Tuesday, 28 July 2026
THE STATES TIMES TEAM

ทหารมีไว้ทำไม? ฟังคำตอบจากสมรภูมิจริง ‘พล.ท.กนก’ ชี้ถ้าไร้รั้วของชาติ ไทยเสี่ยงเสียเอกราชชายแดน

วันที่ 28 ม.ค. 69 ที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จัดเสวนาวิชาการ ในหัวข้อ ทหารมีไว้ทำไม :วิเคราะห์นโยบายหาเสียงเลือกตั้งด้านกองทัพของพรรคการเมืองไทย นำเสวนาโดย พล.อ.ดร.นพนันต์ ชั้นประดับ อดีตที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก , พล.ท.กนก เนตระคะเวสนะ อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการกอง กำลังสุรนารี , ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และที่ปรึกษา รมว.กลาโหม

โดยช่วงหนึ่ง พล.ท.กนก เนตระคะเวสนะ อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บัญชาการกองกำลังสุงสุรนารี กล่าวว่า คำถามที่หลายคนพูดกันว่าทหารมีไว้ทำไม ตนอยากจะถามว่าเคยได้ยินคำว่าว่าประเทศเป็นบ้านทหารเป็นรั้วหรือไม่ หน้าที่ของทหารคือป้องกันประเทศ และปกป้องแผ่นดินไม่ให้ข้าศึกเข้ามารุกราน ในห้วงเวลาที่ผ่านมาถ้าไม่มีการสู้รบก็จะไม่เห็นว่าทหารนั้นทำหน้าที่อย่างไร แต่เราทุกคนก็เห็นหน้าที่ของทหารจากการสู้รบครั้งที่ 1 ทำให้เรารู้ว่าพื้นที่ที่บางส่วนที่อยู่ชายแดนของเรานั้นเป็นอย่างไร เช่น บริเวณพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 จะเป็นภูเขา ในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 จะเป็นพื้นที่ราบและในชายแดนจันทบุรี ตราดจะมีพื้นที่เป็นลำน้ำสลับกับภูเขา ในส่วนการสู้รบในพื้นพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 2 นั้น ก็ดำเนินการที่จะผลักดันทหารกัมพูชาที่เข้ามาอยู่อาศัยรวมทั้งประชาชนบางส่วนในแต่ละพื้นที่ซึ่งรวมทั้งหมด 11 จุด

พล.ท.กนก กล่าวอีกว่า แต่ยังมีพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ทับช้อน อาทิ ช่องอานม้า, เนิน 677, เนิน 500, เนิน 350, ปราสาทตาควาย โดยเฉพาะปราสาทตาเมือนธม ที่มีการเผชิญหน้ากันจนเกิดการกระทบกระทั่ง และเกิดเหตุการณ์รบครั้งที่ 2 ซึ่งใช้เวลาในการรบมากกว่ารอบแรก และรบต่อเนื่องหลายในหลายพื้นที่ เราสามารถยึดได้หลายพื้นที่และสามารถผลักดันทหารกัมพูชาออกไปได้

พล.ท.กนก กล่าวอีกว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่ของทัพภาคที่ 2 เราได้คุมพื้นที่ส่วนใหญ่ที่อยู่บนภูเขาได้ กัมพูชาลงไปอยู่ในพื้นที่ราบ แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่ที่ยังเผชิญหน้ากันอยู่ นี้คือคำตอบที่ชี้บอกได้ว่า กัมพูชากับไทยแต่ยังแต่ยังมีการสู้รบรอบที่ 3 เพราะในบางพื้นที่ยังไม่มีการถอนกำลังออกไป เพราะฉะนั้นหน้าที่ของกองทัพภาคที่ 2 คือพยายามที่จะผลักดันให้กับกัมพูชาออกไป แต่หากไม่มีการผลักดัน ปัญหาเหยียบทุ่นระเบิดทหารไทยขาขาด ปัญหาทหารกัมพูชามาลาดตระเวนยั่วยุเพื่อที่จะยึดพื้นที่เพิ่มขึ้น ก็จะมีการเกิดขึ้นมาอีก

พล.ท.กนก กล่าวอีกว่า แต่จากการสู้รบทั้ง 2 ครั้ง จะเป็นภาพและคำตอบให้ประชาชนได้รับทราบและรับรู้ว่าได้ว่าทหารมีไว้ทำไม แต่ก่อนจะมาถึงจุดนี้ให้ลองมองกลับไปว่าทหารคือใคร ทหารก็คือประชาชนแต่ได้เข้ารับการฝึกทางด้านยุทธวิธีทางด้านการทหารตามลำดับขั้นตามรูปแบแบหน่วย ที่ฝึกหลายด้านผสมผสานเพื่อทำการรบ การรบในพื้นที่แตกต่างกันออกไป จึงต้องใช้ทหารที่ฝึกออกมาในรูปแบบชำนาญการ อยากให้ลองนึกดูว่าทหารที่จะเข้าทำการตีบังเกอร์ของอีกฝ่ายที่เป็นพื้นพื้นที่มั่นนั้น จะต้องมีจิตใจที่แข็งแกร่งแค่ไหน เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ต้องเสี่ยงชีวิต อีกทั้ง ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นก็จะพยายามที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จคือการผลักดันกัมพูชาออกไปยึดที่หมายให้ได้โดยให้มีการสูญเสียน้อยที่สุด ทั้งหมดนี้จึงย้ำให้เห็นได้ว่า นี้คือหน้าที่ของทหาร

