Sunday, 8 November 2026
POLITICS NEWS

“แรมโบ้” ไม่เลิก “ณัฐวุฒิ – สมบัติ” มอบฝ่ายกม.ดำเนินคดีอีกเพียบ ลั่น ต้องส่งเข้าคุกให้ได้

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นัดชุมนุมคาร์ม็อบวันที่ 29 ส.ค. ว่า ขอให้นายณัฐวุฒิ และนายสมบัติ มีจิตสำนึกก่อนจะออกมาเคลื่อนไหวว่าจะทำให้บ้านเมืองเกิดความเสียหายมากน้อยแค่ไหน ประชาชนเดือดร้อนหรือไม่ ที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวสร้างความรุนแรง มีประชาชน ตำรวจ ได้รับบาดเจ็บ และเสี่ยงต่อการระบาดของโควิด-19 

หากเกิดคลัสเตอร์ใหม่จะเพิ่มภาระให้บุคลากรทางการแพทย์ และนายณัฐวุฒิ นายสมบัติ จะต้องรับผิดชอบเพราะเป็นทั้งตัวการสั่งการให้ทำผิดกฎหมาย และร่วมกระทำการอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความไม่สงบ หวังกดดันให้นายกฯลาออก เพื่อให้ฝ่ายตนเองได้รับประโยชน์หวังกลับมามีอำนาจรัฐ รับโบนัสกันจากนายทุนใหญ่หากเห็นแก่บ้านเมืองและประชาชน คงหยุดการเคลื่อนไหวไปตั้งนานแล้ว จึงขอย้ำกับประชาชน หรือเยาวชนที่จะเข้าร่วมกับนายณัฐวุฒิ ว่ากำลังถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือ และให้ทำผิดกฎหมาย

นายเสกสกล กล่าวว่า ตนจึงต้องตัดไฟต้นลม โดยให้ฝ่ายกฎหมายเตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับทั้งสองคนเพิ่มเติมอีกหลายกระทง ต่างกรรมต่างวาระ เพื่อให้สองคนที่กำลังคิดร้ายต่อแผ่นดินไทย เข้าไปอยู่ในคุกให้ได้ ไม่ให้ทำตัวเป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชน คนหนักแผ่นดินเช่นนี้ เป็นภัยร้ายต่อประเทศชาติบ้านเมือง ไม่สมควรมีที่ยืนในสังคม

“สงคราม” ชี้พรรคที่ไม่อยากแก้กลัวเสียอำนาจต่อรองรัฐธรรมนูญแก้ไขยากเหตุกระทบสืบทอดอำนาจเผด็จการ

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เข้าสู่ที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎร เป็นการแก้ไขที่ว่า ด้วยระบบเลือกตั้ง ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ นำเข้าสู่การพิจารณาเห็นชอบในวาระที่สอง แบบทีละมาตรา และเมื่อรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระสองแล้วก่อนที่จะมีการพิจารณา ในวาระที่ 3 ต่อไป ถ้าหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภา ก็ถือได้ว่าเป็นความสำเร็จครั้งแรกในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากถูกคว่ำจากวุฒิสภา และถูกเตะถ่วงจากฟากรัฐบาลอยู่หลายรอบ

ทั้งนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91)” หรือเรียกกันง่ายๆ ที่แก้ไขระบบเลือกตั้งให้กลับไปคล้ายกับรัฐธรรมนูญ 2540 คือให้มีบัตรเลือกตั้งสองใบที่แยก ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อออกจากกัน รวมทั้งปรับสัดส่วนให้มี ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน  เป็นไปตามรูปแบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูนปี 2540 ที่ประชาชนมีความคุ้นเคย และสะท้อนถึงความนิยมของพรรคการเมือง รวมทั้งพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงข้างมากสามารถที่จะนำนโยบายพรรคการเมืองหาเสียงไว้ มาสู่การปฎิบัติได้ 

นายสงคราม   กล่าวด้วยว่า  การเลือกตั้งที่ผ่านมา พบว่าหลายฝ่ายต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์รูปแบบการเลือกตั้งว่าไม่เป็นไปตามเจตนารมย์ของประชาชน ชี้ชัดว่าระบบเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ว่ามีปัญหาหลายด้าน และเป็นการเลือกตั้งที่ผู้มีอำนาจกำหนดได้ ไม่สะท้อนความต้องการของประชาชน รวมทั้งไม่สามารถป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียงได้จริง และทำให้การเมืองอ่อนแอเพราะมีจำนวนพรรคการเมืองที่มากเกินไปส่งผลให้การเมืองไม่มีเสถียรภาพและมีการต่อรองทางการเมืองกันมาก 

