Monday, 8 June 2026
Hard News Team

ยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานสู่ธุรกิจ กฟผ. จับมือ IWRM ลงนามให้บริการบริหารจัดการด้านพลังงานสะอาด

เมื่อวันที่ (22 ก.ย. 68) นายเมธาวัจน์ พงศ์รดาภิรมย์ รองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่อง (รวธ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมเป็นเกียรติในงานลงนามสัญญา (MOU) ให้บริการบริหารจัดการพลังงานโดยระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ระหว่าง กฟผ.และ บริษัท ไอดับบลิวอาร์เอ็ม จำกัด (IWRM) ผู้ให้บริการน้ำเพื่ออุตสาหกรรมรายใหญ่ในพื้นที่ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โดยมีนายสายัณห์ ปานซัง ผู้ช่วยผู้ว่าการบริหารธุรกิจ (ชธก.) และนายธนวัฒน์ สันตินรนนท์ กรรมการผู้จัดการ IWRM ร่วมลงนามในสัญญา พร้อมด้วยนางณิศรา ธัมมะปาละ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการธุรกิจนวัตกรรมพลังงาน (อธพ.) และนางอัมพวัน พงศ์สิทธิศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ IWRM ลงนามในฐานะพยาน ณ ห้อง Press Conference สำนักงานใหญ่ กฟผ. จ.นนทบุรี

สำหรับการให้บริการดังกล่าว เป็นการให้บริการบริหารจัดการพลังงานโดยระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็ก (Micro-Grid) ณ สถานีผลิตน้ำประปามรกตสยาม อ.พานทอง จ.ชลบุรี เพื่อยกระดับความมั่นคงและประสิทธิภาพในการผลิตน้ำประปา ด้วยเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่ทันสมัย ประกอบด้วยระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบทุ่นลอยน้ำ (Floating PV System) ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) และระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System: EMS) ของ กฟผ. หรือ “ENZY Platform” ซึ่งจะช่วยยกระดับการบริหารจัดการพลังงาน และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ทั้งในด้านการควบคุมค่าไฟฟ้า การพยากรณ์พลังงาน ตลอดจนรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าให้มีความต่อเนื่องและยั่งยืน การลงนามในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่าง กฟผ. และภาคเอกชน ในการผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียน และเทคโนโลยีด้านพลังงานอัจฉริยะ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

‘อนุทิน’ ย้ำปิดด่านชายแดนต่อ มอบอำนาจทหาร ตัดสินใจเต็มที่!! ยันรัฐบาลหนุนกองทัพ 100%

เมื่อวันที่ (21 ก.ย. 68) ที่จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยยืนยันว่าได้หารือกับกองทัพแล้ว และมอบอำนาจให้ทหารตัดสินใจเต็มที่ รัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุนด้านการทูตและการเจรจาตามความจำเป็น

นอกจากนี้ นายอนุทินยังปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องผู้นำต่างประเทศพยายามล็อบบี้ ย้ำว่า “ไม่มีใครล็อบบี้ผมได้” และยืนยันว่าการตัดสินใจทั้งหมดจะทำเพื่อประโยชน์ของประเทศไทยและประชาชนเท่านั้น เงื่อนไขใด ๆ จะถูกยอมรับก็ต่อเมื่อคู่เจรจายอมตามข้อกำหนดของไทย

สำหรับพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ที่ยังมีเหตุความไม่สงบจากฝั่งกัมพูชา นายอนุทินระบุว่า หากยังมีการใช้โล่มนุษย์หรือกดดันด้วยอาวุธ จะไม่มีการเจรจาใด ๆ ด่านชายแดนจะปิดต่อไป และรัฐบาลอาจเพิ่มมาตรการควบคุมเข้มงวดขึ้นหากจำเป็น

‘รัสเซีย’ ยืนหนึ่งครอง ‘ยูเรเนียม’ มากสุดในโลก แม้สหรัฐฯ มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่สุด แต่ยังต้องพึ่งรัสเซีย

(22 ก.ย. 68) รัสเซียยังคงครองความเป็นผู้นำตลาดยูเรเนียมโลก โดยนายคิริล โคมารอฟ (Kirill Komarov) รองผู้อำนวยการใหญ่รัฐวิสาหกิจ Rosatom เปิดเผยว่า ส่วนแบ่งตลาดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของรัสเซียสูงเกือบ 40% ทำให้ยังคงเป็นผู้เล่นอันดับหนึ่งของโลก แม้ชาติตะวันตกพยายามหาทางลดการพึ่งพารัสเซียแต่ยังคงไม่สำเร็จ

นอกจากนี้ โคมารอฟ ยังระบุว่า แม้สหรัฐฯ จะมีขีดความสามารถด้านพลังงานนิวเคลียร์มากที่สุดในโลก ราว 100 กิกะวัตต์ แต่ก็ยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของรัสเซียอย่างมาก สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลและความสำคัญของรัสเซียในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์โลก

‘วีระศักดิ์’ ชี้ สิ่งแวดล้อม ไม่เหมือนการเมือง ย้ำชัด มนุษย์กับระบบนิเวศต่อรองกันไม่ได้ ถึงเวลาพังก็พัง

(22 ก.ย. 68) “มนุษย์ต่อมนุษย์คุยกันได้ แต่มนุษย์กับระบบนิเวศต่อรองกับใครไม่ได้ มันถึงเวลาจะพัง ก็พัง แมลงปอหายไป ผึ้งหายไป สัตว์ผสมเกสรหายไป ไม่รู้จะไปต่อรองกับใคร การขาดสะบั้นลงของความเชื่อมโยงระบบนิเวศที่เรียกว่าความหลากหลายทางชีวภาพคือตัวที่อันตรายที่สุด ไม่มีใครเข้าใจเรื่องนี้ จนกระทั่งโควิด-19 เข้ามาเป็นจุดเปลี่ยน มันทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และสารพัดกิจการล้มครืนไปเฉยๆ”

ไม่ใช่คำกล่าวของนักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมคนใด หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาจากอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นามว่า วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ผู้เคยสร้างผลงานมากมายในยุคที่ทัวริสต์บินมาแลนดิ้ง ณ ราชอาณาจักรไทยแตะ 40 ล้านคน เกินครึ่งของจำนวนประชากรในประเทศ