เมื่อถามว่านโยบายพรรคการเมืองใด ที่เหมาะสมกับทางด้านกองทัพในช่วงเวลานี้ พล.กนกกล่าวว่า ทางด้านนักการเมืองอาจจะมีความรู้ความสามารถในด้านอื่น แต่อาจจะไม่มีความรู้ความสามารถทางด้านของกองทัพและทหาร แม้กระทั่งการที่จะเข้าเป็นรัฐบาล ก็ต้องมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงกับการทำงานของกองทัพ บางส่วนเห็นว่ายังทำไม่เต็มที่ เพราะฉะนั้นรัฐบาลที่เข้ามาทำหน้าที่ต้องเข้าใจสถานการณ์ในปัจจุบันว่ากองทัพต้องการ สิ่งที่กองทัพได้ใช้ไปในการสู้รบ 2 ครั้งรัฐบาลต้องเติมเต็มในการที่จะสู้รบหากเกิดเหตุการณ์รบครั้งที่ 3

พล.ท.กนก กล่าวว่า ในเรื่องของการเติมเต็มในสิ่งที่ใช้ไปนั้น ในการรบเราที่เร่าใช้ก็ส่วนมากคือในด้านของกระสุนซึ่งต้องมีการเติมเต็มเข้ามาทดแทน อีกทั้ง กัมพูชาได้มีการพัฒนาอาวุธขึ้นมาใหม่เพื่อจะต่อสู้ เช่น อาวุธที่จะต่อสู้กับเครื่องบินรบ F-16 ฉะนั้นเราต้องคิดกันต่อว่า เราจะมีอาวุธอะไรไปสู้รบกับเขาอีก ไม่ใช่ที่จะใช้รูปแบบเดิมเพราะฝั่งตรงข้ามก็พัฒนาเช่นกัน หากจะถามว่าหลังจากนี้ไปจนถึงวันที่ 8 ก.พ. 2569 จะมีการสู้รบหรือไม่ ขอตอบว่าปัจจุบันนี้ยังไม่มี แต่จะให้ดูความพร้อมของกัมพูชาว่ากัมพูชามีความพร้อมขนาดไหน ซึ่งต้องเปรียบเทียบจากการสู้รบทั้ง 2 ครั้ง

พล.ท.กนก กล่าวอีกว่า กรณีที่กัมพูชามีการขุดดูเลตที่พื้นที่ตราดนั้น เป็นการขุดคูเลตในรูปแบบซิกแซก โดยเป็นลักษณะการขุดเป็นร่องซึ่งจะทำเป็นคูเลตทางยุทธวิธี สำหรับในส่วนบังเกอร์ของทหารกัมพูชาที่มีภาพออกมานั้น มีลักษณะแผ่นปูนสามเหลี่ยมมีการวางอยู่บริเวณแนวชายแดนตรงข้ามเนิน 350 ซึ่งมีระยะห่างจากชายแดนไทยออกมา 1 กิโลเมตร ซึ่งจากที่เราเห็นว่าเป็นแผ่นปูนก็แสดงให้เห็นว่ามันยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งหากดำเนินการเสร็จแล้วจะต้องมีการนำดินมากลบในพื้นที่เพื่อเป็นที่กำบัง

พล.ท.กนก กล่าวย้ำว่า นี้เป็นสัญญาณว่าทางกัมพูชายังไม่พร้อมที่จะกับไทย และรัฐบาลใหม่หากเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว อยากจะให้มีการทำความเข้าใจกับกองทัพ และสามารถสนับสนุนกองทัพให้มีความพร้อมในการที่จะป้องกันประเทศให้เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการร่วมมือร่วมใจการทำงานเพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน และรักษาแผ่นดินให้รุ่นต่อไปได้

เลขาฯ สมช. เผยยื่นฟ้อง “ฮุนเซน-ฮุน มาเนต” เล็งยึดทรัพย์ - โผล่มาไทยจับทันที พร้อมประสานอินเตอร์โพลรวบตัว

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 69 นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วย อัยการ ได้เดินทางลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดสุรินทร์ เพื่อดำเนินการยื่นฟ้อง นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และ นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในฐานะผู้สั่งการเหตุปะทะบริเวณชายแดน ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทยในพื้นที่ชายแดนหลายจังหวัด

