Tuesday, 28 July 2026
THE STATES TIMES TEAM

ดีกรีบัณฑิตใหม่!! ลูกชาย “ตั๊ก–นุ้ย” สำเร็จปริญญาวิศวะ มธ. โมเมนต์อบอุ่นครอบครัวพร้อมหน้า ลูกชายคนเก่งก้าวสู่บทใหม่ วางแผนเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศ

(12 ม.ค. 69) บรรยากาศอบอุ่นในครอบครัวของ 'ตั๊ก ศิริพร อยู่ยอด' และ 'นุ้ย เชิญยิ้ม' หลังลูกชายคนเก่ง "น้องภู" หรือ 'ภูสิษฐ์ เอี่ยมสุข' จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสายวิศวกรรมดิจิทัลจากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยคุณพ่อคุณแม่เดินทางไปร่วมแสดงความยินดีในวันรับปริญญาอย่างอบอุ่น

'ตั๊ก ศิริพร' ได้โพสต์ภาพลูกชายในชุดครุย พร้อมข้อความแสดงความภูมิใจว่า "ลูกชายเรียนหนักมาก" นี่เป็นก้าวแรกของชีวิตหลังเรียนจบและแม่ส่งกำลังใจให้ลูกก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ พร้อมบอกว่า "ชีวิตนี้เป็นของลูก จงใช้ชีวิตให้คุ้มค่าที่สุด" นอกจากนี้น้องภูมีแผนศึกษาต่อระดับปริญญาโทในต่างประเทศ

หลังโพสต์ข่าวนี้เผยแพร่ มีแฟนคลับและคนในวงการบันเทิงเข้ามาร่วมแสดงความยินดีจำนวนมาก และชื่นชมความน่ารักของครอบครัวที่คอยสนับสนุนและส่งเสริมกันในทุกก้าวของชีวิต

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10093313

'เลือกตั้ง' 69 No Vote = ภัยร้ายชาติ!! ประชาชนต้องระวังวาทกรรมบิดเบือน เมื่อสนามเลือกตั้งเต็มไปด้วยกระแสลวง ชี้ "สติ" คืออาวุธเดียวสยบวงจรการเมืองเทา

เลือกตั้ง’69 EP#3
ไม่ใช้สิทธิ (No Vote) กับ Vote No และกาบัตรให้เสีย ภัยที่สุดร้ายแรงต่อชาติบ้านเมือง

สองสามเรื่องที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งของบ้านเราจนกลายเป็นเรื่องเป็นปกติธรรมดา ซึ่งพี่น้องประชาชนคนไทยอาจจะรู้สึกเฉย ๆ ไม่แปลกใจ แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นอันตรายที่ร้ายแรงมาก ๆ ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขเป็นอย่างยิ่ง นั้นก็คือ การไม่ใช้สิทธิ (No Vote) กับการ Vote No และการกาบัตรให้เสีย

ทั้งสามประเด็นนี้ คนไทยส่วนหนึ่งมองว่าเป็นสิทธิเสรีภาพอันชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตย แต่อันที่จริงแล้วสามประเด็นดังกล่าวกลับกลายเป็นภัยที่ร้ายแรงต่อชาติบ้านเมือง ทั้งนี้ ด้วยเพราะ “สิทธิ” ในการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนคนไทยถือเป็นสิ่งที่มีค่ามาก ๆ (ไม่ใช่เพราะสามารถนำไปซื้อ-ขายกันได้) แต่คะแนนจากแต่ละ “สิทธิ” ในการเลือกตั้งมีผลอย่างสำคัญต่ออนาคตของชาติบ้านเมือง ซึ่งหมายรวมถึงพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะใช้หรือไม่ใช้ “สิทธิ” ก็ตาม

การไม่ใช้สิทธิ (No Vote) หรือที่เรามักเรียกกันว่า “การนอนหลับทับสิทธิ” นั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยเป็นการขัดต่อหน้าที่ของประชาชนไทยตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ด้วย เพราะการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชนไทยในการเลือกตั้งภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ออกแบบไว้ในระบบ “การจัดสรรปันส่วนแบบผสม” ซึ่งถือว่า ทุกคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีความหมายและจะถูกนำมาคิดเป็นคะแนนเพื่อจัดสรรที่นั่ง ส.ส. ให้แก่พรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ประชาชนลงคะแนนเลือกเพื่อเข้าไปทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 

เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้นอกจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้ลงคะแนนเลือกกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (บัตรสีเขียว) และเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) แล้ว ยังจะต้องออกเสียงประชามติ (บัตรสีเหลือง) รับหรือไม่รับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่อีกด้วย และหากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะถูกจำกัดสิทธิดังนี้
- สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น (ส.ถ.) หรือผู้บริหารท้องถิ่น (ผ.ถ.) หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
- สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
- เข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
- ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
- ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหาร ท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น
- ดำรงตำแหน่งเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น และ เลขานุการรองประธานสภาท้องถิ่น

โดยจะถูกจำกัดสิทธิเป็นเวลา 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งในครั้งที่ผู้มีสิทธิไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

การกาบัตรให้เสียก็ส่งผลร้ายที่น่ากลัวและเป็นอันตรายยิ่งต่อความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเมืองของชาติ เพราะปัจจุบันการเมืองไทยมีการแข่งชันกันด้วยกระแสและกระสุน กระแสที่พี่น้องประชาชนคนไทยรับรู้อยู่ทุกวันนี้ส่วนใหญ่มาจากสื่อโซเชียลออนไลน์ จึงมีทั้งเรื่องจริงและไม่จริง โดยความเป็นจริงแล้วเรื่องไม่จริงมีมากกว่าเรื่องจริงมากมาย ซึ่งพรรคการเมืองที่อาศัยกระแสจึงพยายามใช้สื่อออนไลน์เพื่อสร้างการรับรู้ในเรื่องราวที่ไม่ถูกต้อง ขาดเหตุผลและตรรกะตามความเป็นจริงที่ชอบธรรม อาศัยการสร้างกระแสจากความเกลียดชัง หลงเชื่อจึงหลงผิด ในขณะที่อีกหลายพรรคการเมืองทุ่มกระสุนในสนามเลือกตั้งอย่างหนักหน่วง แน่นอนที่สุดของฟรีย่อมไม่มีในโลก ที่สุดแล้วเมื่อได้อำนาจรัฐแล้วจึงจะถอนทุนเอาคืนและบวกกำไรอย่างเต็มที่สร้างความเสียหายแก่ชาติบ้านเมืองอย่างเหลือคณนานับ

ฉะนั้น ในการเลือกตั้งที่จะมาถึงในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ พี่น้องประชาชนคนไทยจะต้องเลือกตั้งโดยใช้สติและปัญญา ด้วยการพิจารณาสถานการณ์ของประเทศชาติบ้านเมืองในภาพรวม เมื่อนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ดีพร้อมและสะอาดบริสุทธิ์ตามสังคมในอุดมคติไม่ได้มีอยู่จริง จำเป็นต้องเลือกนักการเมืองและพรรคการเมืองที่เลวน้อยที่สุด (The Lesser Evil) ด้วยเพราะ ไม่มีนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดสมบูรณ์แบบ นักการเมืองแทบทุกคนและทุกพรรคการเมืองต่างก็มีข้อบกพร่องด้วยกันทั้งนั้น จากนโยบายที่ไม่เป็นที่นิยม หรือความล้มเหลวในอดีต ดังนั้นพี่น้องประชาชนคนไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้งจึงอาจไม่พบตัวเลือกที่ตรงกับค่านิยมของตนได้อย่างสมบูรณ์ จึงต้องเลือกตัวเลือกนักการเมืองและพรรคการเมืองที่เชื่อว่าจะก่อให้เกิดผลเสียให้เกิดกับชาติบ้านเมืองที่น้อยที่สุด

เกมพลังงานใหม่เดือด!! รัสเซียดันพลังงานร่วมอินเดีย ขยายความร่วมมือพลังงานนิวเคลียร์ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอาร์กติก เสริมความมั่นคงพลังงานอินเดียเร่งดัน

(12 ม.ค. 69) แซมมี คอตวานี ประธานสมาคมพันธมิตรธุรกิจอินเดียในรัสเซีย เปิดเผยความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างรัสเซียและอินเดีย โดยบอกว่าไม่จำกัดเพียงการค้าน้ำมัน แต่รวมถึงโครงการพลังงานนิวเคลียร์และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาร์กติก

