Monday, 8 June 2026
NEWS FEED

รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวเดินสายสร้างความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวของไทยกับประชาคมต่างชาติ

    

(27 ส.ค. 68) พล.ต.ต.พงษ์สยาม  มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว
เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เป็นผู้แทนเข้าร่วมเสวนา ASEAN-China Tourism Security and Safety Forum & Travel Facilitation & Tourism Statistics Harmonization Worshop ล้านช้าง-แม่โขง ระหว่างวันที่ 24 - 27 ส.ค.68 ณ เมืองย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

การเสวนาครั้งนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวระหว่างประชาชนอาเซียน - จีน ล้านช้าง-แม่โขง ปี 2568 การเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว การอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและการประสานงานด้านสถิติการท่องเที่ยว เพื่อสนับสนุนความพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน ล้านช้าง-แม่โขง เพื่อมุ่งเน้นการสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวร่วมกัน 

ในการนี้ พล.ต.ต พงษ์สยามฯ ได้เป็นผู้แทน เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อความมั่นคงและความปลอดภัย ด้านการท่องเที่ยว ความรับผิดชอบร่วมกัน โดยได้นำเสนอมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัย การสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวในมิติต่างๆของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว การตอบคำถามของประชาคมอาเซียนในหลายๆมุมมอง พร้อมทั้งได้ประชาสัมพันธ์แอปพลิเคชั่น Thailand Tourist Police และ Tourist Safety Operation Center : TSOC สำหรับแจ้งเหตุของนักท่องเที่ยวสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย

โดยมี รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวของประเทศเมียนมา H.E.Mr.Jeng Phang Naw Tawng Union Minister Ministry of Sports and Youth Affairs and Ministry of Hotels and Tourism The Republic of the Union of Myanamar และเลขาศูนย์ล้านช้างแม่โขง H.E.Mr.Shi Zhongjun Secretary-Gerenal ASEAN-China Centre เป็นประธาน และมีผู้แทนของประเทศจีน, เมียนมา, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ลาว, เวียดนาม, กัมพูชา, ฟิลิปินส์ และล้านช้าง-แม่โขง เข้าร่วมเสวนา ณ  Sedona Hotel เมืองย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งเป็นมิติใหม่ในการสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยในภูมิภาคอาเซียนและจีนต่อไป

เชียงใหม่-ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลการจับกุมคดีรายสำคัญ 2 คดี

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดของกลาง ยาบ้า จำนวน 6 ล้านเม็ดและจับกุมเครือข่ายบัญชีม้าร่วมกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยึดเงินสด 1,539,000 บาท

วันพุธที่ (27 ส.ค. 68) เวลา 11.00 น. พลตำรวจโท กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นประธานการแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ และ จับกุมบัญชีม้าคนจีนร่วมกับคนไทยเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในพื้นที่ ตำรวจภูธรภาค 5 ณ ลานแถลงข่าว อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

​ตามนโยบายรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร, พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง, พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์, พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา  ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.กิตติพงษ์ แจ่มสุวรรณ มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติ

ตำรวจภูธรภาค 5   โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร  ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.๕, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย
ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35​โดย พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน  ​ มทน.3/ผบ.นบ.ยส.35 ฝ่ายปกครองโดยนายชรินทร์ ทองสุข​​ ผวจ.เชียงราย แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ สภ.แม่เจดีย์ จว.เชียงราย บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 1 คน รถยนต์บรรทุก 1 คัน พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 6,000,000 เม็ด สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5  ​โดย นายธันวา ผุดผ่อง  ​​ ผอ.ปปส.ภาค 5
 หน่วยจับกุม​ ​สภ.แม่เจดีย์ จว.เชียงราย บูรณาการร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และ
คดี ศปอส.ภ.5 ร่วมกับ บก.สส.ภ.5 จับกุม 2 คนจีน ร่วมบัญชีม้าคนไทย ขบวนการถอนเงินเชื่อมโยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตรวจยึดเงินสด 1,539,000 บาท ถอนทันทีหลังผู้เสียหายโอนไปเพียง 25 นาที 

ตำรวจภูธรภาค 5 บูรณาการร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และนำบัญชาข้อสั่งการของรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดไม่ให้เข้าไปสู่พื้นที่ตอนในอย่างเข้มข้นและจริงจัง และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

‘กองทัพบก’ เล็งสร้างกำแพงชายแดนไทย - กัมพูชา ช่วยแบ่งเขตแดนชัดเจน - ป้องกันเขมรรุกล้ำอธิปไตย

