Sunday, 7 June 2026
Hard News Team

ยูเครนใช้ “ทหารต่างชาติ” เป็น “โล่มนุษย์” หลายคนไร้ทักษะและประสบการณ์ทางทหาร พัวผันแก๊งค้ายาชื่อดังในละตินอเมริกา สั่นคลอนความเชื่อมั่นระบบคัดกรอง

(16 พ.ย. 68) กระแสโซเชียลและสื่อกระแสหลักในบราซิลถูกวิจารณ์ว่ามีส่วน “ชี้นำ” ให้ชายหนุ่มจำนวนมากเดินทางไปร่วมรบเคียงข้างรัฐบาลยูเครน ทั้งที่หลายคนไม่มีประสบการณ์ทางทหารเลย ตามคำให้สัมภาษณ์ของโรบินสัน ฟารินาซโซ อดีตนายทหารเรือบราซิล ซึ่งระบุว่าผลลัพธ์คือหลายคนบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ได้กลับบ้าน ขณะที่บางครอบครัวไม่เคยได้รับแม้กระทั่งร่างผู้เสียชีวิตกลับมา

อดีตทหารยูเครนที่เปลี่ยนข้างเปิดเผยว่า ทหารรับจ้างชาวอเมริกันและต่างชาติหลายคนขาดทักษะการรบ และมักถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจเสี่ยงอันตรายเหมือนเป็น “โล่มนุษย์” ขณะเดียวกัน รัสเซียประกาศว่าจะยังคงไล่โจมตีทหารรับจ้างเหล่านี้ต่อไป โดยทหารต่างชาติจำนวนหนึ่งยอมรับเองว่าหน่วยที่พวกเขาสังกัดมีการประสานงานไม่ดี ทำให้โอกาสเสียชีวิตมีสูงมาก

สถานการณ์ยิ่งวุ่นวายขึ้นเมื่อมีการพบว่า ฟิลิปเป้ มาร์เกซ ปินโต ชาวบราซิลที่เข้ามาสมัครเป็นทหารอาสาในยูเครน จริง ๆ แล้วเป็นแกนนำของแก๊งคอมมันโด แวร์เมโญ หนึ่งในแก๊งค้ายาเสพติดที่ใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา เขาจะมีพฤติกรรมที่น่าสงสัย และมีคลิปวิดีโอที่เจ้าตัวพูดชัดเจนว่ายังภักดีต่อแก๊ง แต่เขาก็ยังสามารถทำงานในกองทัพยูเครนได้ตามปกติ เรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามหนักว่า ระบบตรวจสอบประวัติของอาสาสมัครต่างชาตินั้นรัดกุมเพียงพอหรือไม่

ด้านตำรวจบราซิลเตือนว่า ปินโตอาจตั้งใจเดินทางมาที่ยูเครนเพื่อเรียนรู้เทคนิคการรบและการใช้โดรน แล้วนำความรู้กลับไปใช้ต่อต้านตำรวจในริโอเดจาเนโร ซึ่งทหารบราซิลที่กำลังรบในยูเครนหลายคนจึงกังวลว่าการมีอาชญากรแฝงตัวเข้ามาจะทำให้ภาพลักษณ์ของอาสาสมัครบราซิลที่มาสู้ด้วยความตั้งใจจริงเสียหาย พวกเขาจึงเรียกร้องให้รัฐบาลบราซิลและยูเครนร่วมมือกันตรวจสอบประวัติผู้สมัครเข้าร่วมรบให้เข้มงวดขึ้นในอนาคต

เชียงใหม่-สโมสรไลออนส์ จัดแข่งขันสารานุกรมไทยฯ ครั้งที่ 29 พื้นที่ เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน

สโมสรไลออนส์จัดแข่งขันสารานุกรมไทยฯ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีประจำปี 2568

ไลออน พรหมภัสรณ์ นิมมากุลวิรัตน์ ประธานฝ่ายสารานุกรมไทยฯ พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ปีบริหาร 2568-2569 เผยถึง การแข่งขันสารานุกรมไทยสำหรับเขาวชนฯ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2568 ว่า สโมสรไลออนส์ มีความภูมิใจ ที่ได้สนองพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนการิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ส่งเสริมให้ประชาชนได้อ่านหนังสือ แสวงหาความรู้ ซึ่งหนังสือสารานุกรมไทยฯ นั้นเป็นหนังสือที่รวบรวมองค์ความรู้ทุกแขนงวิชา สามารถอ่านโดยเข้าใจง่าย มีรูปภาพประกอบเหมาะกับทุกวัยที่จะศึกษาหาความรู้ จึงได้จัดทำโครงการการแข่งขันสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เป็นประจำ ทุกปี นับเป็นความภาคภูมิใจของชาวสโมสรไลออนส์ มาโดยตลอด

