Sunday, 8 November 2026
POLITICS NEWS

'ซูเปอร์โพล' เผยผลสำรวจ 'ผู้แทนราษฎรกับความหวังใหม่' ชี้!! ประชาชนยังมีหวัง ผู้แทนฯ ใหม่ทำหน้าที่ที่ดีในสภาฯ

เมื่อวานนี้ (15 ม.ค. 66) ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง ผู้แทนราษฎร กับ ความหวังใหม่ กรณีศึกษากลุ่มตัวอย่าง 1,137 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 12 - 13 มกราคม 2566

เมื่อถามถึง ความเข้าใจของประชาชนต่อ หน้าที่ของ ผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พบว่า ร้อยละ 51.0 ระบุผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. มีหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

ร้อยละ 44.9 ระบุ เห็นชอบกฎหมาย

ร้อยละ 32.7 ระบุ พิจารณากฎหมาย

ร้อยละ 30.3 ระบุ พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี

ร้อยละ 28.7 ระบุ เสนอกฎหมาย

ร้อยละ 23.7 ระบุ ช่วยเหลือ งานศพ งานบวช พบปะประชาชน ในงานต่าง ๆ

ร้อยละ 21.6 ระบุ ตั้งคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ

ร้อยละ 14.8 ระบุ เห็นชอบ แต่งตั้งบุคคลนายกรัฐมนตรี

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่าที่น่าพิจารณาคือประชาชนเข้าใจว่า หน้าที่ของผู้แทนราษฎรคือช่วยเหลืองานศพ งานบวช พบปะประชาชนในงานต่าง ๆ มีสัดส่วนมากกว่าหน้าที่ในการเห็นชอบตั้งบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรมีการพิจารณาเสริมสร้างความเข้าใจของประชาชนให้ถูกต้องมากยิ่งขึ้น

ส่วนในประเด็นต้นตอความเสื่อมศรัทธาของประชาชน ต่อสภาผู้แทนราษฎร 

ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.8 ระบุ ความเสื่อมของ ส.ส. หรือผู้แทนราษฎร คือ สภาล่มซ้ำซาก แจกกล้วย พฤติกรรมไม่เหมาะสม ดูหนังโป๊ในสภา เสียบบัตรแทนกัน

ร้อยละ 91.9 ระบุ รัฐสภาไม่เป็นต้นแบบของความรักความสามัคคีของคนในชาติ แบ่งขั้ว แบ่งข้างมุ่งแต่หาผลประโยชน์

ร้อยละ 91.0 ระบุ ผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. ต้นตอทุจริต แสวงหาผลประโยชน์ จากการประมูลโครงการต่าง ๆ

ร้อยละ 90.5 ระบุ ความเป็น ส.ส. หรือ ผู้แทนราษฎร เป็น สมบัติประจำตระกูลสืบทอดต่อ ๆ กันได้

ผู้แทนราษฎรที่ประชาชนคาดหวังทำหน้าที่ ส.ส.ที่ดีในสภาผู้แทนราษฎร พบว่า

ร้อยละ 54.9 ระบุ นาย เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล, นาย ธนกร วังบุญคงชนะ, นางวลัยพร รัตนเศรษฐ จากพรรคพลังประชารัฐ

ร้อยละ 54.0 ระบุ นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์, นายอิสรพงษ์ มากอำไพ, น.ต.สุธรรม ระหงษ์ จากพรรคประชาธิปัตย์

‘อิ๊งค์’ ลั่นพร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯ พท. รับคุย ‘เศรษฐา’ ปรึกษาวางนโยบาย แย้มอาจร่วมลงพื้นที่ด้วยกันเพราะเป็นสมาชิกพรรคแล้ว

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวถึงรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า เราเตรียมวางแผนเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ตามไทม์ไลน์ที่กำหนดไว้ ตอนนี้ก็มีหลายกระแสทั้งการยุบสภา ควบรวมพรรคและดูดส.ส. แต่เราก็ยังไม่ได้กำหนดวันที่ที่ชัดเจน 

เมื่อถามถึงความชัดเจนในตัวของนายเศรษฐา ทวีสิน ต่อพรรค พท. น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ตอนนี้นายเศรษฐาก็เป็นสมาชิกพรรค พท. ถ้าจะมาช่วยหาเสียงก็ถูกต้องตามกฎหมาย แต่วันนี้นายเศรษฐาไม่ได้แพลนร่วมลงพื้นที่ด้วยกัน 

