Tuesday, 28 July 2026
NEWS

‘มาดามแป้ง’ ชวนแฟนบอล เชียร์ช้างศึกไทย ให้ถูกกติกา ย้ำ อยากให้ทุกคนมีส่วนร่วม พัฒนาฟุตบอลไทยไปด้วยกัน

(24 มี.ค.67) สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดย “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยแข้งช้างศึก ผุดแคมเปญเชิญชวนแฟนบอล #เชียร์ไทยให้ถูกกติกา เพื่อแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมการเชียร์ที่ดี ในเกมเตรียมเปิดบ้านพบกับ เกาหลีใต้ ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 นัดที่ 4 วันที่ 26 มีนาคม 2567 เวลา 19.30 น. ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

“มาดามแป้ง“ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ระบุว่า “เรารักฟุตบอลไทยไม่ต่างกัน แต่อาจจะมีวิธีการแสดงออกที่ต่างกัน เรามาเชียร์ฟุตบอลไทยให้ถูกต้องตามกติกา มาทำให้ฟุตบอลทีมชาติไทย อยู่ในอ้อมใจของคนไทยทั้งประเทศ เพราะที่นี่คือบ้านของเรา”

ขณะที่เหล่าแข้งช้างศึก นำโดยกัปตันทีม ธีราทร บุญมาทัน , สารัช อยู่เย็น , ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ บดินทร์ ผาลา ยังฝากถึงแฟนบอลเช่นกันว่า

“ในสนามพวกเราเต็มที่ พวกเราพร้อมทำเพื่อ ทีมชาติไทย นอกสนามสิ่งสำคัญที่สุด คือ ผู้เล่นคนที่ 12 พวกเราอยากให้ทุกคนมาร่วมกันสร้าง วัฒนธรรมการเชียร์ที่ดี และ พัฒนาฟุตบอลไทยไปพร้อมกันครับ มาเชียร์ให้ถูกกติกา แล้วมาส่งแรงใจเชียร์ไปพร้อมกันครับ”

สำหรับ ข้อกำหนดการนำอุปกรณ์การเชียร์เข้าสนามแข่งขัน ตามระเบียบของ เอเอฟซี ประกอบด้วย ห้ามนำเข้าหรือจุดพลุประทัดหรือไฟเย็น , ห้ามนำอาวุธเข้า , ห้ามสูบบุหรี่ในสนาม , ห้ามนำสารเสพติดเข้าสนาม , ห้ามนำป้ายหรือสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง การเหยียด หรือโฆษณา เข้าสนาม , ห้ามนำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดเข้าสนาม , ห้ามปิดใบหน้า , ห้ามนำขวดน้ำ ขวดพลาสติก ขวดแก้ว และกระป๋อง , ห้ามนำนกหวีด แตร และเลเซอร์เข้าสนาม , ห้ามนำกล้อง DSLR และไม้เซลฟี่เข้าสนาม , ห้ามบินโดรน และ ห้ามขว้างปาวัตถุใด ๆ ลงในสนาม

จีน เอาจริง ออกมาตรการใหม่ ปราบปราม ประมงเถื่อน เพื่อดูแล สายพันธุ์ปลาล้ำค่า ซึ่งมีความสำคัญ ทางเศรษฐกิจ

เมื่อเร็วๆนี้ สำนักข่าวซินหัว ได้รายงานว่า กระทรวงเกษตรและกิจการชนบทของจีน จะดำเนินมาตรการใหม่เพื่อปราบปรามกิจกรรมการประมงผิดกฎหมายในปี 2024

โดยทางกระทรวงฯ ได้แถลงว่ามาตรการชุดใหม่ครอบคลุม การส่งเสริมงานคุ้มครองลูกปลาไหล ซึ่งเป็นสายพันธุ์ปลาล้ำค่าและมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ

คณะเจ้าหน้าที่ทางการจะกระชับการบังคับใช้กฎหมายในการกำกับดูแลการจับลูกปลาไหล เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอันดีของกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงฯ จะเดินหน้าบังคับใช้คำสั่งห้ามจับปลาตามลุ่มแม่น้ำแยงซี พร้อมดำเนินมาตรการตรวจตราอย่างเข้มงวดที่สุดในช่วงพักการจับปลาฤดูร้อนของประเทศ

นอกจากนั้นกระทรวงฯ จะพยายามอนุรักษ์สัตว์น้ำตามธรรมชาติและกำกับควบคุมอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำด้วย

บุรีรัมย์ จัดใหญ่ ฉลองวันเกิดให้ ‘ลิซ่า’ ดันให้เป็น ‘วันลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์’ ตอกย้ำ ที่ทำให้ทั่วโลกรู้จัก พร้อมดันเป็นอีเว้นท์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

(24 มี.ค.67) ผู้ประกอบการลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีบุรีรัมย์ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด องค์การส่วนบริหารจังหวัดบุรีรัมย์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานบุรีรัมย์ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ และ สถานีรถไฟบุรีรัมย์ เตรียมจัดกิจกรรมฉลอง วันคล้ายวันเกิด อายุครบ 27 ปี ให้แก่ ‘ลิซ่า แบล็คพิงค์’ หรือ ‘ลลิษา มโนบาล’ เป็นสมาชิก วงเกิร์ลกรุ๊ป ‘แบล็คพิงค์’ ศิลปินนักร้องชื่อดังระดับโลก ซึ่งมีบ้านเกิดอยู่ที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ และเป็นผู้สร้างกระแสทำให้ลูกชิ้นยืนกินเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และพลิกชีวิตให้ร้านลูกชิ้นยืนกินมียอดขายถล่มทลาย ในวันที่ 27 มีนาคม 2567 ที่บริเวณหลังสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ชุมชนหลังสถานีรถไฟ ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์

โดยจะเริ่มกิจกรรม ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ซึ่งจะมีนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ มาเป็นประธานในพิธี โดยภายในงาน ประกอบด้วย กิจกรรมการเปิดตัว กางเกงลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ ของบริษัทประชารัฐรักสามัคคีบุรีรัมย์ จากนั้น เวลา 09.00 น.ประธานในพิธี ผู้ประกอบการลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ และแขกผู้มีเกียรติ มาร่วมกัน แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ให้กับ ‘ลิซ่า แบล็คพิงค์’ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด อายุครบ 27 ปี และประธานในพิธี ปักหมุด วันที่ 27 มีนาคม ของทุกปี ให้เป็น ‘วันลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์’ เนื่องด้วยเพราะ ‘ลิซ่า แบล็คพิงค์’ เป็นผู้สร้างปรากฏการณ์ทำให้ทั่วโลกรู้จักลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ สร้างชื่อเสียง สร้างรายได้และเศรษฐกิจของบุรีรัมย์ให้ดีขึ้น พร้อมยกระดับงานให้เป็นกิจกรรม อีเว้นท์ระดับประเทศเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์

จากนั้น ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ผู้ประกอบการลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ พร้อมใจกันแจกลูกชิ้นยืนกินกว่า 700 กก. ให้บรรดาแฟนคลับ และประชาชนทั่วไปที่มาร่วมงาน

ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ จึงขอเชิญชวนบรรดาแฟนคลับ และประชาชน มาร่วมงาน แฮปปี้เบริ์ดเดย์ ให้กับ ลิซ่า ‘ลลิษา มโนบาล’ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด อายุครบ 27 ปี ในวันที่ 27 มีนาคม 2567 ตั้งแต่ 08.30-12.00 น.ที่บริเวณหลังสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ชุมชนหลังสถานีรถไฟ ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นตลาดร้านค้าลูกชิ้นยืนกินชื่อดังของ จ.บุรีรัมย์ นั่นเอง 

เทียบนัย 'ร่างรัฐธรรมนูญ 2474' โดยในหลวงรัชกาลที่ 7 ที่ถูกปัดตก มาตรฐานใกล้ รธน.ฉบับแรกหลายชาติยุโรป แต่กลับถูกบอก 'ไม่ประชาธิปไตย'

(24 มี.ค.67) ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์บทความในหัวข้อ 'ความเข้าใจต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่สองที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้ร่างขึ้น' (ตอนที่หนึ่ง) ความว่า...