คอตวานีกล่าวผ่านสปุตนิกว่า "ขณะนี้เราเริ่มเห็น ‘ชั้นที่ลึกขึ้น’ ของความร่วมมือด้านพลังงานที่ไปไกลกว่าการค้าน้ำมันเพียงอย่างเดียว รัสเซียและอินเดียกำลังหารือทางเลือกเกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใหม่ รวมถึงประเด็นความร่วมมือที่กว้างขึ้น เช่น SMRs หรือเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ และแนวทางเรื่องการผลิต/ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (localisation) ซึ่งมีการพูดถึงในรายงานสาธารณะแล้ว"

นอกเหนือจากโครงการนิวเคลียร์ อินเดียยังสนใจเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาพลังงานและโลจิสติกส์ในอาร์กติก เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้งขึ้น นอกเหนือจากการค้าพลังงานทั่วไป มิติอื่น ๆ ของความร่วมมือมีศักยภาพเพิ่มบทบาทสำคัญในภูมิภาคและเสถียรภาพพลังงานระหว่างสองชาติ

ที่มา : Sputnik

'ศุภชัย ใจสมุทร' จ่อดำเนินคดี 'เสรีพิศุทธ์' ใส่ร้าย 'ภูมิใจไทย' จูงใจให้หลงผิดในคะแนนนิยม ตามกม.เลือกตั้ง

12 ม.ค.2569- จากกรณีที่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้กล่าวพาดพิงถึงพรรคภูมิใจไทยในระหว่างหาเสียงเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ล่าสุด นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ในฐานะประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ออกมาพูด แต่คำกล่าวดังกล่าวล้วนเป็นความเท็จ

ความจริงก็คือ 1.งบประมาณ 4,000 ล้านบาทเป็นงบประมาณที่การกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นหน่วยรับงบประมาณตาม พรบ.งบประมาณรายจ่าย ไม่เกี่ยวกับนายเนวิน ชิดชอบ อย่างไรก็ตามงบประมาณดังกล่าวยังไม่ได้อนุมัติ เป็นเพียงเห็นชอบในกรอบค่าใช้จ่ายและอนุมัติหลักการ

2.กรณีที่ดินเขากระโดง มีประชาชนผู้มีเอกสารสิทธิกว่า 1,000 ราย มีการฟ้องคดีทางแพ่งในศาลเพียงไม่กี่คดี และคดียังไม่ถึงที่สุด ผลคดีศาลจะตัดสินออกมาอย่างไรไม่มีใครรู้ที่แน่ ๆ ไม่มีเรื่องคดีฉ้อโกง

3.คำกล่าวของพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จ จูงใจให้หลงผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง เป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง สส.

พรรคภูมิใจไทยจะดำเนินคดีกับพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ในการกระทำผิดดังกล่าว

MTR เดินเกมรุก!! รถไฟความเร็วสูงฮ่องกง เชื่อมต่อฮ่องกงสู่จีนแผ่นดินใหญ่ ปรับตู้นอนเซี่ยงไฮ้หงเฉียววิ่งทุกวัน เพิ่ม 16 จุดหมาย เริ่มปลายเดือนนี้

(12 ม.ค. 69) เอ็มทีอาร์ คอร์เปอเรชัน ผู้ให้บริการรถไฟในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประกาศเปิดเส้นทางรถไฟความเร็วสูงใหม่ 16 จุดหมายบนแผ่นดินใหญ่ของจีน เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค. นี้

เส้นทางใหม่นี้ครอบคลุมเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น หนานจิง อู๋ซีในมณฑลเจียงซู และเหอเฝยในมณฑลอันฮุย ทำให้จำนวนเส้นทางตรงจากสถานีเกาลูนตะวันตกของฮ่องกงเพิ่มขึ้นเป็น 110 เส้นทาง

นอกจากนี้ การบริการรถไฟโดยสารตู้นอนสายเซี่ยงไฮ้-หงเฉียว ซึ่งเดิมให้บริการเฉพาะวันศุกร์ถึงวันจันทร์ จะปรับมาให้บริการตลอดทุกวัน ขณะที่เส้นทางขาไป-ขากลับจากสถานีกว่างโจวใต้ในมณฑลกว่างตงก็จะเพิ่มความถี่การเดินรถ

