ “บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์” เร่งวางนโยบาย - แนวปฏิบัติที่ชัดเจน เหตุ กฎหมายปัจจุบันยังมีช่องว่าง เสี่ยงกระทบความมั่นคงทางพลังงาน - ความคุ้มค่า - ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ

รศ. ดร.สุรศักดิ์ บุญเรือง อาจารย์ประจำศูนย์กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลออกระเบียบจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ และปรับแนวทางการพิจารณาสิทธิประโยชน์ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ไฟฟ้า และผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อม ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการชุดนี้ที่เพิ่งมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา จำเป็นต้องเร่งออกกรอบนโยบาย มาตรฐาน และแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนโดยเร็ว

รศ. ดร.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันไทยยังขาดแนวทางการกำกับดูแลธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เป็นการเฉพาะ ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) BOI ฯลฯ ต้องใช้อำนาจตามกฎหมายเดิมที่มีอยู่ ซึ่งควบคุมได้เพียงระดับหนึ่งและยังมีข้อจำกัดจากความคลุมเครือของกฎระเบียบในบางจุด

ทั้งนี้ ตัวอย่างเช่น ข้อจำกัดของระบบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการหรือกิจกรรมตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการประกาศกำหนดให้กิจการดาต้าเซ็นเตอร์เป็นประเภทโครงการที่ต้องจัดทำ EIA โดยพิจารณาจากลักษณะเฉพาะของกิจการ เช่น ปริมาณการใช้ไฟฟ้า หรือปริมาณการใช้น้ำ ดังนั้นดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้พลังงานหรือน้ำในปริมาณสูงจึงไม่ได้เข้าข่ายต้องจัดทำ EIA เพียงเพราะมีการใช้ทรัพยากรในระดับสูง ทว่า ก็อาจเข้าข่ายได้จากลักษณะ ขนาด ที่ตั้ง หรือองค์ประกอบอื่นของโครงการตามหลักเกณฑ์ EIA ที่มีอยู่

นอกจากนี้ จะมีข้อจำกัดเรื่องที่กิจการดาต้าเซ็นเตอร์อาจไม่เข้าข่ายเป็นโรงงานที่อยู่ภายใต้การควบคุมตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562 เนื่องจากกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ยังไม่ได้ถูกประกาศกำหนดให้เป็นโรงงานจำพวกใดจำพวกหนึ่งตามกฎหมายโดยเฉพาะ รวมถึงยังมีเรื่องการขาดความชัดเจนเกี่ยวกับเกณฑ์ขออนุญาตใช้น้ำสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์แต่ละขนาด โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้น้ำปริมาณมากในระบบหล่อเย็นเพื่อระบายความร้อน ยังอาจไม่อยู่ในเงื่อนไขที่บังคับให้ต้องขออนุญาตใช้น้ำเพื่อการอุตสาหกรรมโดยตรง เนื่องจากขาดความชัดเจนว่าเข้าข่ายเป็นโรงงานตามกฎหมายโรงงานจำพวกที่ต้องขออนุญาตใช้น้ำหรือไม่

รศ. ดร.สุรศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า การขาดนโยบายที่ชัดเจนอาจส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ เช่น ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่มีหลายแหล่งข่าวประเมินว่ามีดาต้าเซ็นเตอร์ไม่น้อยกว่า 30 แห่ง โดยกิจการประเภทนี้มีการดึงไฟฟ้าไปใช้สูงมากในบางช่วงเวลา จึงจำเป็นต้องมีการกำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจน ทั้งเรื่องจำนวนศูนย์ที่อนุญาตในแต่ละพื้นที่ ปริมาณการใช้พลังงาน และระบบการจ่ายไฟ

รวมถึงทำให้เกิดความกังวลถึงพื้นที่เป้าหมายอย่าง 3 จังหวัดนโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นฐานของอุตสาหกรรมเดิม และ New S-Curve ที่ใช้พลังงานสูงอยู่แล้ว หากมีดาต้าเซ็นเตอร์เข้าไปเพิ่มโดยไม่มีแผนรองรับที่ชัดเจน อาจเกิดปัญหาแย่งชิงทรัพยากร เช่น การสร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่มจนเกิดความขัดแย้งในพื้นที่ หรือปัญหาการจัดหาพลังงานสะอาดที่ไม่ครอบคลุม จนต้องส่งไฟฟ้ามาจากพื้นที่ไกลๆ อาจทำให้เกิดความจำเป็นในการลงทุนขยายระบบผลิต ระบบส่ง และสถานีไฟฟ้าเพิ่มเติม รวมถึงมีต้นทุนและการสูญเสียในระบบส่งเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในที่สุด

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวอีกว่า ในระยะสั้น กฎหมายที่มีอยู่เดิมอาจเพียงพอในระดับหนึ่ง หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับเกณฑ์การอนุมัติตามแนวทางของคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เช่น การปรับประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำหนดให้ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่มากที่ปล่อยความร้อนสูงและใช้น้ำมาก ต้องทำ EIA รวมถึงควรกำหนดให้ดาต้าเซ็นเตอร์ตามขนาดที่กำหนดมีหน้าที่รายงานข้อมูลที่เกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้า ปริมาณการใช้น้ำ ตลอดจนสัดส่วนพลังงานสะอาด รวมทั้งผลกระทบด้านความร้อน เสียง น้ำเสีย และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตมีการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกรอบนโยบายเดิมเริ่มรับมือไม่ไหว รัฐอาจจำเป็นต้องพิจารณาออกกฎหมายเฉพาะมากำกับดูแลเป็นการเฉพาะเจาะจง