ทว่า เจ้าตัวย้ำชัดว่า สิ่งสำคัญคือคุณภาพอันนำมาซึ่งมูลค่า ไม่ใช่จำนวนหัว เพราะตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้ามาร่วมใช้ทรัพยากร ย่อมส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไม่อาจปฏิเสธ

ตัดภาพมาในวันนี้ วีระศักดิ์ปรากฏตัวบนเวทีมากมาย แน่นอนว่าหาใช่เพื่อไฮด์ปาร์กปราศรัย หากแต่มุ่งหวังสร้างแรงบันดาลใจในบทบาทใหม่ที่เปรียบเหมือน ‘ไลฟ์โค้ชสิ่งแวดล้อม’ กิตติมศักดิ์

เดินสายสร้างความเข้าใจยังหน่วยงาน สถาบันการศึกษา และอื่นๆ อีกมากมาย

ด้วยโปรไฟล์นักวิชาการด้านกฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ ด้วยศักยภาพนักคิดของเด็กสายศิลป์ ที่หันมา ‘อิน’ กับวิทยาศาสตร์

ด้วยประสบการณ์ในตำแหน่งสำคัญทางการเมืองหลากหลาย รัฐมนตรีก็เป็นมาแล้ว สมาชิกวุฒิสภาก็นั่งมาแล้ว กรรมาธิการมากมายก็ร่วมวงมาแล้ว

ข้อมูล เนื้อหา บทวิเคราะห์จึงเข้มข้นบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่น่าสนใจและชวนให้ตื่นตระหนกตกใจไปพร้อมๆ กัน แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้น การ ‘ตื่นรู้’ คือสิ่งที่อยากเห็น

วันนี้ วีระศักดิ์จึงเดินหน้าสื่อสารสังคมผ่านช่องทางต่างๆ ไม่เพียงบนเวทีที่มีสปอตไลต์ แต่ยังรวมถึงเว็บไซต์ที่ใช้ชื่อนามสกุลจริง วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ www.weerasak.org และเฟซบุ๊กแฟนเพจที่ระบุโปรไฟล์  (ประธาน) สภาลมหายใจกรุงเทพมหานคร อันเป็นหนึ่งในตัวอย่างของการขับเคลื่อนงานของภาคพลเมืองและภาคประชาสังคม

เห็นพ้องการแก้วิกฤตฝุ่นใหม่ 8 : 3 : 1 คือ วางแผน 8 เดือนล่วงหน้า รับมือ 3 เดือนช่วงเผชิญสถานการณ์ฝุ่น และ 1 เดือนถอดบทเรียน ระหว่างรอ ‘พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ หรือ ‘ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …’ ซึ่งเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนไปเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ประกอบด้วยสาระสำคัญทั้งหมด 10 หมวด ครอบคลุมทั้งสิทธิ หน่วยงาน เครื่องมือ-กลไก-มาตรการในการบริหารและทางเศรษฐศาสตร์ การป้องกันจากแหล่งกำเนิดประเภทต่างๆ กองทุนอากาศสะอาด และบทลงโทษ

ล่าสุด ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติบรรจุร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 2 หมาดๆ ชวนให้จับตา ร่วมลุ้นถึงฝันเป็นจริงที่เขยิบใกล้เข้ามาทุกที

“พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ทำให้เห็นว่าการเลือกตั้ง ใช้ความสะอาดมาเป็นแคมเปญได้ และชนะการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งล่าสุด ผู้สมัครทั้งที่สังกัดพรรคและไม่สังกัดพรรค ล้วนแล้วแต่ต้องยอมหาเสียงเรื่องฟุตปาธ ซึ่งเป็นมิติด้านสังคม”

ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพมหานคร ย้อนมองยุทธศาสตร์หาเสียงพ่อเมืองกรุงเทพฯ ต่างยุคสมัย ในห้วงเวลาที่ประเด็นสิ่งแวดล้อม ความสะอาด จนถึงการจัดระเบียบทางเท้าถูกชูขึ้นอย่างโดดเด่นไม่แพ้โปรเจ็กต์ยักษ์ในบางยุค

ท่ามกลาง ‘ดีล’ ลึก ดีลลับ และไม่ลับ มากมายในสมรภูมิการเมืองไทย

วีระศักดิ์ยืนยันว่า สิ่งแวดล้อมดีลไม่ได้ แม้นโยบายต่างๆ ของภาครัฐเกี่ยวพันกับการเมือง ทว่า ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านั้น ไม่ว่าใครก็ไม่อาจต่อรองได้ แม้กระทั่งประเทศมหาอำนาจ

“การเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจการค้า ทุกอย่างเป็น negotiable คือต่อรองได้ ขอแค่รู้เถอะว่าต้องไปคุยกับใคร คุณมีอะไรไปแลกกับเขาหรือยัง

มนุษย์ต่อมนุษย์คุยกันได้ แต่มนุษย์กับระบบนิเวศต่อรองกับใครไม่ได้ มันถึงเวลาจะพัง ก็พัง แมลงปอหายไป ผึ้งหายไป สัตว์ผสมเกสรหายไป ไม่รู้จะไปต่อรองกับใคร”

ขีดเส้นใต้อีกครั้ง ดังที่กล่าวมาแล้วในบรรทัดแรกของบทสัมภาษณ์

บรรทัดจากนี้ ไม่ใช่คำถาม-คำตอบ หากแต่ร้อยเรียงจากถ้อยคำที่พรั่งพรู พร้อมแววตามุ่งมั่นสื่อสารต่อสังคม ในประเด็นสิ่งแวดล้อมรอบกายที่ไม่ไกลตัวอีกต่อไป

ความหลากหลายชีวภาพขาดสะบั้น สิ่งที่ ‘มหาอำนาจ’ ยังผวา
3 ก้อน 4 คลื่น ปลุกมนุษย์ตื่น

ฝุ่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้การผลักดันและตื่นตัวของภาคประชาสังคมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและกว้างขวาง สมัยก่อนเวลาพูดถึงเรื่องนโยบายสิ่งแวดล้อมจะมีแค่ 2 เรื่อง 1.รักษาป่าไม้ ลำน้ำ 2.การเกิดมลภาวะ