ผบ.สส.ใช้เวทีประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดอินโดแปซิฟิก ชี้แจงข้อเท็จจริงปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา ประกาศ กองทัพบกเตรียมสร้างกำแพงถาวรแบ่งเขตแดนให้ชัดเจนเพื่อป้องกันการรุกรานอธิปไตย

(27 ส.ค. 68) พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวภายหลังเข้าร่วมการประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ประจำปี 2568 โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ว่าในเวทีการประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกในครั้งนี้ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับสหรัฐอเมริกา หัวข้อสำคัญของการหารือคือการเน้นย้ำเรื่องความเข้มแข็งในภูมิภาค ต่อสู้กับภัยคุกคามด้านต่างๆ ขับเคลื่อนกลไกของอาเซียนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในห้วงเวลาที่ประเทศมหาอำนาจกำลังแข่งขันกัน โดยการประชุมครั้งนี้มี 29 ประเทศเข้าร่วม ขาดเพียงแค่กัมพูชา เท่านั้น

โดยหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะนำไปสู่การรักษาสันติภาพและความรุ่งเรืองด้านเศรษฐกิจในภูมิภาค ไทยยังใช้โอกาสนี้ย้ำถึงจุดยืน ในการเป็น คนกลาง ขับเคลื่อนความสันติภาพและการเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจ และยุติความขัดแย้งในภูมิภาค และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางการทหารต่อสู้กับความท้าทายในหลากหลายมิติทั้งภัยคุกคามไซเบอร์และอวกาศ เป็นต้น ซึ่งในหลากหลายด้านไทยยังขาดประสบการณ์ การหารือในเวทีนี้จะนำไปสู่การพัฒนาร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พล.อ.ทรงวิทย์ เปิดเผยด้วยว่า การประชุมผู้บัญชาการทหารสูงสุดอินโดแปซิฟิกในครั้งนี้ หลายประเทศได้สอบถามถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา ซึ่งไทยได้ใช้โอกาสนี้ในการส่งข้อมูล ที่เป็นความจริงไปยังนานาประเทศที่เข้าร่วมประชุม พร้อมย้ำว่าทุกการกระทำเป็นการทำหน้าที่ในการปกป้องผลประโยชน์ดินแดนของไทยรวมทั้งคุ้มครองชีวิตของประชาชนคนไทยไว้อย่างเต็มความสามารถภายใต้กรอบกติการะเบียบที่โลกใบนี้มี ขณะเดียวกันไทยไม่ต้องการเห็นการสู้รบ จึงต้องดำเนินการปกป้องอธิปไตยเพราะถูกรุกราน นอกจากนี้ยังมีความพยายามที่บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร จึงได้ใช้โอกาสนี้ในการชี้แจง ข้อเท็จจริงทั้งหมด เช่นทหาร-ประชาชนถูกทำร้าย มีการลักลอบวางทุ่นระเบิด โดยยังขอความร่วมมือจากหลายประเทศ ให้สนับสนุนการเข้ามาเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ฝ่ายกัมพูชาวางไว้ในดินแดนไทย พร้อมย้ำว่าไทยจะต้องสื่อสารอย่างมืออาชีพบนข้อเท็จจริงที่มี และบนจุดยืนของประเทศไทยในการปกป้องอธิปไตยโดยจะไม่ยอมให้ใครมารุกรานหรือทำร้ายประชาชนได้

ส่วนการสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาให้มีความเข้มแข็งเพื่อป้องกันการรุกราน พลเอกทรงวิทย์ ระบุ กองทัพบกกำลังพิจารณาและนำไปปฏิบัติ ทั้งในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 โดยเมื่อวานนี้ ได้ให้เสนาธิการ ลงไปในพื้นที่ ที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว และสื่อสารออกมาอย่างชัดเจนว่าพื้นที่ตรงนั้นคือดินแดนของไทย และจะต้องมีการสร้างกำแพงที่แข็งแรง เพื่อปกป้องประชาชนและปกป้องการรุกรานจากฝ่ายตรงข้ามโดยยืนยันว่าตนเองจะสนับสนุนทุกการกระทำของกองทัพบกอย่างแน่นอน

พิษณุโลก แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับคณะสภาความมันคงแห่งชาติ

(27 ส.ค. 68) พลโท กิตติพงษ์  แจ่มสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้การต้อนรับ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมันคงแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะ จำนวน 18 คน เนื่องในโอกาสเดินทางมาจัดการประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามประเด็นความมั่นคงชายแดนไทย - เมียนมา ระหว่างวันที่ 27 - 28 สิงหาคม 2568 ณ จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดตาก 

