Sunday, 7 June 2026
TheStatesTimes

กกท. ยืนยัน!! โป๊กเกอร์ได้รับการรับรองเป็นกีฬาแล้ว แต่ห้ามเล่นในลักษณะการพนันเด็ดขาด กกท.ย้ำต้องมีสมาคมกีฬาโปร่งใส จังหวะเดินหน้าอาจต้องรอสัญญาณการเมือง

(9 ม.ค. 69) ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ยืนยันว่าโป๊กเกอร์ได้รับการรับรองให้เป็นชนิดกีฬาที่ประเทศไทยแล้ว แต่เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่าห้ามเล่นในลักษณะการพนันโดยเด็ดขาด พร้อมเผยว่าชี้แจงแนวทางดังกล่าวกับกระทรวงมหาดไทยไปแล้ว และบางเรื่องยังต้องรอความชัดเจนในรายละเอียดหลักการ เช่น การตั้งสมาคมกีฬาและการเลือกตั้งกรรมการ

กกท. ให้เหตุผลว่าการรับรองโป๊กเกอร์เป็นกีฬานั้นอยู่บนพื้นฐานการพัฒนาเกมที่ใช้ทักษะ วิเคราะห์ และจิตวิทยา แยกขาดจากการพนันที่ยังอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 และนโยบายของกระทรวงมหาดไทย แม้จะได้รับการยอมรับเป็นกีฬาแล้ว แต่หากมีกิจกรรมรูปแบบการเดิมพันก็ยังเสี่ยงผิดกฎหมายพนันได้

ตลอดปี 2568 มีการเคลื่อนไหวของหน่วยงานรัฐหลายครั้ง โดย กกท. รับรองโป๊กเกอร์เป็นชนิดกีฬาในเดือนกรกฎาคม แต่กระทรวงมหาดไทยเคยเปิดช่องให้พิจารณาในบางกรณีพิเศษ ก่อนจะกลับมาคุมเข้มและสั่งงดอนุญาตการพนันโป๊กเกอร์ "โดยเด็ดขาด" เพื่อป้องกันการพนันในคราบกีฬา

นอกจากนี้ การเดินหน้าโป๊กเกอร์ในระบบกีฬายังติดปัญหาเรื่องโครงสร้างสมาคมกีฬาและการเลือกตั้งกรรมการซึ่งต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับกฎหมาย กกท. ผู้ว่าฯ กกท. ระบุว่า "โป๊กเกอร์กีฬา" ต้องมีองค์กรกีฬาอย่างเป็นทางการที่ชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องเอื้อประโยชน์หรือพนันแฝง

ภาพรวมสะท้อนความขัดแย้งระหว่างกฎหมายที่มุ่งสนับสนุนกีฬา กับนโยบายปราบปรามการพนันที่คุมเข้ม การทำให้โป๊กเกอร์ก้าวเป็นกีฬาจริงจังในไทยจึงต้องผ่านกระบวนการป้องกันพนันที่เข้มงวดและการตั้งองค์กรกีฬาที่เป็นมาตรฐานโปร่งใสเท่านั้นเท่านั้นที่จะสร้างความเชื่อมั่นแก่สังคมอย่างแท้จริง

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10090685

วงการไม่สวยเสมอไป “ขวัญ อุษามณี” เผยเคยเกือบติดคุก ตามเพื่อนไปเที่ยวตอนยังไม่ถึง 18 สุดท้ายโดนพาเข้าโรงพัก บทเรียนเลือกผิด ชีวิตเกือบดับ

(9 ม.ค. 69) 'ขวัญ อุษามณี' เผยเรื่องราววัยรุ่นที่เกือบมีปัญหากับกฎหมายในรายการ Club Friday Show โดยเล่าว่าเมื่ออายุยังไม่ถึง 18 ปี เคยไปตามเพื่อนในวงการทำกิจกรรมสนุก ๆ ในสถานที่ที่ไม่เหมาะสมกับวัย จนตำรวจมาตรวจพบและพาตัวไปสถานีตำรวจ "ขึ้นนั่งรถกระบะไปเหมือนเล่นสงกรานต์" เธอกล่าว

