Tuesday, 28 July 2026
THE STATES TIMES TEAM

23 มกราคม 2424 วันประสูติ “กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน” พระบิดาแห่งกิจการรถไฟสมัยใหม่ ผู้สร้างระบบ-สร้างคน-สร้างอนาคตรถไฟไทย วางรากฐานการรถไฟถึงวันนี้

23 มกราคม พ.ศ. 2424 วันประสูติ นายพลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ‘พระบิดาแห่งกิจการรถไฟสมัยใหม่’

นายพลเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน หรือ พระนามเดิมว่า 'พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร' เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 35 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 กับเจ้าจอมมารดาวาด ประสูติ วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2424

ใน พ.ศ. 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าให้รวมกรมรถไฟสายเหนือกับสายใต้เข้าเป็นกรมเดียวกัน เรียกว่า กรมรถไฟหลวง โดยให้ กรมขุนกำแพงเพชรอัครโยธิน เป็นผู้บัญชาการรถไฟอีกตำแหน่งหนึ่ง

ช่วงแรกที่พระองค์เสด็จมาเป็นผู้บัญชาการรถไฟใหม่ ๆ กิจการรถไฟ มีคนไทยอยู่น้อยมากส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศมีชาวเยอรมัน อังกฤษ อิตาเลียน และชาวเอเชียชาติต่างๆ เช่น ชาวอินเดีย ชาวซีลอน และชาวพม่า พระองค์จึงทรงระดมคนไทยจากทหารช่าง กรมแผนที่และคนไทยที่พูดภาษาอังกฤษได้ จากห้างร้านต่าง ๆ ให้เข้ามาทำงานรถไฟ ทรงฝึกฝนคนไทยให้มีความสามารถในกิจการรถไฟด้วยการแนะนำสั่งสอนด้วย พระองค์เอง

พระองค์ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตส่งนักเรียนไทยไปศึกษาในต่างประเทศ เพื่อศึกษาวิชาการรถไฟและการพาณิชย์ รุ่นแรก ๆ ได้ส่งไปสหรัฐอเมริกา ต่อมาจึงส่งไปยุโรปเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าเมื่อนักเรียนสำเร็จการศึกษาแล้วได้กลับมารับราชการในกรมรถไฟหลวง ทำให้กิจการรถไฟเจริญก้าวหน้ามาจนทุกวันนี้

พ.ศ. 2471 ทรงสั่งซื้อรถจักรดีเซลมีกำลัง 180 แรงม้า ส่งผ่านกำลังด้วยการกล จำนวน 2 คัน เข้ามาใช้การเป็นรุ่นแรกในประเทศไทย และเป็นรายแรกในทวีปเอเชีย โดยใช้เป็นรถจักรสำหรับสับเปลี่ยนและลากจูงขบวนรถท้องถิ่นรอบกรุงเทพฯ รถจักรรุ่นนี้สร้างโดยบริษัทสวิสส์โลโคโมติฟ แอนด์ แมชินเวอร์ค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นผู้ให้กำเนิดรถจักรดีเซลขึ้นในเมืองไทย รถจักรดีเซลทุกคันที่ใช้การอยู่ในการรถไฟฯ จึงมีเครื่องหมาย 'บุรฉัตร' อันเป็นพระนามของพระองค์ ติดที่ด้านข้างของรถจักรดีเซลทุกคันที่สั่งเข้ามา เพื่อเป็นการรำลึก และ เทิดพระเกียรติแห่งพระองค์

นอกเหนือจากหน้าที่ทางราชการทหารในระหว่างที่ทรงบังคับบัญชากิจการรถไฟนั้น พระองค์ได้บริหารงานด้วยพระปรีชาสามารถทรงนำวิชาการสมัยใหม่เข้ามาใช้ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่กิจการรถไฟอย่างมาก จนได้รับการขนานพระนามว่า 'พระบิดาแห่งกิจการรถไฟสมัยใหม่'

ที่มา : https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_14764

แรงจัดชัดเจน! อ.อานนท์ ฟาดเปรี้ยงกลางรายการ เปรียบการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญเป็น 'ไอ้โง่หมู่มาก จูงไอ้บอด' 

เจ้าตัวเผยเคยถามกลางหอประชุมที่มีแต่ระดับ ป.โท-ป.เอก ยังไม่มีใครกล้ายืนยันว่าเข้าใจรัฐธรรมนูญทุกมาตรา แล้วประชาชนทั่วไปจะเหลืออะไร?

