Sunday, 7 June 2026
Hard News Team

ย้อน 7 เหตุการณ์ทหารกล้า เหยียบทุ่นระเบิดของเขมรลอบกัด

สังคมไทยเริ่มตั้งคำถาม ‘ทหารไทย’ ต้องเสียอีกกี่ขา? ปมพิพาทกับกัมพูชาถึงจะจบ...ถึงเวลาหรือยังที่รัฐบาลจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด เพื่อปกป้องชีวิตทหาร ประชาชน และอธิปไตยของชาติ

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดตัวกระเช้าปีใหม่ “สุขชุมชน” รวมสุดยอดสินค้า GI ไทย 9 รายการ ส่งเสริมบริโภคสินค้าท้องถิ่น สร้างรายได้สู่ชุมชน

(11 พ.ย. 68) ที่ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (ทป.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเปิดตัวกระเช้าปีใหม่จีไอ “สุขชุมชน” ว่า กรมมุ่งเสริมแกร่งผู้ประกอบการ SME และเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้า GI อย่างเป็นรูปธรรม ตามแนวนโยบาย Quick Big Win ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ผ่านการส่งเสริมการขึ้นทะเบียนสินค้า GI รายการใหม่ ๆ และผลักดันการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพ พร้อมขยายโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อต่อยอดสินค้า GI ไทยสู่ตลาดอย่างมั่นคงและยั่งยืนโดยปัจจุบันมีสินค้า GI ไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว 243 รายการ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 114,329 ล้านบาท

นางอรมนกล่าวว่า สำหรับต้อนรับเทศกาลปีใหม่ 2569 กรมฯ ร่วมกับ ท็อปส์ เครือเซ็นทรัล รีเทล ได้คัดเลือกสุดยอดสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) 9 รายการ จัดทำเป็นกระเช้าปีใหม่จีไอ “สุขชุมชน” เพื่อส่งเสริมการบริโภคสินค้าท้องถิ่น สร้างรายได้สู่ชุมชน และส่งต่อความสุขความปรารถนาดีจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคในช่วงปีใหม่ที่จะมาถึง โดย GI 9 รายการ ประกอบด้วย สินค้า GI ในกลุ่มอาหาร 6 รายการ ได้แก่ 

1.ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง มีคุณค่าทางโภชนาการ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด 
2.ข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์ อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุช่วยในการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ 
3.พริกไทยจันท์ (จันทบุรี) มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการย่อยอาหาร ลดอาการท้องอืดและใช้เป็นสมุนไพรไล่ลม 
4.สับปะรดภูแลเชียงราย ให้วิตามินซีสูงช่วยต้านอนุมูลอิสระและดีต่อระบบขับถ่าย 
5.ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน มีคุณสมบัติช่วยลดความเครียด ให้พลังงานและบำรุงเลือด 
6.ถั่วลายเสือแม่ฮ่องสอน ที่ผ่านกระบวนการคั่วด้วยเกลือแบบภูมิปัญญาท้องถิ่น รสชาติหวานมันปนเค็มอ่อนๆ เป็นแหล่งโปรตีนจากพืชชั้นดี และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

นอกจากนี้ มีสินค้า GI ในกลุ่มเครื่องดื่ม 3 รายการ ได้แก่ 

1.ชาเชียงราย ใบชามีกลิ่นหอมละมุน มีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มความผ่อนคลาย 
2.น้ำหมากเม่าสกลนคร อุดมด้วยสารอาหาร มีปริมาณสารแอนโธไซยานินสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
3.กาแฟเทพเสด็จ (เชียงใหม่) กาแฟพันธุ์อาราบิก้า ที่ปลูกแบบธรรมชาติร่วมกับไม้ป่า

“สินค้า GI ทั้ง 9 รายการ ล้วนเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน โดยสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 469 ล้านบาทต่อปี ซึ่งในปี 2569 จะมีการผลักดันสินค้าท้องถิ่นจดทะเบียนจีไออีกกว่า 20 รายการ และจะมีการต่อยอดความร่วมมือนำสินค้าจีไอไปจัดเป็นชุดกระเช้าหรือจำหน่ายในเทศกาลอื่น ๆ ต่อไป กับทั้งที่ท็อปส์ และห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ทุกราย” นางอรมน กล่าว

