Monday, 8 June 2026
Hard News Team

ชาวภูเก็ต ร้อง!! ผู้ว่าฯ ค้าน!! ปาร์ตี้ปีใหม่ ‘อิสราเอล’ บนชายหาด ชี้!! ยั่วยุ กระทบใจผู้รักความยุติธรรม หวั่นมือที่ 3 ปลุกปั่นสถานการณ์

(21 ก.ย. 68) ชาวภูเก็ตยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯระงับปาร์ตี้ปีใหม่อิสราเอล บนชายหาดพื้นที่สาธารณะ ชี้ประเทศฆ่าล้างเผ่าพันธ์ปาเลสไตน์ หากปล่อยให้จัด เท่ากับเป็นการยั่วยุ และทำร้ายความรู้สึกของผู้รักความเป็นธรรม อาจนำไปสู่มือที่ 3 ก่อความรุนแรง

วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๘ ชมรมคนไทยรักปาเลสไตน์ นำโดยนายมูฮัมหมัดยูซุฟ มามะ ผู้ประสานงานชมรม ได้เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตนายโสภณ สุวรรณรัตน์ เพื่อยื่นข้อร้องเรียนความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับกิจกรรมของชาวอิสราเอล

รายละเอียดระบุว่า เนื่องด้วย ชมรมคนไทยรักปาเลสไตน์ เป็นตัวแทนของพี่น้องชาวภูเก็ต ร้องเรือนคัดค้านการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองปีใหม่ อิสราเอลและกิจกรรมทางศาสนาของอิสราเอลบนพื้นที่สาธาธารณะ ในฐานะตัวแทนมุสลิมภูเก็ต ขอแสดงความคัดค้านการจัดกิจกิรรม เฉลิมฉลองปีใหม่อิสราเอล และ กิจกรรมทางศาสนาของอิสราเอล บนพื้นที่สาธารณะ เพราะอิสราเอลคืออาชญกรสงครามฆ่าล้าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ ซึ่งตามหลักศาสนาอิสลาม ดังดำรัสของอัลกุรอ่านว่า มุสลิมผู้ศรัทธาคือพี่น้องกัน 

เราจึงรู้สึกเจ็บปวดทุกข์ทรมาน ต่อความชั่ว และ การอธรรมกดขี่ที่อิสราเอลกระทำต่อพี่น้องปาเลสไตน์ของเรา ตั้งนั้นการปล่อยให้อิสราเอลมาเฉลิมฉลองแสดงสัญลักษณ์ในพื้นที่สาธารณะ ของจังหวัดภูเก็ต ที่มีประชากรมสลิมจำนวนมาก จึงถือเป็นการกระทำที่ท้าทายยั่วยุ

และเหยียบย่ำจิตใจชาวภูเก็ตอย่างที่สุด ประกอบกับกับประเทศไทย เพิ่งทำการประณามความชั่วของรัฐอิสราเอล ที่ละเมิดกฏสากลโจมตีประเทศกาต้าร์ เพื่อสังหารคณะผู้เจรจาสันติภาพ การปล่อยให้อิสราเอล จัดงานเฉลิมฉลองในไทยจึงเป็นการปฏิบัติที่ย้อนแย้งกับจุดยืนของรัฐ 

อีกทั้งล่าสุดเมื่อสองวันที่ผ่านมา องค์กรสหประชาชาติ ก็ได้ประณาม และ ยืนยันว่า อิสราเอลก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวปาเลสไตน์ในอนวนกาซ่า นอกจากนั้นแล้ว ศาลโลกก็ได้พิพากษาตัดสินว่า อิสราเอลคือฆาตกรสงครามที่ก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์เด็กและสตรีในฉนานกาซ่าจริง ซึ่งเกรงว่าหากหน่วยงานของรัฐ ปล่อยให้อิสราเอลมีกิจกรรมท้าทาย และ ข่มเหงความรู้สึกเช่นนี้ อาจมีมือที่สาม ที่อยู่เหนือการควบคุมใช้เป็นขนวน ในการสร้างสถานการณ์ในภูเก็ต ซึ่งสิ่งที่จะตามมาก็คือภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวระดับประเทศ หากเกิดสถานการณ์ความรุนแรง 

ดังนั้นแนวทางแห่งปัญญาชนก็คือการป้องกันนั้นย่อมดีกว่าการแก้ไข การไม่สนับสนนหรือปล่อยให้มีกิจกรรมในที่สาธารณะ ที่กระทบกระเทือนต่อนต่อจิตใจพลเมืองประชาชน หรือเป็นการยั่วยที่จะนำไปสู่ความรุนแรง ก็ควรงด และ หลีกเลื่อง และไปจัดในสถาณที่ปิดจะเหมาะสมกว่า อนึ่ง เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง เรามิได้ต่อต้านชาวยิว แต่เราต่อต้านอิสราเอล ซึ่งมีชาวอิวจำนวนมากทั่วโลก ที่เป็นทันธมิตรกับเราในการต่อต้านอิสราเอล "ลัทธิไซออนิสต์ "

นราธิวาส-วันสันติภาพสากล ปัตตานี จัดงานยิ่งใหญ่ ‘We Are One Family Festival’ สะท้อนพลังประชาชน 3 จังหวัดชายแดนใต้”

