Monday, 8 June 2026
Hard News Team

‘ผศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา’ รับตำแหน่ง!! ‘รองศาสตราจารย์’ พร้อมเดินหน้าพัฒนา สร้างสรรค์องค์ความรู้ เพื่อสังคมต่อไป

(20 ก.ย. 68) ผศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และคณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม ก้าวเข้าสู่ตำแหน่ง ‘รองศาสตราจารย์’

นับเป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม

ขอให้ก้าวใหม่ในเส้นทางวิชาการนี้ เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ความก้าวหน้า และการสร้างสรรค์องค์ความรู้เพื่อสังคมต่อไป

‘บีโอไอ’ เผย!! ‘อินฟินีออน’ ยกระดับซัพพลายเชน มุ่งผลิตชิปครบวงจร เปิดเกมรุก!! ดึง MPI ผู้ประกอบ และทดสอบชิปรายสำคัญลงทุนในไทย

(20 ก.ย. 68) นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และเลขานุการคณะกรรมการ นโยบายเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังจากที่บีโอไอให้การส่งเสริมการลงทุนแก่บริษัท Infineon Technologies ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของเยอรมนี ที่มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มชิปสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ให้กำลังไฟในงานอุตสาหกรรม (Power Electronics) ซึ่งตัดสินใจเลือกไทยเป็นฐานประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ ประเภท Power Module ที่ใช้ในอุปกรณ์ควบคุมระบบไฟฟ้า สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบกักเก็บพลังงานและการบริหารจัดการพลังงานสะอาด โดยจะเป็นศูนย์ประกอบและทดสอบชิปที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศเยอรมนีของกลุ่มอินฟินีออน มีพิธีวางศิลาฤกษ์โรงงานผลิตที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา และมีแผนจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 5,000 คน นอกจากนี้ อินฟินีออนยังมีแผนดึงพันธมิตรระดับโลกเข้ามาร่วมในห่วงโซ่การผลิตในไทย เพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตให้รองรับตลาดทั้งในและนอกภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ

ล่าสุด Mr. George Lee, EVP and Head of Backend Operations ผู้บริหารอินฟินีออนได้นำ Mr. Manuel Zarauza Brandulas, Group Managing Director of MPI พันธมิตรรายสำคัญเข้าพบเลขาธิการบีโอไอ และประกาศการโอนกิจการเดิมในส่วนการผลิต Backend Semiconductor สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์และการสื่อสาร ที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งมีพนักงานกว่า 1,000 คน ให้กับบริษัท Malaysian Pacific Industries (MPI) จากประเทศมาเลเซีย ภายใต้บริษัท Carsem ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการประกอบ บรรจุ และทดสอบชิป (Outsourced Semiconductor Assembly, Packaging and Testing: OSAT) รายใหญ่ที่สุดของมาเลเซีย ให้บริการแก่ลูกค้าทั่วโลกมานานกว่า 50 ปี โดยการโอนกิจการครั้งนี้ MPI มีข้อตกลงระยะยาวในการผลิตวัตถุดิบและชิ้นส่วนเพื่อส่งต่อให้กับโรงงานแห่งใหม่ของอินฟินีออนที่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อใช้ในการประกอบ Power Module นอกจากนี้ MPI ยังมีแผนขยายการลงทุนในไทยเพิ่มเติมในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงสำหรับชิป (Advanced Packaging) เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ารายอื่นด้วย

“การที่อินฟินีออนดึงผู้ผลิตชิปรายใหม่และเป็นพันธมิตรสำคัญอย่าง MPI ให้เข้ามาลงทุนในไทย แสดงถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทย ทั้งความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน มาตรการสนับสนุนของภาครัฐ และคุณภาพของบุคลากรไทยที่สามารถรองรับการผลิตที่มีมาตรฐานสูงได้  สำหรับในส่วนการลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ของอินฟินีออน ส่งผลบวกอย่างมากต่ออุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไทย โดยนอกจากจะมีการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงแล้ว บริษัทยังมีแผนพัฒนาระบบนิเวศของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานด้านนวัตกรรมของไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรสาขาวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงการพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในซัพพลายเชนด้วย” นายนฤตม์ กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 การลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ขอรับการส่งเสริมมากถึง 168 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1.08 แสนล้านบาท