รศ. ดร.สุรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า แม้ในด้านหนึ่งการออกระเบียบคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ จะแสดงให้เห็นถึงท่าทีของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการกำกับกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ที่คำนึงถึงมิติด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม แต่ก็มีความกังวลว่าโครงสร้างของคณะกรรมการชุดนี้ ที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีรัฐมนตรีจากหลายกระทรวงเป็นกรรมการ รวมทั้งมีเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เป็นฝ่ายเลขานุการ จึงน่ากังวลว่าการขับเคลื่อนเชิงนโยบายในการออกมาตรฐานและแนวทางกำกับจะมีความล่าช้าหรือไม่ ตลอดจนกังวลว่ารัฐบาลอาจมุ่งเน้นการขับเคลื่อนไปที่การส่งเสริมการลงทุนจนอาจมองข้ามความสำคัญของการกำกับดูแลและควบคุมผลกระทบ ซึ่งหากปล่อยให้แนวทางกำกับดูแลล่าช้า จะกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อทั้งระบบพลังงานและความเชื่อมั่นของประเทศ

“สวนนงนุชพัทยา” เปิดให้คนเกิดกันยายนเข้าฟรี! วันเกิดปีนี้ ให้ธรรมชาติเป็นของขวัญ พร้อมชมพิพิธภัณฑ์พระพุทธคุณ เด็ก ผู้สูงอายุ เข้าชมฟรีทุกวัน เปิดเมืองอียิปต์ สวนกว่า 60 แห่ง

“วันเกิดปีนี้ ให้ธรรมชาติเป็นของขวัญ” สวนนงนุชพัทยามอบความสุข คนเกิดเดือนกันยายนเที่ยวฟรี

สวนนงนุชพัทยา โดย นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ชวนครอบครัวไทยออกมาสร้างความทรงจำร่วมกันในเดือนแห่งความสุข จัดโปรโมชั่นพิเศษ “วันเกิดปีนี้ ให้ธรรมชาติเป็นของขวัญ” มอบสิทธิ์ เข้าชมสวนนงนุชพัทยาฟรี สำหรับคนไทยที่เกิดในเดือนกันยายน พร้อมสิทธิพิเศษ เข้าชมพิพิธภัณฑ์พระพุทธคุณฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

โปรโมชั่นดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่1-30 กันยายน 2569 สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยแบบ Walk-in เพียงแสดงบัตรประชาชนหรือหลักฐานยืนยันเดือนเกิดแก่เจ้าหน้าที่บริเวณจุดจำหน่ายบัตรผ่านประตู ก็สามารถรับบัตรผ่านประตูฟรี สิทธิพิเศษอื่นเด็กที่มีความสูงไม่เกิน 140 เซนติเมตร(ที่เดินทางมากับครอบครัว) และผู้พิการ เข้าชมฟรีทุกวัน ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าชมฟรีทุกวันศุกร์ และผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไปเข้าชมฟรีตลอดทั้งปีโดยไม่มีเงื่อนไข

อีกหนึ่งประสบการณ์สำหรับครอบครัวคือ พิพิธภัณฑ์พระพุทธคุณ แหล่งเรียนรู้ที่รวบรวมพระพุทธรูป เหรียญ และวัตถุมงคลที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และมีอายุหลายร้อยปี ถ่ายทอดเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่และเด็ก ๆ สามารถเข้าถึงและเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น

บนพื้นที่กว่า 1,700 ไร่ สวนนงนุชพัทยามอบประสบการณ์ท่องเที่ยวสำหรับทุกวัย ทั้งสวนสวยมากกว่า 60 สวน รวบรวมพันธุ์ไม้หายากจากทั่วโลกกว่า 18,000 ชนิด หุบเขาไดโนเสาร์กว่า 1,800 ตัว ล่าสุดสร้างเมืองอียิปต์ และกิจกรรมสำหรับครอบครัว อาทิ ให้อาหารปลาช่อนยักษ์ คาเฟ่แมว ให้อาหารเนื้อทราย และนั่งรถชมสวน พร้อมชม “นงนุชโชว์” การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และการแสดงน้องช้างแสนรู้ ณ โรงละครสกาลา วันละ 4 รอบเติมเต็มหนึ่งวันของครอบครัวให้มีทั้งธรรมชาติ ความสนุก การเรียนรู้ และวัฒนธรรมไทยอยู่ในสถานที่เดียวกัน เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00–18.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติม: www.nongnoochpattaya.com

‘อรรถวิชช์’ ยื่นผลตรวจเหล็ก!! ถึงผู้ว่า สตง. จี้ตรวจสอบตึกถล่มให้โปร่งใส ชี้ผลตรวจพบเหล็ก IF ไม่ผ่านมาตรฐาน สตง.ใช้งบปีละกว่า 3 พันล้าน แต่ถูกตั้งคำถามปฏิเสธตรวจเอกสารเหล็กเพราะไม่ใช่การเงิน

“อรรถวิชช์” ยื่นผลตรวจเหล็กตกมาตรฐานถึงผู้ว่า สตง. จี้ตรวจสอบอย่างโปร่งใส ซัด! ใช้งบปีละกว่า 3 พันล้าน แต่ปฏิเสธตรวจเอกสารเพราะไม่ใช่เอกสารการเงิน 

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวในที่ประชุมสภาฯ ตั้งข้อสังเกตถึงการใช้งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปีของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พร้อมเรียกร้องให้ สตง.ตรวจสอบความคุ้มค่าโครงการก่อสร้างอาคาร สตง.ที่ถล่มเมื่อเดือน มี.ค. 2568 หลังคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน ได้ทำหนังสือถึง สตง. เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2569 ขอผลตรวจเหล็กจากกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งส่งตรวจโดยสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย (สลท.) แต่ได้รับคำตอบจากนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินว่า “ไม่ใช่เอกสารเกี่ยวกับการตรวจสอบการเงิน จึงไม่มีอำนาจขอเอกสารดังกล่าว”