ขวัญชี้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญเพราะเธอไปอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงและอาจมีปัญหาทางกฎหมายได้ แต่ไม่ได้ระบุว่าได้รับการดำเนินคดีหรือไม่ โดยข่าวนำเสนอว่าเธอ "เกือบติดคุก" จากคำบรรยายของเหตุการณ์นี้

ส่วนประเด็นว่ามีการกลั่นแกล้งจากเพื่อนในวงการหรือไม่นั้น ในข่าวมีการตัดทอนคำตอบของขวัญไว้โดยไม่ชัดเจน จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าเธอถูกกลั่นแกล้ง

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความท้าทายของคนในวงการบันเทิง โดยเฉพาะการเลือกคบคนและรู้จักป้องกันตัวในวัยหนุ่มสาว เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงที่อาจส่งผลต่ออนาคต

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9866938

จีนลดอาชญากรรม รัฐจีนย้ำ “อาชญากรรมร้ายแรงลด” รับวันตำรวจ 10 ม.ค. สังคมสงบขึ้น จับตาอีกด้าน ‘ความเสี่ยงงานตำรวจ’ ยังสูง ความปลอดภัยดีขึ้นหรือภาระงานหนักขึ้น?

(10 ม.ค. 69) กระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีนรายงานสถิติอาชญากรรมปี 2025 พบจำนวนคดีอาญาที่รับแจ้งทั่วประเทศลดลง 12.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นระดับต่ำสุดในศตวรรษนี้ และอาชญากรรมร้ายแรงหลายประเภทลดลงต่อเนื่อง

กระทรวงฯ ระบุว่า "คดีความสงบเรียบร้อย/คดีเกี่ยวกับระเบียบสังคมลดลง 3.5%" และค้ามนุษย์/ลักพาตัวลดลง 40.7% รวมถึงการลักทรัพย์-ชิงทรัพย์-ฉ้อโกงแบบดั้งเดิมหดตัว 21.2%

ในด้านความปลอดภัยทางถนน ปี 2025 ยังพบว่าอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตตั้งแต่ 3 รายขึ้นไปลดลง 11% และปีนี้เป็นครั้งแรกที่ไม่มีอุบัติเหตุจราจรหายนะรุนแรงมากที่มีผู้เสียชีวิต 30 รายขึ้นไปหรือความเสียหายเศรษฐกิจ 100 ล้านหยวนขึ้นไป

ตำรวจและตำรวจเสริมเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่รวม 352 นายในปีเดียว กระทรวงฯ ยังได้ยกย่องผู้เสียสละด้วยตำแหน่ง "วีรบุรุษต้นแบบชั้นหนึ่งของระบบความมั่นคงสาธารณะ" 2 ราย และชั้นสองอีก 40 ราย

การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวมาสอดคล้องกับใกล้วันตำรวจแห่งประชาชนจีน 10 มกราคม ซึ่งถือเป็นวันยกย่องและเชิดชูบทบาทเจ้าหน้าที่ตำรวจในประเทศจีน

ที่มา : Xinhua

คะแนนเฉือน!! วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านขั้นตอนมติ แบนใช้ทหารกับเวเนซุเอลา 52-47 รัสเซีย จีนเกาหลีเหนือ ร่วมประณามสหรัฐฯ เวเนซุเอลาร้อง UN หารือสถานการณ์ด่วน

(10 ม.ค. 69) วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างมติห้ามใช้กองกำลังติดอาวุธกับเวเนซุเอลา ด้วยคะแนนเสียง 52 ต่อ 47 ในการลงมติวันพฤหัสบดี ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่แสดงเจตจำนงต่อต้านการใช้ความรุนแรงในภูมิภาคนี้