“ด้วยเหตุนี้การกลับไปหาระบบเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2540 แบบดั้งเดิมย่อมทำให้พรรคการเมือง เช่น พรรคขนาดกลางรวมทั้งพรรคขนาดเล็ก หวั่นเกรงว่าจะเสียเปรียบในการเลือกตั้ง  เหตุผลที่ใช้ในการคัดค้านระบบเพราะจะกระทบกับการสืบทอดอำนาจและผลโยชน์ให้กับพรรคใหญ่และเปิดโอกาสให้พรรคที่ คสช. หนุนหลังมีอำนาจเบ็ดเสร็จมากยิ่งขึ้นในการเลือกตั้งครั้งหน้าโดยไม่ต้องกังวลกับเสียงพรรคเล็กพรรคน้อย รวมทั้งครองอำนาจได้ยาวนานยิ่งขึ้น” นายสงคราม กล่าว

“นายกฯ” ย้ำ ทุกหน่วยงานหามาตรการจ้างงาน คนทำงาน-นศ.จบใหม่-ดูแลหนี้ครัวเรือน

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบรายงานสถานการณ์ภาวะสังคมประจำไตรมาสที่2/2564จากสำนักงานคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)ที่ระบุถึงแนวโน้มการจ้างงานเพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี2563โดยเฉพาะการจ้างงานในภาคการผลิตอุตสาหกรรม ดีขึ้นตามแนวโน้มการส่งออก 

แต่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นายกฯมอบหมายให้ทุกหน่วยงานร่วมกันพิจารณามาตรการการจ้างงาน มาตรการพยุงการจ้างงาน ช่วยเหลือให้แรงงานยังมีรายได้ เพราะในช่วงโควิด-19แพร่ระบาด อาจส่งผลกระทบอย่างน้อย 3 ปีตั้งแต่ปี 2563-2565 สร้างจุดเปราะบางมีผู้ว่างงาน ผู้เสมือนว่างงาน คือทำงานไม่ถึง 24 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นรวมถึงต้องมีมาตรการรองรับ กลุ่มนักศึกษาจบใหม่ ที่มีแนวโน้มต้องใช้เวลาหางานยาวนานขึ้น

“นายกฯย้ำว่า รัฐบาลจะดำเนินการควบคุมการแพร่ระบาดให้เร็ว พยุงการจ้างงาน ดูแลรายได้ของประชาชน โดยเร่งใช้จ่ายภาครัฐให้เกิดผลอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้จีดีพี ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกฯรัฐสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้เดินหน้าต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการลักษณะร่วมจ่าย หรือ co-pay โดยดึงเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ทุกมาตรการ และต้องตรวจสอบการใช้จ่ายให้โปร่งใส ปรับแผนงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้ รวมถึงพิจารณามาตรการบรรเทาภาระหนี้สิน ภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง การดำเนินการมาตรการต่างๆต้องระมัดระวัง เข้าถึงลูกหนี้จริง ดูผลได้ผลเสียทั้งต่อตัวลูกหนี้กับผู้ประกอบการ ไม่ให้ไปใช้หนี้นอกระบบ ขณะเดียวกันต้องไม่ให้ผู้ประกอบการต้องขาดทุนจนเกิดผลกระทบเชิงระบบการเงินในภาพรวม 

พท. ผุด แคมเปญเชิญชวนปชช.ลงชื่อโหวตไม่ไว้วางใจ “พล.อ.ประยุทธ์” ผ่านเว็บไซต์ เชื่อศรัทธาปชช.จะชนะมือในสภา 

ที่รัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมด้วยส.ส.พรรค แถลงข่าว เชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมลงชื่อโหวตไม่วางใจรัฐบาล ผ่าน https://www.change.org/prayutgetout  ในหัวข้อ “ลงมติประชาชน รวมพลไล่ประยุทธ์” เพื่อร่วมแสดงพลัง และเจตจำนง ไม่ยอมรับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี อีกต่อไป เพราะเป็นผู้นำที่ไร้ความสามารถ บริหารประเทศล้มเหลวซ้ำซาก ปล่อยปละละเลย ทำให้พี่น้องประชาชนประสบกับภาวะทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส ซึ่งการเข้าร่วมลงชื่อในครั้งนี้จะเป็นการแสดงพลังของพี่น้องประชาชนอีกทางหนึ่งตามวิถีประชาธิปไตย ควบคู่ไปกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านในสภาที่จะเกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 31 ส.ค. – 2 ก.ย.นี้  ทั้งนี้ การลงมติไม่ไว้วางใจของประชาชนครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาล จะได้ตระหนักว่า เสียงข้างมากของส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลในสภารวมกับเสียงของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไม่อาจค้ำจุนการอยู่รอดของรัฐบาล และการดำรงอยู่ในตำแหน่งของนายกฯได้ ตรงกันข้ามหากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ขาดความเชื่อมั่น ขาดความไว้วางใจ ขาดศรัทธาที่จะให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ บริหารประเทศต่อไป ปัญหาวิกฤตของประเทศที่เผชิญอยู่จะไม่อาจแก้ไขได้ และประเทศจะจมดิ่งลึกลงจนกอบกู้แก้ไขลำบากขึ้นทุกที  

