Saturday, 7 November 2026
POLITICS NEWS

“ทิพานัน" จวก “เต้ มงคลกิตติ์” ท้า “บิ๊กตู่” วางมวย  ไร้มารยาท-ทำภาพสภาฯตกต่ำ ไล่ดูมาตรฐานจริยธรรม ส.ส. ซัด “คนดีชอบแก้ไข-คนอะไรชอบท้าต่อย”

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ท้าชกกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม หากใครเป็นฝ่ายแพ้ต้องลาออก หากไม่รับคำท้าไม่ใช่ลูกผู้ชาย ว่า ไม่น่าเชื่อว่าส.ส.จะเสนอข้อคิดเห็นนี้ ที่เป็นเรื่องไร้มารยาททางการเมืองและทางสังคม ผิดหลักการรัฐสภา นายมงคลกิตติ์ มีเวทีรัฐสภาตรวจสอบ และเสนอข้อแก้ไขได้ แต่มาเลือกใช้เวทีมวยท้าต่อยเพื่อแก้ปัญหา และนายมงคลกิตติ์ ควรทบทวนจริยธรรม ส.ส.ของตัวเองใน 4 ข้อ แห่งข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. 2563 คือข้อ10 สมาชิกและกรรมาธิการต้องรักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงของสภาผู้แทนราษฎรและไม่กระทำการใด อันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของประเทศชาติ และสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 13 ต้องไม่แสดงอาการข่มขู่ อาฆาตมาดร้าย หรือใช้กำลังประทุษร้ายต่อบุคคลอื่นในที่ประชุม บริเวณสภา หรือที่อื่นใด

และบัญชีท้ายข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. 2563 ข้อ 12 ยึดมั่นหลักนิติธรรม และประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน และข้อ 17 ไม่กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง  แห่งมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 

"อยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตรวจสอบจริยธรรม เพื่อภาพลักษณ์ เกียรติภูมิของรัฐสภา และการประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดี รวมถึงไม่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ส.ส. ส่วนนายมงคกิตติ์เข้าใจว่าอาจมีนิสัยส่วนลึก ที่คุ้นชิ้นกับพฤติกรรมใช้กำลังท้าต่อย โดยไม่ได้ตระหนักถึงความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาไทย เพราะคนดีเขาชอบแก้ไข คนอะไรชอบท้าต่อย” น.ส.ทิพานัน กล่าว

สะเทือนโซเชียล 'เต้ มงคลกิตติ์' โพสต์ข้อความขอท้าดวลมวยไทยคาดเชือกกับ 'นายกตู่' ถ้าแพ้ต้องลาออกจากตำแหน่ง

สะเทือนโซเชียลอีกครั้ง หลัง นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า... 

#เพื่อทางออกของบ้านเมืองแบบสันติไม่มีใครต้องเสียเลือดเสียเนื้อ #ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนประชาชน ขอท้าชก กับ นายกรัฐมนตรี#ส.ส.เต้ หัวใจเป็นของประชาชน... 

***กติกา***  'เต้ vs ตู่'

1.) มวยไทยคาดเชือกมือเปล่า เท้าเปล่าพันผ้าก๊อต                            

2.) นายก อายุ 67 ปี ผม 40 ปี ท่านแก่กว่าผม อายุห่างกัน 27 ปี น้ำหนักเท่า ๆ กัน 79-80 kg. สูงพอ ๆ กัน ผมจึงต่อให้ท่าน ผมขอใช้ มือขวาข้างเดียว ไม่ใช้มือซ้ายและเท้าเตะทั้ง 2 ข้าง ส่วนนายกใช้ได้ทั้งมือและเท้า          

3.) สู้กัน 3 ยก ๆ ละ 3 นาที

4.) ถ้านายกรัฐมนตรี ชนะ เป็น นายกรัฐมนตรี ต่อ ส่วนผม ลาออกจาก ส.ส. แต่ถ้าผมชนะ นายกฯ ต้องลาออกจาก นายกรัฐมนตรี ทันที เปิดทางสรรหานายกรัฐมนตรีใหม่

5.) ถ้านายกรัฐมนตรี ไม่รับคำท้าผม แสดงว่า ไม่ใช่ลูกผู้ชาย ไม่เหมาะสมเพราะเป็นถึง อดีตผู้นำเหล่าทัพ ใจไม่สู้ ใจปลาซิว ผมขอให้ท่าน ลาออกจากนายกรัฐมนตรี ทันที

