Saturday, 20 April 2024
EDUCATION NEWS

กระทรวง อว.ไฟเขียวปลดล็อก ไม่กำหนดระยะเวลาจบการศึกษาทุกปริญญา เรียนไม่จบแต่ผลการเรียนถึงเกณฑ์ไม่ต้องถูกรีไทร์ ตอบโจทย์การเรียนยุคใหม่ หนึ่งในโปรเจกต์ “12 เดือน 12 ดี อว.”

ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา (กมอ.) มีมติยกเลิกการกำหนดเวลาเรียนปริญญาในระดับอุดมศึกษาทุกระดับ เพื่อตอบโจทย์การเรียนของนักศึกษา และนับเป็นหนึ่งในโครงการ 12 เดือน 12 ดี กระทรวง อว.ว่า 

ยกเลิกการกำหนดเวลาเรียนปริญญาในระดับอุดมศึกษาทุกระดับ เป็นไปตามนโยบายของ นายอเนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป สำหรับการกำหนดระยะเวลาสำเร็จการศึกษาแบบเดิม ระดับปริญญาตรี 4 ปี ไม่เกิน 8 ปี ปริญญาโท 2 ปี ไม่เกิน 5 ปี ปริญญาเอก 3 ปี ไม่เกิน 6 ปี ด้วยเหตุผลคือรีบเรียนรีบจบ 

แต่ทุกวันนี้โลกเปลี่ยน เทคโนโลยี สังคม ที่เราจะพัฒนาคน ก็เปลี่ยนไป เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ Liftlong Learning ซึ่งการกำหนดระยะเวลา ไม่ตอบโจทย์การพัฒนาคน เพราะระหว่างเรียน เด็กอาจไปทำงาน หรือหาประสบการณ์ต่างๆ ข้างนอกห้องเรียน ตามความจริงการเรียนปัจจุบัน ต้องออกไปทำงาน ทำภาคเอกชน เดินทางท่องเที่ยวหาประสบการณ์ เพื่อเรียนรู้ตัวเองและกลับมาเรียนหนังสือก็จะได้สิ่งใหม่ๆ มากขึ้น เพราะฉะนั้นเราไม่ควรจำกัดการศึกษาด้วยเวลา

รองปลัดกระทรวง อว. กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ดีต้องชี้แจงว่ายังมีการรีไทร์อยู่ หากเรียนไปแล้วแต่ผลการเรียนไม่ถึงเงื่อนไข แต่หากเรียนได้ผลการเรียนดี แต่ถึงระยะเวลาที่กำหนดก็สามารถเรียนต่อได้ 

เปิดประวัติ “โรงเรียนอำนวยศิลป์ธนบุรี” หลังประกาศปิดสถานศึกษา เลิกกิจการโรงเรียน สิ้นปีการศึกษา 2564 นี้ เนื่องจากขาดทุนอย่างต่อเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

"โรงเรียนอำนวยศิลป์ธนบุรี" ระบุว่า โรงเรียนมีความเสียใจที่จะแจ้งให้ทราบว่าคณะกรรมการบริหารโรงเรียนอํานวยศิลป์ธนบุรี เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564 ได้พิจารณาและมีมติที่จะปิดสถานศึกษา ณ สิ้นปีการศึกษา 2564 (สิ้นเดือนเมษายน 2565) เนื่องจากโรงเรียนประสบการขาดทุนมาอย่างต่อเนื่อง และยิ่งมาประสบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ "โควิด-19" ซึ่งยาวนานกว่าที่คาดคิด โรงเรียนจึงยิ่งประสบปัญหาสภาพคล่อง ถึงแม้จะได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากมูลนิธิอํานวยศิลป์มาตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ตาม

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ปกครองที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนโรงเรียนตลอดเวลาที่ผ่านมา โรงเรียนจึงพิจารณาคืนเงินค่าแรกเข้าที่จ่ายให้โรงเรียนและเงินบริจาคที่มอบให้แก่มูลนิธิอํานวยศิลป์ จิตร- เอิบ ทั้งสุบุตร ให้ตามที่ได้จ่ายจริง 