รายงานจากหน่วยงานด้านความมั่นคง ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมติของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่มีมาตั้งแต่ช่วงปลายรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ในยุคที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย ดำรงตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี และได้มีการยืนยันมติดังกล่าวต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ให้ดำเนินคดีเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งทางแพ่งและทางอาญา โดยใช้กฎหมายของประเทศไทยเป็นหลัก

ในส่วนของคดีแพ่ง มีเป้าหมายเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย และหากตรวจสอบพบว่าจำเลยทั้งสองมีทรัพย์สินอยู่ในประเทศไทย ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการยึดทรัพย์เพื่อนำออกขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาชดเชยและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในประเทศไทยได้

แหก AI ในวันที่มนุษย์พึ่งพา AI ตั้งแต่ดูดวงยันเลือกตั้ง

ความจริงวันนี้เอย่าอยากจะเล่าเรื่องประกันสังคมมาก  แต่พอไปเจอคนโพสต์ในโซเชียลไม่ว่าจะดูดวงโดยใช้ AI ไปจนถึงจะเลือกพรรคการเมืองไหนดีโดยใช้ AI วันนี้เอย่าจะขอเอาคำตอบจาก AI มาให้อ่านว่าสรุป AI ฉลาดกว่ามนุษย์หรือมนุษย์นี่แหละที่สร้างแนวทางคำตอบให้ AI  โดยถาม AI ที่ใช้กันแพร่หลายอย่าง ChatGPT นี่แหละคะ

คำถามที่ 1 :  AI ใช้หลักการหรือวิธีการใดในการประมวลผลเพื่อตอบคำถามที่เอย่าป้อนเข้าไป
คำตอบ : เอย่าขอสรุปสั้นๆนะคะ ทาง AI ตอบกลับมาว่า เริ่มจาก แปลงข้อความของคุณให้เป็น “ความหมายเชิงตัวเลข” เพื่อให้เข้าใจว่า คุณกำลังถามเรื่องอะไร น้ำเสียงเป็นทางการไหม ต้องการข้อมูลหรือความเห็น ฯลฯ จากนั้น AI ดูบริบททั้งหมด ไม่ใช่แค่เพียงคำถามที่ถามในประโนชน์นั้นอย่างเดียวแต่จะมีการดูบริบทจาก History เก่าที่เราคาไว้ในระบบยังไม่ได้ลบออก  ทาง AI ก็จะนำมันมาประมวลเพื่อเป็นคำตอบที่ถูกใจเราด้วย  จากนั้น AI จะคาดการณ์ คำถัดไปที่เหมาะสมที่สุด โดย AI จะคิดแบบว่าในบริบทก่อนหน้า ถ้าคำก่อนหน้าเป็นแบบนี้ คำถัดไปที่น่าจะเหมาะสมที่สุดคืออะไร และจะทำแบบนี้ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นคำตอบทั้งหมด จากนั้นก็ไปดึงข้อมูลจาก Database อื่นๆมาประกอบ แล้วจึงประมวลเป็นคำตอบเพื่อให้ถูกใจคำถาม  เพราะฉะนั้นคำถามที่ออกมาจึงเหมือนการที่ได้รับคำตอบตรงใจผู้ถามนั้นเอง  เพราะ AI ระบุชัดเจนว่า AI ไม่ได้คิดแบบมนุษย์ แต่สิ่งที่ดูเหมือนเหตุผลหรือความเห็น คือการเรียบเรียงจากรูปแบบข้อมูลที่เคยเรียนรู้นั่นเอง  ซึ่งถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็คือถ้าเราเคยค้นหาอะไรบ่อยๆ ถามอะไร AI บ่อยๆ AI ก็จะเรียนรู้ว่าเราชอบอะไรและจะประมวลคำตอบมาให้ถูกใจเรานั่นเอง  

คำถามที่ 2 : เห็นคนเดี๋ยวนี้ใช้ AI ดูดวงแล้ว แถมแม่นเสียด้วยหลายคนบอกมา  ทำไมถึงดูดวงแม่นละ
คำตอบ : AI ตอบกลับมาว่าไม่ใช่เพราะ AI เห็นอนาคตนะ  แต่ AI เรียนรู้จากอัลกอลิทึ่มและ Database ที่ใช้สำหรับการดูดวงที่มีอยู่มากมายในอินเทอร์เน็ต บวกกับ AI  ปรับคำทำนายจาก “ข้อมูลที่คุณให้เอง” โดยไม่รู้ตัว เช่น วัน เดือน ปีเกิด เพศ สถานการณ์ที่คนดูดวงเล่า หรือคำถามที่ถามมา  จากนั้นใช้หลักจิตวิทยา “Barnum / Forer Effect” ในการสรรหาคำตอบบวกกับ ใช้ภาษาแบบ “เปิดช่องให้คุณตีความเอง” เช่น ไม่ฟันธง 100% หรือมีเงื่อนไข เช่น “ถ้าตัดสินใจเร็วเกินไป อาจพลาดโอกาสดี” ถ้าผิดพลาด แปลว่า AI ทำนายแม่น แต่ถ้าไม่พลาด เราในฐานะคนถูกดูดวงจะรู้สึกว่าที่ไม่พลาดเพราะเราระวังแล้วนั่นเอง