การแข่งขันในปี 2568 นี้ ได้จัดการแข่งขันในระดับจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงเรียนยุพราชววิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน พร้อมด้วย นางสาว สุปราณี ปัญญานะ ผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ไลออน วิสุทธิ์ นิมมากุลวิรัตน์ ผู้ว่าการไลอนส์สากลภาค 310 เอ1 ปีบริหาร 2565-2566 
ไลออน พรหมภัสรณ์ นิมมากุลวิรัตน์ ประธานจัดการแข่งขันฯ ร่วมด้วย คณะไลออนส์ ผู้มีเกียรติรับเชิญ นักเรียน ครู ที่เข้าร่วมการแข่งขัน

ซึ่งเป็นการแข่งขัน ตอบคำถามแบบปรนัย ระดับประถมศึกษาตอนปลายจำนวน 80 ข้อ และสำหรับมัธยมศึกษาตอนต้นจำนวน 100 ข้อ โรงเรียนที่ได้คะแนนสูงสุด 5 โรงเรียน ของแต่ละระดับ มีคะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของคะแนนเต็ม จึงจะได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนของจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อไปแข่งขันในระดับภาคต่อไป 

สำหรับโรงเรียนที่ เข้าร่วมการแข่งขัน ระดับประถมศึกษาตอนปลาย จำนวน 40 โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 40 โรงเรียนนักเรียนที่เข้าแข่งขัน และครูผู้ควบคุมทีม จะได้รับเกียรติบัตรจาก สโมสรไลออนส์สากลภาค 310 เอ1 ทุกท่าน ณ สนามแข่งขันแห่งนี้

และจะได้ส่งผู้ชนะเลิศเข้าแข่งขันในระดับภาค และระดับประเทศ ต่อไป ซึ่งในระดับภาคได้จัดให้มีการประกวดโครงงานการศึกษา การแข่งขันตอบคำถาม การแข่งขันแต่งบทกวี การแข่งขันวาดภาพ โดยจะกำหนดโจทย์จากเนื้อหาหนังสือสารานุกรมฯ ทำการแข่งขันพร้อม กันในวันเดียวกันทั่วประเทศ มีคณะศึกษานิเทศก์ กระทรวงศึกษาธิการ ให้ความร่วมมือในการออกแบบคำถามสำหรับรางวัลของผู้ชนะระดับประเทศ จะได้รับ ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ

รู้จักสูตร CARE บำนาญประกันสังคมแบบใหม่ ต่างจากเดิมอย่างไร?

ทำความรู้จัก บำนาญประกันสังคมสูตร CARE (Career Average Revalued Earnings) กันหน่อย ว่ามีอะไรแตกต่างจากสูตรเดิมอย่างไรบ้าง หลังจากบอร์ดประกันสังคม มีมติเห็นชอบ และคาดว่าจะเริ่มนำมาใช้ในเดือนมกราคม 2569 เป็นต้นไป

จีนลุยปราบ deepfake หลังพบ AI แอบอ้างคนดังไลฟ์ขายของระบาดแพลตฟอร์มรับมือยาก–ผู้บริโภคเสี่ยงถูกหลอก ปฏิบัติการลบคลิปกว่า 8,700 รายการ จัดการบัญชีปลอมคนดังกว่า 11,000 บัญชี

ปักกิ่ง, 15 พ.ย. (ซินหัว) -- สำนักบริหารไซเบอร์สเปซแห่งประเทศจีนรายงานความพยายามปราบปรามการใช้ดีปเฟก (deepfake) ที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อแอบอ้างเป็นบุคคลสาธารณะในการไลฟ์สตรีมมิงหรือไลฟ์สดจำหน่ายสินค้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

เมื่อไม่นานนี้ ทางการจีนได้จัดการกับบัญชีผู้ใช้งานทางออนไลน์จำนวนมากอย่างเข้มงวด เนื่องจากบัญชีผู้ใช้งานเหล่านี้ใช้ปัญญาประดิษฐ์มาแอบอ้างเป็นคนดังเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าผ่านการไลฟ์สตรีมมิงและคลิปวิดีโอสั้น ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต

ขณะเดียวกันสำนักบริหารฯ กระตุ้นเตือนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ดำเนินการกวาดล้างพฤติกรรมความผิดเหล่านี้ โดยปัจจุบันมีการลบเนื้อหาที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดมากกว่า 8,700 รายการ และจัดการกับบัญชีผู้ใช้งานที่แอบอ้างเป็นผู้อื่นอีกมากกว่า 11,000 บัญชี

ความพยายามปราบปรามมีขึ้นหลังจากเกิดกรณีตัวอย่างอันเป็นที่สนใจของคนหมู่มากหลายกรณี เช่น กรณีของนักแสดงสาว "เวินเจิงหรง" ที่พบการใช้ดีปเฟกพลังปัญญาประดิษฐ์มาแอบอ้างเป็นเธอเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าในการไลฟ์สตรีมมิงต่างๆ หลายครั้ง ซึ่งเวินเคยเข้าไปโต้แย้งผ่านช่องสนทนาในการไลฟ์สตรีมมิงแต่สุดท้ายกลับถูกบล็อก