6.) ชกกันที่ สนามมวยลุมพินี กติกา มวยคาดเชือก                 

7.) ผมให้เวลาท่านตัดสินใจ 10 วัน         

8.) ห้ามส่งคนชกแทน ถือว่าผิดกติกา      

ปล : ผมสายตาสั้น ขอใส่คอนแทรกเลนซ์


ที่มา : https://www.facebook.com/100001857841737/posts/5881193121952558/


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

“ประวิตร” ถก กก.ขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ ไฟเขรยว “อ่างเก็บน้ำคลองกะพง-โครงการสูบผันน้ำ จากคลองสะพานแนว เพิ่มน้ำอ่างประแสร์ “ ช่วยปชช. มีน้ำสะอาดอุปโภคบริโภค-เกษตรกรรม-อุตสาหกรรม 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ และโครงการสำคัญ ครั้งที่ 4/2564 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์

โดยที่ประชุมเห็นชอบสำหรับเรื่องพิจารณาที่สำคัญ ที่ประชุมได้เห็นชอบโครงการอ่างเก็บน้ำ "คลองกะพง จ.ฉะเชิงเทรา" มีความจุ 27.5 ล้าน ลบ.ม. และ"คลองวังโตนด จ.จันทบุรี" มีความจุ 99.5 ล้าน ลบ.ม.โดยคำนึงถึงความคุ้มค่า และประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และเห็นชอบโครงการสูบผันน้ำ จากคลองสะพานแนวที่ 2 จ.ระยอง เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างประแสร์ ได้มากถึง 50 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร อุตสาหกรรม โดยเฉพาะ รองรับอีอีซีเพื่อส่งเสริมการฟื้นฟู เศรษฐกิจของประเทศ 

นอกจากนั้นรับทราบความก้าวหน้าของโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ ในภาพรวมของประเทศ ที่ผ่านความเห็นชอบแล้ว จากกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) 39โครงการและโครงการที่ผ่าน ครม.แล้ว 34 โครงการเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการโดยเร่งด่วน และรายงานให้ทราบอย่างต่อเนื่อง และรับทราบการขอใช้พื้นที่ป่าสำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อประชาชน ,ความคืบหน้า โครงการจัดหาแหล่งน้ำรองรับ พื้นที่รัศมี 30 กม.รอบสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา 

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาน้ำและการบริหารจัดการน้ำ เป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนทั่วประเทศ ทั้งนี้จากการดำเนินงานของ
สทนช. กอนช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุ่มเทการทำงานได้ผลเป็นที่น่าพอใจ และกำชับให้เร่งรัดโครงการต่างๆให้บรรลุเป้าหมาย ภายใต้งบประมาณที่ได้รับอย่างประหยัด คุ้มค่า โปร่งใส เพื่อให้ประชาชน เกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ มีน้ำสะอาดใช้ อย่างเพียงพอตลอดปี และต้องมีการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ แก่ประชาชนให้รับทราบด้วย ควบคู่กันไป

“หมอระวี”ออกโรงค้าน “ประยุทธ์”ซัด คำสั่งให้ซื้อ ATK ตาม WHO ทำ อย.-องค์การเภสัช เตรียมหน้าแหก 

ที่รัฐสภา นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงการจัดซื้อ Antigen test kit หรือ ATK ของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) จำนวน 8.5 ล้านชุด ให้กับคนไทยทั่วประเทศได้ตรวจฟรี ว่า ตนไม่เห็นด้วยที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสั่งการให้จัดหาชุด ATK ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) มีจำหน่ายในประเทศไทย และมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO)เพราะจะทำให้ต้องมีการล้มการประมูลในครั้งนี้ ซึ่งจะทำให้บริษัทเอกชนสามารถฟ้องร้องต่อ อย.ได้ เนื่องจากมีการประมูลอย่างถูกต้องทุกอย่าง แต่มาล้มโดยไม่มีเหตุผล ทั้งนี้ถ้าเปิดการประมูลใหม่โดยมีเพียง 2 บริษัทที่ชุดตรวจ ATK ผ่านการรับรองของ WHO ก็ไม่ทราบว่าราคาจะปรับสูงขึ้นไปเท่าไหร่

