Saturday, 13 June 2026
POLITICS NEWS

‘รอง พปชร.’ ดับกระแส ปัด ‘มิ่งขวัญ’ ทิ้งพรรค เผย เมื่อวานเจอยังช่วยงาน ‘ประวิตร’ อยู่เลย

‘วิรัช - รองหัวหน้าพรรค พปชร.’ ดับเทียน ยัน ‘มิ่งขวัญ’ ไม่ทิ้ง พปชร.แน่นอน ลั่น!! เพิ่งเจอกันวานนี้ ยังช่วยงาน ‘บิ๊กป้อม’ อยู่เลย

(28ธ.ค.) เมื่อเวลา 17.00 น. นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ กรรมการบริหารพรรค กล่าวถึงกระแสข่าวลือว่า นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น ตนขอยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง ไม่ว่าจะเป็นการลาออกที่พรรคพลังประชารัฐ หรือที่ กกต.ก็ตาม

“ตนขอยืนยันว่า นายมิ่งขวัญ ยังอยู่ช่วยทำงานในพรรคพลังประชารัฐ เพราะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็เพิ่งได้รับมอบหมายงานจากพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไปทำอยู่เลย และเมื่อวานนี้ ตนก็ยังได้พบปะพูดคุยกับนายมิ่งขวัญเป็นปกติ” นายวิรัช กล่าว

โฆษกภูมิใจไทยแจง ‘ภูมิใจดูด’ เปรียบ ‘ใต้ฝุ่น’ เหตุ!! ผลงานเด่นดันพรรคเติบโต น่าร่วมงาน

‘ภราดร’ แจง ‘ภูมิใจดูด’ เปรียบ ‘ใต้ฝุ่น’ ก่อตัวจากหย่อมความกดอากาศต่ำ เล็ก ๆ สะสมผลงาน 4 ปี ทำสำเร็จมากมาย และนโยบายใหม่ ที่ประชาชนต้องการให้ทำ จึงมาสมัครสมาชิกพรรคกันคึกคัก ยัน ‘กัญชาเสรี เพื่อการแพทย์และเศรษฐกิจ’ ทำสำเร็จแล้ว ทั้งปลดล็อก เสนอกฎหมาย จนผ่านวาระ 1 และมีผลงานอื่น ๆ อีกมากมาย

(28 ธ.ค.65) นายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทย ชี้แจงกรณีที่สื่อมวลชนทำเนียบรัฐบาล ตั้งฉายา ‘ภูมิใจดูด พูดแล้วดอย’ ว่า เป็นเชิงสัพยอกกันมากกว่า แต่อยากให้พิจารณาในแง่ข้อเท็จจริงด้วย โดยเฉพาะคำว่า ‘ดูด’ โดยพรรคภูมิใจไทย วันนี้คือ ‘ไต้ฝุ่น’ ใช้เวลา 4 ปีเพิ่มกำลังจากหย่อมความกดอากาศต่ำเล็ก ๆ โดยสะสมผลงาน ผ่านคำว่า ‘พูดแล้วทำ’ หลากหลายนโยบาย ฟังดูเหมือนขายฝัน แต่สามารถทำให้เกิดขึ้นจริงภายในเวลาไม่ถึง 4 ปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเกิดแรงดึงดูดขนาดใหญ่ ทำให้เกิดความสนใจและมั่นใจจากเพื่อนส.ส. และนักการเมือง ว่าพรรคการเมืองนี้แหละ คือพรรคการเมืองที่ตอบโจทย์ประชาชน สัญญากับประชาชนแล้วสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้

นายภราดร กล่าวว่า เราทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ หลายเรื่อง ทั้งเรื่องกัญชาเสรีทางการแพทย์ และเศรษฐกิจ ซึ่งวันนี้ประชาชนปลูกและใช้กัญชาได้จริง ๆ แล้ว มีประชาชนเข้ามาลงทะเบียนในแอปพลิเคชันปลูกกัญ กว่า 1 ล้านคน และมีคนสนใจเข้ามาเยี่ยมชม 40 กว่าล้านครั้ง, การแก้ปัญหาโควิด-19 จนนานาชาติชื่นชม ฟอกไตฟรี ผ้าอ้อมฟรีวันละ 3 ผืน ในกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ, การให้สวัสดิการให้กับ อสม. แก้กฎหมายให้กับแอปพลิเคชันเรียกรถจับจ้างสาธารณะ, ค่าโง่โฮปเวล, ค่าโง่ทางด่วน, การสร้างสะพานข้ามเกาะลันตา, สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา แก้ปัญหาให้โครงการมอเตอร์เวย์ สามารถเดินหน้าไปได้ หลังติดปัญหายาวนาน ทั้งค่าเวนคืนที่ดิน การแก้ไขแบบ, โครงการภูเก็ตแซนด์บอกซ์, การเตรียมการรองรับนักท่องเที่ยว ในการเปิดประเทศ จนมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากกว่า 10 ล้านคน, เรื่องการแบน 3 สารพิษภาคการเกษตร เป็นต้น