ในโอกาสนี้ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมันคงแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะ ได้ขอเข้าพบและหารือข้อราชการกับแม่ทัพภาคที่ 3 ณ ห้องรับรอง 1 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 โดยมีฝ่ายอำนวยการที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามสถานการณ์ความมันคงชายแดนไทย - เมียนมา ในวันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม 2568 ณ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก อ.แม่สอด จังหวัดตาก เข้าร่วมต้อนรับและหารือข้อราชการดังกล่าวด้วย 

ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเชิญชวนสวมชุดไทยเที่ยวงาน “สานศิลป์ 120 ปี พระตำหนักจิตรลดา” ณ พิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน

(27 ส.ค. 68) พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการกองสารนิเทศ และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดงาน “สานศิลป์ 120 ปี พระตำหนักจิตรลดา” ระหว่างวันที่ 30 – 31 สิงหาคม 2568 ณ พิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อีกทั้งยังเผยแพร่คุณค่าทางประวัติศาสตร์และความงดงามทางสถาปัตยกรรมของพระตำหนักจิตรลดา วังปารุสกวัน ซึ่งถือเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ตลอดจนเป็นสถานที่มีบทบาทสำคัญต่อกิจการตำรวจไทย

งาน “สานศิลป์ 120 ปี พระตำหนักจิตรลดา” มีไฮไลท์กิจกรรมภายในงาน ได้แก่ นิทรรศการพิเศษ เนื่องในวาระครบรอบ 120 ปี พระตำหนักจิตรลดา วังปารุสกวัน และนิทรรศการภาพถ่าย “จากอดีตสู่ปัจจุบัน”, การเสวนาโดย ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.บัณฑิต จุลาสัย และ ดร.ศรัณย์ มะกรูดอินทร์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม นอกจากนี้ ยังมีการฉายภาพยนตร์คลาสสิกทรงคุณค่า เช่น พระเจ้าช้างเผือก ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) เป็น “มรดกความทรงจำแห่งโลก” (Memory of the World) ประจำปี 2568, เรือนแพ, ชั่วฟ้าดินสลาย, สวรรค์มืด ซึ่งสนับสนุนไฟล์โดยหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน), การจัดแสดงอุปกรณ์และเครื่องแบบตำรวจโบราณ โดยกลุ่มนักจำลองประวัติศาสตร์ Siam Legacy ยุทธนาคมสยาม, การแสดงดนตรีจากวงดุริยางค์ตำรวจ, การสาธิตการปฏิบัติหน้าที่ของสุนัขตำรวจ, กิจกรรมเวิร์กชอปหัตถศิลป์ไทยประยุกต์ เช่น การทำเครื่องหอมตามธาตุเจ้าเรือน เทียนหอมรูปไอศกรีม ยาดมสมุนไพรไทย และงานศิลปะ Marbling Art,  กิจกรรมยิงเป้า ลุ้นรับของที่ระลึก, โซน Food Trucks รวมเมนูอาหารและของหวานนานาชนิด ในบรรยากาศร่วมสมัยผสานกลิ่นอายประวัติศาสตร์

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเชิญชวนประชาชนร่วมงานแต่งกายชุดไทย มาถ่ายภาพเช็กอินตามมุมพิเศษที่จัดไว้ภายในพิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน เพื่อสัมผัสเสน่ห์ของสถานที่ประวัติศาสตร์ ควบคู่ไปกับกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ผสมผสานทั้งความรู้และความบันเทิง โดยเข้าร่วมงานฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 0 2282 5057 และ Facebook Fanpage : Police Museum Parusakawan Palace

กองทัพอากาศไทยภูมิใจใช้ ‘กริพเพน’ ปฏิบัติการจริงครั้งแรกของโลก ย้ำเป็นการเลือกที่ถูกต้อง

(27 ส.ค. 68) พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. กล่าวบนเวทีลงนามสัญญาซื้อเครื่องบิน Gripen E/F ว่ากองทัพอากาศไทยภูมิใจเป็น ทอ. แรกที่ใช้ Gripen ปฏิบัติการในสถานการณ์จริง (Real World Operations) โดยสามารถปกป้องอธิปไตยและแสดงสมรรถนะของเครื่องบินได้อย่างเต็มที่