โดยจะทําการคิดเป็นส่วนลดของค่าเทอมของภาคเรียนที่ 2 ของปีการศึกษา 2564 นี้ เว้นแต่นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในการนี้ฝ่ายบัญชีจะทําหนังสือแจ้งรายละเอียดแก่ผู้ปกครองแต่ละท่านเป็นรายบุคคลอีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้ "โรงเรียนอำนวยศิลป์ธนบุรี" ปิดกิจการ ได้ทําการสํารวจข้อมูลเบื้องต้นของโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อให้พิจารณา โรงเรียนพร้อมให้ความช่วยเหลือในการประสานงานกับโรงเรียนที่ผู้ปกครองสนใจ หรือหาข้อมูลของโรงเรียนอื่นเพิ่มเติม

ย้อนประวัติ "โรงเรียนอำนวยศิลป์ธนบุรี"

“โรงเรียนอำนวยศิลป์ธนบุรี” จัดตั้งขึ้นได้เนื่องจากได้มีผู้ปกครองนำนักเรียนมาขอสมัครเข้าเรียนที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ ปากคลองตลาด จังหวัดพระนคร เป็นจำนวนมาก จนกระทั่งทางโรงเรียนไม่สามารถรองรับความต้องการได้ เพราะสถานที่จำกัดขยายออกไปไม่ได้อีก รวมถึงสมัยนั้นทางรัฐบาลมีโครงการตัดถนนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะเข้ามาในแนวโรงเรียนต้องเสียห้องเรียนไปจำนวน 12 ห้องเรียน

อาจารย์ จิตร ทังสุบุตร เจ้าของและผู้จัดการโรงเรียนอำนวยศิลป์จึงพิจารณาจัดหาสถานที่สร้างโรงเรียนแห่งใหม่ เพื่อให้นักเรียนมีสถานที่เล่าเรียนเป็นหลักฐาน เป็นที่เชื่อถือของประชาชน  โดยกระทรวงศึกษาธิการวางหลักเกณฑ์ไว้ว่าเจ้าของและผู้จัดการ ครู นักเรียนจะต้องเป็นชุดเดียวกันจากโรงเรียน “อำนวยศิลป์” และอนุญาตให้เปิดสอนได้ตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั้งยังกำหนดคุณสมบัติของครูใหญ่ไว้เป็นพิเศษ

ด้วยเหตุนี้ “โรงเรียนอำนวยศิลป์ธนบุรี” จึงได้รับการรองรับวิทยฐานะเทียบเท่าโรงเรียนรัฐบาล ทันทีที่เริ่มการเปิดสอน พร้อมกับโรงเรียนอำนวยศิลป์ที่ตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2469 และได้รับรองวิทยฐานะ เมื่อ พ.ศ. 2475 นับว่าเป็นโรงเรียนราษฏร์แห่งแรกในจังหวัดธนบุรีที่ได้รับการรับรอง

“โรงเรียนอำนวยศิลป์ธนบุรี” ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งเลขที่ 82/2482 วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2482 ได้โอนนักเรียนที่สมัครใจจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ซึ่งมีภูมิลำเลาในจังหวัดธนบุรี ใกล้กับโรงเรียนจำนวน 189 คน ครูและเจ้าหน้าที่ รวม 15 คน เปิดทำการสอนวันแรกเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2482 ได้นิมนต์พระคุณเจ้าสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดอนงคาราม จังหวัดธนบุรี เป็นประธานเจิมป้าย เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2482

ใครสนใจอยากเรียนจิตวิทยาต้องรู้ จิตวิทยามีกี่สาขา เปิดที่ไหน ต้องสอบอะไรบ้าง? ไปดูกัน!!