ขณะที่ผลการตรวจเหล็กจากการเก็บตัวอย่าง 2 ครั้ง พบว่า เหล็ก EF ผ่านมาตรฐาน แต่เหล็ก IF ไม่ผ่านมาตรฐาน ซึ่ง ดร.อรรถวิชช์ ย้ำว่า “ไม่ได้หมายความว่าเหล็ก IF ทุกเส้นไม่ได้มาตรฐาน แต่กรณีที่ใช้ในโครงการ สตง. มีผลตรวจจากหน่วยงานรัฐแล้วว่าไม่ผ่านมาตรฐาน”

อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเหล็กเป็นสาเหตุของอาคารถล่มหรือไม่ แต่เมื่อมีผลตรวจจากหน่วยงานรัฐระบุว่าเหล็กไม่ผ่านมาตรฐาน สตง.ควรนำข้อมูลดังกล่าวไปตรวจสอบต่อ และพิจารณาเรียกร้องความเสียหายจากคู่สัญญา เนื่องจากเงื่อนไขการจัดซื้อกำหนดให้เหล็กต้องมีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หากตรวจสอบภายหลังแล้วพบว่าไม่ผ่านมาตรฐาน ย่อมเป็นประเด็นที่ สตง.ต้องดำเนินการ

ด้านนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ชี้แจงกรณีตึก สตง.ถล่มเมื่อปี 2568 ว่า สตง.ได้ทำหนังสือขอข้อมูลเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างตึกดังกล่าวแล้ว แต่ได้รับการชี้แจงว่า เอกสารอยู่ในสำนวนคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล จึงไม่สามารถมอบให้บุคคลอื่นได้ ส่งผลให้ สตง.ไม่มีข้อมูลดังกล่าว และไม่สามารถส่งเอกสารตามที่คณะกรรมาธิการฯ ร้องขอได้ โดยพร้อมยินดีรับมอบเอกสารผลการตรวจสอบเหล็กจากกระทรวงอุตสาหกรรมที่ ดร.อรรถวิชช์ นำมาให้ เพื่อนำไปประกอบการตรวจสอบของ สตง.ต่อไป

ทั้งนี้ ภายหลังการอภิปรายเสร็จสิ้น ดร.อรรถวิชช์ ได้เดินไปยังหน้าบัลลังก์ในห้องประชุมสภาฯ เพื่อยื่นเอกสารผลการตรวจสอบเหล็กจากสถานที่เกิดเหตุอาคาร สตง.ถล่ม ซึ่งเก็บตัวอย่างเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2568 ถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อประกอบการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องโปร่งใสในการดำเนินการของ สตง.

ประเทศไหนที่มีนักแสดงหรือนักร้อง

ประเทศไหนที่มีนัก
แสดงหรือนักร้องที่ชนะการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่
ชนะกันทั้งประเทศครับ น้องเป็นคนไทย น้อง
เก่งมาก เป็นการชัยชนะของน้อง แต่ในขณะ
เดียวกันเป็นการชนะของประเทศไทยด้วยเช่น
กัน ประเทศไทยได้ประโยชน์และคุณเดือดร้อน
อะไรครับ?

เดวิด วิลเลียม

ที่มา : https://www.facebook.com/ajarndave/

PEA เร่งช่วยชาวบ้านผาเวียง จ.น่าน!! หลังอุทกภัย–ดินสไลด์ กระทบเส้นทางและระบบไฟฟ้า ส่งถุงยังชีพ–เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ฟื้นระบบไฟหลังน้ำท่วม เร่งคืนแสงสว่างและความมั่นใจให้ชาวบ้านผาเวียง

PEA สนับสนุนภารกิจ มท.3 เร่งช่วยเหลือชาวบ้านผาเวียง จ.น่าน ส่งถุงยังชีพ–เครื่องกำเนิดไฟฟ้า พร้อมเร่งฟื้นฟูระบบไฟฟ้า

วันที่ 26 สิงหาคม 2569 นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มอบหมายให้ นายวิวัฒน์ ฤทธิวงศ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมสนับสนุนภารกิจของ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ลงพื้นที่บ้านผาเวียง ตำบลภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและดินสไลด์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อเส้นทางสัญจรและระบบไฟฟ้าในพื้นที่

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เร่งนำความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนบ้านผาเวียง โดย ลำเลียงถุงยังชีพทางอากาศด้วยเฮลิคอปเตอร์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พร้อม ลำเลียงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าทางบกด้วยรถตรวจการ PEA ผ่านเส้นทางที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้เป็นการชั่วคราว ควบคู่กับการเร่งฟื้นฟูระบบจำหน่ายไฟฟ้าให้สามารถกลับมาจ่ายกระแสไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

ข่าว: กองสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร
ภาพ: การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 2 (ภาคเหนือ) จังหวัดพิษณุโลก

ถึงเวลาสร้างเกมของตัวเอง! “ดร.ดนุช” ชี้ มหาวิทยาลัยไทยไม่ต้องวิ่งตามเกมโลก เสนอ 3 แนวทางยกระดับมหาวิทยาลัยไทย ใช้จุดแข็งที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ เชื่อ!! ไต่ Top 10 อาเซียน Top 100 เอเชีย ไม่ยาก

เมื่อวานนี้ (26 สิงหาคม 2569) ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุถึงเรื่องการยกระดับมหาวิทยาลัยไทยสู่การจัดอันดับนานาชาติ มีใจความว่า

​คำถามสำคัญที่ผมอยากชวนพวกเราคิดคือ 'อันดับสากลแบบเดิม เหมาะกับเราจริงหรือ?' และเรากำลังวิ่งตามเกมคนอื่น โดยลืมดึงจุดแข็งของตัวเราเองอยู่หรือเปล่า?