“พรรคเพื่อไทยขอเชิญชวนให้ประชาชนร่วมแสดงออกด้วยการร่วมลงชื่อ ลงมติในครั้งนี้ จำนวนผู้ร่วมลงชื่อมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสื่อถึงความปรารถนาของประชาชนได้มากเท่านั้น  เพราะเราเชื่อมั่นว่า มือในสภาหรือจะสู้ศรัทธาของประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะเดินหน้าทำหน้าที่เปิดโปงความล้มเหลวทุกด้านที่พล.อ.ประยุทธ์ และพวก ได้ทำไว้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มความสามารถ ขอให้พี่น้องประชาชนที่อดทนอดกลั้นกับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ มาตลอด 7 ปีที่ผ่านมา รอดูการเช็คบิลของพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้น” นายสมพงษ์ กล่าว

ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย  กล่าวว่า การทำงานในสภากับการทำงานนอกสภา เป็นการทำงานคู่ขนานกันไป ก่อนหน้านี้เราเปิดโอกาสให้ประชาชนส่งข้อมูลในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งขณะนี้ประชาชนส่งข้อมูลมามากพอสมควร 

ขณะที่ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า สำหรับแคมเปญเชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้เป็นการปลุกระดม แต่เป็นการทำงานแบบประชาธิปไตยคู่ขนาน คือ ประชาธิปไตยทางตรง และประชาธิปไตยแบบตัวแทน วันนี้จำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องขับเคลื่อนร่วมกัน ส่วนความพร้อมของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะมาถึง ตอนนี้ถือว่าพร้อมมาก และกำลังเข้าสู่ขั้นตอนการปรับเนื้อหาให้คมเข้าเป้า โดยจะเน้นที่เรื่องของโควิด – 19 เศรษฐกิจ และการทุจริตคอรัปชั่น หลายเรื่องเป็นบรรยากาศที่ไม่ควรเกิด เราจะต้องชี้ให้เห็นว่าเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ด้วยการทุจริต 

ถามต่อว่า เป็นลักษณะที่ชี้ให้สังคมเห็นเหมือนในหลายครั้งที่ผ่านมาหรือครั้งนี้จะมีใบเสร็จที่จะชี้ชัดเอาผิดทางอาญาต่อไปได้ นายสุทิน กล่าวว่า มีทั้งที่มีใบเสร็จ และบางส่วนที่มีการทุจริต ความไม่ชอบมาพากลสมัยใหม่ไม่มีใบเสร็จ เมื่อไม่มีใบเสร็จก็จะชี้ให้เห็นว่าเมื่อได้ฟังแล้วจะเชื่อได้ว่ามีการทุจริต และความผิดพลาด ไม่มีใบเสร็จหรอกสมัยใหม่ แต่พูดแล้วเชื่อ

เมื่อถามว่า การอภิปรายครั้งนี้มั่นใจว่าจะน็อครัฐบาลได้เลยหรือไม่ หรือเป็นการเปิดเนื้อหาต่างๆ ให้ประชาชนได้รับรู้ถึงความล้มเหลวเท่านั้น นายสุทิน กล่าวว่า แม้ฝ่ายค้านจะยังไม่อภิปราย ตนเชื่อว่ารัฐบาลต้องหาความชอบธรรม เพียงแต่เราได้ตอกย้ำ และชี้ให้เห็นชัดเจนเท่านั้น ส่วนจะน็อคได้หรือไม่ ตนเชื่อว่าอยู่ที่ระดับสำนึกของรัฐบาล ว่าเป็นรัฐบาลที่มีสำนึก และรับผิดชอบต่อประชาชนสูง วันนี้ประชาชนน็อครัฐบาลไปแล้ว และสังคมอภิปรายไปก่อนเราแล้ว ไม่ต้องถึงมือเราแต่เชื่อว่าหากถึงมือเราถ้าอยู่ก็คงลำบาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงข่าวของพรรคเพื่อไทยวันนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า บรรดาส.ส.ของพรรคเพื่อไทย พร้อมใจกันแต่งกายใส่สูทผูกเนคไทดำ ซึ่งนายประเสริฐ เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ในความล้มเหลวของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี

ร้องต่อ! ศรีสุวรรณ จ่อยื่น ป.ป.ท. สอบแพทย์นครสวรรค์ ออกใบรับรอง การตายหนุ่มถูกถุงคลุมหัวดับ ส่อทุจริตต่อหน้าที่

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฎเป็นการทั่วไปว่า จากกรณีที่ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์คลิปเหตุการณ์ขณะผู้กำกับโจ้ใช้ถุงคลุมศีรษะรีดเงิน 2 ล้าน ฆ่าพ่อค้ายาเสพติดจนกลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากในขณะนี้นั้น 

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ล่าสุดในสื่อออนไลน์ต่างๆยังมีการเปิดเผยเอกสารอีกหนึ่งฉบับ คือหนังสือรับรองการตายของผู้ต้องหา ที่ออกโดยแพทย์จากโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์ พร้อมระบุสาเหตุการเสียชีวิตโดย สันนิษฐานว่า ผู้ต้องหาได้เสียชีวิตเพราะพิษจากสารแอมเฟตามีน ซึ่งหลังจากมีเอกสารนี้เปิดเผยออกมา จึงเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นอย่างมาก ว่าการกระทำในคลิปกับการระบุสาเหตุการตายในเอกสาร มันขัดแย้งกันหรือไม่ 