เมื่อถามว่าหลังจากนี้มีโอกาสที่นายเศรษฐา จะร่วมลงพื้นที่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า มีโอกาสแน่นอน ทุกคนที่เป็นสมาชิกพรรค พท.สามารถมาช่วยหาเสียงได้ เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ซึ่งพรรค พท. แอบขอคำปรึกษานายเศรษฐาอยู่เรื่อย ๆ อยู่แล้ว ทั้งเรื่องของนโยบายและเศรษฐกิจ เพราะนายเศรษฐา เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และยังปรึกษานักวิชาการ รวมทั้งคนที่มีความรู้ต่างๆ มากมาย เพื่อทำนโยบายของพรรค พท.ให้ตอบโจทย์พี่น้องประชาชน

'กรณ์' ไอเดียบรรเจิด ล้อใบปลิวเงินกู้นอกระบบ ประกบนโยบาย "ยกเลิกแบล็กลิสต์" สื่อถึงดอกเบี้ยมหาโหด สร้างความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก เตรียมแถลงข่าวพร้อมคนติดแบล็กลิสต์ จันทร์ 16 ม.ค.นี้ ที่ทำการพรรคชาติพฒนากล้า ถ.รัชดาภิเษก

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่พรรคชาติพัฒนากล้า ปล่อยนโยบายเศรษฐกิจชุดแรกออกมา โดยการเสนอยกเลิกแบล็กลิสต์ และให้ปล่อยกู้ด้วยเครดิตสกอร์แทน ตามข่าวที่นำเสนอมาอย่างต่อเนื่องนั้น ล่าสุด ได้ออกไอเดียใช้ใบปลิวเงินกู้นอกระบบ แจกจ่ายให้กับประชาชน เพื่อสื่อให้เห็นถึงดอกเบี้ยมหาโหด และแนวทางที่ประชาชนจะเข้าสู่ระบบเงินกู้ในระบบได้ รัฐบาลต้องยกเลิกระบบสินเชื่อโดยใช้เกณฑ์แบล็กลิสต์บูโร และใช้ระบบเครดิตสกอร์จากดาต้าแทน 

โดยด้านหน้าของใบปลิว จะเป็นข้อความที่เห็นจนชิน คือ เงินกู้ด่วน แต่เพิ่มเนื้อหา สำหรับคนติดแบล็กลิสต์ ส่วนด้านหลังเป็นรายละเอียดนโยบายว่า มีคนไทยติดแบล็กลิสต์กว่า 5.5 ล้านคน โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิดมีคนติดเพิ่มขึ้นหลายล้าน บางคนติดเพราะส่งค่างวดช้าไปไม่กี่วัน บางคนใช้หนี้หมดแล้วแต่ก็ยังติดอยู่ ทำให้กู้ในระบบไม่ได้ เพื่อนำเงินมาหมุนหรือต่อยอดในการทำธุรกิจ สร้างความเดือดร้อนให้คนเป็นจำนวนมาก เพราะการกู้นอกระบบอย่างที่รู้กันว่าเจอดอกเบี้ยโหดแค่ไหน เงินที่จ่ายเป็นดอกเบี้ยทั้งนั้น ยากที่จะลดต้นได้ 

พรรคชาติพัฒนากล้า จึงเสนอนโยบาย ยกเลิกแบล็กลิสต์แล้วใช้ระบบ Credit Score แทน ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ข้อมูลในการชำระหนี้ประจำวันต่างๆ มาเป็นเกณฑ์ตัดสิน เช่น ค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์มือถือ ใครมีประวัติดีก็ได้เครดิตดี สามารถกู้ได้มาก ใครเครดิตไม่ดีก็กู้ได้น้อย ซึ่งเป็นระบบที่ทันสมัยและตอบโจทย์มากกว่าการติดแบล็กลิสต์ ซึ่งใครที่ติดแล้วเหมือนตกเหว ยากที่จะขึ้นมาลืมตาอ้าปากได้ 

อีกด้านของชายชาติทหารชื่อ 'ประยุทธ์ จันทร์โอชา' นายกฯ ผู้อ่อนโยน เมื่ออยู่ต่อหน้าคุณหนูๆ