เชียงใหม่-ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. แนะแนวทางการปฏิบัติราชการแก่ข้าราชการตำรวจในพื้นที่ ภ.5 

เมื่อวันที่ (17 ก.ย.68) พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เดินทางมาราชการในพื้นที่ ภ.5 ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญแนะนำแนวทางการปฏิบัติราชการแก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด ตำรวจภูธรภาค 5 และอำลาเนื่องในโอกาสเกษียณราชการ 

โดยมี พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.บุญบวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน , พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง, พล.ต.ต.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน, พล.ต.ต.พงษ์นคร นครสันติภาพ ผบก.อก.ภ.5 และ รอง ผบก.อก.ภ.5 , รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ให้การต้อนรับ และเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมพระพุทธประทานยศบารมี ชั้น 2 อาคารตำรวจภูธรภาค 5 จว.เชียงใหม่ และ ผกก.หน.สภ.ในสังกัด ภ.5 เข้าร่วมประชุมผ่านระบบทางไกล (Zoom Meeting)

จากนั้น พล.ต.ท.กฤตธาพลฯ และข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.5 ได้ร่วมมอบของที่ระลึกแด่ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพัน ความเคารพ และความระลึกถึง

รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ กำชับแนวทางดูแลนักท่องเที่ยว

เมื่อวานนี้ (18 ก.ย.68) เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจท่องเที่ยว 1 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 (ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมี พ.ต.ท.ศักดิ์อนันต์ คำไสย สารวัตรใหญ่ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 พร้อมข้าราชการตำรวจท่องเที่ยวในสังกัด และเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือตำรวจท่องเที่ยว ให้การต้อนรับ

ในโอกาสนี้ พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ขึ้นแท่นตรวจรับฟังการรายงานแถวกำลังพล พร้อมทั้งกล่าวให้โอวาทและนโยบายการปฏิบัติหน้าที่แก่ข้าราชการตำรวจ  พร้อมทั้งมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้แก่ข้าราชการตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ จากนั้นได้ประชุมรับฟังการรายงานผลการปฏิบัติจากหัวหน้าหน่วย โดยกำชับการปฏิบัติให้เพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวและประชาชนเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเน้นย้ำประชาสัมพันธ์ Thailand Tourist Police Application และสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ให้กับนักท่องเที่ยวได้รับทราบ 

ต่อมาในเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ได้ตรวจเยี่ยมแหล่งท่องเที่ยว เคเบิ้ลคาร์ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ เขาคอหงส์ พบปะนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งตรวจสภาพความปลอดภัยของกระเช้าเคเบิ้ลคาร์ที่ให้บริการนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ
ณ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ 

นอกจากนี้ วานนี้ เวลา 18.10 น. พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ได้เดินทางไปตรวจความเรียบร้อยและความปลอดภัยท่าอากาศยานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในความรับผิดชอบของ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 โดยได้ตรวจเยี่ยมจุดบริการนักท่องเที่ยวท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ พร้อมด้วยสารวัตรใหญ่ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 และสายตรวจประจำท่าอากาศยาน 

โอกาสนี้ ได้กำชับแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อช่วยขับเคลื่อนหน่วยให้สามารถสนองนโยบายด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาล เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว อย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการตรวจตราร่วมกับเจ้าหน้าที่ EOD, สห. และเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานหาดใหญ่ ดูแลรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและผู้มาใช้บริการบริเวณภายในและภายนอกอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานหาดใหญ่ 

นราธิวาส-ผู้ว่าฯ นราธิวาส มอบกระเช้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ จากคนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี 