1. เล่นในสนามที่เราชนะ — บทเรียนจาก จุฬาฯ-มหิดล-มธ. สู่โอกาสของ มรภ./มทร.

ถ้าเราไปแข่งในเกณฑ์แบบดั้งเดิมที่เน้นงบประมาณมหาศาลหรืองานวิจัยพื้นฐานขนาดใหญ่ เราอาจต้องเหนื่อยมาก แต่ถ้ามองในเกณฑ์ THE Impact Rankings (SDGs) ที่วัดผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนำอย่าง จุฬาฯ, มหิดล, ธรรมศาสตร์ พิสูจน์แล้วว่าเราขึ้นไปยืน Top ของโลกได้สบายครับ

ที่สำคัญที่สุดคือกลุ่ม มรภ. และ มทร. ครับ มหาวิทยาลัยกลุ่มนี้ทำงานตอบโจทย์พื้นที่ (Area-based) และเทคโนโลยีประยุกต์มาตลอด หากเราเปลี่ยนมุมมอง ดันกลุ่มนี้เข้าสู่สนาม Social Impact Rankings มรภ. และ มทร. จะไต่อันดับโลกได้อย่างก้าวกระโดดทันที เพราะมันคือสิ่งที่เราทำอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องใส่ระบบ Data Governance เข้าไปจับรวบรวมผลงานอย่างเป็นระบบครับ

2. ข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ — "ทางลัด" ทางวิชาการ และ National Ranking

หากเราต้องการไปสู่เป้าหมาย Top 100 เอเชียอย่างรวดเร็ว เราต้องไม่เริ่มจากศูนย์ แต่ต้องใช้ 'ทางลัดเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Shortcuts)' 

-​International Co-authorship & Consortium จับมือทำวิจัยร่วม (Joint Research) และควบตำแหน่ง (Joint Appointment) สมัครเป็นพันธมิตรกับห้องปฏิบัติการกับสถาบัน/นักวิจัย Top 100 ของโลก ดึงดัชนีการอ้างอิง (Citations) และชื่อเสียงสากลขึ้นแบบก้าวกระโดด

​ใช้นโยบายดึงดูดนักวิจัยต่างชาติเกรด A มาควบตำแหน่ง (Joint Appointment) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีและช่วยเพิ่มชื่อเสียงสถาบัน (Academic Reputation)

-​สร้าง 'Thailand National Ranking' ของเราเอง กระทรวง อว. และวุฒิสภา ควรจับมือกันจัดทำเกณฑ์การประเมินสถาบันภายในประเทศที่วัดความคุ้มค่า เช่น ใช้งบประมาณน้อยแต่ได้ผลงานมาก และสร้างนวัตกรรมที่แก้ปัญหาความยากจนในพื้นที่ได้จริง เพื่อให้ทุกสถาบันได้รับงบประมาณอย่างเป็นธรรม ไม่เบี้ยหัวแตก

​3. การบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์ (Data & Resources)

สุดท้าย การจัดอันดับไม่ใช่แค่เรื่องของงานวิจัย แต่คือเรื่องของระบบข้อมูล (Data Governance) มหาวิทยาลัยไทยเสียคะแนนฟรีเยอะมาก เพราะจัดเก็บข้อมูลไม่ตรงตามนิยามสากล เราจำเป็นต้องมี Central Ranking Data Support Unit จากภาครัฐ คอยช่วยเหลือมหาวิทยาลัยในการแปลงผลงานท้องถิ่นให้กลายเป็น Data ที่สำนักจัดอันดับโลกยอมรับ

กล่าวโดยสรุป เป้าหมาย Top 10 อาเซียน หรือ Top 100 เอเชีย ไม่ใช่เรื่องไกลเกินจริง หากเรา 'เลิกวิ่งตามเกณฑ์ที่ไม่เหมาะกับเรา แล้วหันมาใช้เกณฑ์ที่ตอบโจทย์ประเทศ' ใช้ทางลัดจากการผนึกกำลังสากล และสร้างการประเมินที่คุ้มค่าเงินงบประมาณ

การจัดอันดับนานาชาติจะมีประโยชน์ ก็ต่อเมื่อมันตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ... เราไม่ควรอายที่จะใช้ 'ทางลัด' ด้วยการจับมือกับสถาบันชั้นนำของโลกเพื่อก้าวกระโดด และขณะเดียวกัน ประเทศไทยต้องกล้าตั้งเกณฑ์ประเมินของเราเองที่วัดความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ และผลกระทบต่อสังคมอย่างจริงจัง

“มหาวิทยาลัยไทยจะไม่เพียงแค่ติดอันดับโลกครับ แต่จะกลายเป็นเครื่องมือที่พัฒนาสังคมและบ้านเมืองอย่างแท้จริง”

ขอบคุณครับ

‘อาจารย์อุ๋ย’ ชวนคิด ปรากฏการณ์ ‘เนเน่ รอยัล’ จากเด็กไทยสู่พลัง Soft Power บนเวทีโลก ‘เนเน่ รอยัล’ คือ World Phenomenon ที่สะท้อนพลังความสามารถแท้เหนือยุค AI จุดประกายรัฐไทยต้องสร้างระบบหนุนเด็กมีพรสวรรค์

อาจารย์อุ๋ย ชวนคิด!: ปรากฏการณ์ "เนเน่ รอยัล" กับการชุบชีวิตดนตรีร็อกบนเวทีโลก และบทเรียนการพัฒนาคนไทยสู่สากล

โดย ประพฤติ ฉัตรประภาชัย (อาจารย์อุ๋ย) นักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ/สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

แม้ผมจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีโดยตรง และขอวิเคราะห์ในฐานะผู้ฟังดนตรีคนหนึ่งที่เติบโตมากับเสียงเสน่ห์ของดนตรีในยุค 80s ถึง 2000s ยุคที่ดนตรีร็อกคือลมหายใจหลักของโลก ตั้งแต่รุ่น Hair Metal ไปจนถึง Alternative Rock และ Nu-Metal 