'หยางเหม่ยเจิน' ซีอีโอเอ็มทีอาร์ กล่าวว่า "มีการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐของฮ่องกงและแผ่นดินใหญ่ เพื่อเพิ่มจุดหมายและยกระดับบริการอย่างต่อเนื่อง" สะท้อนแนวทางส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจของรถไฟความเร็วสูงและการพัฒนาประเทศในภูมิภาค

ที่มา : Xinhua

ของจริงระดับโลก!! “ฉี ยู่ฉี” ลั่นชม “กุลวุฒิ” แนวหน้าของโลก หลังเสียแชมป์มาเลย์ โอเพ่น ไทยคุมเกมแรกอยู่หมัดก่อนปิดงาน สัญญาณชัด “วิว” พร้อมล่าแชมป์ต่อทั้งฤดูกาล

(12 ม.ค. 69) "วิว" กุลวุฒิ วิทิตศานต์ สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ Malaysia Open 2026 ซึ่งเป็นรายการระดับ BWF World Tour Super 1000 ที่กัวลาลัมเปอร์ หลังเอาชนะมือ 1 โลก "ฉี ยู่ฉี" จากจีน ในรอบชิงชนะเลิศ โดยเกมแรก "วิว" ชนะอย่างดุเดือด 23-21 และเกมสอง "ฉี ยู่ฉี" มีอาการบาดเจ็บจนต้องขอยอมแพ้ที่สกอร์ 6-1

หลังการแข่งขัน "ฉี ยู่ฉี" ยอมรับความสามารถของ "วิว" ว่าเป็นนักแบดมินตันระดับท็อปและคู่ต่อสู้ที่เล่นด้วยยากทุกครั้ง พร้อมชื่นชมว่า "กุลวุฒิแข็งแกร่งมาก" และการเจอกันกับเขาเป็น "งานยากเสมอ" ซึ่งคำชมนั้นสะท้อนถึงคุณภาพและความน่าเกรงขามของนักตบชาวไทย

ชัยชนะครั้งนี้มีความหมายพิเศษ เพราะรายการ Super 1000 เป็นสนามแข่งขันที่รวมท็อปโลกไว้มากมาย และต้องผ่านแรงกดดันสูง "วิว" แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาทักษะการควบคุมเกมและการวางแผนที่ยอดเยี่ยม ส่งผลให้คู่แข่งระดับโลกยอมรับ

แม้ว่าผลการแข่งขันรอบสองจะจบด้วยการถอนตัวของคู่แข่งจากอาการบาดเจ็บ แต่ "วิว" ก็ทำเต็มที่ในเกมแรกจนสร้างแรงกดดันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และชัยชนะนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเขาในการล่าแชมป์ระดับโลกในปี 2026

สถานะใหม่ของ "วิว" คือหนึ่งในนักแบดมินตันชายเดี่ยวชั้นนำที่โลกไม่อาจมองข้าม เป็นการเปิดฤดูกาลใหม่ด้วยความหวังและความท้าทายที่จะต้องจับตาต่อไปในปีนี้

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1629780/

รู้ทันคำโกหก!! กางงบเลือกตั้ง-ประชามติ 8,978 ล้าน ท่ามกลางดราม่า "แก้รัฐธรรมนูญเพื่อเศรษฐกิจ" เตือนประชาชน Search Google เช็กข้อมูล ก่อนหลงกลวาทกรรม 'ปากท้อง' ที่พูดความจริงไม่ครบ

แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ? พูดความจริงไม่หมดมันก็ไม่ต่างอะไรกับการโกหก

สวัสดีปีม้าทอง พร้อมคำขวัญวันเด็ก "รักชาติไทย ใส่ใจโลก" เพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนไทยเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีความรักและความภาคภูมิใจในชาติ ควบคู่กับการตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม 

เริ่มต้นปี กับการหาเสียงอย่างดุเดือด เตรียมเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และเม็ดเงิน 8,978  ล้านบาท คืองบประมาณสำหรับการเลือกตั้ง และทำประชามติ ปี 2569 ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดที่เคยมีมา

ประเทศไทย ใช้งบประมาณสำหรับการเลือกตั้ง ในทุกครั้งเป็นจำนวนมาก ยังไม่รวมการเลือกตั้งซ่อม กรณีที่ สส. ลาออก หรือพ้นจากตำแหน่ง จากสาเหตุต่างๆ ทั้ง ขาดคุณสมบัติในภายหลัง จากการต้องคดีความ หรือประพฤติผิดจรรยาบรรณ 

