Monday, 27 July 2026
NEWS FEED

‘เจือ ราชสีห์’ ร้านมหาสมุทรซีฟู้ดส์ ปั้นปลากะพง 3 น้ำ ขึ้นห้างดัง!! สร้างรายได้ยั่งยืน ให้เกษตรกรบ้านเรา

เมื่อวันที่ (11 ก.ย. 68) กรมประมง นำโดยนายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ร่วมกิจกรรมเข้าเยี่ยมชมหน้าร้าน ‘มหาสมุทรซีฟู้ดส์’ ซึ่งอยู่ในท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาเซ็นทรัลพระราม 9 กรุงเทพฯ เพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ‘ปลากะพง 3 น้ำ GI จากทะเลสาบสงขลา’

นายบัญชา ได้กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมร้าน“มหาสมุทรซีฟู้ดส์ที่ร่วมสนับสนุนการผลักดันผลิตภัณฑ์คุณภาพของไทย โดยเฉพาะปลากะพง 3 น้ำ ซึ่งเป็นสินค้า GI กลุ่มแรกและกลุ่มเดียวของประเทศ ที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่น การเติบโตในระบบนิเวศน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ส่งผลให้ปลามีคุณภาพ เนื้อแน่น นุ่ม อร่อย ไม่มีกลิ่นโคลน และปลอดภัยต่อผู้บริโภค

เราได้เริ่วางจำหน่ายที่สยามพารากอน ศูนย์การค้า เดอะมอลล์เป็นครั้งแรกและในวันนี้ได้ขยาย การจัดจำหน่ายที่ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ สาขาเซ็นทรัลพระราม 9 กรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญในการขยายตลาดและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น

ทั้งนี้ ‘มหาสมุทรซีฟู้ดส์’ เป็น ผู้ริเริ่มรวบรวมเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง 3 น้ำจากทะเลสาบสงขลา เพื่อนำมาจำหน่ายในศูนย์การค้าชั้นนำในกรุงเทพมหานครเป็นเจ้าแรก เพื่อตอกย้ำบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงผลผลิตจากเกษตรกรท้องถิ่นสู่ผู้บริโภคเมืองใหญ่ และยกระดับคุณค่าของสินค้าไทยคุณภาพสู่ตลาดพรีเมียม

ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมประมงได้กล่าวขอบคุณผู้บริหารบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ที่เปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากเกษตรกรไทย โดยเฉพาะปลากะพง 3 น้ำ GI ได้มีพื้นที่วางจำหน่าย อันจะช่วยเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร เสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก และยกระดับสินค้าไทยสู่ตลาดโลก

อธิบดีกรมประมงยังได้เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มาลิ้มลองความอร่อยของปลากะพง 3 น้ำ ที่การันตีด้วยตราสัญลักษณ์ประมงธงเขียว และเครื่องหมาย GI พร้อมแสดงความหวังว่ากิจกรรมครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างชื่อเสียงให้กับสินค้าประมงคุณภาพของไทยสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน

พร้อมเสริ์ฟที่ร้านมหาสมุทรฟู้ดทุกสาขาส่งตรงจากทะเลสาบสงขลา สดๆใหม่ๆ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้ทุกคนลิ้มลองแล้วที่ 

📍  Gourmet Market Siam Paragon ชั้น G(โซนซีฟู้ด) ตั้งเเต่เวลา 10.00-23.00น

📍 Gourmet Market สาขา The Emquartier, ชั้น G (โซนซีฟู้ด) ตั้งแต่เวลา 10.00-23.00น.

📍 Tops สาขาเซ็นทรัล บางนาที่ Tops ชั้น B1 โซนซีฟู้ด ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00น.

📍📍Tops สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ที่ Tops ชั้น G โซนซีฟู้ด ตั้งเเต่เวลา 9.00-22.00 น.

📍Tops สาขาเซ็นทรัล พระราม 9 ที่ Tops ชั้น B1 โซนซีฟู้ด ตั้งเเต่เวลา 10.00-22.00 น.

‘อดีตรองผอ.ข่าวกรองฯ’ ฟาด!! ‘อันวาร์’ เตือน!! กลับไปทบทวนให้ดี ใครเริ่มสงคราม ใครฆ่าคนไทย!! ลั่น!! ไม่ยอมถูกกดดัน เรื่องอธิปไตย

(20 ก.ย. 68) นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Nantiwat Samart’ ระบุว่า...