ทั้งสองเรื่องนี้ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนอยู่ใกล้น้ำ เป็นคนอยู่ป่า จะรู้สึกว่าไม่ค่อยเกี่ยวกัน เชียร์ให้คนอื่นทำ แต่ตัวเองไม่ได้ทำอะไร สำหรับเรื่องมลพิษส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องแหล่งกำเนิด ซึ่งถูกมองว่าห่างตัว

แม้แต่ขยะก็ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยใกล้ตัวเท่าไหร่ อะไรที่มันพ้นจากหน้าบ้านตัวเองก็ไม่ต้องสนใจ แต่ในช่วง 10 ปีมานี้ 3 เรื่องของสิ่งแวดล้อมมันได้ขยายตัวและเชื่อมแตะกันเป็น 3 วง ซึ่งในภาษาอังกฤษเรียกว่า Triple Planetary crisis

ก้อนที่หนึ่ง คือเรื่องมลพิษ มลภาวะที่มากับอากาศ ซึ่งโดนกันถ้วนหน้า คุณอยู่ที่ไหนมันก็มาถึง และเป็นตัวใหญ่กว่าที่เราเคยรู้จักมา 30-40 ปี ไม่เฉพาะเรื่องฝุ่นแต่รวมถึงขยะด้วย ภูเขาขยะเป็นของแปลกในอดีต แต่ปัจจุบันกลายเป็นเรื่องที่เจอแทบทุกเทศบาลนคร

ก้อนที่สอง เรื่อง Climate Change (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) คนอาจจะยังไม่รู้สึกมาก กระทั่งความร้อนมันสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นข่าว แม้จะมี Paris Agreement (ความตกลงปารีส-ความตกลงตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) เราก็ไม่สนใจ จนกระทั่งมาถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งรู้สึกว่าต้องมีกฎหมายเรื่องนี้เหมือนกัน พยายามทำเรื่องก๊าซเรือนกระจกเพื่อไม่ให้ถูกกีดกันทางการค้า แต่เมื่อทำไปๆ ก็เริ่มเห็นแล้วว่า ทำไปเถอะ

ก้อนที่สาม ที่ปลุกเท่าไหร่ก็ยังไม่ตื่น คือเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพที่มันกำลังขาดสะบั้นลงทีละท่อนๆ และเป็นสิ่งที่ประเทศมหาอำนาจกลัวที่สุด กลัวยิ่งกว่าโลกร้อน แต่โลกเราเจอ 3 ก้อนนี้พร้อมกันโดยไม่มีทางสู้อื่นนอกจากความรู้ เพราะการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจการค้า ทุกอย่างเป็น negotiable คือต่อรองได้ ขอแค่รู้เถอะว่าต้องไปคุยกับใคร คุณมีอะไรไปแลกกับเขาหรือยัง

มนุษย์ต่อมนุษย์คุยกันได้ แต่มนุษย์กับระบบนิเวศต่อรองกับใครไม่ได้ มันถึงเวลาจะพัง ก็พัง แมลงปอหายไป ผึ้งหายไป สัตว์ผสมเกสรหายไป ไม่รู้จะไปต่อรองกับใคร

การขาดสะบั้นลงของความเชื่อมโยงระบบนิเวศที่เรียกว่าความหลากหลายทางชีวภาพคือตัวที่อันตรายที่สุด ไม่มีใครเข้าใจเรื่องนี้ จนกระทั่งโควิด-19 เข้ามาเป็นจุดเปลี่ยน มันทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และสารพัดกิจการล้มครืนไปเฉยๆ มันจึงเป็นคลื่นลูกที่ 1 ระดับ Global Scale ส่วนคลื่นลูกที่สองใหญ่กว่าคลื่นลูกแรกอีก คือคลื่นความถดถอยทางเศรษฐกิจ คลื่นตัวที่สามคือ Climate Change ใหญ่กว่าคลื่นตัวที่สองและตัวที่หนึ่ง

สำหรับคลื่นตัวที่ 4 คือการขาดสะบั้นลงของชีวภาพ ใหญ่กว่า 3 คลื่นข้างหน้ารวมกัน

นี่เป็นภาพที่ผมคิดว่า ไม่เคยมีมาก่อนเลยที่ประวัติศาสตร์มนุษยชาติจะได้เห็นสเกลระดับโลกแบบเปรียบเทียบและจินตนาการได้อย่างนี้ เรื่องสิ่งแวดล้อม คุณต่อรองกับใครไม่ได้ คุณจะต้องเปลี่ยนตัวคุณ และพาให้คนอื่นเข้าใจและไปเปลี่ยนตัวเขาเอง เพราะคุณเปลี่ยนใครไม่ได้

ช่องว่างระหว่าง ‘เจน’ โกรธกัน ชังกัน
ไม่ได้ยินเสียงกันและกัน
เหตุเกิดเพราะ ‘สิ่งแวดล้อม’?

เจน Z ไม่รับเลยกับเจน X และก่อนหน้า เขารู้สึกว่าพวกเธอเป็นกลุ่มทำลายสิ่งแวดล้อม ทำไมฉันถึงถูกพวกเธอแย่งงานไปหมดแล้ว พวกเธอแย่งทรัพยากรไปครอบครองฉันจะหาที่ดินสักชิ้นหาไม่ได้ อย่างมากฉันก็ได้แค่ครองอพาร์ตเมนต์ นี่คือเรื่องของเจเนอเรชั่นแกป (generation gap-ช่องว่างระหว่างวัย) ถามว่าเจเนอเรชั่นแกป เกิดจากอะไร ตอบเลยว่า เกิดจากสิ่งแวดล้อม เพราะเจเนอเรชั่น รุ่น BUILDER จนถึง Gen x ได้ใช้มันไปจนเกือบหมดแล้ว