ด้านนายจักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด กล่าวว่า ท็อปส์ให้สนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อยของไทยต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้า GI ที่ท็อปส์มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกกว่า 90 รายการ สำหรับกระเช้า “สุขชุมชน” เป็นความต่อเนื่องปีที่สอง โดยจัดเตรียมให้เลือก 2,000 ชุด ราคาประมาณ 1,799 บาท เพิ่มจากปีก่อนที่มียอดขาย 1,000 ชุด ซึ่งประเมินว่าตลาดกระเช้าปีใหม่ ช่วงปีใหม่น่าจะยังขยายตัวได้เกิน 2 หลัก และยอดซื้อเริ่มเข้ามาแล้ว

(สุรินทร์) มทบ.25 ร่วมงาน "ชาวช้างร่วมใจ ถวายอาลัยแม่ของแผ่นดิน"เพื่อน้อมถวายอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พลตรี ไชยนคร กิจคณะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 มอบหมายให้ พันเอก บุญส่ง พรมนิล รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 25 ร่วมงาน "ชาวช้างร่วมใจ ถวายอาลัยแม่ของแผ่นดิน"เพื่อน้อมถวายอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ จัดกิจกรรม "ชาวช้างร่วมใจ ถวายอาลัยแม่ของแผ่นดิน" เพื่อน้อมถวายอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บริเวณปะรำพิธี หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีช้างร่วมกิจกกรมดังกล่าวกว่า 300  เชือก  

โดยมี นายประภาส ศรีจันทร์เวียง และนางธัญพร มุ่งเจริญพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณะสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ บุคลากรในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย 

‘ประชาธิปัตย์’ ชูแนวคิด Co-Design Policy ชวนคนรุ่นใหม่ร่วมสร้างนโยบายแห่งอนาคต ผ่านเวที Youth Policy Hackathon 2025 เชื่อ!! เมืองที่ดีสร้างได้จากมือคนรุ่นใหม่

ปชป. เปิด 'Youth Policy Hackathon 2025' ท้าคนรุ่นใหม่ 18-35 ปี ร่วมสร้าง "นโยบายแห่งอนาคต" ชู 'Co-Design Policy' เปลี่ยนไอเดียสู่การขับเคลื่อนประเทศจริง

(11 พ.ย.68) – นางรัดเกล้า สุวรรณคีรี (เนเน่) รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เชิญชวนผู้มีอายุระหว่าง 18–35 ปี มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดทิศทางของประเทศ ผ่านเวที “Youth Policy Hackathon 2025” ที่มุ่งสร้างประสบการณ์ 'Co-Design Policy' เพื่อเปลี่ยนพลังทางความคิดให้กลายเป็นความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้จริง โดยเฉพาะในยุคที่ความท้าทายของประเทศมีความซับซ้อน การเมืองจำเป็นต้องก้าวข้ามกรอบความคิดแบบเดิม และเปิดรับมุมมองที่หลากหลายจากคนทุกกลุ่มอย่างเป็นระบบ Policy Hackathon 

"เราเชื่อว่านโยบายที่ดีที่สุดต้องเกิดจากการมีส่วนร่วม (Co-Design) แคมเปญนี้จึงอยากเชิญชวนให้มา 'Hack' ความคิดและเปลี่ยนพลังของคนรุ่นใหม่ให้กลายเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนประเทศได้จริง" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

กิจกรรมนี้เป็นการส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ได้ "ฟังจริง คิดจริง ทำจริง" เปิดโอกาสให้นำเสนอ “Policy Pitch” ต่อหน้าคณะกรรมการที่มีประสบการณ์บริหารประเทศโดยตรง อาทิ นายชวน หลีกภัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรับฟังการเปิดมุมมองเศรษฐกิจจาก นายกรณ์ จาติกวณิช ในวันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์

พรรคประชาธิปัตย์เชื่อมั่นว่า การมีส่วนร่วมดังกล่าวจะนำไปสู่การสร้างสรรค์นโยบายที่ทันต่อสถานการณ์ และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นว่า "การเมืองที่ดี...สร้างได้จากมือของเรา"

สำหรับไฮไลต์ของงาน จะมีกิจกรรมสนุกตลอดวัน — ฟังจริง คิดจริง ทำจริง!
09.30 | What is wrong with the world today โดย พี่กรณ์ จาติกวณิช
10.30 | How to create Public Policy โดย กูรู รับเชิญพิเศษ
11.30 | Workshop สุดมัน เลือกทีม 6 กลุ่ม เพื่อลุยสร้างนโยบายที่ใช่ในแบบของคุณ
13.00 | Meet the Mentors!