“ถ้าดำเนินการตามที่นายกฯสั่งการ อย.และองค์การเภสัชกรรม จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แสดงว่าที่คุณทำไม่มีคุณภาพ ไม่มีประสิทธิภาพ ห่วย ทั้งๆที่เขาก็ทำตามระบบที่ถูกต้องตามคำสั่งของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะทำตามคำสั่งใคร ก็จะเกิดข้อขัดแย้ง”นพ.ระวี กล่าว

นพ.ระวี กล่าวอีกว่า ตนขอเสนอทางออกให้นำชุดตรวจ ATK ของประเทศจีนที่ชนะการประกวดราคา จำนวน 1,000 ชุดมาทำการทดสอบใหม่โดยโรงพยาบาลของรัฐที่มีมาตรฐาน 5 ที่ แล้วให้โรงพยาบาลละ 200 ชุด เช่น จุฬาลงกรณ์ ศิริราช ธรรมศาสตร์ บำราศนราดูร และ วชิระพยาบาลฯ ให้ทำการทดสอบอย่างเร่งด่วน โดยตรวจควบคู่กับวิธี RT-PCR (Polymerase chain reaction) คาดว่าใช้เวลาไม่เกิน 3 วันจะได้ผลตรวจทั้งหมด ถ้าพิสูจน์แล้วว่า ชุดตรวจ ATK มีคุณภาพ ก็สามารถสั่งซื้อตามขั้นตอนได้เลย และชมรมแพทย์ชนบทก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ถ้าคุณภาพชุดตรวจ ATK  ของบริษัทนี้ไม่มีมาตรฐาน องค์การเภสัชก็ควรจะยกเลิกการประมูลในครั้งนี้ได้ โดยที่บริษัทจากจีนจะไม่สามารถฟ้องร้องได้”นพ.ระวี กล่าว 

“ผมมีวิธีที่ 2 ที่จะทำให้เร็วขึ้น โดยให้ 3 บริษัทที่ชนะประมูลที่ราคาต่ำสุด ส่งตัวอย่างมาที่ละ 1,000 เทสไปให้องค์การเภสัชฯ จากนั้นส่งไปให้ 5 รพ.ของรัฐทำการตรวจ โดยใช้วิธีตรวจของ lepu ก่อน ถ้าไม่ผ่าน ก็ตรวจของบริษัทต่อไป พบว่าของใครผ่านการตรวจสอบ อย.ก็สามารถเซ็นสัญญาได้ วิธีนี้จะทันการณ์กับความต้องการของประเทศไทย”นพ.ระวี กล่าว

ป่วยโควิดทะลุล้านแล้ว พท.บี้ “ประยุทธ์” เร่งจองวัคซีน NOVAVAX 

น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในที่สุดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมทะลุเกิน 1 ล้านคนแล้วในวันนี้ โดยอยู่ที่  1,009,710 ราย สอดคล้องกับแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของนักวิชาการม.มหิดล หากแบบจำลองนี้มีความคาดเคลื่อนต่ำ ก็มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าผู้ติดเชื้อสะสมของไทยจะแตะ 4 ล้านคนในเดือนต.ค.นี้ ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการตรวจรักษาในระดับที่ลึกขึ้นนั้นไม่เพียงพอต่อการระบาดของโรค ผู้ติดเชื้อบางรายไม่ทราบว่าเชื้อลงปอดแล้วหรือไม่ ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อที่เห็นอาจจะไม่สะท้อนความเป็นจริง เนื่องจากในระบบการรักษาในโรงพยาบาลหรือ Hospitel ลดการกักตัวหรือรักษาจาก 14 วัน เหลือ 10 วัน แต่ในบางประเทศเพิ่มการกักตัวเป็น 21 วันเพื่อให้แน่ใจว่าเชื้อตายแล้ว และไม่เอาไปแพร่เชื้อให้ผู้อื่นอีก    