เลือกตั้ง’69 EP#5 นโยบายขายฝัน “พูดได้ แต่ทำไม่ได้”

ตลอดเวลานับแต่ พ.ศ. 2475 ที่มีระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้งในบ้านเรา มีการเลือกตั้งมาแล้ว  27 ครั้ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยคือ นโยบายขายฝัน “พูดได้ แต่ทำไม่ได้” ของนักการเมืองและพรรคการเมืองส่วนใหญ่มาก ๆ ของไทย ซึ่งเป็นปมประเด็นปัญหาที่สำคัญจนทำให้ประเทศชาติบ้านเมืองไม่เจริญก้าวหน้าเท่าที่ควรจะเป็น    

นโยบายที่พรรคการเมืองต่าง ๆ ได้ปราศรัยหาเสียงไว้ก่อนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นโยบายด้านเศรษฐกิจและสังคมจะพบว่า ส่วนใหญ่ของนโยบายเหล่านั้นเป็นไปได้ยากที่จะนำมาปฏิบัติได้จริงเพื่อให้เกิดผลสำเร็จตามที่ได้เสนอ จึงเป็นการขายฝันให้พี่น้องประชาชนคนไทยเพื่อให้เกิดความหวัง และยินยอมเลือกลงคะแนนให้ 

นโยบายขายฝันมักถูกสร้างให้มีความน่าเชื่อถือ น่าสนใจ และทำให้เชื่อว่า มีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จ โดยเริ่มจากปัญหาของชาติที่สร้างความเจ็บปวดร่วมกัน โดยการเสนอผลลัพธ์ในฝันที่ไม่มีรายละเอียดของนโยบาย พูดถึงแต่ชีวิตความเป็นอยู่หลังจากนโยบายประสบความสำเร็จ มุ่งเน้นไปที่ศักดิ์ศรี เสรีภาพ ความปลอดภัย และโอกาส แต่ไม่มีการพูดถึงว่า นโยบายขายฝันเหล่านั้นทำทำได้อย่างไร งบประมาณจำนวนมหาศาลที่จะใช้ในการทำโครงการเล่านั้นได้มาอย่างไร จากแหล่งทุนไหน หรือจากการกู้ยืมและกลายเป็นหนี้สาธารณะไปในที่สุด

เปลี่ยนสินค้าชุมชน ให้ปังระดับพรีเมียม! DIPROM เปิดติวเข้ม ‘นวัตกรรม & ดีไซน์’ พลิกโฉมธุรกิจเกษตรแปรรูป-อาหาร ให้ขายดีแบบยั่งยืน

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรม "ต่อยอดผู้ประกอบการด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ (สาขาอาหารและเครื่องดื่ม)" ภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

สิ่งที่คุณจะได้รับเมื่อเข้าร่วมโครงการ:
-    การอบรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเข้มข้น 3 วัน
-    โอกาสรับคำปรึกษาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ (20 กิจการ)
-    การออกแบบบรรจุภัณฑ์และจัดทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Prototype)
-    สิทธิ์ในการนำสินค้าต้นแบบไปทดสอบตลาดจริง

‘ฮาร์ท’ ได้ที!! แชร์คลิปชาวเน็ตถามกลับจะไปสู้ทำไม ชี้ศัตรูที่แท้จริงคือ ‘คอร์รัปชัน’ ไม่ใช่สงคราม สวน ‘ดร.เจษฎ์’ ปมปลุกใจสู้แบบ ‘ชาวบางระจัน’

กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ เมื่อสุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล หรือ ฮาร์ท อดีตพิธีกรและนักร้องชื่อดัง ได้โพสต์คลิปของชาวเน็ตรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอตอบโต้แนวคิดของ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก จากเวทีดีเบตเมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเด็นการปลุกใจให้ต่อสู้กับมหาอำนาจแบบยอมตายถวายชีวิตเหมือนชาวบ้านบางระจัน

โดยหนุ่มเจ้าของคลิปวิดีโอแสดงความคิดเห็นโต้แย้งในประเด็นดังกล่าว ด้วยการตั้งคำถามกลับแรงๆ ว่า “จะสู้ไปทำไม สู้อะไร และอย่าลากใครไปตาย”

เจ้าของคลิปได้ระบุว่า ในความเป็นจริงมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธยิงถล่มไทย เขามีวิธีอื่นมากมายที่จะทำให้เราศิโรราบโดยไม่ต้องใช้กำลัง พร้อมทั้งงัดข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เรื่อง ‘บางระจัน’ มาแย้งว่า สาเหตุที่ค่ายแตกไม่ใช่เพราะขาดใจสู้ แต่เพราะขาดอาวุธ ปืนใหญ่แตกเพราะเพิ่งหล่อ ทางกรุงศรีอยุธยาก็ไม่ให้ยืมปืน แล้วจะเอาอะไรไปสู้เขา