เสพข่าวมากไป เสพสื่อมากไป กระทบจิตใจมากอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะวัยรุ่นยุคนี้ ที่เรื่องราวมากมายประดังประเดเข้ามา การตั้งคำถามถึงวิธีการรับมือและแก้ไขภาวะจิตใจที่แปรปรวนนี้จะทำได้อย่างไร ไม่เพียงเท่านั้นความสนใจอยากเรียนด้านจิตวิทยาก็มีมากขึ้นด้วย 

ก่อนอื่นมารู้จักประโยชน์ของจิตวิทยาก่อน 
 1. ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์ เช่น ความต้องการ การแก้ปัญหา การปรับตัว อารมณ์และความรู้สึกในสถานการณ์ต่างๆ

 2. ช่วยในการแก้ปัญหาทางจิต รู้จักวิธีรักษาสุขภาพจิตได้ดี สามารถเอาชนะปมด้อยต่างๆ รู้วิธีแก้ปัญหาและปรับตัวอย่างเหมาะสม ขจัดความขัดแย้งในใจได้และความวิตกกังวลได้

 3. สามารถเข้าใจ ตัดสินใจ และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลในสังคม

 4. ช่วยในการวางแผนการใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสม

จิตวิทยามีหลายสาขานะ รู้ยัง?

จิตวิทยาคลินิก
เมื่อเราเรียนจบสาขานี้มา สามารถเข้าไปทำงานในโรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชนในตำแหน่ง นักจิตวิทยาคลินิก ทำหน้าที่ให้การปรึกษา พูดคุย ช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีสุขภาพจิตไม่ปกติไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีความเครียดจากการทำงาน ผู้ที่มีความวิตกกังวล ไปจนถึงการบำบัดผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ให้ทุกคนคืนสู่สภาพจิตใจที่สมบูรณ์และปรับตัวเข้ากับสังคมได้ 

หนทางในการเป็นนักจิตวิทยาคลินิกก็อาจจะต้องฝ่าฟันกันพอสมควร ถึงแม้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย รวมถึงเรียนครบจบ 4 ปีแล้ว แต่ก็ต้องอบรมหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทาง (Internship) จัดโดยคณะกรรมการวิชาชีพสาขาจิตวิทยาคลินิก อย่างน้อยเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อสอบใบประกอบโรคศิลปะด้วย
 

จิตวิทยาชุมชน
หากจิตวิทยาคลินิกคือ Healer จิตวิทยาชุมชนก็ถือเป็น Protector เพราะเน้นไปที่การป้องกันและส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของแต่ละบุคคลให้ดีขึ้น และเมื่อทุกคนเข้มแข็ง ก็จะนำพาให้ชุมชนแข็งแกร่งตามไปด้วย โอ้โห ภารกิจของคนเรียนสาขานี้ยิ่งใหญ่จริง ๆ

เมื่อจบสาขานี้ เพื่อนๆ สามารถเป็นนักวิชาการที่ศึกษาและพัฒนาชุมชนได้นะ บางคนก็เน้นทำงานฝึกอบรม หรือเป็นนักสังคมสงเคราะห์ตามหน่วยงานต่างๆ ซึ่งก็มีทั้งบริษัทเอกชน และหน่วยงานรัฐบาลเปิดรับอยู่เยอะเลย เรียนไปไม่ตกงานชัวร์ๆ

จิตวิทยาพัฒนาการ
เพื่อนๆ ที่สนใจเกี่ยวกับผู้คนในแต่ละช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก วัยรุ่น หรือผู้สูงอายุ ขอแนะนำสาขานี้เลยจ้ะ เพราะศึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการของมนุษย์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา วัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่จนถึงวัยชรา โดยมีแนวคิดที่ช่วยส่งเสริมให้วัยนั้น ๆ มีความสุขและมีสุขภาพจิตที่สมบูรณ์ที่สุด แต่ในประเทศไทยจะเน้นไปที่จิตวิทยาวัยรุ่นกันซะเยอะ สามารถต่อยอดเป็นคุณครูแนะแนวได้อยู่นะ หรือจะทำงานคู่กับคุณหมอเด็กและวัยรุ่นก็ได้เช่นกัน

นำร่องแล้ว 29 โรงเรียน โดยเอกชนร่วมพัฒนาเครื่องมือเอไออัจฉริยะ Data and Impact Assessment, Monitoring and Development System วิเคราะห์การเรียนรู้ของนักเรียน ผ่านข้อสอบตามตัวชี้วัด และแบ่งเบาภาระงานของครู

การนำปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาอยู่ในระบบการเรียนการสอนในห้องเรียนนั้น จะช่วยสร้างการเรียนรู้ของนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น โดยการใช้ข้อมูลมาสร้างข้อสอบที่เหมาะสมกับศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน ( Personalized Test ) เพื่อประเมินการเรียนรู้ให้ตรงจุดที่สุด

ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตจากนักวิชาการด้านการศึกษา อย่าง ดร.ดาริกา ลัทธิพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ถ้าห้องเรียนมี AI Video Analytics แบบ Real-Time จะเป็นอย่างไร ?