เป็นที่รับรู้กันในหมู่ผู้สื่อข่าวทั้งสายทหาร และสายทำเนียบว่า นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น มีความอ่อนโยนในจิตใจส่วนลึก สวนทางกับภาพลักษณ์อันกร้าวและแกร่ง ตามแบบฉบับชายชาติทหารมืออาชีพ เป็นนายทหารที่เวลาพูดกับคนในบ้านด้วยคำลงท้ายว่า "คะ / ค่ะ" แทบทุกประโยค เพราะนอกจากท่านแล้ว ก็มีแต่ภรรยาและลูกสาวฝาแฝด ซึ่งล้วนเป็นสุภาพสตรีล้วน ๆ

นั่นคือที่มาของอดีตฉายา 'ผบ.นะคะ' หยิกแกมหยอกอันเป็นตำนาน

อีกมุมหนึ่งซึ่งปรากฏเห็นเป็นภาพตลอดมาตั้งแต่ครั้งยังดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกจนถึงนายกรัฐมนตรี คือความ - รักเด็ก (โดยมิต้องเคยหรือเป็นนางงามแต่อย่างใด)

‘เพื่อไทย’ ให้การต้อนรับคณะทำงาน พรรคคอมมิวนิสต์จีน เผย พร้อมร่วมมือผลักดันทุกนโยบาย เพื่อปชช. ทั้ง 2 ประเทศ

(13 ม.ค. 66) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้แทนพรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และนางนลินี ทวีสิน ประธานคณะกรรมการต่างประเทศ และวิเทศสัมพันธ์ ให้การต้อนรับการมาเยือนของคณะจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน นำโดยนายเฉิน โจว รัฐมนตรีช่วยกระทรวงวิเทศสัมพันธ์แห่งคณะกรรมการกลาง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนและคณะ 

นายเฉิน โจว กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการเข้าเยี่ยมคารวะในครั้งนี้ เพื่อนำคณะมาเพื่อกระชับความสัมพันธ์จีน-ไทย พร้อมชี้แจงแนวทางการนำพาจีนของประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ที่ประกาศไว้ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งชาติครั้งที่ 20 ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 16 ต.ค.65 ซึ่งถือว่าเป็นวาระสำคัญที่ท่านสี จิ้น ผิง ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้นำสูงสุดของจีนต่อเนื่องเป็นวาระที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผู้นำจีนอยู่ในตำแหน่งเกิน 2 วาระ ระยะเวลา 10 ปี ซึ่งต้องการเน้นย้ำการสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างเศรษฐกิจในประเทศและระหว่างประเทศ

'เพื่อไทย' แซะ 3 ป. Forever คือ จากกันตลอดไปหรือไม่ เย้ย!! จม. 'บิ๊กป้อม' เหมือนจัดหนัก 'บิ๊กตู่' มักใหญ่ใฝ่สูง

(13 ม.ค. 66) นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีเพจพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เผยแพร่ จดหมายเปิดใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดใจในวันที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซบ รทสช.ยัน 3 ป. Forever ไม่ทิ้งสมาชิก พปชร.ว่า...

ไม่รู้ว่าพล.อ.ประวิตรเขียนจดหมายฉบับนี้ด้วยเลือดหรือน้ำตา การบอกว่าไม่สามารถจะบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้ หลังรู้ว่าพล.อ.ประยุทธ์แสดงจุดยืนทางการเมืองไปอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ สะท้อนความกระอักกระอ่วนใจจนสุดจะบรรยาย คิดไม่ถึงว่าอดีตลูกน้องที่เคยฟูมฟักตั้งแต่เป็นทหารเด็ก ๆ จะทำกับพี่ใหญ่ 3ป.ได้ถึงเพียงนี้ การบอกว่า 3 ป. Forever ไม่แน่ใจว่า หมายถึง 3ป.จากกันตลอดไป หรือทิ้งให้ 3ป.เหลือแค่ตำนานตลอดไป โดยไม่มีใครทำอะไรเพิ่มเติม จดหมายพล.อ.ประวิตรยิ่งกว่าเปลือยตัวตนของ พล.อ.ประยุทธ์จนล่อนจ้อนว่าเป็นคนเช่นไร มักใหญ่ใฝ่สูงเพียงไร

สินสอด 19 ล้าน ไม่สะท้านแลนด์สไลด์ แต่ความไว้วางใจ ก็ไม่เหมือนเดิม

ในจังหวะที่ ‘บิ๊กตู่’ ได้ฤกษ์เปิดตัวร่วมพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา พลันมือปฏิบัติการแห่งพรรคแลนด์สไลด์เช่น ‘เพื่อไทย’ โดยนายสุทิน คลังแสง ก็กู่ก้องว่า นี่เป็นแค่การแสดงความชัดเจนทางการเมือง แค่ให้รู้ว่าจะไปสังกัดพรรคไหนเท่านั้น มิได้กระทบต่อเป้าหมายแลนด์สไลด์แต่อย่างใด 

ความไว้วางต่อพรรคเพื่อไทยที่จะเป็นความหวังใหม่ต่อปวงประชา ยังเหมือนเดิม!! 