คำถามที่ 3 : เห็นหลายคนใช้ AI มาเป็นเหตุผลอ้างอิงในการเลือกพรรคการเมืองในการเข้ามาบริหารประเทศในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดในนี้  AI มีการประมวลผลอย่างไรที่บอกว่าพรรคใดดีหรือไม่ดี
คำตอบ : AI แจ้งมาก่อนเลยว่า AI ตัดสินว่า “พรรคไหนดี–ไม่ดี” ได้อย่างไร AI ไม่สามารถคิดได้แบบมนุษย์  ดังนั้นการที่ AI ทำคือ ประมวลผลข้อมูลและเปรียบเทียบรวมถึงสรุปตามเกณฑ์ที่มนุษย์ตั้งไว้ เริ่มจาก ข้อมูลที่ป้อนเข้าไป  ถ้าข้อมูลเอนเอียง คำตอบที่ได้ก็จะเอนเอียง ถ้าข้อมูลไม่ครบคำตอบที่ได้ก็จะไม่ครบ  กล่าวคือ AI ไม่ได้ตัดสินว่าพรรคการเมืองใด ดี หรือ ไม่ดี แต่ตัดสินตรงกับเกณฑ์ที่เราใส่ข้อมูลไปหรือไม่มากกว่า พูดง่ายๆคือ AI แค่วิเคราะห์ข้อมูลที่เราใส่เข้าไปนั่นเอง  ส่วนทำไมบางคนรู้สึกว่า AI  เลือกพรรคให้  เพราะว่า ผู้ถามตั้งคำถามแบบชี้นำ แบบเจาะจงให้ได้คำตอบแบบที่เขาต้องการ บวกกับการป้อนข้อมูลจากฝั่งเดียวให้ AI นั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ AI วิเคราะห์ออกมาได้ด้านเดียวเช่นกัน

ก่อนเอารถไปแลกเงิน 4 เรื่องที่ผู้กู้มือใหม่ต้องรู้

ในภาวะที่ค่าครองชีพยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่รายได้ของหลายครัวเรือนฟื้นตัวไม่เต็มที่ “สินเชื่อทะเบียนรถ” กลายเป็นทางเลือกเร่งด่วนสำหรับผู้ที่มีรถเป็นทรัพย์สิน อย่างไรก็ตาม ผู้ขอสินเชื่อจำนวนไม่น้อยกลับพบว่า หลังได้เงินก้อนไปแล้ว ภาระผ่อนกลับยืดเยื้อยาวนาน และยอดหนี้ลดช้ากว่าที่คาด

เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเข้าถึงสินเชื่อง่ายหรือยาก แต่อยู่ที่การ “เลือกผิดจุด” และ “ประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าความจริง” โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้ไม่แน่นอน

1. รายได้ไม่นิ่ง อย่าผ่อนยาว
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ การเลือกสัญญาที่ค่างวดต่ำ เพื่อให้ดูผ่อนสบายในแต่ละเดือน แต่แลกด้วยระยะเวลาผ่อนยาว ซึ่งทำให้ยอดดอกเบี้ยรวมสูง และเงินต้นลดช้ากว่าที่คิด ผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อระบุว่า ในกรณีรายได้ไม่แน่นอน ระยะเวลาผ่อนที่ยาว อาจเพิ่มแรงกดดันต่อค่าใช้จ่ายในระยะยาว

2. ไม่โอนเล่ม มักปลอดภัยกว่า ถ้าจำเป็นต้องใช้รถทุกวัน
สินเชื่อทะเบียนรถมีทั้งแบบ “โอนเล่ม” และ “ไม่โอนเล่ม” โดยหลายคนตัดสินใจจากวงเงินที่ได้เป็นหลัก ทั้งที่ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่สิทธิของผู้ให้กู้ หากเกิดการผิดนัดชำระในกรณีที่ผู้กู้ต้องใช้รถในการทำงานหรือดำรงชีวิตประจำวัน การเลือกสินเชื่อแบบไม่โอนเล่มมักช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกยึดรถกะทันหัน ขณะที่สินเชื่อแบบโอนเล่ม แม้จะได้วงเงินสูงกว่า แต่จำเป็นต้องตรวจสอบเงื่อนไขด้านการผิดนัดชำระหนี้และการยึดทรัพย์ให้รอบคอบเป็นพิเศษ

