Sunday, 7 June 2026
Hard News Team

จีนแสดงความห่วงใย หลังไทยระงับข้อตกลงสันติภาพกับกัมพูชา เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ ใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ ย้ำพร้อมเป็นสะพานเชื่อมสันติภาพ

กระทรวงการต่างประเทศจีน ออกแถลงการณ์ หลังสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียด เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ

เมื่อวันที่ (13 พ.ย. 68) กระทรวงการต่างประเทศจีน แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชา หลังจากที่ไทยประกาศระงับข้อตกลงสันติภาพกับกัมพูชา ภายหลังเหตุการณ์ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการระเบิดของกับระเบิด

โดย นายหลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับประเด็นไทย–กัมพูชาว่า ในฐานะที่เป็นมิตรและประเทศเพื่อนบ้านของไทยและกัมพูชา จีนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าไทยและกัมพูชาจะยับยั้งชั่งใจ เดินหน้าเข้าหากัน ยึดมั่นในการปรึกษาหารืออย่างเป็นมิตร ใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ เพื่อหาทางออกที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้โดยเร็วที่สุด และหลีกเลี่ยงไม่ให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้น 

พร้อมระบุว่า "จีนจะยังคงมีบทบาทสร้างสรรค์เพื่อสันติภาพตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาต่อไป"

ทบ. แจงสื่อมาเลเซียลงข่าวพลาด ปมระบุทุ่นระเบิดล่าสุดเป็นของเก่า แต่รายงาน AOT ทั้งในไทย – กัมพูชา ยืนยัน “ทุ่นระเบิดที่ทหารไทยเหยียบเป็นระเบิดใหม่”

จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศมาเลเซีย ระบุว่า ทุ่นระเบิดที่ตรวจพบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เป็นทุ่นระเบิดเก่า ล่าสุดพลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า เป็นการนำเสนอข่าวที่ผิดพลาดของสำนักข่าว Bernama จนทำให้สื่อไทยและสื่อกัมพูชา นำมาเสนอข่าวจนเกิด ความผิดพลาด ซึ่งปัจจุบันได้มีการแก้ไขให้ถูกต้องแล้ว 

ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบจากเอกสารรายงานของ AOT ก็พบว่า มีการระบุว่าเป็น ทุ่นระเบิดที่วางใหม่ จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าเหตุการณ์ผิดพลาดดังกล่าวเป็นเรื่องของการนำเสนอข่าวที่ผิดพลาดอย่างแน่นอน

ฟื้นฟู "พื้นที่แม่เมาะ" แหล่งพลังงานสู่ "ผืนป่าแห่งชีวิต" กว่า 4,000 ไร่ สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ตอบโจทย์ “พลังงาน-สิ่งแวดล้อม” ที่ยั่งยืน

ในโลกยุคปัจจุบันที่กำลังเผชิญกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และถือเป็นภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อมที่ยากจะหลีกเลี่ยง “ความหลากหลายทางชีวภาพ” (Biodiversity) จึงได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศบนโลกใบนี้ ไม่เพียงเป็นรากฐานของอาหาร ยา และทรัพยากรธรรมชาติที่เราใช้ในการดำรงชีวิต แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการรักษาสมดุลของโลก เช่น การผลิตออกซิเจน การดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการป้องกันภัยธรรมชาติ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพจึงหมายถึงการสูญเสียความมั่นคงของชีวิตมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหมด

