Sunday, 8 November 2026
POLITICS NEWS

ศรีสุวรรณ เรียก "โลโซลูกนัท" หลังแจ้งความสน.ชนะสงคราม ฝ่ากฎหมายร่วมม็อบ-แต่งกายเลียนแบบไม่เหมาะสม

ที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ "ไฮโซลูกนัท" ทายาทนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งได้เข้าร่วมกิจกรรมการชุมนุมทางการเมืองกับกลุ่มทะลุฟ้าเมื่อวันที่ 22 ส.ค.64 ที่ผ่านมาบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีฐานความผิดหลายข้อหา อันก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองนั้น

การกระทำดังกล่าวเริ่มต้นที่สี่แยกคอกวัว แล้วเคลื่อนขบวนพาเหรดกีฬาสีทะลุฟ้า ไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อันเป็นการกีดขวางทางสัญจรของประชาชน มีการปราศรัยผ่านเครื่องขยายเสียง ซึ่งมีแนวร่วมส่งเสียงโหวกเวก เป็นที่เบื่อหน่าย สร้างความเดือดร้อนรำคาญ และสร้างความเสียหายให้กับประชาชนและสาธารณะ อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหลายฉบับ เป็นพฤติการณ์ที่ไม่ย่ำเกรงกฎหมายของบ้านเมือง ทั้งๆที่นายธนัตถ์เคยเป็นถึงผู้สมัคร ส.ส. เป็นผู้มีมีการศึกษาสูง ควรที่จะมีสำนึกรับผิดชอบต่อบ้านเมือง รู้ชอบชั่วดี แยกผิด แยกถูกได้ แต่กลับมาเป็นแกนนำสร้างความปั่นป่วนให้บ้านเมือง

การกระทำของไฮโซลูกนัท มีหลายกระทงความผิดด้วยกัน อาทิ ความผิดฐานฝ่าฝืน มาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง(ฉบับที่ 9) ลงวันที่ 3 ส.ค.64, ความผิดฐานฝ่าฝืน หรือการกระทำใดๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ที่เป็นเหตุให้เกิดโรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไป ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558

อีกทั้งยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.215 ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป  หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วสุมให้เลิกไปแล้วไม่เลิก ตาม ม.216, ความผิดฐานกีดขวางการจราจร ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก 2522 และยังพบว่าบริเวณรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมีการพ่นข้อความในลักษณะหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์และพระราชินี ตาม ปอ.112 ด้วย ซึ่งไฮโซลูกนัทและผู้ที่ร่วมชุมนุมดังกล่าวย่อมต้องถือว่าเป็นตัวการในการกระทำความผิดมาตราดังกล่าวด้วย ตาม ป.อ.มาตรา 83 นอกจากนั้นยังแต่กาย Cosplay ใส่สูท สะพายกล้อง ตาบอดในลักษณะล้อเลียนเบื้องสูง ทำให้มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมกันมากมายทั้งประเทศ

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงไม่อาจปล่อยให้นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย ซึ่งต้องเรียกใหม่ว่า "โลโซลูกนัท" ย่ามใจในการชุมนุมที่ผิดกฎหมายสร้างความปั่นป่วนให้กับสังคมดังกล่าวต่อไปอีกได้ จึงนำความพร้อมพยานหลักฐานมาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงครามในวันนี้ เพื่อดำเนินการสอบสวนเอาผิดและดำเนินคดีตามครรลองของกฎหมาย เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อสังคม

“ก้าวไกล” ยันจุดยืนแก้รธน. หนุนบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เสนอ ปรับปรุงคำนวณคะแนนรธน.ปี 40 เอื้อพรรคใหญ่ โว ใครจะไปรู้ บัตร 2 ใบ ปี 40 ก้าวไกลอาจได้แลนด์สไลด์ 

ที่รัฐสภา นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก และนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่. … พ.ศ. … (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือก) รัฐสภา แถลงจุดยืนของพรรคก้าวไกลต่อวาระการประชุมร่วมรัฐสภา ในวันที่ 24-25 ส.ค.เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 