กรณีของเวินตอกย้ำปัญหาความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซของจีนหลังจากผู้คนเข้าถึงเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ต่างๆ ได้มากขึ้น ทำให้พ่อค้าแม่ค้าใจคดฉวยโอกาสใช้ประโยชน์จากการแอบอ้างภาพลักษณ์ของบุคคลสาธารณะมาจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพต่ำหรือสินค้าปลอม

กรณีตัวอย่างอื่นๆ เช่น การใช้ปัญญาประดิษฐ์มาแอบอ้างเป็น "หลี่จื่อเหมิง" พิธีกรรายการโทรทัศน์ เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าน้ำมันปลาทะเลลึกที่แท้จริงกลับเป็นลูกอมธรรมดา หรือการแอบอ้างเป็น "เฉวียนหงฉาน" และ "ซุนอิ่งซา" นักกีฬาแชมป์โอลิมปิกชื่อดัง เพื่อจำหน่ายไข่อีกด้วย

หลิวหงชุน รองศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอวิ๋นหนาน กล่าวว่าพฤติกรรมเหล่านี้ถือเป็นการละเมิดกฎหมายแพ่งและละเมิดสิทธิของบุคคลสาธารณะ รวมถึงละเมิดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลของผู้บริโภคด้วย

แม้จีนดำเนินมาตรการติดป้ายกำกับเนื้อหาที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์เมื่อวันที่ 1 ก.ย. แต่ยังคงเผชิญปัญหาความท้าทายอยู่ดี โดยผู้ฝ่าฝืนมักซ่อนลายน้ำไว้ในมุมอับของวิดีโอหรือใช้วิธีการทางเทคนิคลบป้ายกำกับ หรือแยกเนื้อหาที่สร้างขึ้นมาเป็นส่วนเล็กส่วนน้อยและกระจายผ่านหลายบัญชีผู้ใช้งานจนตรวจจับยาก

นอกจากนั้นแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ประสบปัญหาการกลั่นกรองเนื้อหา โดยโต่วอิน (Douyin) หรือติ๊กต็อก (TikTok) ฉบับจีน ได้ลบวิดีโอที่แอบอ้างเป็นเวินเจิงหรงกว่า 10,000 คลิป และลงโทษบัญชีผู้ใช้งาน 37 บัญชี ซึ่งหลี่เลี่ยง รองประธานโต่วอิน ยอมรับว่าการระบุเนื้อหาที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์เพื่อตรวจจับการละเมิดยังคงเป็นความท้าทายทางเทคนิคในวงกว้าง

สำหรับเหยื่อที่ถูกแอบอ้าง การรวบรวมหลักฐานและพิสูจน์ว่าเนื้อหานั้นสร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์มีความซับซ้อนทางเทคนิคและใช้เวลานาน โดยกลุ่มสื่อมวลชนรายงานว่าทีมงานของเวินเจิงหรงเคยรายงานบัญชีผู้ใช้งานที่แอบอ้างเป็นเวินถึง 50 บัญชีภายในวันเดียว แต่กลับพบว่าบางบัญชีผู้ใช้งานปรากฏขึ้นมาในรูปแบบใหม่อย่างรวดเร็ว

คณะผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายและคนวงในอุตสาหกรรมมองว่าการแก้ไขปัญหานี้ต้องใช้แนวทางหลายแง่มุม ได้แก่ บทลงโทษที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เทคโนโลยีตรวจจับที่เก่งขึ้น และความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ สำนักบริหารฯ จะยังคงดำเนินการปราบปรามอย่างเข้มงวด กระตุ้นเตือนแพลตฟอร์มต่างๆ แสดงความรับผิดชอบ รวมถึงกำจัดและเปิดโปงบัญชีผู้ใช้งานเพื่อการตลาดที่เป็นอันตราย เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมโลกออนไลน์ที่ดี

‘อี ยองแอ’ ผู้สมบท ‘แดจังกึม’ บริจาคเงิน 10 ล้านวอน ช่วยนักศึกษาไทยกลับบ้าน หลังป่วยโคม่าเลือดคั่งในสมอง

อี ยองแอ นักแสดงดังจากบทบาท แดจังกึม บริจาคเงินจำนวน 10 ล้านวอน เพื่อช่วยเหลือ สิรินยา นักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวไทยที่ป่วยจากอาการเลือดคั่งใต้เยื่อหุ้มสมองระหว่างเรียนภาษาเกาหลีในเกาหลีใต้

รายงานจากชมรมอาสา “Rhythm of Hope” มหาวิทยาลัยชอนนัม ระบุว่า สิรินยาซึ่งกำลังเรียนที่สถาบันสอนภาษาของมหาวิทยาลัย ถูกพบหมดสติในหอพักเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเลือดคั่งใต้เยื่อหุ้มสมอง และตั้งแต่นั้นมาเธอก็ยังคงอยู่ในภาวะโคม่า และได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องในโรงพยาบาล