ใครก่อสงคราม!!

ก่อนที่อันวาร์จะชวนไทยสร้างสันติภาพ

อันวาร์ต้องกลับไปทบทวนเสียใหม่

ชาติใดเป็นผู้ก่อสงคราม ใครใช้อาวุธหนัก

ใครเข่นฆ่าคนไทยตลอดแนวชายแดน

คนไทยผู้บริสุทธิ์ 15 คนเสียชีวิตโดยไม่รู้ตัว

ไหนจะทรัพย์สินบ้านเรือนคนไทยที่เสียหาย

แทนที่อันวาร์จะชวนไทยสร้างสันติภาพ

ต้องบอกเขมรหยุดยั่วยุ หยุดสงคราม

ยอมตามเงื่อนไขไทย ไม่ใช่สร้างแต่ปัญหา

ไทยจะไม่เจรจาปัญหาอธิปไตยกับเขมร

เขมรอยากยกปัญหาทวิภาคีเป็นพหุภาคี

หาพวกมาช่วยกดดันไทย

คิดว่าไทยจะยอมหรือ

เป็นไงเป็นกัน!!
 

สมุทรปราการ-เทศบาลตำบลแพรกษา สนองพระราชดำริ จัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการของนักเรียนเพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลจาก กรมสมเด็จพระเทพฯ

(20 ก.ย.68) ที่โรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เทศบาลตำบลแพรกษา โดย นางอรัญญา สุวรรณบุตร นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา พร้อมด้วย ดร.ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขต 2 สมัยที่ 25 ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์นายกเทศมนตรีตำบลแพรกษา ในฐานะเจ้าภาพการจัดงานการแข่งขันทักษะทางวิชาการของนักเรียน เพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้การประชุมวิชาการการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาลตามพระราชดำริ

นำคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ คณะสมาชิกสภาเทศบาล คณะครู นักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ พ.อ.หญิง ดร.นันทพร วีรวัฒน์ ที่ปรึกษาโครงการส่วนพระองค์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประธานในพิธี 

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นายอภิสิทธิ์ พึ่งพร ผู้อำนวยการโครงการส่วนพระองค์ฯ นายสุรพล เจริญภูมิ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอัครวัฒน์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ นายสมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.ต.กัญชล อินทราราม รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน 

นายสุพัฒน์ เมืองมัจฉา ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา นายรัชชสิทธิ์ มนตรี รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำกรุงเทพมหานคร นางสาวศุภรินทร์ พรมรินทร์ รองผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาโรงเรียนตามพระราชดำริและโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ตลอดจนผู้บริหารทั้ง 7 หน่วยงานที่จัดการศึกษาในโครงการตามพระราชดำริ 

ตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นเจ้าภาพในการจัดงานซึ่งได้กำหนดกิจกรรมการประกวดแข่งขันทักษะทางวิชาการของนักเรียนเพื่อเข้ารับพระราชทานรางวัลจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้การประชุมวิชาการการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาลตามพระราชดำริ ประจำปี 2568

โดยได้เลือกใช้สถานที่โรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา สังกัดเทศบาลตำบลแพรกษา จังหวัดสมุทรปราการ เป็นสนามจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ถือว่าจังหวัดสมุทรปราการและเทศบาลตำบลแพรกษาได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม และยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันได้รู้จักจังหวัดสมุทรปราการมากขึ้น 

ทั้งนี้ เทศบาลตำบลแพรกษามีความพร้อมและจัดเตรียมสถานที่ในการจัดการแข่งขัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าร่วมแข่งขันอีกด้วย นอกจากนี้ ยังได้มีการแสดงความสามารถทักษะในด้านต่างๆ ของนักเรียนโรงเรียนแพรกษาวิเทศศึกษา และโรงเรียนมัธยมแพรกษาวิเทศศึกษา

‘ผศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา’ รับตำแหน่ง!! ‘รองศาสตราจารย์’ พร้อมเดินหน้าพัฒนา สร้างสรรค์องค์ความรู้ เพื่อสังคมต่อไป