เมื่อวานนี้ ( 18 ก.ย.68)  ที่ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก  อำเภอสุไหงโก-ลก  จังหวัดนราธิวาส ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  พร้อมด้วย นายอำเภอสุไหงปาดี, กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส, และบุคลากรโรงพยาบาลสุไหงโก- ลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 4811 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ขณะลาดตระเวน รปภ. เส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบ เหตุเกิดบริเวณถนนสาย 4056 บ้านบือราแง หมู่ที่ 3 ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา แรงระเบิดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 ราย  ประกอบด้วย

1. จ.ส.อ.ปิยะ อินทะโกษี อายุ 42 ปี  มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก มีแผลฉีกขาดตามร่างกายและบริเวณหลังศรีษะ รู้สึกตัวดี 
2. ด.ต.นิกร อินน้อย อายุ 53 ปี  มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี
3. อส.ทพ.สุริยาวุธ ช่างเกวียนดี อายุ 41 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณขา ขาซ้ายบวมผิดรูป รู้สึกตัวดี
4. อส.ทพ.ตะวัน สว่างเมฆารัตน์ อายุ 44 ปี  มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี
5. อส.ทพ.ธีรพงษ์ หรมพัด อายุ 34 ปี  มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี

โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมคณะได้พบปะพูดคุยให้กำลังใจ พร้อมสอบถามอาการผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส ได้มอบเงินช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ กรณีบาดเจ็บสาหัส จำนวน 2 รายๆละ 3,000 บาท และกรณีบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 3 รายๆ ละ 2,000 บาท

กระบี่-จัดพิธีมอบโฉนดที่ดิน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา 

(19 ก.ย.68) นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีมอบโฉนดที่ดิน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา และขับเคลื่อนโครงการ “มอบที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ประชาชน” โดยมี นายชูชีพ ประกอบชาติ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดกระบี่ นายกิตติ กิตติธรกุล นายถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาคราม นายกเทศมนตรีตำบลคลองหิน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ข้าราชการ ผู้อำนวยการศูนย์เดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี-กระบี่-ระนอง-พังงา-ชุมพร และประชาชนผู้รับมอบโฉนดที่ดิน เข้าร่วม ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (ท่าปอมครองสองน้ำ) หมู่ที่ 2 ตำบลเขาคราม อำเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่

กรมที่ดินได้จัดทำโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินและรังวัดรูปแปลงโฉนดที่ดินให้เป็นมาตรฐานเดียวกันให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยให้ศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี -กระบี่ - ระนอง - พังงา - ชุมพร ดำเนินการตามแผนงานโครงการจนแล้วเสร็จ และเพื่อให้การดำเป็นงานตามโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม สามารถมอบโฉนดที่ดินถึงมือประชาชน จึงได้จัดทำโครงการ "มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน" และโฉนดที่ดินที่มอบให้ในครั้งนี้ เป็นโฉนดที่ดินที่ได้ดำเนินการในพื้นที่หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 4 ตำบลเขาคราม อำเภอเมืองกระบี่ จำนวน 185 แปลง เนื้อที่ 386 ไร่ 3 งาน 98.7 ตารางวา มูลค่าทางเศรษฐกิจโดยประมาณ 433,194,450 บาท และพื้นที่หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 4 ตำบลคลองหิน อำเภออ่าวลึก จำนวน 101 แปลง เนื้อที่ 27 ไร่ 1 งาน 11 ตารางวา มูลค่าทางเศรษฐกิจโดยประมาณ 26,476,450 บาท รวมทั้งสิ้น 286 แปลง 200 ราย รวมเนื้อที่ทั้งสิ้น 414 ไร่ 1 งาน 9.70 ตารางวา รวมมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยประมาณ 459,671,250 บาท และมีการมอบโฉนดที่ดินให้แก่วัดโภคาจุฑามาตย์ ตำบลกระบี่ใหญ่ และวัดควนสบาย ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ รวม 4 แปลง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา

