Sunday, 7 June 2026
Hard News Team

ชวนรู้จัก “พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์” อธิบดีกรมศุลกากรคนใหม่ คีย์แมนผู้ขับเคลื่อนงานศุลกากร ให้ก้าวกระโดดในยุคเทคโนโลยีมาแรง

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ในมติ ครม. ได้มีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการคลังจำนวน 7 ตำแหน่ง รวมถึงการแต่งตั้ง นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ จากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ที่เพิ่งเข้าทำงานได้เพียง 7 วัน ให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมศุลกากรคนใหม่

ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการคลัง ด้วยอายุ 47 ปี ถือว่าน้อยที่สุด และนับได้ว่าเป็นการเติบโตในเส้นทางรับราชการแบบ “ก้าวกระโดด” อย่างมาก แต่หากดูจากประวัติการทำงานของ “พันธ์ทอง” แล้ว ก็ต้องเรียกว่า “อายุน้อย แต่แก่ประสบการณ์”

สำหรับประวัติของพันธ์ทอง มีชื่อเล่นว่า "ขร" ปัจจุบันอายุ 47 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท  Master of Accounting and ManagementScience University of Southampton, UK นอกจากนี้ยังผ่านการอบรมอีกหลายหลักสูตร ได้แก่ 

-2566 นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) รุ่น 14
-2565 หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP) รุ่นที่ 189/2022
-2565 หลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) รุ่น 1
-2563 หลักสูตรการพัฒนาผู้บริหารระดับสูงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รุ่น 2563
-2562 นักบริหารระดับสูง ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และคุณธรรม (นบส.) รุ่น 89
-2562 โครงการฝึกอบรมเพื่อสนับสนุนการบรรยายขยายผลของวิทยากรจิตอาสาในหัวข้อเรื่อง สถาบันพระมหากษัตริย์กับประเทศไทย รุ่น 1
-2560 สัมมนาเชิงปฏิบัติการหลักสูตร Change Leader ภายใต้โครงการเสริมสร้างกลไกสามเหลี่ยมแห่งการเปลี่ยนแปลง

ส่วนประวัติการรับราชการก็โชกโชนไม่น้อย

-ปัจจุบัน อธิบดีกรมศุลกากร
-ต.ค. 68 ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง
-พ.ย.65-ต.ค. 68 ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี กรมศุลกากร
-ธ.ค. 62-พ.ย. 65 รองอธิบดีกรมศุลกากร
-ธ.ค. 62-พ.ย.63 ผู้บริหารเทคโนโลยีระดับสูง กรมศุลกากร (CIO)
-มิ.ย. 62-ธ.ค. 62 ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการและพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลการนำเข้าส่งออกและโลจิสติกส์
-ส.ค. 60-พ.ย. 62 ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

-2559-2560 นายด่านศุลกากรแม่กลอง
-2557-2562 ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
-2554-2559 ผู้อำนวยการส่วนประมวลข่าว สำนักสืบสวนและปราบปราม
-2548-2550 เลขานุการเอก สำนักงานที่ปรึกษาการศุลกากร ณ กรุงบรัสเซลล์

นอกจากนี้ “พันธ์ทอง” ยังเป็นคีย์แมนผลักดันผลงานสำคัญหลายเรื่องด้วยกัน เช่น

-ผลักดันการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทางศุลกากร สำหรับการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)

-ผลักดันการพัฒนา National Single Window (NSW) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถให้บริการทางศุลกากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

-ผลักดันการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้กับกระบวนงานทางศุลกากร อาทิ Blockchain และ Artificial Intelligence (AI) เป็นต้น

-ผลักดันการปรับเปลี่ยนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของกรมศุลกากร (e-Customs) ให้มีความทันสมัยและสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการในปัจจุบัน

สมุทรปราการ-ต้อนรับผู้ว่าสมุทรปราการ “ศุภมิตร ชิณศรี” ข้าราชการจังหวัดสมุทรปราการร่วมแสดงความยินดี

เมื่อวานนี้ (15 พ.ย. 68) ที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นายศุภมิตร ชิณศรี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วย นางอรวรรณ ชิณศรี นายกเหล่ากาชาด ได้เดินทางกลับมายังจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ 