(20 ก.ย. 68) ผศ.ดร.สุริยะใส กตะศิลา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และคณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม ก้าวเข้าสู่ตำแหน่ง ‘รองศาสตราจารย์’

นับเป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม

ขอให้ก้าวใหม่ในเส้นทางวิชาการนี้ เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ความก้าวหน้า และการสร้างสรรค์องค์ความรู้เพื่อสังคมต่อไป

เชียงใหม่-ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. แนะแนวทางการปฏิบัติราชการแก่ข้าราชการตำรวจในพื้นที่ ภ.5 

เมื่อวันที่ (17 ก.ย.68) พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เดินทางมาราชการในพื้นที่ ภ.5 ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญแนะนำแนวทางการปฏิบัติราชการแก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด ตำรวจภูธรภาค 5 และอำลาเนื่องในโอกาสเกษียณราชการ 

โดยมี พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.บุญบวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน , พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง, พล.ต.ต.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน, พล.ต.ต.พงษ์นคร นครสันติภาพ ผบก.อก.ภ.5 และ รอง ผบก.อก.ภ.5 , รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ให้การต้อนรับ และเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมพระพุทธประทานยศบารมี ชั้น 2 อาคารตำรวจภูธรภาค 5 จว.เชียงใหม่ และ ผกก.หน.สภ.ในสังกัด ภ.5 เข้าร่วมประชุมผ่านระบบทางไกล (Zoom Meeting)

จากนั้น พล.ต.ท.กฤตธาพลฯ และข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.5 ได้ร่วมมอบของที่ระลึกแด่ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพัน ความเคารพ และความระลึกถึง

รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่ กำชับแนวทางดูแลนักท่องเที่ยว

เมื่อวานนี้ (18 ก.ย.68) เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจท่องเที่ยว 1 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 (ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมี พ.ต.ท.ศักดิ์อนันต์ คำไสย สารวัตรใหญ่ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 พร้อมข้าราชการตำรวจท่องเที่ยวในสังกัด และเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือตำรวจท่องเที่ยว ให้การต้อนรับ

ในโอกาสนี้ พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ขึ้นแท่นตรวจรับฟังการรายงานแถวกำลังพล พร้อมทั้งกล่าวให้โอวาทและนโยบายการปฏิบัติหน้าที่แก่ข้าราชการตำรวจ  พร้อมทั้งมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้แก่ข้าราชการตำรวจท่องเที่ยวหาดใหญ่ จากนั้นได้ประชุมรับฟังการรายงานผลการปฏิบัติจากหัวหน้าหน่วย โดยกำชับการปฏิบัติให้เพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวและประชาชนเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเน้นย้ำประชาสัมพันธ์ Thailand Tourist Police Application และสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ให้กับนักท่องเที่ยวได้รับทราบ 

ต่อมาในเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ได้ตรวจเยี่ยมแหล่งท่องเที่ยว เคเบิ้ลคาร์ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ เขาคอหงส์ พบปะนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งตรวจสภาพความปลอดภัยของกระเช้าเคเบิ้ลคาร์ที่ให้บริการนักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ
ณ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ 

นอกจากนี้ วานนี้ เวลา 18.10 น. พล.ต.ต.พงษ์สยามฯ ได้เดินทางไปตรวจความเรียบร้อยและความปลอดภัยท่าอากาศยานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในความรับผิดชอบของ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 โดยได้ตรวจเยี่ยมจุดบริการนักท่องเที่ยวท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ พร้อมด้วยสารวัตรใหญ่ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 และสายตรวจประจำท่าอากาศยาน 

โอกาสนี้ ได้กำชับแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อช่วยขับเคลื่อนหน่วยให้สามารถสนองนโยบายด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาล เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว อย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการตรวจตราร่วมกับเจ้าหน้าที่ EOD, สห. และเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานหาดใหญ่ ดูแลรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและผู้มาใช้บริการบริเวณภายในและภายนอกอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานหาดใหญ่ 

นราธิวาส-ผู้ว่าฯ นราธิวาส มอบกระเช้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ จากคนร้ายลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี 

