Monday, 27 July 2026
NEWS FEED

‘กรมที่ดิน’ เบรกคำสั่งเพิกถอน ‘เขากระโดง’ ยัน ไม่ตัดสิทธิการรถไฟฯ ที่จะใช้สิทธิทางศาลยุติธรรม

(17 ก.ย.68) เวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุมราชสีห์ กระทรวงมหาดไทย มีรายงานว่ากรมที่ดิน จะเข้ากระทรวงเพื่อรายงานเรื่องที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ต่อกระทรวงมหาดไทย หลังจากนั้นนายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย (ก่อนหน้านี้เคยเป็นอธิบดีกรมที่ดิน ยุคนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็น รมว.มหาดไทย) จะแถลงข่าวกรณีการดำเนินการกับที่ดินบริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์

ทั้งนี้ กรมที่ดินได้ชี้แจงว่า ตามที่สื่อมวลชนให้ความสนใจในประเด็นการดำเนินการกับที่ดินบริเวณเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์และกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน กรณี ไม่เพิกถอนโฉนดที่ดิน บริเวณเขากระโดง กรมที่ดิน ขอสรุปประเด็นเพื่อชี้แจง ดังนี้

1. ตามคำพิพากษาศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ ภาค 3 กรมที่ดินได้ดำเนินการแล้ว ดังนี้

1.1 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 842 – 876/2560 ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 สำนักงานที่ดิน จังหวัดบุรีรัมย์ดำเนินการยกเลิกคำขอออกโฉนดที่ดินของราษฎร จำนวน 35 ราย ที่ฟ้องคดี พร้อมทั้งจำหน่าย ส.ค. 1ออกจากทะเบียนการครอบครองที่ดินแล้ว

1.2 คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8027/2561 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 อธิบดีกรมที่ดินได้มีคำสั่งให้แก้ไขรูปแผนที่และเนื้อที่ใน น.ส. 3 ข. เลขที่ 200 หมู่ที่ 9 ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ (บางส่วน) ตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน แล้ว

1.3 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 คดีหมายเลขแดงที่ 1112/2563 ลงวันที่ 22 เมษายน 2563 สำนักงานที่ ดินจังหวัดบุรีรัมย์ดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ รวม 3 ฉบับ ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 แล้ว ดังนั้น กรมที่ดินจึงได้ดำเนินการตามคำพิพากษาศาลทั้งสามคดีครบถ้วนแล้ว

2. ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 582/2566 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2566 ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อดำเนินการกับที่ดินแปลงอื่น จำนวน 995 แปลง ที่อยู่ในบริเวณที่การรถไฟฯ อ้างสิทธิ ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯตามคำพิพากษาดังกล่าวแล้ว คณะกรรมการสอบสวนฯ ได้รวบรวมพยานหลักฐานแล้ว 

ข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจนเป็นที่ยุติว่าที่ดินเป็นของการรถไฟฯ และการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่เขากระโดงเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงมีความเห็นไม่สมควรเพิกถอนโฉนดที่ดิน อธิบดีกรมที่ดินได้พิจารณาความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนฯแล้วเห็นชอบด้วย จึงมีคำสั่งให้ยุติเรื่อง

การรถไฟฯ จึงได้อุทธรณ์คำสั่งยุติดังกล่าว ซึ่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน พิจารณาแล้วเห็นว่าคำสั่งยุติเรื่องของอธิบดีกรมที่ดินชอบด้วยกฎหมายจึงยกอุทธรณ์ของการรถไฟฯ และกรมที่ดินได้แจ้งสิทธิการฟ้องคดีให้การรถไฟฯ ทราบแล้ว

3. เนื่องจากคำสั่งให้ยุติเรื่องตามข้อ 2 การรถไฟฯ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองสูงสุดให้เรียกอธิบดีกรมที่ดินมาไต่สวน เนื่องจากเห็นว่าอธิบดีกรมที่ดินยังดำเนินการไม่ครบถ้วนตามคำพิพากษาศาลปกครองกลาง ศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่ออธิบดีกรมที่ดินตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯ จึงเป็นการดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางแล้ว ส่วนการรังวัดหาแนวเขตที่ดินของการรถไฟฯ เป็นเพียงข้อแนะนำของศาล ซึ่งกรมที่ดินก็ได้ดำเนินการแล้วเช่นกัน แต่หากการรถไฟฯ เห็นว่าอธิบดีกรมที่ดินดำเนินการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ถูกต้องตามคำพิพากษา การรถไฟฯ ก็ชอบที่จะยื่นเป็นคำร้องต่อศาลปกครองชั้นต้นที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดี ซึ่งเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณามีคำสั่งหรือไต่สวน ศาลปกครองสูงสุดจึงยกคำร้องของการรถไฟฯ