โดยนาย ปดิพัทธ์ กล่าวว่า จุดยืนของพรรคก้าวไกล คือ 1.สนับสนุนการแก้ไขกติกาการเลือกตั้งให้ใช้บัตร 2 ใบ และไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมกลายพันธุ์ตามรัฐธรรมนูญ 60 อันเป็นปัญหาทางการเมืองและความไม่สง่างามของรัฐสภาในปัจจุบัน 2.ขอเสนอให้ปรับปรุงกติกาการคำนวณคะแนนของรัฐธรรมนูญปี 40 ที่เหมือนกับที่พรรคพลังประชารัฐ และพรรคเพื่อไทยเสนอ เพราะถึงจะเป็นการส่งเสริมความมั่นคงของพรรคการเมือง แต่มีความชัดเจนในข้อเท็จจริงว่าเป็นการคำนวณคะแนนที่เบี่ยงเบน ไม่สะท้อนเสียงที่ถูกต้องของประชาชนที่ลงคะแนน และเอื้อประโยชน์ให้ให้กับพรรคการเมืองขนาดใหญ่ 3.ขอเสนอการคำนวณจำนวนเก้าอี้ ส.ส. ด้วยระบบจัดสรรปันสัดส่วนที่ถูกต้อง เพื่อให้จำนวนเก้าอี้ ส.ส. ตรงกับจำนวนคะแนนของพรรคที่ได้รับในการเลือกตั้ง ซึ่งจะก่อให้เกิดความเป็นธรรม สะท้อนเจตจำนงของประชาชนได้อย่างถูกต้อง ป้องกันการเกิดเสียงข้างมากและทำให้การเลือกตั้งเป็นกระบวนการสร้างฉันทามติ

นายปดิพัทธ์ กล่าวต่อว่า 4.พรรคก้าวไกลยืนหยัดในความถูกต้อง ชอบธรรมของกระบวนการนิติบัญญัติ เนื่องจากการพิจารณาในชั้นกมธ. มีกมธ.จำนวนมากและนักวิชาการทางกฎหมาย ได้ชี้ถึงประเด็นที่บกพร่องในร่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนหลักการไว้แคบมากให้แก้ไขเพียง 2 มาตรา เหตุผลประกอบหลักการที่ขัดแย้งในตัวเอง และกมธ.เสียงข้างมากที่หยิบเอามาตราที่รัฐสภามีมติไม่เห็นชอบไปแล้วในวาระที่ 1 มาเพิ่มในชั้นกมธ. การเพิ่มเติมและตัดมาตราอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในหลักการ ถือเป็นการกระทำที่ทำลายหลักความถูกต้องของกระบวนการนิติบัญญัติ รวมถึงจะสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่จะเป็นแหล่งอ้างอิงที่อันตรายในอนาคตและสุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ ดังนั้น นายธีรัจชัย จึงได้เสนอญัตติด่วนให้รัฐสภาวินิจฉัยก่อนจะพิจารณาในวาระ 2 และนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เสนอการแปรญัตติสงวนความเห็นในมาตรา 83 และ 91 เท่านั้น เพื่อเป็นทางออกให้กับรัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศอย่างถูกต้อง รอบคอบที่สุด

ด้าน นายธีรัจชัย กล่าวถึงญัตติขอให้รัฐสภาวินิจฉัยตีความข้อบังคับรัฐสภา ว่า ในการทำงานของคณะกมธ.มีการพิจารณาว่า สามารถแก้ไขให้เหมือนร่างของพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทยที่ถูกตีตกในชั้นรับหลักการไปแล้วได้หรือไม่ นอกจากนี้ กมธ.บางคนยังได้อ้างถึงข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 114 หลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ให้กำหนดโดยชัดแจ้ง หมายความว่า แก้ไขได้เฉพาะมาตรา 83 และมาตรา 91 เท่านั้น แต่ที่แก้ไขปัจจุบันมีการแก้ไขที่นอกเหนือจาก 2 มาตรานี้ ซึ่งกมธ.บางคนได้ระบุไว้ระหว่างการพิจารณาว่าสามารถนำสิ่งที่ถูกตีตกแล้วมาใส่ไว้ได้ แต่ตามข้อบังคับรัฐสภาข้อที่ 124 กำหนดไว้ว่าให้สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้แปรญัตติเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลง แต่ในชั้นกมธ.นั้น กมธ.กลับเป็นผู้เสนอแก้ไขเอง โดยไม่ได้มาจาก ส.ส.หรือส.ว.แปรญัตติ ขณะเดียวกันกระบวนการพิจารณากฎหมายมหาชน หลักคือไม่มีกฎหมาย ไม่มีอำนาจ ซึ่งกมธ.ไม่มีกฎหมายให้อำนาจว่าจะต้องแก้ไขขัดต่อหลักการหรือเกินกว่าหลักการได้ แต่สามารถแก้อะไรก็ได้ภายใต้หลักการ ที่ผ่านมาในชั้นกมธ. ไม่ให้กมธ.ลงมติว่าเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติหรือไม่ แต่บอกว่าหากผู้แปรญัตติไม่เห็นด้วยกับกมธ.ให้สงวนความเห็น การกระทำเช่นนี้ถือว่าไม่ชอบ