เจเนอเรชั่นหลัง Gen y เลือกว่าฉันไม่เอาอนาคตแล้ว ฉันใช้ทุกวันนี้ให้สุดทางไปเลย เป็นไงเป็นกัน ยังไงพวกเธอก็ไม่เหลือทรัพยากร ไม่เหลือกลไกทางสิ่งแวดล้อมไว้เผื่อพวกฉัน นี่ขนาดเป็นธรรมชาติ ถ้าเป็นเงินตราและอื่นๆ ไม่มีอะไรได้ครองเลย เพราะฉะนั้นจึงกลายเป็นความโกรธและชังกันเองในชาติ ในทุกๆ ชาติ ในญี่ปุ่น ไทย ไต้หวัน ในเอเชียเป็น อเมริกา ยุโรปก็เป็น

เจนต่างๆ มีฐานความรู้ต่าง ฐานทรัพยากรต่าง และต่างก็อยู่ใน echo chamber ของตนเอง ไม่ได้ยินเสียงกันและกัน เริ่มไม่เห็นใจกันและกัน แล้วก็เริ่มไม่สามัคคีกันโดยไม่ตั้งใจ แม้แต่ในครอบครัว

นักท่องเที่ยว อย่าเน้นจำนวนหัว
‘ถ้าคุณภาพมี เดี๋ยวมูลค่าก็มาเอง’

ประเทศไทยเรามีสงครามสีทางการเมืองต่อเนื่อง 20 ปี โดยใน พ.ศ.2545 เริ่มมีการปรับปรุงกระทรวง กรม แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางความคิด ต่อมาในปี 2547 เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง มีความต้องการตั้งกระทรวงใหม่ 6 กระทรวง ตอนนั้นทุกคนคิดว่ามันน่าสนใจมาก ทั้งที่ไม่รู้ว่าออกมาดีหรือเปล่า

หนึ่งในนั้น คือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเมื่อ 20 ปีที่แล้วยังไม่มีใครเห็นเลยว่าท่องเที่ยวและกีฬามันจะกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางเศรษฐกิจใหญ่ ตอนนั้นมีนักท่องเที่ยวไม่ถึง 8-9 ล้านคนต่อปี แล้ววันหนึ่งในสมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรีสมัยที่ 3 แตะไปที่ 40 ล้านคน

และนักท่องเที่ยวก็สร้างผลกระทบให้สิ่งแวดล้อม ดังนั้น ตอนที่ผมเป็นรัฐมนตรีจึงขุดวิธีคิดใหม่ว่าอย่าไปยุ่งกับจำนวนหัวมากนัก ให้สนใจเรื่องคุณค่า พอเป็นเรื่องคุณค่าแล้วเราจะสนใจเรื่องคุณภาพ ถ้าคุณภาพมี เดี๋ยวมูลค่ามันตามขึ้นมาได้เอง อย่าเอามูลค่าเป็นที่ตั้ง เลยเป็นที่มาว่าทำไมถึงมาทำเรื่องท่องเที่ยว ทำเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะตอนที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวฯ เมื่อปี 2018 มีนักท่องเที่ยวเข้ามา 35 ล้าน ผมไปรับที่สนามบินด้วยตัวเอง เพื่อบอกกับคนไทยว่า บัดนี้เรามีต่างชาติเข้ามาครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรไทย เราไม่ได้มีทรัพยากรที่แบ่งใช้ 70 ล้านแล้วนะ แต่ต้องแบ่งครึ่งเท่าตัว

อีก 1 ปีต่อมาผมไปรับอีก 40 ล้านคน คราวนี้เป็นชาวจีน การบริหารความเป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากรคือสิ่งสำคัญ พอพ้นจากรัฐมนตรีท่องเที่ยว ผมถูกขอให้เป็นกรรมาธิการทางด้านกีฬา จากนั้นเขาก็อยากจะสร้างกรรมาธิการแก้ไขปัญหาความยากจน นั่งมาครบปี ผมเห็นว่าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างทางสังคม เลยย้ายมาอยู่ที่กรรมาธิการสิ่งแวดล้อมและอยู่ยาวจนจบ ได้สนทนากับใครต่อใคร เลยเห็นว่าปัญหามันใหญ่และซับซ้อนกว่าที่คิด

แนะจ้องมลภาวะโลกร้อน ‘ชุดใหม่’
แก้ปมขยะ ทำน้ำให้ใส ‘มันช้าไปแล้ว’

ในอดีตเราทำเรื่องสิ่งแวดล้อมเพื่อแก้ปัญหา 15 ปีก่อน คุณจะกลับไปแก้ปัญหาขยะ ทำให้น้ำใส มันช้าไปแล้ว คุณจะต้องมองไปถึง Climate Change pollution ชุดใหม่

ตอนที่ผมเพิ่งมา ไมโครพลาสติกมันเพิ่งเป็นประเด็น และมันก็ก้าวไปสู่การที่ไมโครพลาสติกอยู่ในห่วงโซ่อาหาร อยู่ในน้ำนมแม่ อยู่ในสมองมนุษย์ มนุษย์บริโภคพลาสติกต่อปีรวมกันเท่ากับ 1 บัตรเครดิต

ผมเห็นว่าเรามาเรียนรู้เรื่องนี้แล้วใช้ความรู้ในอดีตที่ทำงานการเมืองอย่างยาวนานมาสื่อสารสังคมดีกว่า เมื่อเราสื่อสาร เรารู้แล้วว่าเรารู้มากขึ้น เรายังสื่อสารข้ามเจเนอเรชั่นได้สำเร็จ นี่แหละครับหัวใจใหญ่ ผมคงไม่เปลี่ยนฟีลแล้ว ฟีลสิ่งแวดล้อมจะเป็นฟีลหลัก ทำให้ผมกลับมาจับทิศทางหนึ่ง นั่นคือกฎหมาย สอง วิทยาศาสตร์ที่ผมไม่ได้เรียน ผมเป็นเด็กสายศิลป์ แต่เมื่อเข้าใจมันแล้ว พอได้จับแล้ว โอ้โห! วิทยาศาสตร์นี่มันดีจริงๆ