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การเขียนสาเหตุของการตายว่า  “สันนิษฐานว่า พิษจากสารแอมเฟตามีน” ซึ่งระบุเหตุแห่งที่ตายคือการ Overdose ซึ่งตรงกันข้ามกับข้อเท็จจริงที่เป็นข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏในคลิปวิดีโอโดยชัดแจ้ง การเขียนในลักษณะนี้ชี้ให้เห็นว่า เป็นการจดข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการหรือไม่ ซึ่งหาพิสูจน์แล้วว่าเป็นการร่วมมือกันกับตำรวจในกรณีดังกล่าวจริง แพทยสภาจะต้องดำเนินการถอนถอนใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์ในลำดับถัดไปด้วย เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและขัดต่อจรรยาบรรณแพทย์อย่างร้ายแรง

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า แม้เป็นแค่หนังสือรับรองการตายหรือใบ ท.ร. ให้ญาตินำไปขอใบมรณะบัตรที่อำเภอ จะได้นำศพไปทำพิธีได้ ซึ่งหนังสือรับรองการตายมีความมุ่งหมายเพื่อเก็บสถิติการตาย ไม่เกี่ยวกับใบชันสูตรพลิกศพที่หมอจะออกมาให้ตำรวจเพื่อใช้ทำคดี แต่ถึงอย่างไรก็ตามเมื่อศพมาถึง รพ. การแอดมิทตรวจร่างกายทั่วไปว่าพบร่องรอยชัดเจนใดๆ ที่เป็นสาเหตุการตายหรือไม่ หรือทำแค่ฟังตำรวจให้ว่าเสพยาบ้ามาและช๊อคหมดสติไปเท่านั้น เพราะถ้าเป็นการตายผิดธรรมชาติตามระเบียบต้องมีการผ่าชันสูตรศพเท่านั้น ตาม ป.วิ.อ. มาตรา148 วรรคหนึ่งกำหนด แล้วจึงออกใบชันสูตรศพให้อีกครั้ง ว่าตายจากสาเหตุอะไรกันแน่ ซึ่งจะนำไปสู่การไต่สวนโดยศาล ตามมาตรา 150 ว.3  และ ว.5 ต่อไป แต่ประเด็นสำคัญคือ ศพได้ผ่าจริงๆหรือไม่ เท่านั้น

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นข้อพิรุธ ที่อาจเชื่อได้ว่าแพทย์จากโรงพยาบาลดังกล่าว อาจร่วมมือกับตำรวจในการจัดทำเอกสารใบรับรองการตายอันเป็นเท็จ เพื่อทำให้รูปคดีเปลี่ยนไปจากข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นอันตรายต่อกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความพร้อมพยานหลักฐานไปร้องเรียนต่อ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)ในวันพฤหัสที่ 26 ส.ค.64 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ท.อาคารซอฟต์แวร์พาร์ค ถ.แจ้งวัฒนะ เพื่อให้สอบสวนเอาผิดนายแพทย์คนดังกล่าว เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง

โฆษกรัฐคนใหม่ เผย “บิ๊กตู่” กำชับดูแลประชาชนทุกกลุ่มอย่างเต็มความสามารถ ควบคู่กับการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด “แจง” เงินช่วยเหลือ ม. 33 ใน 16 จ.โอนแล้วกว่า 600 ล้าน ส่วน ม.39 โอนแล้ว 5.6 พันล้าน ขณะที่ ม.40 รอรับระหว่าง 24 - 25 ส.ค. วันละ 2 ล้านคน จากนั้น 2

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน ม. 33 ม. 39 และ ม. 40 ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ว่า เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม ได้โอนเงินเยียวยาให้ผู้ประกันตน ม. 33 ลูกจ้างสัญชาติไทยคนละ 2,500 บาท ในพื้นที่ 16 จังหวัด (นครราชสีมา ระยอง ราชบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ลพบุรี เพชรบูรณ์ ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี ตาก อ่างทอง นครนายก สมุทรสงคราม สิงห์บุรี) รวม 249,235 คน เป็นเงินกว่า 623 ล้านบาท ส่วนนายจ้างในพื้นที่ 16 จังหวัด ที่จะได้รับเงินเยียวยาให้กับลูกจ้างไม่เกิน 200 คน คนละ 3,000 บาท ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้นั้น สำนักงานประกันสังคมกำลังทยอยตรวจสอบข้อมูลที่นายจ้างกรอกไว้ในระบบ E-Service และจะทำการโอนเข้าบัญชีที่ระบุไว้ทุกวันศุกร์

โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า สำหรับเงินช่วยเหลือผู้ประกันตน ม. 39 และ ม. 40 นั้น เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา สำนักงานประกันสังคม ได้เริ่มโอนเงินช่วยเหลือผู้ประกันตน ม. 39 ในพื้นที่ 13 จังหวัด (กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา) รวม 1.12 ล้านคน เป็นเงินกว่า 5.6 พันล้านบาท ส่วน ม. 40 ในพื้นที่ 13 จังหวัด มีจำนวน 4.5 ล้านคน ทำการโอนระหว่างวันที่ 24 - 25 สิงหาคม 2564 วันละ 2 ล้านคน จากนั้นวันที่ 26 สิงหาคม โอนที่เหลืออีก 5 แสนคน เป็นเงิน 22,482 ล้านบาท สำหรับกำหนดการโอนเงินให้ผู้ประกันตน ม.39 และ ม.40 ในกลุ่ม 16 จังหวัด (กาญจนบุรี ตาก นครนายก นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สุพรรณบุรี และอ่างทอง) จำนวน 802,397 คน จะได้รับเงินเยียวยาตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ผู้ประกันตน ม. 33 ม. 39 และ ม. 40 ในพื้นที่ 13 จังหวัดล็อกดาวน์ จะได้รับเงินเยียวยา ระยะเวลา 2 เดือน ส่วนผู้ประกันตน ม. 33 ม. 39 และ ม. 40 ในพื้นที่ 16 จังหวัดที่ประกาศล็อกดาวน์ภายหลังจะได้รับเงินเยียวยา 1 เดือน ซึ่งผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสิทธิได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th/eform_news

"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม  ห่วงใยประชาชนทุกคน ทุกกลุ่ม จึงกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดูแลประชาชนทุกกลุ่มอย่างเต็มความสามารถ เร่งหาหนทางเพื่อช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจกับประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อมทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 ควบคู่ไปกับการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด ซึ่งรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างทุ่มเทสรรพกำลังอย่างเต็มที่ในทุกๆ ด้าน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด"โฆษกรัฐบาลกล่าว

“วรวุฒิ อุ่นใจ” แนะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและรายใหญ่ ปรับตัวสู่การตลาดใหม่ “ออมนิแชลแนล”  ชี้ต้องทำให้ได้ภายใน 3-5 ปี ก่อนที่จีนจะมาตั้งฐานที่มั่น ถึงเวลานั้นสู้ยังไงก็ไม่ชนะ 

นายวรวุฒิ อุ่นใจ ผู้ก่อตั้งออฟฟิศเมท อดีตซีอีโอบริษัทซีโอแอล จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันเป็น รองหัวหน้าพรรคกล้า เข้าร่วมเป็นวิทยากร ในการสัมมนา Online business opportunities : สร้างโอกาสทางธุรกิจ ปั้นผู้ประกอบการสินค้าไทยให้ดีพร้อม จัดโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม โดยนายวรวุฒิ กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคโควิด 19 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงมาก ไม่เคยมียุคใดสมัยใดที่บังคับให้เราต้องนั่งทำงานอยู่ที่บ้านขณะเดียวกันการเดินทางระหว่างประเทศก็ไม่มี ส่งผลให้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องปรับตัวแบบ 360 องศา ถ้าองศาไหนที่มองแล้วว่ามันดีและไปได้ก็ต้องไป 

นายวรวุฒิ กล่าวว่า โดยส่วนตัวมีประสบการณ์การทำงานทั้งแบบ บีทูบี บีทูซี และบีทูจี โดยเมื่อแรกตั้งออฟฟิศเมท เราจะเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มออฟฟิศ องค์กร และหน่วยงานราชการ ส่วนบีทูซี คือกลุ่มลูกทั่วไปที่มาพัฒนาทีหลัง เชื่อว่าผู้ประกอบการหลายรายก็มีกลุ่มลูกค้าในลักษณะเดียวกันนี้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามในภาวะที่ลูกค้าหายาก จำเป็นต้องขยายตลาดไปยังจุดที่เราไม่เคยทำ ซึ่งในปัจจุบันโอกาสทางตลาดที่น่าสนใจและกำลังมาแรงคือ "Omni Channel" เป็นช่องทางการสื่อสารและบริการลูกค้าที่หลากหลายและเชื่อมโยงกันให้เป็นหนึ่งเดียวทั้งแบบออฟไลน์ หรือแบบค้าปลีก และออนไลน์ ซึ่งช่วยในการเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าทั้งหมดเอาไว้ เพื่อทำให้การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็ว เช่น ลูกค้าคือใครและสนใจสินค้าประเภทไหน 