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะองค์กรหลักที่ดูแลภารกิจสำคัญในการรักษาความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าของประเทศ ตระหนักดีถึงความรับผิดชอบนี้ที่ไม่ใช่ของใครคนหนึ่งแต่เป็นของเราทุกคน และได้ผสานภารกิจดังกล่าวเข้ากับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ดำเนินงานสำคัญอย่างเหมืองลิกไนต์แม่เมาะ จังหวัดลำปาง กฟผ. ได้ก้าวขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมฟื้นฟู อนุรักษ์ระบบนิเวศ และเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ เพื่อตอบสนองเป้าหมายด้านความหลากหลายทางชีวภาพทั้งในระดับชาติและสากล รวมถึงเป้าหมายในการเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ให้ได้ ร้อยละ 30 ในปี ค.ศ. 2030 หรือที่เรียกว่าเป้าหมาย 30x30 ของกรอบงานคุนหมิง-มอนทรีออล ที่ได้กำหนดไว้ ในการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 15 ทั้งนี้ การดำเนินงานของ กฟผ. ยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยเฉพาะ เป้าหมายที่ 13 ว่าด้วยการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ เป้าหมายที่ 15 ว่าด้วยการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบกอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างพลังงาน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของประเทศ

ทั้งนี้ กฟผ. ได้ยกระดับพื้นที่โครงการที่ประสบความสำเร็จด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศ โดยได้เสนอพื้นที่ฟื้นฟูทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเหมืองลิกไนต์แม่เมาะ จังหวัดลำปาง ขนาดกว่า 4,000 ไร่ เพื่อขอการรับรองเป็นพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective area-based Conservation Measures: OECMs) ซึ่งเป็นแนวคิดที่ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของพื้นที่นอกเขตป่าอนุรักษ์ตามกฎหมายในการธำรงรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ

พื้นที่ฟื้นฟูแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เหมืองลิกไนต์แม่เมาะ ที่มีขนาดรวมกว่า 40,000 ไร่ และเป็นแหล่งผลิตถ่านหินลิกไนต์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าของประเทศมาอย่างยาวนาน ที่ผ่านมาได้รับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องตามหลักวิชาการมาตั้งแต่ปี 2525 จนปัจจุบันสามารถพลิกฟื้นผืนดินให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และก่อเกิดประโยชน์อย่างรอบด้าน ทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม โดยแบ่งพื้นที่เป็น 3 ประเภท ดังนี้

1.  พื้นที่ฟื้นฟูป่าทดแทน: จากผืนดินที่เคยแห้งแล้ง สู่ป่าฟื้นฟูที่เขียวขจี ที่มีต้นไม้สูงใหญ่กว่า 20 เมตร 
แผ่กิ่งก้านสาขา เป็นสังคมพืชที่พัฒนาและฟื้นฟูตัวเองได้ตามธรรมชาติ โดยมีป่าผสมผลัดใบเป็นสังคมพืชเด่น ซึ่งสอดคล้องกับระบบนิเวศดั้งเดิมของพื้นที่ การกลับมาของป่าไม้ยังนำมาซึ่งการกลับมาของสัตว์ป่านานาชนิด ที่เข้ามาอาศัยและสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศ นอกจากนี้ ผืนป่าเหล่านี้ยังเป็นเสมือนปอดของโลก ทำหน้าที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมหาศาล ช่วยบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป็นแหล่งออกซิเจนสำคัญ

2.  พื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์: พื้นที่ฟื้นฟูแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่ป่าไม้ แต่ยังถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่น่าสนใจ เป็นจุดชมดาวยามค่ำคืนที่สวยงามไม่แพ้ที่ใด และยังเป็นจุดชมทะเลหมอกยามเช้าและพระอาทิตย์ขึ้นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชม และที่ผ่านมา กฟผ. ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เช่น กิจกรรมย่ำค่ำดูดาวเช้าดูนก และกิจกรรมวิ่ง ปั่นจักรยานในเส้นทางธรรมชาติ ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน แต่ยังช่วยสร้างจิตสำนึก ความรู้ ความเข้าใจในความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้กับผู้มาเยือน

3.  พื้นที่แหล่งเรียนรู้ศาสตร์พระราชา: กฟผ. ยังได้น้อมนำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่ โดยจัดให้เป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ เน้นแนวคิดความพอเพียง และการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง (ปลูกไม้ใช้สอย ไม้กินได้ ไม้เศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ในการใช้สอยในครัวเรือน การอยู่ดีกินดี การมีรายได้ และการอนุรักษ์ดินและน้ำ) นอกจากนี้ ยังได้ขยายผลไปสู่การจัดตั้งป่าชุมชนรอบพื้นที่อำเภอแม่เมาะจำนวน 20 แห่ง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการปกป้อง อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ของตนเอง และยังเป็นแหล่งสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