ประธานที่ประชุมวุฒิสภากล่าวว่า "ที่ประชุมเห็นชอบต่อญัตติ" ซึ่งสะท้อนท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการหาทางแก้ไขสถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียดในเวเนซุเอลาโดยไม่มีการใช้กำลัง

ขณะเดียวกัน รัฐบาลเวเนซุเอลาได้ร้องขอการประชุมฉุกเฉินที่สหประชาชาติ เพื่อหารือเกี่ยวกับปฏิบัติการของสหรัฐฯ ขณะที่ศาลฎีกาของเวเนซุเอลามีคำสั่งโอนหน้าที่ประมุขแห่งรัฐให้รองประธานาธิบดี 'เดลซี โรดริเกซ' ทำหน้าที่รักษาการประธานาธิบดีแทน ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม

รัสเซีย จีน และเกาหลีเหนือ ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง โดยรัสเซียเรียกร้องให้ประกันตัว 'นิโกลัส มาดูโร' พร้อมภรรยาและป้องกันไม่ให้สถานการณ์ตึงเครียดบานปลายจนเกิดการเผชิญหน้าอย่างรุนแรง

ที่มา : Sputnik

นากลางเมืองมีจริง “เอ ศุภชัย” โพสต์ทุ่งเขียวขจี ปลูกข้าวเองตั้งแต่เมล็ดถึงจาน เตรียมเปิดร้านข้าวแกง ลุยร้านข้าวแกงเต็มตัว

(10 ม.ค. 69) 'เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร' ผู้จัดและนักปั้นชื่อดัง เปิดเกมธุรกิจใหม่ด้วยการเปิดร้านข้าวแกงในกรุงเทพฯ พร้อมลงทุนปลูกข้าวเองในแปลงนากลางเมืองเพื่อควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำโดยตรง

'เอ' โพสต์ในโซเชียลมีเดียว่าตนเอง "ปลูกข้าวเอง...ดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ" พร้อมประกาศเตรียมเปิดร้านข้าวแกงภายใต้ชื่อ #ข้าวแกงแอลเอ โดยย้ำว่าตัวเองลงมาดูแลทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิดเพื่อการันตีความหอม นุ่ม และอร่อยของข้าวที่จะเสิร์ฟในร้าน

จุดที่น่าสนใจคือบรรยากาศนาข้าวเขียวขจีที่เจ้าตัวจัดเต็มใส่ชุดเดรสพร้อมพร็อพเกษตรแบบจัดเต็มในแปลงนากลางเมือง ทำให้ภาพโพสต์นี้กลายเป็นไวรัล มีแฟนๆ และเพื่อนในวงการบันเทิงเข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจและรอติดตามเมนูอย่าง "ไข่พะโล้" และชื่นชมในความตั้งใจและไอเดียนี้

โปรเจกต์นี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ 'เอ' ที่ต้องการสร้างความแตกต่างในวงการอาหารด้วยการควบคุมวัตถุดิบและคุณภาพเองตั้งแต่ต้นทาง สร้างประสบการณ์ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติกลางเมืองซึ่งเป็นแนวคิดที่หายากในธุรกิจอาหารปัจจุบัน

แฟนคลับและผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของร้านนี้ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยรอชมการเปิดร้านอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9866734

11 มกราคม 2552 ย้อนอดีตเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ที่มีสีสันมากที่สุด คนกรุงโหวต “สุขุมพันธุ์” ขึ้นนั่งผู้ว่าฯ ชนะกลางศึก ปชป.–เพื่อไทย ผู้สมัครใหม่สร้างสีสันการเมืองกรุง

(11 ม.ค. 52) การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งพิเศษในวันที่ 11 มกราคม 2552 กลายเป็นหมุดหมายการเมืองสำคัญ เมื่อม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร หรือ 'คุณชายหมู' จากพรรคประชาธิปัตย์ ชนะเลือกตั้งขึ้นครองเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 15 ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองระดับชาติที่มีการแตกขั้วอย่างชัดเจน

การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.กลางคัน เนื่องจากถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดในโครงการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท แม้เขาจะยืนยันความบริสุทธิ์แต่แรงกดดันทางการเมืองนำไปสู่การลาออกและการเลือกตั้งใหม่

สนามเลือกตั้งรวบรวมผู้สมัครจากหลากหลายฝ่าย เช่น 'คุณชายหมู' จากพรรคประชาธิปัตย์, 'ยุรนันท์ ภมรมนตรี' จากพรรคเพื่อไทย, 'หม่อมปลื้ม' ผู้สมัครอิสระ และผู้ตรวจสอบจากกลุ่มกรุงเทพฯ ใหม่ โดยโพลและสื่อมวลชนส่วนใหญ่ชี้ชัดว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ยังคงนำโด่งในคะแนน

ผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นว่า 'คุณชายหมู' ได้คะแนนประมาณ 45.4% ทิ้งห่างอันดับสองเกือบ 3 แสนเสียง ส่งสัญญาณว่าแม้การเมืองระดับชาติจะแตกขั้ว แต่ฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์ในกรุงเทพฯ ยังแข็งแกร่ง ขณะที่พรรคเพื่อไทยยังไม่สามารถทะลวงฐานเสียงเมืองหลวงได้เต็มที่

เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นทั้งการเลือกตั้งและการทดสอบพลังทางการเมืองในกรุงเทพฯ และสะท้อนภาพรวมที่กรุงเทพฯ ยังคงเป็นฐานมั่นของประชาธิปัตย์ในช่วงเวลาหนึ่ง รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นยุคของ 'คุณชายหมู' ที่บริหารกรุงเทพฯ ถึงสองสมัยติดต่อกัน

ตลาดกุ้งเวียดนามพลิก!! เวียดนามส่งออกกุ้งสู่จีนเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ ปี 2025 ตลาดจีนเติบโต 63.3% ทะลุอันดับ 1 สหรัฐฯ ยังตามติดแต่ไม่ถึงระดับ 1 พันล้านดอลลาร์ ยอดส่งออกกุ้งเวียดนามครองสถิติใหม่ ปีล่าสุด

(11 ม.ค. 69) รายงานจากเวียดนามระบุว่าในปี 2025 จีนได้แซงหน้าสหรัฐฯ ขึ้นเป็นตลาดส่งออกกุ้งขนาดใหญ่ที่สุดของเวียดนาม โดยมูลค่าการส่งออกกุ้งไปจีนสูงถึง 1.24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าปีที่แล้วถึง 63.3% ขณะที่ปริมาณกุ้งส่งออกอยู่ที่ 1.23 แสนตัน เพิ่มขึ้น 48.4% เมื่อเทียบกับปี 2024

ข้อมูลจากสื่อท้องถิ่นเผยแพร่เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ระบุว่าแม้สหรัฐฯ จะยังคงเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญ แต่ยอดส่งออกกุ้งไปสหรัฐฯ ยังไม่สามารถทะลุหลัก 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐได้ ทำให้จีนขึ้นแท่นเป็นตลาดสำคัญที่สุดแทน

การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมกุ้งเวียดนามที่ส่งออกไปทั่วโลก โดยยอดส่งออกกุ้งของเวียดนามในปี 2025 ปรับตัวสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 4.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.46 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 19.9% จากปีก่อนหน้า

ตัวเลขนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในแนวโน้มตลาดโลกและการเพิ่มบทบาทของจีนในฐานะคู่ค้าสำคัญทางการค้าเกี่ยวกับการส่งออกสินค้าประเภทอาหารทะเลของเวียดนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกุ้งที่ได้รับความนิยมอย่างสูง

อย่างไรก็ตาม ตลาดสหรัฐฯ ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของเวียดนามด้วยมูลค่าที่สูง และความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อกลยุทธ์การส่งออกของเวียดนามในอนาคต