น.ส.อรุณี กล่าวอีกว่า อยากเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค. ทำหน้าที่ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์สักครั้งก่อนพ้นตำแหน่ง   โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดหารถโมบายเคลื่อนที่ เพื่อตรวจเอกซเรย์ปอดหาเชื้อให้กับผู้ป่วยโควิด ซึ่งจะสามารถส่งต่อโรงพยาบาลได้ทันท่วงที ลดอัตราการเสียชีวิตได้ รวมทั้งเร่งสั่งจองจัดหาวัคซีนที่ป้องกันสายพันธ์เดลต้าได้ และวัคซีน NOVAVAX ที่มีรายงานประสิทธิภาพสามารถป้องกันการแสดงอาการป่วยได้มากกว่า 90% และป้องกันป่วยหนักได้ 100%  ศบค.ต้องเร่งดำเนินการทันที โดยอาจจะใช้เป็นวัคซีนหลักหรือเป็นวัคซีนบูสเตอร์ก็ได้ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์บริหารผิดพลาดล้มเหลวจนยอดคนตายพุ่งสูง ต้องยอมเปิดหูเปิดตาดูตัวอย่างจากต่างประเทศว่าบริหารจัดการอย่างไร รอฟังแต่รายงานคนใกล้ชิดที่ประจบสอพลอ ถึงแก้ปัญหาไม่ได้  หยุดไล่ตามปัญหา แล้วเดินหน้าวางแผนงานป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ปัญหาตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่บุคลากรไม่พอ แต่ถามว่าเรามีวัคซีนในมือกี่โดส" น.ส.อรุณี กล่าว

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' โพสต์ข้อความติง ส.ส. อภิปรายทูตผลาญงบฟุ่มเฟือย ชี้!! อย่าด้อยค่าตัวแทนประเทศ

กลายเป็นอีกประเด็นชวนคิด ภายหลังการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท วาระสอง ในวันที่สอง ได้พิจารณาในมาตรา 10 งบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้รับงบประมาณ จำนวน 3,744 ล้านบาท

โดยช่วงหนึ่ง ส.ส. พรรคก้าวไกล ได้มีการอภิปรายเรื่องการจัดซื้อเครื่องอำนวยความสะดวกให้กับเอกอัครราชทูตไทยในหลายประเทศ ทั้งที่ข้าราชการทูตนั้นไม่ได้เหนือกว่าข้าราชการคนอื่น และใช้งบฟุ่มเฟือย โดยไม่เห็นหัวประชาชน ซึ่งเป็นการชี้ถึงใช้งบทางด้านทูตที่หลากหลายส่วนนั้น

ล่าสุด นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า...

อย่าด้อยค่าตัวแทนประเทศ!! 
.
ได้ยิน ส.ส.อภิปรายว่า เอกอัครราชทูตไทยที่ประจำในต่างประเทศ ไม่เห็นต้องเปลี่ยนรถใหม่  น่าจะซ่อมได้ ไม่เห็นหัวประชาชน

การอภิปรายของ ส.ส. เรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณแผ่นดินไม่เห็นต้องกระทบกระเทียบอะไรขนาดนั้น อยากเสนอตัดก็เสนอไป

ขอพูดแทนเอกอัครราชทูตและคนกระทรวงการต่างประเทศที่เขาเรียบร้อย ไม่กล้าตอแยกับ ส.ส. 

เอกอัครราชทูตและบุคคลในคณะทูต เป็นตัวแทนของประเทศ รถของเอกอัครราชทูตจะติดธงชาติไทย เอกอัครราชทูตถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ท่าน ส.ส.อยากเห็นรถที่ติดธงชาติไทยซอมซ่อ วิ่งไปเสียตายกลางถนนอย่างนั้นหรือ และค่าซ่อมรถในต่างประเทศ ค่าแรงซ่อมแพงมาก


ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1692979547554687&id=100005279737218

https://www.thaipost.net/main/detail/113856

อ้างอิง : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/955551


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘เสกสกล’ เหน็บ ‘ยิ่งลักษณ์’ ดราม่า ห่วงใยชาวนา บอกละอายใจแทน หนีไปอยู่ตปท. เหตุทุจริตจำนำข้าว 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุรัฐบาลล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาให้กับชาวนา ว่า น่าอับอายขายขี้หน้า ช่างกล้าออกมาโพสต์ทำท่าทีห่วงใยชาวนา สงสารชาวนา สงสารจริงหรือเปล่า หรือแกล้งสงสารกันแน่ 