เมื่อถามถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าพรรคก้าวไกลแก้ระบบเลือกตั้งเพื่อให้พรรคได้ประโยชน์ นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า ระบบการเลือกตั้งที่พรรคก้าวไกลได้ประโยชน์ที่สุดคือบัตรใบเดียว เพราะจะทำให้เราได้ ส.ส.จำนวนมาก แต่ต่อให้เป็นบัตร 2 ใบ แบบปี 40 ใครจะไปรู้ แลนด์สไลด์รอบหน้าอาจจะมาที่พรรคก้าวไกลก็เป็นไปได้ ตั้งแต่วาระที่ 1 พรรคก้าวไกลได้เคยยืนยันไปแล้วว่านักการเมืองไม่ควรมาเถียงกันเอง แต่ควรเป็นเรื่องของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ในการร่างรัฐธรรมนูญและเคยบอกไปแล้วว่าหากแก้ระบบเลือกตั้งแต่ไม่ปิดสวิตช์ ส.ว. ไม่มีประโยชน์ แต่ตอนนี้ต้องสู้เพื่อความถูกต้อง คือกระบวนการนิติบัญญัติจะต้องถุกต้อง หากผ่านไปเช่นนี้จะเป็นปัญหาในอนาคตและเป็นบรรทัดฐานอย่างไม่รู้จบ พรรคก้าวไกลไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง แต่สู้เพื่อความถูกของกติกา

เมื่อถามว่าจะมีการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า เป็นขั้นตอนต่อไป เราจะสู้เรื่องการวินิจฉัยข้อบังคับก่อน ไม่แน่ว่าเราอาจจะชนะในรอบนี้ก็ได้

“บิ๊กตู่” สั่งติดตามผู้ป่วยโควิดที่กักตัวที่บ้านและดูแลผ่านระบบออนไลน์

ที่ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ผ่านระบบ Video Conference โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวในที่ประชุม ตอนหนึ่งว่า ขอให้ติดตามผู้ป่วยโควิด - 19 ที่กักตัวที่บ้านและดูแลผ่านระบบออนไลน์ โดยขอให้ทำงานต่อไป ทุกโรงพยาบาลให้มีการดูแลผู้ป่วย นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังขอให้ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณให้เพียงพอ และยังกล่าวถึงการพัฒนาวิจัยวัคซีนโควิด- 19  mRNAของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งคืบหน้าไปอย่างมากโดยขอให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมไปถึงกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นได้ติดตามอย่างใกล้ชิดนอกจากนี้ยังขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

“บิ๊กตู่”มอบโฆษกรัฐบาล ถวายเครื่องสักการะเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2564

ที่วัดราชาธิวาสวิหาร นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แทน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถวายเครื่องสักการะ ประกอบด้วย ธูปเทียนแพ พุ่มดอกไม้ ผ้าไตร และเครื่องไทยธรรม ถวายแด่พระธรรมกิตติเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสวิหาร เจ้าคณะภาค 16, 17, 18 และประธานศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2564 

สายเขียวเฮ ! ปลดล็อค เสรี "กระท่อม" แล้ว มีไว้ครอบครอง ซื้อขายได้ “รมว.ยธ.” เผยปล่อยตัวนักโทษกระท่อม 1,038 คน 

ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงปลดล็อค ให้พืชกระท่อมไม่เป็นยาเสพติดให้โทษอีกต่อไป หลังเริ่มมีผลบังคับใช้พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฉบับที่8 พ.ศ. 2564 วันนี้เป็นวันแรก โดยให้ถือว่าประชาชนสามารถปลูกพืชกระท่อมได้อย่างเสรี หรือจะบริโภคก็สามารถทำได้ ส่วนกรณีการเทียบสัดส่วน 4×100 ยังเป็การผิดกฎหมายอยู่ 