ที่มา : Xinhua

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท เนื่องใน วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 เพื่อเชิญลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็กแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ ได้เผยแพร่ข้อความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 เพื่อเชิญลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็กแห่งชาติ พุทธศักราช 2569

สงครามยกระดับ!! รัสเซียชี้ ‘โจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ’ หลังกล่าวหายูเครนเล็งบ้านพักปูติน ใช้โดรน 91 ลำจากยูเครนสู่โนฟโกรอด ขณะรัสเซียอ้างใช้โอเรชนิคตอบโต้

(11 ม.ค. 69) รัสเซียโจมตีเป้าหมายสำคัญในยูเครนด้วยขีปนาวุธ "โอเรชนิค" เพื่อตอบโต้การโจมตีที่พำนักของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ในแคว้นโนฟโกรอดเมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา

เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เปิดเผยว่า ยูเครนได้ใช้โดรนจำนวน 91 ลำ เปิดฉากโจมตีที่พำนักของปูตินในรัสเซียช่วงกลางคืนวันที่ 29 ธันวาคม โดยระบุว่าเป็นการก่อการร้าย

ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า การโจมตีตอบโต้ครั้งใหญ่ของกองกำลังรัสเซียมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของยูเครน รวมถึงสถานที่และโรงงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตโดรนที่ยูเครนใช้ในการโจมตี และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่สนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมการทหารของยูเครน

กระทรวงกลาโหมสรุปว่า "บรรลุวัตถุประสงค์ของการโจมตีแล้ว" ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ลากยาวมาตั้งแต่ปี 2014 และทวีความรุนแรงหลังการบุกโจมตีของรัสเซียในปี 2022

ที่มา : Sputnik

อวสานผู้นำรักษ์โลก!! เมื่อประธานาธิบดี Trump สั่งถอนสหรัฐฯ ออกจากองค์กรระหว่างประเทศ 66 แห่ง

รัฐบาล Trump ประกาศถอนตัวออกจากองค์กรระหว่างประเทศหลายสิบแห่ง รวมถึงหน่วยงานด้านประชากรของสหประชาชาติ และสนธิสัญญาของสหประชาชาติว่าด้วยการเจรจาด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ กำลังถอยห่างจากความร่วมมือในระดับโลกมากขึ้น

ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ลงนามในคำสั่งบริหารเมื่อวันพุธที่ 7 มกราคม 2026 เพื่อระงับการสนับสนุนของสหรัฐฯ ต่อองค์กร หน่วยงาน และคณะกรรมาธิการรวม 66 แห่ง หลังจากที่ได้ทบทวนการมีส่วนร่วมและการให้ทุนสนับสนุนแก่องค์กรระหว่างประเทศทั้งหมด รวมถึงองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสหประชาชาติ ตามแถลงการณ์ของทำเนียบขาว

องค์กรระหว่างประเทศที่เป็นเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นหน่วยงาน คณะกรรมาธิการ และคณะที่ปรึกษาที่เกี่ยวข้องกับสหประชาชาติ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่เรื่องสภาพภูมิอากาศ แรงงาน การอพยพ และประเด็นอื่น ๆ ซึ่งรัฐบาล Trump จัดประเภทว่าเป็นไปตามกระแสความหลากหลายและ “การตื่นตัวทางสังคม” องค์กรอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ของสหประชาชาติในรายชื่อนี้ ได้แก่ ความร่วมมือเพื่อแอตแลนติก (Partnership for Atlantic Cooperation) สถาบันระหว่างประเทศเพื่อประชาธิปไตยและการช่วยเหลือด้านการเลือกตั้ง (International Institute for Democracy and Electoral Assistance) และเวทีต่อต้านการก่อการร้ายระดับโลก (Global Counterterrorism Forum)