หลังจากที่มีหนังสือคำสั่งโปรดเกล้าแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากที่ได้เดินทางมาถึงยังจังหวัดสมุทรปราการ นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และ นางอรวรรณ ชิณศรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ ได้เข้ากราบสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคล ณ ตลาดปากน้ำ  

ก่อนจะเดินทางไปกราบสักการะพระพุทธชินราชมงคลปราการ ภายในวิหาร ใกล้ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการและเข้ากราบสักการะพระอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 บริเวณริมเขื่อนหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ 

จากนั้น นายศุภมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางไปยังจวนบ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัด โดยมี นายสุนทร ปานแสงทอง นายก อบจ.สมุทรปราการ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราขการ ข้าราชการคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และประชาชนจำนวนมากร่วมให้การต้อนรับและร่วมแสดงความยินดี

ด้าน นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และ นางอรวรรณ ชิณศรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ ได้กล่าวขอบคุณผู้ที่เดินทางมาให้การต้อนรับ อีกทั้งยังกล่าวอีกว่า การเดินทางกลับมารับตำแหน่งในครั้งนี้ ตนเองจะดำเนินการบริหารงานทุกภาคส่วนที่เป็นประโยชน์กับพีืน้องประชาขน พร้อมสานงานเก่าเพื่อความเจริญของจังหวัดสมุทรปราการ โดยเฉพาะในช่วงนี้พื้นที่จังหวัดสมุทรปราการอยู่ในระหว่างประสบปัญหาน้ำเหนือไหลบ่า ประกอบกับน้ำทะเลหนุนสํง ทำให้พื้นที่เกิดน้ำท่วมขังในที่ราบต่ำ  

โดยตนจะสานงานต่อจาก นายสยาม ศิริมงคล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ที่เดินทางกลับไปรับตำแหน่งอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนดังเดิม

ไขกระจ่าง “หวยเกษียณ” หรือ “สลาก กอช.” เตรียมขายงวดแรก ม.ค.69 ซื้อได้เดือนละไม่เกิน 3,000 บาท ลุ้นเงินล้านทุกวันศุกร์ 17.00 น.

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7 พ.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 เปิดทางให้กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ดำเนินการออกสลากออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพ หรือ  “สลาก กอช.” ซึ่งเป็นสลากขูดแบบดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “ลุ้นโชคเงินไม่หาย กลายเป็นเงินออม” โดยกฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 60 วันนับจากวันที่ประกาศ โดยคาดว่าจะเริ่มขายงวดแรกในเดือน ม.ค.2569

หลายคนที่ไม่ได้ตามข่าวอาจจะสงสัยว่า “หวยเกษียณ” หรือ “สลาก กอช.” คืออะไร? วันนี้ THE STATES TIMES มีคำตอบ…

>>หวยเกษียณ คืออะไร
‘หวยเกษียณ’ หรือ ‘สลาก กอช.’ เป็นสลากขูดแบบดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “ลุ้นโชคเงินไม่หาย กลายเป็นเงินออม” ไม่ว่าผู้ซื้อจะถูกรางวัลหรือไม่ เงินต้นที่ซื้อหวยทุกบาท จะส่งเข้าบัญชีเงินออมรายบุคคลกับกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ซึ่ง กอช.จะนำเงินนั้นไปลงทุนโดยคุ้มครองเงินต้น แล้วจะคืนให้ทั้งเงินต้นและผลตอบแทนจากการลงทุนเมื่อครบกำหนด  

>>หวยเกษียณมีรางวัล ดังนี้ 
-รางวัลที่ 1 มูลค่า 1,000,000 บาท จำนวน 5 รางวัล 
-รางวัลที่ 2 เลขหน้า 3 ตัว และเลขท้าย 3 ตัว มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 10,000 รางวัล
-รางวัลพิเศษ (แจ็กพอต) จำนวน 1 รางวัล (ถ้ามี) มูลค่าเงินรางวัลสะสมจากรางวัลที่ออกไม่หมดทบไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีคนถูกรางวัล  

>>คนที่มีสิทธิซื้อ 
คนที่มีสิทธิซื้อหวยเกษียณ คือ บุคคลที่มีสัญชาติไทย อายุ 15 ปีขึ้นไป