การบรรยายตามที่ต่าง ๆ ผมจะไล่ทีละขั้น ผมมาเพื่อสร้างความน่าสนใจ เพราะคุณจะไปศึกษาเองต่อ แล้วคุณถึงจะเริ่มเข้าใจ คุณถึงจะมีแรงบันดาลใจ แรงบันดาลใจมาจากคุณไม่ใช่ผม แล้วคุณจะเข้าใจด้วยตนเอง แล้วคุณเริ่มตั้งใจที่จะทำมัน นั่นต้องมีปริมาณมากขนาดนั้นในเชิงผู้บริโภคจึงเปลี่ยนแปลงในทิศทางใหม่ได้ แต่ในฐานะที่ผมเป็นนักกฎหมายที่ทำนโยบายต่างๆ ควรทำมากกว่า Speaker คือยังคงเชื่อมเกี่ยวกับผู้มีอำนาจต่อไป เพราะพบว่าอำนาจมันไปสั่งเปลี่ยน แต่ไม่ใช่ผู้บริโภค มันไปสั่งผู้ผลิต

ปราสาทโครงสร้างแปลก เสาผุ เสาเอน เสาเอียง ไม่มีใครเบรกไหว ต้องใช้ ‘ฐาน’ คือ ‘สิ่งแวดล้อม’

อะไรคือฐานที่คนจะต้องรักษาไว้ให้ได้ โครงสร้างปราสาทแปลกๆ กี่รุ่นต่อกี่รุ่นวันนี้หยุดไม่ได้อีกแล้ว เสาที่เราต่างเคยใช้ค้ำยันความเป็นรัฐชาติมันผุลงแล้ว เสาที่เราเรียกว่าราชการ เสาที่เราเรียกว่ากฎหมาย เสาที่เราเรียกว่ากระบวนการยุติธรรม เสาการเมือง ก็ผุไปหมดเลย ยังไม่พังแต่มันผุ มันเอน มันเอียงไปหมดแล้ว ถ้าร่วงลงมาก็คงไม่มีใครเบรกไหว อะไรล่ะที่จะทำให้ฐานมันอยู่ได้ คำตอบคือ ความเป็นธรรมพื้นฐาน และสิ่งแวดล้อมที่จะเป็นฐานสำคัญที่สุดของการอยู่ร่วมกัน

เรนบอมบ์ ‘ระเบิดฝน’ แล้ง-ท่วมมาคู่ ยุคแห่งการ (ต้อง) ตื่นรู้ The Great Extinction สิ่งมีชีวิตอื่นคงรอด แต่มนุษย์ไม่รอด?

เดี๋ยวนี้เราจะเห็นคนกลับมาดูสารคดีบีบีซี เรื่องแมวน้ำ เพนกวิน พะยูน ซึ่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022 เพนกวินชุดแรกติดหวัดนกตาย ถ้าเป็นสมัยก่อนก็อาจจะแค่สงสารเพนกวิน แต่คำถามคือ อุณหภูมิมันอุ่นขึ้นจนพาหะพาเชื้อโรคเข้าไปได้ใช่ไหม เชื้อโรคสามารถอยู่ได้ในจุดที่มันไม่ควรมีชีวิตอยู่ ขณะเดียวกันหมีขาวตัวแรกของโลกก็ติดหวัดนกตาย ธรรมชาติของโลกได้แบ่ง 2 ตัวนี้เอาไว้คนละขั้ว ขั้วโลกเหนือเท่านั้นที่มีหมี ขั้วโลกใต้เท่านั้นที่มีเพนกวิน แต่ติดไข้หวัดนกปีเดียวกัน เดือนเดียวกัน มันบอกอะไรเรา

เมื่อก่อนไม่เข้าใจว่าแล้งกับท่วมมันจะมาคู่กันได้อย่างไร ตอนนี้เริ่มเห็นแล้วว่าหลายพื้นที่ท่วมแหลกลาญ แล้วไม่มีน้ำเหลือให้ใช้เลย เพราะกลายเป็น Rain Bomb (ระเบิดฝน) ความชื้นกองขึ้นไปบนฟ้า แล้วหนาแน่นมากจนกระทั่งการเคลื่อนตัวของลมอาจจะยังไม่สามารถพามันส่งเข้าไปลึกๆ ในแผ่นทวีปได้ พวกข้างในไม่ต้องพูดถึง มันต้องแห้งตาย แต่พวกอยู่หน้าฝั่งจะโดน Rain Bomb และอยู่ดีๆ มันก็จะหายวับไปกับตา นี่คือสภาพใหม่ The Great Extinction คือการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ เรากลายเป็นมนุษย์เจเนอเรชั่นแรกที่กำลังจะเจอสิ่งนี้ โลกรอด สิ่งมีชีวิตอีกหลายตัวก็คงจะรอด แต่เราไม่รอด นี่เป็นสถานการณ์ที่ไม่ว่าจะเป็นศาสดาใดก็ไม่เคยพิสูจน์ว่าวิธีของท่านคือทางรอดหรือไม่ มันจึงเป็นยุคแห่งการต้องตื่นรู้ให้ได้ ให้ทัน มันจึงน่าตื่นเต้นและน่าตื่นตระหนกไปพร้อมกัน

พูดถึง แต่ไม่เข้าใจ จึงไร้ ‘รีแอ๊กชั่น’ จี้ปฏิรูปการเรียนรู้ สร้าง ‘อินฟลูฯ’ สื่อสารสังคม

เรื่องสิ่งแวดล้อม เราพูดถึงแต่เราไม่เข้าใจเราจึงไม่มีรีแอ๊กชั่น ผมเลยไปร่วมอยู่ในคณะกรรมการที่ปรึกษา Bangkok Climate action week ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย เราไม่ได้หวังว่าการจัด action week จะเปลี่ยนแปลงอะไรมาก แต่อย่างน้อยได้เริ่มต้นจุดเทียนเล่มเล็กๆ ในความมืด มันสว่างนะ แล้วก็พยายามอย่าให้เทียนดับ

หลักการปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริง คือการปฏิรูปการเรียนรู้ การสร้างนักสื่อสารสังคม เพราะมีคนตามเป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้าน ขณะที่ครูสอนทั้งเทอมอาจจะได้เด็ก 40-50 คน เรามาสร้างคนเหล่านั้นให้เป็นอินฟลูฯที่เกี่ยวกับชีวิต เพราะชีวิตเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมด้วยตัวของมันเอง เราควรสร้างไลฟ์โค้ชที่สอดแทรกเรื่องพวกนี้เข้าไปเพื่อเป็นปุ๋ย ให้กับคนฟัง เพื่อให้เธอไปใช้ให้เหมาะกับดินของเธอ แล้วเธอจะรู้สึกว่า ไม่แค่เธอดีขึ้น แต่สิ่งแวดล้อมจะดีขึ้น มันเป็นเรื่องของการให้แผนที่และเข็มทิศไปด้วย