โดยสาระสำคัญการบังคับใชกฎหมายคือให้ผู้ที่ปลูกกระท่อม ไว้ครอบครองสามารถซื้อ ขาย หรือนำมาบดเคี้ยวได้ และปลูกต้นกระท่อมเพิ่มเติมได้ นอกจากนี้ยังขยายไปถึงการสามารถส่งขายเป็นพาณิชยกรรม อุตสาหกรรมโดยไม่ต้องขออนุญาต และหลังจากนี้จะมีการออกกฎหมายรองตามมา ซึ่งจะมีบทบัญญัติเพิ่มเติม อาทิ การกำหนดห้ามขายให้แก่เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ซึ่งเป็นเยาวชน รวมถึงสตรีมีครรภ์ และเตรียมกำหนดสถานที่ห้ามขาย เช่น ในโรงเรียน วัด ส่วนประเภทธุรกิจการส่งออกหรือนำเข้านั้นจะต้องขออนุญาต

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่าสำหรับผู้ที่ถูกดำเนินคดี อยู่ในเรือนจำ 1,038  คน จะได้รับการปล่อยตัว รวมถึงในชั้นตำรวจ และอัยการ ประมาณ 1 หมื่นคน จะถือว่าไม่เคยกระทำความผิด

จับตา ครม. พิจาณา ATK 8.5 ล้านชุด หลังมีรายงานข่าว “บิ๊กตู่”ไฟเขียวจัดซื้อ ขณะที่กระทรวงยุติธรรม เตรียมเสนอชื่อ หมอไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ นั่ง อธิบดีดีเอสไอ “ลุ้นระทึก”ตัวแทนภัตตาคาร-ร้านอาหาร พบ ‘อนุทิน’ บ่ายนี้ขอผ่อนคลายมาตรการที่เป็นรายได้หลัก

ที่ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ผ่านระบบ Video Conference 

โดยที่ประชุมครม. จะมีการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ปริมาณเตียงคงเหลือ ซึ่งขณะนี้มีแนวโน้มอัตราการติดเขื้อที่ลดลง /การจัดการวัคซีน/ รวมไปถึงต้องจับตานายกรัฐมนตรีจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ในการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ โดยเฉพาะ Antigen Rapid Test Kit หรือ ATK ที่มีการสั่งการให้องค์การเภสัช หรือ อภ.จัดซื้อผ่านงบจองสปสช.จำนวน 8.5 ล้านชิ้น  หลังมีรายงานข่าวว่านายกรัฐมนตรี อนุมัติให้มีการจัดซื้อ ส่วนจะต้องผ่านการรับรององค์การอนามัยโลกหรือไม่นั้นต้องรอมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

ขณะที่กระทรวงการคลัง จะเสนอพิจารณาคงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ร้อยละ 7  หลังมติครม.วันที่ 25 สิงหาคม 2563 ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2564  ซึ่งใกล้จะครบกำหนดวันสิ้นสุดแล้ว

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีจะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา การอุดหนุนค่าอุปกรณ์การเรียนของนักเรียนสายอาชีพ อาชีวศึกษา  รวมไปถึงเสนอการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการของสำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี อีกทั้งมีรายงานว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เตรียมเสนอชื่อ  นายแพทย์ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ แทน พันตำรวจโท กรวัชร์ ปานประภากร ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2564 นี้

อย่างไรก็ตาม บ่ายวันเดียวกันนี้ ที่ห้องชัยนาทนเรทร ตึกสป. กระทรวงสาธารณสุข สมาคม ภัตตาคารไทยโดยนางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย นำตัวแทนสมาคมและภาคธุรกิจเอกชน รวมถึงตัวแทนผู้บริโภค อย่างนายสุชาติ ชวางกูร เข้าหารือกับ กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอความชัดเจนในแนวทางการกลับมาประกอบธุรกิจอีกครั้ง หลังจากมีมาตรการล็อกดาวน์ และสั่งห้ามไม่ให้นั่งรับประทานอาหารที่ร้านตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารได้รับผลกระทบอย่างหนักโดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องปิดกิจการลง เพราะรายได้หลักของร้านอาหารกว่า 80% มาจากนั่งรับประทานที่ร้าน จากมูลค่าธุรกิจอาหารในไทยกว่า 1,400 ล้านบาทต่อวัน เมื่อเกิดการระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ และไม่สามารถนั่งทานที่ร้านได้ เท่ากับยอดขายหายไป 80% คิดเป็นรายได้ที่ธุรกิจสูญเสียกว่า 1,100 ล้านบาทต่อวัน รวมช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาหายไปจากระบบเศรษฐกิจกว่า 34,100 ล้านบาท โดยประเด็นสำคัญคือการเปิดให้นั่งในร้านอาหาร ทั้งในและนอกห้างสรรพสินค้า ,วัคซีน สำหรับร้านค้า ทั่งคนไทยและต่างด้าว รวมทั้งมาตรการ ข้อเสนอ การทำ Restaurant Sandbox