เมื่อวานนี้ ( 18 ก.ย.68)  ที่ โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก  อำเภอสุไหงโก-ลก  จังหวัดนราธิวาส ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  พร้อมด้วย นายอำเภอสุไหงปาดี, กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส, และบุคลากรโรงพยาบาลสุไหงโก- ลอบวางระเบิด เจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 4811 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ขณะลาดตระเวน รปภ. เส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบ เหตุเกิดบริเวณถนนสาย 4056 บ้านบือราแง หมู่ที่ 3 ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา แรงระเบิดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 ราย  ประกอบด้วย

1. จ.ส.อ.ปิยะ อินทะโกษี อายุ 42 ปี  มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก มีแผลฉีกขาดตามร่างกายและบริเวณหลังศรีษะ รู้สึกตัวดี 
2. ด.ต.นิกร อินน้อย อายุ 53 ปี  มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี
3. อส.ทพ.สุริยาวุธ ช่างเกวียนดี อายุ 41 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณขา ขาซ้ายบวมผิดรูป รู้สึกตัวดี
4. อส.ทพ.ตะวัน สว่างเมฆารัตน์ อายุ 44 ปี  มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี
5. อส.ทพ.ธีรพงษ์ หรมพัด อายุ 34 ปี  มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก รู้สึกตัวดี

โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมคณะได้พบปะพูดคุยให้กำลังใจ พร้อมสอบถามอาการผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ เหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส ได้มอบเงินช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ กรณีบาดเจ็บสาหัส จำนวน 2 รายๆละ 3,000 บาท และกรณีบาดเจ็บเล็กน้อย จำนวน 3 รายๆ ละ 2,000 บาท

กระบี่-จัดพิธีมอบโฉนดที่ดิน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา 

(19 ก.ย.68) นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีมอบโฉนดที่ดิน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา และขับเคลื่อนโครงการ “มอบที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ประชาชน” โดยมี นายชูชีพ ประกอบชาติ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดกระบี่ นายกิตติ กิตติธรกุล นายถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาคราม นายกเทศมนตรีตำบลคลองหิน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ข้าราชการ ผู้อำนวยการศูนย์เดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี-กระบี่-ระนอง-พังงา-ชุมพร และประชาชนผู้รับมอบโฉนดที่ดิน เข้าร่วม ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (ท่าปอมครองสองน้ำ) หมู่ที่ 2 ตำบลเขาคราม อำเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่

กรมที่ดินได้จัดทำโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินและรังวัดรูปแปลงโฉนดที่ดินให้เป็นมาตรฐานเดียวกันให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยให้ศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี -กระบี่ - ระนอง - พังงา - ชุมพร ดำเนินการตามแผนงานโครงการจนแล้วเสร็จ และเพื่อให้การดำเป็นงานตามโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม สามารถมอบโฉนดที่ดินถึงมือประชาชน จึงได้จัดทำโครงการ "มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน" และโฉนดที่ดินที่มอบให้ในครั้งนี้ เป็นโฉนดที่ดินที่ได้ดำเนินการในพื้นที่หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 4 ตำบลเขาคราม อำเภอเมืองกระบี่ จำนวน 185 แปลง เนื้อที่ 386 ไร่ 3 งาน 98.7 ตารางวา มูลค่าทางเศรษฐกิจโดยประมาณ 433,194,450 บาท และพื้นที่หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 4 ตำบลคลองหิน อำเภออ่าวลึก จำนวน 101 แปลง เนื้อที่ 27 ไร่ 1 งาน 11 ตารางวา มูลค่าทางเศรษฐกิจโดยประมาณ 26,476,450 บาท รวมทั้งสิ้น 286 แปลง 200 ราย รวมเนื้อที่ทั้งสิ้น 414 ไร่ 1 งาน 9.70 ตารางวา รวมมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยประมาณ 459,671,250 บาท และมีการมอบโฉนดที่ดินให้แก่วัดโภคาจุฑามาตย์ ตำบลกระบี่ใหญ่ และวัดควนสบาย ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ รวม 4 แปลง เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา

ด้านนายอังกูณ ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวแสดงความยินดีกับประชาชน ที่ได้รับออกการสารสิทธิ์ในที่ดินทำกินจากกรมที่ดิน โดยสำนักงานที่ดินจังหวัดกระบี่ และศูนย์อำนวยการเดินสำรวจเข้าดำเนินการออกโฉนดที่ดิน ซึ่งสามารถนำโฉนดที่ดินไปประกอการพัฒนาอาชีพของตนเองให้มีความเจริญมั่งคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน สามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันและใช้เป็นแหล่งทุนในการประกอบอาชีพ ซึ่งนับวันที่ดินจะหายากขึ้นและมีราคาสูง จึงขอให้ทุกคนหวงแหนที่ดินของตน รักษาโฉนดที่ดินไว้ให้ดีอย่าให้สูญหาย ระมัดระวังการถูกผู้อื่นหลอกลวงเอาไปใช้ในทางที่ทำให้เจ้าของที่ดินเสียประโยชน์ หากต้องการจะดำเนินการโอนซื้อชขายโอนมรดกให้บุตรหลานหรือนำไปจำนอง สามารถขอคำปรึกษาจากเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขา หรือสำนักงานที่ดินที่ได้ทุกแห่ง เพื่อความสบายใจ

ผบ.เหล่าทัพมีมติเอกฉันท์ ปิดด่าน ‘ไทย–กัมพูชา’ ไม่มีกำหนด จนกว่าเขมรจะไม่เป็นภัยคุกคาม!! ไฟเขียวสร้างรั้วตามแนวชายแดน

(19 ก.ย. 68) ที่กองบัญชาการกองทัพไทย คณะผู้บัญชาการทางทหาร (คบท.) มีมติเอกฉันท์ให้ปิดจุดผ่านแดนและด่านผ่อนปรนระหว่างไทย–กัมพูชาอย่างไม่มีกำหนด จนกว่ากัมพูชาจะสิ้นสภาพเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ โดยมติครั้งนี้มีขึ้นในที่ประชุมครั้งที่ 5 ของปีงบประมาณ 2568 ซึ่งมีผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้งชุดปัจจุบันและชุดใหม่ร่วมประชุมพร้อมหน้า

โดยในที่ประชุมยังเห็นชอบมาตรการเสริมความมั่นคงชายแดน ได้แก่ การสร้างรั้วตามแนวชายแดนในพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับเส้นเขตแล้ว การลาดตระเวนและเฝ้าตรวจอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่ยังตกลงไม่ได้ รวมถึงการเปิดเส้นทางยุทธวิธีตลอดแนวชายแดน 

นอกจากนี้ คบท. อนุมัติปรับแก้หลักปฏิบัติการใช้กำลัง (Rules of Engagement – ROE) ให้สามารถปฏิบัติการป้องกันตนเองได้ทันทีเมื่อพบการกระทำหรือเจตนาปรปักษ์ (Hostile Act/Intent) เช่น การสอดแนมหรือเตรียมการโจมตี แนวทางทั้งเชิงรุกและเชิงรับดังกล่าวได้ถูกนำเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพิจารณาต่อไปเพื่อเร่งดำเนินการตามมติเหล่านี้

‘กองทัพบก’ ย้ำบ้านหนองหญ้าแก้วอยู่ในอธิปไตยไทย เตือน นายกฯ มาเลเซีย อย่ารับข้อมูลเท็จกัมพูชาฝ่ายเดียว

ทบ. แก้เผ็ด ‘ฮุน มาเนต’ งัดหลักฐานบ้านหนองหญ้าแก้วอธิปไตยไทย บอกนายกฯ มาเลเซีย อย่ารับข้อมูลเท็จกัมพูชาฝ่ายเดียว ระวังจะถูกมองไม่เป็นกลาง ย้ำใช้กำลังตำรวจควบคุมไม่ใช่ทหาร ลั่นคนกัมพูชาต้องออกจากพื้นที่แค่รอจังหวะเวลาเหมาะสม