แต่พลันที่ ทนายหิวแสง ได้ออกมาโพสต์ถึงประเด็นร้อนเรื่องอดีตรองนายกรัฐมนตรีฉาว ชื่อย่อ ย. แอบคบชู้กับหญิงสาวที่มีสามีแล้ว พร้อมกับรูปภาพสยิวหลุดว่อนโซเชียล จนกลายเป็นประเด็นดรามาทางสังคมหลุดว่อน และชื่อที่คนสายเผือกไปขุดจนเจอชื่อประจักษ์แหล่ไม่ประจักษ์แหล่ ที่น่าจะจบตรงชื่อ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย สมัยอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 

ความไว้วางใจต่อพรรคแลนด์สไลด์ จะเหมือนเดิมหรือไม่? ก็บอกได้ยาก!!

แม้ ย. จะออกมาปฏิเสธว่า ไม่ใช่บุคคลที่ทนายหิวแสงกล่าวถึง แต่จากความคืบหน้าเมื่อวันที่ 11 ม.ค.66 ตามรายงานของสื่อสารพัดหัว ก็ขุดเจอรากของคดีนี้ที่เกิดขึ้นเมื่อระหว่างเดือนธันวาคม 2564-พฤศจิกายน 2565 โดยอดีตรองนายกรัฐมนตรี ย. ได้คบหากับ นางสาว ธ. (อายุ25 ปี) ซึ่งมีพ่อและแม่ของนางสาว ธ. รับรู้ว่าอดีตรองนายกฯ ย. คบหากับนางสาว ธ. 

ความรักครั้งนี้งดงาม อบอวลเสมือนเสียงแห่งปวงประชาที่ต้อนรับขับสู้พรรคแลนด์สไลด์ตามนายหญิงคนใหม่และหมอคนสนิทป่าวประกาศ จนถึงขั้นอดีตรองนายกฯ ผมขาว พลัดตกหลุมรักและอยากมอบพันธสัญญาให้ฝ่ายหญิงมาดูแล จนนำมาสู่การยื่นทรัพย์สินหรือสินสอดเพื่อมาสู่ขอ 

ความน่าสนใจในสินสอด อาจจะไม่ใช่ประเด็นใหญ่ทางการเมือง แต่เหมือนจะเชือดเฉือนใจหมู่พลเรือน โดยเฉพาะข้าราชการกินเงินเดือนมากพอควร พร้อมตั้งคำถามเบา ๆ ว่าอดีตรองนายกฯ ย. ยุคปูผู้นี้ช่างบริหารทรัพย์สินไว้เป็นอิสรภาพทางการเงินให้ชีวิตบั้นปลายได้อย่างน่าเรียนรู้

นั่นก็เพราะปริมาณสินสอดที่ว่ากันว่าพร้อมเปย์ให้สาว 25 และ เมื่อรักมันขม ผัวก็จะขอคืนนั้น มันไม่เบา!!...

1. เงินสดจำนวน 1 ล้านบาท 
2. แหวนเพชรจำนวน 1 วงมูลค่า 5 แสนบาท มาให้กับฝ่ายหญิง
3. ทองคำ จำนวน 60 บาท รวมมูลค่าประมาณ 1.6 ล้านบาท 
4. เงินสดซื้อรถยนต์จำนวน 3 ล้านบาท 
5. เงินสดซื้อบ้านอีกจำนวน 3 ล้านบาท 
6. เงินที่โอนเข้าบัญชีฝ่ายหญิงอีก 319,000 บาท
7. เงินสดที่ฝ่ายหญิงเอาไปอีกจำนวน 10 ล้านบาท

***สรุปรวมทั้งสิ้น 7 รายการ เป็นจำนวนเงินมูลค่า 19,419,000 บาท

เรื่องรักต่างวัย ที่ไม่รู้ใครจริง!! ใครโป๊ะ!! อันนั้นคงเป็นเรื่องหนึ่งที่เริ่มซาในกระแสบ้างแล้ว เพราะเห็นแววพลิกเกมกลับไปมาว่าใครผิดถูก และน่าจะจบไม่ยาก!!