4. การรถไฟฯ จึงได้ฟ้องกรมที่ดิน อธิบดีกรมที่ดินและปลัดกระทรวงมหาดไทย ต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2568 เพื่อให้เพิกถอนคำสั่งยุติเรื่องและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ซึ่งขณะนี้ศาลได้รับคำฟ้องไว้พิจารณาและอยู่ระหว่างกรมที่ดินทำคำให้การต่อสู้คดี

5. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายเดชอิศม์ ขาวทอง) ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคำสั่งอธิบดีกรมที่ดินกรณียุติเรื่อง ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบฯ เห็นว่า อธิบดีกรมที่ดินยังดำเนินการไม่ครบถ้วนก่อนการมีคำสั่งให้ยุติเรื่อง จึงเห็นควรให้อธิบดีกรมที่ดินทบทวนคำสั่งยุติเรื่องดังกล่าว

กรมที่ดินพิจารณาแล้วขอเรียนว่า ที่ผ่านมากรมที่ดินได้ดำเนินการครบถ้วนแล้วทั้งตามคำพิพากษาศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ ภาค 3 คำพิพากษาศาลปกครองกลาง ประกอบกับปัจจุบันการรถไฟฯ ก็ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลางตามข้อ 4 แล้ว ทุกฝ่ายจึงควรรอผลคำพิพากษาของศาล อันจะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้รับหลักประกันความเป็นธรรมตามกระบวนการจากองค์กรตุลาการที่ได้รับการยอมรับ อย่างไรก็ตามหากการรถไฟฯ เห็นว่าตนมีสิทธิในที่ดินดีกว่า ก็ไม่ตัดสิทธิการรถไฟฯ ที่จะไปใช้สิทธิทางศาลยุติธรรม

‘โฆษกกองทัพบก’ แจงเหตุไม่จับเขมรบุกรื้อลวดหนาม เพราะกัมพูชาใช้ประชาชนเป็น ‘โล่มนุษย์’ ต่อหน้าสื่อต่างชาติ

(17 ก.ย. 68) จากกรณีชาวกัมพูชานับร้อยคนพยายามรื้อรั้วลวดหนามหีบเพลงที่ฝ่ายไทยนำไปกั้นไว้ ที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ล่าสุด พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ไทยไม่จับกุมชาวกัมพูชาที่รื้อลวดหนาม แม้จะอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก โดยระบุว่าในวันเกิดเหตุ ฝ่ายกัมพูชาใช้ประชาชนเป็น 'โล่มนุษย์' และมีสื่อต่างชาติหลายสำนักอยู่ในพื้นที่ หากใช้กำลังเข้าจับกุมทันที อาจสร้างภาพว่าทหารไทยทำร้ายประชาชน ซึ่งตรงตามเป้าหมายที่กัมพูชาต้องการให้เกิดขึ้น

โฆษกกองทัพบกอธิบายว่า เจ้าหน้าที่จึงปรับแผนตามหลักสากล โดยเริ่มจากให้ฝ่ายปกครองเข้าดำเนินการ แต่เมื่อไม่สามารถควบคุมได้ จึงยกระดับเป็นการใช้กฎหมายปกติ โดยให้ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้ามาดูแลสถานการณ์ พร้อมย้ำว่าไทยคำนึงถึงภาพลักษณ์ในเวทีโลก และต้องการแก้ไขปัญหาอย่างรอบคอบ

ทั้งนี้ ที่ประชุม GBC ล่าสุด ฝ่ายกัมพูชารับปากจะพิจารณา 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ปัญหาทุ่นระเบิด เครือข่ายสแกมเมอร์ และการรุกล้ำชายแดน โดยฝ่ายกัมพูชาขอเวลาในการสื่อสารภายในหน่วยงานของตนเองเพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน

ด้านฝ่ายไทยได้ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงถึงสื่อต่างชาติ พร้อมย้ำว่าหากเกิดเหตุวุ่นวายซ้ำ ไทยพร้อมใช้มาตรการขั้นสูงภายใต้กฎอัยการศึก โดย พล.ต.วินธัย ทิ้งท้ายว่า ทุกการดำเนินการต้องรัดกุม เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์และผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว

เชียงใหม่-ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ “เผยแนวทางการปฏิบัติราชการ ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่”

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ พบสื่อมวลชน เผยแนวทางการปฏิบัติราชการ พร้อมผนึกกำลังส่วนราชการและท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่สู่ “นครแห่งชีวิตและความมั่งคั่ง…เป็นที่สุดแห่งความสง่างามทางวัฒนธรรม”

เมื่อวานนี้ (16 ก.ย.68) ที่ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารจังหวัดเชียงใหม่  นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวและพบปะกับพี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนงของจังหวัดเชียงใหม่  ในงาน “แถลงข่าวสื่อมวลชนเชียงใหม่ ครั้งที่ 24/2568  ของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่

การแถลงข่าวในวันนี้ถือเป็นวาระพิเศษ เพราะเป็นการจัดแถลงข่าวครั้งสุดท้ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ และถือเป็นครั้งแรกที่ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีโอกาสมาพบปะพูดคุยกับพี่น้องสื่อมวลชนของจังหวัดเชียงใหม่ 

ภายหลังจากรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คนที่ 42 เมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา และเป็นโอกาสอันดีที่ผู้นำส่วนราชการทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายท้องถิ่น ได้มาพบปะกับสื่อมวลชนทุกแขนง กว่า 130 คน โดยมีประเด็นที่สำคัญเกี่ยวกับการชี้แจงนโยบายในการปฏิบัติราชการ และการร่วมกันบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่

นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงแนวทางการปฏิบัติราชการและการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ ว่า ตนเองมีความตั้งใจที่จะมาพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่เป็นอย่างมาก อีกทั้งมีความตั้งใจทุ่มเททำงาน ตอบแทนคุณแผ่นดิน โดยน้อมนำแนวพระราชดำริมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล 

โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง ภัยธรรมชาติ และปัญหาภัยสังคม เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน 

ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ และพร้อมทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจตลอดอายุราชการอีก 4 ปีหลังจากนี้ในการพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่อย่างเต็มกำลังความสามารถภายใต้แนวคิด "มาทำให้ ไม่ได้มาทำเอา"

โดยพร้อมเป็นโซ่สื่อกลางประสานงานกับทุกภาคส่วนให้มาร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย เพื่อให้จังหวัดเชียงใหม่เป็น “นครแห่งชีวิตและความมั่งคั่ง เป็นที่สุดแห่งความสง่างามทางวัฒนธรรม บนพื้นฐานของการกระจายโอกาสอย่างเป็นธรรม และยั่งยืน”โดยตั้งใจว่าจะมาพบปะกับพี่น้องสื่อมวลชนเป็นประจำในทุกเดือน อีกด้วย

สตูลจัดกิจกรรมวันประมงแห่งชาติ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกว่า 5 แสนตัว สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แหล่งน้ำ

ที่บริเวณท่าเทียบเรือประมงบ้านสาคร หมู่ที่ 2 ตำบลสาคร อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล นางสาวดุษฎี พฤกษเศรษฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานเปิดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เนื่องในโอกาสวันประมงแห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยมี นายนิพนธ์ เสนอินทร์ ประมงจังหวัดสตูล พร้อมด้วยผู้นำท้องที่ท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ จิตอาสาพระราชทาน น้องๆนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

ด้วยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2549 กำหนดให้วันที่ 21 กันยายนของทุกปีเป็น “วันประมงแห่งชาติ” เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรสัตว์น้ำ ส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำ รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมในการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำตามแหล่งน้ำสาธารณะทั่วประเทศ พร้อมเชิญชวนประชาชนงดจับสัตว์น้ำทุกชนิดในวันดังกล่าว