ผมมีโอกาสพบกับนางงาม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ นางสาวไทย เขาบอกให้ช่วยบรีฟให้หน่อย ผมจะวางงานทุกงานเลย เพราะเขาจะไปเจอคนมากกว่าผมและหลากหลายวงการ คนจะตั้งใจฟังเขามาก เพราะเขาจะขมวดให้สั้นและเร็วที่สุด ผมบอกน้องๆ เลยว่า จะไม่มีมิส ที่พูดเรื่องฟาสต์แฟชั่น เพราะทุกคนมองมาที่คุณในฐานะแฟชั่นนิสต้า แต่คุณกำลังพูดเรื่องที่กำลังต่อสู้กับฟาสต์แฟชั่น กระเป๋า รองเท้า เครื่องใช้สอย มันจะน่าสนใจมากเลย แล้วคุณจะสามารถสวยได้จากวิธีคิด วิธีแต่งกาย และการรณรงค์ ซึ่งเมื่อก่อนนางงามต้องรักเด็กอย่างเดียว

ฝันสวนกระแส สนทนาวิทย์อย่างมีศิลป์

ผมอยากเห็นคนขวนขวายด้านสิ่งแวดล้อมมาสนทนากันตามวงต่างๆ วันนี้เราได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ใช้ tiktok รายใหญ่ที่สุดของเอเชีย อันดับ 2 ของโลก มันเป็นไปได้อย่างไร แสดงว่าเราบริโภคมาก แต่เป็นการบริโภคสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงโลกและยังไหลไปกับกระแสที่ไม่ควรจะไหล

ความฝันที่อยากจะให้เกิดขึ้นก็คือ เราอยากสวนกระแสนั้นแล้วมาสนทนาในสิ่งที่มัน non-negotiable (ต่อรองไม่ได้) คือเรื่องความเป็นวิทยาศาสตร์ของโลกโดยมีศิลปะ อยากเห็นคนมีศิลปะในเรื่องแบบนี้
 

‘มาเลเซีย’ ถูกเตือน!! อย่าหลงเหลี่ยม ‘กัมพูชา’ มักชอบ ‘เล่นบทเหยื่อ’ อาจบั่นทอนความเป็นกลางได้

(22 ก.ย. 68) มาเลเซีย ถูกเตือนให้ใช้ความระมัดระวังในการรับมือกับความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา หลังมีกระแสว่า กัมพูชาอาจ “เล่นบทเหยื่อ” เพื่อสร้างความเห็นใจในเวทีระหว่างประเทศ โดยกรณีล่าสุดที่บ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว ไทยยืนยันว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหลายครั้ง ทั้งการใช้โดรน วางกับระเบิด และการชุมนุมข้ามแดน ทำให้ฝ่ายไทยต้องใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางเพื่อป้องกันตนเอง ขณะที่กัมพูชานำภาพพระสงฆ์ ผู้หญิง และเด็กที่ได้รับผลกระทบไปเผยแพร่ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง

นักวิชาการมาเลเซียเตือนว่า หากรัฐบาลกัวลาลัมเปอร์แสดงท่าทีเอียงข้างกัมพูชาเร็วเกินไป อาจทำให้ไทยซึ่งเป็นสมาชิกก่อตั้งอาเซียนรู้สึกไม่พอใจ ส่งผลต่อความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ทั้งยังบั่นทอนบทบาทของมาเลเซียในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยระดับภูมิภาค เพราะความเป็นกลางคือหัวใจสำคัญของอาเซียน

นอกจากนี้มาเลเซียควรตรวจสอบข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายอย่างรอบด้าน รวมถึงผลักดันให้อาเซียนส่งคณะผู้สังเกตการณ์กลางเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อลดการผูกขาดข้อมูลและสร้างความเชื่อมั่นต่อบทบาทของอาเซียนในฐานะผู้รักษาสันติภาพในภูมิภาค

อีกทั้ง มาเลเซียควรสื่อสารอย่างระมัดระวัง โดยแสดงความห่วงใยด้านมนุษยธรรมต่อผู้ได้รับผลกระทบ แต่ไม่ละเลยมิติด้านอธิปไตยและกติกาสากล เพื่อไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ท้ายที่สุด กรณีชายแดนไทย–กัมพูชาไม่ใช่เพียงข้อพิพาทเรื่องแผนที่ แต่ยังเป็นการช่วงชิงความน่าเชื่อถือและบทบาทนำของอาเซียน การที่มาเลเซียรักษาความเป็นกลางและยึดมั่นในความจริง จะเป็นกุญแจสำคัญในการคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีและความไว้วางใจในระดับภูมิภาค Malaymail รายงาน

“Thailand Pavilion” ฮิตกระหึ่ม Expo 2025 โอซากา – ดันท่องเที่ยวไทย Low Carbon โชว์เสน่ห์ธรรมชาติสู่สายตาโลก

เมื่อวันอาทิตย์ที่ (21 ก.ย. 68) นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เข้าเยี่ยมชมคูหานิทรรศการกรมการท่องเที่ยว ภายใน Thailand Pavilion ในงาน Expo 2025 Osaka Kansai ณ เกาะยูเมะชิมะ นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น

โดยมีนายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ให้การต้อนรับและนำชมบูธซึ่งจัดขึ้นภายใต้ธีม “Journey Through Nature’s Wonders” โชว์แนวคิด “Low Carbon Tourism” หรือการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ เส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ พร้อมกิจกรรมให้ผู้ร่วมงานได้สนุกและตระหนักถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายใต้คอนเซปต์ “Save the world, enjoy low carbon travel”

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมถ่ายรูปใส่หัวน้องช้างชูงวงเริงร่า (สัญลักษณ์มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย) และแจกกระเป๋าผ้า DIY stamp ลาย Low Carbon Tourism สุดเก๋ เป็นของที่ระลึก