เพื่อให้เห็นภาพ ขอยกตัวอย่างเช่น ตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์โรคระบาด เทคโนโลยี AI สามารถวัดอุณหภูมิร่างกายได้ตลอดเวลา ใครมีไข้สูงจะแจ้งเตือนทันที  หรือระหว่างการสอน AI จะช่วยตรวจดูและแจ้งเตือนว่า มีเด็กคนไหนถอดหรือสวมหน้ากากอนามัยไม่ถูกต้องมั้ย อาจารย์ก็สามารถเข้าไปกำชับเรื่องสวมหน้ากากได้

AI Video Analytics ยังเข้ามาทดแทนระบบเช็กชื่อเข้าเรียนแบบเดิมที่ทั้งเสียเวลา และตัดปัญหาเช็กชื่อแทนเพื่อน รวมทั้งมีระบบวิเคราะห์ Attention & Learning Engagement จากพฤติกรรมของผู้เรียน เช่น ในห้องมีใครหลับมั้ย มีเด็กก้มหน้าเล่นเกม เล่นมือถืออยู่กี่คน ซึ่งไม่ใช่การจับผิดนะคะ แต่เป็นการบอกให้อาจารย์รู้ว่าสอนแบบนี้ไม่เวิร์ก ตอนนี้เด็กเริ่มเบื่อแล้ว ควรปรับวิธีการสอนหรือหากิจกรรมอื่นมาแทรก เพื่อยกระดับผลลัพธ์ของการเรียนรู้ และสร้างแรงจูงใจให้ผู้สอนมีการปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

การเรียนออนไลน์ก็เช่นกัน อีกไม่นานเราคงได้เห็นการใช้ AI มาวิเคราะห์พฤติกรรมมากขึ้น เช่น สอนอยู่มีเด็กหายไปมั้ย Active อยู่กี่คน หรืออาจจะถึงขั้นตรวจจับทิศทางการมองเพื่อดูว่าเด็กกำลังโฟกัสกับเนื้อหาอยู่หรือไม่

Team Spirit ม้ามืดโซน CIS คว้าแชมป์ DOTA 2 ชิงแชมป์โลก หรือ TI10 หลังเอาชนะ PSG.LGD 3-2 เกม คว้าเงินรางวัล 608 ล้านบาทไปครองได้สำเร็จ!!

การแข่งขันอีสปอร์ต เกม Dota 2 รายการ The International หรือ TI10 รายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีของเกม Dota 2 ที่มีเงินรางวัลรวมกว่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 1.35 พันล้านบาท เมื่อวันที่ 17 ต.ค. เป็นการแข่งขันรอบแกรนด์ไฟนอล PSG.LGD จากโซนจีน ต้องมาดวลกับม้ามืดของรายการอย่าง Team Spirit จากโซน CIS

คู่นี้ทำการแข่งขันกันในระบบ Best of 5 หรือ ทีมใดได้ 3 เกมก่อนจะเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งเปิดฉากมา 2 เกมแรกเป็นฝั่ง Team Spirit ต้องเริ่มต้นได้ดีกว่า ออกนำไปก่อน 2-0 เกม ต้องการอีกแค่เกมเดียวจะคว้าโล่ห์เอจิสทันที

แต่หลังจากนั้นฝั่ง PSG.LGD ฮึดสู้กลับมาเล่นได้ตามฟอร์มของตัวเอง โดยเกมต่อมาพวกเขาแก้ปัญหา Magnus ฮีโร่ของฝั่ง Spirit ด้วยการใช้ฮีโร่อย่าง Rubick มารับมือและทำสำเร็จ ทำให้ไล่มาเป็น 1-2 เกม