>>เงื่อนไขการซื้อ
สลากราคาใบละ 50 บาท ให้ซื้อได้ไม่เกิน 3,000 บาท หรือ 60 ใบ ต่อเดือน

>>การขายและการออกรางวัล 
-ซื้อได้ทุกวัน เวลา 06.00 - 23.00 น. 
-ออกรางวัลทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น. 
-หากถูกรางวัล เงินรางวัลจะโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์ทันที 

>>การรับเงินคืน
ผู้ออมจะได้รับเงินคืนเมื่อเข้าเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง ดังนี้ 
1. อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์
2. คนที่อายุมากกว่า 60 ปี ได้รับเงินคืนเมื่อครบ 5 ปี นับจากวันที่ซื้อครั้งแรก และสามารถเริ่มออมรอบใหม่ได้คราวละ 5 ปี
3. เสียสัญชาติไทย หรือทุพพลภาพ 
4. เสียชีวิต เงินทั้งหมดจะตกเป็นของทายาท หรือผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุไว้

>>ช่องทางและวิธีซื้อ 
สมัครและซื้อผ่านแอปพลิเคชัน กอช. เพียงใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และเลขหลังบัตรประชาชน นอกจากนั้น ยังสามารถซื้อได้ผ่านช่องทางพันธมิตรโครงการ ทั้ง ทรูมันนี่, เอไอเอส, ชอปปี้เพย์, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB), สำนักงานรัฐบาลดิจิทัล (DGA) เคาน์เตอร์เซอร์วิส, บิ๊กซี, โลตัส และบุญเติม

“ผบช.ภ.7”สั่งกำชับตำรวจพื้นที่ ภ.7 ต้องวางมาตราการเข้ม ทั้งงานบริการ-ป้องกันปราบปราม-ดูแลกำลังพล เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

(15 พ.ย.68) พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 (ผบช.ภ.7) เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายข้อสั่งการสถานีตำรวจในพื้นที่ ดังนี้
1. งานบริการประชาชนและภาพลักษณ์ตำรวจ• การเอาใจใส่ประชาชน: กำชับให้ข้าราชการตำรวจทุกคน แสดงกิริยาวาจาสุภาพ และให้การบริการที่ดีแก่ประชาชน โดยถือว่าสถานีตำรวจคือ ที่พึ่งสุดท้าย ของประชาชน
• การอำนวยความสะดวก: เน้นย้ำให้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์สถานี ให้สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้เพียงพอต่อการบริการประชาชน One Stop Service 
• การรับแจ้งความ: ต้องเน้นย้ำให้พนักงานสอบสวน เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ด้วยตนเอง และให้การรับแจ้งความทุกคดีเป็นไปตามระเบียบที่กำหนด เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพนักงานสอบสวนและการบริการล่าช้า 
• งานมวลชนสัมพันธ์ : การเข้าไป Stop Walk&Talk เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนด้วยความจริงใจ และสร้างเครือข่ายกับประชาชน

2. งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม• การปราบปรามอาชญากรรมทุกมิติ: กำชับให้เร่งรัดและเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง เช่น:
-ยาเสพติด : ให้สกัดกั้นและปราบปรามอย่างเข้มแข็ง
-อาวุธปืน : เมื่อเกิดเหตุต้องจับให้ได้เร็วที่สุด
-อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ออนไลน์) เป็นวาระแห่งชาติ : โดยให้เพิ่มความรู้ ประชาสัมพันธ์มาตรการป้องกันแก่ประชาชน
• มาตรการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน: เน้นย้ำมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสำคัญ หรือพื้นที่ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่น พื้นที่ท่องเที่ยว สถานที่สำคัญ เขตชุมชน ร้านทอง สถานบริการ ห้างร้านในพื้นที่

3. การบริหารจัดการภายในและกำลังพล• สวัสดิการ : ผู้บังคับบัญชาต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิการและขวัญกำลังใจของตำรวจในระดับปฏิบัติงาน
• การปฏิบัติหน้าที่: เน้นย้ำให้ข้าราชการตำรวจทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างมีวินัย ไม่ประพฤติตนเป็นผู้บกพร่อง ต่อหน้าที่ หรือกระทำผิดทางวินัยหรืออาญา 
• การทำงานร่วมกับฝ่ายอื่น: กำชับให้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ
• การสร้างระเบียบวินัย : การแต่งกาย เครื่องแบบ ทรงผมต้องเป็นไปตามระเบียบที่กำหนด