กฟผ. ตระหนักถึงความสำคัญและมุ่งมั่นในการรักษาสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานและการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างไม่หยุดยั้ง การฟื้นฟูพื้นที่เหมืองให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน คือเจตนารมณ์อันแน่วแน่ เพื่อเป็นต้นแบบของการฟื้นฟูพื้นที่อย่างมีความรับผิดชอบ และตอกย้ำถึงพันธกิจของ กฟผ. ในการดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทยและของโลกใบนี้

สืบ 1 ไล่ล่ายึดไอซ์ 300 กก.-ยาบ้ากว่า 2 ล้านเม็ด รวบผัวเมียเมียนมา ขนจากภาคเหนือส่งลูกค้าภาคกลาง 

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ (13 พ.ย. 68) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผช.ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. แถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาข้ามชาติรายใหญ่ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 โดยมี พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.สส.บก.น.1 นำทีมปฏิบัติการร่วมกับ พ.ต.ท.ณัฐฐโภคิน เหลืองลักษมี, พ.ต.ท.มนูญ กู้เมือง และ พ.ต.ท.ณัชฐปกรณ์ หัดคำ รอง ผกก.สส.บก.น.1

หลังสืบทราบว่ามีเครือข่ายค้ายาจากภาคเหนือ ลักลอบขนยาไอซ์และยาบ้าเข้ากรุงเทพฯ โดยใช้รถกระบะขนผักอำพราง เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเฝ้าติดตามอย่างต่อเนื่อง กระทั่งคืนวันที่ 13 พ.ย. เวลาประมาณ 01.00 น. พบรถเป้าหมาย อีซูซุ ดีแม็ก สีขาว ทะเบียนลำพูน ขับผ่านพื้นที่ ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

สืบ 1 เข้าสกัดตรวจค้น พบกระสอบกระหล่ำปลีจำนวนมาก แต่เมื่อเปิดตรวจอย่างละเอียดกลับเจอ “ไอซ์” บรรจุห่อแน่นถึง 300 กิโลกรัม และ “ยาบ้า” อีก 2,400,000 เม็ด ซุกซ่อนใต้กองผักแน่นกระบะหลัง พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 รายคือ นายจาย อายุ 20 ปี และ น.ส.หอม (ไม่มีนามสกุล) อายุ 20 ปี ทั้งคู่สัญชาติเมียนมา

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่า รับจ้างขนยาจากภาคเหนือเข้าส่งในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อแลกค่าจ้างหลักแสนบาท โดยไม่ทราบชื่อผู้ว่าจ้างตัวจริง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบขยายผลถึงต้นทางและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. กล่าวย้ำว่า “นี่คือผลของการทำงานเชิงรุกของตำรวจนครบาลที่ไม่ยอมให้ยานรกกลืนสังคม เราจะลากตัวทุกคนในขบวนการนี้มาลงโทษให้หมดสิ้น”

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ เสริมว่า “สืบ 1 ทำงานอย่างเข้มแข็ง เกาะติดเครือข่ายขนยาเข้ากรุงแบบไม่ลดละ การจับกุมครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ตำรวจนครบาลจะเดินหน้ากวาดล้างต่อ ไม่เว้นแม้เจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้อง”

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งกำชับให้ขยายผลเชิงลึกถึงต้นทางการผลิต เส้นทางลำเลียง และเครือข่ายฟอกเงิน พร้อมยึดทรัพย์สินทุกบาททุกสตางค์ที่เชื่อมโยงกับขบวนการ เพื่อทำลายระบบทุนของพ่อค้ายาอย่างเด็ดขาด

“ไม่มีใครใหญ่กว่ากฎหมาย ไม่มีใครรอดจากมือปราบ!” ถ้อยคำสะท้อนเจตนารมณ์จากตำรวจนครบาล ที่ประกาศชัดจะล้างบาง “ยานรก” ให้หมดสิ้นจากสังคมไทย