หนุ่มรายนี้ยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่แท้จริงของประเทศว่า ไม่ใช่ศัตรูจากภายนอก แต่คือ “การคอร์รัปชัน” ที่กัดกินประเทศไทยมานานหลายร้อยปี พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มักหยิบยกประเด็น “สงคราม” และความ “ชาตินิยม” มาใช้เรียกคะแนนเสียง โดยไม่คำนึงถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นจริง ดังเช่นกรณีข้อพิพาทชายแดนที่ผ่านๆ มา ซึ่งสุดท้ายมีแต่ความสูญเสีย

“ไม่ต้องไปตั้งหน้าตั้งตาที่จะรบกับใครหรอก แค่เอาคอร์รัปชัน ออกจากบ้านเมืองเราให้ได้มากที่สุดก่อนก็พอ พอมันไม่มีคอร์รัปชัน บ้านเมืองก็จะเริ่มดีขึ้น ปากท้องประชาชนก็จะดีขึ้น” เจ้าของคลิปกล่าว

นอกจากนี้ ในช่วงท้ายคลิปยังได้ฝากข้อคิดถึงคนไทยทุกคนสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง โดยระบุว่านี่คือหนทางแก้ไขที่ไวที่สุด เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ สว. ไม่สามารถโหวตเลือกนายกฯ ได้แล้ว เสียงของประชาชนจะส่งผลโดยตรง

เจ้าของคลิปทิ้งท้ายด้วยการเตือนสติว่า ขอให้เลือกคนที่ตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ ไม่ใช่พวกที่ดีแต่พูดแล้วหายเงียบ เพื่อให้ภาษีถูกนำมาใช้พัฒนาสวัสดิการและปากท้องของคนจน ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่กับกลุ่มทุนหรือผู้มีอำนาจ พร้อมคำแนะนำสั้นๆ ว่า “ใครที่ซื้อเสียง อย่าไปเลือก เพราะมันเลวร้ายตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว”

โดยช่วงท้ายคลิป นายสุทธิพงศ์ ยังได้กล่าวย้ำว่า “ยกลูกสาวให้เลย  แชร์กันให้เยอะๆ นะครับเพื่อน"

15,000 ล้าน...เพื่อใคร

เอย่าละเลยไม่ได้ติดตามข่าวมานาน  จนล่าสุดใกล้เลือกตั้งก็เพิ่งมารู้ว่าตัวเองจะต้องลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย เอาเป็นว่าวันนี้เอย่ามาเล่าความเห็นของคนบ้านๆอย่างเอย่ามาอ่านกันนะคะ

มาลองฟื้นความจำกันนะคะ ล่าสุดเราทำประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญกันเมื่อปี 2559 และก็คลอดรัฐธรรมนูญปี 2560 ขึ้นมา โดย ณ วันนี้ ประเด็นก็เพราะว่า รัฐธรรมนูญ 2560 บังคับให้ต้องถามประชาชนก่อน จึงสามารถแก้ได้

แล้วทำไมถึงต้องมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ด้วยล่ะ คำตอบก็คือ ที่มาและความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่อ้างว่ามาจากรัฐบาลทหาร และ โครงสร้างทางการเมือง ที่ สว.  ทำงานร่วมกับ สส. เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีได้ อีกทั้งระบบเลือกตั้งที่ให้อำนาจพรรคขนาดกลางและเล็กมีอำนาจต่อรองสูง รวมถึงองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจมาก ไม่ถูกตรวจสอบ ข้อสุดท้ายที่เอย่าเข้าใจน่าจะหมายถึง สส. ไม่สามารถซื้อองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญได้นั่นเอง

มาถึงจุดนี้เอย่าก็มองไปยังประเทศที่ประชาธิปไตยเบ่งบานอย่างอเมริกา ก็พบว่า สหรัฐอเมริกา ไม่เคยแก้หรือร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับใหม่แบบที่ไทยทำ และระบบของอเมริกา ไม่เปิดช่องให้ทำง่ายๆด้วย เพราะขั้นตอนจะต้องได้เสียง 2 ใน 3 ของสภาคองเกรส  จากนั้นต้องให้อย่างน้อย 3 ใน 4 ของมลรัฐ หรือ 38 จาก 50 รัฐในอเมริกา ให้สัตยาบันรับรอง จึงแก้ไขได้นั่นเอง