“สิ่งที่ยากกับการทำตลาด Omni Channel คือ ต้องมีระบบบริหารจัดการข้อมูล ที่เชื่อมต่อกันแบบแบบไร้รอยต่อ พูดง่าย ๆ คือ ในอนาคลูกค้าจะซื้อแบบรีเทลก็ได้ หรือจะซื้อออนไลน์ก็ได้ แต่การเปลี่ยนคืนสินค้า ต้องสามารถทำได้ในทุกระบบ เช่น ซื้ออนไลน์ มาเปลี่ยนหน้าร้านได้ หรือซื้อหน้าร้านก็สามารถเปลี่ยนช่องทางออนไลน์ได้ ข้อดีของตลาดแบบนี้คือ เปิด 24 ชม. วิธีนี้มันเป็นเป้าหมายสูงสุดของการเทรดดิ้ง และคนที่ทำตลาดแบบนี้ได้ดีที่สุดคือ อาลีบาบา แพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งที่สุดของจีน ถามว่าบ้านเราทำได้ไหม ก็ต้องบอกว่าทำได้ และต้องเร่งทำ แต่ความยากอยู่ที่ระบบปฏิบัติการและตัวฐานข้อมูล ต้องซิงค์และเชื่อมกันแบบไร้รอยต่อ ปัจจุบันยังไม่มีใครทำได้ดีเท่าจีน ดังนั้น หากเราไม่เร่งพัฒนาให้แล้วเสร็จภายใน 3 - 5 ปี หลังโควิด โอกาสที่จีนจะเข้ามาตีตลาดเป็นไปได้สูง และเมื่อถึงเวลานั้น เราจะไม่สามารถสู้เขาได้ ทั้งความพร้อมเรื่องโลจิสติกส์ ฐานข้อมูล ระบบเอไอ ที่คำนวณพฤติกรรมผู้บริโภค จีนเขานำเราไปมาก เวลานี้ผู้ประกอบการรายใหญ่และห้างดัง ๆ ส่วนใหญ่ก็ปรับตัวมาใช้ระบบนี้กันมากขึ้น แต่มันไม่ง่ายที่จะทำให้เสร็จในชั่วข้ามวัน ข้ามเดือน เนื่องจากต้องเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างสาขาและระหว่างแชลแนล ที่สำคัญลงทุนสูง แต่ที่น่าสนใจคือ เอสเอ็มอี จะทำได้ง่ายกว่า ด้วยความเล็กมีความยืดหยุ่นสูงระบบการคอนโทรลไม่ซับซ้อนมากนัก” นายวรวุฒิ กล่าว

นายวรวุฒิ กล่าวถึงสินค้าที่โมเดิร์นเทรดต้องการ ว่า ก็ต้องดูว่าสินค้าที่มีความต้องการสูงในเวลานั้นคืออะไร ซึ่งเชื่อว่าทุกห้างก็หากันอยู่แล้ว แต่ถ้าสินค้าเหมือนกันโอกาสเลือกมันก็จะน้อย ที่ผ่านมาสิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับเอสเอ็มอีคือ เรื่องของดีไซน์แพคเกจจิ้ง สินค้าหลายตัวเป็นสินค้าที่ดีมาก แต่การตลาดสู้แบรนด์ดังไม่ได้ ทั้งการออกแบบแพคเกจ รวมถึงการออกแบบโปรโมชั่น เช่น ปัจจุบัน สินค้ากลุ่ม อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ที่มีความต้องการทางการตลาดสูง และการขายของแบบ Multi pack ก็จะเป็นที่นิยมเพราะคนนิยมซื้อสินค้าไว้คราวละมากๆ เพื่อไม่ต้องไปซื้อบ่อยครั้ง เหล่านี้คือการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคแบบชาญฉลาดก็จะสามารถครองตลาดได้ และมักจะได้รับการคัดเลือกเข้าไปอยู่ในห้าง ปัญหาของเอสเอ็มอี คือต้องตีโจทย์ให้แตก ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ถ้าเป็นอาหาร สิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ รสชาติที่ลูกค้าชอบไม่ใช่เราชอบ ให้เอาความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก คุณภาพจะขายตัวเองในระยะยาวโดยไม่จำเป็นต้องทำโปรโมชั่น

รองหัวหน้าพรรคกล้า กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ว่า ต้องพยายามหาข้อมูลให้ได้มากที่สุด การขาย บีทูบี บางครั้งเราไม่ต้องทำตลาดกับลูกค้าหลากหลายมากนัก แต่ต้องรู้ว่าใครมีอำนาจตัดสินใจซื้อ เข้าถูกคนหรือไม่ ขณะเดียวกัน ข้อมูลหลักฐานต้องเตรียมพร้อม เช่น สินค้าเครื่องไฟฟ้าต้องมี มอก. สิ่งที่ห้างกลัวคือ สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ หรือสินค้าปลอม ต้องเช็คให้ดีงจับ เพราะห้างจะเดือดร้อน นอกจากนี้ศักยภาพและความพร้อมของผู้ประกอบการก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะบางครั้งต้องทำเป็นบิ๊กล็อต เพื่อวางจำหน่ายในสาขาของห้างทั่วประเทศ กำลังการผลิตเราพอไหม เงินทุนหมุนเวียน ที่จะนำมาใช้จ่ายมีเพียงพอหรือไม่ นอกจากนี้ยังฝากข้อคิดไว้ด้วยว่า ข้อมูลที่เราเคยทำเป็นสินค้าออนไลน์ ได้รับความนิยม เป็นอีกหนึ่งจุดขายที่สำคัญ ที่ห้างจะชอบ 