นอกจากนี้ ยังมีข้อสั่งการเพิ่มเติมสำหรับ สภ.หัวหิน ให้เจ้าหน้าที่ไปกำกับดูแลสถานบริการและสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในพื้นที่ เช่น ร้านอาหาร / บาร์ / ผับ / สถานบันเทิง ให้เป็นไปตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509.  การตรวจสอบใบอนุญาตสถานบริการ, เปิด-ปิดเวลา, ไม่มีการขายสุราให้เด็ก / เยาวชน ต้องบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในพื้นที่เพื่อควบคุมให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย และเป็นระบบ

พร้อมทั้งต้องประชาสัมพันธ์ช่องทางให้บริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เช่น สายด่วน, จุดบริการ, เจ้าหน้าที่ที่สามารถพูดภาษาต่างประเทศ สร้างปลอดภัย, เหมาะสม, โปร่งใส ไม่ให้มีการร้องเรียนว่าถูกเจ้าหน้าที่เอาเปรียบหรือถูกละเมิดสิทธิ หรือเรียกรับผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม

นอกจากนี้ ยังมีข้อสั่งการเพิ่มเติมสำหรับ สภ.หัวหิน ได้แก่
1.กำชับให้เจ้าหน้าที่ไปกำกับดูแลสถานบริการและสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในพื้นที่ เช่น ร้านอาหาร / บาร์ / ผับ / สถานบันเทิง ให้เป็นไปตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509.  การตรวจสอบใบอนุญาตสถานบริการ, เปิด-ปิดเวลา, ไม่มีการขายสุราให้เด็ก / เยาวชน เป็นต้น
2.ต้องบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในพื้นที่เพื่อควบคุมให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย และเป็นระบบ

3.ประชาสัมพันธ์ช่องทางให้บริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เช่น สายด่วน, จุดบริการ, เจ้าหน้าที่ที่สามารถพูดภาษาต่างประเทศ สร้างปลอดภัย, เหมาะสม, โปร่งใส ไม่ให้มีการร้องเรียนว่าถูกเจ้าหน้าที่เอาเปรียบหรือถูกละเมิดสิทธิ หรือเรียกรับผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ”“ผบช.ภ.7 กล่าว“

‘รถถัง’ ชั่งน้ำหนักทีเดียวผ่านฉลุย ‘น้องโอ๋’ ค่าน้ำไม่ผ่าน ตกตาชั่ง คู่ชกชิงเข็มขัดมวยไทย ศึก ONE:173 ที่ญี่ปุ่น รอลุ้น ONE ตัดสินใจจะให้ชกกันในรูปแบบใด

ความเคลื่อนไหวศึกมวย ONE:173 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ ที่ อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

โดยเมื่อ 15 พ.ย. 68 มีการชั่งน้ำหนักของนักชกที่จะขึ้นสังเวียนดังกล่าว ซึ่งคู่ชกในรุ่นฟลายเวต ชิงเข็มขัด ONE มวยไทยที่ว่างอยู่ ระหว่าง รถถัง จิตรเมืองนนท์ อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ดวลหมัด น้องโอ๋ ฮาม่ามวยไทย อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.)

ปรากฏว่าในการชั่งน้ำหนัก นักชกจอมเก๋าวัย 39 ปี ขึ้นชั่งรอบแรกน้ำหนักผ่าน แต่ค่าน้ำไม่ผ่าน ก่อนจะมาขึ้นรอบสองปรากฏว่าค่าน้ำยังไม่ผ่านเช่นเคย

ในขณะที่ รถถัง สามารถทำทั้งน้ำหนักและค่าน้ำผ่านฉลุย หลังมานั่งน้ำหนักในช่วง 4 นาทีสุดท้าย ผ่าน พิกัดฟลายเวต ที่ 133.8 ปอนด์

โดยไฟต์นี้ ต้องรอการเจรจาระหว่าง รถถัง และ น้องโอ๋ รวมถึงทีมงานของ ONE ว่าทั้งคู่จะชกกันในรูปแบบใด