สำหรับจังหวัดสตูล ได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนตำบลสาคร อำเภอท่าแพ หน่วยงานในสังกัดกรมประมง ตลอดจนภาคประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันจัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ รวมทั้งสิ้น 502,999 ตัว ประกอบด้วย กุ้งแชบ๊วย 200,000 ตัว ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลสตูล ปลากะพงขาว 2,969 ตัว ได้รับการสนับสนุนจากดีทวีฟาร์ม ปูม้าระยะซูเอี้ย 300,000 ตัว และแม่พันธุ์ปูม้าไข่นอกกระดอง 30 ตัว ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มพัฒนาอาชีพประมงชุมชนท่านกเขา และกลุ่มธนาคารปูม้าบ้านทุ่งริ้น

นางสาวดุษฎี พฤกษเศรษฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ย้ำว่า การดูแลรักษาแหล่งน้ำของเราให้สะอาด และปราศจากมลภาวะ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง รวมทั้งการไม่ทำการประมงที่ผิดกฎหมาย เช่น การใช้วัตถุระเบิด  ยาเบื่อเมา หรือกระแสไฟฟ้า เพราะไม่เพียงแต่เป็นความผิดตามกฎหมาย แต่ยังเป็นการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำอย่างรุนแรง และส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของพวกเราทุกคน สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่มุ่งมั่นอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำของจังหวัดสตูล เพื่อให้คงอยู่คู่กับวิถีชีวิตของชุมชนและลูกหลานสืบไปอย่างยั่งยืน

ชลบุรี-วัดสัตหีบ แจกทุนการศึกษาเนื่องในวันคล้ายวันมรณภาพ หลวงพ่ออี๋ ปีที่ 7

(17 ก.ย.68) เจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานสมัชชามหาคณิสสร เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษา แก่พระภิกษุสามเณรผู้สอบได้ประโยคบาลีในสนามหลวง และเด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์ ประจำปี 2568 ของวัดสัตหีบ และพิธี บำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน แด่อดีตเจ้าอาวาสวัดสัตหีบ มีพระครูวรเวทมุนี (หลวงพ่ออี๋) ปฐมเจ้าอาวาสเป็นต้น ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันมรณะภาพ ปีที่ 79 โดยมีข้าราชการ ทหาร ผู้ให้การอุปถัมภ์ คณะคณะกรรมการของวัด คณะครู นักเรียน และประชาชนเข้าร่วมในพิธี ณ ศาลาการเปรียญวัดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

หลวงพ่อเจ้าคุณวชิรคุณากร รองเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี/เจ้าอาวาสวัดสัตหีบ กล่าวว่า วัดสัตหีบได้เล็งเห็นความสำคัญ ในการเรียนการสอนพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกธรรม และบาลีมาโดยตลอด โดยเฉพาะการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ถือว่ามีความสำคัญ เพราะภาษาบาลีเป็นภาษาที่ใช้จารึกพระไตรปิฎก หลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้มีการส่งเสริมสนับสนุน โดยจัดให้มีการมอบทุนการศึกษา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจของผู้สอบได้ในแต่ละปีติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

พิธีมอบทุนการศึกษาในวันนี้ มีทุนนิธิการศึกษาของวัดสัตหีบ พร้อมด้วยคณะญาติธรรม ข้าราชการทหาร ทายกยาทิกา ผู้มีจิตเลื่อมใสศรัทธาให้การอุปถัมภ์ได้จัดตั้งกองทุนศึกษาไว้แก่พระภิกษุสามเณรและนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งมีผู้เข้ารับทุนทั้งสิ้น 1,078 ทุน รวมเป็นเงิน 1,084,500 บาท

“ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย“ ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมร้องเพลงเคารพธงชาติไทยกับนักเรียนโรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร เนื่องใน“วันธงชาติไทย” วันที่ 28 กันยายน

ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมกับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร จ.ระยอง ร่วมกิจกรรมร้องเพลงเคารพธงชาติไทยร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความสง่างามและความภาคภูมิใจในการเป็นพลเมืองไทย