อีกทั้ง พลอากาศเอก พันธ์ภักดี ชมเชยการแสดงศักยภาพของ Gripen ที่ส่งมอบประสบการณ์นี้ ทำให้โลกได้เห็นสมรรถนะของเครื่องบิน และตอกย้ำว่าเป็นการตัดสินใจเลือกที่ถูกต้องของกองทัพอากาศไทย

นอกจากนี้ พลอากาศเอกพันธ์ภักดียังเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและสวีเดน พร้อมขอบคุณสำนักงานจัดหาอุปกรณ์ป้องกันประเทศสวีเดน (FMV) และ Saab ที่ร่วมมือในโครงการ Offset Policy ซึ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยอย่างมาก

ผบ.ทอ. ปิดท้ายเล่าถึงการปฏิบัติการบิน Gripen C/D บนถนน Road Base ภาคใต้ และ Milestone highlight การใช้กำลังในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ซับซ้อน ซึ่งต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ภายใต้หลักมนุษยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ ผลลัพธ์จากปฏิบัติการครั้งนี้ช่วยพิสูจน์สมรรถนะ Gripen และสร้างความภูมิใจให้กองทัพอากาศไทย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับสมาคมแม่บ้านตำรวจ จัดโครงการ 'แสงธรรมนำใจ' ครั้งที่ 3 ฟังธรรมบรรยายจาก 'พระราชภาวนาวชิรญาณ (หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรํสี)' หัวข้อ 'การพัฒนาจิตเพื่อพัฒนาชีวิต' 

(27 ส.ค.68) เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานโครงการ “แสงธรรมนำใจ” ครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมี พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองจเรตำรวจแห่งชาติ, คุณอภิรมย์ ทรวดทรง อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ/ที่ปรึกษาโครงการแสงธรรมนำใจ, คุณณพิชชา คล้ายคลึง อุปนายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ, คุณดุษฎี เย็นท้วม กรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านตำรวจ พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ และคณะแม่บ้านตำรวจ รวมกว่า 300 คน ร่วมฟังการธรรมบรรยายจาก “พระราชภาวนาวชิรญาณ (หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรํสี)” วัดมเหยงคณ์ จ.พระนครศรีอยุธยา หัวข้อ “การพัฒนาจิตเพื่อพัฒนาชีวิต” ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทางออนไลน์

พระราชภาวนาวชิรญาณ ได้แสดงธรรม “การพัฒนาจิตเพื่อพัฒนาชีวิต” เราควรฝึกจิตให้มีปัญญามากขึ้น โดยการพัฒนาจิตต้องฝึกการมีสติ สัมปชัญญะ ฝึกให้จิตรู้สึกตัวมากขึ้น ปล่อยวาง ยอมลง ปลงได้ ถ้าเรามีสติดูแลรักษาจิตได้ เราจะมีปัญญา มีจิตที่สงบ เบา ผ่องใส

โครงการ “แสงธรรมนำใจ” จัดขึ้นโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับสมาคมแม่บ้านตำรวจ เพื่อให้ข้าราชการตำรวจ, แม่บ้านตำรวจ และประชาชน ได้น้อมนำคุณธรรม หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน โดยจะจัดขึ้นเป็นประจำตลอดปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ซึ่งในวันนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยข้าราชการตำรวจทั่วประเทศและครอบครัว รวมถึงประชาชนที่สนใจ สามารถรับชมรับฟังธรรมบรรยายย้อนหลังผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก สมาคมแม่บ้านตำรวจ และเพจเฟซบุ๊ก PoliceTV สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ


 

SAAB ประกาศรับออเดอร์ ‘กริพเพน’ ล็อตใหม่จากไทย ย้ำไทยคุ้นเคยดีกับประสิทธิภาพ เพราะผ่านการใช้งานจริงมาแล้ว

(27 ส.ค. 68) บริษัทซาบ (SAAB) ของสวีเดน ลงนามสัญญากับองค์การจัดหาเสบียงกลาโหมสวีเดน (FMV) เพื่อส่งมอบเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F จำนวน 4 ลำให้แก่ไทย มูลค่าสัญญาราว 5.3 พันล้านโครนสวีเดน โดยมีกำหนดส่งมอบระหว่างปี 2025–2030 แบ่งเป็น กริพเพน E จำนวน 3 ลำ และกริพเพน F แบบสองที่นั่ง 1 ลำ พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนและการฝึกอบรม

SAAB ยังได้ทำสัญญาโดยตรงกับกองทัพอากาศไทยเพื่อดำเนินโครงการชดเชยระยะยาว (offset package) ซึ่งครอบคลุมการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านกลาโหม ความร่วมมือทางอุตสาหกรรม และการลงทุนใหม่ในหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจไทย ถือเป็นการต่อยอดจากความร่วมมือด้านกริพเพนที่ไทยใช้งานอยู่แล้ว

มิคาเอล โยฮันส์สัน (Micael Johansson) ประธานและซีอีโอของซาบ ระบุว่าไทยเลือกใช้ “เครื่องบินขับไล่ที่ทันสมัยที่สุดในตลาด” เพื่อเสริมศักยภาพยุทธศาสตร์อย่างเป็นอิสระ พร้อมย้ำว่าไทยเป็นหนึ่งในลูกค้าที่คุ้นเคยกับประสิทธิภาพของกริพเพนและได้พิสูจน์แล้วในการปฏิบัติการจริงของกองทัพ

ปัจจุบัน กองทัพอากาศไทยประจำการ Gripen C/D อยู่แล้วหนึ่งฝูงบิน โดยเมื่อเครื่องกริพเพนรุ่นใหม่เข้าประจำการ จะทำงานเคียงข้างฝูงบินเดิม เสริมขีดความสามารถของไทยในการป้องกันน่านฟ้าและยกระดับความร่วมมือทางทหารไทย–สวีเดนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

สมุทรปราการ-กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ จัดโครงการ “ฝึกอบรมศึกษาดูงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” ประจำปี  2568 

เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ โดยกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดโครงการ “ฝึกอบรมศึกษาดูงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” ประจำปี  2568 ณ อาคารกองงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 

โดยจะนำประชาชนในเขตพื้นที่ จำนวนกว่า 400 คน ร่วมเดินทางไปเข้าร่วมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมา ณ กรีนเนอรี่ พิสเซส พัทยา จำกัด อ.ปากช่อง  จ.นครราชสีมา รวมทั้งเข้าศึกษาดูงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมือง ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ด้านจ่าเอกสุทัศน์ ทับวันนา ผ.อ.กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ กล่าวว่า เทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ โดยนายอำนวย บุญริ้ว นายกเทศมนตรีเมืองแพรกษาใหม่ ได้มีความเป็นห่วงประชาชนเกี่ยวกับภัยพิบัติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละครั้ง หน่วยงานของภาครัฐไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ จึงจำเป็นต้องเสริมสร้างความรู้ ของภาคประชาชน 

เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ ทางกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองแพรกษาใหม่ จึงได้จัดโครงการดังกล่าว เพื่อให้ผู้นำชุมชนและประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลแพรกษาใหม่ ได้มีความรู้และวิธีการในการป้องกันสาธารณภัยและภัยพิบัติประเภทต่างๆ

และมีความรู้ มีประสบการณ์ เรียนรู้การรับมือกับสาธารณภัยและภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งให้ผู้นำชุมชนและประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลแพรกษาใหม่ สามารถนำความรู้แนวคิดและประสบการณ์ที่ได้รับจากการฝึกอบรมและการศึกษาดูงานมาประยุกต์ใช้เมื่อเกิดสาธารณภัยหรือภัยพิบัติ 

อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มกำลังสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐและภาคประชาชนที่เข้มแข็งเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้นเมื่อเกิดสาธารณภัยหรือภัยพิบัติ และยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของภาคประชาชนที่เข้มแข็งในการแจ้งเตือนและการรายงานข่าวเมื่อเกิดเหตุสาธารณภัยหรือภัยพิบัติอีกด้วย

ซีเล็ค x แม่บุญล้ำ เปิดตัว ‘น้ำพริกทูน่า ผสมน้ำปลาร้า’ เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ ตั้งเป้ายอดขายปีแรก 1 ล้านกระป๋อง

(27 ส.ค. 68) ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จับมือ ‘แม่บุญล้ำ’ เปิดตัว ‘น้ำพริกทูน่า ผสมปลาร้า’ นวัตกรรมน้ำพริกแนวใหม่ครั้งแรกของโลก ผสานเนื้อปลาทูน่าคุณภาพสูงเข้ากับน้ำปลาร้าสูตรพิเศษ รสจัดจ้าน นัวร์ปลาร้า หอมเนื้อทูน่า โดยตั้งเป้ายอดขาย 1 ล้านกระป๋องภายในปีแรก พร้อมเดินหน้าจัดเต็มโปรโมชั่นพิเศษและแคมเปญสื่อสารออนไลน์ตลอดทั้งปี 