ไม่แน่ใจว่าการตรวจสอบคุณสมบัติของ ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทย ผู้ทรงเกียรติ ที่ต้องผ่านการตรวจสอบจากทั้งจากพรรคการเมืองที่ส่งลงสมัคร และ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทำไมถึงมักจะมาพบว่าขาดคุณสมบัติในภายหลัง จนต้องเสียงบประมาณเพิ่มเติมในหลายๆ เขต ในการจัดเลือกตั้งซ่อม

ตัวอย่างล่าสุด ก็คงได้ทราบข่าวกันแล้ว กับการจับกุม ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน ที่มีเอี่ยวกับการฟอกเงิน ผู้ถูกกล่าวหา: นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร เขต 33 (บางพลัด-บางกอกน้อย) ถูกออกหมายจับเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 ตามหมายจับในข้อหา ฟอกเงิน ที่ขยายผลมาจากเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ปปง. ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สิน ของนายบุญฤทธิ์และพวก รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

และที่ตั้งงบประมาณการเลือกตั้งในปี 2569 เป็นจำนวนสูงสุดที่เคยจัดเลือกตั้ง ส่วนหนึ่ง ก็อาจจะเพราะมีการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ในคราวเดียวที่จะให้ประชาชนไปหย่อนบัตร ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้ผ่านการออกเสียงประชามติโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และมีเสียงข้างมากเห็นชอบ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 โดยได้รับเสียงเห็นชอบ 61.35% (6,568 895 เสียง) และไม่เห็นชอบ 38.65% (4,131,150 เสียง)

หากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประเทศไทย ก็ต้องเสียงบประมาณเพิ่มอีก อย่างน้อยก็น่าจะอีกราวๆ 10,000 ล้านบาท ถึงแม้จะทำประชามติ ครั้งที่ 1 จากการต้องทำประชามติ 3 ครั้ง พร้อมกับการเลือกตั้งในครั้งนี้

 การหาเสียงของบางพรรคการเมือง กับ การแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อปากท้อง จะกระตุ้นให้เศรษฐกิจดีขึ้น ?
 คงต้องถามว่าปากท้องใคร เศรษฐกิจของใคร ...
 ขอหยิบบางประเด็นที่กำลังเป็นกระแสในสาเหตุที่อ้างว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่ดี

1. รัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ได้เขียนให้คดีคอรัปชั่นไม่มีอายุความ ความจริงคือ มีการแก้เพิ่มเติมให้การนับอายุความคดีทุจริตจะหยุด เมื่อผู้ต้องหาหลบหนีคดี หมายความว่า ไม่ว่าจะหนีก่อนหรือหลังพิจารณาคดี ถ้าผู้ต้องหาหลบหนี อายุความจะหยุดนับไว้จนกว่าจะกลับมาเข้ากระบวนการ 

2. รัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ได้เขียนห้ามให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยสารเครื่ิงบินชั้นเฟิร์สคลาส ความจริงคือ แก้ไขระเบียบเบิกจ่ายให้เบิกจ่ายได้แค่ราคา“ชั้นประหยัด”เท่านั้น ส่วนใครอยากขึ้นชั้นธุรกิจ หรือเฟิร์สคลาสต้องจ่ายค่าส่วนต่างเอง มันคนละความหมายกับห้ามนั่งเฟิร์สคลาส

3. รัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ได้เพิ่มโทษประหารชีวิตสำหรับคดีทุจริต ความจริงคือ มีระบุอยู่ในประมวลกฎหมายอาญามาแต่เดิมว่าโทษสูงสุดของคดีทุจริตคือประหารชีวิต รธน.แค่ส่งเสริมการปราบโกง มีการเพิ่มเติมในบางมาตรา ซึ่งถ้าร้ายแรงที่สุดก็คือมีโทษประหารชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 (มาตรา 123/2): เพิ่มโทษสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับทรัพย์สินโดยมิชอบ ให้มีโทษจำคุก 5 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต หรือประผารชีวิต