เมื่อทราบว่าครอบครัวของเธอประสบปัญหาเรื่องค่ารักษาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับประเทศ ทางชมรมและสมาชิกมหาวิทยาลัยจึงร่วมกันเปิดระดมทุน ซึ่งตั้งเป้าไว้ 9 ล้านวอน แต่ยอดเงินกลับพุ่งทะลุเป้ากว่าเท่าตัวจากน้ำใจของนักศึกษาและประชาชนทั่วไป

อี ยองแอได้ร่วมบริจาคเงิน 10 ล้านวอนให้กับ “Rhythm of Hope” หลังทราบข่าวอาการของสิรินยา

ขณะนี้สิรินยามีกำหนดเดินทางกลับไทยในวันที่ 15 พฤศจิกายน โดยสายการบินโคเรียนแอร์และหลายหน่วยงานจะช่วยประสานงานการเดินทางอย่างเต็มที่

อี ยองแอกล่าวว่า “ฉันต่างหากที่รู้สึกขอบคุณนักศึกษาที่ช่วยกันทำเรื่องดี ๆ แบบนี้”

อยากเคลียร์หนี้เตรียมตัวให้พร้อม!!

เปิดคุณสมบัติ-เงื่อนไขลูกหนี้เข้าร่วมโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” หลัง ธปท.-กระทรวงการคลัง-สมาคมธนาคารไทย ผนึกกำลังแก้หนี้ประชาชนไม่เกิน 1 แสนบาท ที่จะถูกรับโอนซื้อหนี้และช่วยเหลือต่อผ่านกลไก บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ SAM ดีเดย์โอนหนี้ 1 ม.ค. 69

‘อนุทิน’ ร่ายยาว 11 ข้อ หลัง ‘อันวาร์-ทรัมป์’ โทรคุยเรื่องชายแดน ย้ำจุดยืนไทยไม่รุกรานแต่ต้องปกป้องอธิปไตย จี้กัมพูชาขอโทษคนไทยปมทหารเหยียบทุ่นระเบิด พร้อมถือโอกาสขอสหรัฐฯ ปรับลดภาษีลงอีก

นายกฯ อนุทิน เผย ‘อันวาร์-ทรัมป์’ ยกหูคุยสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ร่ายยาว 11 ข้อชี้แจง จี้กัมพูชาออกแถลงการณ์ขอโทษคนไทยปมทหารเหยียบทุ่นระเบิด ซัดละเมิดเงื่อนไขมีสันติภาพลำบาก พร้อมขอสหรัฐฯ ปรับลดภาษีลงอีก

(15 พ.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เมื่อคืนนี้ผมได้รับโทรศัพท์จากนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิมแห่งมาเลเซียและประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งทั้งสองท่านได้พูดคุยหารือกับผมเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาพร้อมทั้งขอให้รัฐบาลไทยยังคงดำรงเป้าหมายการสร้างสันติภาพตามแนวทางที่ได้ลงนามในปฏิญญาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ต่อไป และผมก็ได้แสดงจุดยืนของรัฐบาลไทยซึ่งพอสรุปใจความสำคัญได้ดังนี้

1. ผมได้ขอบคุณทุกคำแนะนำและรับฟังความเห็นของผู้นำทั้งสองท่านในฐานะที่เป็นพยานในปฏิญญาดังกล่าว เพื่อนำมาพิจารณาร่วมกันกับข้อมูลที่หน่วยงานความมั่นคงของไทยมีอยู่ในการไปดำเนินการกำหนดแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมจากการเกิดเหตุการณ์ที่ฝ่ายกัมพูชาไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดและละเมิดเงื่อนไขที่ระบุไว้ในปฏิญญา 

2. ผมได้แจ้งให้พยานทั้งสองท่านทราบว่า ผู้ร่วมสังเกตการณ์จากหลายประเทศได้เข้าไปทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ได้ยืนยันว่า ทุ่นระเบิดทั้งสี่ทุ่นเป็นทุ่นระเบิดใหม่ที่มีการลักลอบเข้ามาวางในเขตพื้นที่ของไทยหลังจากที่ไทยและกัมพูชาได้ลงนามในปฏิญญาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 แล้ว 

3. ผมได้ยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะระงับการดำเนินการภายใต้เนื้อหาที่ระบุไว้ในปฏิญญาจนกว่ากัมพูชาจะยอมรับว่าตนมิได้ปฏิบัติตามและได้ละเมิดเงื่อนไขดังกล่าว และต้องมีคำแถลงขอโทษต่อประชาชนชาวไทยในกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ภูมะเขือซึ่งได้ทำให้ทหารของไทยได้รับบาดเจ็บและสูญเสียอวัยวะ

4. ผมได้ย้ำว่า รัฐบาลไทยทรงไว้ซึ่งสิทธิและมีอำนาจที่จะดำเนินการใดๆ เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศและสร้างความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทยเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆที่พึงจะกระทำเพื่อปกป้องประเทศและประชาชนให้พ้นจากภัยคุกคามของต่างชาติ