(21 ก.ย. 68) คณะขับเคลื่อนการพูดคุยสันติสุขระดับพื้นที่ จัดประชุมพร้อมจัดกิจกรรม “We Are One Family Festival ต่างศาสนา ต่างที่มา แต่เราคือครอบครัวเดียวกัน” เนื่องในวันสันติภาพสากล (International Day of Peace). ที่ห้องน้ำพราว โรงแรมซี.เอส.ปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี โดยมี พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธาน งานนี้มีแขกรับเชิญพิเศษ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ปธ.คณะกรรมาธิการสันติภาพ 

การจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้  ที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ผ่านกระบวนการพูดคุยและสร้างความเข้าใจ เพื่อลดเงื่อนไขความขัดแย้ง และขับเคลื่อนสังคมสู่ความสงบสุข ผ่านการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น กว่า 240 เวที 1ปีที่ผ่านมา
ไฮไลต์สำคัญคือเวที โดยมีบุคคลสำคัญขึ้นเวที 
คุณจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนักการเมืองอาวุโส ร่วมปาฐกถาพิเศษด้านนโยบายสันติภาพ
พระครูโฆษิตสุทธากรณ์ หัวข้อ “พุทธธรรมในชายแดนใต้ TED Talk ด้านแพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี 

สันติสุขชายแดนใต้ มุมมองใหม่จากนักวิชาการโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมัชชา นิลปัทม์ (ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาการสื่อสารสันติภาพ) อิสลามกับสันติสุข พลังแห่งความหวังชายแดนใต้ โดย ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ  เสียงเยาวชน ก้าวใหม่สู่สันติสุชายแดนใต้ โดย นายฟาอิก กรระสี (ที่ปรึกษา กมธ.สันติภาพ)และ ชาลี สร้างภาพ..สู่การสร้างเสริมสันติสุข โดย นายอาหมัดกูเซียรี ดอเล้าะ อิฟูเดินเซอร์ ชาลี สร้างภาพ  ได้รับความสนใจจากนักศึกษาและประชาชนจำนวนมาก 1,000คน

นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เริ่มต้นปรากฏชัดเจนตั้งแต่เหตุการณ์ปล้นปืนปี 2547 จากวันนั้นจนถึงวันนี้ รัฐบาลและสังคมไทยได้พยายามค้นหาวิธีการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการรับฟังความคิดเห็น การตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์แห่งชาติ การศึกษาแนวทางการใช้กำลัง การสร้างความเป็นธรรม การลดเหตุรุนแรง รวมถึงประเด็นเรื่องการศึกษาปอเนาะ สิทธิการถือสองสัญชาติ และข้อเสนออีกมากมายที่มีประโยชน์ แต่ที่ผ่านมา หลายแนวคิดยังไม่สามารถถูกผลักดันจนกลายเป็นนโยบายที่มีผลในทางปฏิบัติได้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม วันนี้ประเทศไทยได้ก้าวมาสู่กระบวนการพูดคุยสันติภาพอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งมีคณะขับเคลื่อนระดับชาติเข้ามาร่วมดำเนินการ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องเชื่อมโยงการทำงานในอดีตกับการขับเคลื่อนในปัจจุบัน เพื่อสร้างรากฐานสันติสุขที่มั่นคงและยั่งยืน สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ไม่อาจละเลยได้ คือ การพัฒนาเยาวชนและการศึกษา ในอดีต มีการประเมินว่าเด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ได้รับโอกาสทางการศึกษาต่ำกว่าพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ ความเหลื่อมล้ำนี้กลายเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในอนาคต ดังนั้น รัฐจะต้องเร่งลงทุนในระบบการศึกษา ทั้งการสร้างบุคลากรทางการแพทย์ การยกระดับโรงเรียน การสร้างทักษะอาชีพ และการจัดการศึกษาที่ตอบโจทย์พื้นที่อย่างแท้จริง อีกหนึ่งประเด็นที่นายจาตุรนต์ให้ความสำคัญคือ เรื่องภาษาและอัตลักษณ์ โดยเห็นว่าการส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้ภาษามลายูหรือภาษาแม่ของตนเอง จะช่วยรักษารากเหง้าและความเป็นตัวตนของสังคมมลายูมุสลิมในพื้นที่ การไม่เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาของตนเองอย่างจริงจัง จะยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกถูกกีดกันและอาจกลายเป็นปัจจัยฉุดรั้งการพัฒนา “ประเทศใดที่มีความขัดแย้ง หากไม่เร่งแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ไม่ลงทุนกับอนาคตของเด็ก เยาวชนก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และความขัดแย้งจะยิ่งยืดเยื้อ” นายจาตุรนต์ย้ำ

ด้านแพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี มองว่า “สันติสุข” ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้เพียงด้านเดียว แต่ต้องสร้างพร้อมกันทั้งในมิติ การศึกษา การสาธารณสุข และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม
เธอกล่าวว่า ภาพของสันติสุขในใจของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป บางคนเห็นเป็นภาพครอบครัวกินข้าวร่วมกัน บางคนเห็นเป็นเด็ก ๆ วิ่งเล่นอย่างปลอดภัยในชุมชน สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า สันติสุขเป็นประสบการณ์ที่แต่ละคนเฝ้าฝันและอยากเห็น เมื่อเด็ก ๆ วาดภาพ “สิ่งที่อยู่ในใจ”

ครั้งหนึ่งเมื่อเธอรับราชการอยู่ศูนย์สุขภาพจิตภาคใต้ ได้จัดกิจกรรมให้เด็กนักเรียนวาดภาพในหัวข้อ “สิ่งที่อยู่ในใจของหนู” เด็กจากจังหวัดอื่นมักวาดรูปครอบครัว ดอกไม้ พระอาทิตย์ หรือทิวทัศน์สวยงาม
แต่เด็กจากชายแดนใต้วาดรถถัง ปืน สีที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นสีเทา–ดำหม่น ๆ บางคนวาดภาพสีแดง ไม่สดใส 

เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนความจริงว่า เด็ก ๆ ในพื้นที่เติบโตท่ามกลางความรุนแรง เช่น เหตุระเบิดหน้าโรงเรียนในนราธิวาส ที่ทำให้เด็กบางคนเห็นทหารซึ่งเคยทักทายกันทุกเช้าเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา ความทรงจำเหล่านี้ก่อให้เกิดภาวะ PTSD หากไม่ได้รับการดูแลต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตระยะยาว
สันติสุขในมิติของสังคม

หมอเพชรดาวย้ำว่า สันติสุขจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากประชาชนยังรู้สึกว่า ถูกกีดกัน ไม่ได้รับความเท่าเทียม หรือถูกมองข้าม เช่น วันสารทเดือนสิบ ประเพณีสำคัญของชาวไทยพุทธภาคใต้ ซึ่งยังไม่ถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการ ทั้งที่วันฮารีรายอของชาวมุสลิม และตรุษจีนของชาวไทยเชื้อสายจีนได้รับการยอมรับแล้ว เธอเล่าว่า ในปี 2562 ได้อภิปรายเรื่องนี้ในสภาฯ และนำไปสู่การผลักดันของรัฐบาลปี 2564 แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่เป็นจริงเสียที นี่คือตัวอย่างที่สะท้อนว่า เรื่องง่าย ๆ ที่ไม่ต้องใช้งบประมาณเลย แต่มีคุณค่าทางจิตใจกลับยังยืดเยื้อมานาน
สามเสาหลักของสันติสุข ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดสันติสุขจริง ๆ มี 3 เสาหลัก

1. การศึกษา – ไม่ใช่แค่การให้ความรู้ แต่คือการสร้างความเข้าใจ เคารพความแตกต่าง และหล่อหลอมเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ
2. สุขภาพ – ความมั่นคงของชีวิตเริ่มต้นจากสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง หากประชาชนอ่อนแอ ย่อมยากที่จะสร้างสันติสุขได้
3. สังคม – ต้องส่งเสริมอัตลักษณ์ของทุกกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ร่วมกันบนผืนแผ่นดินนี้ เพื่อสร้างการยอมรับและความภาคภูมิใจร่วม
ทุกอย่างที่ได้กล่าวไป มันไม่ใช่แค่เป้าหมายที่เราต้องไปให้ถึงแต่คือกระบวนการที่เรา
สร้างขึ้นทุกวัน ทุกเดือน ทุกปีผ่านการกระทำเล็ก ๆ ของเราและเครือข่ำยของเรำ
We are one family ต่างที่มาแต่เราคือครอบครัวเดียวกัน.

ข่าว.แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

‘จิรายุ’ ซัดดีล!! ‘ส้ม – น้ำเงิน’ พิลึกพิลั่น!! ยัน!! ‘เพื่อไทย’ ไม่ร่วมฝ่ายค้านตาม MOA

(21 ก.ย. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตสส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาชน (ปชน.) ยืนยันจะฝ่ายค้าน แม้จะเป็นพรรคการเมืองแกนนำในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีและสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ว่า MOA ส้ม-น้ำเงินที่พรรคปชน.ภาคภูมิใจ ทำให้ได้มาซึ่งรัฐมนตรีที่ทุกฝ่ายประสานเสียงร้องยี้ และรายชื่อที่ปรากฏออกมาก็สร้างความกังวลให้กับพี่น้องประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มรัฐมนตรีปราสาทสายฟ้า ซึ่งอาจจะไม่เพียงมาเพื่อยุบสภา ตาม MOA แต่จะเป็นการมาเพื่อยุบคดี บางคดีที่พี่น้องประชาชนจับตา ไม่ว่าจะเป็นคดีเขากระโดง หรือคดีฮั้ว สว.

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า อีกทั้งเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยขึ้นแล้ว ไม่เพียงทำให้ประชาชนกังวลเรื่องเสถียรภาพรัฐบาลที่อาจมีผลกระทบกับการบริหารเท่านั้น แต่ในช่วงที่ผ่านมายังพบว่ามีเสียงเตือนดังขึ้นต่อเนื่องถึงสภาพที่ไม่ปกติที่เกิดขึ้น เพราะพรรคการเมืองที่มีเสียงสูงสุดในการสนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาลพรรค ภท.กลับบอกว่าตัวเองจะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ซึ่งเรื่องนี้พรรค พท. ยืนยันว่าเราขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านในระบบรัฐสภา ทำงานด้วยความรับผิดชอบต่อประชาชน แต่จะไม่ขอร่วมเป็นฝ่ายค้านตาม MOA ส้ม-น้ำเงินเด็ดขาด เพราะไม่เพียงมีที่มาของดีลแปลกประหลาดแต่ยังเป็นการก่อกำหนดขึ้นของกลไกที่ไม่ปกติ

“พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะประสานงานกับพรรคประชาชนในการทำงานของฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่ขอเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้าน เมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านก็ขอทำหน้าที่ฝ่ายค้านแบบสุภาพบุรุษอย่างเต็มที่ ไม่มีอ่อนข้อ ไม่มีกั๊ก และจะไม่ยอมเป็นนั่งร้าน หรือเป็นฝ่ายค้านตาม MOA ให้ใคร ขอให้พรรคประชาชนสนุกกับบทบาทนี้ตามสบายเลย แต่พรรคเพื่อไทยไม่เอาด้วย” นายจิรายุ กล่าวทิ้งท้าย