ในวันเดียวกันนี้ มีผู้เข้าเยี่ยมชมคูหานิทรรศการกว่า 3,380 ราย สะท้อนกระแสความสนใจจากนักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมงานนานาชาติอย่างล้นหลาม ยืนยันศักยภาพการท่องเที่ยวไทยในเวทีโลก 

เปิดตัว “T-Alert” ระบบเตือนภัยรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน ครอบคลุม 14 ภัยพิบัติ!! ส่งข้อมูลเข้าถึงมือถือประชาชนทันที

(22 ก.ย. 68) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดตัว “T-Alert” ระบบแจ้งเตือนภัยแห่งประเทศไทย ที่โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้แทนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วม เพื่อร่วมขับเคลื่อนการยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยของประเทศให้ทันสมัยและเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับระบบ T-Alert ใช้เทคโนโลยี Cell Broadcast ส่งข้อความตรงถึงโทรศัพท์มือถือของประชาชนโดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต ถือเป็นการเสริมศักยภาพกลไกการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) เพื่อให้คนไทยสามารถรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันท่วงที

ปัจจุบันระบบรองรับภัยพิบัติแล้ว 8 ประเภท ได้แก่ แผ่นดินไหว สึนามิ วาตภัย อุทกภัย ดินโคลนถล่ม ภัยหนาว ฝุ่น PM2.5 และเหตุรุนแรงในที่สาธารณะ พร้อมเตรียมเพิ่มอีก 6 ประเภท อาทิ โรคระบาด อัคคีภัย–สารเคมี ภัยไซเบอร์ และภัยจากการจราจร โดยคาดว่าจะพัฒนาเสร็จสิ้นภายในปี 2569

เยอรมนีส่ง Eurofighter 2 ลำ สกัดเครื่องบินรัสเซีย IL-20M บินผ่านน่านฟ้าเหนือทะเลบอลติก ก่อนการประชุมใหญ่ NATO

(22 ก.ย. 68) เยอรมนีส่งเครื่องบินรบ Eurofighter 2 ลำ ขึ้นสกัดเครื่องบินลาดตระเวนรัสเซีย Ilyushin IL-20M ที่บินเข้าพื้นที่น่านฟ้าเหนือทะเลบอลติก โดยกองทัพอากาศเยอรมนีกล่าวว่าทีม quick reaction alert ถูก NATO สั่งให้ตรวจสอบเครื่องบินไม่ทราบชื่อ และไม่ได้แจ้งแผนการบินหรือวิทยุสื่อสาร ก่อนส่งการติดตามต่อให้พันธมิตร NATO ในสวีเดน

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ NATO เตรียมประชุม North Atlantic Council เพื่อหารือกรณีเครื่องบินรัสเซีย 3 ลำ MiG-31 รุกล้ำน่านฟ้าเอสโตเนียโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้ NATO และรัฐบาลยุโรปประณามว่าเป็นการยั่วยุอย่างอันตราย ขณะที่เอสโตเนียเรียกร้องให้เปิดการหารือภายใต้มาตรา 4 ของ NATO เพื่อปกป้องความมั่นคงและอธิปไตย

นอกจากนี้ ความตึงเครียดยังเพิ่มขึ้นจากเหตุการณ์ละเมิดน่านฟ้า NATO ฝั่งตะวันออกหลายครั้ง โรมาเนียพบโดรนรัสเซียและส่งเครื่องบินรบขึ้นสกัด ส่วนโปแลนด์ยิงโดรนรัสเซียระหว่างการโจมตีทางอากาศต่อยูเครน ทำให้ NATO มีส่วนร่วมโดยตรงครั้งแรกในสงครามยูเครน–รัสเซียปีที่ 4 ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่ารัสเซียใช้การล่วงล้ำเพื่อตรวจสอบการตอบสนองและกดดันประเทศสมาชิก NATO

ทั้งนี้ มีการรายงานเพิ่มเติมว่า ยูเครนยังโจมตีพื้นที่รัสเซียชายแดนเบลโกรอด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บ 9 คน ขณะที่ในภูมิภาคซาปอริซเซีย มีรายงานการโจมตีของยูเครนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 14 คน รวมถึงทารกหนึ่งราย โดยสถานการณ์ในแนวรบยังคงมีความรุนแรงและไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้

มิสแกรนด์ประจวบฯ ปลด ‘เบบี๋ สุพรรณี น้อยโนนทอง’ หลังพบ เคยถ่ายโป๊ ด้านเจ้าตัวร่ำไห้ขอโอกาสจากสังคม

เมื่อวันที่ (22 ก.ย. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลางดึกของวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา เพจ มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ – Miss Grand Prachuap Khiri Khan ออกประกาศระบุว่า

ประกาศ การปลดตำแหน่งมิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2026 กองประกวด มิสแกรนด์ ประจวบคีรีขันธ์ 2026 ใคร่ขอเรียนแจ้งต่อสาธารณชนว่า ภายหลังจากการติดตามและตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ นางสาว สุพรรณี น้อยโนนทอง ผู้ดำรงตำแหน่ง มิสแกรนด์ ประจวบคีรีขันธ์ 2026 พบว่ามีพฤติกรรมบางประการที่ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์และหลักการที่เวทียึดถือปฏิบัติ จึงมีความจำเป็นต้อง ยุติบทบาทการดำรงตำแหน่ง มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ 2026 ของ นางสาว สุพรรณี น้อยโนนทอง โดยมีผลทันที

ทางกองประกวดขอแสดงความเสียใจ และขออภัยอย่างจริงใจต่อสาธารณชน ผู้สนับสนุน และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่มิได้ตรวจสอบอย่างรอบคอบตั้งแต่แรกเริ่ม จนนำมาซึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความไม่สบายใจในครั้งนี้

เรายืนยันที่จะพัฒนากระบวนการคัดเลือกและการกำกับดูแลให้ดียิ่งขึ้น เพื่อรักษามาตรฐาน ความเชื่อมั่น และคุณค่าของเวที มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์

จึงเรียนมาเพิ่อโปรดทราบโดยทั่วกัน
กองประกวด มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์
วันที่ 21 กันยายน 2568