พบพี่ ๆ รุ่นใหม่สุดเจ๋ง!
• พี่อ้อ การดี เลียวไพโรจน์
• พี่อาร์ท วีระพงษ์ ประภา
• พี่เนเน่ รัดเกล้า สุวรรณคีรี
• พี่เอิร์ท พงศกร ขวัญเมือง
• พี่จ๊อบ อิสรา สุนทรวัฒน์
• พี่จูรี นุ่มแก้ว

15.00 | Policy Pitch
นำเสนอ “นโยบายเด็ด ๆ สด ๆ จากน้อง ๆ” กลุ่มละ 7 นาที ต่อหน้าคณะกรรมการ ผู้มีประสบการณ์บริหารประเทศ!!

16.00 | ประกาศผลและมอบรางวัล โดย ลุงชวน หลีกภัย และ พี่มาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

พิเศษสุดสำหรับผู้เข้าร่วมทุกคน...จะรับใบประกาศนียบัตร พร้อมโอกาส Meet & Greet ใกล้ชิด กับผู้นำในดวงใจ ...ถ่ายรูป เซ็นชื่อ เก็บโมเมนต์ได้ไม่จำกัดช็อต
(เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 20 พฤศจิกายน 2568 รับจำนวนจำกัด)
https://docs.google.com/.../1FAIpQLScZHLpac.../viewform...

ตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

(11 พ.ย. 68) เวลา 08.00 น. ข้าราชการตำรวจในสังกัด ตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมเพรียงกันเข้าแถวเคารพธงชาติ และยืนถวายน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 1 นาที พร้อมร่วมกล่าวอุดมคติ 9 ข้อ และกล่าวคำปฏิญาณตนว่า “พวกเราจะจงรักภักดี ปกป้อง เทิดทูนไว้ซึ่งสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อย่างเคร่งครัด พวกเราเป็นตำรวจของประชาชน และพวกเราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม”

การปฏิบัติดังกล่าวเป็นไปด้วยความพร้อมเพรียง เต็มเปี่ยมด้วยจิตสำนึกแห่งความจงรักภักดี และปฏิบัติด้วยความจริงใจจากข้าราชการตำรวจทุกนาย เพื่อแสดงออกถึงอุดมการณ์ ความสามัคคี และความมุ่งมั่นในการเป็น “ตำรวจของประชาชน” อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 2 ได้ยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และร่วมเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติอย่างต่อเนื่อง

ปลุกไฟช้างศึก!! ทีมชาติไทยประเดิมอุ่นเครื่องเจอสิงคโปร์ เปิดยุคโค้ช ‘แอนโธนี ฮัดสัน’ เตรียมทีมคัดเอเชียนคัพ 2027 ทดสอบระบบใหม่ก่อนบุกศรีลังกา

(11 พ.ย. 68) ทีมชาติไทยชุดใหญ่เตรียมเปิดฉากยุคใหม่ภายใต้การคุมทีมของ แอนโธนี ฮัดสัน กุนซือชาวอังกฤษ ด้วยนัดอุ่นเครื่องพบกับทีมชาติสิงคโปร์ วันพฤหัสบดีที่ 13 พ.ย. 2568 เวลา 19:30 น. ที่ธรรมศาสตร์ สเตเดียม จังหวัดปทุมธานี นับเป็นบททดสอบสำคัญก่อนลุยศึกคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 ที่ศรีลังกาในเดือนถัดไป

แอนโธนี ฮัดสัน กล่าวผ่านสื่อว่า "สมาคมฟุตบอลฯ ต้องการความต่อเนื่องและเตรียมทีมทันที" โดยเกมนี้ถือเป็นโอกาสให้โค้ชใหม่ทดลองระบบและผสมผสานนักเตะรุ่นเก๋ากับดาวรุ่ง เพื่อสร้างความสมดุลในทีม

รายชื่อผู้เล่นชุดแรกประเดิมยุคฮัดสัน มี ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน และสารัช อยู่เย็น ซึ่งถือเป็นการเรียกคืนประสบการณ์ที่สำคัญ รวมถึงการวางแทคติกเน้นเกมรุกที่ไลน์สุดท้าย และการทรานซิชันที่รวดเร็วเพื่อรับมือกับสิงคโปร์ที่มักครองบอลได้มากในอดีต

ไทยมีสถิติที่เหนือกว่าสิงคโปร์ในการพบกัน 5 นัดหลังสุด ด้วยการชนะรวด ทำให้แฟนบอลคาดหวังมาตรฐานผลการแข่งขันจากทีมชาติไทยต่อไป ด้านแฟนบอลที่ต้องการเชียร์ติดขอบสนามยังสามารถซื้อบัตรผ่านช่องทาง ThaiTicketMajor พร้อมเปิดประตูสนามตั้งแต่ 1 ชม.ก่อนการแข่งขัน