สำหรับผู้แทน ที่ตะเจ้าพบนายอนุทิน บ่ายนี้ อาทิ นายประวิทย์ จิตนราพงศ์ blackanyon นายชาญ เรืองรุ่ง แม่ศรีเรือน นายชุมพล แจ้งไพร Rharn นายเกษมสันต์ สัตยารักษ์ Copper Buffet นายบุญยง ตันสกุล Zen นายดุษฎี พลานุวัตร เพื่อนแท้ร้านอาหาร นางอนัญญา พลเยี่ยม เจ๊ญา ส้มตำเมืองทอง ดร.นิษฐา รัชไชยบุญ สีฟ้า นายนพพร วิทูรชาติ เมกกะบางนา สุชาติ ชวางกูร ผู้บริโภค คุณลินดา บูรณชนม์ ครัวเจ๊ง้อ คุณนันทภัส อัจมาลย์วรา waterside นายภูสิทธิ์ วิสุทธิธาดา สามเสนวิลล่า เป็นต้น

"สิระ" ยัง ไม่จ่าย 1 ล้าน กังขา "ไฮโซลูกนัท" ตาบอดจริงหรือไม่ หลังแหล่งข่าวกระซิบมองเห็น 15% ยันไม่บ่ายเบี่ยง ลั่น เงินมีเยอะ ท้า ตรวจหมอคนกลางรพ.รัฐ 3 คน พิสูจน์ความจริง

ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ได้มีการท้าพิสูจน์กับนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท ว่าดวงตาบอดสนิทจริงหรือไม่ ว่า วันนี้ไม่ขอเรียกว่าไฮโซลูกนัทแล้ว ขอเรียกนายธนัตถ์ เพราะรู้สึกว่าพ่อแม่ของนายธนัตถ์ไม่แฮปปี้ตามที่เป็นข่าว เพราะได้ไปร่วมชุมนุม ส่วนเรื่องของดวงตา เมื่อวานนี้ตนบอกว่าหากนายธนัตถ์ตาบอดสนิทและต้องหาแพทย์มายืนยันพร้อมใบรับรองแพทย์ ตนพร้อมให้เงิน 1 ล้านบาท ซึ่งเมื่อคืนนี้เห็นว่ามีใบรับรองแพทย์แล้ว และแพทย์บอกว่าต้องรักษาดวงตา 6 เดือน ถามว่าตอนนี้บอดสนิทจริงหรือไม่ ซึ่งที่ตนทราบมาจากแหล่งข่าว อาจเป็นข่าวดีของนายธนัตถ์ว่ามองเห็นแล้ว 15% ซึ่งหากเป็นข่าวดีและข่าวจริงก็ขอแสดงความดีใจกับนายธนัตถ์ว่าดวงตาพอมองเห็น

นายสิระ กล่าวต่อว่านายธนัตถ์ได้ไปออกรายการโทรทัศน์ ซึ่งตนจับผิดได้หลายเรื่อง คือการที่นายธนัตถ์มาแหกตาตัวเองก็แหกตาได้คนเดียว จะแหกตาคนทั้งประเทศไม่ได้ แค่นิ้วอยู่ใกล้ดวงตา ตาก็กระพริบ คนตาบอดที่ไหนจะกระพริบตา และเมื่อวานนี้แพทย์ไปหรือไม่ ก็ไม่ได้ไป ใครเขาจะให้คนตาใกล้บอดไปแหกตาออกทีวี พิธีกรใจร้ายไปหรือไม่ นายธนัตถ์แหกตาตัวเองเพื่ออะไร เรื่องนี้ต้องให้แพทย์แหก ต้องการแหกตาตัวเองเพื่อแหกตาคนทั้งประเทศหรือ หากนายธนัตถ์ตาบอดสนิทจริง ใบรับรองแพทย์ต้องระบุว่าไม่สามารถรักษาได้ แล้วทำไมถึงบอกว่าต้องรักษา 6 เดือน หากตาบอดจริงไปถามแพทย์เลยว่าต้องควักดวงตาออกหรือไม่ เมื่อควักดวงตาออกแล้วจะใส่ดวงตาเทียมหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากตาบอดจริงตนต้องขอแสดงความเสียใจกับนายธนัตถ์ และตนจะพานายธนัตถ์ไปสภากาชาดไทยเพื่อขอไปรับบริจาคดวงตาจากผู้มีจิตศรัทธา