“เราพบว่า สถาบันเหล่านี้มีความซ้ำซ้อนในขอบเขตการทำงาน บริหารจัดการผิดพลาด ไม่จำเป็น สิ้นเปลือง ดำเนินการไม่ดี ถูกครอบงำโดยผลประโยชน์ของผู้ที่ผลักดันวาระของตนเอง ซึ่งขัดแย้งกับของสหรัฐฯ หรือเป็นภัยคุกคามต่ออธิปไตย เสรีภาพ และความเจริญรุ่งเรืองโดยทั่วไปของสหรัฐอเมริกา” Marco Rubio รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศกล่าวในแถลงการณ์

การตัดสินใจของ Trump ที่จะถอนตัวออกจากองค์กรที่ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาความท้าทายระดับโลก เกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลของเขาได้เริ่มปฏิบัติการทางทหารหรือออกคำขู่ที่ทำให้ทั้งพันธมิตรและศัตรูหวาดหวั่น รวมถึงการจับกุมผู้นำเผด็จการของเวเนซุเอลา นิโคลัส มาดูโร และแสดงเจตจำนงที่จะเข้ายึดครองกรีนแลนด์

สหรัฐฯ สร้างแบบแผนการถอนตัวออกจากหน่วยงานระดับโลก ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ระงับการสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ เช่น องค์การอนามัยโลก หน่วยงานของสหประชาชาติเพื่อผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ หรือ UNRWA คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และองค์การยูเนสโก สหรัฐฯ ได้หันมาใช้วิธีการจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับองค์กรระหว่างประเทศแบบเลือกสรรตามต้องการ โดยเลือกเฉพาะหน่วยงานและองค์กรที่เชื่อว่าทำงานสอดคล้องกับวาระของ Trump และยกเลิกการสนับสนุนหน่วยงานที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ อีกต่อไป

ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทำให้พบว่า การตกผลึกของแนวทางของสหรัฐฯ ต่อระบบพหุภาคี ก็คือ ‘ทำตามฉันหรือไม่ก็ไปซะ’ จึงเป็นวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนมากต่อกระบวนการความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้เงื่อนไขของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากวิธีการที่รัฐบาลก่อน ๆ ทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต จัดการกับสหประชาชาติ และบังคับให้องค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งกำลังเผชิญกับการประเมินตนเองภายในอยู่แล้ว ต้องตอบสนองด้วยการลดจำนวนพนักงานและโครงการต่าง ๆ

องค์กรพัฒนาเอกชนอิสระหลายแห่ง หลายแห่งทำงานร่วมกับสหประชาชาติระบุว่า โครงการจำนวนมากต้องปิดตัวลงเนื่องจากการตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้วที่จะลดความช่วยเหลือต่างประเทศผ่านทางสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ หรือ USAID แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นนี้ เจ้าหน้าที่ของรัฐบาล Trump กล่าวว่า พวกเขามองเห็นศักยภาพของสหประชาชาติ และต้องการที่จะมุ่งเน้นเงินภาษีของประชาชนไปที่การขยายอิทธิพลของอเมริกาในโครงการริเริ่มมาตรฐานต่าง ๆ ของสหประชาชาติ ซึ่งมีการแข่งขันกับจีน เช่น สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ

องค์กรระดับโลกล่าสุดที่สหรัฐฯ กำลังจะถอนตัวคือ อนุสัญญากรอบสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ UNFCCC ซึ่งถือเป็นความพยายามครั้งล่าสุดของ Trump และพันธมิตรในการแยกสหรัฐฯ จากองค์กรระหว่างประเทศที่มุ่งเน้นเรื่องสภาพภูมิอากาศและการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดย UNFCCC ซึ่งเป็นข้อตกลงปี 1992 ระหว่าง 198 ประเทศเพื่อสนับสนุนทางการเงินแก่กิจกรรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศกำลังพัฒนา เป็นสนธิสัญญาพื้นฐานสำหรับข้อตกลงด้านสภาพภูมิอากาศปารีสที่สำคัญ Trump ซึ่งเรียกการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศว่า เป็นเรื่องหลอกลวง และได้ถอนตัวจากข้อตกลงดังกล่าวไม่นานหลังจากกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top