ก่อนที่เกมที่ 4 เปแอสเชจะระเบิดฟอร์ม ปิดเกมได้ด้วยเวลาไม่ถึง 25 นาที และตีเสมอ 2-2 เกม ทำให้ต้องไปตัดสินกันในเกมที่ 5 ว่าทีมใดจะได้เป็นแชมป์

ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้เผยถึงความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด-19 สำหรับเด็กมัธยมศึกษาตอนต้น ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพฯ โดยดำเนินการฉีดตั้งแต่วันที่ 18 - 20 ตุลาคมนี้ ตั้งเป้านักเรียนเข้ารับวัคซีนกว่า 31,004 คน

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2564 นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับเด็กนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ว่ากรุงเทพมหานคร มีการเตรียมความพร้อมแล้ว 100% สำหรับการเริ่มฉีดวัคซีนเด็กมัธยมต้นวันนี้เป็นวันแรก โดยดำเนินการฉีดวัคซีนให้นักเรียนมัธยมต้น ถึงวันที่ 20 ตุลาคมนี้

นายขจิต กล่าวว่า “สำหรับวัคซีนไฟเซอร์ที่นำมาฉีดให้เด็กนักเรียนมัธยมต้น 109 โรงเรียนในเขตกรุงเทพฯ นั่น นักเรียนทุกคนจะได้รับวัคซีนอย่างครบถ้วน ตามจำนวนนักเรียนที่ลงทะเบียน สำหรับสถานที่ฉีดวัคซีน กทม. ยังยึดโรงเรียนเป็นหลัก เพื่อให้สามารถเดินทางไปฉีดวัคซีนได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว”

โดยทาง กทม.ได้ตั้งเป้าฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจำนวน 31,004 คน ตามที่ได้ลงทะเบียนไว้ และเมื่อวานนี้ (18 ตุลาคม พ.ศ.2564) ทางกทม.ได้ฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนในสังกัดจำนวน 37 โรงเรียน รวมนักเรียนที่ได้รับวัคซีน จำนวน 11,531 คน โดยกำหนดจุดฉีดวัคซีน ทั้งหมด 8 จุด 

- โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ เขตจตุจักร จำนวน 3 โรงเรียน รวม 1,447 คน 
- โรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิ บางกะปิ จำนวน 3 โรงเรียน รวม 1,696 คน 
- โรงเรียนมัธยมวัดสุทธาราม เขตคลองสาน จำนวน 8 โรงเรียน รวม 1,602 คน 
- โรงเรียนมัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์ ประเวศ จำนวน 4 โรงเรียน รวม 1,808 คน 
- โรงเรียนสามเสนนอก ประชาราษฎร์อนุกูล เขตดินแดง จำนวน 6 โรงเรียน รวม 1,552 คน 
- โรงเรียนบางเขนไว้สาลีอนุสรณ์ เขตหลักสี่ จำนวน 9 โรงเรียน รวม 1,402 คน 
- โรงเรียนนาหลวง เขตทุ่งครุ จำนวน 1 โรงเรียน รวม 1,013 คน 
- โรงเรียนไทยนิยมสงเคราะห์ เขตบางเขน จำนวน 3 โรงเรียน รวม 1,011 คน

อาชีพนักดำน้ำหลาย ๆ คนอาจจะคิดว่ามีเพียงการดำน้ำเพื่อดูสิ่งมีชีวิตที่สวยงามใต้ท้องทะเล แต่แท้จริงแล้วการดำน้ำเป็นเพียงทักษะหนึ่งในการประกอบอาชีพอีกหลายอาชีพที่หลาย ๆ คนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว !

ครั้งนี้จะเล่าถึงอีกอาชีพที่น่าสนใจ ให้กับน้อง ๆ และผู้ปกครอง นั่นก็คือ นักดำน้ำอาชีพ/นักดำน้ำเชิงพาณิชย์ (Professional/Commercial diver)
แต่อาชีพนี้ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เพราะโดยทั่วไปแล้วเรามักจะพบเห็นนักดำน้ำในไม่กี่รูปแบบ อาทินักดำน้ำเพื่อการสันทนาการ นักดำน้ำกู้ภัยของหน่วยงานหรือมูลนิธิต่าง ๆ นักดำน้ำภารกิจทางทหาร และนักดำน้ำภารกิจทางตำรวจ หรือนักดำน้ำถ่ายภาพ ฯลฯ

อันที่จริงแล้วยังมีอาชีพที่เกี่ยวกับการดำน้ำอีกมากมาย การดำน้ำเชิงพาณิชย์เป็นอาชีพที่น่าสนใจในหมู่คนรุ่นใหม่ยุคปัจจุบัน ถือเป็นการประยุกต์ใช้การดำน้ำอาชีพ โดยนักดำน้ำซึ่งประกอบอาชีพใต้น้ำเพื่อทำงานด้าน อุตสาหกรรม การก่อสร้าง วิศวกรรม การบำรุงรักษา หรือวัตถุประสงค์ทางการค้าอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกับงานที่ทำบนบก แต่ต้องทำในน้ำ อย่างเช่น แท่นขุดเจาะน้ำมัน นอกชายฝั่ง การกู้เรือ การดูแลสายเคเบิลสัญญาณใต้น้ำ และโครงสร้างการก่อสร้างใต้น้ำ รวมถึงโรงไฟฟ้า การตรวจสอบสะพาน โรงบำบัดน้ำเสีย ฯลฯ

งานในการดำน้ำเชิงพาณิชย์ ได้แก่ 
-    การสอนการดำน้ำเพื่อการสันทนาการ หรือเชิงพาณิชย์อื่น ๆ
-    การดำน้ำวิศวกรรมโยธาเพื่อสนับสนุนโครงการวิศวกรรมโยธา
-    การก่อสร้างใต้น้ำ – การก่อสร้างอุตสาหกรรมในสภาพแวดล้อมใต้น้ำ
-    การตรวจสอบ การทดสอบ และการซ่อมแซมในสภาพแวดล้อมใต้น้ำ
-    การดำน้ำใต้น้ำในสำรวจสภาพแวดล้อมที่เป็นมลพิษ
-    การดำน้ำในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการสัมผัสกับสารกัมมันตรังสี (โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์)
-    การดำน้ำสำหรับงานบำรุงรักษาในระบบท่อระบายน้ำ
-    การดำน้ำสำรวจในแหล่งน้ำประปา-น้ำดื่ม
-    การดำน้ำกู้ภัยเกี่ยวข้องกับการกู้คืนยานพาหนะ สินค้า และโครงสร้าง ที่จมน้ำ
-    การดำน้ำที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาและบำรุงรักษาเรือ
-    การดำน้ำเพื่อการเก็บข้อมูลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และสมุทรศาสตร์
-    การดำน้ำเพื่อโบราณคดีทางทะเล (การหาจุดจมของเรือโบราณและโบราณวัตถุ) 
-    การดำน้ำเพื่อการถ่ายภาพ/ภาพยนตร์ใต้น้ำ

คุณลักษณะของนักดำน้ำอาชีพในสาขาต่าง ๆ ต้องมีในสองมิติทั้งวิชาชีพสำหรับการทำงาน และความสามารถในการดำน้ำ กล่าวคือ การมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในด้านวิชาชีพในการทำงานด้านนั้น ๆ ก่อน แล้วเรื่องต่อมาจึงเป็นเรื่องของความรู้ ความสามารถในการดำน้ำ การเข้าสู่วิชาชีพดำน้ำเชิงพาณิชย์ เริ่มจากการเรียนสายวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ช่างโยธาก่อสร้าง ช่างกล ช่างเชื่อม ฯลฯ ในวิทยาลัยวิชาชีพ หรือการเข้ารับราชการในกองทัพเรือหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อเข้ารับการคัดเลือกให้เป็นนักดำน้ำของเหล่าทัพ 