นายเสกสกลกล่าวว่า ถ้าสงสารจริงปล่อยให้ชาวนาถูกโกงในยุคตัวเองทำไม ปล่อยให้ชาวนาเป็นหนี้เป็นสินทำไม ปล่อยให้ชาวนาต้องสิ้นเนื้อปะดาตัว จนต้องผูกคอตายมากมายหลายชีวิตทำไม หรือถ้าคิดว่าบริหารให้ชาวนามีอยู่มีกินจริง คิดว่าตนเองบริหารดีแล้ว ทำถูกต้องแล้วจะต้องหนีคดีโกงชาวนา ไปอยู่ดีมีสุขอยู่ต่างประเทศกับพี่ชายทำไม ปล่อยให้ลูกน้องรัฐมนตรี ข้าราชการ และพ่อค้า ติดคุกจนทุกวันนี้ นี่หรือคนเก่งคนดีที่ห่วงใยชาวนา หนีเอาตัวรอดเพียงคนเดียว ทอดทิ้งคนอื่นให้เดือดร้อนจนทุกวันนี้ ตนมองว่าเป็นคนเห็นแก่ตัวมากกว่าที่จะห่วงใยชาวนาจริงๆ แค่ดราม่า หวังเรียกร้องความเห็นใจความสนใจมากกว่า

นายเสกสกล กล่าวถึงโครงการจำนำข้าว “ทุกเมล็ด” สร้างปัญหาอะไรบ้าง เช่น ทำให้กลไกตลาดถูกบิดเบือน เพราะไปตั้งราคารับจำนำสูงลิ่ว ไม่คำนึงถึงความเป็นจริง ตามกลไกตลาด กระตุ้นเกษตรกรมุ่งปลูกข้าวเพื่อมาขายรัฐ เน้นปริมาณ ไม่สนคุณภาพ พ่อค้าข้าวก็ล่มจม เพราะซื้อข้าวแข่งรัฐไม่ได้ หันมาเปิดโกดังรับเก็บข้าวเปลือกให้รัฐ เป็นเสือนอนกินรูปแบบใหม่ รัฐต้องรับภาระค่าโกดัง-ค่าดูแลข้าวส่วนนี้ ปีละ 900 ล้านบาท เป็นการที่รัฐทำตัวเป็น “พ่อค้าข้าวขาใหญ่ที่สุดในประเทศ” เหมือนทำธุรกิจแข่งกับเอกชน โดยใช้เงินภาษีคนทั้งประเทศ แต่กำไรส่วนต่างกลับไปอยู่กับคนในรัฐบาลยุคนั้น จากการเช่าโกดังข้าว การเวียนเทียนขายข้าว การนำข้าวเพื่อนบ้านเข้ามาจำนำ และยังมี “สต๊อกลม” ที่ลือเลื่องอีก ถามว่ามันผิดกฎหมายหรือไม่ แถมซ้ำเติมคุณภาพข้าว ทำให้ไม่สามารถแข่งขันในตลาดข้าวของต่างประเทศได้อีกด้วย ขอวอนว่าเลิกปกปิด ซุกพรม หรือนั่งทับขี้เลย เขารู้ทันกันหมดทั้งประเทศแล้วว่าใครคือคนที่ทิ้งขี้ไว้ให้รัฐบาลนี้ชำระล้างกันแน่

นายเสกสกล กล่าวต่อว่า ตนละอายใจแทนจริงๆ ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ช่างกล้าออกมาห่วงใยชาวนา คิดว่าชาวนาควรจะออกมาชื่นชม หรือควรจะออกมาสาปแช่งมากกว่า ให้คิดเอาเองก็แล้วกัน แต่ทางที่ดีจะแกล้งออกมาห่วงใยชาวนา และโจมตีใส่รัฐบาลชุดนี้มากแค่ไหน แต่ก็คงทำให้ครอบครัวชาวนาที่ถูกโกงและวิญญาณชาวนาที่จากโลกนี้ไป จากผลงานช่วยเพิ่มหนี้สินให้ชาวนาจนสิ้นตัว ของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ คงจะมีแต่ชาวนาออกมาสาปแช่งชั่วนิรันดรมากกว่า

นายเสกสกล กล่าวว่าขณะที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์เร่งรัดใช้หนี้ชาวนา ค่าข้าวเปลือกตามใบประทวน กว่า 8.84 แสนล้านบาท ยังมีค่าบริหารโครงการขององค์การคลังสินค้า(อคส.) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อ.ต.ก.)ค่าภาระดอกเบี้ย ค่าเช่าคลังของเอกชนในการเก็บรักษาข้าว และค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก 8.4 หมื่นล้านบาท รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 9.68 แสนล้านบาท 