 แค่ 3 ข้อนี้ เริ่มจะเอะใจกันบ้างไหม ว่าคนที่อยากแก้ จะแก้เพื่อปากท้องใคร ? 
ยังไม่รวมบางสื่อ ที่มีการสัมภาษณ์ชี้นำ ตั้งคำถามในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะอยากแก้ไขมาตรา 112 ใช่หรือไม่ แล้วตอบว่า มาตรา 112 เป็นประมวลกฎหมายอาญา ไม่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ฝั่งที่โจมตี ไม่รู้เหรอ เสมือนอีกฝั่งตรงข้าม เขาเป็น IO แค่ท่องจำมา

จะบอกว่า ยังมีประชาชนจำนวนมาก ที่ Search Google เป็น เขาก็รู้ว่า มาตรา 112 เป็นกฎหมายอาญา จริงๆ พิธีกร ควรตั้งคำถามว่า ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะอยากแก้ไขหมวด 1 มาตรา 1 และ มาตรา 2 ใช่หรือไม่ อยากฟังคำตอบของคำถามนี้มากกว่า 

แซะโดยพูดความจริงไม่หมดมันก็ไม่ต่างอะไรกับโกหก มันก็คือการบิดเบือน แต่ Digital Footprint มันชัดเจนในคำตอบ มันลบได้ไม่หมดนะ 

คุ้มไหม ..!! กับการต้องเสียงบประมาณ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ทั้ง ๆ ที่ หากจะแก้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อปัญหาปากท้องชาวบ้านจริง ก็สามารถแก้ไขบางมาตรา ผ่านกำไกของรัฐสภาได้ แทนที่จะนำงบประมาณก้อนนี้มาใช้ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน กระตุ้นเศรษฐกิจ น่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้มากกว่า 


เรื่อง : The PALM

สงครามยกระดับ!! รัสเซียชี้ ‘โจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ’ หลังกล่าวหายูเครนเล็งบ้านพักปูติน ใช้โดรน 91 ลำจากยูเครนสู่โนฟโกรอด ขณะรัสเซียอ้างใช้โอเรชนิคตอบโต้

(11 ม.ค. 69) รัสเซียโจมตีเป้าหมายสำคัญในยูเครนด้วยขีปนาวุธ "โอเรชนิค" เพื่อตอบโต้การโจมตีที่พำนักของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ในแคว้นโนฟโกรอดเมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา

เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เปิดเผยว่า ยูเครนได้ใช้โดรนจำนวน 91 ลำ เปิดฉากโจมตีที่พำนักของปูตินในรัสเซียช่วงกลางคืนวันที่ 29 ธันวาคม โดยระบุว่าเป็นการก่อการร้าย

ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า การโจมตีตอบโต้ครั้งใหญ่ของกองกำลังรัสเซียมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญของยูเครน รวมถึงสถานที่และโรงงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตโดรนที่ยูเครนใช้ในการโจมตี และโครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่สนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมการทหารของยูเครน

กระทรวงกลาโหมสรุปว่า "บรรลุวัตถุประสงค์ของการโจมตีแล้ว" ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ลากยาวมาตั้งแต่ปี 2014 และทวีความรุนแรงหลังการบุกโจมตีของรัสเซียในปี 2022

ที่มา : Sputnik

 AI กับ "ความหิวกระหาย" ที่มองไม่เห็น: เมื่อนวัตกรรมอัจฉริยะกำลังแย่งชิงทรัพยากรน้ำของโลก

ในปีพุทธศักราช 2569 (2026) ในขณะที่คนทั้งโลกกำลังตื่นตาตื่นใจกับความฉลาดล้ำของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามาช่วยทำงานและแก้ปัญหาซับซ้อน แต่เบื้องหลังความอัจฉริยะเหล่านั้นกลับมี "ต้นทุน" มหาศาลที่ถูกซ่อนไว้ นั่นคือ ทรัพยากรน้ำจืด ที่กำลังถูกสูบไปใช้ในอัตราที่น่าตกใจ จนเริ่มส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านน้ำในหลายภูมิภาคทั่วโลก

- ทำไม AI ถึง "กระหายน้ำ"?