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เฟซบุ๊ก ‘บังยา มวยละหมาย’ เทรนเนอร์ที่ช่วยดูแล รถถัง จิตรเมืองนนท์ โพสต์คลิป แจ้งว่า รถถัง หลังจากทำน้ำหนัก และค่าน้ำผ่าน มีอาการตะคริวขึ้นหลายรอบ ต้องส่งโรงพยาบาล ซึ่ง ONE ได้ประกาศยกเลิกไฟต์ไปแล้ว

ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.22 ย้ำผู้บังคับบัญชาดูแลทหารใหม่ทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ ครอบครัว พร้อมเร่งเสริมทักษะอาชีพ กำชับฝึกเข้มทหารใหม่ ปลอดภัย ไม่ละเมิดสิทธิ

(15 พ.ย. 68) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 โดยมีทหารใหม่ผลัดล่าสุดจำนวน 432 นาย พร้อมรับฟังการรายงานด้านการบริหารการฝึก การเตรียมกำลังป้องกันชายแดน และแผนเผชิญเหตุของกองทัพบกในพื้นที่ภาคอีสาน โดยมี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 พร้อมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงร่วมให้การต้อนรับ ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้รับฟังข้อมูลด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพทหารใหม่จากโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ พร้อมเน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นดูแลทหารใหม่อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านสภาพร่างกาย จิตใจ ความเป็นอยู่ และบริบทครอบครัว เพื่อให้ทหาร กองประจำการได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่

ต่อจากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และคณะได้ลงพื้นที่กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 6 ตรวจการฝึกทฤษฎี การปฏิบัติในท่าอาวุธ รวมถึงตรวจโรงนอน อาคารสถานที่ที่ใช้ในการฝึก พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการฝึกตามหลักเกณฑ์ของกองทัพบกและกรมยุทธศึกษาทหารบกอย่างเคร่งครัด  ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ย้ำชัดว่า การฝึกต้องมีมาตรฐาน มีความปลอดภัย และต้องไม่มีการลงโทษผิดระเบียบทุกรูปแบบ ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องบทบาททหารอาชีพในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ต้องมีความอดทน เสียสละ มีวินัย และพร้อมทำงานเพื่อประชาชน

ไทยยกขบวนซีเกมส์ขึ้นจอ ครอบคลุม 31 ชนิดกีฬา ตอกย้ำศักยภาพเจ้าภาพดิจิทัล ประเดิมบอลชายดวลติมอร์ฯ 3 ธ.ค.

(15 พ.ย. 68) ประเทศไทยประกาศพร้อมเป็นเจ้าภาพการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในปี 2568 โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 ที่กรุงเทพมหานคร ชลบุรี และสงขลา พร้อมทั้งเตรียมถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาถึง 31 ชนิด ซึ่งถือเป็นจำนวนมากที่สุดในประวัติการณ์ของซีเกมส์ ชูคุณภาพระดับ HD 1080i เพื่อให้แฟนกีฬาทั่วประเทศและภูมิภาคได้รับชมแบบเต็มอรรถรส

ฝ่ายเทคนิคด้านการถ่ายทอดสดเผยว่า "การเตรียมงานครั้งนี้ถูกวางแผนมาตั้งแต่ต้นปี ทั้งด้าน งบประมาณ บุคลากร และมาตรฐานภาพเสียง" โดยช่องทางรับชมภายในประเทศประกอบด้วยสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ในฐานะแม่ข่ายหลัก ร่วมกับ T Sports 7 และพันธมิตร ขณะที่แพลตฟอร์มดิจิทัล OTT คือ TrueVisions NOW จัดเต็มการถ่ายทอดออนไลน์ เพื่อให้แฟนกีฬาสามารถเลือกชมได้หลายสนามพร้อมกัน

ฟุตบอลชายเป็นชนิดกีฬาแรกที่เริ่มถ่ายทอดสด ในแมตช์เปิดสนามระหว่างทีมชาติไทยและติมอร์ เลสเต วันที่ 3 ธันวาคม 2568 เวลา 19.00 น. ณ จังหวัดสงขลา ซึ่งทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่ม A ร่วมกับกัมพูชาและติมอร์ เลสเต ฝ่ายจัดการแข่งขันยืนยันว่าทุกนัดการแข่งขันฟุตบอลชายจะถ่ายทอดสดครบทั้งรอบแบ่งกลุ่มและรอบน็อกเอาต์