‘เพื่อไทย’ สับ ‘สนธิญา’ จ้องร้องเอาผิดยุบพรรค เตรียมส่งทีมกฎหมาย ร้อง กกต.เอาผิดคืน

‘ชุมสาย’ สับ ‘สนธิญา’ สิ่งน่ารำคาญทางการเมือง มโนร้องจ้องยุบ พท. เตือนร้องเท็จมีโทษหนัก ระวังโดนอาญากลับ จ่อร้อง กกต.เอาผิดนักร้องมั่ว 

(28 ธ.ค.65) นายชุมสาย ศรียาภัย รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีที่นายสนธิญา สวัสดี ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ยุบพรรค พท. เหตุที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เดินทางไปพบ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้เป็นบิดาที่ฮ่องกง โดยกล่าวหาว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองมาตรา 44,45,28,29 มีโทษตามมาตรา92 (3) (4) ว่า ตนยังไม่เห็นคำร้องของนายสนธิญา แต่หากดูประเด็นจากสื่อเห็นว่าไม่มีมูลอันจะเป็นความผิดได้ตามที่กล่าวอ้าง ไม่มีข้อเท็จจริง ไร้แก่นสารสาระ ไม่มีพยานหลักฐานและพฤติการณ์ใด ๆ ที่จะชี้ว่าเป็นความผิด แต่เป็นการใช้จินตนาการหาเหตุยื่นยุบพรรคโดยมิชอบมากกว่า เชื่อว่าเรื่องนี้ กกต.คงไม่เห็นพ้องด้วย พรรค เพื่อไทยไม่ได้หวั่นไหวต่อเรื่องนี้แต่อย่างใด เพราะพรรคดำเนินกิจกรรมทางการเมืองภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ระเบียบและกฎหมายทุกประการ และไม่ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวอ้าง นายสนธิญาไม่ควรทำตัวเป็นสิ่งน่ารำคาญทางการเมือง

นายชุมสาย กล่าวต่อว่า การกระทำดังกล่าวของนายสนธิญา น่าจะเข้าข่ายเป็นการกล่าวหาพรรคการเมืองหรือบุคคลใดว่ากระทำความผิดตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองต่อ กกต.โดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หากมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่าพรรคการเมืองใดมีส่วนรู้เห็นก็จะมีโทษเป็นสองเท่า โดย กกต.มีอำนาจสั่งยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคนั้นได้ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองมาตรา 101 ซึ่ง กกต.ต้องจัดการตามอำนาจหน้าที่ในเรื่องนี้ ทั้งนี้ ฝ่ายกฎหมายของพรรค พท.จะเข้ายื่น กกต.ให้ตรวจสอบการกระทำของนายสนธิญาในวันที่ 29 ธ.ค. เวลา 10.00 น. ที่ สำนักงาน กกต.
 

‘มิ่งขวัญ’ ยื่นลาออกจาก พปชร. แล้ว หลังเป็นสมาชิกพรรคได้เพียง 22 วัน

(28 ธ.ค. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พปชร. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใด ๆ

'สุทิน' โอด!! 'คนดีศรีสภา' มีเยอะ แต่สื่อขี้เหนียว ซัด!! วาทะแห่งปี เหมือนโจรสารภาพหน้าศาล

(28 ธ.ค.65) ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภาตั้งฉายาสภาผู้แทนราษฎร ‘3 วันหนี 4 วันล่ม’ ว่า ก็ต้องยอมรับว่าภาพมันออกมาอย่างนั้น ความรู้สึกของสังคมก็อาจจะสอดคล้องอยู่ จึงเข้าใจได้ว่าทำไมสื่อถึงตั้งแบบนั้น แต่ก็เสียดายว่าทำให้ภาพพจน์ของสภาไม่ดี แล้วถามว่าโทษใคร ถามว่าฝ่ายค้านโยนความผิดให้รัฐบาลหรือไม่ ก็ไม่ใช่ เพราะการนับองค์ประชุมมีทุกยุค แต่รัฐบาลก่อน ๆ เขาไม่ให้เกิดเรื่องนับองค์ประชุม เมื่อไม่เกิดเรื่องสภาล่มก็ไม่เป็นข่าว แต่ครั้งนี้นับองค์ประชุมแล้วก็ล่มแล้วล่มอีก ดังนั้นไม่ได้โทษรัฐบาล แต่เสียดายรัฐบาลไม่น่าปล่อยให้เรื่องนี้เกิด

นายสุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนฉายาของผู้นำฝ่ายค้าน ‘หมอ (ง) ชลน่าน’ นั้นก็ธรรมดา เพราะเขามีงานเยอะขึ้น ไปเป็นผู้นำฝ่ายค้าน เป็นหัวหน้าพรรค ทำให้ไม่มีเวลาที่จะทำงานสภามากนัก อาจจะจืดไปหน่อย ก็อยากให้เข้าใจ แต่ฉายาที่ตั้งก็มีเหตุผล ส่วนฉายาประธานสภา ‘ชวน ซวนเซ’ ตนคงไม่เห็นด้วย เพราะต้องยอมรับว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ได้ดี ด้วยความมีบารมี และมีหลักอยู่ แต่จะทำเสร็จเรียบร้อย 100% คงไม่ใช่ แต่ตนคิดว่าถ้าเป็นประธานคนอื่นอาจจะไม่ใช่อย่างนี้ ดังนั้นต้องขอความเป็นธรรมให้ท่านด้วย ไม่ถึงกับซวนเซ แต่บารมีไม่ถึงร้อย เพราะท่านก็เป็นประธานสภาฯ ที่ทำหน้าที่ได้ดี 

‘อนุทิน’ นัดถก ’คมนาคม-ท่องเที่ยว’  วางมาตรการรับจีนเปิดประเทศ

‘อนุทิน’ นัด ‘คมนาคม-ท่องเที่ยว’ หารือมาตรการด้านสาธารณสุขไทย รองรับนักท่องเที่ยวจีน ด้าน ‘ศักดิ์สยาม’ สั่ง บวท.-กพท. สรุปตัวเลขไฟลท์ของสายการบินจีน เสนอแลนด์ดิ้งเข้าไทย

(28 ธ.ค.65) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีประเทศจีนจะเปิดประเทศในวันที่ 8 ม.ค.66 ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังไทยจำนวนมากนั้น เรื่องนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข จะเชิญรมว.คมนาคมและรมว.ท่องเที่ยว ประชุมในวันที่ 5 ม.ค. เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อกำหนดมาตรการสาธารณสุขในการรองรับการเดินทาง

“ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขไทยมีศักยภาพสูง พร้อมที่จะรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากจีนได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขกำลังประสานงานไปยังสถานทูตจีนว่าข้อเท็จจริงในการเปิดประเทศเป็นอย่างไรและจะมีมาตรการอะไรบ้าง เพื่อที่ไทยจะได้สามารถกำหนดมาตรการสาธารณสุขและกำหนดวิธีการปฏิบัติให้สอดคล้องต่อไป” นายศักดิ์สยาม กล่าว

‘สื่อสภาฯ’ มาตามนัด ตั้งฉายา ส.ส. ‘3 วันหนี 4 วันล่ม’ ‘เต้’ คว้า ‘ดาวดับ’ ส่วนดาวเด่นหาย คนดีเกลี้ยง

‘สื่อสภาฯ’ ตั้งฉายา ส.ส. ‘3 วันหนี 4 วันล่ม’ - ส.ว. ‘ตรา ป.’ ประธานสภาฯ ‘ชวน ซวนเซ’ ประธานวุฒิฯ ‘พรเพชร พักก่อน’ วาทะเด็ด ‘นายกฯ ทำปฏิวัติ’ - ‘มงคลกิตติ์’ คว้าดาวดับ - ไร้ดาวเด่น’65 คนดีเกลี้ยง

(28 ธ.ค.65) ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ร่วมกันตั้งฉายาสะท้อนการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติตลอดปี 2565 ดังนี้...