โปรแกรมต่อไปทีมช้างศึกจะลงสนามเยือนศรีลังกาในวันที่ 18 พ.ย. 2568 เพื่อเก็บสามคะแนนแรกในศึกคัดเอเชียนคัพ 2027 ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญต่อเส้นทางรอบคัดเลือกในกลุ่มนี้

เวียตเจ็ท ผนึก OR ลงนามใช้ “น้ำมัน SAF” ในเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ ดันอุตสาหกรรมการบินไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ตั้งเป้าใช้น้ำมัน SAF ไม่น้อยกว่า 5% ภายในปี 73 พร้อมเพิ่ม 2 เส้นทาง “Green Route” ต้นปีหน้า

เมื่อวานนี้ (10 พ.ย. 68) บริษัท ไทย เวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต๊อค หรือ สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ (VZ) ร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินสีเขียว ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านน้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมการบินสู่เป้าหมาย “Net Zero” 

ตอกย้ำจุดยืนของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในการเป็นผู้นำสายการบินต้นทุนต่ำรายแรกในภูมิภาคที่นำร่องใช้น้ำมัน SAF ในเที่ยวบินพาณิชย์ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมต่อยอดพันธกิจหลักภายใต้กองทุนฟลายกรีน (Fly Green Fund) ของสายการบินฯ ในการเตรียมเปิดเส้นทาง Green Route เพิ่มเติมภายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ได้แก่ เส้นทาง ‘กรุงเทพฯ–คัมรานห์’ และต่อยอดการใช้น้ำมัน SAF สำหรับทุกเที่ยวบินในเส้นทาง ‘กรุงเทพฯ–ดานัง’ ต่อไป โดยพิธี MOU ดังกล่าวจัดขึ้น ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ อาคารบี ชั้น 17 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร เมื่อเร็ว ๆ นี้

นายพิชิต เจียรกิตติมศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ พร้อมด้วย นายไพศาล อุดมกุลวณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจเอนเนอร์ยี่โซลูชัน OR ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านน้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) สำหรับความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นการสานต่อความสำเร็จจากปี 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสององค์กรได้ร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง SAF และดำเนินการทดลองเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ครั้งแรกของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในเส้นทาง “กรุงเทพฯ–ดานัง” เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2567 ณ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยมี OR เป็นผู้ส่งน้ำมัน SAF สำหรับใช้ในเที่ยวบินดังกล่าว นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการขับเคลื่อนการบินสีเขียว หรือ Fly Green ของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ยังคงสานต่อความตั้งใจในพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อขานรับนโยบายด้านความยั่งยืนในภาคอุตสาหกรรมการบินอย่างเป็นรูปธรรม โดยเดินหน้าแผนการขยายเส้นทาง Green Route ภายใต้โครงการ Fly Green อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ซึ่งสายการบินฯ ยังคงมีนโยบายใช้น้ำมัน SAF เป็นส่วนผสมของเชื้อเพลิงในเที่ยวบินพาณิชย์ ล่าสุดได้ขยายการใช้น้ำมัน SAF ในเส้นทาง ‘กรุงเทพฯ–ฟูโกว๊ก’ โดยใช้น้ำมัน SAF สัดส่วน 1% ผสมกับเชื้อเพลิง Jet A-1 สัดส่วน 99% ทั้งนี้ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังมีแผนขยายเส้นทางที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืนเพิ่มเติมภายในไตรมาส 1 ปี 2569 ในส้นทางใหม่ ‘กรุงเทพฯ–คัมรานห์’ ซึ่งจะเริ่มให้บริการในเดือนมกราคม เพื่อสนับสนุนนโยบายลดการปล่อยคาร์บอนของอุตสาหกรรมการบินโลก ตามแนวปฏิบัติของโครงการชดเชยและการลดคาร์บอนสำหรับการบินระหว่างประเทศ หรือ CORSIA (Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation)”

“ความร่วมมือกับ OR ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบิน ผ่านการใช้และพัฒนาพลังงานสะอาดสำหรับอากาศยานอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือกในอนาคต ซึ่งนอกจากการจัดหาน้ำมันอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ให้แก่เวียตเจ็ทไทยแลนด์เพื่อใช้ในเที่ยวบินพาณิชย์แล้ว ทั้งสององค์กรยังอยู่ระหว่างการหารือแนวทางขยายความร่วมมือในมิติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดสำหรับอุตสาหกรรมการบินในระยะยาว โดยเวียตเจ็ทไทยแลนด์มีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่อง และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมัน SAF ให้ได้ไม่น้อยกว่า 5% ของเชื้อเพลิงทั้งหมดภายในปี 2573 เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการบินสีเขียวตามแนวทาง Net Zero ของภาคอุตสาหกรรมการบินโลก” 