(19 ก.ย.68) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ว่า หลังจากที่มีการประกาศหยุดยิงครบ 53 วันพร้อมเข้าสู่กลไก ทวิภาคีทุกระดับเพื่อวางกฎกติกา นำไปสู่การสร้างสันติภาพอย่างแท้จริง ซึ่งกำลังฝ่ายทหารของไทยได้ยึดมั่นตาม ข้อตกลง การเตรียมความพร้อมเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่พบว่ากำลังทหารของฝ่ายกัมพูชา ยังคงมีความพยายามในการดำเนินการต่างๆ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ทั้งการใช้อาวุธทุ่นระเบิดสังหารบุคคล / การยั่วยุ /เผยแพร่ข่าวสารที่บิดเบือน/ การใช้โดรน/ การเผยแพร่ข่าวสารที่บิดเบือน /การชุมนุมของชาวบ้านชาวกัมพูชาในพื้นที่เขตแดนของไทย/ รวมไปถึงการให้ข่าวสารของผู้นำกัมพูชาในเวทีต่างประเทศ

นอกจากนี้ยังมีความพยายามในการบิดบนพื้นที่อ้างสิทธิ์ ในพื้นที่ของไทย พยายามใช้กำลังภาคประชาชนโดยเฉพาะสตรี เด็กพระภิกษุ แสดงเชิงสัญลักษณ์ในการแสดงออก นำประชาชนมาออกหน้าแทนภาคราชการและเจ้าหน้าที่ทหาร โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาปล่อยให้มวลชนแสดงออกในพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อเจ้าหน้าที่ทหารไทยและประชาชนชาวไทย หรือเป็นฝ่ายเรียกร้องในประเด็นที่เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเขตพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 เพื่อสิ่งเหล่านี้เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่องโดยไทยได้รวบรวมข้อมูล เรียบร้อยแล้วเพื่อประท้วงในบัญชีต่างๆ แต่ยังคงยืนยันว่าตัวเองขอให้ความจริงใจเพื่อจัดการประชุมหารือทางออก อย่างสันติวิธี

ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดช่วงที่ผ่านมาพบว่ามีประชาชนชาวกัมพูชา ออกมาชุมนุมขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยและมีพฤติกรรมยั่วยุ ใช้สิ่งเทียมอาวุธเช่นไม้หรือก้อนหินปาตำรวจไทยในพื้นที่อธิปไตยไทยพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ แต่เป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตอธิปไตยของไทย ซึ่งการชุมนุมประท้วง พบว่ามีพฤติกรรมของทหารกัมพูชาร่วมในเหตุการณ์แต่ไม่ได้มีทีท่าที่จะห้ามปรามประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ให้เห็นว่า เป็นการให้ประชาชนออกหน้า ในการยั่วยุหรือรุกล้ำดินแดน และกระทำผิดกฎหมายในแผ่นดินไทยอย่างชัดเจน ทางการไทยจำเป็นต้องใช้มาตรการควบคุม การจราจรโดยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อรักษาความสงบและบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่มีทีท่า ที่จะเป็นเป็นอาทิตย์ทางที่ดีขึ้นเนื่องจากฝ่ายกัมพูชาไม่มีทีท่าและความจริงใจในการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ทั้งนี้ พลตรีวินธัย กล้าวยืนยันว่า นายอันวาร์ อิบบาร์ฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากนายฮุน มาเนตนายกรัฐมนตรีกัมพู และคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว หรือ IOT ของฝ่ายกัมพูชา ต่อกรณีบ้านหนองหญ้าแก้ว ไม่ใช้พื้นที่ที่กัมพูชาอ้างสิทธิ์ แต่เป็นเขตอธิปไตยของไทย แต่มีชาวกัมพูชา ลุกล้ำเข้ามา ในขณะที่ฝ่ายไทยได้วางแนวรั้วลวดหนาม ในพื้นที่อธิปไตยของไทยเอง จึงไม่ต้องใช้แผนที่ใดใด และกองทัพบกจะประสานกับทางกองทัพไทย เพื่อที่จะนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมทั้งยืนยันว่า การปฏิบัติต่อกลุ่มผู้ชุมนุมในวันนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทหาร ตามที่นายฮุน มาเนต กล่าวอ้าง และการใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตา ไม่ใช่การสลายการชุมนุม เป็นเพียงการป้องกันไม่ให้รื้อแนวลวดหนาม ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินทางราชการ เพราะฉะนั้นนายกรัฐมนตรีกัมพูชาน่าจะนำเสนอข้อมูลต่างๆในเวทีต่างประเทศผิดพลาด จึงจะมีการประสาน กระทรวงการต่างประเทศต่อไป พร้อมทั้งยืนยันว่าไทยไม่ได้มีการขยายขอบเขตเกินกว่าพื้นที่พิพาท เนื่องจากพื้นที่จ.สระแก้ว อยู่ตรงกับพื้นที่บ็อนเตียย์เมียนเจย พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่มีปัญหาอยู่แล้ว ไม่ใช่พื้นที่ใหม่ และไม่ใช่พื้นที่ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ และไม่ใช่พื้นที่เหนืออธิปไตยของกัมพูชา แต่ที่ผ่านมา ฝ่ายกัมพูชานอกจากจะละเมิดข้อตกลง MOU 2543 เข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่อ้างสิทธิ์ แต่ยังรุกล้ำ เข้ามายังพื้นที่อธิปไตยของไทย ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นความเร่งด่วนแรกที่ต้องดำเนินการ และไม่ได้อยู่ในกลไกของ JBC