“ยุคนี้ลู่ทางที่เราจะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น เราต้องพยายามไปทุกที่ เพราะโควิดจะอยู่กับเราไปอีกพักใหญ่ ถ้าเราเร่งการขายให้เกิดได้เราก็ต้องไป เรื่องออนไลน์อย่าละเลย แม้บางครั้ง เราจะยังไม่ขายก็จริง แต่การทำการสื่อสาร ช่องทางออนไลน์มีประโยชน์มาก วันนี้คนไทยใช้โซเชียลมากกว่า 9 ชั่วโมงต่อวัน ช่องนี้จึงเป็นโอกาสมาก ต้องไปคิดตีโจทย์ให้แตก โดยเฉพาะ การค้าขายแบบ บีทูบี ถ้าเราทำออนไลน์ได้แข็งแรง การจัดซื้อจะตัดสินใจง่ายมาก” นายวรวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย

ครม.อนุมัติค่าเครื่องมือนักเรียนอาชีวศึกษา ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง

น.ส.ไตรศุลี  ไตรสรณกุล  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติอัตราค่าเครื่องมือประจำตัวผู้เรียนเฉพาะอาชีพของนักเรียนสายอาชีพ อาชีวศึกษาต่อคน ตามประเภทวิชา ในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ปี 2562 ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจำนวน 10 ประเภทวิชา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป 

สำหรับการช่วยเหลือ ประกอบด้วย ประเภทวิชาอุตสาหกรรมอัตราค่าเครื่องมือ  2,000 บาทต่อคนต่อปีการศึกษา,  พาณิชยกรรม 1,000 บาท, ศิลปกรรม 1,000 บาท, คหกรรม 1,200 บาท, เกษตรกรรรม 1,600 บาท, ประมง 1,200 บาท, อุตสาหกรรมสิ่งทอ  1,200 บาท, เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 1,800 บาท, อุตสาหกรรมท่องเที่ยว 1,200 บาท และ อุตสาหกรรมบันเทิงและดนตรี 1,000 บาท

ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะฝีมือให้เต็มศักยภาพ ฝึกประสบการณ์อาชีพได้อย่างเต็มที่ต่อเนื่องตลอดหลักสูตร เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษา และยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง สร้างแรงจูงใจให้มีการเรียนต่อสายอาชีวศึกษาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืน 

ส่วนงบประมาณการค่าใช้จ่ายในปีการศึกษา 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 383 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าเครื่องมือนักเรียนสายอาชีพระดับปวช.ปีที่ 1 ในสถานศึกษาของรัฐ 429 แห่ง จำนวน 275ล้านบาท และสถานศึกษาของเอกชน 445 แห่ง จำนวน 107ล้านบาท

‘สิระ’ ยังไม่จ่าย 1 ล้าน กังขา ‘ไฮโซลูกนัท’ ตาบอดจริงหรือไม่ หลังแหล่งข่าวกระซิบมองเห็น 15% ยันไม่บ่ายเบี่ยง ลั่น เงินมีเยอะ ท้า ตรวจหมอคนกลางรพ.รัฐ 3 คน พิสูจน์ความจริง

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ได้มีการท้าพิสูจน์กับนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท ว่าดวงตาบอดสนิทจริงหรือไม่ ว่า วันนี้ไม่ขอเรียกว่าไฮโซลูกนัทแล้ว ขอเรียกนายธนัตถ์ เพราะรู้สึกว่าพ่อแม่ของนายธนัตถ์ไม่แฮปปี้ตามที่เป็นข่าว เพราะได้ไปร่วมชุมนุม ส่วนเรื่องของดวงตา เมื่อวานนี้ตนบอกว่าหากนายธนัตถ์ตาบอดสนิทและต้องหาแพทย์มายืนยันพร้อมใบรับรองแพทย์ ตนพร้อมให้เงิน 1 ล้านบาท ซึ่งเมื่อคืนนี้เห็นว่ามีใบรับรองแพทย์แล้ว และแพทย์บอกว่าต้องรักษาดวงตา 6 เดือน ถามว่าตอนนี้บอดสนิทจริงหรือไม่ ซึ่งที่ตนทราบมาจากแหล่งข่าว อาจเป็นข่าวดีของนายธนัตถ์ว่ามองเห็นแล้ว 15% ซึ่งหากเป็นข่าวดีและข่าวจริงก็ขอแสดงความดีใจกับนายธนัตถ์ว่าดวงตาพอมองเห็น

นายสิระ กล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้ (23 ส.ค.) นายธนัตถ์ได้ไปออกรายการโทรทัศน์ ซึ่งตนจับผิดได้หลายเรื่อง คือการที่นายธนัตถ์มาแหกตาตัวเองก็แหกตาได้คนเดียว จะแหกตาคนทั้งประเทศไม่ได้ แค่นิ้วอยู่ใกล้ดวงตา ตาก็กระพริบ คนตาบอดที่ไหนจะกระพริบตา และเมื่อวานนี้แพทย์ไปหรือไม่ ก็ไม่ได้ไป ใครเขาจะให้คนตาใกล้บอดไปแหกตาออกทีวี พิธีกรใจร้ายไปหรือไม่ นายธนัตถ์แหกตาตัวเองเพื่ออะไร เรื่องนี้ต้องให้แพทย์แหก ต้องการแหกตาตัวเองเพื่อแหกตาคนทั้งประเทศหรือ หากนายธนัตถ์ตาบอดสนิทจริง ใบรับรองแพทย์ต้องระบุว่าไม่สามารถรักษาได้ แล้วทำไมถึงบอกว่าต้องรักษา 6 เดือน หากตาบอดจริงไปถามแพทย์เลยว่าต้องควักดวงตาออกหรือไม่ เมื่อควักดวงตาออกแล้วจะใส่ดวงตาเทียมหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากตาบอดจริงตนต้องขอแสดงความเสียใจกับนายธนัตถ์ และตนจะพานายธนัตถ์ไปสภากาชาดไทยเพื่อขอไปรับบริจาคดวงตาจากผู้มีจิตศรัทธา