#ร่างรัฐธรรมนูญรัชกาลที่7

หลังจากมีการอภิปรายถกเถียงเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกของพระยากัลยาณไมตรี (ฟรานซิส บี. แซร์) พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้นายเรมอนด์ บี. สตีเวนส์ ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศและพระยาศรีวิศาลวาจา ปลัดทูลฉลองกระทรวงการต่างประเทศยกร่างเค้าโครงรัฐธรรมนูญขึ้นอีกฉบับหนึ่ง

ซึ่งแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2474 โดยเค้าโครงร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า 'An Outline of Changes in the Form of Government' (เค้าโครงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง)

ในเค้าโครงร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กำหนดให้มีตำแหน่งนายกรัฐมนตรีขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศ ทำหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดิน

โดยพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้คัดสรรและแต่งตั้งบุคคลที่พระองค์ทรงเห็นว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี โดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นสมาชิกในพระบรมวงศานุวงศ์หรือมีตำแหน่งขุนนางเสนาบดีเท่านั้น

จากการที่นายกรัฐมนตรีมาจากการคัดสรรและแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ นายกรัฐมนตรีจึงรับผิดชอบโดยตรงต่อพระมหากษัตริย์

แม้ว่าเค้าโครงร่างรัฐธรรมนูญ จะกำหนดให้นายกรัฐมนตรีมีสิทธิ์ในการเลือกบุคคลเป็นคณะรัฐมนตรี

แต่เค้าโครงฯ นี้เห็นว่า แต่เดิมการแต่งตั้งรัฐมนตรีเป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์

ดังนั้น การจะผ่องถ่ายอำนาจทั้งหมดโดยทันทีให้แก่นายกรัฐมนตรี จึงอาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเกินไป

ดังนั้น ในเบื้องต้น เมื่อนายกรัฐมนตรีเลือกบุคคลเป็นคณะรัฐมนตรีแล้ว ควรที่จะให้พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชวินิจฉัยยืนยันเห็นชอบด้วย

นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมีวาระที่กำหนดไว้ตายตัว โดยให้เป็นไปตามวาระของสภานิติบัญญัติ แต่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะลาออกก่อนครบวาระก็ได้ โดยทำหนังสือกราบบังคมทูลต่อพระมหากษัตริย์ แต่พระมหากษัตริย์จะทรงแต่งตั้งให้กลับไปดำรงตำแหน่งอีกก็ได้

ขณะเดียวกัน พระองค์ทรงมีพระราชอำนาจที่จะขอให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งก็ได้ และเมื่อไรก็ตามที่นายกรัฐมนตรีลาออกเองหรือถูกขอให้ออกจากตำแหน่ง คณะรัฐมนตรีก็จะต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย

นายกรัฐมนตรีจะทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและเป็นผู้เดียวที่จะเป็นตัวกลางสื่อสารระหว่างพระมหากษัตริย์และคณะรัฐมนตรี

ในความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจบริหารและอำนาจนิติบัญญัติ และเค้าโครงฯ ได้กำหนดว่า สภานิติบัญญัติจะใช้อำนาจของสภาฯ ในการลงมติไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้

ถ้ามีการประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็จะเป็นรัฐธรรมนูญในระบอบการปกครองพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional Monarchy) ฉบับแรกของไทย

“เปรียบเทียบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กับ รัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศในยุโรปที่ปกครองด้วยระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ”

เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญระบอบการปกครองพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศต่างๆ ในยุโรป จะพบความคล้ายคลึงกันในเรื่องพระราชอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี

เริ่มต้นจาก...

>> สวีเดน ค.ศ. 1809

สวีเดนเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญในปี ค.ศ. 1809 และมีรัฐธรรมนูญฉบับแรกในระบอบดังกล่าวในปี ค.ศ. 1809

มาตราแรกของรัฐธรรมนูญสวีเดน ค.ศ. 1809 ระบุว่า “พระมหากษัตริย์แต่เพียงผู้เดียวที่จะเป็นผู้ใช้อำนาจบริหารการปกครองแผ่นดิน” (The King alone shall govern the realm)

และมาตรา 4 ที่ตามมาจะระบุถึงการจำกัดพระราชอำนาจ เช่น การระบุให้พระมหากษัตริย์จำเป็นต้องใช้อำนาจปกครอง “ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้” (in accordance with the provision of this Instrument of Government)

นอกจากนี้ในมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญยังระบุว่า พระมหากษัตริย์จะต้อง...

“ทรงรับฟังข้อมูลและคำแนะนำจากรัฐมนตรีสภา (คณะรัฐมนตรี) อันเป็นสภาที่ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งสมาชิก (รัฐมนตรี) จากบุคคลที่มีความสามารถ ประสบการณ์ เกียรติยศ และเป็นที่เคารพนับถือโดยทั่วไปของเหล่าพสกนิกรชาวสวีเดน”

(seek the information and advice of a Council of State, to which the King shall call and appoint capable, experienced, honorable and generally respected native Swedish subjects)

>> นอร์เวย์ ค.ศ. 1814

นอร์เวย์เข้าสู่ระบอบการปกครองพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญในปี ค.ศ. 1814

สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญนอร์เวย์ ค.ศ. 1814 คือกำหนดให้นอร์เวย์ปกครองด้วยระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ นั่นคือ พระมหากษัตริย์ไม่ทรงสามารถใช้พระราชอำนาจในการบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการได้โดยตรงอีกต่อไป

แต่กระนั้น รัฐธรรมนูญนอร์เวย์ ค.ศ. 1814 ยังให้พระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีโดยไม่ได้กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะต้องแต่งตั้งจากสมาชิกสภาเหมือนที่ปรากฎในนอร์เวย์ปัจจุบัน

มาตรา 3 ในรัฐธรรมนูญนอร์เวย์ ค.ศ. 1814 กำหนดให้ 'อำนาจบริหารเป็นของกษัตริย์' (The executive power shall be vested in the King.)