‘ฮัดสัน’ กล้าใช้เลือดใหม่–ตัวเก๋านำหน้า เปิดเกมเฉือนสิงคโปร์ 3-2 ก่อนเปิดการบ้านเกมรับไทย แสดงศักยภาพก่อนลุยคัดเอเชียนคัพ 2027

(14 พ.ย. 68) ทีมชาติไทยภายใต้การนำของแอนโธนี ฮัดสัน เปิดตัวด้วยชัยชนะเหนือสิงคโปร์ 3–2 ในเกมอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ ที่สนามธรรมศาสตร์ สเตเดียม บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและความหวังจากแฟนบอลที่มองว่าทีมชาติไทยคือศักดิ์ศรีชาติบนเวทีอาเซียนและเอเชีย

ฮัดสันจัดทีมผสมผสานระหว่างแกนหลักผู้มีประสบการณ์ และผู้เล่นหน้าใหม่ โดยมีชนาธิป สรงกระสินธ์ รับบทกัปตันก่อนจะยิงประตูขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 15 ครึ่งหลังธีราทร บุญมาทันและเสกสรรค์ ราตรี แจ้งเกิดยิงประตูเพิ่มเป็น 3-1 แต่เกมรับยังแสดงจุดอ่อน เมื่อสิงคโปร์ตีคืนสองประตู ทำให้แฟนบอลและกุนซือต้องหันมาดูแล

ฮัดสันกล่าวว่า "ถ้าจะไปสู้ชาติระดับญี่ปุ่น–เกาหลี–ซาอุ เกมรับไทยต้องแข็งกว่านี้" พร้อมชี้ว่าศึกคัดเลือกเอเชียนคัพ 2027 ที่ไทยมีคิวบุกเยือนศรีลังกา จะเป็นสนามจริงทดสอบแท็กติกและความพร้อมของทีมชาติไทย

ชัยชนะในครั้งนี้ไม่เพียงเสียงเฮในสนามเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณว่าทีมชาติไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ผสมผสานเกมรุกทรงพลังกับเกมรับที่ต้องปรับปรุง เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของชาติบนเวทีใหญ่ในอนาคต

บทเรียนราคาแพง!! กรณี ‘พี่จอง-คัลแลน’ ที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ถูกแม่ค้าโกงราคากางเกงช้าง 500 บาท ส่อซ้ำเติมวิกฤตภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย อาจทำลายอุตสาหกรรมนี้นับหมื่นล้าน

บทเรียนจากกรณี "พี่จอง-คัลแลน" ที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก: เมื่อความโลภของคนเดียวทำลายอุตสาหกรรมทั้งประเทศ

กรณีที่ Yoo Jung (พี่จอง) และ Cullen นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถูกแม่ค้าที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวกเรียกเก็บเงินกางเกงช้าง 500 บาท (จากราคาปกติ 150-200 บาท) จนกลายเป็นข่าวดังทั่วโลก ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ ของการโกงราคา แต่เป็น "กรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าการกระทำของคนเพียงคนเดียวสามารถทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศทั้งประเทศได้อย่างไร"

ต้องยอมรับว่าในปีนี้ การท่องเที่ยวไทย มีข่าวเชิงลบ ที่สร้างผลกระทบมากมาย ซึ่งได้ผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และกรณีล่าสุดที่แม่ค้าขายกางเกงช้างให้กับนักท่องเที่ยวด้วยราคาที่สูงเกินจริง และเกิดเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ ยิ่งเป็นการซ้ำเติมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวให้ดูแย่ลงไปอีก ไม่ว่าจะเป็น

1. ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ
ทำลาย "Land of Smiles" และ "Amazing Thailand" สร้างความรู้สึกว่านักท่องเที่ยวถูกมองเป็นเป้าที่จะหาประโยชน์ กางเกงช้างเป็นสัญลักษณ์ความเป็นไทย เมื่อถูกใช้โกง มันทำลายความหมายของสัญลักษณ์วัฒนธรรมทั้งหมด