นายไพศาล อุดมกุลวณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจเอนเนอร์ยี่โซลูชัน OR เปิดเผยว่า OR มีความภูมิใจที่ได้เป็นพันธมิตรหลักในการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ให้กับเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการบินไทยในการมุ่งสู่อนาคตที่สะอาดและยั่งยืน ความร่วมมือครั้งนี้ OR จะเป็นผู้ให้บริการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ SAF เพื่อให้เวียตเจ็ท ไทยแลนด์ ใช้เป็นเชื้อเพลิงทางการบินสำหรับเที่ยวบินพาณิชย์อย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต โดยล่าสุดได้ยกระดับการใช้ SAF สู่เที่ยวบินประจำระหว่าง สุวรรณภูมิ – ฟูโกว๊ก 

ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเวียตเจ็ท ไทยแลนด์ได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการนำ SAF มาใช้ในเที่ยวบินพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การลงนาม MOU ในเดือนพฤษภาคม 2567 และริเริ่มเที่ยวบินปฐมฤกษ์ระหว่างประเทศ ระหว่างกรุงเทพฯ – ดานัง เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นสายการบินอันดับต้นๆ ในประเทศไทยที่ให้ความสำคัญและดำเนินการด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ OR จะยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมพลังงานและบริการด้านเอนเนอร์ยี่โซลูชัน เพื่อสนับสนุนพันธมิตรทางธุรกิจในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และร่วมสร้างระบบนิเวศด้านพลังงานยั่งยืนของประเทศไทยให้เกิดขึ้นจริง พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

สำหรับ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ได้ดำเนินโครงการและกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 6 ปี ภายใต้กองทุกฟลายกรีน (Fly Green Fund) ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างสังคมสีเขียวผ่านกิจกรรมต่างๆ ทั้งในระดับองค์กรและชุมชน โดยการผ่านความร่วมมือจากผู้โดยสาร พนักงานของสายการบินฯ และพันธมิตรในทุกภาคส่วน สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวียตเจ็ทไทยแลนด์และกองทุนฟลายกรีนได้ที่ www.vietjetair.com 

รรท.พตร. นำบุคลากรทางการแพทย์ร่วมแสดงพลัง ประกาศเจตนารมณ์ เราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม พร้อมปฎิญานตน ความจงรักภักดี อุดมคติตำรวจ 9 ข้อ 

เมื่อวานนี้ (10 พ.ย. 68) ที่บริเวณลานจอดรถ อาคารศรียานนท์ รพ.ตร. สำนักงานตำรวจแห่งชาตื พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นพ.(สบ 8) รพ.ตร. รรท.พตร.เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยพล.ต.ต.เกษม รัตนสุมาวงศ์ รอง พตร.พล.ต.ต.หญิง พิมพรรณ ทรัพย์ขำ รอง พตร.,พล.ต.ต.สามารถ ม่วงศิริ  รอง พตร.พล.ต.ต.หญิง รชยา บุรพลพิมาน รอง พตร.พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร แพทย์พยาบาล สหวิชาชีพ ข้าราชการตำรวจ และบุคลากร รพ.ตร. 

โดยบุคลากรทางการแพทย์ ได้เปล่งว่าจาในการร่วมแสดง พลังแห่งความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมกล่าวอุดมคติตำรวจ 9 ข้อ และ “ประกาศเจตนารมณ์เราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม” อย่างพร้อมเพียง เสียงดังสนั่นบริเวณ บริเวณดังกล่าว ”รรท.พตร.กล่าว“

สำหรับ อุดมคติตํารวจ 9 ข้อคือ จริยธรรม แนวทางการปฏิบัติตนที่ตำรวจต้องพึงระลึก ยึดมั่น และนำไปใช้ในอาชีพตำรวจ เพื่อให้มีพื้นฐานในการเป็นตำรวจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ดี มีวินัย เที่ยงธรรมในอาชีพ และการรับใช้ประชาชน โดยอุดมคติตํารวจ มีที่มาจากบทร้อยกรองที่นิพนธ์ในพ.ศ. 2499 โดย สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (จวน อุฎฐายีมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก องค์ที่ 16  ซึ่งได้กลายมาเป็น อุดมคติตํารวจ 9 ข้อที่ประกอบด้วย เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่, กรุณาปรานีต่อประชาชน, อดทนต่อความเจ็บใจ, ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก, ไม่มักมากในลาภผล, มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน, ดำรงตนในยุติธรรม, กระทำการด้วยปัญญา และรักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต เราจะมาอธิบายอุดมคติตํารวจ 9 ข้อ พร้อมความหมาย ดังต่อไปนี้