การยิงสด 31 ชนิดกีฬามีความหมายเชิงยุทธศาสตร์อย่างมากต่อภาพลักษณ์เจ้าภาพไทย ทั้งยกระดับมาตรฐานการแข่งขันและการถ่ายทอด เปลี่ยนกีฬาที่เคยเป็น "กีฬารายการรอง" ให้ได้รับโอกาสสร้างฐานแฟนใหม่ อีกทั้งขยายบรรยากาศการเชียร์สู่คนทั้งประเทศ และปูทางสู่การเป็นศูนย์กลางสื่อกีฬาภูมิภาคอย่างมั่นคง

ซีเกมส์ 2025 จึงถือเป็นเวทีสำคัญที่มากกว่าการแข่งขันกีฬา เพราะยังเป็นการแสดงศักยภาพทางเทคโนโลยีและการบริหารจัดการระดับนานาชาติของไทย ที่พร้อมให้แฟนกีฬาทั่วประเทศและอาเซียน "เห็นทุกโมเมนต์สำคัญแบบสด ๆ" ที่คาดว่าจะกระตุ้นให้เกิดความสนใจและเชียร์ข้างสนามในวงกว้างอย่างมีประสิทธิภาพ

อุบลราชธานี-ผบ.ทบ. เยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บจากเหตุเหยียบกับระเบิดที่ห้วยตามาเรีย กำชับดูแลสิทธิสวัสดิการอย่างเต็มที่ พร้อมตรวจหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์  

พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 16 ที่บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา โดยมี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ร่วมให้การต้อนรับ ซึ่งปัจจุบันกำลังพลทั้ง 4 นาย ได้เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย

1. จ่าสิบเอก เทอดศักดิ์ สมาพงษ์ ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าขวาท่อนล่างขาด รวมถึงมีแผลฉีกขาดที่ขาซ้ายและมือขวา แพทย์ได้ทำการผ่าตัดแล้ว 3 ครั้ง และยังคงทำแผลเป็นประจำทุกวัน ควบคู่กับการให้ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาแก้ปวดบรรเทาอาการอย่างต่อเนื่อง
2. พลทหาร อภิรักษ์ ศรีชมไชย มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด แผลฉีกขาดที่ขาขวา ปัจจุบันได้รับการทำแผล  ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาบรรเทาอาการปวด
3. พลทหาร วชิระ พันธะนา มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด แผลจากการถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย และที่ตาซ้าย ปัจจุบันได้รับการทำแผล ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาบรรเทาอาการปวด
4. พลทหาร อนุชา สุจารี มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด และมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตาทั้งสองข้าง ปัจจุบันได้รับการล้างตา หยอดตาเป็นประจำ และยาบรรเทาอาการปวด

กำลังพลทั้ง 4 นายยังคงอยู่ในกระบวนการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีอาการดีขึ้นตามลำดับ โดยแพทย์ยังคงเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ในการเข้าเยี่ยมครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้ให้กำลังใจและยกย่องในความเสียสละของทุกนายที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ พร้อมให้ผู้บังคับหน่วยดูแลสิทธิสวัสดิการและครอบครัวของกำลังพลอย่างดีที่สุด 

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกพร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ได้เข้าตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์  อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี  ทั้งยังได้ตรวจสภาพความเป็นอยู่ในโรงนอน พื้นที่การฝึก ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ในหน่วยฝึก ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้พบปะพูดคุยพร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญกับทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2/68 โดยมีแม่ทัพภาคที่ 2 และคณะผู้บังคับบัญชาให้การต้อนรับ ซึ่งได้เน้นย้ำถึงการปฏิบัติตามระเบียบการฝึกของกองทัพบกอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจตลอดห้วงระยะเวลาการฝึก

ถอดรหัสคำพูด ‘สี จิ้นผิง’ ระบุ “จีนและไทยนั้นผูกพันดุจครอบครัวเดียวกัน” สะท้อนความสัมพันธ์ลึกซึ้งของ 2 ชาติ