2. การแข่งขันระดับภูมิภาค
ประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย อาจใช้โอกาสนี้ชี้ว่าประเทศพวกเขา "จริงใจกว่า" และ "ราคาโปร่งใสกว่า" โดยสื่อเวียดนามรีบเผยแพร่ว่ากางเกงแบบเดียวกันที่ประเทศพวกเขาถูกกว่าและไม่มีการโกง

3. เศรษฐกิจและรายได้
นักท่องเที่ยวต่างชาติสร้างรายได้กว่า 2.3 ล้านล้านบาทต่อปี หากภาพลักษณ์เสียหายทำให้นักท่องเที่ยวลดลงเพียง 1-2% = สูญเสียรายได้ 23,000-46,000 ล้านบาท ส่งผลต่อทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ร้านของฝาก และมัคคุเทศก์ 

4. อุตสาหกรรมสินค้าที่ระลึก
กางเกงช้างมีมูลค่าตลาดหลักพันล้านบาท เหตุการณ์นี้ทำให้:
- นักท่องเที่ยวไม่กล้าซื้อเพราะกลัวโดนโกง
- แม่ค้าซื่อสัตย์ต้องลดราคาเพื่อพิสูจน์ตัวเอง
- ผู้ผลิตท้องถิ่นได้รับออเดอร์น้อยลง

5. Viral Effect บน Social Media
ข่าวแพร่กระจายผ่าน TikTok, Instagram, Twitter มีคนเห็นมากกว่า 100 ล้านครั้ง ทั่วโลก ใช้ hashtag เช่น #ThailandScam #TouristTrap สื่อต่างประเทศใช้หัวข้อ "Thailand's 'Land of Smiles' Turns Sour" ข่าวเหล่านี้จะอยู่ในโลกออนไลน์ต่อไปนานหลายปี

6. ตลาดน้ำและแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรม
ทำลายความน่าเชื่อถือของตลาดน้ำทั้งหมด ไม่เฉพาะดำเนินสะดวก แต่รวมถึงอัมพวา บางน้ำผึ้ง และแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมอื่นๆ 

7. ผู้บริสุทธิ์ได้รับผลกระทบ
แม่ค้าคนอื่นที่ซื่อสัตย์ยอดขายลดลง 30-50% ชุมชนรอบตลาด ผู้ผลิตกางเกงช้างท้องถิ่น ต้องรับผลกระทบจากการกระทำของคนเพียงคนเดียว

อย่างไรก็ตาม ทางออกที่จะแก้ไขในเรื่องนี้ให้ภาพลักษณ์กลับมาดีขึ้นนั้น อาจจะต้องได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน 

1. กำหนดราคามาตรฐาน - สร้างป้ายราคาแนะนำและ QR Code ให้นักท่องเที่ยวเช็คราคาได้
2. ระบบรับรอง - สร้าง "Fair Trade Thailand" ร้านที่ผ่านมาตรฐานได้ตราสัญลักษณ์
3. ใช้เทคโนโลยี - แอป "Thailand Price Check" ให้สแกนราคาและรีวิวร้านค้า
4. บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด - โกงร้ายแรงต้องเพิกถอนใบอนุญาตและปรับหนัก
5. ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว - สายด่วน 1155 ตอบสนองเร็ว แก้ไขภายใน 24 ชั่วโมง

ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องตระหนักว่า: เราอยู่บนเรือลำเดียวกัน หากใครสักคนเจาะรู ทุกคนจะจมด้วยกัน วันนี้กระแสในโลกออนไลน์เข้าถึงได้ง่ายและแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเรื่องที่เป็นภาพลบยิ่งเกิดเป็นไวรัลได้ง่าย ดังนั้น กรณี กางเกงช้าง 1 ตัวที่ถูกโกงราคา แม่ค้าอาจจะได้กำไรเพิ่มขึ้นหลักร้อย แต่ความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยนับหมื่นล้านบาท