1.เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่
เพราะหน้าที่ของตำรวจมีหน้าที่ป้องกัน และปราบปรามให้เกิดความสงบสุขในสังคม บ้านเมือง ให้ประชาชนมีความกินดีอยู่ดีปลอดภัย เมื่อดำรงอาชีพตำรวจก็คือข้าราชการคนหนึ่งที่รับเอางานของพระราชามาทำ ซึ่งการรับงานเหล่านี้มาทำต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เต็มที่มีความรับผิดชอบเท่ากับมีความเคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่

2.กรุณาปราณีต่อประชาชน
ตำรวจเป็นอาชีพที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนมาก รับรู้ความทุกข์ยากของประชาชนจากการเผชิญเรื่องเดือดร้อนต่างๆ ในทุกวัน เช่น ขโมยขึ้นบ้าน ถูกจี้ ถูกชิง ถูกทำร้าย ซึ่งเรื่องเหล่านี้ที่ประชาชนพบเจอเป็นเรื่องที่ประชาชนได้รับความทุกข์ เมื่อเราเป็นตำรวจไม่ควรมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ เราควรที่จะช่วยเหลือ และแก้ไขความทุกข์ เพื่อความเป็นอยู่อาศัยของประชาชน

3.อดทนต่อความเจ็บใจ
อาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่ต้องเจอกับความเหนื่อยในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะคำพูดไม่ดี คำบ่น คำว่าร้าย เพราะคำพูดจาทั้งหลายเหล่านี้จะทำให้ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในอาชีพนี้ต้องรู้สึกแย่ เกิดความเจ็บใจ ฉะนั้นต้องมีความอดทนอดกลั้นให้มากกับสิ่งที่ต้องเผชิญในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่

4.ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก ความยากลำบากในที่นี้คือความยากลำบากในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะหน้าที่ทั้งหลายในอาชีพนี้มีทั้งหนัก ทั้งเบา ซึ่งเมื่อเริ่มต้นเส้นทางในอาชีพตำรวจแล้ว เริ่มต้นด้วยความตั้งใจมักจะทำสิ่งต่างๆ ที่ตั้งใจไว้ได้ดี ฉะนั้นจงอย่าย่อท้อต่อความยากลำบากที่เผชิญในหน้าที่

5.ไม่มักมากในลาภผล
คนที่เป็นตำรวจต้องยึดมั่นในความพอดี ไม่สร้างเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น เช่น การกลั่นแกล้งประชาชนเพื่อรีดไถ หรือหวังผลประโยชน์ของประชาชน เป็นต้น ฉะนั้นการห้ามใจตัวเองไม่ได้ และเปราะบางต่อความโลภไม่ควรเป็นสิ่งที่มีในคนที่ดำรงอาชีพตำรวจ

6.มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน
การทำประโยชน์ สร้างความอบอุ่น ความสงบสุขให้ประชาชนคือหน้าที่ของตำรวจที่ปฏิบัติ ซึ่งหน้าที่เหล่านั้นก็เปรียบได้ว่าเป็นการบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน

7.ดำรงตนในยุติธรรม
ตำรวจคือผู้รักษากฎหมาย เป็นผู้ที่ทำดำรงให้เกิดความยุติธรรมในสังคม ซึ่งต้องรักษาทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมาย กติกาที่สังคมกำหนด และที่สำคัญตำรวจไม่ควรทำตัวเองเป็นกฎหมาย

8.กระทำการด้วยปัญญา
อาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่ต้องพิสูจน์ความจริง ต้องอยู่กับความจริงเสมอ ทำอะไรต้องใช้ปัญญา ฉะนั้นตำรวจต้องหมั่นหาความรู้ให้ตัวตลอดเวลา เรียนรู้เพิ่มเติม เรียนรู้อยู่เรื่อยๆ เสมอ และไม่ควรทำอะไรด้วยการคาดเดา หรือการรู้เท่าไม่ถึงการณ์