และในทำนองเดียวกันกับรัฐธรรมนูญสวีเดน ค.ศ. 1809 มาตรา 28 ของรัฐธรรมนูญนอร์เวย์ ค.ศ. 1814 กำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงเลือกพลเมืองนอร์เวย์ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 30 เป็นคณะรัฐมนตรี มีจำนวน 5 คนอย่างน้อย และอาจจะเลือกพลเมืองนอร์เวย์อื่นๆ ให้เป็นคณะรัฐมนตรี ยกเว้นสมาชิกสภาแห่งชาติ

พระองค์จะทรงแบ่งงานให้สมาชิกคณะรัฐมนตรีตามที่พระองค์เห็นว่าเหมาะสมที่สุด และไม่ให้ผู้ที่เป็นบิดา บุตร และพี่น้องเป็นคณะรัฐมนตรีในเวลาเดียวกัน

จากสาระในมาตรา 28 พระมหากษัตริย์มีอำนาจในการแต่งตั้งพลเมืองนอร์เวย์ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีได้ตามพระราชอัธยาศัย

ถ้าจะถามว่า ตกลงแล้วพระมหากษัตริย์ขณะนั้นทรงแต่งตั้ง 'ใคร' ให้มาทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน?

คำตอบคือ โดยส่วนใหญ่ พระมหากษัตริย์จะแต่งตั้งบุคคลที่ดำรงตำแหน่งข้าราชการประจำให้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ขณะเดียวกัน ก็มีบางส่วนที่แต่งตั้งจากสมาชิกสภา หากสมาชิกสภาผู้ใดได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี จะต้องลาออกจากการเป็นสมาชิกสภา

>> เนเธอร์แลนด์ ค.ศ. 1814

เนเธอร์แลนด์เข้าสู่ระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญในปี ค.ศ. 1814 หลังจากเคยปกครองในแบบสมาพันธรัฐและสาธารณรัฐมาเป็นเวลายาวนาน

ในรัฐธรรมนูญเนเธอร์แลนด์ ค.ศ. 1814 มาตรา 1 ที่เป็นมาตราที่ว่าด้วยอำนาจสูงสุด หรืออำนาจอธิปไตย (Sovereignty) ของเนเธอร์แลนด์ รัฐธรรมนูญเนเธอร์แลนด์ ค.ศ. 1814 อันเป็นรัฐธรรมนูญระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับแรกของเนเธอร์แลนด์

ได้กำหนดให้อำนาจอธิปไตยของเนเธอร์แลนด์เป็นของวิลเลม เฟรดริค และผู้สืบเชื้อสายของพระองค์ “Sovereignty……belongs to Willem Frederik...”

อีกทั้งยังกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนรัฐมนตรีตามพระบรมราชวินิจฉัยเช่นกัน

>> เบลเยี่ยม ค.ศ. 1831

เบลเยี่ยมเข้าสู่การปกครองระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญในปี ค.ศ. 1831

รัฐธรรมนูญเบลเยี่ยม ค.ศ. 1831 กำหนดให้อำนาจบริหารเป็นของพระมหากษัตริย์

พระองค์ทรงใช้อำนาจบริหารได้ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

โดยมาตรา 64 แห่งรัฐธรรมนูญเบลเยี่ยม ค.ศ. 1831 ได้กำหนดไว้ว่า พระบรมราชโองการของพระมหากษัตริย์จะมีผลบังคับใช้ได้ก็ต่อเมื่อมีผู้รับสนอง และผู้รับสนองฯจะต้องเป็นรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง

ดังนั้น พระมหากษัตริย์จึงทรงกระทำผิดมิได้ รัฐมนตรีที่เป็นผู้รับสนองจะเป็นผู้รับผิดชอบ

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ พระมหากษัตริย์มิได้ทรงใช้พระราชอำนาจบริหารด้วยพระองค์เอง แต่ผ่านรัฐมนตรี และด้วยเหตุนี้ มาตรา 63 จึงกำหนดไว้ว่า ผู้ใดจะละเมิดองค์พระมหากษัตริย์มิได้

มาตรา 66 กำหนดให้พระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจในการแต่งตั้งและถอดถอนรัฐมนตรี และในการแต่งตั้งรัฐมนตรี ไม่จำเป็นที่พระมหากษัตริย์จะต้องแต่งตั้งรัฐมนตรีจากสมาชิกสภา (ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาล่างหรือสภาสูง) แต่ถ้าพระองค์แต่งตั้งสมาชิกสภาให้เป็นรัฐมนตรี บุคคลผู้นั้นจะต้องพ้นจากสมาชิกภาพความเป็นสมาชิกสภา

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ พระมหากษัตริย์เบลเยี่ยมภายใต้รัฐธรรมนูญเบลเยี่ยม ค.ศ. 1831 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของเบลเยี่ยมให้พระมหากษัตริย์ทรงมีอิสระในการแต่งตั้งรัฐมนตรี โดยไม่จำเป็นต้องจากสมาชิกสภา ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้มีสัญชาติเบลเยี่ยม (โดยกำเนิดหรือได้รับสัญชาติ) แม้ว่าพระองค์จะมีอิสระ แต่ข้อจำกัดคือ พระองค์ไม่สามารถแต่งตั้งสมาชิกในพระบรมวงศานุวงศ์เป็นรัฐมนตรี

>> เดนมาร์ก ค.ศ. 1849

เดนมาร์กเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญในปี ค.ศ. 1849

รัฐธรรมนูญเดนมาร์ก ค.ศ. 1849 มาตรา 19 กำหนดไว้ว่า “พระมหากษัตริย์เป็นผู้ทรงแต่งตั้งและปลดบุคคลเข้าและออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี การลงพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ในกฎหมายที่ได้ตราขึ้น หรือในการประกาศให้มติในการบริหารราชการแผ่นดินที่เกี่ยวข้องมีผลบังคับได้ จะต้องมีรัฐมนตรีหนึ่งหรือหลายนายลงนามสนองพระบรมราชโองการ”

และรัฐธรรมนูญเดนมาร์ก ค.ศ. 1849 ไม่ได้กล่าวถึงเงื่อนไขการแต่งตั้งและปลดบุคคลเข้าและออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีแต่อย่างใด พระมหากษัตริย์เดนมาร์กทรงมีพระราชอำนาจในการแต่งตั้งและปลดได้ที่พระองค์ทรงเห็นสมควร

ในช่วงเริ่มแรกหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญฉบับแรกในประเทศในยุโรปที่กล่าวไปข้างต้น (สวีเดน, นอร์เวย์, เนเธอร์แลนด์, เบลเยี่ยม และ เดนมาร์ก) จะเริ่มต้นจากการค่อยๆแบ่งแยกอำนาจบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการออกจากกัน ที่แต่เดิมทีรวมอยู่ในสถาบันพระมหากษัตริย์

ขณะเดียวกัน ในรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศเหล่านี้ที่เป็นประเทศที่ระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญที่มีความมั่นคงยิ่งในปัจจุบัน และได้รับการจัดลำดับเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมในอันดับต้นๆ ของโลก

เราจะพบการยังคงให้พระมหากษัตริย์ยังคงไว้ซึ่งพระราชอำนาจบริหาร แต่ไม่สามารถบริหารได้โดยลำพังพระองค์เองอีกต่อไป

แต่จะต้องมีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเป็นผู้ใช้อำนาจบริหารแทนพระองค์ แต่พระองค์ยังทรงมีพระราชอำนาจในการแต่งตั้งและถอดถอนนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้ตามพระบรมราชวินิจฉัย

สถาบันทางการเมืองในระบอบพระมหากษัตรย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ---อันได้แก่ คณะรัฐมนตรีและรัฐสภา รวมทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์---ของประเทศเหล่านี้จะค่อยวิวัฒนาการไปตามเงื่อนไขความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ สังคมและสภาพการเมืองของแต่ละประเทศ

คำถามคือ ในช่วงที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรก ที่ยังคงให้พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีได้ตามพระราชอัธยาศัยนั้น...เงื่อนไขทางการเมืองและประชาชนในประเทศเหล่านั้นเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับของไทย?

จากความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับแรกของระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญและกระบวนการวิวัฒนาการทางการเมืองอย่างค่อยเป็นค่อยไปของประเทศต่างๆ เหล่านี้นี่เอง ที่นำมาซึ่ง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายเรมอนด์ บี. สตีเวนส์และพระยาศรีวิศาลวาจา

และถ้าหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2474 ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ทรงโปรดให้ร่างขึ้นไม่เป็น 'ประชาธิปไตย'

เราจะกล่าวได้ไหมว่า รัฐธรรมนูญระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับแรกของ นอร์เวย์, เนเธอร์แลนด์, เบลเยี่ยม และ เดนมาร์ก เป็น 'ประชาธิปไตย' ?

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

 

ตร.ภูเก็ต โพสต์เฟซ ชื่นชม พี่แท็กซี่ ที่มีความซื่อสัตย์ เอากระเป๋านักท่องเที่ยว ที่ลืมไว้ มาส่งคืนให้

เมื่อไม่นานมานี้ สถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล ภูเก็ต ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ชื่นชมคนขับรถแท็กซี่ ที่เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ โดยได้ระบุว่า ...

ขอบคุณมากครับสำหรับความซื่อสัตย์ต่อตนเองและอาชีพ #สภ.เชิงทะเลขอชื่นชมพี่แท็กซี่ นายอภิชัย โพธิ์เหมือน ที่ขับรถแท็กซี่ป้ายเขียว หมายเลขทะเบียน ฌข -2849 ภูเก็ต กรณีนักท่องเที่ยวลืมกระเป๋าไว้ในรถ นำมาส่งคืนเรียบร้อย#ยอดเยี่ยมมากครับ (ขออนุญาตเผยแพร่เพื่อชื่นชมนะครับ)

‘รัดเกล้า’ ชู!! ‘บางกอกบานฉ่ำ เมืองมีชีวิต’ กิจกรรมดีๆ ช่วงปิดเทอมนี้ ต้นแบบแห่งการมีส่วนร่วม 'เด็ก-เยาวชน-ประชาชน' ณ สวนบางขุนนนท์

เมื่อวานนี้ (23 มี.ค.67) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เผยถึงกิจกรรม ‘บางกอกบานฉ่ำ เมืองมีชีวิต’ ซึ่งจัดโดย เครือข่ายบางกอกนี้...ดีจัง ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา มูลนิธิส่งเสริมสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) และภาคีเครือข่าย ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ให้กับเยาวชนในช่วงเวลาที่ปิดเทอม 

นอกจากนี้ ยังเป็นการเสริมสร้างนักสื่อสารสุขภาวะเด็กเยาวชน พลเมืองรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในการออกแบบและสร้างสรรค์ระบบนิเวศของชุมชน และการสร้างสื่อสุขภาวะที่หลากหลาย ปลอดภัย ทั้งในเชิงกายภาพและจิตใจ รวมทั้งเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางความคิด ส่งเสริมการรู้เท่าทันตนเอง เท่าทันสื่อและสังคม อีกด้วย

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย กิจกรรมเดิน เล่น เรียนรู้ สร้างสรรค์ชุมชนบางกอกน้อย, กิจกรรม Kids Camp สวนเล่นได้ เล่นกับธรรมชาติ, กิจกรรม Play Zone อะไรอะไรก็เล่นได้ ใครใครก็เล่นได้, กิจกรรมลานบานฉ่ำ ศิลปะชุมชน และกิจกรรม Young Voice ร่วมออกแบบเมือง เมืองมีชีวิตของทุกคน 

“ขอชื่นชมคณะผู้จัดงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม กิจกรรมนี้ถือเป็นต้นแบบในการสร้างการมีส่วนร่วมของเด็ก เยาวชน และประชาชน ที่จะร่วมกันออกแบบและสร้างสรรค์ชุมชน สังคมให้เป็นสังคมที่น่าอยู่ ตอบโจทย์คนทุกเพศทุกวัย สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าร่วมกิจกรรม สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ – 24 มีนาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 11.00 – 18.00 น. ที่สวนบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย” รองโฆษกฯ รัดเกล้า กล่าว

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์  จัดกิจกรรมการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล ชิงถ้วยประทาน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์  กำหนดจัดการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล   ชิงถ้วยประทาน  พระเจ้าวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าโสมสวลี  กรมหมื่น สุทธนารีนาถ  วันเสาร์ที่  23  มีนาคม  2567  เวลา  08.00 น.  ณ  BLU - O RHYTHM & BOWL ชั้น 5  สยามพารากอน  เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 92 พรรษา  และเพื่อน้อมเกล้าฯ รำลึกในพระกรุณาธิคุณ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ที่ทรงรับเป็นประธานกิตติมศักดิ์ ของคณะกรรมการร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เพื่อหารายได้สมทบ "กองทุนพระราชทานช่วยเหลือการศึกษาเด็กยากจน ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  พระบรมราชชนนีพันปีหลวง" และเพื่อให้โอกาสด้านการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่ยากจนและขาดแคลนโอกาส ทางการศึกษา ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 

โดยพิธีเปิดการจัดการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล  สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้รับเกียรติจาก แพทย์หญิงสุวณี   รักธรรม ที่ปรึกษาสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เปิดกรวยถวายสักการะหน้าพระฉายาลักษณ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ  และกล่าวเปิดงาน ในครั้งนี้ อัตราค่าสมัคร ทีมกิตติมศักดิ์  ทีมละ  10,000.-บาท  ทีมทั่วไป  ทีมละ  5,000.-บาท   หรือร่วมบริจาคเพื่อการกุศลโดยไม่เข้าร่วมการแข่งขัน  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักหารายได้   สภาสังคมสงเคราะห์ฯ โทรศัพท์:  02-354-7533-37 ต่อ 604 – 607 E-mail : [email protected] LINE ID : community.fund

หนุ่มโพสต์เฟซ โดนเจ้าหน้าที่ ยกมิเตอร์น้ำออก แล้วปล่อยให้ไหลทิ้ง ชี้ ควรคิดให้รอบคอบ ถึงความเสียหาย ควรใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า

(23 มี.ค.67) ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ สัญญา ป้ายศิลป์ โพสต์ข้อความว่า ลืมไปจ่ายค่าน้ำประปา โดนยกมิเตอร์เลย ผมสงสัยจังว่าวิธีงดจ่ายน้ำแบบนี้ทำถูกหรือยัง ตัดท่อออกปล่อยให้น้ำประปาไหลทิ้งตั้งนาน ไม่รู้ว่ามา ตัดวันไหนเมื่อวานหรือวันนี้ ตัดช่วงไม่มีคนอยู่แล้วปล่อยทิ้งไว้ ถ้าไม่มีคนแจ้ง หรือผมไม่ได้เข้ามาร้าน ก็คงจะปล่อยน้ำให้ไหลทิ้งแบบนี้เลยหรือ พร้อมลงรูปภาพ และวิดีโอประกอบ โดยมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ต่อมา ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่เพื่อสอบถามพูดคุยกับ เจ้าของโพสต์ ซึ่งอยู่ที่บ้านเลขที่ 118 ถ.ปัทมานนท์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ที่แห่งนี้ได้เปิดเป็นร้านทำป้าย ชื่อว่าร้านป้ายศิลป์ มีนายสัญญา ศรแผลง อายุ 43 ปี เป็นเจ้าของร้าน 