ล่าสุด เบบี๋ น.ส.สุพรรณี น้อยโนนทอง มิสแกรนด์ประจวบคีรีขันธ์ ได้โพสต์ชี้แจงดราม่าดังกล่าว โดยระบุว่า “ชี้แจงนะคะ อยากให้สังคมให้โอกาสบี๋ได้ทำหน้าที่ต่อบี๋พร้อมปรับปรุงแก้ไขคะ”

โดย เบบี๋กล่าวว่า ขอชี้แจงเรื่องที่เป็นประเด็นอยู่ คือเบบี๋ทำจริงๆ เคยถ่ายรูปโป๊จริงๆ แต่ที่ทำก็เพื่อดูแลครอบครัว ดูแลแม่ที่ป่วย และตอนนี้ท่านเสียแล้ว ชีวิตไม่ได้เพียบพร้อม ตอนนี้ต้องอยู่คนเดียว พ่อแม่ก็เสียหมดแล้ว ตนอยากพิสูจน์ตัวเองว่าสามารถทำได้มากกว่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้อยากทำแบบนั้นเลย ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ หนูอาจจะเดินเส้นสายผิด แต่หนูมีสิทธิ์ที่จะเลือกเส้นสายใหม่ อยากให้สังคมและทุกคนให้โอกาสบี๋ คนเราผิดพลาดกันได้

ก่อนที่จะมาประกวดก็คิดอยู่นานกับเรื่องดราม่า คิดไว้แล้วว่ามันต้องเกิดขึ้นแน่นอน แต่คิดว่าโลกมันเปิดกว้างแล้ว และอยากเปลี่ยนเส้นทางเดิน เรามองเห็นโอกาสก็เลยอยากคว้าไว้ ก็เลยมาสมัครประกวด อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น อยากพิสูจน์ตัวเองคิดว่าถ้าเราไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่กล้าออกไปข้างนอก เพราะคิดว่าเราไปทำอะไรอย่างนี้มา ถ้าไม่กล้าออกไปเผชิญหรือเปลี่ยนแปลงชีวิตก็คงย่ำอยู่กับที่ ก็เลยตัดสินใจประกวด

อยากให้กองประกวดและสังคมเห็นใจ แล้วเรื่องเว็บพนัน มั่นใจว่าไม่ได้ทำ เชื่อว่ามีคนเอารูปที่ถ่ายไปใช้ และสร้างเพจปลอมมาแชร์เว็บพนันต่างๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเว็บพนันใดๆ ทั้งสิ้น เว็บพนันใช้รูปไปเยอะมาก

อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ เมื่อวานเป็นอะไรที่ดีใจมาก คิดว่าซัคเซสแล้ว จะได้เปลี่ยนชีวิตใหม่แล้ว ซึ่งไม่อยากมีชีวิตที่เป็นอยู่แบบนี้ เพราะมองเห็นโอกาสแล้ว แล้วทุกแคมเปญที่ทำ ตั้งใจที่สุด ขอโอกาสได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ หนูไม่รู้ว่าต่อไปนี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่หนูเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ปรับปรุงตัวเองได้ อยากขอโอกาสอยากให้รู้ว่าหนูทำอะไรได้บ้าง อยากขอโทษถ้าทำให้ใคร หรือทำให้จังหวัดเดือดร้อน หนูไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

จีนเปิดตัว Xueba 01 หุ่นยนต์เรียนปริญญาเอก เข้าเรียนที่ STA ระยะเวลา 4 ปี สาขาการออกแบบการแสดงดิจิทัล

(22 ก.ย. 68) จีนเปิดตัว “Xueba 01” หุ่นยนต์เรียนปริญญาเอกตัวแรกของประเทศ เข้าศึกษาที่ Shanghai Theatre Academy (STA) โดยจะใช้เวลา 4 ปีเรียนในสาขาการออกแบบการแสดงดิจิทัล จุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาวิธีการฝึกอบรมหุ่นยนต์รุ่นใหม่ที่เน้นการปฏิสัมพันธ์หลายมิติ การแสดงเชิงศิลปะ และการเติบโตทางปัญญา

โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง STA และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเซี่ยงไฮ้ (USST) โดยทีม USST จะพัฒนาความรู้และการฝึกทางเทคนิค ส่วน STA จะฝึกทักษะการแสดงศิลปะ ซึ่งหุ่นยนต์รุ่นนี้ถูกพัฒนาต่อยอดจาก “Xingzhe No.2” ที่เคยแข่งวิ่งมาราธอนหุ่นยนต์ในปักกิ่ง

สำหรับตัวหุ่นยนต์ Xueba 01 มีโครงสร้างเบา ใช้เทคโนโลยีใบหน้าเสมือนมนุษย์ สามารถแสดงอารมณ์กว่า 100 แบบ สามารถร้องงิ้วจีนหลายแขนง และปรับการแสดงตามเสียงตอบรับจากผู้ชมได้ แต่ยังต้องฝึกเพิ่มให้ท่าทางและความงามทางศิลป์ให้สมจริงยิ่งขึ้น ด้วยเทคนิคจับการเคลื่อนไหวจากนักแสดงมืออาชีพ

หวง ฉางหยง (Huang Changyong) ผู้บริหาร STA ระบุว่า ภารกิจหลักคือการเชื่อมศิลปะกับเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน โดยการสอนหุ่นยนต์ทั้งมิติทางเทคนิคและแรงบันดาลใจด้านมนุษยศาสตร์ เช่น การอธิบายภูมิหลังและอารมณ์ตัวละคร เพื่อให้หุ่นยนต์ตีความและนำไปสู่การสร้างสรรค์รูปแบบการแสดงใหม่ๆ

สำหรับ โครงการนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการอนุรักษ์และนวัตกรรมศิลปะการละครจีนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยนักวิชาการเชื่อว่าศิลปินยุคใหม่ต้องผสานทักษะดั้งเดิมเข้ากับความรู้เทคโนโลยี เพื่อต่อยอดให้ “หุ่นยนต์นักแสดง” อย่าง Xueba 01 กลายเป็นทั้งสื่อสร้างสรรค์และคู่หูใหม่ของวงการศิลปะในอนาคต


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top