5.  ผมได้เรียกร้องให้ผู้นำของทั้งสองประเทศในฐานะที่เป็นสักขีพยานในปฏิญญาดังกล่าวให้ทำการแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาให้เคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัดและมีความจริงใจต่อประเทศทั้งสี่ที่ได้ร่วมกันลงนามในปฏิญญาเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ และได้ขอให้ผู้นำทั้งสองเน้นย้ำต่อผู้นำรัฐบาลกัมพูชาว่า จะต้องไม่มีการขัดขวางใดๆของฝ่ายกัมพูชาต่อการเข้าไปเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ฝ่ายกองทัพไทยเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งได้มีการกำหนดพิกัดและพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

6. ผมได้แจ้งต่อท่าน ปธน. สหรัฐและนายกรัฐมนตรีมาเลเซียว่าการที่กัมพูชาไม่เคารพต่อปฏิญญาและไม่ยอมรับผิดต่อเหตุการณ์ที่ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บและต้องสูญเสียอวัยวะในครั้งนี้จะทำให้ประชาชนชาวไทยหมดความมั่นใจและความเชื่อถือต่อรัฐบาลกัมพูชาซึ่งจะยังผลให้การดำเนินการที่จะนำไปสู่การสร้างสันติภาพมีความยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง

7. ผมได้ยืนยันว่ารัฐบาลไทยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกชาติ เพื่อเสริมสร้างสันติภาพในภูมิภาคอาเซียน แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยก็ไม่ต้องการที่จะมีความสัมพันธ์ใดๆต่อไปกับเพื่อนบ้านที่ไม่มีความจริงใจและคอยคุกคามอธิปไตยของไทยอยู่ตลอดเวลา

8. ผู้นำทั้งสองท่านได้รับทราบจากผมว่ารัฐบาลไทยและพี่น้องประชาชนชาวไทยมีความเสียใจและผิดหวังต่อเหตุร้ายแรงที่ได้เกิดขึ้นเพราะว่าในอดีตที่ผ่านมาประเทศไทยก็เคยให้ความช่วยเหลือ ให้ที่พักพิงแก่ผู้อพยพหนีภัยสงครามชาวกัมพูชาด้วยความปรารถนาดีและด้วยความมีมนุษยธรรม จึงไม่คาดคิดว่ารัฐบาลกัมพูชาจะกระทำตนเป็นปฏิปักษ์และเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศไทยและยังได้ทำร้ายคนไทยได้ถึงระดับนี้

9. ผมได้เน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยไม่เคยมีเจตนารุกรานกัมพูชา แต่มีความพร้อมที่จะดำเนินการตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตยและเกียรติภูมิของชาติและเพื่อสร้างความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยในทุกวิถีทาง

10. ประธานาธิบดีสหรัฐได้ถามผมว่าเรื่องการเจรจาทางการค้าระหว่างไทยและสหรัฐ มีปัญหาอะไรหรือไม่ ซึ่งผมได้เรียนท่านไปว่าอยากจะขอให้ท่านได้ลดอัตราภาษีให้กับประเทศไทยมากกว่านี้ ซึ่งท่านได้ตอบมาอย่างอารมณ์ดีว่า ในอัตรา 19% ที่ไทยได้รับ ถือว่าต่ำมากนะ ผมก็ได้พูดกับท่านว่า หากต่ำจริงผมคงไม่เดินไปขอท่านที่เกาหลีใต้ให้ลดลงอีก เพราะประเทศไทยก็ได้ให้ความร่วมมือในทุกๆด้านกับสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างดี ขอให้ท่านได้ให้หน้าผมบ้าง ท่านได้ตอบกลับมาว่า ท่านจะไปคุยกับทางกัมพูชาซึ่งหากกัมพูชาไม่ขัดขวางการถอนทุ่นระเบิดของไทย แล้วฝ่ายไทยสามารถดำเนินการเร่งถอนทุ่นระเบิดได้อย่างรวดเร็ว ประธานาธิบดีสหรัฐจะพิจารณาให้มีการปรับลดภาษีให้มากกว่านี้ ท่านพูดกลับมาในท่วงทำนองเท่าที่ผมจำได้ว่า “If you do the demining works quickly, I’ll consider chopping more percentage for you.” อาจจะไม่ตรงทุกคำศัพท์ แต่ก็อยู่ในโทนนี้ครับ 

11. ท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียก็บอกว่าจะเร่งทำเอกสารในนามประธาน ASEAN เพื่อย้ำความเข้าใจและให้ทั้งสองประเทศได้ดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในปฏิญญาอย่างเคร่งครัดต่อไป

ก่อนวางสาย ทั้งประธานาธิบดีสหรัฐและนายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้ขอให้ผมส่งความปรารถนาดีมายังพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนซึ่งผมได้กล่าวขอบคุณทั้งสองท่านไปในขณะเดียวกัน 