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกความรักชาติ สร้างความสามัคคี และการตระหนักในคุณค่าของธงชาติไทย อันเป็นสัญลักษณ์แห่งเอกราช ความเสียสละ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของปวงชนชาวไทย อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในการสืบสานและธำรงไว้ซึ่งความเป็นไทยอย่างมั่นคง

ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางรับโล่รางวัลชนะเลิศการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทดีเด่นจากประธานศาลฎีกา ตามโครงการขับเคลื่อนนโยบายประธานศาลฎีกา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568

เมื่อวานนี้ (16 ก.ย.68) เวลา 13.30 นาฬิกา ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเข้าร่วมพิธีมอบรางวัล โครงการขับเคลื่อนนโยบายประธานศาลฎีกา สานต่อ เสริมสร้าง และส่งต่ออย่างยั่งยืน (นวัตกรรมการส่งคำคู่ความ คำพิพากษาศาลชั้นต้นดีเด่น ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทดีเด่น ศาลดีเด่น) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีนางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลและประกาศเกียรติคุณ ในโอกาสนี้ นายทวีศักดิ์ จันทร์วีระเสถียร อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พร้อมด้วย นายปาลิต สันทนาคณิต ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง  ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง  นายนัฐวุฒิ นาคเกิด นิติกรชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และนายฤทธิชัย สมไพบูลย์  นิติกรปฏิบัติการ เข้ารับมอบโล่รางวัลและประกาศเกียรติคุณ “รางวัลชนะเลิศ กลุ่มศาลพิเศษ-ศาลชำนัญพิเศษ ศาลยุติธรรมที่มีผลการปฏิบัติงานด้านการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทดีเด่นโครงการร่วมใจไกล่เกลี่ย 2025” ณ โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 

ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ขอโทษประชาชน ปมระงับบัญชี กระทบคนสุจริต!! สั่งเร่งปลดอายัดภายใน 4 ชม.

(17 ก.ย. 68) นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวขอโทษต่อประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากมาตรการอายัดบัญชีที่ถูกใช้เป็น 'บัญชีม้า' ของมิจฉาชีพ โดยย้ำว่าเข้าใจถึงความลำบากของผู้สุจริตที่ต้องใช้เงินหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน แต่กลับถูกระงับบัญชีโดยไม่ตั้งใจ ทำให้เสียโอกาสในการทำมาหากิน

ผู้ว่าฯ ธปท. ชี้แจงว่า ขณะนี้ได้เร่งปรับปรุงกระบวนการ เพื่อให้การปลดอายัดบัญชีผู้บริสุทธิ์ทำได้เร็วขึ้นภายใน 4 ชั่วโมง พร้อมทั้งเพิ่มการสื่อสารเพื่อคลายความกังวลของประชาชน พร้อมขอบคุณผู้ที่ได้รับผลกระทบและยังเข้าใจว่า การแก้ไขปัญหามิจฉาชีพต้องทำควบคู่ไปกับการดูแลผู้สุจริต

ทั้งนี้ นายเศรษฐพุฒิ เปรียบเทียบการจัดการมิจฉาชีพว่าเป็นเหมือน “การรักษามะเร็ง” หากปล่อยไว้ก็จะลุกลามและสร้างความเสียหายต่อระบบการเงินของประเทศ ทำให้ไทยถูกมองว่าเป็นแหล่งของกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งจะส่งผลกระทบมหาศาลหากไม่เร่งแก้ไข

อย่างไรก็ตาม ธปท. ยืนยันว่าสภาพคล่องของธนาคารโดยรวมยังปกติ แม้จะมีประชาชนจำนวนมากถอนเงินสดออกมาเพราะกังวลธุรกรรมถูกระงับ พร้อมย้ำว่ามาตรการอายัดบัญชีจะไม่กระทบต่อโครงการ 'คนละครึ่ง' ของรัฐบาล เนื่องจากใช้ผ่านระบบแอปพลิเคชัน ไม่เกี่ยวข้องกับบัญชีธนาคารโดยตรง ขณะนี้ ธปท. กำลังเร่งแก้ปัญหาเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนกลับคืนมาโดยเร็ว

กองบิน 23 อุดรธานี เปิดรันเวย์ต้อนรับกองทัพอากาศจีน เปิดฉากการฝึกผสม Falcon Strike 2025