พลตรีวินธัย กล่าวว่าเป็นการรายงานข้อมูลเท็จเพียงฝ่ายเดียวของนายกรัฐมนตรีกัมพูชารวมถึงคณะIOTฝ่ายกัมพูชาไปยังนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ทำให้เกิดความเข้าใจผิด จึงขอเรียกร้องให้สื่อสารไปยังเวทีต่างประเทศด้วยความโปร่งใสสุจริต ตรงไปตรงมา นอกจากนี้ จะให้กระทรวงการต่างประเทศประสานไปยังนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ว่ายังมีข้อมูลของฝ่ายไทย เพื่อป้องกัน ไม่ให้มาเลเซียถูกมองว่าไม่มีความเป็นกลาง จึงอยากให้รอข้อมูลจากฝั่งไทย มุมมองของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียอาจจะเปลี่ยนไป

ทั้งนี้ พลตรีวินธัย ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม กรณีที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ไม่รอข้อมูลจากคณะ IOT ฝ่ายไทยก่อนออกมาให้ความเห็น ว่าไม่ทราบ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เป็นเพราะนายกรัฐมนตรีกัมพูชาต่อสายตรงไปยังนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จึงทำให้นายกรัฐมนตรีมาเลเซียแสดงความคิดเห็นเช่นนั้น ตนก็ตอบไม่ได้เช่นกัน เนื่องจากเกินกรอบหน้าที่

พลตรีวินธัย ยอมรับว่า ปัญหาพื้นที่จังหวัดสระแก้ว เป็นการเผชิญหน้าระหว่างพลเรือนกัมพูชา กับเจ้าหน้าที่รัฐของฝ่ายไทย ถือว่าเป็นปัญหาละเอียดอ่อน ซึ่งที่ผ่านมาพยายามใช้ความอดทนอดกลั้น และประชาชนก็ได้เห็นแล้วว่าเรามีพัฒนาการทำให้เรื่องดังกล่าวนั้นถูกต้อง ซึ่งตอนแรกกังวลเรื่องภาพลักษณ์ ในสายตาของต่างประเทศ แต่ก็ยังพบว่าในระดับต่างประเทศมีการสื่อสารข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ไม่ใช่เฉพาะระดับผู้นำของประเทศมาเลเซีย แต่ยังรวมถึงสำนักข่าวต่างประเทศ และหลังจากนี้จะพยายามใช้กลไกที่มีอยู่ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลที่ถูกต้อง ทั้งนี้การใช้กำลังผลักดันชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่ ที่รุกล้ำอธิปไตยไม่ต้องรอให้รัฐบาลไฟเขียวสามารถดำเนินการได้ทันที เพียงแต่ต้องรอจังหวะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก อย่างไรชาวกัมพูชาก็ต้องออกไปจากพื้นที่นี้ ยืนยันว่าไม่ได้มีการเตรียมยาแรงอะไรแต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายตามปกติ แต่ต้องสื่อสารให้ได้ก่อนว่าพื้นที่นั้นสามารถดำเนินการได้อย่างชอบธรรม ซึ่งน่าจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ของกัมพูชา เนื่องจากนายกรัฐมนตรีกัมพูชานำไปเผยแพร่เช่นนั้น จึงต้องให้ข้อมูลที่หักล้างส่วนนั้นให้ได้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top