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับ "น้องเนเน่ รอยัล" (Nene Royal) บนเวที America’s Got Talent (AGT) นั้น สำหรับนักวิชาการกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศอย่างผม มันคือ"ปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมระดับโลก" (World Phenomenon) ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ ซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวของผมล้วนๆ 

1. Contrast Power: มนต์เสน่ห์แห่งความขัดแย้งที่ทรงพลัง

 รูปลักษณ์แรกของน้องเนเน่คือเด็กสาวไทยที่ดูขี้อาย เรียบร้อย ไม่มีรอยสัก หรือการเจาะตามร่างกายแบบ "ดุเดือด" อย่างภาพจำร็อกเกอร์ฝรั่ง ความบริสุทธิ์นุ่มนวลนี้ตัดกับพลังเสียงการร้องและฝีมือการเล่นกีตาร์ที่ "ระเบิดพลัง" ออกมาอย่างสิ้นเชิง

ความขัดแย้ง (Contrast) นี้ทำลายอคติของผู้ฟังโดยฉับพลัน เกิดเป็นความจริงใจ (Authenticity) ที่ไร้การปรุงแต่ง ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาตกตะลึงอย่างแรง จนคอมเมนต์ในโซเชียลมีเดียจำนวนหนึ่งระบุว่า ไม่เคยติดตามหรือโหวตให้รายการ AGT มาก่อน แต่ต้องยอมกดโหวตให้น้อง เพราะพลังดนตรีของเธอข้ามผ่านกำแพงภาษาและวัฒนธรรมได้ทันที

2. การ "ปรุง" ร็อกจัดจ้าน ให้กลายเป็นรสชาติที่กลมกล่อม: 

เพลงร็อกต้นฉบับบางเพลงมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง จนคนทั่วไปที่ไม่ใช่ขาร็อกอาจรู้สึกว่า "ล้น" หรือฟังยาก แต่พอน้องเนเน่ รอยัล นำมาคัฟเวอร์ ด้วยเทคนิคการร้องที่มีกลิ่นอายความอ่อนโยนตามธรรมชาติแบบไทย ผสานกับอารมณ์ดนตรีอันเข้มข้น ผลลัพธ์คือการลดทอนความกร้าวระด้างลง แต่ยังคงหัวใจของความ Rock 'n' Roll ไว้ครบถ้วน

เทียบได้กับ "อาหารรสจัดจ้าน" ที่เคยกินได้เฉพาะกลุ่ม แต่เมื่อถูกนำมาปรุงใหม่โดยคงความอร่อยไว้และมีความกลมกล่อมพอดี จึงกลายเป็นรสมือที่ผู้ฟังแทบทุกเพศทุกวัยเข้าถึงและหลงรักได้ไม่ยาก

3. ปลุกคืนชีพดนตรีร็อกในยุค AI และการเชื่อม Gen Z & Alpha:

ในยุคปัจจุบันที่อุตสาหกรรมดนตรีเต็มไปด้วยการใช้ AI และการแต่งเพลงเพื่อสร้างยอดไลค์ยอดแชร์และกระแสไวรัลมากกว่าการสร้างสรรค์ผลงานที่เน้นคุณภาพ จนขาด เสน่ห์และจิตวิญญาณเฉพาะตัว วงการร็อกค่อยๆ เลื่อนหายไปพร้อมกลุ่มผู้ฟังเดิมที่อายุมากขึ้นเรื่อยๆ 

การปรากฏตัวของเนเน่ รอยัล จึงเปรียบเสมือนการเชื่อมสะพานดนตรีร้อคสู่สายเลือดใหม่ และทำให้ดนตรีร็อกกลับมามีชีวิตอีกครั้ง และชวนให้เด็กรุ่นใหม่ทั้ง Gen Z และ Gen Alpha หันมาสนใจดนตรีร็อก และตระหนักถึงคุณค่าของการฝึกฝนทักษะดนตรีจริง (Human Touch)

ศิลปินในอดีตที่เคยสร้างปรากฏการณ์ลักษณะนี้:

หากมองย้อนกลับไป ปรากฏการณ์แบบเนเน่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับศิลปินอย่าง Ukulele Girl "Grace VanderWaal" (ผู้ชนะ AGT 2016) ที่ใช้ความบริสุทธิ์และเครื่องดนตรีชิ้นเดียวช็อกโลก หรือวง "Måneskin" จากอิตาลีที่ชนะ Eurovision 2021 จนปลุกกระแส Glam Rock ให้กลับมาฮิตไปทั่วโลก แต่กรณีของเนเน่มีความพิเศษตรงความเป็นเด็กสาวเอเชียที่สามารถครองใจวงการร็อกฝรั่งได้อย่างเบ็ดเสร็จ

4. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย: ประเทศไทยจะสร้าง "ทรัพยากรมนุษย์ระดับโลก" ได้อย่างไร?