(15 พ.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก นัทแนะ ได้โพสต์ข้อความว่า จีนคือชาติที่ทำอะไรเป็นสัญลักษณ์เสมอ  คำพูดทุกคำของผู้นำจีนล้วนมีความนัยลึกซึ้ง

เมื่อท่านสี จิ้นผิง กล่าวว่า “นี่คือครั้งแรกที่พระมหากษัตริย์ไทยมาเยือนแผ่นดินจีน  แสดงให้เห็นอย่างเต็มที่ถึงไมตรีอันลึกซึ้งว่า ‘จีนและไทยนั้นผูกพันดุจครอบครัวเดียวกัน’” (as close as one family) - 中泰一家亲

คำว่า “中泰一家亲 จีนและไทยผูกพันดุจครอบครัวเดียวกัน” เมื่อออกจากปากผู้นำจีนจึงมีความหมายพิเศษ   เพราะจีนนั้นใช้คำที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละประเทศครับ

“เมียนมาร์” จีนใช้คำว่า “มิตรภาพดั่งพี่น้องร่วมสายเลือด” (blood brother friendship - 胞波友谊)
"กัมพูชา” จีนใช้คำว่า “เพื่อนที่แข็งแกร่ง” (iron friend)
"เนปาล” จีนใช้คำว่า “พี่น้องที่แข็งแกร่ง” (iron brother)
“ลาว” จีนใช้คำที่หลากหลาย บางทีก็เป็น “เพื่อนใกล้ชิด” บางทีก็ “พี่น้อง”

นอกจากนี้แล้ว  จีนไม่เคยใช้คำที่แสดงความสนิทสนมกับชาติไหนอีกเลย
กระทั่งรัสเซีย  จีนใช้คำว่า ”เพื่อนที่ดี“ และ ”เพื่อนบ้านที่ดี“ ครับ   ส่วนสหรัฐอเมริกานั้นจีนใช้เพียงคำว่า “มีความสัมพันธ์” (Relationship)

เมื่อดูความนัยแล้ว  จีนให้ความสนิทสนมและความสำคัญกับไทยสูงสุด  เพราะเราสัมพันธ์กันมายาวนานทั้งระดับราชวงศ์  ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม

คนจีนที่มาตั้งรกรากเมืองไทยในยุคเสื่อผืนหมอนใบก็ไม่เคยถูกกระทำอันตรายใดๆ   ครั้นเมื่อในหลวงรัชกาลที่ ๘ และรัชกาลที่ ๙ เสด็จไปเยี่ยมย่านคนจีน คนจีนทั้งหลายก็ออกมาตั้งโต๊ะยืนรับเสด็จเนืองแน่น   อันเป็นที่มาของชื่อย่าน “เยาวราช”

ขอขอบคุณท่านสี จิ้นผิง และชาวจีนที่ถวายการต้อนรับในหลวงของพวกเราอย่างยิ่งใหญ่ งดงามและสมพระเกียรติยิ่งนัก

ผมมีความสุขมากเมื่อได้เห็นในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ เสด็จไปเยือนจีนครับ  
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

วธ. - ซีคอนสแควร์ - มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือฯ สร้างสรรค์ “ดอกไม้แห่งความดี ถวายพระพันปีหลวง“ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแม่ของแผ่นดิน

วันศุกร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๔.๐๐ น. กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย และศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ จัดโครงการ “ดอกไม้แห่งความดีถวายพระพันปีหลวง” ระหว่างวันที่ ๑๔ - ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ณ ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแม่ของแผ่นดินและทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย โดยนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี และมี ดร. อาทร จันทวิมล ประธานมูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ พร้อมด้วยผู้บริหารศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ และสื่อมวลชนเข้าร่วม

นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า โครงการ “ดอกไม้แห่งความดี ถวายพระพันปีหลวง” เป็นกิจกรรมที่สะท้อนพลังแห่งความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทยที่พร้อมใจทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระพันปีหลวง เป็นการแสดงออกในการผสานคุณค่าทางจิตใจ ศิลปวัฒนธรรม และจิตอาสาให้เป็นหนึ่งเดียว ที่สำคัญสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคนร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานแห่งความดีงามต่อไป

อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมนี้ยังถือเป็นการแสดงออกถึงความรัก ความสามัคคีและความภาคภูมิใจในความเป็นไทยอย่างแท้จริง สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรมในการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความดี และสร้างสังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืน

“ขอเชิญคนไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศล ประกอบด้วย (๑) ประดิษฐ์ดอกไม้ “ควีนสิริกิติ์” จำลองจากดอกไม้ในพระนามหลวง ได้แก่ กล้วยไม้แคทลียา ควีนสิริกิติ์ กุหลาบควีนสิริกิติ์ ดอนญ่า ควีนสิริกิติ์ และมหาพรหมราชินี โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติและงานหัตถศิลป์ เช่น เปลือกข้าวโพด ไม้จันทน์หอมใบเตย กระดาษสา ผ้าไหม ทองแดง และทองคำ (๒) บำเพ็ญความดี อาทิ บริจาคอวัยวะ (หัวใจ ไต ดวงตา) ปลูกต้นไม้แห่งความดี สนับสนุนสินค้าศิลปาชีพ ให้บริการประชาชน หรือช่วยเหลือผู้ประสบภัย และ (๓) ร่วมอบรมการประดิษฐ์ดอกไม้ “ควีนสิริกิติ์” ระหว่างวันที่ ๑๔ - ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๐๐ - ๒๐.๐๐ น. ณ ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์” นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา กล่าว

- - - English Version - - -
Ministry of Culture - Seacon Square - Thai Scouts Promotion Foundation create “Flowers of Virtue in Tribute to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother”, honoring the boundless benevolence of the Mother of the Land.

Friday, 14th November 2025, at 2:00 p.m.(Thailand Standard Time, GMT+7), Ministry of Culture, in collaboration with Thai Scouts Promotion Foundation and Seacon Square shopping mall, organized the project “Flowers of Virtue in Tribute to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother”. The event takes place from 14 - 23 November 2025 at Seacon Square Srinakarin (Bangkok) to commemorate the boundless benevolence of Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother who is revered as the Mother of the Land for her lifelong dedication to the well-being and happiness of the Thai people. By assignment from Mr. Prasop Riang-ngern, Permanent Secretary for Culture, the Ministry of Culture, Mrs. Yuthika Isarangkura, Director-General of the Department of Cultural Promotion, presided over the opening ceremony. Dr. Artorn Chandavimol, Chairman of the Thai Scouts Promotion Foundation, delivered a report outlining the project’s objectives. The ceremony was also attended by executives from Seacon Square and members of the media.

Mrs. Yuthika Isarangkura, Director-General of the Department of Cultural Promotion, stated that the “Flowers of Virtue in Tribute to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother” project reflects the profound loyalty and devotion of the Thai people, who unite in performing good deeds as a tribute to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother. The initiative embodies the harmonious integration of spiritual values, art and culture, and volunteer spirit into one. Most importantly, it serves as an inspiration for all Thais to carry on Her Majesty’s gracious legacy of virtue and goodness for generations to come.

The Director-General of the Department of Cultural Promotion added that this event also serves as a true expression of love, unity, and pride in Thai identity. It aligns with the Ministry of Culture’s policies to promote a culture of virtue and foster a sustainable moral society. 

“I would like to invite Thai people both in Thailand and abroad to participate in activities dedicated as a royal merit to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother, which include: (1) Creating “Queen Sirikit” flowers - replicas of flowers named in Her Majesty’s honor, namely Cattleya “Queen Sirikit”, Queen Sirikit rose, Dona “Queen Sirikit”, and Mahaprom Rachini (Mitrephora sirikitiae Weerasooriya) - crafted from natural and artisanal materials including corn husks, sandalwood, pandan leaves, mulberry paper, silk, copper, and gold. (2) Performing good deeds, such as organ donation (heart, kidneys, eyes), planting “Trees of Virtue”, supporting arts and crafts products under the Royal Initiative, providing public services, or assisting disaster victims. (3) Joining flower-making workshops for the “Queen Sirikit” flowers, held from 14 - 23 November 2025, from 10:00 a.m. to 8:00 p.m. (Thailand Standard Time, GMT+7) at Seacon Square Srinakarin (Bangkok). “These activities are open to everyone wishing to express gratitude and loyalty through good deeds and creativity”, Mrs. Yuthika said.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top