‘กองทัพไทย’ เริ่ม!! โครงการ ‘รั้วอิเล็กทรอนิกส์’ ติดตั้งกล้องวงจรปิดต้นแรก แนวชายแดนสระแก้ว

(21 ก.ย. 68) กองทัพไทย ได้เริ่มโครงการติดตั้ง "รั้วอิเล็กทรอนิกส์" เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงตามแนวชายแดน โดยเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2568 ได้มีการติดตั้งเสากล้องวงจรปิด (CCTV) ต้นแรกบริเวณหลักเขตชายแดนที่ 50 ด้านหลังด่านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังบูรพา

การติดตั้งเสา CCTV ต้นแรกนี้ประกอบด้วยกล้อง 3 ตัว ได้แก่ กล้องแบบ PTZ (Pan-Tilt-Zoom) 1 ตัว และกล้องแบบ Fix อีก 2 ตัว นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบไฟส่องสว่างและระบบโซลาร์เซลล์เพื่อรองรับการทำงานอย่างต่อเนื่อง และมีการติดตั้งการ์ดบันทึกข้อมูลขนาด 512GB ซึ่งสามารถบันทึกภาพได้นานถึง 30 วัน

ในระหว่างการติดตั้ง กองร้อยทหารพรานที่ 12 ได้เข้าดำเนินการตัดต้นไม้ที่ขึ้นรกทึบในพื้นที่ตรงข้ามกำแพง เพื่อให้กล้องสามารถมองเห็นพื้นที่ได้อย่างชัดเจน และประสานงานกับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 12 (นพค.12) ซึ่งมีแผนจะเข้าปรับปรุงพื้นที่ในลำดับต่อไป

การติดตั้งเสา CCTV ต้นแรกนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของโครงการรั้วอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเฝ้าระวังและป้องกันภัยคุกคามต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเสริมสร้างความมั่นคงให้กับประเทศในระยะยาว

คนขับ U DRINK I DRIVE ถูกซ้อม!! ขู่!! ทำร้ายลูกเมีย เหตุ!! ไม่ถูกใจลูกค้า นักกิจกรรมผู้ไร้เมตตา ซ้อม!! เลือดอาบ

เมื่อวานนี้ (20 ก.ย. 68) ปรางค์-อภินรา ศรีกาญจนา ผู้เริ่มก่อตั้ง U DRINK I DRIVE โพสต์คลิปพร้อมระบุข้อความว่า “ที่พี่อภิหายไปครึ่งเดือนเพราะเรื่องนี้…เพราะพนักงานทุกคนคือครอบครัว”

ในคลิประบุว่า คนขับรถ U DRINK I DRIVE โดนทำร้ายร่างกาย คนขับรถโทรศัพท์เข้ามาบอกว่านายผมโดนทำร้ายร่างกาย ตนถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าไปรับลูกค้าคนนี้จากคอนโด จะไปส่งสนามซ้อมยิงปืนที่สัตหีบ ลูกค้าหลับตลอดทาง อยู่ดีๆลูกค้าตื่นมาถามว่า “อยู่ไหนแล้ว?” คนรถก็บอกว่า “กำลังจะถึงบางละมุงแล้วครับ กำลังจะเข้าสัตหีบ” แล้วลูกค้าก็ต่อยหน้าคนขับเลย พอคนขับหันไปห้ามเห็นปืน เลยเลือกที่จะชะลอรถ และลงจากรถ โดยวิ่งลงจากทางด่วนมอเตอร์เวย์ ก่อนที่จะไปหลบในโรงแรมกำลังจะโทรกลับมาที่ศูนย์ เพื่อขอความช่วยเหลือ

แต่ว่าลูกค้าวิ่งตามมา และกระทืบเข้าที่หน้าคนขับรถอีก 2 ครั้ง ทำให้จมูกร้าว คนขับรถร้องไห้ บอกว่า “ผมขอโทษผมสร้างความเสื่อมเสียให้กับบริษัท ขอโทษที่ทำให้เสื้อบริษัทเปื้อนเลือด” ไม่โทษลูกค้าแม้แต่นิดเดียว

ซึ่งลูกค้ารายนี้ทางคลิปได้แนบภาพ ระบุว่า เป็นนักกิจกรรมทางการเมือง ที่เพิ่งถูกจับกุมตัวไปเมื่อเร็วๆนี้

พอตอนที่ตำรวจกลับไปที่เกิดเหตุ ลูกค้าคนนี้ขโมยกระเป๋าตังคนขับรถแล้วเอาใบขับขี่ของคนขับไป พอโทรไปถามว่า “เอาใบขับขี่ของคนรถไปทำไม?” ลูกค้าตอบกลับมาว่า “จะได้รู้ไงว่าลูกกับเมียอยู่ที่ไหน จะได้ไปขู่ทำร้ายถึงบ้าน”

เรื่องนี้จะไม่ยอมให้เงียบ ถึงแม้เขาจะจ่ายเงินเยียวยามา ก็ไม่ได้แปลว่าเรื่องนี้จะยอมความ และไม่ได้แปลว่าเรื่องนี้จะจบ