22 มกราคม 2486 รัฐบาลยุค จอมพล ป. พิบูลสงคราม ประกาศใช้คำว่า “สวัสดี” ขึ้นแท่นคำทักทายชาติ จากห้องเรียนสู่คำติดปากคนไทยทั้งประเทศ ความหมายมงคลพร้อมไหว้คู่กัน

วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2486 รัฐบาลยุค จอมพล ป. พิบูลสงคราม ประกาศใช้คำว่า "สวัสดี" เป็นคำทักทายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ผ่านการรณรงค์ของกรมโฆษณาการ เพื่อสร้างมาตรฐานการสื่อสารที่เป็นทางการและทันสมัยในสังคมไทย

ก่อนหน้านี้ คนไทยใช้คำทักทายรูปแบบกล่าวถามสารทุกข์สุขดิบ เช่น "ไปไหนมา" หรือ "กินข้าวหรือยัง" ไม่มีคำทักทายสากลแบบเดียวเหมือน "hello" ในภาษาอังกฤษ การผลักดันคำว่า "สวัสดี" มีจุดประสงค์ให้สั้น ชัดเจน และใช้ได้ในทุกสถานการณ์ทุกชนชั้น

คำนี้ริเริ่มโดย "พระยาอุปกิตศิลปสาร" (นิ่ม กาญจนาชีวะ) นักภาษาและนักวิชาการที่นำมาใช้ในวงการศึกษา เช่นกับนิสิตจุฬาฯ ก่อนจะถูกยกระดับเป็นคำทักทายประจำชาติ โดยมีรากศัพท์จากบาลี-สันสกฤต หมายถึง "ความเป็นสิริมงคล" การทักทายจึงไม่ใช่แค่คำง่าย ๆ แต่หมายถึง "ความปรารถนาดี" ที่แฝงมากับถ้อยคำ

ช่วงเวลาเดียวกัน รัฐยังส่งเสริมชุดคำทักทายตามช่วงเวลา เช่น อรุณสวัสดิ์ ทิวาสวัสดิ์ สายัณห์สวัสดิ์ และราตรีสวัสดิ์ เพื่อเทียบแนวคิด good morning/afternoon/evening/night แต่ในชีวิตจริงคนยังใช้ "สวัสดี" มากกว่าเพราะยืดหยุ่นทุกเวลารวมถึงใช้กับ

การลา

"สวัสดี" อยู่ยาวเพราะสั้น จดจำง่าย พร้อมความหมายมงคล รัฐร่วมมือเร่งเผยแพร่ และเข้ากับท่าทางไหว้กลายเป็นมารยาทที่เชื่อมภาพลักษณ์ไทย "คำทักทายนี้จึงกลายเป็นรหัสวัฒนธรรมที่บอกตัวตนของสังคมไทย" และสร้างเอกลักษณ์เฉพาะในเวทีโลก

ที่มา : https://news.trueid.net/detail/V0aLznmkN45d

ชาวบางระจัน ติง ‘วิโรจน์’ อย่าล้ำเส้น ยัน ‘ดร.เจษฎ์’ รำดาบถวายพระเจ้าตากด้วยทักษะที่ต้องฝึกฝน ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่ใครก็ทำได้

จากกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้ล้ำเส้นแซะ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ ที่ได้ทำการรำดาบถวายสมเด็จพระเจ้าตากสิน เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี ในเวทีดีเบตเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

ล่าสุด หนึ่งในชาวบ้านบางระจัน จ.สิงห์บุรี ได้ออกมาให้ข้อมูลเรื่องดังกล่าวว่า ในอดีตบรรพบุรุษของเราที่ได้ใช้อาวุธเหล่านี้ หมายถึงว่า ดาบ พลอง ง้าว จอบ มีด เสียม เคียว ในการต่อสู้กับข้าศึกศัตรูที่มารุกรานผืนแผ่นดินไทยของเรา และขอชื่นชมอาจารย์เจษฎ์ ที่ได้นำวิชากระบี่กระบองซึ่งเป็นวิชาการต่อสู้ที่สืบทอดมา ไปรำถวายมือให้กับบูรพมหากษัตริย์ได้ชม ซึ่งต้องยอมรับว่าท่านมีความรู้ความสามารถทางด้านวิชากระบี่กระบองในระดับหนึ่ง เป็นคนที่มีภูมิความรู้ในการรำดาบ ซึ่งต้องขอชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง เพราะในการจับดาบ ถือดาบ และการกวัดแกว่งดาบ ไม่ใช่ว่าใครๆ จะมาจับแล้วมาทำเล่นได้ จะต้องมีทักษะในด้านนี้เป็นอย่างดี