3. อย่าดูแค่วงเงิน ให้ดู “ยอดรวมทั้งสัญญา”
ผู้ขอสินเชื่อจำนวนมากตัดสินใจจากตัวเลขค่างวดรายเดือน โดยไม่ทราบยอดเงินรวมที่ต้องชำระตลอดอายุสัญญา ส่งผลให้ภายหลังพบว่าจ่ายเงินไปแล้วเป็นระยะเวลานาน แต่เงินต้นลดลงเพียงเล็กน้อย เคทีซีแนะนำให้ผู้กู้ขอเอกสารแสดงตารางผ่อนชำระที่ระบุยอดดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และยอดรวมทั้งหมดอย่างชัดเจนก่อนตัดสินใจลงนาม โดยเฉพาะกรณีที่มีค่าปรับในการปิดบัญชีก่อนกำหนด หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในกรณีผิดนัด

4. เงินก้อนมาไว แต่ผลกระทบอยู่ยาว
ในทางปฏิบัติ เงินที่ได้จากสินเชื่อทะเบียนรถมักถูกนำไปปิดค่าใช้จ่ายที่เร่งด่วน และหมดลงภายในไม่กี่สัปดาห์ ขณะที่ค่างวดผ่อนยังต้องจ่ายต่อเนื่องเป็นปี หากไม่มีแผนการใช้เงินที่ชัดเจน หรือไม่มีเงินสำรองเผื่อรายได้สะดุด อาจทำให้ต้องก่อหนี้เพิ่มเพื่อมาปิดหนี้เดิม สถานการณ์เช่นนี้ทำให้รถซึ่งเคยเป็นทรัพย์สินเพื่อสร้างรายได้ กลายเป็นภาระทางการเงิน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระในระยะยาว

‘ชัยวุฒิ’ ฟาดแรง "ชั้นต่ำ!" แกล้ง "น็อต" สับเกรียนคีย์บอร์ด-อวตาร-io-ด้อมส้ม-อินฟลู รุมป่วนโพล ด้อยค่า ปั่นเฟกนิวส์ ลั่น จ่อฟ้องคนด่า ‘อ.เจษฎ์’

(กรุงเทพฯ) 28 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก ที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจ และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 2 นำทีมพรรครักชาติ อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3), นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4), นายทัศนัย ทองมี รองหัวหน้าพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7), นายรัฐภูมิ วัลลิกุล เหรัญญิกพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 9), นายวาซิม คาน ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 15, นายโมเซนคาน เมฆดารา ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 24, นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค  และนายฟาวาดคาน เที่ยงธรรม ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 18  ร่วมลงพื้นที่หมู่บ้านสหกรณ์เคหะสถาน 4 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร เพื่อแนะนำตัว นายสัญชัย บัตรตรา ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 15 เบอร์ 1 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ชาวบ้านให้การต้อนรับทีมพรรครักชาติ แวะทักทาย พูดคุย พร้อมให้กำลังใจคนรุ่นใหม่ ที่มีความตั้งใจมาทำการเมือง

ทั้งนี้ นายชัยวุฒิ ได้ให้สัมภาษณ์เดือดถึงกรณีกลุ่ม เกรียนคีย์บอร์ด-IO-อวตาร รวมไปถึงอินฟลูเอนเซอร์ และ “ด้อมส้ม” โดยเตือนสติให้หยุดพฤติกรรมคุกคามผู้เห็นต่าง ชี้เป็นการเมืองแบบ “ชั้นต่ำ” ไม่ใช่ประชาธิปไตย

นายชัยวุฒิ กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มคนเข้าไปโหวตในโพลสำรวจต่าง ๆ ว่าจากการตรวจสอบพบว่าเป็น “บอท” (Bot) ไม่ใช่คนจริง 

"แต่อยากทำก็ทำไปครับ เป็นความสุขของพวกคุณ แต่ว่าการที่เอาด้อม เอา IO เอาอวตารเนี่ย ไปถล่มฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง อันนี้มันเป็นการเมืองแบบ 'ชั้นต่ำ' ครับ มันไม่มีประโยชน์หรอกครับ มันไม่ใช่ประชาธิปไตย"

‘เอกสิทธิ์ ปวงชนไทย’ ซัดแรง “แจกเงินล้าน” ประชานิยมสุดโต่ง เตือนคนไทย ระวัง “โรแมนซ์สแกมการเมือง” หลอกให้รัก-ให้เลือก สุดท้ายขายฝัน ยัน “ประชาประโยชน์” ทำประเทศยั่งยืนกว่า

(28 ม.ค. 69) นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย ผู้สมัครสส.แบบบัญชีรายชื่อหมายเลข 23 แสดงความเห็นเกี่ยวกับการออกแคมเปญหาเสียงของบางพรรคที่จะแจกเงินล้านทุกวัน ว่า เป็นนโยบาย ประชานิยมแบบสุดโต่ง ตนไม่เห็นด้วย เพราะการจะให้ประชาชนมีเงินได้นั้น ต้องมีการพัฒนาคนด้วย ไม่ใช่ประชานิยมแจกไปอย่างเดียว ซึ่งการแจกแบบนี้จะคล้ายกับ  “โรแมนซ์สแกมเมอร์” หรือ สแกมเมอร์การเมือง คือการหลอกให้รักหลอกให้หลง หลอกให้เลือกลงคะแนนให้พรรคนั้น แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้อะไรแต่ยิ่งทำให้ประเทศถอยหลังด้วยซ้ำ ในเรื่องนี้พรรคปวงชนไทยไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง  