ในฐานะนักวิชาการและนักการเมือง ผมมองว่าความสำเร็จของเนเน่ รอยัล ไม่ควรหยุดอยู่แค่ความสามารถส่วนบุคคล แต่ภาครัฐต้องมองเป็นบทเรียนในการพัฒนานโยบายสาธารณะ เพื่อสร้างคนไทยไปสู่เวทีโลกในทุกๆ วงการ ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ดารา หรือนักวิทยาศาสตร์ ด้วยกลไกขับเคลื่อนดังต่อไปนี้

 1) ปฏิรูประบบการศึกษา โดยสร้างระบบนิเวศน์ที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และอํานาจละมุน (Creativity & Soft Power Ecosystem): ลดการเรียนแบบท่องจำ เปิดพื้นที่ให้เด็กค้นพบความชอบเฉพาะทางตั้งแต่เยาว์วัย สร้างสถาบันพัฒนาทักษะเฉพาะด้านที่เข้าถึงง่ายและไม่มีค่าใช้จ่ายสูงเกินไป

 2) จัดตั้งกองทุนสนับสนุนผู้มีควบมสามารถพิเศษ (Talent Global Fund): รัฐต้องมีทุนสนับสนุนเด็กที่มีศักยภาพสูงเพื่อเดินทางไปแข่งขัน แสดงผลงาน หรือเข้าประกวดบนเวทีระดับสากล โดยไม่ต้องพึ่งพาแต่ทุนทรัพย์ของครอบครัว

 3) สร้างระบบนิเวศทางวัฒนธรรมที่เปิดกว้าง: สนับสนุนพื้นที่แสดงออก (Live Music Spaces, Open Labs, Youth Science Fairs) ที่มีมาตรฐานสากล เพื่อให้เด็กได้ฝึกฝนปะทะกับผู้ชมจริงตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น มีลานกิจกรรมที่ให้คนทุกเพศทุกวัยมาแสดงความสามารถ

 4) การส่งเสริม Soft Power เชิงโครงสร้าง ซึ่งไม่ใช่แค่การโปรโมตภาพลักษณ์ แต่เป็นการส่งเสริมกระบวนการผลิต (Production Value) ให้บุคลากรไทยสามารถทำงานร่วมกับมาตรฐานสากลได้อย่างทัดเทียม

บทสรุป:

ปรากฏการณ์ของ "น้องเนเน่ รอยัล" ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า "จิตวิญญาณแห่งดนตรีและความสามารถที่แท้จริง" ยังคงทรงพลังเหนือเอไอและเทคโนโลยีใดๆ และหากประเทศไทยสามารถสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเจียระไนเพชรเหล่านี้ได้ เราจะมีเด็กไทยอีกมากมายที่ก้าวไปยืนสะกดคนทั้งโลก เหมือนอย่างที่น้องเนเน่ทำได้อย่างงดงาม

ด้วยความปรารถนาดี

https://www.facebook.com/share/p/1AufEBuuWd/?mibextid=wwXIfr

'พลโท วันชนะ' ชี้ชัดข้อขัดแย้ง!! ยังไม่พ้นความตึงเครียด ข้อตกลง JBC มี 16 ข้อหลัก ไทยส่งคืนเชลยเขมรแล้ว 100% เขมรไม่ควรขอคืนพื้นที่ล้ำแดน

พลโท วันชนะ สวัสดี โพสในเฟสบุ๊ค

ก่อนที่จะคิดไปไกลว่าจะคุย JBCทั้ง3คนนี้ประกอบด้วย ฮุนเซน และฮุนมาเนต รวมไปถึง เตีย ด้วย ต้องจำใส่ กบาลไว้ ว่า ข้อตกลงล่าสุดที่ต้องทำกันให้ได้ก่อนคือ Joint Statement of the 3/th Special GBC on 27 December 2025

มี 11ข้อที่ต้องทำ เพื่อลดความตึงเครียดและอีก5ข้อเป็นกลไกติดตาม รวม16ข้อ
ข้อที่ทำและชัดเจนที่สุด เกิดจากฝ่ายไทยทำคือ ข้อ 11 ส่งคืน เชลยเขมร18 นาย อันนี้100%แล้ว
ส่วนครั้งนี้จะกล่าวถึงข้อ2 คือ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้โครงการวางกำลังที่มีอยู่ในพื้นที่ปัจจุบัน
เอาง่ายๆคือ ใครอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น แสดงว่า เขตพื้นที่ ที่ครอบครองของแต่ละฝ่ายตอนนี้คือ ตั้งแต่แนววางกำลังไปด้านหลัง การที่เขมรจะมาเรียกร้องขอให้เขมรกลับมาที่บ้านหนองจานนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลย ทั้ง 1ความถูกต้อง และ 2 หลักการ
กล่าวคือ

1 ความถูกต้องคือ พื้นที่ ที่ เขมรมาอาศัยชั่วคราวตอนนั้น คือ พื้นที่ของไทยมาตลอด ที่เข้ามาอยู่นั้นคือบุกรุก ล้ำเกินเขตแดนเข้ามาในไทย

2 หลักการคือ การขอเข้ามาอยู่นี้ จะกลายเป็นว่าเข้ามาอยู่หลังแนววางกำลังของทหารไทย ทำให้ แนววางกำลังของไปปัจจุบัน จะถูก ขนาบหน้าหลังด้วย กำลังเขมร
ใช้ กบาล คิดหน่อยสิ หรือ กบาลมีแต่ความคิดที่จะโกงเท่านั้น
กลับไป ทำตาม Joint ให้ได้ก่อน แล้วค่อยมาคุย
ครั้ง หน้า จะ ขยายข้ออื่นๆอีก

ที่มา : https://www.facebook.com/100002178103147/posts/27955711827418046/?rdid=PWMu9rLVGEUZyGiY#

“กาชาด” ส่งกำลังใจ ความห่วงใย ส่งบอลบีบมือ 1,000 ลูก ให้ผู้ป่วยโรคไต 10 แห่งทั่วประเทศ อาสาสมัครร่วมใจเย็บทุกขั้นตอน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและกำลังใจ

ความห่วงใยกำลังเดินทาง❤️

วันที่ 26 สิงหาคม 2569 สำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย ดำเนินการจัดส่ง "บอลบีบมือเพื่อผู้ป่วยโรคไต" จำนวน 1,000 ลูก ผ่านไปรษณีย์ไทย เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ป่วยโรคไตใน 10 โรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยบอลบีบมือทั้งหมดเกิดจากแรงกาย แรงใจ และความตั้งใจของอาสาสมัครกาชาดที่ร่วมกันเย็บด้วยมือทุกขั้นตอนเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคไต

โครงการบอลบีบมือเพื่อผู้ป่วยโรคไต เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ประชาชนและอาสาสมัครกาชาดได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์อุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างง่ายที่มีประโยชน์ต่อผู้ป่วย โดยเริ่มต้นตั้งแต่การจัดเตรียมวัสดุ การเปิดรับอาสาสมัครร่วมเย็บบอลบีบมือ การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการรวบรวมและบรรจุหีบห่อเพื่อส่งต่อให้ถึงมือผู้ป่วยอย่างปลอดภัย ทุกขั้นตอนสะท้อนถึงความเอาใจใส่และความปรารถนาดีของผู้ให้ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

บอลบีบมือเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับผู้ป่วยโรคไตที่เข้ารับการฟอกเลือดทางหลอดเลือด (Hemodialysis) โดยการบีบบอลอย่างสม่ำเสมอจะช่วยบริหารกล้ามเนื้อมือและแขน กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้เส้นเลือดที่ใช้ในการฟอกไตมีความแข็งแรงและพร้อมใช้งานมากขึ้น นับเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยส่งเสริมการรักษาและเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ป่วยในระหว่างกระบวนการฟอกไต

สำหรับบอลบีบมือจำนวน 1,000 ลูกในครั้งนี้ จะถูกส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลจำนวน 10 แห่ง ประกอบด้วย
โรงพยาบาลสุโขทัย
โรงพยาบาลบุรีรัมย์
โรงพยาบาลระนอง
โรงพยาบาลกำแพงเพชร
โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร
โรงพยาบาลบางคล้า
โรงพยาบาลเกาะคา
โรงพยาบาลราชบุรี
โรงพยาบาลเขาย้อย
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

การส่งมอบบอลบีบมือในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการส่งต่ออุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยโรคไตเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งต่อกำลังใจ ความห่วงใย และพลังแห่งการให้จากอาสาสมัครกาชาดไปยังผู้ป่วยที่กำลังเผชิญกับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

สำนักงานยุวกาชาดและอาสาสมัครกาชาด สภากาชาดไทย ขอขอบคุณอาสาสมัครกาชาดทุกท่านที่ร่วมแรงร่วมใจเย็บบอลบีบมือด้วยความเสียสละและความตั้งใจจนเกิดเป็นพลังแห่งการแบ่งปันที่ช่วยเติมเต็มรอยยิ้มและกำลังใจให้กับผู้ป่วยโรคไตทั่วประเทศ เพราะทุกลูกที่ถูกเย็บขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงบอลบีบมือ แต่คือความหวัง ความห่วงใย และความปรารถนาดีที่ส่งตรงจากผู้ให้ถึงผู้รับด้วยหัวใจแห่งมนุษยธรรม
"1,000 ลูกบอล 1,000 กำลังใจ จากมืออาสาสมัครกาชาด สู่มือผู้ป่วยโรคไตทั่วประเทศ"

ปมเยาวชนถูกยิงที่จะแนะยังไร้ข้อยุติ ประกาศตามหาคลิป ฮ.ไล่ยิงเยาวชนจะแนะ หลังมีข้อกล่าวหาแต่ยังไม่พบภาพยืนยัน ต้องพิสูจน์ด้วยนิติวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่คำกล่าวอ้างฝ่ายเดียว

ประกาศตามหาคลิป! อ้าง ฮ.2 ลำไล่ลั่นไกใส่เยาวชน ทั้งลำใหญ่–เสียงดัง แต่ไร้ภาพบันทึก แถมคำให้การย้อนแย้งหลายจุด

กรณีเยาวชนได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนบริเวณบ้านกูมุง ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ช่วงค่ำวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ยังไม่มีข้อยุติ หลังมีการกล่าวอ้างว่า กระสุนถูกยิงลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ซึ่งกำลังบินติดตามกลุ่มวัยรุ่น

นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.พรรคประชาชน ระบุว่า ข้อมูลจากผู้ได้รับบาดเจ็บและเพื่อนรวม 5 คน อ้างว่ามีเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำบินตาม หลังกลุ่มวัยรุ่นผ่านบริเวณเหตุเผาสำนักงาน อบต.ช้างเผือก ก่อนจอดรถและชูมือแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ยังถูกยิงจนมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เผยแพร่ในแต่ละช่วงยังมีรายละเอียดชวนสงสัย ทั้งรายงานแรกที่ระบุว่าถูกยิงขณะขี่รถจักรยานยนต์ ก่อนมีคำอธิบายภายหลังว่าจอดรถและชูมือแล้ว รวมถึงคำให้การที่ระบุว่าเห็นเฮลิคอปเตอร์บินผ่านก่อนมีเสียงปืนดัง ซึ่งยังไม่เท่ากับมีผู้เห็นขณะยิงจากตัวอากาศยานโดยตรง

ผลตรวจบาดแผลเบื้องต้นพบรูกระสุนเข้าบริเวณด้านหน้าลำตัวและทะลุออกด้านหลัง หากผู้บาดเจ็บอยู่ในท่ายืน วิถีอาจเฉียงขึ้นประมาณ 30 องศา แต่แพทย์ยังไม่สามารถระบุชนิดอาวุธหรือจุดที่ยิงได้อย่างเด็ดขาด จึงต้องอาศัยผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์และสภาพท่าทางของผู้บาดเจ็บขณะเกิดเหตุประกอบ
อีกข้อสังเกตสำคัญคือ จนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏคลิปที่บันทึกภาพเฮลิคอปเตอร์ขณะไล่ติดตามหรือใช้อาวุธ ทั้งที่เฮลิคอปเตอร์เป็นอากาศยานขนาดใหญ่และมีเสียงดัง ขณะที่โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันสามารถบันทึกคลิปหรือถ่ายทอดสดได้ทันที การไม่มีภาพจึงเป็นช่องว่างสำคัญที่ฝ่ายกล่าวอ้างควรนำหลักฐานออกมายืนยัน แต่ก็ยังไม่อาจสรุปได้ว่าเหตุการณ์ไม่เกิดขึ้น เพียงเพราะไม่มีผู้บันทึกภาพในช่วงอันตรายและยามค่ำคืน