นายสัญญา ได้เล่าให้ฟังว่า การที่ร้านถูกตัดน้ำเนื่องจากตนสื่อสารผิดพลาดกับลูกน้อง ตนคิดว่าให้ลูกน้องไปจ่ายค่าน้ำ แต่จริง ๆ ตนให้ไปจ่ายค่าไฟมันก็เลยกลายเป็นค้างค่าน้ำ 2 เดือน ก็เลยถูกตัดยกมิเตอร์ไป ตรงนี้ตนเข้าใจ และไม่ได้ติดใจในเรื่องนี้ แต่ตนติดใจที่เจ้าหน้าที่มาตัดน้ำแล้วปล่อยน้ำไหลทิ้ง อยากถามว่าถ้าไปตัดแล้วปล่อยน้ำทิ้งแบบนี้มันจะเกิดความเสียหายมากแค่ไหน ตนก็ไม่รู้ว่าตัดตั้งแต่กี่โมง ตนเข้ามาร้าน 11 โมงเช้า เห็นน้ำไหลเอ่อนองท่วมข้างบ้านเต็ม ตนจึงให้แฟนโทรไปที่การประปาให้มาต่อน้ำคืน และให้ซ่อมท่อที่น้ำมันไหลด้วย สักพักหนึ่งเจ้าหน้าที่ก็มาอุดท่อไว้ก่อนแต่ยังไม่ได้ต่อน้ำให้ มาต่ออีกทีก็ตอน 5 โมงเย็น

ส่วนระยะเวลาที่น้ำไหลทิ้งตนก็ไม่แน่ใจว่าประมาณกี่ชั่วโมง เพราะตอนที่เขามาตัด ตนก็ไม่ได้อยู่ร้าน ปกติตนจะอยู่ร้านประจำแต่บังเอิญวันอังคารที่ผ่านมาตนปิดร้าน วันพุธเข้ามาก็เห็นว่ามิเตอร์ถูกตัด และน้ำก็ไหลทิ้งแบบที่เห็นเลย อยากฝากถึงระบบการทำงานของหน่วยงาน ว่า ให้รอบคอบมากกว่านี้หน่อย ถ้าทำแล้วมันเกิดความเสียหายแบบนี้ เพราะเราไม่รู้ว่าปีนี้จะแล้งกว่านี้ไหม แล้วเรามาปล่อยน้ำทิ้งแบบนี้ความเสียหายมันเยอะมาก เลยอยากฝากว่าต่อไประวังให้มากกว่านี้ด้วย

ตร.สน.บางซื่อ ใช้เครื่อง AED และ CPR ช่วยคนขับรถตู้หมดสติ ตามนโยบาย ช่วยเหลือ ปชช. เหมือนเป็นคนในครอบครัว

(23 มี.ค.67) ตำรวจ สน.บางชื่อ ได้รับแจ้ง คนขับรถตู้หมดสติคาพวงมาลัย บริเวณแยกกำแพงเพชร แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ด.ต.ไกรศร พลตาล ซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ จึงไปตรวจสอบ พบชายดังกล่าว มีสัญญาณชีพเพียงเล็กน้อย ด.ต.ไกรศร จึง ได้วิทยุแจ้งรถกู้ภัยให้มายังที่เกิดเหตุ ก่อนที่ด.ต.ไกรศร จะทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยไปเอาเครื่องกระตุกหัวใจ(AED) ซึ่งติดตั้งไว้ที่แยกกำแพงเพชร ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20 เมตร มาทำการช่วยเหลือ และทำการ CPR จนชายคนดังกล่าว เริ่มมีชีพจร จากนั้นได้ประสานศูนย์นเรนทร นำตัวส่ง รพ.ราชวิถี  

จากการสอบถาม ญาติชายคนดังกล่าว ทราบว่าได้ฟื้นแล้ว และทำการฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม ส่วนสาเหตุ เกิดจาก มีโรคประจำตัวหลายโรค พักผ่อนน้อย และสภาพอากาศแปรปรวน จึงทำให้เกิดอาการ 

ทั้งนี้ การช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีของตำรวจ สืบเนื่องจาก เป็นนโยบายของ พ.ต.อ.ภูวดล อุ่นโพธิ ผกก.สน.บางซื่อ ที่เน้นย้ำให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงทีให้เหมือนเป็นญาติของตัวเอง และที่ผ่านมา ได้สนับสนุนให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้เข้ารบกวนการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อลดการสูญเสีย 

ฝรั่งเป็นงง คนไทยขี่มอเตอร์ไซค์ ขึ้นรถสองแถว ถ่ายคลิป โพสต์ลง TikTok ย้ำ มันคือสิ่งที่แปลกประหลาดมาก

(23 มี.ค.67) ฝรั่งแชร์คลิป รถมอเตอร์ไซค์ขึ้นสองแถว แถมคนขับขี่ยังซ้อนท้ายไปด้วย ชาวไทยแห่คอมเมนต์ อะเมซิงไทยแลนด์ของแทร่

คลิปดังกล่าวเป็นคลิปที่ได้รับการแชร์จากชาวต่างชาติรายหนึ่ง ซึ่งโพสต์คลิปลงใน TikTok cinematic.di ซึ่งเธอได้ระบุว่าเป็นเหตุการณ์บนถนนในประเทศไทยซึ่งเป็นสิ่งแปลกประหลาดมาก

โดยคลิปดังกล่าวถ่ายให้เห็นสองแถวที่เดินทางระหว่างอำเภอ ข้างรถเขียนว่า ดอยนางแก้ว ซึ่งเป็นสถานที่แห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ เป็นเส้นทางสัญจรถนนสายเชียงราย – เชียงใหม่เป็นทางโค้งลงเขาค่อนข้างลาดชัน

คลิปแสดงให้เห็นการโดยสารรถสองแถวแบบไทยแท้ ๆ คือ มีคนเอารถจักรยานยนต์ ขึ้นมาไว้ที่ท้ายรถโดยสาร ไม่พอ ยังมีคนนั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์อีกด้วย

ท่ามกลางคอมเมนต์ของชาวไทย ที่เข้าไปแสดงความคิดเห็น ซึ่งระบุ ปกติรถจักรยานยนต์แบบนี้จะยกขึ้นหลังคารถ ซึ่งมักจะเห็นภาพแบบนี้ ช่วงที่เด็กปิดเทอมและเอารถกลับบ้านไปด้วยนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ถือเป็นภาพแปลกมาก สำหรับคนไทยเองด้วยเช่นกัน

สลด ลูกผีพนัน แอบขายบ้าน เอาเงินไป แทงบอล ทำพ่อ-แม่เดือดร้อน ไม่มีที่ซุกหัวนอน ทั้งที่ป่วยหนัก