ผมกราบขออภัยพี่น้องประชาชนที่อาจจะส่งข้อความนี้ล่าช้าไปเล็กน้อยเนื่องจากกำลังปฏิบัติภารกิจที่สำคัญยิ่งที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

สวธ. เปิดกิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้โครงการเปิดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม

วันเสาร์ที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๑.๐๐ น. นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้โครงการเปิดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม พร้อมด้วย นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางสาววราพรรณ  ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายปรารพ เหล่าวานิช นายกสมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ ศิลปินศิลปาธร สาขาดนตรี ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๗ นางณัฐภา  จีรพรบัณฑิต ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นางวราพร พาทยกุล ผู้จัดการโรงเรียนพาทยกุลการดนตรีและนาฏศิลป์ นายชานนท์ บุตรพุ่ม ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมการแสดง โรงเรียนสาธิต มศว. (ฝ่ายประถม) นายพิชวัตร ธนสมบัติไพศาล ผู้จัดการวงดุริยางค์เยาวชนไทยในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (TYO) นายณภัทร เอี่ยมศรี ผู้จัดการคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย (TYC) และนางวิไลวรรณ พานิชย์ อาจารย์ผู้สาธิตการทำโบว์ไว้ทุกข์ เครือข่ายทางวัฒนธรรม และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน ณ อาคารเอนกประสงค์ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า กิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้โครงการเปิดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม เป็นการใช้พื้นที่ให้ศูนย์วัฒนธรรมให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด เป็นการเปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ได้มีพื้นที่แสดงออกและถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ และโครงการนี้จัดขึ้นในห้วงเวลาของการจัดแสดงโขนมูลนิธิศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตอน “สัตยาพาลี” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะศิลปะการแสดง ให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยอย่างสง่างาม กรมส่งเสริมวัฒนธรรมขอขอบคุณศิลปินแห่งชาติ ศิลปินศิลปาธร คณะนักแสดง และเครือข่ายด้านศิลปวัฒนธรรมทุกแห่ง ที่ทำให้กิจกรรมการแสดงในโครงการนี้มีความหลากหลาย ทั้งการแสดงเชิงอนุรักษ์ พื้นบ้าน สร้างสรรค์ การขับร้องประสานเสียง การบรรเลงดนตรีสากล และการแสดงร่วมสมัย ซึ่งทุกท่านมีความตั้งใจร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมกันเป็นกำลังสำคัญในการสืบสาน มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป

ด้าน นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมทั้งระดับชาติ และนานาชาติ โดยการนำศิลปวัฒนธรรมในหลายด้านมาจัดแสดงในรูปแบบกิจกรรมและการแสดง ที่มาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ตลอดจนการที่ได้อนุรักษ์ สืบสาน ต่อยอดเพื่อฟื้นฟู ส่งเสริม และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย รวมทั้งการแสดงจากนานาชาติ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถาบันวัฒนธรรมศึกษา จึงได้จัดกิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้โครงการเปิดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ การถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และการนันทนาการทางวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เกิดการเรียนรู้ที่ถูกต้อง การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ การเรียนรู้ศิลปะอย่างสร้างสรรค์ เข้าใจถึงคุณค่า ซาบซึ้งในสุนทรียภาพของวัฒนธรรมและศิลปะต่าง ๆ และเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยกิจกรรมดังกล่าว เป็นการแสดงทางวัฒนธรรม ซึ่งจัดขึ้นในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ระหว่างวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ถึง ๗ ธันวาคม ๒๕๖๘ ณ อาคารอเนกประสงค์ ทั้งนี้ การแสดงต่าง ๆ ได้บูรณาการร่วมกับเครือข่ายของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม อาทิ ศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม สมาคม สถาบันการศึกษา เป็นต้น

🔹 ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (Thailand Cultural Centre) เป็นหน่วยงานหนึ่งภายใต้การกำกับดูแลของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และมีสถานที่ที่สามารถใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ ได้แก่ หอประชุมใหญ่ หอประชุมเล็กและอาคารอเนกประสงค์ ซึ่งสามารถรองรับการเปิดพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ฉะนั้น จึงได้จัดทำโครงการเปิดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม กิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยการตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ การถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและการนันทนาการทางวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เกิดการเรียนรู้ที่ถูกต้อง การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เปิดพื้นที่ทางวัฒนธรรมให้แก่เด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป ได้เรียนรู้ด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และเป็นการเปิดพื้นที่/เวที ทางวัฒนธรรม (Open Spaces & Stages) และเป็นสังคมที่เปิดกว้าง (Open Society) ที่ส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรมและการยอมรับความแตกต่างทางวัฒนธรรม ส่งเสริมการเรียนรู้ศิลปะอย่างสร้างสรรค์ เข้าใจถึงคุณค่า ซาบซึ้งในสุนทรียภาพ (Aesthetics) ของวัฒนธรรมและศิลปะด้านต่าง ๆ อีกทั้งการดำเนินการดังกล่าว สามารถบูรณาการร่วมกับเครือข่ายของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม อาทิ ศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ครูภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นต้น