ด้านนายอังกูณ ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวแสดงความยินดีกับประชาชน ที่ได้รับออกการสารสิทธิ์ในที่ดินทำกินจากกรมที่ดิน โดยสำนักงานที่ดินจังหวัดกระบี่ และศูนย์อำนวยการเดินสำรวจเข้าดำเนินการออกโฉนดที่ดิน ซึ่งสามารถนำโฉนดที่ดินไปประกอการพัฒนาอาชีพของตนเองให้มีความเจริญมั่งคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน สามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันและใช้เป็นแหล่งทุนในการประกอบอาชีพ ซึ่งนับวันที่ดินจะหายากขึ้นและมีราคาสูง จึงขอให้ทุกคนหวงแหนที่ดินของตน รักษาโฉนดที่ดินไว้ให้ดีอย่าให้สูญหาย ระมัดระวังการถูกผู้อื่นหลอกลวงเอาไปใช้ในทางที่ทำให้เจ้าของที่ดินเสียประโยชน์ หากต้องการจะดำเนินการโอนซื้อชขายโอนมรดกให้บุตรหลานหรือนำไปจำนอง สามารถขอคำปรึกษาจากเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา หรือสำนักงานที่ดินที่ได้ทุกแห่ง เพื่อความสบายใจ

‘ฮังการี’ ขานรับ ‘ทรัมป์’ พร้อมขึ้นบัญชีดำ กลุ่ม ‘แอนติฟา’ เป็นองค์กรก่อการร้าย

(19 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีวิกเตอร์ ออร์บาน (Viktor Orbán) แห่งฮังการี ประกาศว่า จะเดินหน้าผลักดันให้กลุ่มแอนติฟา (Antifa) ลัทธิต่อต้านฟาสซิสต์ ถูกจัดให้เป็นองค์กรก่อการร้ายในประเทศ โดยยกตัวอย่างจากสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งประกาศจัดกลุ่มดังกล่าวเข้าสู่บัญชีดำ

ออร์บาน ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีวิทยุ Kossuth ของฮังการีว่า “แอนติฟาคือองค์กรก่อการร้ายจริง ๆ และผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการตัดสินใจของประธานาธิบดีอเมริกัน ฮังการีเองก็ถึงเวลาที่จะต้องปฏิบัติตาม” พร้อมย้ำว่า นี่คือก้าวสำคัญในการปกป้องประเทศจากความรุนแรงที่เกิดจากอุดมการณ์ทางการเมือง

การเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากเหตุลอบสังหารชาร์ลี เคิร์ก (Charlie Kirk) นักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาในสหรัฐฯ ซึ่งทรัมป์ได้ใช้โอกาสนี้โจมตีขบวนการฝ่ายซ้าย และประกาศจะขึ้นบัญชีดำแอนติฟาเป็นองค์กรก่อการร้าย รวมทั้งตรวจสอบเครือข่ายผู้สนับสนุนด้านการเงินอย่างเข้มงวด

ผบ.เหล่าทัพมีมติเอกฉันท์ ปิดด่าน ‘ไทย–กัมพูชา’ ไม่มีกำหนด จนกว่าเขมรจะไม่เป็นภัยคุกคาม!! ไฟเขียวสร้างรั้วตามแนวชายแดน

(19 ก.ย. 68) ที่กองบัญชาการกองทัพไทย คณะผู้บัญชาการทางทหาร (คบท.) มีมติเอกฉันท์ให้ปิดจุดผ่านแดนและด่านผ่อนปรนระหว่างไทย–กัมพูชาอย่างไม่มีกำหนด จนกว่ากัมพูชาจะสิ้นสภาพเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ โดยมติครั้งนี้มีขึ้นในที่ประชุมครั้งที่ 5 ของปีงบประมาณ 2568 ซึ่งมีผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้งชุดปัจจุบันและชุดใหม่ร่วมประชุมพร้อมหน้า

โดยในที่ประชุมยังเห็นชอบมาตรการเสริมความมั่นคงชายแดน ได้แก่ การสร้างรั้วตามแนวชายแดนในพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับเส้นเขตแล้ว การลาดตระเวนและเฝ้าตรวจอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่ยังตกลงไม่ได้ รวมถึงการเปิดเส้นทางยุทธวิธีตลอดแนวชายแดน 