(23 มี.ค.67) จากกรณีมีผู้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า “พ่อแม่อยู่บ้าน ลูกร้อนเงิน เอาบ้านมาแอบขาย ขายบ้านเสร็จ ลูกหนีหาย ทิ้งพ่อแม่ แม่ป่วยติดเตียง พ่อทำงานรับจ้าง อยู่กันสองตายาย ไม่ย้ายออก ขอยอมตายที่นี่ ผมกับน้องซื้อเข้ารีโนเวต ดอกเบี้ยเดือนละ 2 หมื่นกว่า 

จะครบปีละจ่ายดอกไป 2 แสนบาท ก็เห็นใจลุงกับป้า จะสงสารใครก่อนดี? การเจรจาครั้งสุดท้าย!!! กับข้อเสนอ หาบ้านเช่าให้และจ่ายค่าเช่าให้ล่วงหน้า 1 ปี พร้อมช่วยดูแลการขนย้ายให้ฟรี หากไม่รับเงื่อนไข คงต้องรอคำสั่งศาลเท่านั้นครับ #บ้านมือสองเชียงใหม่“

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านดังกล่าวได้พบกับลุงสิงห์ มีลักษณะป่วยเป็นโรคท้าวแสนปม และป้าไล เป็นผู้ป่วยติดเตียง นอนอยู่บ้านบนเตียงผู้ป่วยภายในบ้าน จากการสอบถามป้าไลระบุว่า ปลายปี 2564 ลูกชายคนโตได้มาเยี่ยมที่บ้านและพาตนไปทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาล

และขอให้ตนช่วยเหลือนำบ้านไปจำนอง ที่สำนักงานที่ดินอำเภอสารภี เพื่อนำเงินไปลงทุน 3 แสนบาท ตนจึงยินยอมเซ็นให้ พอมารู้ตัวอีกครั้งว่าบ้านถูกลูกนำไปขายช่วงตรุษจีนปี 2566 น้องสาวของคนที่ซื้อบ้านมาดูบ้านและมีการพูดคุยกันทราบว่าลูกชายได้ขายบ้านหลังนี้ไปในราคา 1.4 ล้านบาท

หลังจากนั้นก็ไม่มีใครติดต่อลูกชายคนนี้ได้อีก คาดว่าเงินที่ขายบ้านได้ทั้งหมดลูกชายน่าจะไปเสียพนันบอลไปแล้ว แต่เนื่องจากตนไม่มีที่อยู่ประกอบกับตนป่วยติดเตียงจึงไม่สามารถไปไหนได้ ซึ่งตนก็พยายามหาบ้านเช่าอยู่ อยากได้แถวย่านถนนวัวลาย เนื่องจากมีญาติอยู่แถวนั้น และจะสามารถค้าขายได้ด้วย ซึ่งสามีได้เก็บข้าวของเตรียมย้ายออก และได้ขอให้เจ้าของบ้านคนใหม่ช่วยเหลือในการขนย้ายและค่ามัดจำห้องเช่าแห่งใหม่ให้ แต่ตอนนี้ยังหาบ้านเช่าให้ไม่ได้

ตำรวจภาค 4 เด็ดปีกผู้ค้าต่อเนื่อง สืบจังหวัดร้อยเอ็ด สกัดจับแก๊งค้ายาบ้า ยึดคารถ 1.6 แสนเม็ด

ตามนโยบายของ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ภ.4 ให้ทุกท้องที่กวาดล้างจับกุมผู้ค้ายาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากพื้นที่อีสานเหนือ

โดยก่อนการจับกุม พ.ต.อ.วีระ หางนาค ผกก.สส.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ได้สืบสวนทราบว่า จะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบขนยาบ้าผ่าน จ.ร้อยเอ็ด เพื่อไปส่งที่ลูกค้าที่ จ.มหาสารคาม จึงวางแผนจับกุมและนำกำลังเฝ้าระวังตามเส้นทาง ต่อมาเมื่อวันที่ 22 มี.ค.67  เวลาประมาณ 22.30 น. พ.ต.ท.สมนึก ปัญญารมย์ สว.กก.สส.ภ.จว.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วยชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.พนมไพร เข้าจับกุมเครือข่ายยาเสพติด ได้บริเวณถนนบ้านกุดน้ำใส ต.กุดน้ำใส อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด ขณะร่วมกันลำเลียงยาบ้าไปส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม จำนวน 2 ราย คือ นายณัฐพล ทำหน้าที่สำรวจเส้นทาง พร้อมรถกระบะ สีขาวหมายเลขทะเบียน ขง 74xx อุบลราชธานี  และ นายนัฐกรณ์ ทำหน้าที่ขับรถกระบะ สีดำ หมายเลขทะเบียน 1ขก 55xx กทม. ที่มีการซุกซ่อนยาเสพติด จากการตรวจสอบภายในรถพบยาบ้าถูกวางอยู่เบาะด้านหลังคนขับจำนวน 80 มัด รวม 160,000 เม็ด จึงจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.พนมไพร ดำเนินคดี

เบื้องต้นผู้ต้องหารับว่า ยาเสพติดดังกล่าวจะนำไปส่งลูกค้าใน จ.มหาสารคาม และมีผู้ร่วมขนยาเสพติดครั้งนี้อีก 2 คน ได้หลบหนีไป ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม นอกจากนี้ตำรวจชุดจับกุมได้ขยายผลไปตรวจยึดทรัพย์สินของผู้ร่วมขบวนการ รวมทั้งสิ้น 6 รายการ ได้แก่ รถยนต์ จำนวน 4 คัน รถ จยย. 2 คัน รวมมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนขยายผล เพื่อดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดต่อไป

‘อีซูซุ’ ยกระดับให้ กีฬาต่อสู้ประจำชาติไทย เพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ในชื่อ “Isuzu Thailand Championship”

(23 มี.ค.67) มร.ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุได้จัดการแข่งขันมวยรอบถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ และยาวนานที่สุดของไทยมากกว่า 3 ทศวรรษ จนได้ชื่อว่า 'มวยไทยทางทีวีระดับตำนาน' ปีนี้เราได้ปรับปรุงรูปแบบใหม่ เป็นการแข่งขัน 18 สุดยอดนักมวยจากทั่วประเทศ เพื่อชิงแชมป์ประเทศไทย ซึ่งนับว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้ง ในชื่อ 'Isuzu Thailand Championship' ผู้ชนะเลิศการแข่งขันในปี 2024 นี้จะได้รับถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ รุ่นใหม่ …เหนือลิมิต พิชิตโลก จำนวน 3 คัน พร้อมเข็มขัดแชมป์ และสิทธิ์ในการเป็นตัวแทนของประเทศไทยในการแข่งขัน THAI FIGHT 2024 อีกด้วย”

การแข่งขันมวย Isuzu Thailand Championship เป็นการยกระดับมวยไทยถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ให้สูงยิ่งขึ้น เพิ่มความสนุกเร้าใจตลอดเกมการแข่งขัน ด้วยเกมการต่อสู้ชิงไหวชิงพริบของนักสู้บนสังเวียนมวยไทย พร้อมความเดือดทะลุจอด้วยการเปลี่ยนจากมวยสวมนวมเป็นมวยคาดเชือกโดยการจัดแข่งขันชกมวยแบบ 'ยกทีมปะทะกัน' ซึ่งThai Fight International Boxing Association (TFIBA) หรือ สมาคมกีฬามวยไทยไฟท์นานาชาติ เป็นผู้รับรองการแข่งขัน ด้วยการนำนักมวยท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาค จัดเป็นทีม ๆ ละ 3 คน เป็นตัวแทนของภูมิภาค โดยแบ่งเป็น 6 ภูมิภาค นักมวย 18 คน ดังนี้