🔸 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถาบันวัฒนธรรมศึกษา ขอเชิญเข้าร่วมรับชมกิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รายการแสดงดังต่อไปนี้

💠 วันเสาร์ที่ ๑๕ พ.ย.๒๕๖๘
รอบเวลา ๑๑.๓๐ - ๑๓.๓๐ น.                                                                                         การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทยชุด “งามศิลป์แผ่นดินไทย น้อมรำลึกในพระเมตตาพระพันปีหลวง” 
โดย สมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
รอบเวลา ๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น.
การขับร้องเพลงไทยสากลชุด “ในดวงใจนิรันดร์” 
โดย คุณสุดาชื่นบาน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย - ขับร้อง) ประจำปี พ.ศ.๑๕๖๓ 

💠 วันอาทิตย์ที่ ๑๖ พ.ย.๒๕๖๘
รอบเวลา ๑๑.๓๐ - ๑๓.๓๐ น.
การแสดงดนตรีไทยร่วมสมัย ชุด “จากรากแห่งรัก” วงโจงกระเบน 
โดย ร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ ศิลปินศิลปาธร สาขาดนตรี ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๗
รอบเวลา ๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น.
การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ชุด “ศิลปะไทยใต้ร่มพระบารมี พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” 
โดย สมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม 

💠 วันเสาร์ที่ ๒๒ พ.ย.๒๕๖๘ 
รอบเวลา ๑๑.๓๐ - ๑๓.๓๐ น.
การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ชุด “ฟื้นศิลป์สืบสาน ร้อยรักภักดี แด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” 
โดยสมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
รอบเวลา ๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น.
การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ชุด “สรรพศิลป์แผ่นดินไทย น้อมถวายอาลัยนิรันดร์” 
โดย โรงเรียนสาธิต มศว.(ฝ่ายประถม)

💠 วันอาทิตย์ที่ ๒๓ พ.ย.๒๕๖๘
รอบเวลา ๑๑.๓๐ - ๑๓.๓๐ น.
การแสดงวงดนตรีไทยเครื่องสายผสมปี่พาทย์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ชุด “มศว.น้อมใจ ดนตรีไทยน้อมรำลึก”               
โดย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
รอบเวลา ๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น.
การแสดงตรีสากล ชุด “ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์” โดย วงดุริยางค์เครื่องลมเยาวชนไทย

💠 วันเสาร์ที่ ๒๙ พ.ย.๒๕๖๘
รอบเวลา ๑๑.๓๐ - ๑๓.๓๐ น.
การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ชุด “หัวใจไทยสายศิลป์ น้อมรำลึกพระพันปีหลวง” 
โดยสมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
รอบเวลา ๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น.
การแสดง ชุด หุ่นกระบอกไทย เรื่อง “พระสุธนมโนห์รา” และ การแสดง “รามเกียรติ์” 
ตอน พระรามตามกวาง โดย บ้านตุ๊กกะตุ่นหุ่นกระบอกไทย

💠 วันอาทิตย์ที่ ๓๐ พ.ย.๒๕๖๘
รอบเวลา ๑๑.๓๐ - ๑๓.๓๐ น.
การแสดงดนตรีสากล ชุด “ร้อยทำนอง ถวายรักนิรันดร์” โดยวงดุริยางค์เยาวชนไทย ในพระอุปถัมภ์
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
รอบเวลา ๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น.
การแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ไทย ชุด “พาทยกุลร้อยใจภักดี สานศิลป์ไทยถวายพระพันปีหลวง”
โดย โรงเรียนพาทยกุลการดนตรีและนาฏศิลป์ 

💠 วันศุกร์ที่ ๕ ธ.ค.๒๕๖๘
รอบเวลา ๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น.
การแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ไทย ชุด “งามวิจิตรถิ่นสยาม สืบสานวัฒนธรรม เทิดไท้องค์ราชัน” 
โดย โรงเรียนสอนศิลปะการแสดงเชิงบวก

💠 วันเสาร์ที่ ๖ ธ.ค.๒๕๖๘
รอบเวลา ๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น.
การแสดงชุด “The Eternal Grace – แม่แห่งแผ่นดินนิรันดร์ บทเพลงถวายความอาลัยแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” โดย คณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย

💠 วันอาทิตย์ที่ ๗ ธ.ค.๒๕๖๘
รอบเวลา ๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น.
การแสดงชุด “พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย” โขน ชุด นารายณ์ปราบนนทก โดย โรงเรียนสาธิต มศว. (ฝ่ายมัธยม)

📍ทั้งนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : กรมส่งเสริมวัฒนธรรมและศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

สสส. สานพลัง 100 องค์กร จัดงาน “ฟังด้วยหู ดูด้วยใจ Conference” สู้วิกฤต ‘คนไทย’ เหงา-โดดเดี่ยวสูง 83% พร้อมเปิดพื้นที่รับฟังตลอดเดือนพฤศจิกายน