"Amazing Thailand" ไม่ควรหมายถึง "น่าแปลกใจว่ากางเกงช้างแพงได้ขนาดนี้" แต่ควรหมายถึง "ประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมจนอยากกลับมาซื้อกางเกงช้างอีกครั้ง" 

กลุ่มพันธมิตร AI  อนุรักษ์พลังงาน นวัตกรรม AI Transformer Low Carbon “อนุรักษ์พลังงาน ลดค่าไฟ ลดโลกร้อน” นวัตกรรม NIA หนุน โรงแรมและอาคารพาณิชย์ ยุค Net Zero  

เมื่อวันที่ (8 พ.ย. 68) ที่ผ่านมา สมาคมผู้บริหารงานวิศวกรรมในโรงแรมและอาคารพาณิชย์ ร่วมกับบริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด และ กลุ่มพันธมิตรจัดสัมมนา AI Transformer Green Technology และการลงทุน 0 บาท เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจบริการโรงแรม และอาคารพาณิชย์ สู่ยุค Net Zero ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่แนวทางการจัดการพลังงานยุคใหม่ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในโรงแรมและอาคารพาณิชย์ โดยไม่ต้องมีเงินลงทุนเริ่มต้น

คุณสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าว ธุรกิจโรงแรม พลังงานต้องไปต่อ Net Zero โลกของเรากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและวิกฤตการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศ ภาคธุรกิจบริการ โดยเฉพาะโรงแรมและอาคารพาณิชย์ เป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีบทบาทสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมาย Net Zero หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ จึงไม่ใช่เพียงแค่ "ทางเลือก" แต่เป็น "ความจำเป็น" และเป็น "โอกาส" ครั้งใหญ่ การจัดสัมมนา AI Transformer Green Technology เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจบริการโรงแรมและอาคารพาณิชย์ สู่ยุค Net Zero ถือเป็นสิ่งสำคัญในปัจจุบัน เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหาด้านการประหยัดพลังงาน เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ความยั่งยืนนี้จะส่งเสริมการเติบโตสีเขียวในภูมิภาค และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ สังคม และประชาชน ด้านความปลอดภัย, ด้านความมั่นคงระบบไฟฟ้า  

นายอรรณนิตย์ อุตสาหะ นายกสมาคมผู้บริหารงานวิศวกรรมในโรงแรมและอาคารพาณิชย์ กล่าว การสัมมนาครั้งนี้ตอบโจทย์กลุ่มโรงแรมและอาคารพาณิชย์เป็นอย่างมาก ทำให้เห็นถึงเทคโนโลยีนวัตกรรม ที่ทันสมัย AI Transformer Management Platform เป็นการจัดการพลังงานสะอาดสูงสุด ด้วยหม้อแปลง IoT (Low Carbon) และระบบ Platform AI ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าและความมั่นคงของระบบไฟฟ้า สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการผลักดันนวัตกรรมพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีดิจิทัลสู่ระดับสากลอันเป็นส่วนหนึ่ง ของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นการสนับสนุนแนวนโยบายของกระทรวงพลังงาน ในการรองรับความต้องการใช้พลังงานของไทยที่เพิ่มขึ้น ในอนาคต โดยเฉพาะการคำนึกถึงการลดภาวะโลกร้อน และพลังงานคาร์บอนต่ำ 

คุณประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด กล่าว ขอขอบคุณ กลุ่มพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนการจัดสัมมนาครั้งนี้ สัมมนาครั้งนี้เป็นโครงการที่ช่วยให้ผู้ประกอบการโรงแรมและอาคารพาณิชย์สามารถปรับตัวสู่ยุค Net Zero ด้วยแนวทางการลงทุน 0 บาท  ผ่านการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การอนุรักษ์พลังงาน ลดค่าไฟ ลดคาร์บอน ลดก๊าซเรือนกระจก ลดอุณหภูมิโลก ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุด และเพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ตอบโจทย์ด้านการประหยัดพลังงาน ลดต้นทุนค่าไฟฟ้า 20% เพิ่มปริมาณการผลิตพลังงาน Solar (เก่า) 30% (Research & Use Case) และลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และมีระยะเวลาคืนทุนภายในเวลา 1 – 5  ปีอีกทั้งยังเป็นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและการลดการพึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นก้าวสำคัญสู่การบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของกลุ่มโรงแรมและอาคารพาณิชย์ เพื่อรองรับพลังงานสะอาดอย่างมั่นคง Net Zero, Near Zero, Peak Demand และ Demand Response”