นอกจากนี้ คบท. อนุมัติปรับแก้หลักปฏิบัติการใช้กำลัง (Rules of Engagement – ROE) ให้สามารถปฏิบัติการป้องกันตนเองได้ทันทีเมื่อพบการกระทำหรือเจตนาปรปักษ์ (Hostile Act/Intent) เช่น การสอดแนมหรือเตรียมการโจมตี แนวทางทั้งเชิงรุกและเชิงรับดังกล่าวได้ถูกนำเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพิจารณาต่อไปเพื่อเร่งดำเนินการตามมติเหล่านี้

‘กองทัพบก’ ย้ำบ้านหนองหญ้าแก้วอยู่ในอธิปไตยไทย เตือน นายกฯ มาเลเซีย อย่ารับข้อมูลเท็จกัมพูชาฝ่ายเดียว

ทบ. แก้เผ็ด ‘ฮุน มาเนต’ งัดหลักฐานบ้านหนองหญ้าแก้วอธิปไตยไทย บอกนายกฯ มาเลเซีย อย่ารับข้อมูลเท็จกัมพูชาฝ่ายเดียว ระวังจะถูกมองไม่เป็นกลาง ย้ำใช้กำลังตำรวจควบคุมไม่ใช่ทหาร ลั่นคนกัมพูชาต้องออกจากพื้นที่แค่รอจังหวะเวลาเหมาะสม

(19 ก.ย.68) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ว่า หลังจากที่มีการประกาศหยุดยิงครบ 53 วันพร้อมเข้าสู่กลไก ทวิภาคีทุกระดับเพื่อวางกฎกติกา นำไปสู่การสร้างสันติภาพอย่างแท้จริง ซึ่งกำลังฝ่ายทหารของไทยได้ยึดมั่นตาม ข้อตกลง การเตรียมความพร้อมเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่พบว่ากำลังทหารของฝ่ายกัมพูชา ยังคงมีความพยายามในการดำเนินการต่างๆ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ทั้งการใช้อาวุธทุ่นระเบิดสังหารบุคคล / การยั่วยุ /เผยแพร่ข่าวสารที่บิดเบือน/ การใช้โดรน/ การเผยแพร่ข่าวสารที่บิดเบือน /การชุมนุมของชาวบ้านชาวกัมพูชาในพื้นที่เขตแดนของไทย/ รวมไปถึงการให้ข่าวสารของผู้นำกัมพูชาในเวทีต่างประเทศ

นอกจากนี้ยังมีความพยายามในการบิดบนพื้นที่อ้างสิทธิ์ ในพื้นที่ของไทย พยายามใช้กำลังภาคประชาชนโดยเฉพาะสตรี เด็กพระภิกษุ แสดงเชิงสัญลักษณ์ในการแสดงออก นำประชาชนมาออกหน้าแทนภาคราชการและเจ้าหน้าที่ทหาร โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาปล่อยให้มวลชนแสดงออกในพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อเจ้าหน้าที่ทหารไทยและประชาชนชาวไทย หรือเป็นฝ่ายเรียกร้องในประเด็นที่เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเขตพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 เพื่อสิ่งเหล่านี้เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่องโดยไทยได้รวบรวมข้อมูล เรียบร้อยแล้วเพื่อประท้วงในบัญชีต่างๆ แต่ยังคงยืนยันว่าตัวเองขอให้ความจริงใจเพื่อจัดการประชุมหารือทางออก อย่างสันติวิธี

ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดช่วงที่ผ่านมาพบว่ามีประชาชนชาวกัมพูชา ออกมาชุมนุมขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยและมีพฤติกรรมยั่วยุ ใช้สิ่งเทียมอาวุธเช่นไม้หรือก้อนหินปาตำรวจไทยในพื้นที่อธิปไตยไทยพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ แต่เป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตอธิปไตยของไทย ซึ่งการชุมนุมประท้วง พบว่ามีพฤติกรรมของทหารกัมพูชาร่วมในเหตุการณ์แต่ไม่ได้มีทีท่าที่จะห้ามปรามประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ให้เห็นว่า เป็นการให้ประชาชนออกหน้า ในการยั่วยุหรือรุกล้ำดินแดน และกระทำผิดกฎหมายในแผ่นดินไทยอย่างชัดเจน ทางการไทยจำเป็นต้องใช้มาตรการควบคุม การจราจรโดยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อรักษาความสงบและบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่มีทีท่า ที่จะเป็นเป็นอาทิตย์ทางที่ดีขึ้นเนื่องจากฝ่ายกัมพูชาไม่มีทีท่าและความจริงใจในการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ทั้งนี้ พลตรีวินธัย กล้าวยืนยันว่า นายอันวาร์ อิบบาร์ฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากนายฮุน มาเนตนายกรัฐมนตรีกัมพู และคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว หรือ IOT ของฝ่ายกัมพูชา ต่อกรณีบ้านหนองหญ้าแก้ว ไม่ใช้พื้นที่ที่กัมพูชาอ้างสิทธิ์ แต่เป็นเขตอธิปไตยของไทย แต่มีชาวกัมพูชา ลุกล้ำเข้ามา ในขณะที่ฝ่ายไทยได้วางแนวรั้วลวดหนาม ในพื้นที่อธิปไตยของไทยเอง จึงไม่ต้องใช้แผนที่ใดใด และกองทัพบกจะประสานกับทางกองทัพไทย เพื่อที่จะนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมทั้งยืนยันว่า การปฏิบัติต่อกลุ่มผู้ชุมนุมในวันนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทหาร ตามที่นายฮุน มาเนต กล่าวอ้าง และการใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตา ไม่ใช่การสลายการชุมนุม เป็นเพียงการป้องกันไม่ให้รื้อแนวลวดหนาม ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินทางราชการ เพราะฉะนั้นนายกรัฐมนตรีกัมพูชาน่าจะนำเสนอข้อมูลต่างๆในเวทีต่างประเทศผิดพลาด จึงจะมีการประสาน กระทรวงการต่างประเทศต่อไป พร้อมทั้งยืนยันว่าไทยไม่ได้มีการขยายขอบเขตเกินกว่าพื้นที่พิพาท เนื่องจากพื้นที่จ.สระแก้ว อยู่ตรงกับพื้นที่บ็อนเตียย์เมียนเจย พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่มีปัญหาอยู่แล้ว ไม่ใช่พื้นที่ใหม่ และไม่ใช่พื้นที่ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ และไม่ใช่พื้นที่เหนืออธิปไตยของกัมพูชา แต่ที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชานอกจากจะละเมิดข้อตกลง MOU 2543 เข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่อ้างสิทธิ์ แต่ยังรุกล้ำ เข้ามายังพื้นที่อธิปไตยของไทย ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นความเร่งด่วนแรกที่ต้องดำเนินการ และไม่ได้อยู่ในกลไกของ JBC

พลตรีวินธัย กล่าวว่าเป็นการรายงานข้อมูลเท็จเพียงฝ่ายเดียวของนายกรัฐมนตรีกัมพูชารวมถึงคณะIOTฝ่ายกัมพูชาไปยังนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ทำให้เกิดความเข้าใจผิด จึงขอเรียกร้องให้สื่อสารไปยังเวทีต่างประเทศด้วยความโปร่งใสสุจริต ตรงไปตรงมา นอกจากนี้ จะให้กระทรวงการต่างประเทศประสานไปยังนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ว่ายังมีข้อมูลของฝ่ายไทย เพื่อป้องกัน ไม่ให้มาเลเซียถูกมองว่าไม่มีความเป็นกลาง จึงอยากให้รอข้อมูลจากฝั่งไทย มุมมองของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียอาจจะเปลี่ยนไป

ทั้งนี้ พลตรีวินธัย ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม กรณีที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ไม่รอข้อมูลจากคณะ IOT ฝ่ายไทยก่อนออกมาให้ความเห็น ว่าไม่ทราบ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เป็นเพราะนายกรัฐมนตรีกัมพูชาต่อสายตรงไปยังนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จึงทำให้นายกรัฐมนตรีมาเลเซียแสดงความคิดเห็นเช่นนั้น ตนก็ตอบไม่ได้เช่นกัน เนื่องจากเกินกรอบหน้าที่