“ต้องขอชื่นชมอาจารย์เจษฎ์ ที่ท่านมีความรู้ มีความตั้งใจ ในการสืบสานศิลปวัฒนธรรมของไทยอันนี้เอาไว้ให้ลูกหลานได้เห็น อันนี้ต้องขอชื่นชมครับ”

อ.เจษฏ์ เดือด!! ตอกกลับ ‘วิโรจน์’ อย่าเเขวะเรื่องรำดาบสักการะพระเจ้าตาก ย้ำชัด ทำเพื่อถวายความจงรักภักดี 

รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ เตือน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อย่าล้ำเส้นเรื่องรำดาบ ระวังจะโดน

‘เจษฎ์’ ฝาก ‘วิโรจน์’ เคลียร์ด้อมส้ม โอดโดนทัวร์ลงหนักโลกออนไลน์ แต่โลกความจริงกำลังใจเพียบ แฉเบื้องหลัง "IO สีเทา-เว็บพนัน" จี้ กกต. เร่งสอบเส้นทางเชื่อมโยงพรรคการเมือง 

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ เปิดใจหลังลงสนามการเมืองเต็มตัว ยอมรับ "งง" เจอถล่มยับทั้งที่เพิ่งเริ่ม แฉข้อมูลเชิงลึก เชื่อมีขบวนการ "สีเทาออนไลน์" ใช้ AI และเครือข่ายเว็บพนันปั่นกระแสโจมตี จี้ กกต. ตรวจสอบด่วน หวั่นเงินสีเทาครอบงำการเลือกตั้ง

แม้ตนจะไม่เคยเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองโดยตรงมาก่อน แต่เมื่อก้าวเข้ามาทำหน้าที่นี้ กลับต้องเผชิญกับปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO (Information Operations) ที่รุนแรงและผิดปกติ ซึ่งตนถูกโจมตีอย่างหนักในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหน โดยมีการระบุพาดพิงถึงกลุ่มการเมืองสีหนึ่งว่า "สีส้มชอบผมมาก ขยับขวาโดนด่าห้าพันที ขยับซ้ายโดนด่าสองพันที รวมๆ แล้วเป็นหมื่นเป็นแสน" ซึ่งทำให้เกิดความสงสัยว่าเหตุใดจึงมีการระดมโจมตีที่รุนแรงขนาดนี้

 รศ.ดร.เจษฎ์ ยังได้เน้นย้ำถึงข้อมูลที่ได้รับจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ที่ชี้ว่าศักยภาพในการระดมโจมตีระดับนี้ คนธรรมดาทั่วไปทำไม่ได้ แต่ต้องใช้เครื่องมือระดับสูงอย่าง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเครือข่ายบอท (Bot)

"ผู้เชี่ยวชาญบอกผมว่า พวกที่มีความสามารถในการทำ IO ผ่านออนไลน์ มักจะเป็นพวกเดียวกับ 'สีเทา' ในโลกออนไลน์ พวกเว็บพนัน หรือพวกที่ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในการปลุกปั่นยุยง" รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว

ขณะที่มีข้อสังเกตเชื่อมโยงกับกรณีที่ นายไชยชนก (ชิดชอบ) เคยออกมาเตือนเรื่องกลุ่มทุนสีเทาในโลกออนไลน์ โดย รศ.ดร.เจษฎ์ ระบุว่า เมื่อตรวจสอบบัญชีผู้ใช้งานที่เข้ามาโจมตีตน พบความผิดปกติที่น่าสงสัยว่าอาจเป็นกลุ่มเดียวกับเครือข่ายธุรกิจสีเทาเหล่านี้

จึงขอเรียกร้องไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยเตือนว่าหากมีการเชื่อมโยงกันจริงระหว่างพรรคการเมืองและกลุ่มธุรกิจสีเทา เพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการเลือกตั้ง ถือเป็นอันตรายร้ายแรงต่อระบอบประชาธิปไตย

"ถ้ามันเชื่อมโยงกันจริง อันตรายครับ รบกวน กกต. ตรวจสอบให้ดี ถ้าเอาสีเทาสีดำมารวมกันแล้วใช้ในการเลือกตั้ง ต้องจัดการ"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top