หากแต่ตอนนี้เรื่องสินสอดร่วม ๆ 20 ล้านบาทนี่ต่างหากที่สะกิดต่อมเผือกได้ถึงจุดสุดยอดกว่าภาพหลุดของคู่รักต่างวัย เพราะคิดกันตามประสาชาวบ้าน ทำมาหากินทั่วไป เรื่องของสินสอดทองหมั้นที่เก็บกลั่นออกมาจากอดีต สมัยอดีตรองนายกฯ ตั้งแต่เริ่มตั้งไข่เป็นอดีตปลัดอำเภอชั้นตรี ที่อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไต่เต้าไปสู่ ปลัดจังหวัดสงขลา จนไปนั่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ต่อยอดไปสู่ปลัดกระทรวงมหาดไทย จนเกษียณอายุ และก้าวเข้ามาเป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรีได้นั้น...

‘รัฐบาล’ ชูผลสำเร็จวางระบบคมนาคมเชื่อมอาเซียน-จีน ชี้ เป็นก้าวสำคัญพัฒนาเศรษฐกิจเติบโต

‘ทิพานัน’ ชูผลสำเร็จ ‘พล.อ.ประยุทธ์’ วางระบบคมนาคมเชื่อมไทย-อาเซียน-จีน ชวนคนไทยโดยสารและขนส่งสินค้าเส้น ‘หนองคาย-เวียงจันทน์-ท่านาแล้ง’ ชี้เป็นก้าวสำคัญพัฒนาเศรษฐกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด เน้นลงมือทำมากกว่าสร้างวาทกรรมการเมือง

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงโครงข่ายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยและภูมิภาค โดยได้ผลักดันการเชื่อมต่อการเดินทางจากภูมิภาคอาเซียนไปถึงประเทศจีนผ่านผ่านโครงการต่าง ๆ ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์มีความยินดีที่หนึ่งในโครงการซึ่งจะช่วยเสริมการเดินทางสัญจร การขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยวในภูมิภาคเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยและภูมิภาค คือ รถไฟเส้นทางหนองคาย-เวียงจันทน์-ท่านาแล้ง แล้วเสร็จและเปิดให้บริการแล้ว เพื่อความสะดวกรวดเร็วและประหยัด โดยมีราคาค่าตั๋วโดยสารเพียง คนละ 20 บาทเท่านั้น ถือเป็นอีกหนึ่งข่าวดีของคนไทย

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า สำหรับโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายท่านาแล้ง-เวียงจันทน์ เป็นขบวนรถรวมรถไฟโดยสารและรถไฟขนส่งสินค้า มีระยะทาง 7.5 กิโลเมตร ทางรถไฟสายนี้เป็นรถไฟที่เชื่อมต่อจากทางรถไฟช่วงหนองคาย - ท่านาแล้ง ก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ 100% ตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ขณะนี้เปิดให้บริการทุกวัน ๆ ละ 4 รอบวิ่งตามเวลาดังนี้ 

1. หนองคาย 07:30 น. ถึง ท่านาแล้ง 7:45 น.
2. ท่านาแล้ง 10:00 น. ถึง หนองคาย 10:45 น.
3. หนองคาย 14:45 น. ถึง ท่านาแล้ง 15:00 น.
4. ท่านาแล้ง 17:30 น. ถึงหนองคาย 17:45 น.

พท. อัด ‘บิ๊กตู่’ สาละวนแต่เรื่องย้ายพรรค ไม่เหลียวแลเกษตรกร ปล่อยปาล์มล้นตลาดขายไม่ได้