ทั้งนี้การที่เราเป็นพนักงานให้บริการ ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องเป็นกระสอบทรายระบายอารมณ์ของใคร ส่วนพี่คนขับต้องการอะไรเป็นพิเศษนั้น คนขับบอกว่า “ไม่ใช่เงิน แต่เป็นเรื่องมนุษยธรรม”

ผบช.ภ.2 เช็กยุทโธปกรณ์ ซักซ้อมตำรวจกองร้อย คฝ. 1,400 นาย ขวัญดี! พร้อมรับทุกภารกิจรักษาความสงบ

(21 ก.ย. 68) “ผบช.ภ.2” ตรวจความพร้อมกองร้อย คฝ. เช็กยุทโธปกรณ์ พร้อมรับทุกภารกิจรักษาความสงบในพื้นที่ภาคตะวันออก กำชับซักซ้อมยุทธวิธี ยึดหลักกฎหมาย เน้นความปลอดภัยกำลังพล ตำรวจ 1,400 นาย ขวัญดี “ผบ.ตร.” ส่งความห่วงใย     ย้ำยึดมั่นปฏิบัติอย่างตำรวจมืออาชีพ เผยถกสถานการณ์ชายแดนไม่น่าห่วง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 กันยายน 2568 พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2  (ผบช.ภ.2) เดินทางไปที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว จว.สระแก้ว ตรวจสอบความพร้อมซ้อมการปฏิบัติของตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน จากตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง รวม 1,400 นาย และกำลังจากกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดสระแก้ว  80 นาย และตรวจเช็กความพร้อมของยุทโธปกรณ์ในการควบคุมฝูงชน โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง และ นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ร่วมด้วย

“การตรวจความพร้อมของตำรวจควบคุมฝูงชน หรือ คฝ. ในวันนี้ เพื่อสร้างความพร้อมปฏิบัติในภารกิจรักษาความสงบในเขตรับผิดชอบตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งครอบคลุม 8 จังหวัดภาคตะวันออก รวมทั้งเมื่อมีสถานการณ์จำเป็นที่หน่วยความมั่นคง เช่น กำลังป้องกันชายแดน อาทิ กองกำลังบูรพา กองกำลังจันทบุรีตราด มีการร้องขอ ซึ่งวันนี้ได้เน้นย้ำการปฏิบัติของชุดควบคุมฝูงชนต้องปฏิบัติตามยุทธวิธี และให้ผู้ควบคุมกำลังตรวจสอบความพร้อมของยุทโธปกรณ์ และซักซ้อมการปฏิบัติอยู่เสมอเพื่อป้องกันความผิดพลาด รวมถึงป้องกันการสูญเสียของกำลังพล  และจากการพูดคุยกับกำลังพลพบว่ามีความพร้อมและมีขวัญกำลังใจที่ดี” ผบช.ภ.2 กล่าว 

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวย้ำว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ฝากความห่วงใยและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ฝ่ายสนับสนุน ฝ่ายบังคับบัญชาทุกนาย ขอให้ยึดมั่นในการปฏิบัติทุกภารกิจอย่างตำรวจมืออาชีพ และรักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต โดยผู้บังคับบัญชาพร้อมให้การดูแลสนับสนุนการปฏิบัติ

ผบช.ภ.2 กล่าวอีกว่า วันนี้ได้ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์ตามแนวชายแดนประเทศกัมพูชา ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และ ผบ.กองกำลังบูรพา พบว่าขณะนี้ อยู่ในสถานการณ์ ที่ไม่น่าเป็นห่วง กองกำลังที่รับผิดชอบในพื้นที่ยังคงพร้อมปฏิบัติ ในส่วนของตำรวจตนได้เน้นย้ำการปฏิบัติ ตามกฎหมาย ทั้งกฎหมายที่มีโทษอาญาตามปกติและการปฏิบัติตามกฎหมายพิเศษ เช่น กฎอัยการศึก เมื่อหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ร้องขอโดยเคร่งครัด

‘รัสเซีย’ ไต่ระดับทดสอบ!! ‘NATO’ เผย!! จุดอ่อน พันธมิตรตะวันตก ครบสูตร

(21 ก.ย. 68) รัสเซียไต่ระดับทดสอบ NATO: จากโดรนหลงฟ้า สู่ไซเบอร์ถล่มสนามบิน จุดอ่อนเริ่มโผล่

ไม่ค่อยเชื่อเรื่องความบังเอิญและนั่นคือเหตุผลที่ทำให้มองสิ่งที่เกิดขึ้นในยุโรปตลอด 3 สัปดาห์ล่าสุด ไม่ได้เป็นแค่ “เหตุบังเอิญ” แต่เหมือน บททดสอบสนามจริง ของรัสเซียต่อ NATO ว่าพันธมิตรตะวันตกพร้อมแค่ไหนในสงครามแบบหลายมิติ
ยิ่งรัสเซียไต่ระดับการโจมตี ความเปราะบางของ NATO ยิ่งปรากฏชัด
เส้นเวลาไล่ระดับ