จากนั้นก็เข้ารับการฝึกฝนในวิชาชีพเฉพาะที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการเพิ่มพูนทักษะในการทำงานใต้น้ำ เพื่อให้เป็นไปตามคุณลักษณะของนักดำน้ำเชิงพาณิชย์ที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น สำหรับบ้านเรายังไม่มีสถานศึกษาที่ให้การฝึกฝนอบรมวิชาชีพเพื่อเป็นนักดำน้ำเชิงพาณิชย์ คงมีแต่เรียนสอนดำน้ำเพื่อการสันทนาการ และเพื่อภารกิจของหน่วยราชการเท่านั้น (กองทัพ ตำรวจ งานโบราณคดีใต้น้ำ ฯลฯ) เท่านั้น เพื่อให้เห็นภาพโดยรวมของงานนักดำน้ำอาชีพ/เชิงพาณิชย์ มายิ่งขึ้นขอกล่าวถึงยอดนิยมในการดำน้ำเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ บางส่วน

งานนี้ที่ชัดเจนที่สุดคือ ครูสอนดำน้ำ ใช้เวลาทั้งวันไปกับเรือดำน้ำและสำรวจโลกใต้น้ำ อาจได้อาศัยอยู่ในสถานที่เขตร้อนที่สวยงาม หากเป็นหนึ่งในผู้โชคดี การเป็นครูสอนดำน้ำมาพร้อมกับความรับผิดชอบมากมาย ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่านักเรียนใช้เทคนิคที่ ถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับการแนะนำและนำนักเรียนไปสู่การค้นพบใต้น้ำ 

โดยรวมแล้ว หากกำลังมองหางานที่ผสมผสานการสอนและการดำน้ำเข้าไว้ด้วยกัน นี่เป็นงานที่เหมาะมาก (รายได้เฉลี่ย : US$40,000 (1,350,000 บาท) ต่อปี) อาชีพนี้สามารถทำงานในบ้านเราได้ด้วยมีแหล่งดำน้ำและโรงเรียนสอนดำน้ำมากมาย หากมีประสบการณ์และทุนพอเพื่อทำธุรกิจก็สามารถเปิดโรงเรียนสอนดำน้ำ และบริษัทนำเที่ยวใต้น้ำได้เอง

เด็กและเยาวชนอายุ 12 ปีขึ้นไปใน จ.ประจวบฯ ได้รับวัคซีนมากกว่าร้อยละ 85 ซึ่งเป็นจำนวนที่มากพอที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ทำให้สามารถเปิดการเรียนการสอนในรูปแบบปกติได้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ตามเป้าที่ ศธ. กำหนด

เมื่อวันที่ 13 ต.ค. นายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้กำลังใจแก่เด็กนักเรียน นักศึกษาที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป ในสถานศึกษาทุกสังกัดของ จ.ประจวบฯ ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ จากบุคลากรทางการแพทย์ รพ.ประจวบฯ มาให้บริการฉีดวัคซีนเพื่อเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 ที่โดมอเนกประสงค์อนุสรณ์ประจวบวิทยาลัย 103 ปี โรงเรียนประจวบวิทยาลัย 
 

ซึ่งในวันนี้มีกลุ่มเป้าหมายคือเด็กนักเรียนระดับชั้น ม.4-ม.6 ปวช. ปวส. และนักเรียนที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค จำนวน 3,300 คนจากสถานศึกษา 8 แห่งใน อ.เมืองประจวบฯ 

นายเสถียร กล่าวว่า การให้บริการฉีดวัคซีนไฟเซอร์แก่นักเรียนในครั้งนี้ถือเป็นรอบแรกของ จ.ประจวบฯ จะเน้นฉีดให้เด็กนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าก่อน จากนั้นเมื่อมีการจัดส่งวัคซีนมาเพิ่มเติม ก็จะฉีดให้แก่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เป็นการสร้างความปลอดภัยก่อนกลับไปเปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียนอีกครั้ง 

สำหรับผู้ปกครองที่ยังลังเลใจ สามารถเปลี่ยนใจให้บุตรหลานเข้ารับการฉีดวัคซีนในครั้งต่อไปได้ โดยขณะนี้ได้มีการรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่ง อย.ขึ้นทะเบียนรับรองให้สามารถใช้กับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปได้ รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับอาการไม่พึงประสงค์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้แต่ไม่รุนแรง