9.รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต ข้อสุดท้ายคนที่ดำรงอาชีพตำรวจต้องดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ไม่ควรเป็นคนกล้าบ้าบิ่นในการทำสิ่งต่างๆ รวมถึงในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย เพราะคนที่กล้าบ้าบิ่นคือคนที่มีความประมาท ขอให้ยึดมั่นไว้ว่าการเป็นตำรวจต้องมีความไม่ประมาทให้ชีวิตอยู่รอดอย่างปลอดภัย อาชีพตำรวจเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีความรับผิดชอบ และยังทำให้เป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น ทำให้หลายๆ คนอยากที่จะเลือกเดินเส้นทางนี้ ใครที่มุ่งมั่นตั้งใจย่อมเป็นไปได้ เมื่อเป็นได้ และได้ดำรงอาชีพนี้แล้วก็อย่าลืมที่จะยึดมั่นในอุดมคติตํารวจ 9 ข้อด้วยเช่นกัน แต่ถ้าหากใครมีความต้องการอยากจะเป็นตำรวจและต้องการคำปรึกษาในการเตรียมตัวสอบตำรวจ หรือมีความสนใจติวสอบตำรวจเพื่อพิชิตความฝัน 

ศาลมอสโกมีคำสั่ง!! ธนาคาร Euroclear ต้องชดใช้ กว่า 85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่.. บริษัทขนส่งน้ำมันทางท่อรัสเซีย “ทรานส์เนฟต์” ปมทรัพย์สินถูกอายัดจากมาตรการคว่ำบาตร

(11 พ.ย. 68) ศาลอนุญาโตตุลาการกรุงมอสโกมีคำสั่งให้ธนาคาร Euroclear ในบรัสเซลส์ชำระเงินมากกว่า 85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,100 ล้านบาท) แก่บริษัทท่อส่งน้ำมันของรัสเซีย “ทรานส์เนฟต์” ตามคดีที่ยื่นตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 โดยศาลมีคำตัดสินตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่เพิ่งมีการเปิดเผยต่อสาธารณะไม่นานนี้ ขณะที่คำพิพากษาฉบับเต็มยังไม่มีการเผยแพร่

คดีดังกล่าวพิจารณาแบบปิดลับ หลังศาลอนุมัติคำร้องของฝ่ายโจทก์เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดเผยความลับทางการค้า ทั้งนี้ Gazprombank และสำนักชำระราคาแห่งชาติ (NSD) ของรัสเซียเข้าร่วมในคดีในฐานะบุคคลภายนอก โดยข้อพิพาทเชื่อมโยงกับหลักทรัพย์ของทรานส์เนฟต์ที่ถูกระงับโดย Euroclear ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ

หลังสหภาพยุโรปคว่ำบาตร NSD ในปี 2022 เงินทุนและหลักทรัพย์ของลูกค้ารัสเซียที่ฝากไว้กับ Euroclear และ Clearstream ถูกแช่แข็ง ส่งผลให้ธนาคารและบริษัทหลายแห่งของรัสเซียยื่นฟ้องทั้งสองสถาบันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ทรานส์เนฟต์เป็นผู้เดินระบบท่อส่งน้ำมันหลักของรัสเซีย รัฐบาลรัสเซียถือหุ้นสามัญ 78.55% ผ่านสำนักงานบริหารทรัพย์สินของรัฐ ที่เหลือ 21.45% เป็นหุ้นบุริมสิทธิ

กระบี่-ภัยเงียบ ที่ชาวสวนปาล์มต้องระวัง !! หลังชาวสวนปาล์มกระบี่ พบโรคลำต้นเน่าในต้นปาล์ม พบเชื้อราในดิน เกษตรกระบี่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ทำลายเห็ด และแนะนำวิธีป้องกันและรักษา

(11 พ.ย. 68) เกษตรจังหวัดกระบี่ ลงพื้นตรวจสอบ พื้นที่แปลงสวนปาล์มน้ำมันแห่งหนึ่งใน อ.คลองท่อมจ.กระบี่ พบโรคลำต้นเน่าในปาล์ม ในพื้นที่แปลงปลูกปาล์มของนายมโนธรรม ใจหาญ เป็นเกษตรกรสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งได้ไปแจ้ง นส.ชวนคนึง วัจฉวียกุล เกษตรอำเภอคลองท่อม ได้ประสานงานไปยัง สนง.เกษตรจังหวัดกระบี่ โดยมี นายวงศกร เอียดเอื้อ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กลุ่มอารักขาพืช ได้เดินทางพร้อม จนท มาตรวจสอบในพื้นที่ ม.9 ต.คลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม จ.กระบี่  ได้พบเชื้อรา โรคลำต้นเน่าในปาล์ม ซึ่งมีสภาพลำต้นโคนหักโค่นลงมา เป็นจำนวน 2 ต้น และ 1 ต้นพบดอกเห็ดมีสภาพลำต้นมีดอกเห็ดแล้ว ซึ่งเป็นเชื้อ  Ganoderma sp. พร้อมได้แนะนำทำลายเห็ด โดยวิธีการเผา และแนะนำวิธีป้องกันและรักษา 