“เราไม่เห็นด้วยกับประชานิยมแบบนี้ แต่เน้นนโยบายประชาประโยชน์ สร้างประเทศไทยให้ยั่งยืนทำให้ทุกคนมีความรู้ความสามารถ ควบคู่กับการมีรายได้ที่สูงขึ้นทำให้เกิดความยั่งยืน”

หัวหน้าพรรคปวงชนไทย ระบุด้วยว่า การเลือกตั้งทุกครั้ง มีการใช้เงินซื้อเสียง หลายเขตใช้เงินเป็นหลายสิบล้านหรือหลักร้อยล้าน มองได้ว่าเป็นการหลอกลวงประชาชน ต้องการเข้ามาทุจริตคอร์รัปชัน ถ้านักการเมืองคนไหนใช้เงินจำนวนมากแบบนี้ในการเลือกตั้ง แสดงว่ามีเป้าหมายที่จะเข้ามากอบโกยถอนทุนคืนจากประเทศและพี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน  

“ขอฝากพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทย อย่าไปรับเงิน หรือหากรับไปแล้ว ก็อย่าเลือกพรรคนั้นโดยเด็ดขาด การเลือกตั้งทุกคนสำคัญมาก เรามีสิทธิ์คนละหนึ่งเสียงเท่ากัน ปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียงมีมานานแล้ว ขอให้ทุกคนร่วมกันหยุดเรื่องนี้ให้ได้ ต้องอย่ารับเงินเหล่านี้ เพื่ออนาคตของประเทศไทยต่อไป”

28 มกราคม 1986 โศกนาฏกรรมที่โลกไม่ลืม ชาเลนเจอร์พังกลางอากาศ 73 วินาทีหลังปล่อย ทิ้งบาดแผลไว้ในความทรงจำโลก บทเรียนสำคัญเรื่องความปลอดภัย

โศกนาฏกรรมกระสวยอวกาศ "ชาเลนเจอร์" เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มกราคม 1986 เพียง 73 วินาทีหลังจากปล่อยจากศูนย์อวกาศเคนเนดี ทำให้ลูกเรือ 7 คนเสียชีวิตรวมถึงครูคนแรกที่จะขึ้นสู่อวกาศ

ภารกิจ STS-51L ที่มี "คริสตา แมคอัลลิฟฟ์" เป็นตัวแทนครูในโครงการ Teacher in Space ถูกตั้งความหวังว่าจะสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ แต่กลับจบลงด้วยความสูญเสียอันใหญ่หลวง

รายงานของคณะกรรมการประธานาธิบดีว่าด้วยอุบัติเหตุชาเลนเจอร์ หรือ Rogers Commission ระบุว่า สาเหตุเกิดจากความล้มเหลวของซีลยาง O-ring ที่รอยต่อจรวดเชื้อเพลิงแข็งขวา ทำให้เกิดการรั่วไหลของแก๊สร้อนและเปลวไฟจนทำลายโครงสร้างยานในอากาศ นำไปสู่การแตกสลาย

ปัจจัยสำคัญคือตอนนั้นอากาศหนาวจัดจนทำให้ซีลยางไม่ทำงานเต็มประสิทธิภาพ เสริมด้วยปัญหาด้านการสื่อสารความเสี่ยงและการตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน รูปแบบการจัดการความเสี่ยงที่ไม่ดีทำให้โศกนาฏกรรมเกิดขึ้น

หลังเหตุการณ์ สหรัฐฯ หยุดปล่อยกระสวยนานกว่า 2 ปีครึ่ง ก่อนจะกลับมาปฏิบัติการอีกครั้งในปี 1988 เพื่อปรับปรุงความปลอดภัยใหม่ ชาเลนเจอร์จึงกลายเป็นวันเตือนใจว่า "ความปลอดภัยต้องมาก่อนกำหนดการ" ในวงการอวกาศโลก

ที่มา : https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_5348

‘น็อต’ ไม่สนดราม่า ไอโอ (io) พาทัวร์ลง ด้าน ‘ภูมิ’ พรรครักชาติ ดอดให้กำลังใจ ชื่นชมพี่น็อต ที่กล้าออกมาปกป้อง สถาบันหลักของชาติ 