‘ปูติน’ ย้ำสัมพันธ์เดินหน้าไร้สะดุด ดันโปรเจกต์มูลค่าหมื่นล้านดอลลาร์ สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์กับ Rosatom พร้อมขยับค้าขายด้วยเงินท้องถิ่น 100%

(14 พ.ย. 68) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ระบุว่ารัสเซียต้องการพัฒนาความสัมพันธ์กับคาซัคสถานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมย้ำว่าทั้งสองประเทศเป็น “หุ้นส่วน มิตร และพันธมิตรใกล้ชิด” ที่ยกระดับความร่วมมือไปสู่ระดับรัฐต่อรัฐที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ในระหว่างการหารือกับประธานาธิบดีคัสซิม-โจมาร์ต โทคาเยฟ ผู้นำคาซัคสถานที่เดินทางเยือนมอสโก

ปูตินเผยอีกว่า ความร่วมมือระหว่างสองประเทศกำลังเดินหน้าอย่างมั่นคง ทั้งในเวทีระหว่างประเทศและด้านเศรษฐกิจ โดยรัสเซียถือเป็นหนึ่งในคู่ค้าหลักของคาซัคสถาน และเกือบ 100% ของการชำระเงินระหว่างกันใช้สกุลเงินประจำชาติ แทนการพึ่งพาเงินสกุลหลักอย่างดอลลาร์ เพิ่มความยืดหยุ่นให้เศรษฐกิจทั้งสองฝ่าย พร้อมเปิดเผยว่ามีโครงการร่วมที่อยู่ระหว่างวางแผนรวมมูลค่า “หลายหมื่นล้านดอลลาร์”

ด้าน โทคาเยฟ ผู้นำคาซัคสถาน ย้ำว่าความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างคาซัคสถานและรัสเซีย “ไม่มีปัญหา” และทุกมิติพัฒนาไปได้ดี ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคง เขาเรียกการเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” กับรัสเซียว่าไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู แต่เป็นพันธกรณีที่อัสตานาปฏิบัติจริง พร้อมเชิญปูตินเดินทางเยือนคาซัคสถานในปี 2026

ทั้งนี้ ผู้นำคาซัคสถานยังเปิดเผยว่า ทั้งสองประเทศใกล้บรรลุข้อตกลงสำคัญในการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใหม่ในคาซัคสถาน ร่วมกับบริษัทพลังงานนิวเคลียร์รัสเซีย “รอสอะตอม” (Rosatom) ซึ่งเขามองว่าไม่ใช่แค่โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า แต่เป็น “โปรเจกต์บุกเบิก” ที่จะสร้างองค์ความรู้ด้านนิวเคลียร์ชุดใหม่ให้ประเทศ ขณะที่ปูตินย้ำว่าทั้งคู่จะได้พบกันอีกในการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมกัน (CSTO) ที่บิชเคก ในประเทศคีร์กีซสถาน 

จีนปั้นธุรกิจยักษ์เล็ก!! SME “ลิตเติล ไจแอนต์” ระดับชาติ มากกว่า 17,600 บริษัททั่วประเทศ สัดส่วนเพียง 3.5% แต่โกยรายได้-กำไรสูง ชูเป็นหัวรถจักรอุตสาหกรรมเทคโนโลยีใหม่จีน

(14 พ.ย. 68) กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) เปิดเผยว่า จีนได้บ่มเพาะธุรกิจยักษ์เล็ก “เอสเอ็มอี ลิตเติล ไจแอนต์” (SME Little giants) ในระดับชาติแล้วมากกว่า 17,600 แห่งทั่วประเทศ กลุ่มนี้คือเอสเอ็มอีด้านการผลิตที่เชี่ยวชาญตลาดเฉพาะทาง ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย และมีความโดดเด่นด้านนวัตกรรมเชิงลึก