1. ภาคเหนือ
พิกัด 65 กิโลกรัม รุ่น เฟเธอร์เวต ได้แก่ กล้าศึก ส.รัตนพล
พิกัด 67 กิโลกรัม รุ่น ซูเปอร์เฟเธอร์เวท ได้แก่ ซามูไร สีโอปอล
พิกัด 69 กิโลกรัม รุ่น มินิ มิดเดิลเวท ได้แก่ วรจักรเล็ก เกียรติฉัตรชัย

2. ภาคอีสานตอนบน
พิกัด 65 กิโลกรัม รุ่น เฟเธอร์เวต ได้แก่ ชัยบุรี ลูกสิงห์นำชัย
พิกัด 67 กิโลกรัม รุ่น ซูเปอร์เฟเธอร์เวท ได้แก่ เพชรตะวัน เกียรติเมืองปรางค์
พิกัด 69 กิโลกรัม รุ่น มินิ มิดเดิลเวท ได้แก่ ศักดิ์ณรงค์ ป้ายนต์ผลไม้

3. ภาคอีสานใต้
พิกัด 65 กิโลกรัม รุ่น มินิ มิดเดิลเวท ได้แก่ เพชรเอก บ้านไร่มณฑา
พิกัด 67 กิโลกรัม รุ่น ซูเปอร์เฟเธอร์เวท ได้แก่ ปูซาน ปราสาทหินพิมาย
พิกัด 69 กิโลกรัม รุ่น มินิ มิดเดิลเวท ได้แก่ กิตติศักดิ์ ศิษย์ช่างเปา

4. ภาคตะวันออก + ตะวันตก
พิกัด 65 กิโลกรัม รุ่น มินิ มิดเดิลเวท ได้แก่ ธงชัย เพชรรุ่งเรือง
พิกัด 67 กิโลกรัม รุ่น ซูเปอร์เฟเธอร์เวท ได้แก่ ฉลามดำ ที.บี.เอ็ม.ยิม
พิกัด 69 กิโลกรัม รุ่น มินิ มิดเดิลเวท ได้แก่ สิบสองปันนา เกียรติวินัย

5. ภาคกลาง
พิกัด 65 กิโลกรัม รุ่น มินิ มิดเดิลเวท ได้แก่ เพชรภาคใหม่ ช.ชนะมวยไทย
พิกัด 67 กิโลกรัม รุ่น ซูเปอร์เฟเธอร์เวท ได้แก่ ยอดเทวินทร์ ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
พิกัด 69 กิโลกรัม รุ่น มินิ มิดเดิลเวท ได้แก่ ชนะชัย ช.ชนะมวยไทย

6. ภาคใต้
พิกัด 65 กิโลกรัม รุ่น มินิ มิดเดิลเวท ได้แก่ เมืองทรัพย์ เกียรติทรงฤทธิ์
พิกัด 67 กิโลกรัม รุ่น ซูเปอร์เฟเธอร์เวท ได้แก่ รักณรงค์ ช.ณรงค์ศักดิ์
พิกัด 69 กิโลกรัม รุ่น มินิ มิดเดิลเวท ได้แก่ ยอดแสนชัย นายกเอท่าศาลา

รูปแบบการแข่งขัน
ทำการแข่งขันชกในรูปแบบมวยคาดเชือก แข่งขันชกกัน 3 ยก จะมีทีมเข้าแข่งขัน 6 ทีม ตามภูมิภาคที่กำหนดไว้ และทำการแข่งขันแบบยกทีม ซึ่งนักมวยทั้ง 3 คน 3 รุ่นน้ำหนักของแต่ละทีม จะต้องแข่งขันชกเพื่อชัยชนะในการสะสมคะแนน ซึ่งทุกทีมจะแข่งขันแบบพบกันหมด ทั้ง 6 ทีม โดยทุกทีมจะทำการแข่งขันในรอบแรก ทีมละ 5 ไฟท์ รวมการแข่งขันในรอบแรก และมีการเก็บคะแนนแบบระบบ League โดยกำหนดการให้คะแนน ดังนี้
• ชนะน็อค ได้ 3 แต้ม
• ชนะคะแนน ได้ 2 แต้ม
• ในกรณีแข่งขันชกครบ 3 ยก ผลการตัดสินออกมา 'เสมอ' จะทำการแข่งขันชกกันต่อในยกที่ 4 ซึ่งจะเป็นยกตัดสิน เพื่อหาผู้ชนะ

เมื่อทุกทีมทำการแข่งขันครบทุกทีมแล้ว จะนำเอาทีมที่มีคะแนนรวมมากเป็นอันดับที่ 1 - 4 เข้ารอบสองต่อไป แล้วทำการแข่งขันกันต่อ เพื่อหาทีมที่ดีที่สุด

การแข่งขันรอบแรก จะมีจำนวนทีม 6 ทีม นำมาแข่งขันแบบพบกันหมด โดยทุกทีมจะทำการแข่งขันในรอบแรก ทีมละ 5 ไฟท์ แล้วเอาทีมที่มีคะแนนเก็บมากที่สุด 4 อันดับแรก นำเข้าสู่รอบสอง (รอบ 4 ทีมสุดท้าย)

การแข่งขันรอบสอง จะมีจำนวนทีม 4 ทีม นำมาแข่งขันแบบไขว้ทีม คือ ด้วยการนำเอาทีมที่มีคะแนนรวมมากเป็นอันดับที่ 1 มาแข่งขันกับทีมที่มีคะแนนรวมมากเป็นอันดับที่ 4 และนำทีมที่มีคะแนนรวมมากเป็นอันดับที่ 2 มาแข่งขันกับทีมที่มีคะแนนรวมมากเป็นอันดับที่ 3 ในกรณีที่ทีมมีคะแนนผลการแข่งขันรวมเท่ากัน ก็จะนำเอาผลการให้คะแนนย่อยในแต่ละยก ของแต่ละคู่ นำมารวมกันทั้ง 3 คู่ ออกมาเป็นคะแนนรวมตัดสิน ซึ่งจะทำการแข่งขันยกทีมเพียงแค่ 2 ไฟท์ ทีมใดแพ้จะตกรอบทันที และทีมที่ชนะจะได้เข้ารอบชิงชนะเลิศในสังเวียน THAI FIGHT และนักมวยทีมชนะเลิศ จะเป็นนักมวยในสังกัด THAI FIGHT โดยทีมที่เป็นแชมป์จะได้รับถ้วยพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเข็มขัดแชมป์ และรถปิกอัปอีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 1.9 Ddi คนละ 1 คัน รวมทั้งหมด 3 คัน เป็นมูลค่ารวมกว่า 1,700,000 บาท พร้อมได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนนักชกไทยในสังเวียนมวยโลก THAI FIGHT 2024

ผลการแข่งขันในไฟท์ที่ 1
พิกัด 65 กิโลกรัม รุ่น มินิ มิดเดิลเวท
ภาคกลาง - เพชรภาคใหม่ ช.ชนะมวยไทย [แพ้คะแนน] ภาคตะวันออก - ธงชัย เพชรรุ่งเรือง
ภาคเหนือ - กล้าศึก ส.รัตนพล [ชนะคะแนน] ภาคอีสานเหนือ - ชัยบุรี ลูกสิงห์นำชัย