“ถ้านายธนัตถ์แน่จริง วันจันทร์นัดเจอกัน ไม่เอาที่สภา มาที่บ้านผมก็ได้ ผมเอาเงิน 1 ล้านบาท ส่วนนายธนัตถ์เอาเงิน 10 ล้านบาทมาประกบกันและหลังจากอภิปรายไม่ไว้วางใจไปหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ให้แพทย์คนกลางมาตรวจสอบ 3 คนว่านายธนัตถ์ตาบอดจริงหรือไม่ ผมก็กลัวว่าตอนนี้ที่บ้านไม่เอาด้วย นายธนัตถ์จะมีเงิน 10 ล้านบาทหรือไม่ ซึ่งหากนายธนัตถ์ไม่ได้ตาบอดจริง ผมก็ขอให้นายธนัตถ์เอาเงิน 10 ล้านบาทไปซื้อข้าวหอมมะลิแจกคนหลักสี่-จตุจักร และผมจะบอกว่าเงินค่าข้าวสารหอมมะลินี้มาจากนายธนัตถ์” นายสิระ กล่าว

เมื่อถามว่าวันนี้นายธนัตถ์จะเดินทางมาที่รัฐสภาจะไปเจอกันหรือไม่ นายสิระ กล่าวว่า ไม่เจอ เพราะว่าสิ่งที่เขานำมาแพทย์คนเดียวจะวินิจฉัยถูกหรือไม่ เคยเห็นหรือไม่แพทย์ลืมผ้าก๊อซในช่องท้อง หรือแพทย์วินิจฉัยโรคและทำให้คนตาย วันนี้หากนายธนัตถ์ตาบอดจริงไปเบิกประกันหรือยัง ตนเชื่อว่ามีการทำประกัน ไปถามประกันเลยว่านายธนัตถ์ได้มาทำเรื่องตาบอดสนิทหรือยัง

เมื่อถามว่าเป็นการบ่ายเบี่ยงที่จะไม่จ่ายเงินหรือไม่ นายสิระ กล่าวว่า "ไม่ใช่บ่ายเบี่ยง ถามว่าแพทย์คนเดียวจะเชื่อได้หรือไม่ว่าวินิจฉัยถูกต้อง และแพทย์คนนั้นเป็นคนรักษาซึ่งรับเงินค่ารักษาจากนายธนัตถ์อยู่แล้ว ทำไมไม่เอาแพทย์คนกลาง เงินน่ะผมมีเยอะ ผมต้องการจ่ายและจะแสดงความยินดีกับนายธนัตถ์ที่ไม่เสียดวงตา แต่หากตาไม่บอดจริง นายธนัตถ์ก็ต้องทำตามที่พูด หากอยากพิสูจน์ความจริงเอาแพทย์คนกลางจากโรงพยาบาลรัฐบาล หากนายธนัตถ์แน่จริงมั่นใจว่าดวงตาบอดสนิท ทำไมไม่ยอมพิสูจน์กับหมอคนกลาง ผมคิดว่าแฟร์ๆ" 

“สมศักดิ์” โยนผู้บริหาร รพ.ราชทัณฑ์ เคาะให้ “เพนกวิน” ออกไปรักษาโควิด นอกคุกหรือไม่

ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มารดาของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน จะขอพาตัวเพรกวินไปรักษาโควิด-19 ที่โรงพยาบาลศูนย์ธรรมศาสตร์ ว่า ผู้บริหารกระทรวงจะเป็นผู้พิจารณา ถ้าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไม่สามารถรักษาได้ ก็ต้องช่วย แต่ส่วนตัวเชื่อว่าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ มีมาตรฐานในการรักษาผู้ป่วยอยู่แล้ว และเรื่องนี้อยากให้ส่วนราชการไปบริหารจัดการ ฝ่ายการเมืองไม่ควรยุ่งเกี่ยวเพราะเกรงจะเป็นประเด็นที่ยาวไปอีก ซึ่งเชื่อข้าราชการจะพิจารณาได้ อย่างรอบคอบ