1. 4 ก.ย. – โดรนหลงฟ้าโรมาเนีย
โดรนรัสเซียตกใกล้หมู่บ้าน Plauru ห่างพรมแดนยูเครนเพียง 500 เมตร NATO ทำได้แค่ “ออกแถลงการณ์กังวล” ไม่มีมาตรการโต้ตอบจริง.
2. 12 ก.ย. – ถล่มท่าเรือโอเดสซา
โดรน Shahed-136 ตีโกดังข้าวยูเครน ทำลายกว่า 3,000 ตัน กระทบ supply chain อาหารยุโรป ขณะเดียวกันเรดาร์ NATO ตรวจเจอวัตถุบินล้ำเข้ามาอีกครั้ง แต่ไม่มีการสกัดกั้น. 
3. 18 ก.ย. – ขีปนาวุธให้เวเนซุเอลา
เวเนซุเอลาโชว์ Su-30MK2 ติด Kh-31P (Mach 3.5, พิสัย 110 กม.) ที่รัสเซียเพิ่งส่งมอบ นักวิเคราะห์ชี้ว่าสามารถคุกคามเรือรบ USS Iwo Jima ของสหรัฐฯ ได้ทันที แต่ NATO กลับไม่มีแผนรับมือในซีกโลกตะวันตก. 
4. 19 ก.ย. – ไซเบอร์ถล่มสนามบินยุโรป
ระบบเช็คอินของ Collins Aerospace (RTX) ล่ม สนามบินฮีทโธรว์ เบอร์ลิน บรัสเซลส์โกลาหล ผู้โดยสาร 50,000 คน เดือดร้อน ยกเลิกกว่า 150 เที่ยวบิน ขาดทุนวันละ 10–12 ล้านยูโร

นี้คือเกมทดสอบที่เจอแต่ช่องโหว่ชัดๆ
นักวิเคราะห์จาก CISA ระบุว่านี่คือ hybrid warfare เต็มรูปแบบ — ใช้โดรน ขีปนาวุธ และไซเบอร์ผสมกันเพื่อทดสอบ NATO แบบ step-by-step โดยไม่จำเป็นต้องปะทะตรง

ผลลัพธ์ : 
การเมือง: NATO ตอบสนองเชื่องช้า เช่น เหตุโดรนโรมาเนียทำได้แค่ประณาม
เศรษฐกิจ: การหยุดชะงักสนามบินทำให้สูญเสีย 10–15 ล้านยูโร/วัน สะท้อนว่าการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนยังอ่อนแอ
ทหาร: การส่ง Kh-31P ให้พันธมิตรในลาตินอเมริกาคือการ “เปิดแนวรบใหม่” แต่ NATO ยังไม่แสดงแผนตอบโต้
Europol สงสัยว่าแฮกเกอร์ที่โจมตีสนามบินเชื่อมโยง GRU หน่วยข่าวกรองรัสเซีย นักวิเคราะห์จาก Carnegie Endowment เสริมว่า
“เพื่อรับมือกับปัญหาการคุกคามที่อาจเกิดขึ้น(หรือเกิดขึ้นแล้ว) NATO อาจต้องเพิ่มงบกลาโหมในยุโรปตะวันออกอย่างน้อย 50% ในปี 2569” 
แต่การเมืองภายในประเทศสมาชิก เช่น นโยบาย America First ของสหรัฐฯ กลับทำให้ยุโรปยิ่งต้องแบกเอง..ซึ่งเศรษฐกิจที่อ่อนแอก็ไม่แน่ใจว่าจะไหวไหม

ผลสะเทือน
สิ่งที่รัสเซียได้ไม่ใช่ชัยชนะทางทหารทันที แต่คือ ข้อมูลจุดอ่อน ของ NATO — ความล่าช้าในการตัดสินใจ ความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจ และความแตกแยกด้านการเมือง ขณะที่ยุโรปยังต้องก้มหน้าซ่อมระบบและรอความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ที่ยิ่งถอยห่าง รัสเซียอาจจะชนะไปแล้วโดยไม่ต้องก่อสงครามรบจริง

‘เจือ ราชสีห์’ ร้านมหาสมุทรซีฟู้ดส์ ปั้นปลากะพง 3 น้ำ ขึ้นห้างดัง!! สร้างรายได้ยั่งยืน ให้เกษตรกรบ้านเรา

เมื่อวันที่ (11 ก.ย. 68) กรมประมง นำโดยนายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ร่วมกิจกรรมเข้าเยี่ยมชมหน้าร้าน ‘มหาสมุทรซีฟู้ดส์’ ซึ่งอยู่ในท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาเซ็นทรัลพระราม 9 กรุงเทพฯ เพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ‘ปลากะพง 3 น้ำ GI จากทะเลสาบสงขลา’

นายบัญชา ได้กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมร้าน“มหาสมุทรซีฟู้ดส์ที่ร่วมสนับสนุนการผลักดันผลิตภัณฑ์คุณภาพของไทย โดยเฉพาะปลากะพง 3 น้ำ ซึ่งเป็นสินค้า GI กลุ่มแรกและกลุ่มเดียวของประเทศ ที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น การเติบโตในระบบนิเวศน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ส่งผลให้ปลามีคุณภาพ เนื้อแน่น นุ่ม อร่อย ไม่มีกลิ่นโคลน และปลอดภัยต่อผู้บริโภค

เราได้เริ่วางจำหน่ายที่สยามพารากอน ศูนย์การค้า เดอะมอลล์เป็นครั้งแรกและในวันนี้ได้ขยาย การจัดจำหน่ายที่ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาเซ็นทรัลพระราม 9 กรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญในการขยายตลาดและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น

ทั้งนี้ ‘มหาสมุทรซีฟู้ดส์’ เป็น ผู้ริเริ่มรวบรวมเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง 3 น้ำจากทะเลสาบสงขลา เพื่อนำมาจำหน่ายในศูนย์การค้าชั้นนำในกรุงเทพมหานครเป็นเจ้าแรก เพื่อตอกย้ำบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรท้องถิ่นสู่ผู้บริโภคเมืองใหญ่ และยกระดับคุณค่าของสินค้าไทยคุณภาพสู่ตลาดพรีเมียม

ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมประมงได้กล่าวขอบคุณผู้บริหารบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ที่เปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากเกษตรกรไทย โดยเฉพาะปลากะพง 3 น้ำ GI ได้มีพื้นที่วางจำหน่าย อันจะช่วยเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก และยกระดับสินค้าไทยสู่ตลาดโลก

อธิบดีกรมประมงยังได้เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มาลิ้มลองความอร่อยของปลากะพง 3 น้ำ ที่การันตีด้วยตราสัญลักษณ์ประมงธงเขียว และเครื่องหมาย GI พร้อมแสดงความหวังว่ากิจกรรมครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างชื่อเสียงให้กับสินค้าประมงคุณภาพของไทยสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน

พร้อมเสริ์ฟที่ร้านมหาสมุทรฟู้ดทุกสาขาส่งตรงจากทะเลสาบสงขลา สดๆใหม่ๆ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้ทุกคนลิ้มลองแล้วที่ 

📍  Gourmet Market Siam Paragon ชั้น G(โซนซีฟู้ด) ตั้งเเต่เวลา 10.00-23.00น

📍 Gourmet Market สาขา The Emquartier, ชั้น G (โซนซีฟู้ด) ตั้งแต่เวลา 10.00-23.00น.

📍 Tops สาขาเซ็นทรัล บางนาที่ Tops ชั้น B1 โซนซีฟู้ด ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00น.

📍📍Tops สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ที่ Tops ชั้น G โซนซีฟู้ด ตั้งเเต่เวลา 9.00-22.00 น.

📍Tops สาขาเซ็นทรัล พระราม 9 ที่ Tops ชั้น B1 โซนซีฟู้ด ตั้งเเต่เวลา 10.00-22.00 น.

‘ฮุน มาเนต’ ดึงอาเซียนกดดัน!! ‘ไทย’ ปมปะทะชายแดน จุดไฟวิกฤต!! ชายแดนสระแก้ว ความเป็นเอกภาพ ‘อาเซียน’

(21 ก.ย. 68) สถานการณ์ตึงเครียดบริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว หลังเหตุปะทะระหว่างทหารไทยกับชาวกัมพูชา ได้ลุกลามไปสู่การเคลื่อนไหวทางการทูตที่ไม่ปกติ เมื่อฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา รีบต่อสายตรงถึงอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย วอนให้เข้าแทรกแซงโดยทันที

การกระทำดังกล่าวสร้างคำถามใหญ่ในเวทีภูมิภาค เพราะอาเซียนยึดหลัก “ไม่แทรกแซงกิจการภายใน” มาตลอด แต่การที่กัมพูชาดึงประธานอาเซียนเข้ามากดดันไทย เท่ากับใช้ “หมวกอาเซียน” เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นการผิดมารยาททางการทูตอย่างร้ายแรง และสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ความเป็นเอกภาพของอาเซียนสั่นคลอน หากวันนี้มาเลเซียสามารถแทรกแซงไทยได้ วันหน้าไทยก็อาจใช้ตำแหน่งประธานอาเซียนไปก้าวก่ายปัญหาภายในประเทศอื่นเช่นกัน

สิ่งที่น่าจับตาคือความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างผู้นำในภูมิภาค การที่ฮุน มาเนตเลือกโทรหาอันวาร์ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะมาเลเซียกำลังนั่งตำแหน่งประธานอาเซียน ขณะที่กัมพูชาเป็นเลขาธิการอาเซียน และเบื้องหลังยังมีสายสัมพันธ์ยาวนานระหว่างอันวาร์ ฮุน เซน และทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไทยที่เพิ่งถูกส่งเข้าเรือนจำอีกครั้ง หลังจากพยายามหลบเลี่ยงโทษด้วยการอ้างอาการป่วย

ย้อนกลับไปเมื่อธันวาคม 2567 มีรายงานจาก Matichon Weekly ว่า อันวาร์ อิบราฮิม แต่งตั้งทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย เป็น “กุนซือประธานอาเซียน” อย่างไม่เป็นทางการ ขณะ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ไทย เยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ (Matichon Weekly, 17 ธ.ค. 2567)

ข้อมูลนี้สอดคล้องกับรายงานของ Reuters ที่ระบุว่า นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้ตั้งทักษิณเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวในบทบาทประธานอาเซียนปี 2025 โดยอ้างอิงประสบการณ์ทางการเมืองและเครือข่ายส่วนตัวของเขา (Reuters, 16 ธ.ค. 2024) และ The Diplomat ยังวิเคราะห์ว่าทักษิณคือหนึ่งใน “informal advisory group” ที่อันวาร์ใช้เตรียมบทบาทการเป็นประธานอาเซียน (The Diplomat, ธ.ค. 2024)

อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนัก โดย South China Morning Post เตือนว่าทักษิณอาจมีท่าทีที่เอื้อประโยชน์ต่อกองทัพเมียนมา (SCMP, ธ.ค. 2024) ขณะที่ Channel News Asia ชี้ว่าความไม่ชัดเจนเรื่องบทบาทที่ปรึกษาอาจช่วยสร้างความยืดหยุ่นทางการทูต แต่ก็เสี่ยงกระทบต่อภาพลักษณ์ของอันวาร์เอง (CNA, ธ.ค. 2024) นอกจากนี้ Khaosod English ยังรายงานตรงไปตรงมาว่าการแต่งตั้งดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการเยือนมาเลเซียของแพทองธาร (Khaosod English, 16 ธ.ค. 2024)