1.) ‘สภาผู้แทนราษฎร’ ได้รับฉายา ‘3 วันหนี 4 วันล่ม’ 
เนื่องจากการประชุมของ ส.ส.ตลอดปี 2565 ประสบแต่ปัญหาสภาล่มซ้ำซาก ตั้งแต่เริ่มศักราชใหม่จนส่งท้ายปี ทำให้การทำงานล่าช้า โดย ส.ส.ฝ่ายค้าน มักเล่นเกมนับองค์ประชุม ทั้งที่ฝ่ายตนก็ขาดประชุม และ ส.ส.รัฐบาล ก็ไร้ความรับผิดชอบในการรักษาองค์ประชุมทั้งที่เป็นเสียงข้างมาก มิหนำซ้ำช่วงท้ายวาระการดำรงตำแหน่ง ส.ส.ต่างหนีลงพื้นที่ หาเสียงก่อนเลือกตั้ง ละเลยการประชุม ซึ่งถือเป็นหน้าที่สำคัญ ด้วยเหตุเหล่านี้จึงเป็นที่มาของฉายาดังกล่าว

2.) ‘วุฒิสภา’ ได้รับฉายา ‘ตรา ป.’
เพราะตลอดปี 2565 ส.ว.ยังคงทำหน้าที่รักษามรดกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และในการลงมติพิจารณาเรื่องสำคัญแต่ละครั้ง ก็ไม่มีแตกแถว เพื่อประโยชน์ของ 2 ป. คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หรือ ป.ประยุทธ์ และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หรือ ป.ประวิตร โดยเฉพาะในการแก้รัฐธรรมนูญ และปัจจุบัน ส.ว.ยังถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายสนับสนุน ป.ประยุทธ์ และฝ่ายสนับสนุน ป.ประวิตร จนกระทั่งล่าสุด มีการเช็กชื่อแล้วว่า ส.ว.คนไหน จะสนับสนุน ป.ใด เป็นนายกรัฐมนตรี

3.) นายชวน หลีกภัย ‘ประธานสภาผู้แทนราษฎร’ ได้รับฉายา ‘ชวน ซวนเซ’ 
เนื่องจากการทำหน้าที่ของนายชวน จากที่เคยได้รับความเคารพ และเชื่อฟังจาก ส.ส.รุ่นน้อง สามารถยุติข้อขัดแย้งต่าง ๆ ได้ แต่ในปีนี้กลับตรงกันข้าม คือ ถูกลดความยำเกรง ไม่ได้รับการยอมรับ และยังถูก ส.ส.ท้าทาย จนหลายครั้งกลายเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการประสานงานของวิปรัฐบาลที่ไม่ดีพอ จนทำให้นายชวน ซวนเซ เสียหลักไปด้วย

4.) นายพรเพชร วิชิตชลชัย ‘ประธานวุฒิสภา’ ได้รับฉายา ‘พรเพชร พักก่อน’
การทำหน้าที่ควบคุมการประชุมของนายพรเพชรตลอดปี 2565 มักโดน ส.ส.-ส.ว.ทักท้วง จนบางครั้งได้แสดงความรู้สึกไม่พอใจผ่านสีหน้า และไม่สามารถควบคุมการประชุมร่วมรัฐสภาให้เดินหน้าได้อย่างราบรื่น มักถูก ส.ส.ประท้วงว่า ทำหน้าที่สนับสนุนรัฐบาล เหมือนสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มากกว่าทำหน้าที่ตรวจสอบ จึงทำให้เกิดคำถามว่า นายพรเพชร ควรพักก่อนหรือไม่? 

5.) นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ‘ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร’ ได้รับฉายา ‘หมอ(ง) ชลน่าน’
แม้นายแพทย์ชลน่าน จะมีความโดดเด่นในการทำหน้าที่จนได้รับฉายาดาวเด่นเมื่อปี 2564 แต่เมื่อได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านฯ จริง กลับหมอง การอภิปรายในสภาไม่โดดเด่นเหมือนอดีต ได้ทำหน้าที่ในนามหัวหน้าพรรคฯ เท่านั้น ขาดอิสระ

6.) ‘ดาวเด่น’65’ 
ในปีนี้ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา เห็นว่า ‘ไม่มีผู้ใดเหมาะสม’ และโดดเด่นเพียงพอที่จะได้รับตำแหน่งดังกล่าว 

‘สุทิน’ เตรียมซักฟอก ม.152 มัดความล้มเหลวรัฐบาล เย้ย!! รัฐอย่ากลัว ถือเป็นโอกาสแจงผลงานรอบ 4 ปี 