(กรุงเทพฯ) หลังจากที่เคย ออกมา ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นของ น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์  ล่าสุด วันนี้ (27 มกราคม 2569) เวลา 13:30 น. นายภูมิ สวัสดี (ไมเคิล) ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 21 เบอร์ 6 พรรครักชาติ เดินทางไปยังร้านลูกโต้งชลวัว ซอย บางนา-ตราด 23 แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร  เพื่อให้กำลังใจนายวรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ (น็อต) ดารา และพิธีกรรายการโทรทัศน์ หลังเจอกระแสดราม่าจากกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคการเมืองหนึ่ง ที่เข้ามาคอมเมนต์เสียหายทางหน้าโซเชียลมีเดียส่วนตัว ลุกลามไปจนถึงการรีวิวร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น ”ลูกโต้งชลวัว” ของน็อต-วรฤทธิ์ ในเชิงลบ 

โดยนายภูมิ ย้ำว่า ต้องการเข้ามาให้กำลังใจ และสนับสนุนสิ่งที่ทำ แม้จะต้องเจอกับกระแสเชิงลบในโลกออนไลน์ก็ตาม 

“ผมอยากขอเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่รักชาติ อยากจะบอกพี่ว่า สู้ต่อไปนะครับ มันไม่ค่อยมีคนที่อยู่ในสื่อ แล้วออกมาสื่อสารอย่างมีจุดยืนแบบที่พี่ทำ เพราะทำแล้วจะโดน IO ลงจนเสียงานเสียการแบบนี้ ทำให้คนกลัวกัน และขอสนับสนุนให้พี่ทำต่อไป เพื่อเป็นตัวอย่างให้ทุกคนเห็นว่ามันไม่ส่งผลกระทบอะไรขนาดนั้น และอยากให้พี่ทราบว่า พี่ไม่ได้ยืนคนเดียว ยังมีพวกเราอีกมากที่เห็นด้วย และพร้อมสนับสนุนพี่” นายภูมิ กล่าว

‘น้าเน็ก’ เผย มีลูก 2 คนแล้ว! ไม่เปิดเพราะไม่อยากให้ใครไปยุ่งกับลูก ไม่แคร์สายตาคนมองป๋าพาเด็กมาเที่ยวแต่เรื่องจริงคือลูก

หลังถูกพุ่งเป้าเป็นพิธีกรดังเปย์เมียน้อยปีละล้าน ในรายการ  Lesson B ทางช่องยูทูป ได้ตัดคำสัมภาษณ์บางช่วงบางตอน ของ “น้าเน็ก เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา” เป็นบทสนทนาที่ยังไม่ได้ถูกตัดต่อออกอากาศ โดยน้าเน็กยอมรับว่าตนเองมีลูกแล้ว 2 คน ไม่ได้แอบซ่อนแต่อยากให้พื้นที่ลูกได้เติบโตด้วยตัวเอง ไม่มีคำห้อยท้ายชื่อว่าลูกน้าเน็ก ซึ่งน้าเน็กเล่าว่าตัวเองใช้ชีวิตกับลูกตามปกติพาลูกไปไหนมาไหนด้วยกัน จนบางครั้งสายตาคนที่พบเห็นก็คิดว่าตนเป็นป๋าควงเด็ก ซึ่งตนไม่ได้แคร์

“ผมมีลูกแล้วนะครับ แต่ผมจะไม่พูดเรื่องนี้อย่างจริงจัง เหตุผลเพราะผมไม่อยากให้ใครไปยุ่งกับลูกผม และผมก็ไม่อยากให้เขาต้องเติบโตมาแล้วถูกลามตัดสินไปว่าลูกนี่น้าเน็ก เพราะถ้าเขาทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ด้วยตัวเขา เขาจะเป็นแค่เพราะมึงเป็นลูกน้าเน็ก แต่ถ้าเขาผิดพลาดเขาจะถูกกระทืบหนักด้วยคำว่าอุตส่าห์เป็นลูกน้าเน็ก ผมไม่อยากให้เขาต้องมาแบกภาระการที่เขาต้องเป็นลูกใคร

ผมไม่อยากให้คนไปยุ่งกับลูกผม โอเคผมหย่าร้าง ผมก็ดูแลเขาอย่างดี เมื่อไม่นานมานี้ 18 มกราคม ผมไปงานรับปริญญาลูกผม ผมเข้าใจความรู้สึกของพ่อแม่ที่เห็นลูกเรียนจบนะครับ ลูกผมคนเล็กเพิ่งเรียบจบปริญญาตรี ผมมีลูก 2 คน ซึ่งคนรอบข้างใกล้ชิดผม เพื่อนลูกที่โรงเรียนผมตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย ก็รู้ว่าเขาคือลูกผม ผมไม่ได้หลบซ่อนปิดบัง แต่ผมไม่ได้เอาลูกมาแห่ออกสื่อชี้ชัดๆ ว่านี่คือลูกผม ผมไม่อยากให้เขาต้องโดนตีตราว่าเป็นลูกใคร