ประเมินธุรกิจจัดส่งอาหารโต 3 เท่าตัวโกยเงินมหาศาล

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในช่วงของไวรัสโควิด-19 ในประเทศยังไม่คลี่คลาย ส่งผลดีต่อธุรกิจจัดส่งอาหารฟู้ดดิลิเวอรี่ที่เป็นช่องทางหลักร้านอาหารและผู้บริโภค โดยคาดว่าตลอดทั้งปี 2564 จะมีผู้บริโภคสั่งฟู้ดดิลิเวอรี่ไม่น้อยกว่า 120 ล้านครั้ง หรือเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 ในปี 62 ที่มี 35 – 45 ล้านครั้ง 

สำหรับ ธุรกิจฟู้ดดิลิเวอรี่ในปี 2564 ประเมินว่า จะมีมูลค่าถึง 53,100 - 55,800 ล้านบาท หรือขยายตัว 18.4 – 24.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้มีส่วนผลักดันให้ธุรกิจจัดส่งอาหารขยายตัวอย่างมาก เช่นเดียวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปรับตัวมาใช้บริการจัดส่งอาหารเพิ่มขึ้นมาก ประกอบกับจำนวนร้านอาหารและผู้ส่งอาหารก็มีมากเช่นกัน จึงดึงดูดให้ผู้ประกอบการทั้งที่อยู่ในธุรกิจร้านอาหารและผู้ประกอบการนอกธุรกิจร้านอาหารสนใจเข้ามาลงทุนในตลาดฟู้ดดิลิเวอรี่เพิ่มขึ้น
  
อย่างไรก็ตามในด้านการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารที่สูง ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารมีการจัดทำโปรโมชั่นราคาพิเศษและปรับรูปแบบของเมนูอาหาร โดยร้านอาหารข้างทางมีมากขึ้น คาดว่าจะมีส่วนแบ่งรายได้มากกว่า 40% ของมูลค่ารวมของธุรกิจจัดส่งอาหาร จากเดิมในปี 63 อยู่ที่ 29%

สภาถกงบต่อวันที่ 2 “ก้าวไกล” ถามหาบรรทัดฐานแสดงภาพประกอบในห้องประชุม หลังถูกเบลอภาพ “บิ๊กป้อม” ด้าน “พิธา” เสนอตัดงบช่วยพัฒนาเมียนมาร์ ก่อนงบกระทรวงการคลังผ่านฉลุย

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 65 วาระ2 ต่อเป็นวันที่สอง ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่วาระประชุม นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ และนายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้หารือกรณีส.ส.พรรคก้าวไกล ที่นำภาพสไลด์มาประกอบการอภิปราย แต่ปรากฎว่าถูกเจ้าหน้าที่เบลอภาพ เช่น ภาพของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แต่บางพรรคเอารูปพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มาประกอบได้ อยากทราบว่า มีการพิจารณาเป็นบรรทัดฐานเดียวกันหรือไม่ เพราะนายศุภชัยมีหน้าที่รับผิดชอบกลั่นกรองสไลด์ และภาพ ที่นำมาอภิปราย โดยนายศุภชัย ชี้แจงยืนยันใช้บรรทัดฐานเดียวกันกับส.ส.ทุกคน ไม่เคยมีคำสั่งให้เบลอภาพพล.อ.ประวิตรหรือใครคนอื่น เว้นแต่เป็นเรื่องที่สะท้อนความรุนแรง และความเสียหาย เจ้าหน้าที่จะเสนอเรื่องขึ้นมาให้ตนพิจารณา การตัดสินใจของตนว่าสไลด์หรือภาพใดจะผ่านหรือไม่นั้น ไม่ได้วินิจฉัยคนเดียว แต่ผ่านการกลั่นกรองของสำนักกฎหมาย และสำนักประชุมอย่างรอบคอบ เรื่องนี้ตนระวังอยู่แล้วซึ่งให้ความเป็นธรรมกับทุกคน 