“หากอนุญาตให้ไปรักษาตัวภายนอก เกรงว่าจะทำให้นักโทษคนอื่นเอาอย่างได้ ขอย้ำว่าโรงพยาบาลราชทันฑ์มีมาตรฐานในการรักษาที่ดีเหมือนโรงพยาบาลทั่วไปอยู่แล้ว” นายสมศักดิ์ กล่าว

ลุ้นครม. ต่ออายุคงการจัดเก็บแวด 7% อีก 1 ปี 

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบ Video Conference วันที่ 24 สิงหาคม นี้ มีวาระที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจจากหน่วยงานต่าง ๆ เสนอเข้ามาให้กับที่ประชุมพิจารณา โดยกระทรวงการคลัง เสนอพิจารณาคงการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% ต่อไปอีก หลังจากเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.64 โดยจะเสนอขยายภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ออกไปอีก 1 ปี  มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.64 - 30 ก.ย.65 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน 

ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังยังเสนอขอแก้ไขสัญญากู้จากองค์การการค้าความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น เลขที่ TXXXV-1 สำหรับโครงการพัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม สนับสนุนการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถ ภาคอุตสาหกรรมในประเทศและภูมิภาค และรายงานผลของกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 - 2563 รวม 2 ฉบับ เช่นเดียวกับรายงานกิจการประจำปี งบดุลบัญชีกำไรและขาดทุนของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563

นอกจากนี้ยังคาดว่า ในการประชุมครม. ครั้งนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงินฯ จะเสนอการเยียวยาผู้ประกันตนที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมการระบาดสูงสุด 13 จังหวัดที่ทางรัฐบาลได้ประกาศล็อกดาวน์อีก 1 เดือน ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งกระทรวงศึกษาธิการ ยังเตรียมเสนอแนวทางการเยียวยาการอุดหนุนค่าอุปกรณ์การเรียนของนักเรียนสายอาชีพ อาชีวศึกษาด้วย

“บิ๊กตู่” ไฟเขียวโครงการประกันรายได้ข้าว ฤดูกาลใหม่

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน เห็นชอบหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 64/65 รอบที่ 1 และเห็นชอบในหลักการมาตรการคู่ขนาน โดยมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหารือแนวทางการจัดสรรงบประมาณพร้อมจัดทำรายละเอียดให้ชัดเจนเพื่อนำเสนอครม. พิจารณาต่อไป  ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ย้ำให้ใช้จ่ายงบประมาณในการดำเนินโครงการต่าง ๆ ให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่าต่อประชาชนเกษตรกรได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

สำหรับโครงการประกันรายได้ฯ กำหนดเป้าหมายเกษตรกรในพื้นที่เพาะปลูกข้าวทั่วประเทศ ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร 4.689 ล้านครัวเรือน โดยราคาและปริมาณประกันรายได้ คือ ราคาความชื้นไม่เกิน 15% ไม่เกินครัวเรือนละ 40 ไร่ยกเว้นข้าวเจ้า ไม่เกิน 50 ไร่ โดยชดเชยเป็นจำนวนตันในแต่ละชนิดข้าว คือ ข้าวเปลือกหอมมะลิ 15,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ 14,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า 10,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี 11,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน และข้าวเปลือกเหนียว 12,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน

“นายกฯ ยังแสดงความห่วงใยต่อปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าวไทย เช่น การแข่งขันกับต่างประเทศที่มีราคาข้าวถูกกว่าของไทย การขาดแคลนตู้สินค้า ค่าระวางเรือที่สูง โรงสีขาดสภาพคล่อง สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แม้ผู้ส่งออกจะได้รับผลดีในเรื่องของค่าเงินบาทที่อ่อนค่าถึง 8% จึงอยากให้ทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก รวมถึงการบริหารจัดการตู้สินค้าสำหรับข้าวให้เพียงพอ และเสนอแนะแนวทางช่วยเหลือชาวนาภาคอีสานที่ทำนาได้ปีละครั้งให้หันมาปลูกพืชอื่นควบคู่การปลูกข้าวให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และปริมาณน้ำ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นแทนการเข้ามาหางานทำในเมืองด้วย”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top