(17 ก.ย. 68) กองบิน 23 จังหวัดอุดรธานี จัดพิธีต้อนรับ พลอากาศตรี หลู่ หงโจว ผู้บัญชาการฐานทัพอากาศคุนหมิง และผู้อำนวยการกองอำนวยการฝึกผสม Falcon Strike 2025 ฝ่ายจีน พร้อมคณะ โดยมี นาวาอากาศเอก พิสิฐ เทพสุวรรณ รองผู้บังคับการกองบิน 23 ให้การต้อนรับในโอกาสเดินทางมาร่วมการฝึกผสมระหว่างกองทัพอากาศไทยและจีน ระหว่างวันที่ 15–25 กันยายน 2568

การฝึก Falcon Strike 2025 มุ่งเน้นการพัฒนาขีดความสามารถด้านการปฏิบัติการทางอากาศเชิงยุทธวิธี และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางทหาร ซึ่งกองทัพอากาศไทยและจีนได้สานต่อความร่วมมือมาอย่างต่อเนื่อง ช่วยยกระดับศักยภาพและความพร้อมของกำลังพลทั้งสองฝ่าย

นอกจากมิติด้านการฝึกแล้ว Falcon Strike 2025 ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและมิตรภาพระหว่างกองทัพอากาศไทยกับจีน ตอกย้ำเจตนารมณ์ร่วมกันในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างยั่งยืน

เมื่อทุกไฟแดงกลายเป็นไฟเขียว — ภารกิจส่งหัวใจดวงที่ 140 ถึงมือแพทย์ทันเวลา

เมื่อวานนี้ (16 ก.ย. 68) ศูนย์วิทยุโครงการพระราชดำริ ได้รับแจ้งจากหน่วยงานการแพทย์ว่ามีอวัยวะหัวใจจากจังหวัดนครราชสีมา ต้องนำส่งโรงพยาบาลศิริราชเพื่อทำการปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยที่รอคอยการรักษา โดยเป็นหัวใจดวงที่ 140 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ร่วมสนับสนุนการลำเลียง

ทั้งนี้ ภารกิจดังกล่าวมีข้อจำกัดด้านเวลา เนื่องจากการเก็บรักษาหัวใจสามารถทำได้เพียง 4 ชั่วโมงนับจากการนำออกจากร่างผู้บริจาค ดังนั้น การเดินทางจากจังหวัดนครราชสีมาเข้าสู่กรุงเทพมหานครจึงต้องอาศัยการประสานงานที่รวดเร็วและแม่นยำ

สำหรับการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ตำรวจจราจรทุกหน่วย ทั้งในพื้นที่ของสถานีตำรวจภูธรต่างๆในเส้นทาง ตำรวจทางด่วน และตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ได้เข้าประจำจุดสำคัญเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร รวมทั้งปรับสัญญาณไฟให้ต่อเนื่องตลอดเส้นทาง ขณะเดียวกัน ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนต่างร่วมใจกันหลีกทาง เพื่อให้รถพยาบาลสามารถเคลื่อนตัวได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

ผลการปฏิบัติปรากฏว่า รถพยาบาลเดินทางถึงโรงพยาบาลศิริราชภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง 13 นาที ซึ่งอยู่ในเกณฑ์เวลาที่ปลอดภัยตามข้อกำหนดของการแพทย์ นับเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์

ในการนี้ พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา (ผบช.ศ.) เปิดเผยว่า “หัวใจดวงนี้ไม่ใช่เพียงอวัยวะ หากแต่คือชีวิตใหม่ที่ตำรวจและประชาชนช่วยกันส่งต่อ” ขณะที่ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนที่ให้ความร่วมมือ พร้อมย้ำว่า “ภารกิจหัวใจดวงที่ 140 สะท้อนให้เห็นว่าความร่วมมือของทุกฝ่ายคือพลังสำคัญที่ทำให้การแข่งกับเวลาสำเร็จได้อย่างสมบูรณ์”

ดังนั้น ภารกิจครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการลำเลียงอวัยวะ แต่ยังเป็นการพิสูจน์ว่า ความร่วมมือจากตำรวจและประชาชนทุกภาคส่วน สามารถสร้างปาฏิหาริย์บนท้องถนน และช่วยต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ได้จริง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top