จากนั้น ประธานฯ ในที่ประชุม ได้ดำเนินการประชุมต่อเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ ในส่วนของมาตรา 9 งบประมาณกระทรวงการคลังและหน่วยงานในกำกับ วงเงิน  10,948,797,100 บาท โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ขอลดงบกระทรวงการคลังเหลือ 10,945,262,429บาท ในส่วนของสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน เกี่ยวกับโครงการพัฒนาเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมาร์ ที่กำลังมีปัญหาเรื่องผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ สูญหาย จากเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศ สิ่งที่รัฐบาลไทยควรทำตอนนี้คือ สร้างช่องทางการช่วยเหลือทางมนุษยธรรม โดยไม่ผ่านกองทัพ แต่การที่กระทรวงการคลังเสนอโครงการพัฒนาเมืองเมียวดี เพื่อช่วยเหลือรัฐบาลทหารเมียนมาร์ จึงจำเป็นต้องตัดลดงบประมาณส่วนนี้ด้วยเหตุผล 3 ข้อ คือ 1.มิติเศรษฐกิจที่ชายแดนแม่สอด - เมียวดียังมีสถานการณ์สู้รบบริเวณชายแดน และจีดีพีเมียนมาร์ปีนี้ติดลบ 18% การไปช่วยเหลือรัฐบาลเมียนมาร์มาจึงไม่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง 2.มิติหลักสากล ที่ทั้งสหประชาชาติและธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย ไม่มีหน่วยงานใดอนุญาตใดให้มีการเบิกจ่าย และชะลอโครงการช่วยเหลือพัฒนาเมียนมาร์ หลังเหตุการณ์รัฐประหาร แต่การที่กระทรวงการคลังยังสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารเมียนมาร์ เป็นการส่งสัญญาณว่าเราให้คุณค่ากับการปกครองแบบใด จึงต้องขอปรับลดงบกระทรวงคลัง

ด้าน นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอตัดงบกระทรวงการคลัง 5% จากหลายสาเหตุ อาทิ แนวคิดที่กำลังจะทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย เพื่อที่กระทรวงการคลังจะได้หารายได้เก็บภาษีจากบุหรี่ไฟฟ้า โดยกระทรวงกำลังจะศึกษาเรื่องนี้และยังได้เชิญบริษัทบุหรี่ไฟฟ้ามาให้ข้อมูลและร่วมเสวนา ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าทางการจะทำเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการพูดกันว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่ธรรมดา และทำให้สูบน้อยลง ในทางกลับกันข้อมูลจากประเทศอเมริกากลับระบุว่าบุหรี่ไฟฟ้าทำให้คนสูบหรี่มากขึ้น นอกจากนี้ ขอคัดค้านในส่วนของงบปะมาณช่วยเหลือเพื่อนบ้าน จำนวน 589 ล้านบาท โดยให้เป็นเงินที่นำไปให้ผู้รับเหมาสร้างถนน สะพาน ตนเสียดายเงิน และขอแนะนำให้กระทรวงการคลังควรให้เป็นทุนการศึกษามากกว่า ซึ่งจะเป็นผลดีต่อไทยและเพื่อนบ้านมากกว่า

จากนั้น เวลา 11.00 น. ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบมาตรา 9 งบประมาณกระทรวงการคลัง ตามที่กมธ.แก้ไข ด้วยคะแนนเห็นด้วย 252 เสียง ไม่เห็นด้วย 79 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง และไม่ลงคะแนน 2 เสียง 

‘นิกร’ ย้อนความหลัง ถ้า วันนี้บรรหารอยู่ คงได้ฟังคอมเม้นต์ สถานะการณ์บ้านเมือง

นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา เขียนข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว รำลึกเนื่องในวันคล้ายวันเกิด นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า "19 สิงหาคม เป็นวันคล้ายวันเกิดท่านบรรหาร ศิลปอาชา บุคคลสำคัญท่านหนึ่งซึ่งควรค่าที่ผมระลึกถึง ปกติตอนท่านยังอยู่เราก็จะเปิดบ้านจรัล รับมิตรสหายผู้คนที่มาอวยพร จากนั้นท่านบรรหารจะให้ผมจัดแถลงข่าวให้ความเห็นต่อสถานะการณ์บ้านเมืองในขณะนั้นโดยท่านมักจะให้ความเห็นที่เกิดประโยชน์ต่อบ้านเมืองอย่างไม่ละเลยแต่มีความเป็นกลางๆเสมอ ช่วงหลังที่ท่านจากไปแล้วพวกเราจะไปร่วมทำบุญเพื่อท่านที่ครอบครัวศิลปอาชาจัดขึ้นที่สุพรรณบุรีทุกปี แต่ปีนี้ด้วยสถานการณ์COVID-19 จึงต้องงดไปในปีนี้ แต่ไม่เป็นไรเพราะไม่ว่าจะเป็นเมื่อใด อย่างไร ท่านก็จะอยู่ในใจของพวกเราเสมอไป"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top