โรคดังกล่าว มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากปัญหาศัตรูพืช โดยเฉพาะโรคลำต้นเน่าสาเหตุจากเชื้อ Ganoderma sp. พบแพร่กระจายในสวนเป็นบางจุด ปาล์มน้ำมันโดยเฉพาะในทางภาคใต้ โดยเชื้อราจะเข้าทำลายจากรากสู่ลำต้นผ่านทางท่อลำเลียงอาหารและน้ำ ทำให้เนื้อเยื่อภายในลำต้นเกิดแผลเน่าสีน้ำตาล อาการผิดปกติภายนอกที่พบคือ ใบมีสีซีดจางกว่าปกติ ทางใบแก่ล่างจะหักพับทิ้งตัวห้อยลงรอบๆ ลำต้น ยอดที่ยังไม่คลี่มีสีเหลือง หรือมีจำนวนมากกว่าปกติ ในระยะรุนแรงเชื้อราจะพัฒนาและเจริญเติบโตเป็นดอกเห็ดบริเวณโคนต้น รากและเนื้อเยื่อภายในลำต้นจะเปื่อยแห้งเป็นผง จนเกิดเป็นโพรงในที่สุด ทำให้ต้นปาล์มน้ำมันยืนต้นตายหรือหักล้มลง การระบาดเกิดจากการแพร่กระจายทางลมของสปอร์ดอกเห็ดที่เกิดบริเวณโคนต้น ตอหรือซากปาล์มเก่า หรือจากการสัมผัสกันของรากต้นที่เป็นโรคและรากของต้นปกติในดินที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกันจึงทำให้การควบคุมโรคยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร

นายวงศกร เอียดเอื้อ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กลุ่มอารักขาพืช เกษตรจ.กระบี่ การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาจัดการโรคลำต้นเน่าของปาล์มน้ำมัน  และให้คำแนะนำโดยเปรียบเทียบการควบคุมด้วยสารเคมี การควบคุมด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา 2 สายพันธุ์ จากหน่วยงานรัฐ และเอกชน ว่าหากพบดอกเห็ดบนต้นปาล์ม ให้ถากเนื้อเยื่อส่วนที่เป็นโรคออกเพราะเชื้อราก่อโรคจะอยู่ที่บริเวณเนื้อตายและใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาในการจัดการเชื้อก่อโรค จะให้ผลดีที่สุด แต่เชื้อราไตรโคเดอร์มาสามารถทำลายได้เฉพาะส่วนที่สัมผัส ถ้าไม่ถากเนื้อเยื่อที่เป็นโรคออกก็จะทำให้การทำลายเชื้อก่อโรคไม่ได้ผล

นอกจากนี้  กล่าวว่า เพื่อป้องกันการระบาดของโรคที่จะเกิดขึ้น จึงขอแนะนำดังนี้ ในการเตรียมพื้นที่ปลูกปาล์มใหม่ ให้กำจัดซากต้นปาล์มเก่า และทำความสะอาดเพื่อป้องกันกำจัดเชื้อเห็ดที่ติดอยู่กับซากพืช และพื้นที่ควรจัดการให้มีการระบายน้ำให้ดี ซึ่งวิธีการป้องกันกำจัด คืออย่าเคลื่อนย้ายต้นปาล์มน้ำมันที่เป็นโรคผ่านไปในแปลงปาล์มน้ำมัน ขุดร่อง หรือคูรอบบริเวณต้นปาล์มน้ำมันที่เป็นโรคเพื่อป้องกันการสัมผัสของราก

“นอกจากนี้ ยังแนะนำเกษตรกรใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาเพื่อควบคุมโรคพืช โดย 1. ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา 1 กิโลกรัม ผสมกับรำละเอียด 4 กิโลกรัม และปุ๋ยอินทรีย์ 50 กิโลกรัม หว่านรอบทรงพุ่มในอัตรา 2 กิโลกรัมต่อต้น และใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา 1 กิโลกรัม ผสมน้ำ 20-100 ลิตร กรองเอาเฉพาะน้ำนำไปฉีดพ่นอย่าง สม่ำเสมอ เพื่อป้องกันโรคในส่วนบนของต้นปาล์มน้ำมัน”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top