พลตรีวินธัย ยอมรับว่า ปัญหาพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เป็นการเผชิญหน้าระหว่างพลเรือนกัมพูชา กับเจ้าหน้าที่รัฐของฝ่ายไทย ถือว่าเป็นปัญหาละเอียดอ่อน ซึ่งที่ผ่านมาพยายามใช้ความอดทนอดกลั้น และประชาชนก็ได้เห็นแล้วว่าเรามีพัฒนาการทำให้เรื่องดังกล่าวนั้นถูกต้อง ซึ่งตอนแรกกังวลเรื่องภาพลักษณ์ ในสายตาของต่างประเทศ แต่ก็ยังพบว่าในระดับต่างประเทศมีการสื่อสารข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ไม่ใช่เฉพาะระดับผู้นำของประเทศมาเลเซีย แต่ยังรวมถึงสำนักข่าวต่างประเทศ และหลังจากนี้จะพยายามใช้กลไกที่มีอยู่ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลที่ถูกต้อง ทั้งนี้การใช้กำลังผลักดันชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่ ที่รุกล้ำอธิปไตยไม่ต้องรอให้รัฐบาลไฟเขียวสามารถดำเนินการได้ทันที เพียงแต่ต้องรอจังหวะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก อย่างไรชาวกัมพูชาก็ต้องออกไปจากพื้นที่นี้ ยืนยันว่าไม่ได้มีการเตรียมยาแรงอะไรแต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายตามปกติ แต่ต้องสื่อสารให้ได้ก่อนว่าพื้นที่นั้นสามารถดำเนินการได้อย่างชอบธรรม ซึ่งน่าจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ของกัมพูชา เนื่องจากนายกรัฐมนตรีกัมพูชานำไปเผยแพร่เช่นนั้น จึงต้องให้ข้อมูลที่หักล้างส่วนนั้นให้ได้

กสทช. จัดอบรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และจริยธรรมสื่อมวลชนในพื้นทึ่ภาคตะวันออก

สำนักงาน กสทช. โดยสำนักส่งเสริมการแข่งขันและกำกับดูแลกันเอง จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้รับใบอนุญาต ผู้ผลิตรายการ และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ให้ปฏิบัติงาน ภายใต้จริยธรรมสื่อ” ในหัวข้อ “การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความท้าทายภายใต้มาตรฐานจริยธรรมสื่อมวลชน” ระหว่างวันที่ 18 – 19 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุมคลาสสิค โรงแรมแมนดาริน อีสต์วิลล์ พัทยา จังหวัดชลบุรี

นายณัฐนนท์ ลี้ศัตรูพ่าย ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการแข่งขันและกำกับดูแลกันเอง กล่าวเปิดการอบรมว่า ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิทธิมนุษยชนด้านความเป็นส่วนตัว ซึ่งถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย แม้สื่อมวลชนจะมีข้อยกเว้นบางประการในการนำเสนอข่าวเพื่อประโยชน์สาธารณะ แต่ก็ยังต้องระมัดระวังในการเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อไม่ให้ละเมิดสิทธิหรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูล

ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการนำเสนอเนื้อหารายการที่มีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิเสรีภาพ ชื่อเสียง หรือความเป็นส่วนตัวของบุคคล ตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อดำเนินงานภายใต้มาตรฐานจริยธรรมที่ชัดเจน

สำหรับการอบรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาต ผู้ผลิตรายการ และผู้ประกอบวิชาชีพในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ได้เรียนรู้แนวทางการปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสร้างมาตรฐานร่วมกันในการทำงานสื่ออย่างมีจริยธรรม

นายณัฐนนท์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ขอให้การอบรมครั้งนี้ประสบความสำเร็จตามความมุ่งหมาย ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานสื่อมวลชนอย่างมีมาตรฐานและจริยธรรมต่อไป”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top