ความสัมพันธ์สามเหลี่ยมนี้ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าการแทรกแซงครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการ “ช่วยเหลือทางการทูต” แต่คือการใช้เวทีอาเซียนเป็นเกราะกำบังผลประโยชน์ส่วนตัวและเครือข่ายทางการเมือง–ธุรกิจ โดยเฉพาะเมื่อกัมพูชามีการลงทุนทับซ้อนกับเครือข่ายของทักษิณ เช่น เกาะกง และกลุ่มธุรกิจของลียง พัด ที่โยงกับทุนสีเทาและคาสิโน

ที่สำคัญ กรณีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 ทักษิณเคยเดินทางไปพนมเปญเพื่อรับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลกัมพูชา ซึ่งครั้งนั้นก็สร้างวิกฤตทางการทูตกับไทยมาแล้ว เนื่องจากกัมพูชาปฏิเสธคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน และถูกมองว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ทักษิณมีฐานทางการเมืองนอกประเทศเพื่อเคลื่อนไหวโค่นล้มรัฐบาลไทย

การโทรศัพท์ของฮุน มาเนต จึงไม่ใช่แค่ภาพผู้นำเพื่อนบ้านคุยกัน แต่สะท้อนถึงการบิดเบือนอาเซียนให้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของผู้นำบางคน หากปล่อยให้เป็นบรรทัดฐาน อาเซียนจะเสี่ยงกลายเป็นเวทีผลประโยชน์ มากกว่าการเป็นประชาคมของประชาชนในภูมิภาค

สนามบินใหญ่ในยุโรปป่วน!! ‘เที่ยวบินล่าช้า – ยกเลิก’ หลัง Collins Aerospace ถูกแฮก!! กระทบระบบเช็กอิน

(21 ก.ย. 68) เที่ยวบินจำนวนมากในยุโรป หยุดชะงัก หรือถูกยกเลิก หลัง Collins Aerospace ผู้ให้บริการระบบเช็กอินและขึ้นเครื่อง ถูกโจมตีทางไซเบอร์

เที่ยวบินจำนวนมากในยุโรปเผชิญความล่าช้าและถูกยกเลิก หลังเกิดการโจมตีทางไซเบอร์ที่พุ่งเป้าไปที่ Collins Aerospace ผู้ให้บริการระบบเช็กอินและขึ้นเครื่องรายสำคัญระดับโลก 

ซึ่งส่งผลกระทบต่อสนามบินใหญ่หลายแห่ง รวมถึง Heathrow (ลอนดอน) ที่เป็นสนามบินที่มีผู้โดยสารหนาแน่นที่สุดในยุโรป, Brussels และ Berlin

รายละเอียดเหตุการณ์
-ระบบที่ได้รับผลกระทบ 
ระบบอัตโนมัติสำหรับเช็กอินผู้โดยสารและโหลดสัมภาระ ทำให้ผู้โดยสารต้องหันมาใช้วิธีการเช็กอินและขึ้นเครื่องแบบแมนนวลแทน
-สนามบินที่ได้รับผลกระทบ
Heathrow, Brussels, Berlin เกิดดีเลย์และการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก
-สนามบินที่ไม่กระทบ
Frankfurt (เยอรมนี) และ Zurich (สวิตเซอร์แลนด์) ยืนยันว่าไม่พบปัญหาจากเหตุการณ์นี้
แถลงการณ์จากผู้เกี่ยวข้อง
-Heathrow Airport ยืนยันว่าปัญหามาจาก Collins Aerospace และเตือนผู้โดยสารถึงความล่าช้า
-Brussels Airport ระบุว่าเหตุเกิดคืนวันศุกร์ มี “ผลกระทบอย่างใหญ่หลวง” ต่อกำหนดการบิน และน่าจะทำให้เที่ยวบินล่าช้าและยกเลิกต่อเนื่อง
-Berlin Airport ชี้แจงว่ามีเวลารอที่เช็กอินนานขึ้น และกำลังหาทางแก้ไขโดยเร็ว
-Collins Aerospace ยอมรับว่าเกิดความขัดข้องจากการโจมตีไซเบอร์ กับซอฟต์แวร์บางส่วน โดยผลกระทบจำกัดอยู่ที่ระบบเช็กอินและโหลดสัมภาระ ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยการใช้วิธีแมนนวล
-RTX (Raytheon Technologies) บริษัทแม่ของ Collins ยืนยันว่ากำลังทำงานอย่างเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูระบบและ “คืนการทำงานเต็มรูปแบบให้ลูกค้าโดยเร็วที่สุด”
ผลกระทบต่อผู้โดยสาร
-ผู้โดยสารที่มีตารางบินวันเสาร์ ได้รับคำแนะนำจากสนามบินที่ได้รับผลกระทบให้ ตรวจสอบยืนยันเที่ยวบินกับสายการบินก่อนเดินทาง
-สนามบินหลายแห่งเตือนถึงความล่าช้าที่จะเกิดขึ้นจากการใช้ระบบเช็กอินแบบแมนนวล
โดยการโจมตีครั้งนี้เผยให้เห็นถึง ความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินยุโรป ที่พึ่งพาผู้ให้บริการรายเดียวอย่าง Collins Aerospace 
หากระบบถูกโจมตีเพียงจุดเดียวสามารถสร้างผลกระทบแบบโดมิโนต่อสนามบินใหญ่หลายแห่งในทวีปได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top