พิกัด 67 กิโลกรัม รุ่น ซูเปอร์เฟเธอร์เวท
ภาคเหนือ - ซามูไร สีโอปอล [ชนะน็อค ยก 2] ภาคอีสานเหนือ - เพชรตะวัน เกียรติเมืองปรางค์
ภาคกลาง - ยอดเทวินทร์ ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง [เสมอ] ภาคตะวันออก - ฉลามดำ ที.บี.เอ็ม.ยิม

พิกัด 69 กิโลกรัม รุ่น มินิ มิดเดิลเวท
ภาคกลาง - ชนะชัย ช.ชนะมวยไทยยิม [ชนะคะแนน] ภาคตะวันออก - สิบสองปันนา เกียรติวินัย
ภาคเหนือ - วรจักรเล็ก เกียรติฉัตรชัย [ชนะคะแนน] ภาคอีสานเหนือ - ศักดิ์ณรงค์ ป้ายนต์ผลไม้

แฟนมวยสามารถติดตามรายการ 'Isuzu Thailand Championship' ทุกวันอาทิตย์ ทางช่อง 8 และ YouTube ช่อง THAI FIGHT OFFICIAL ตั้งแต่เวลา 18.00 – 20.00 น. ถ่ายทอดสดจาก THAI FIGHT ARENA @BEAT ACTIVE ไบเทค บางนา

ขนส่งทางบก เดินหน้าพัฒนานายช่างตรวจสภาพรถเพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนน

วันนี้ (23 มี.ค. 67) ณ ห้อง Salon A ชั้น 2 โรงแรมสวิสโซเทล รัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร นายชีพ น้อมเศรียร ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมยานยนต์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรม หลักสูตร ด้านการตรวจสภาพรถ เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 รุ่นที่ 2 

นางเพียงจันทร์ พจน์โพธิ์ศรี หัวหน้ากลุ่มพัฒนาบุคคลและสวัสดิการ กล่าวว่า การจัดการฝึกอบรมในครั้งนี้ ซึ่งมีผู้บริหารและผู้เข้ารับการฝึกอบรม เข้าร่วมพิธีเปิดดังกล่าว 

ทั้งนี้เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรกรมการขนส่งทางบก ตำแหน่งนายช่างตรวจสภาพรถทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการตรวจสภาพรถที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การปฏิบัติงานเกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของกรมการขนส่งทางบก ด้านการพัฒนาและส่งเสริมระบบทางถนนให้มีความปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยของทั้งรถ คน และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่จะทำให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ทบทวนและเพิ่มพูนทักษะ ความรู้ ความเข้าใจวิธีการปฏิบัติงานรวมถึงกฎ ประกาศ ระเบียบ ด้านการตรวจสภาพรถ ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 และตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ที่มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมต่อไป

ไขข้อข้องใจ เหตุใด ไอศกรีมร้านบุฟเฟต์ ถึงแข็ง-ตักยาก ชาวเน็ตถกกันสนั่น ร้านตั้งอุณหภูมิไว้ เย็นไปป่าว

(23 มี.ค.67) เป็นที่ทราบกันดีว่า สำหรับคนไทยที่ชอบรับประทานร้านปิ้งย่างแบบบุฟเฟ่ต์ เมื่อจบมื้อก็จะตบท้ายด้วยของหวานอย่าง 'ไอศกรีม' โดยลูกค้าต้องเป็นฝ่ายเดินไปตักจากถัง หรือตู้แช่มาทานเอง

แน่นอนว่า ไอศกรีมในร้านบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง ก็ขึ้นชื่อเรื่องความตักยาก จนกล้ามขึ้น กลายเป็นปัญหาโลกแตกของใครหลายคน

เช่นเดียวกับหนุ่มรายนี้ ได้ออกมาโพสต์ภาพตอนตักไอศกรีม พร้อมตั้งคำถามผ่านเฟซบุ๊กว่า

“ทำไม ไอศกรีมในร้านบุฟเฟ่ต์ถึงต้องตักยากครับ เล่นเอาซะเส้นแขน ท่อนแขนตึงเลย
อันนี้ผมสงสัยจริงๆครับ ไม่ได้ตำหนิอะไรร้านนะครับ”

งานนี้เมื่อแชร์ออกไป กลายเป็นที่ถกสนั่น จนมีผู้รู้เรื่องนี้ เข้ามาตอบถึงทฤษฎี เรื่องไอศกรีมว่า “เพราะเจ้าของร้านไม่เข้าใจเรื่องของการควบคุมอุณหภูมิ ว่าอาหารหรือเครื่องดื่มนั้น ๆ ต้องควบคุมอุณหภูมิที่เท่าไหร่”

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มีคนแย้งกลับเช่นกัน โดยมองถึงการที่ร้านกดอุณหภูมิให้ต่ำเกินกว่ามาตรฐานจริง เป็นการลดต้นทุน ทำให้คนตักไอศกรีมได้น้อยลง ยิ่งตักยาก ยิ่งเสียเนื้อไอศกรีมน้อย นับเป็นทริกอย่างหนึ่ง มิเช่นนั้นคงไม่เป็นกันทุกร้าน

ทว่าเรื่องนี้มีคนแย้งกลับว่า สาเหตุที่ต้องตั้งอุณหภูมิตู้ไอศกรีมให้เย็นกว่าปกติ ไม่ใช่ต้องการควบคุมต้นทุนทำให้คนตักน้อย

แต่เป็นเพราะร้านบุฟเฟต์มีคนตักถี่กว่าร้านที่ขายเอง จนมีการเปิดตู้บ่อย ๆ ซึ่งถ้าตั้งอุณหภูมิตามปกติ พอเจอคนเปิดตู้บ่อย ๆ ไอศกรีมจะละลายจนไม่เป็นก้อน

ดังนั้น จึงต้องตั้งอุณหภูมิให้ต่ำลงถึงจะทำให้ไอศกรีมไม่เละ จนกลายเป็นแข็งอย่างที่เห็น

ขณะเดียวกัน สำหรับคนที่มองว่า ร้านทำให้ไอศกรีมแข็งเพื่อลดต้นทุน อาจจะลืมมองอีกมุมว่า การที่ตั้งค่าให้ตู้ไอศกรีมเย็นกว่าปกติ ก็ต้องใช้ไฟมากขึ้นก็นับว่าเป็นต้นทุนเช่นกัน

นอกจากนี้ก็ยังมี คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย ยกตัวอย่างเช่น

ผมเคยตั้งให้ตักง่ายๆแล้วครับ แต่พอลูกค้าเปิด-ปิดบ่อย ความเย็น เย็นไม่ทัน ไอศกรีมละลาย ไม่สามารถเซ็ตตัวได้

พอเซ็ตไว้อุณหภูมิ ปกติ แต่ถ้าลูกค้าไม่มาเปิดเลยนานๆ มันจะแข็งมากๆ ตักยากปวดมือครับ
ไม่ได้เป็นเทคนิคใดๆหรอกครับ

เคยเจอร้านนึง ขูดไว้ให้เป็นก้อนเลยค่ะ ไม่ต้องเสียเวลาและแรงขูดเอง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top