ด้าน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยอมรับว่ามีเฮลิคอปเตอร์บินลาดตระเวนในพื้นที่จริง แต่ยืนยันว่าไม่มีการใช้อาวุธจากอากาศยาน ข้อเท็จจริงจึงควรตรวจสอบจากบันทึกเส้นทางและเวลาในการบิน รายชื่อผู้ปฏิบัติหน้าที่ การตรวจอาวุธและกระสุน ภาพจากกล้องในพื้นที่ รวมถึงผลตรวจวิถีกระสุนและร่องรอยบนถนน ไม่ใช่อาศัยคำให้การของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงอย่างเดียว
ข้อมูล: รอมฎอน ปันจอร์ และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า

NEWS1รายงาน

ที่มา : https://www.facebook.com/100064439212441/posts/1585695856921706/?rdid=yRfWCHvQJmg8a2ab#

‘เอียล่า’ ขึ้นมือหนึ่ง!! ในอาเซียนตลอดกาล อันดับ 18 ของโลก นักเทนนิสอาเซียนอันดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ คว้าแชมป์ WTA รายแรกในชีวิต แซงหน้า "แทมมี่" และ "ยาญุก" รุ่นพี่

“เอียล่า” พุ่งมือ 18 โลก สร้างสถิติใหม่นักหวดอาเซียน แซงหน้า “แทมมี่” ตำนานไทย

สั่นสะเทือนวงการเทนนิสโลก ในชนิดที่วงการเทนนิสอาเซียนต้องจารึก เมื่อ อเล็กซานดรา เอียล่า นักหวดสาวอัจฉริยะวัย 21 ปี จากฟิลิปปินส์ ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 18 ของโลก ตามการประกาศอันดับโลกหญิงเดี่ยวอย่างเป็นทางการของสมาคมนักเทนนิสอาชีพหญิง (WTA) ประจำสัปดาห์ล่าสุด ซึ่งเป็นอันดับโลกสูงที่สุดในชีวิตการเล่นอาชีพของเจ้าตัว และส่งให้เธอก้าวขึ้นเป็นนักหวดหญิงเดี่ยวอาเซียนที่อันดับสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ทันที

ความสำเร็จอันร้อนแรงของเอียล่าในฤดูกาล 2026 นี้ ไฮไลต์สำคัญมาจากการคว้าแชมป์ระดับ WTA Tour รายการแรกในอาชีพในศึก มูบาดาลา ดีซี โอเพ่น 2026 ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว เอียล่า โชว์ฟอร์มล้มผู้เล่นท็อป 10 ของโลกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโค่น เจสสิกา เปกูลา มือ 4 ของโลกในรอบชิงชนะเลิศ

เอียล่า ยังทำผลงานได้ดีในรายการฮาร์ดคอร์ตช่วงซัมเมอร์ ส่งผลให้คะแนนสะสมของเจ้าตัวพุ่งทะลุจนสามารถทำลายสถิติเดิมอันดับ 19 ของโลก ของสองนักหวดรุ่นพี่ในตำนานอย่าง ยาญุก บาซูกิ จากอินโดนีเซีย (ทำไว้ในปี 1997) และ แทมมารีน ธนสุกาญจน์ จากไทย (ทำไว้ในปี 2002)

การก้าวขึ้นสู่ท็อป 20 ของโลกในวัยเพียง 21 ปี ทำให้อดีตนักเรียนจาก ราฟา นาดาล อะคาเดมี รายนี้ ถูกจับตามองจากกูรูทั่วโลกว่ามีโอกาสที่จะพัฒนาฝีมือและไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งท็อป 10 ของโลกได้ในอนาคตอันใกล้ โดยสถานีต่อไปของประวัติศาสตร์เทนนิสอาเซียนรายนี้ คือการลงแข่งขันเมนดรอว์ในศึกแกรนด์สแลมสุดท้ายของปีอย่าง ยูเอส โอเพ่น ที่มหานครนิวยอร์ก ในสัปดาห์หน้า

ที่มา : https://www.facebook.com/100064733374572/posts/1545710717596693/?rdid=MKrq58SUAh1kWbxb#

เด็กภูเก็ตไม่ธรรมดาอีกคน!! ‘น้องพอใจ’ โชว์พลังเสียง คว้าอันดับ 1 Vocal Solo รุ่น 17 ปี ถ้วยแชมป์ร้องเพลงระดับนานาชาติ เวที Taiwan International Music Competition 2026

สร้างชื่อให้กับคนไทย อีกหนึ่งข่าวดีที่สร้างความภูมิใจให้กับชาวภูเก็ต เมื่อน้อง พอใจ นางสาว รัฐฏา ศรีตุลมาศ นักร้องเสียงใส วัย 17 ปี ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัยจากจังหวัดภูเก็ต โชว์พลังเสียงโดดเด่นบนเวที คว้าแชมป์ รางวัลชนะเลิศ อันดับ 1 เหรียญทอง พร้อมถ้วยรางวัล Frist Prize ระเภท Vocal (Music) solo อายุ 17 ปี

จากการแข่งขัน Taiwan international music Competition 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 - 30 สิงหาคม 2569 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
ชาวภูเก็ตเตรียมส่งแรงเชียร์ให้ดังไปถึงไต้หวัน

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=27567368469609249&id=100002884015154&post_id=100002884015154_27567368469609249&rdid=I12G3wypaPXJVMbX#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top