แม้จะมีสัดส่วนเพียงราว 3.5% ของเอสเอ็มอีอุตสาหกรรมที่อยู่ในระบบทั้งหมด แต่บริษัทลิตเติลไจแอนต์เหล่านี้กลับสร้างรายได้คิดเป็น 9.6% ของรายได้รวมทั้งภาค และทำกำไรถึง 13.7% สะท้อนบทบาทสำคัญของเอสเอ็มอีคุณภาพสูงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของจีน

หลี่ เล่อเฉิง (Li Lecheng) รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและไอที ระบุในที่ประชุมพัฒนาเอสเอ็มอีที่นครฉงชิ่งว่า การพัฒนาเอสเอ็มอีคุณภาพสูงของจีนเดินหน้าอย่างมั่นคง ทั้งในด้านศักยภาพและผลประกอบการ ปัจจุบันจีนได้บ่มเพาะเอสเอ็มอีเชิงวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมแล้วกว่า 600,000 แห่ง และจะเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยุคใหม่ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ จีนวางยุทธศาสตร์ชัดเจนว่าจะเสริมบทบาทภาคเอกชนให้เป็นหัวใจของนวัตกรรม ยกระดับขีดความสามารถของบริษัทแนวหน้าที่ช่วยพยุงห่วงโซ่อุตสาหกรรม พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เกื้อหนุนเอสเอ็มอี โดยการผลักดันเอสเอ็มอีที่ “เชี่ยวชาญ เฉพาะทาง และเทคโนโลยีล้ำสมัย” ถูกบรรจุเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของการร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 15 (ปี 2026–2030) ของจีนแล้ว

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ชายแดน ตรวจเยี่ยมความพร้อมรบของกำลังพล ในพื้นที่แนวชายแดนไทย–กัมพูชา  เพื่อดำรงความพร้อมสูงสุดทุกสถานการณ์ ปกป้องอธิปไตยของชาติ และดูแลความปลอดภัย ของประชาชนให้มั่นคงอย่างยั่งยืน”

(14 พ.ย. 68) พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 / ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติของกำลังพลในพื้นที่กองกำลังสุรนารี เพื่อประเมินสถานการณ์จริงในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เน้นย้ำให้หน่วยในพื้นที่เสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยทุกมิติ ทั้งการลาดตระเวน การเฝ้าตรวจ การวิเคราะห์ข่าวกรอง และการปฏิบัติตามแผนเฝ้าระวังภัยคุกคามทุกรูปแบบ พร้อมยกระดับความพร้อมรบของกำลังพล เพื่อป้องกันเหตุร้ายและรักษาเสถียรภาพพื้นที่ชายแดนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญ ต่อการปกป้องชีวิตกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ โดยสั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และยึดมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด

โดยแม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บังคับหน่วยในพื้นที่ได้เดินตรวจเยี่ยมการพัฒนาเส้นทางยุทธวิธีในพื้นที่ การปรับปรุงฐานที่มั่นให้มีความมั่นคงแข็งแรง และสอบถามสารทุกข์สุกดิบต่อกำลังพล ช่วยสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนให้มีกำลังใจในการปฏิบัติงานเป็นอย่างมาก ทั้งยังได้ให้แนวทางการปฏิบัติ โดยเน้นย้ำให้ยึดมั่นในอุดมการณ์ของทหาร ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ อดทน มีระเบียบวินัย และให้มีความพร้อมรบอยู่เสมอ สร้างขวัญกำลังใจให้กับกำลังพลผู้ปฏิบัติงานในแนวหน้า เพื่อดำรงความพร้อมสูงสุดทุกสถานการณ์ ปกป้องอธิปไตยของชาติ และดูแลความปลอดภัย ของประชาชนให้มั่นคงอย่างยั่งยืนต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top