นางสาวณัฐวีณ์ วชิรทวีพัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป บริหารกลุ่มตลาดเกิดใหม่ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายทูน่ากระป๋อง แบรนด์ซีเล็ค (SEALECT) กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำตลาด เรามองเห็นโอกาสจากกระแสความนิยมของปลาร้า โดยปัจจุบัน ตลาดน้ำปลาร้าในประเทศไทยมีมูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท เราจึงหยิบเอาวัตถุดิบขวัญใจคนไทยมานำเสนอในรูปแบบใหม่ที่สะดวกและเข้าถึงง่าย ความร่วมมือในครั้งนี้เปิดโอกาสให้ซีเล็คสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ ภายใต้กลยุทธ์ Strategic Partnership Collaboration ซึ่งเรามุ่งต่อยอดความร่วมมือกับแบรนด์และผู้ผลิตวัตถุดิบชั้นนำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภค และขับเคลื่อนการเติบโตของผลิตภัณฑ์ทูน่ากระป๋อง ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง เข้าถึงได้ง่าย และสามารถนำไปจับคู่กับอาหารได้หลากหลาย”

ผลิตภัณฑ์น้ำพริกทูน่า ผสมน้ำปลาร้า เกิดขึ้นจากการวิจัยและพัฒนาร่วมกันระหว่างซีเล็คและแม่บุญล้ำเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี เพื่อให้ได้รสชาติน้ำพริกที่ถูกปากที่สุดและเหมาะสำหรับการบริโภคในทุกโอกาส โดยเป้าหมายหลักคือกลุ่มผู้บริโภควัยนักศึกษาและวัยทำงานช่วงต้น อายุระหว่าง 18-30 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เน้นบริโภคอาหารสำเร็จรูป ไม่นิยมทำอาหารรับประทานเองที่บ้าน แต่มองหาทางเลือกที่สะดวก เข้าถึงได้ง่าย และดีต่อสุขภาพ โดยซีเล็คตั้งเป้าให้น้ำพริกทูน่า ผสมน้ำปลาร้า เป็นหนึ่งในสินค้าเรือธงสำหรับกลุ่มคนรักปลาร้าในระยะยาว

ปัจจุบัน ซีเล็คได้มีการเปิดตัวน้ำพริกทูน่าจำนวนทั้งสิ้น 6 สูตร ประกอบด้วย น้ำพริกทูน่า, น้ำพริกผัดทูน่า, น้ำพริกผัดทูน่า สูตรน้ำพริกนรก, น้ำพริกกะปิทูน่า, น้ำพริกทูน่ากรอบ และใหม่ล่าสุด น้ำพริกทูน่า ผสมน้ำปลาร้า โดยน้ำพริกทูน่านั้นเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของซีเล็คที่ยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่อง ด้วยอัตราการเติบโตที่ 10.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อน และครองส่วนแบ่งทางการตลาดกว่า 60% สะท้อนแนวโน้มการเติบโตของตลาดน้ำพริกและอาหารพร้อมทาน และช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งของซีเล็ค

นางพิไรรัตน์ บริหาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพชรดำฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำปลาร้าต้มสุกตราแม่บุญล้ำ กล่าวว่า “แม่บุญล้ำเลือกทำงานร่วมกับซีเล็คและไทยยูเนี่ยน เพราะเราเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานการผลิตของแบรนด์ที่ครองตำแหน่งผู้นำตลาดทูน่าอันดับ 1 ของไทย และเป็นผู้นำด้านอาหารทะเลของโลก ความร่วมมือครั้งนี้ตรงกับเป้าหมายของทางแบรนด์แม่บุญล้ำ ที่มุ่งช่วยให้เราสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่นำรสชาติยอดนิยมของคนไทยมานำเสนอในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย อร่อย และเปี่ยมด้วยคุณค่าโภชนาการ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์แม่บุญล้ำ โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมและมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับอาหารพื้นถิ่นไทยในเวทีโลก นอกจากนี้ แม่บุญล้ำจะช่วยทำการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์น้ำพริกทูน่าปลาร้า เพื่อบุกตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านการทำกิจกรรม (รบกวนใส่กิจกรรมที่ทีมแม่บุญล้ำทำ เช่น Troop เป็นต้น)”  

ผลิตภัณฑ์น้ำพริกทูน่า ผสมน้ำปลาร้า ซีเล็ค x แม่บุญล้ำ วางจำหน่ายแล้วที่ 7-Eleven, Makro, Lotus’s, Big C และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ ขนาดบรรจุ 85  กรัม ราคาจำหน่ายกระป๋องละ 29 บาท 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top