“ถ้านายธนัตถ์แน่จริง วันจันทร์นัดเจอกัน ไม่เอาที่สภา มาที่บ้านผมก็ได้ ผมเอาเงิน 1 ล้านบาท ส่วนนายธนัตถ์เอาเงิน 10 ล้านบาทมาประกบกันและหลังจากอภิปรายไม่ไว้วางใจไปหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ให้แพทย์คนกลางมาตรวจสอบ 3 คนว่านายธนัตถ์ตาบอดจริงหรือไม่ ผมก็กลัวว่าตอนนี้ที่บ้านไม่เอาด้วย นายธนัตถ์จะมีเงิน 10 ล้านบาทหรือไม่ ซึ่งหากนายธนัตถ์ไม่ได้ตาบอดจริง ผมก็ขอให้นายธนัตถ์เอาเงิน 10 ล้านบาทไปซื้อข้าวหอมมะลิแจกคนหลักสี่-จตุจักร และผมจะบอกว่าเงินค่าข้าวสารหอมมะลินี้มาจากนายธนัตถ์” นายสิระ กล่าว

เมื่อถามว่าวันนี้นายธนัตถ์จะเดินทางมาที่รัฐสภาจะไปเจอกันหรือไม่ นายสิระ กล่าวว่า ไม่เจอ เพราะว่าสิ่งที่เขานำมาแพทย์คนเดียวจะวินิจฉัยถูกหรือไม่ เคยเห็นหรือไม่แพทย์ลืมผ้าก๊อซในช่องท้อง หรือแพทย์วินิจฉัยโรคและทำให้คนตาย วันนี้หากนายธนัตถ์ตาบอดจริงไปเบิกประกันหรือยัง ตนเชื่อว่ามีการทำประกัน ไปถามประกันเลยว่านายธนัตถ์ได้มาทำเรื่องตาบอดสนิทหรือยัง

เมื่อถามว่าเป็นการบ่ายเบี่ยงที่จะไม่จ่ายเงินหรือไม่ นายสิระ กล่าวว่า ‘ไม่ใช่บ่ายเบี่ยง ถามว่าแพทย์คนเดียวจะเชื่อได้หรือไม่ว่าวินิจฉัยถูกต้อง และแพทย์คนนั้นเป็นคนรักษาซึ่งรับเงินค่ารักษาจากนายธนัตถ์อยู่แล้ว ทำไมไม่เอาแพทย์คนกลาง เงินน่ะผมมีเยอะ ผมต้องการจ่ายและจะแสดงความยินดีกับนายธนัตถ์ที่ไม่เสียดวงตา แต่หากตาไม่บอดจริง นายธนัตถ์ก็ต้องทำตามที่พูด หากอยากพิสูจน์ความจริงเอาแพทย์คนกลางจากโรงพยาบาลรัฐบาล หากนายธนัตถ์แน่จริงมั่นใจว่าดวงตาบอดสนิท ทำไมไม่ยอมพิสูจน์กับหมอคนกลาง ผมคิดว่าแฟร์ ๆ’ 


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

ครม. เปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาลใหม่ ‘ธนกร วังบุญคงชนะ’ ขึ้นแท่นตามประสงค์นายกฯ หวังเพิ่มบทบาทให้ตอบโต้ทางการเมืองมากขึ้น

ทำเนียบรัฐบาล 24 ส.ค.- ที่ประชุมครม. เปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาลใหม่ ‘ธนกร วังบุญคงชนะ’ ขึ้นแท่นตามประสงค์นายกฯ หวังเพิ่มบทบาทให้ตอบโต้ ทางการเมืองมากขึ้น พร้อมโยก ‘อนุชา บุรพชัยศรี’ นั่งรองเลขาฯ นายกฯ ฝ่ายการเมือง ส่วน ‘นพ.ไตรยฤทธิ์’ เป็นอธิบดีดีเอสไอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน วันนี้ (24 ส.ค.) ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นพ.ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คนใหม่

ขณะเดียวกันเห็นชอบให้นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แทนนายอนุชา บูรพชัยศรี มาที่ถูกโยกไปเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง

ทั้งนี้ มีรายงานว่า การเปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาลคนใหม่เป็นความประสงค์โดยตรงของนายกรัฐมนตรี เนื่องจากต้องการให้โฆษกรัฐบาลคนใหม่เข้ามามีบทบาทตอบโต้ทางการเมืองมากยิ่งขึ้น


ที่มา : https://tna.mcot.net/politics-764733


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top