(28 ธ.ค.65) ที่รัฐสภานายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 ว่า ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติดังกล่าวต่อนายชวน หลีกภัย สภาผู้แทนราษฎร ในบ่ายวันนี้ (28 ธ.ค.) ซึ่งจะมีความแตกต่างจากครั้งที่แล้ว ทุกเรื่อง รวมการทำงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ว่าอะไรที่เป็นปัญหา อะไรที่ทำให้ทำไม่ได้ แล้วเวลาที่เหลือจะแก้ไขอย่างไร การอภิปรายครั้งนี้ตนขอเรียกว่า ‘ยุทธการถอดหน้ากากคนดี’ ก็คือ ใส่หน้ากากมา 4 ปีก็จะถอดให้ประชาชนดู

‘อนุทิน’ วอนอย่าจับผิดภูมิใจไทย ปม ส.ส.ไหลเข้า ชี้!! ใครไปใครมา ไม่เคยด้อยค่า มีแต่ให้กำลังใจกัน

‘อนุทิน’ ขอมีน้ำใจนักกีฬาอย่าจับผิดแต่ ภท. ยันส.ส.ไหลเข้าออกไม่ใช่นวัตกรรมใหม่ วอนหยุดด้อยค่ากันเองด้วยคำว่า ‘เนรคุณ’ เพราะเท่ากับด่าประชาชน ชี้นักการเมืองต่างตอบแทนกันหมดแล้ว ถามกลับอายุเยอะแล้ว จะทะเลาะกันทำไม

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงพรรคภูมิใจไทยในช่วงหลังปีหน้าจะมีนักการเมืองทยอยมาเข้าร่วมกับพรรคมากกว่าคราวเปิดรับสมัครสมาชิกพรรค เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมาหรือไม่ว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด ถ้าการเมืองถึงคราวเปลี่ยนวาระหรือทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง สมัยก่อนปี 2535 คนวิ่งเข้าพรรคประชาธิปัตย์  ปี 2538 วิ่งเข้าพรรคชาติไทย ปี 2539 วิ่งเข้าพรรคความหวังใหม่ ปี 2544 วิ่งเข้าพรรคไทยรักไทย แล้วปี 2566 ถ้าคนจะวิ่งเข้าพรรคภูมิใจไทยมันแตกต่างจากอดีตตรงไหน 

“ไม่เห็นเป็นเรื่องใหม่หรือนวัตกรรมใหม่ แต่ถือเป็นเรื่องปกติ พรรคภูมิใจไทยมีทั้งคนเข้าและออก ที่เป็นส.ส. หรือผู้สมัครส.ส.ออกไปจากพรรคก็มี ทำไมตรงนี้ไม่มองว่าเป็นงูเห่าหรือพลังดูดบ้าง ไม่เห็นพูดถึง แต่พอมีคนเข้ามาพรรคภูมิใจไทยเป็นเรื่องเลย” นายอนุทิน ระบุ

‘ก้าวไกล’ ถามรัฐพร้อมรับมือจีนเปิดประเทศแค่ไหน แนะ!! วางแผน ศก. ควบคู่ความเชื่อมั่นคนไทยให้ดี

‘หมอเก่ง-เพชร’ ประสานเสียงถามรัฐบาล รับมือยังไงจีนเปิดประเทศหลังปีใหม่ ย้ำ ต้องเปิดเศรษฐกิจควบคู่สร้างความมั่นใจประชาชน แนะเช็กผลฉีดวัคซีน-ใช้แอปติดตามตัว

(28 ธ.ค. 65) กรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่จีนประกาศเปิดประเทศและเตรียมอนุญาตให้ประชาชนเดินทางออกนอกประเทศได้ ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ภายในประเทศจีนที่ยังน่ากังวลว่า การที่จีนเปิดประเทศ เป็นได้ทั้งโอกาสและความเสี่ยงของประเทศไทย ในแง่โอกาส เช่น ให้คนจีนมาฉีดวัคซีน mRNA ที่ประเทศไทยโดยมีค่าใช้จ่าย ออกแบบแอปพลิเคชันติดตามและให้นักท่องเที่ยวแจ้งเมื่อป่วย หรือเตรียมสินค้าด้านการดูแลสุขภาพที่คาดว่าเป็นที่ต้องการของชาวจีน

เชื่อว่าหากวางแผนอย่างรัดกุม ประเทศไทยจะได้ประโยชน์ ไม่ใช่เพียงการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว แต่รวมถึงการขายสินค้า และการควบคุมการแพร่ระบาดในประเทศ อย่างไรก็ตาม ตนไม่แน่ใจว่าประชาชนจะคาดหวังกับวิสัยทัศน์ของรัฐบาลได้แค่ไหน เมื่อดูจากการรับมือสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top