ความต้องการใช้น้ำของ AI ไม่ได้เกิดจากตัวโปรแกรม แต่เกิดจาก โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ที่รองรับ:

- ระบบหล่อเย็น (Cooling Systems): ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ประมวลผล AI ต้องใช้ชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูง (เช่น GPU) ซึ่งสร้างความร้อนมหาศาล น้ำปริมาณมากจึงถูกใช้เพื่อระบายความร้อน โดยน้ำกว่า 80% มักสูญเสียไปจากการระเหย
- การผลิตกระแสไฟฟ้า: โรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟให้ดาต้าเซ็นเตอร์ (โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังความร้อน) ต้องใช้น้ำมหาศาลในกระบวนการผลิต
- การผลิตเซมิคอนดักเตอร์: ชิป AI รุ่นใหม่ต้องการ "น้ำบริสุทธิ์พิเศษ" (Ultrapure Water) ในขั้นตอนการผลิต ซึ่งสะอาดกว่าน้ำที่ใช้ในอุตสาหกรรมยาถึง 1,000 เท่า

- เปิดสถิติช็อกโลก: ราคาที่ต้องจ่ายต่อหนึ่งคำสั่ง

งานวิจัยและรายงานความยั่งยืนในปี 2568-2569 เปิดเผยตัวเลขที่น่ากังวล:

- 1 คำสั่ง = 1 แก้ว: การป้อนคำสั่ง (Prompt) ให้ AI อย่าง ChatGPT ประมาณ 10-50 ข้อความ อาจใช้น้ำสูงถึง 500 มิลลิลิตร หรือเทียบเท่ากับน้ำดื่มหนึ่งขวด
- การฝึกฝนโมเดล: การฝึก (Training) โมเดลภาษาขนาดใหญ่อย่าง GPT-3 เพียงครั้งเดียว อาจใช้น้ำถึง 700,000 ลิตร เทียบเท่ากับความต้องการน้ำดื่มของคนนับหมื่นคนต่อวัน
- วิกฤตในปี 2570: คาดการณ์ว่าความต้องการน้ำของ AI ทั่วโลกจะสูงถึง 4.2 - 6.6 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งมากกว่าปริมาณการใช้น้ำของประเทศเดนมาร์กทั้งประเทศ
- ผลกระทบ: สมรภูมิแย่งชิงน้ำระหว่าง "คน" กับ "เครื่องจักร"

ตลาดกุ้งเวียดนามพลิก!! เวียดนามส่งออกกุ้งสู่จีนเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ ปี 2025 ตลาดจีนเติบโต 63.3% ทะลุอันดับ 1 สหรัฐฯ ยังตามติดแต่ไม่ถึงระดับ 1 พันล้านดอลลาร์ ยอดส่งออกกุ้งเวียดนามครองสถิติใหม่ ปีล่าสุด

(11 ม.ค. 69) รายงานจากเวียดนามระบุว่าในปี 2025 จีนได้แซงหน้าสหรัฐฯ ขึ้นเป็นตลาดส่งออกกุ้งขนาดใหญ่ที่สุดของเวียดนาม โดยมูลค่าการส่งออกกุ้งไปจีนสูงถึง 1.24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าปีที่แล้วถึง 63.3% ขณะที่ปริมาณกุ้งส่งออกอยู่ที่ 1.23 แสนตัน เพิ่มขึ้น 48.4% เมื่อเทียบกับปี 2024

ข้อมูลจากสื่อท้องถิ่นเผยแพร่เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ระบุว่าแม้สหรัฐฯ จะยังคงเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญ แต่ยอดส่งออกกุ้งไปสหรัฐฯ ยังไม่สามารถทะลุหลัก 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐได้ ทำให้จีนขึ้นแท่นเป็นตลาดสำคัญที่สุดแทน

การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมกุ้งเวียดนามที่ส่งออกไปทั่วโลก โดยยอดส่งออกกุ้งของเวียดนามในปี 2025 ปรับตัวสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 4.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.46 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 19.9% จากปีก่อนหน้า

ตัวเลขนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในแนวโน้มตลาดโลกและการเพิ่มบทบาทของจีนในฐานะคู่ค้าสำคัญทางการค้าเกี่ยวกับการส่งออกสินค้าประเภทอาหารทะเลของเวียดนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกุ้งที่ได้รับความนิยมอย่างสูง

อย่างไรก็ตาม ตลาดสหรัฐฯ ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของเวียดนามด้วยมูลค่าที่สูง และความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อกลยุทธ์การส่งออกของเวียดนามในอนาคต

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top