(12 ม.ค. 66) นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา ประธาน ส.ส.พรรค และประธานคณะทำงานนโยบายเกษตร พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงความเดือนร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันภาคใต้ที่ขายผลผลิตไม่ได้ และราคากำลังตกต่ำสวนทางตลาดโลก จนเกษตรกรและอาชีพที่เกี่ยวข้องได้รับความเดือนร้อนถ้วนหน้าว่า ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันร้องเรียนผ่านว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทยพื้นที่ภาคใต้อย่างล้นหลาม เนื่องจากได้รับความเดือนร้อนจากลานปาล์มปิดรับการรับซื้อ ด้วยข้ออ้างปาล์มล้นโรงงาน ผลผลิตตกค้างเป็นจำนวนมาก จึงต้องหยุดการผลิตชั่วคราว เป็นความไม่ปกติจากรัฐบาลที่ไม่ดูแลปล่อยปละละเลย หรือจงใจเอื้อทุนผูกขาดให้เอาเปรียบเกษตรกร ทั้งนี้ ปาล์มน้ำมันถูกจัดเป็น 1 ใน 5 พืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย เป็นพืชพลังงานหลักที่มีศักยภาพในภาวะโลกต้องการใช้พลังงานสะอาดเป็นอย่างมาก จึงไม่มีความสมเหตุสมผลใดเลย ที่จะเกิดเหตุการณ์ผลผลิตปาล์มล้นตกค้างเป็นจำนวนมาก กระทบไปยังชาวสวนปาล์มรายเล็กรายน้อย ขายไม่ได้ราคา ทั้งที่ตลาดทั่วโลกมีความต้องการ เกษตรกรไทยมีสินค้า แต่ทำไมไม่ได้ขาย 

นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า ปาล์มรวมทั้งพืชผลทุกชนิดของเกษตรกรไทย ต้องเจอปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำสวนทางตลาดโลก ทั้งที่ตลาดโลกในยุคความมั่นคงทางอาหารต้องการพืชผลการเกษตรเป็นอย่างมาก พืชผลเกษตรเป็นของดีมีคุณค่า หากอยู่ในมือรัฐบาลที่บริหารเป็น ตะวันออกกลางขุดน้ำมันจากดินเรียกน้ำมันแขก รวมกลุ่มค้าขายต่อรองรักษาเสถียรภาพราคากับมหาอำนาจในตลาดโลก จนร่ำรวย ตรงกันข้ามบ้านเราปลูกน้ำมันบนดินด้วยมือคนไทย เรียกน้ำมันไทยกลับอ่อนแอ ไร้อนาคต ไม่ได้รับการเหลียวแล ทั้งนี้ ส.ส.ภาคใต้อยู่ในพรรครัฐบาลทั้ง 3 พรรค แต่กลับทิ้งชาวสวนปาล์ม

‘โรม’ ซัด ตร. ยื้อ ‘พรบ.ป้องกันทรมาน - อุ้มหาย’ อ้างอุปกรณ์ไม่พร้อม - เจ้าหน้าที่ขาดความรู้

‘โรม’ จี้ นายกฯ-สตช. อย่าใช้วิชามารเลื่อนกฎหมายพิทักษ์สิทธิมนุษยชน หลัง ผบ.ตร. ลงนามหนังสือขอเลื่อนปฏิบัติตาม พ.ร.บ. อุ้มหายฯ อ้างต้องจัดซื้อกล้องจำนวนมาก-เจ้าหน้าที่ขาดความรู้ ย้อนก่อนหน้านี้ ‘สุรเชษฐ์’ รอง ผบ.ตร. เคยบอกพร้อม 

(12 ม.ค. 66) ที่รัฐสภา รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล แถลงข่าวกรณีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามชะลอการบังคับใช้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2566 ว่า กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภามาหลายเดือน แต่กำหนดให้มีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 120 วัน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมตัวปฏิบัติตามกฎหมายใหม่

รังสิมันต์ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญในฐานะการยกระดับกระบวนการยุติธรรมที่คุ้มครองพี่น้องประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐ โดยสาระสำคัญข้อหนึ่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) อ้างว่าไม่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ได้ คือการติดกล้องบันทึกภาพระหว่างปฏิบัติภารกิจ ซึ่งจุดประสงค์ของกฎหมายต้องการให้สามารถตรวจสอบได้ว่า ระหว่างการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ ไม่ได้มีการทำร้ายร่างกายหรือซ้อมทรมาน

"หากเราไปดูประเทศที่เจริญแล้ว ที่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและโปร่งใส อย่างสหรัฐอเมริกา หลายประเทศในยุโรป ก็จะพบว่า การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการติดกล้องประจำตัวไว้ เป็นเรื่องปกติมาก และทำให้ทราบได้ว่า การควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นการควบคุมตัวตามกฎหมายจริงหรือไม่ หากย้อนกลับมาดูที่ประเทศไทย ก็มีการกล่าวอ้างอยู่เป็นระยะว่าการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ มีการซ้อมทรมาน การทำร้ายร่างกาย หรือมีการควบคุมตัวที่ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงมีเจตนารมณ์ที่ดี" รังสิมันต์ กล่าว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top