จากกรณี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วางแผนดึง "ลิซ่า BLACKPINK" ร่วมจุดพลุ สร้างภูเก็ต เวิลด์คลาสเดสติเนชั่น วันเคาท์ดาวน์ รับปี 2565 ล่าสุด รมว.ท่องเที่ยว ได้ให้สัมภาษณ์ ยืนยันเรื่องดังกล่าว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ในรายการ ‘เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand’ ยืนยันว่าจะจ้าง ‘ลิซ่า BLACKPINK’ และ ‘แอนเดรีย โบเซลลี’ นักร้องโอเปร่าระดับโลก มาโชว์ตัวในงานเคาท์ดาวน์ รับปี 2565 จริง และได้มีการติดต่อไปยังทั้งสองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

โดยค่าตัวของศิลปินทั้ง 2 คนอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งลิซ่าและแอนเดียมีค่าตัวที่ใกล้เคียงกัน แต่แอนเดรีย จะมีค่าตัวที่สูงกว่านิดหน่อย 

โดยแผนการจัดงานที่วางไว้ นายพิพัฒน์ ระบุว่าจะให้ ลิซ่า ไปแสดงตัวในงานเคาท์ดาวน์ที่ภูเก็ต ซึ่งจะจัดขึ้นที่บริเวณสะพานสารสิน ส่วน แอนเดรีย นั้นน่าจะมาแสดงตัวในงานเคาท์ดาวน์ที่กรุงเทพมหานคร โดยอาจจะขออนุญาต กทม. จัดที่ท้องสนามหลวง มีฉากหลังเป็นวัดพระแก้ว

คลิปรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand 14 ต.ค. 64 (นาทีที่ 26.20): https://youtu.be/qvnjbCKGJSM

โครงการทุนรัฐบาลจีน CSC ประกาศรับสมัครนักเรียนที่ต้องการศึกษาต่อปริญญาตรี โท และ เอก ที่ประเทศจีน จากมหาวิทยาลัย Anhui Agricultural University (AAU) ที่มีความโดดเด่นในเรื่องการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เป็นอันดับต้น ๆ

ประชาสัมพันธ์ทุนรัฐบาล (ทุน CSC) จากประเทศจีน จากมหาวิทยาลัย Anhui Agricultural University (AAU) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง เหอเฟย(Hefei) เมืองหลวงของมณฑลอัยฮุย (Anhui) ประเทศจีน

Anhui Agricultural University (AAU) เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความโดดเด่นในเรื่องการวิจัย และมีห้องปฏิบัติการที่สำคัญของรัฐบาลจีนเป็นอย่างมาก และเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเปิดกว้างสำหรับนักศึกษาระดับนานาชาติ โดยได้มีการเชื่อมโยงใกล้ชิดกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการวิจัยจากกว่า 30 ประเทศและภูมิภาค เช่น สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ญี่ปุ่น, สหราชอาณาจักร เป็นต้น

โดยปกติจะเริ่มรับสมัครทุนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - สิ้นเดือนเมษายน โดยสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์มหาวิทยาลัย ????????http://gjjy.ahau.edu.cn/info/1022/1201.htm

เงื่อนไขการได้รับทุนการศึกษาเต็มจำนวน : HSK ระดับ 4 ขึ้นไป สำหรับผู้ที่ไม่มีผลการสอบ HSK ระดับ 4ขึ้นไป ต้องมีการเรียนภาษาจีนเพื่อปรับพื้นฐานก่อน 1-2 ปี ก่อนเข้าเรียน

รายวิชาที่เปิดให้ยื่นขอทุนมีทั้งทุนระดับปริญญาตรี, โท และในระดับปริญญาเอก สำหรับนักศึกษาที่ยื่นขอทุน A จะได้รับทุนการศึกษาเต็มจำนวน โดยสามารถยื่นได้ในระดับการศึกษาปริญญาโทและเอก จะได้รับเงินเดือน 3,000 และ 3,500 หยวน (ประมาณ 15,500 และ 18,000 บาท) ตามลำดับ รวมถึงค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างอาศัยอยู่ที่ประเทศจีนอีกด้วย สำหรับนักศึกษาที่ยื่นขอทุน B สามารถยื่นได้ตั้งแต่ระดับการศึกษาปริญญาตรี-ปริญญาเอก 

รายวิชาที่เปิดรับสมัครมีดังต่อไปนี้

 


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top