เพราะลูกคนมีชื่อเสียงทุกคนเหนื่อยกับการแบกชื่อเสียงของพ่อแม่ เท่านั้นเอง คนก็พยายามจะไปตัดสินอีกว่า ก็มึงเป็นลูกคนดัง มึงต้องรับภาระหน้าที่นี้ ตัวผมไม่เชื่อหลักนี้ ผมรู้สึกว่ามันแยกกันได้ ข้อดีเดียวของการเป็นลูกผมคือทำให้ผมมีเงินส่งเสียเลี้ยงดูเขา ซึ่งไม่ต้องเป็นลูกคนดังก็ได้ ลูกใครก็สามารถเลี้ยงลูกเขาได้ทั้งนั้น เขาไม่มีความจำเป็นจะต้องมาแบกภาระ ผมย้ำอีกทีถ้าเขาดีเขาก็เป็นแค่ลูกน้าเน็ก แต่ถ้าเขาไม่ดีเขาก็จะเป็นแค่อุตส่าห์เป็นลูกน้าเน็ก ผมรู้สึกว่าเขาต้องไปมีชีวิตของเขาเอง

ซึ่งทั้งคู่ขอบคุณผม เขาเข้าใจ เขาไปฝึกงาน เขาไปไหนทำอะไร เขาชอบที่ไม่ต้องมีการปูพรม ต้องมีอภิสิทธิ์ เขาได้รับการเรียกชื่อด้วยชื่อของเขา เขาไม่ต้องมีคำห้อยท้ายชื่อของเขาว่าลูกน้าเน็ก

ผมเลี้ยงเขาเหมือนที่ผมได้รับการเลี้ยงมา คืออะไรก็ได้เริ่มต้นจากเขา ขอให้เขาได้เป็นเขาในแบบที่เขาเป็นจริงๆ ถ้ารู้สึกว่าเขาไม่เสีย ผมไม่ซ่อม ถ้าเขาไม่ได้ต้องการคำสั่งสอน ผมไม่สอน หากเขาต้องการคำแนะนำเขาจะรู้ว่าเขามีผมอยู่เสมอ เอาลูกเป็นศูนย์กลาง อยากเรียนอะไร อยากจะทำอะไรได้ทั้งนั้น ซัปพอร์ตเต็มที่”มองเป็นเรื่องขบขันและไม่แคร์หากใครเห็นตนเดินกับลูกๆ แล้วแล้วคิดว่าตนควงเด็ก

ปชป.กทม. เดินหน้าโค้งสุดท้าย “เนเน่–อีฟ–เกม–โจ” นำทัพสตรีทรัน จารึกเลข 27 กลางกรุง ตอกย้ำจุดยืน “เทาไม่ใช่ทาง…ทางที่เลือกต้องไม่เทา”

กรุงเทพฯ – พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร เดินหน้าโค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง จัดกิจกรรมสตรีทรันภายใต้แคมเปญ “เทาไม่ใช่ทาง” พร้อมสโลแกน “ทางที่เลือกต้องไม่เทา” นำโดย เนเน่ รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี  รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกับผู้สมัคร สส.กทม. ได้แก่ เกม พงศ์พล เตมีย์, อีฟ วิเวียน จุลมนต์ และ โจ เจตน์สฤษดิ์ เลิศธนสาร ร่วมกันวิ่งสร้างสัญลักษณ์ เลข “27” บนผืนแผ่นดินไทย  ส่งสารชัดเจนถึงประชาชนว่า การเมืองไทยต้องไม่คลุมเครือ และต้องไม่ยอมจำนนต่อระบบสีเทา

กิจกรรมวิ่งระยะทางกว่า 11 กิโลเมตร เริ่มต้นจาก สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เชื่อมต่อเส้นทางจากพื้นที่สีเขียวสู่ใจกลางเมือง ผ่านซอยพหลโยธิน 18 ถนนวิภาวดีรังสิต ซอยวิภาวดีรังสิต 16 เข้าสู่ถนนรัชดาภิเษก ผ่านย่านสุทธิสาร ก่อนสิ้นสุดที่ ศาลพระพิฆเนศ ห้วยขวาง เพื่อขอฤกษ์ขอชัย สะท้อนการเดินหน้าทางการเมืองอย่างมุ่งมั่นและไม่ถอย

นางรัดเกล้า กล่าวว่า แคมเปญ “เทาไม่ใช่ทาง” เกิดจากความอัดอั้นของประชาชนจำนวนมากที่ เบื่อการเมืองคลุมเครือ เบื่อระบบสีเทา และเบื่อการถูกบังคับให้เอาตัวรอดแบบประนีประนอมกับความไม่ถูกต้อง พร้อมย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เวลาของทางสายกลางที่ไร้จุดยืน แต่เป็นเวลาที่ประชาชนต้องเลือกข้างอย่างชัดเจน ว่าจะยอมรับความเทาต่อไป หรือเลือกการเมืองที่ซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top