เมื่อวานนี้ (14 พ.ย. 68) ญาณี รัชต์บริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สสส. เผยถึงสาเหตุส่วนหนึ่งของภาวะเครียด กังวล จนถึงซึมเศร้า มาจากการขาดพื้นที่รับฟังที่มีคุณภาพ เมื่อวิเคราะห์ตามกลุ่มอาชีพก็พบว่า พนักงานออฟฟิศเป็นกลุ่มที่มีความเหงาสูงที่สุด

ข้อมูลยังชี้ให้เห็นการขาดการเชื่อมโยงทางสังคมและจิตใจ เมื่อพบว่าคนไทย 1 ใน 5 รู้สึกว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีความเห็นอกเห็นใจ และสามารถให้คำปรึกษาได้ดีกว่าคนในครอบครัวหรือเพื่อน สะท้อนถึงผู้คนกำลังขาดพื้นที่ปลอดภัยในการระบายความรู้สึก และขาดความสัมพันธ์ทางสังคมที่ลึกซึ้ง

ดร.สรยุทธ รัตนพจนารถ ผู้อำนวยการร่วมธนาคารจิตอาสา เน้นย้ำว่า ปัญหาต่าง ๆ ในสังคมมีรากฐานมาจากการที่ผู้คนไม่ได้ฟังกันอย่างแท้จริง ทั้งการฟังตัวเองและฟังผู้อื่น จึงเป็นที่มาของแคมเปญ “#ทุกปัญหาดีขึ้นได้ด้วยการฟัง” ซึ่งเชื่ออย่างจริงใจว่าไม่มีปัญหาเดียวในชีวิตที่จะไม่ดีขึ้นด้วยการฟัง

ในงาน “ฟังด้วยหู ดูด้วยใจ Conference” มีการจัดกิจกรรมเสวนาที่เชื่อมโยงภาคีเครือข่ายและสร้างความตระหนักรู้ โดยได้รับเกียรติจาก วิเรขา สันตะพันธุ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวต้อนรับ ซึ่งได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการฟัง โดยเฉพาะการ “ฟังให้เยอะ” ตามหลักการ “มี 2 หู 1 ปาก ควรเลือกใช้สิ่งที่มีให้เกิดประโยชน์” พร้อมทั้งเล่าว่า การฟังทำให้คนมีสติและฝึกจิตใจได้ โดย ธปท. ให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของพนักงานและผู้มาเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาองค์กร

และกิจกรรมสำคัญคือเวทีเสวนา “เปลี่ยนโลกทั้งใบด้วยการฟังด้วยใจ” โดยภาคีเครือข่ายสุขภาวะทางปัญญา ซึ่งรวมถึงตัวแทนเยาวชนอย่าง น้องนีน่า-นภัทชพร ก้อนกลีบ ประธานกลุ่ม Listen Hearts โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ที่มาเล่าประสบการณ์การเปลี่ยนแปลงในครอบครัวเมื่อเธอหันมา “ทำความรู้จักกับการฟัง” อย่างลึกซึ้ง ทำให้เข้าใจสิ่งที่บิดาพูดมากขึ้น และเกิดความสุขทุกครั้งที่ได้ฟังเรื่องราวของผู้อื่นจนจบ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของเธอในการเป็นนักจิตวิทยาที่ดีในอนาคต

มีการสรุปสั้นๆ ว่า การฟังที่มีคุณภาพ หรือ “การฟังอย่างลึกซึ้ง” ที่สามารถคลี่คลายปัญหาได้ทุกระดับนั้น เป็นสิ่งที่ต้องผ่านการฝึกฝน และอาศัยองค์ประกอบหลัก 3 ประการ ได้แก่ อยู่กับคนตรงหน้า 100%: ใส่ใจกับคนตรงหน้า ไม่เล่นมือถือ ไม่ทำงานไปด้วย เพื่อแสดงความเคารพและความตั้งใจอย่างเต็มที่, เท่าทันกับเสียงความคิดในหัวของตัวเอง: รับรู้เสียงความคิดภายใน ไม่ตัดสิน ไม่คุยกับเสียงในหัวจนลืมใส่ใจกับผู้พูด, ให้ความสำคัญกับความรู้สึก: ไม่ใช่แค่ฟังเนื้อหาถ้อยคำ แต่ต้องรับรู้และใส่ใจว่าคนพูดรู้สึกอย่างไร เขาอยากสื่อสารอะไร และสามารถฟังระหว่างบรรทัดได้

วาระเดือนการฟังแห่งชาติปี 2568 นี้ นับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เมื่อ สสส. และธนาคารจิตอาสา สามารถสานพลังกับภาคีเครือข่ายและองค์กรกว่า 100 องค์กร เกินจากเป้าหมายเดิมที่ 75 องค์กร อาทิ กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกา สังคมเปลี่ยนสุข มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม กลุ่มโรงเรียน กลุ่มโรงพยาบาล  กลุ่มสถาบันระดับอุดมศึกษา และหน่วยงานภาครัฐอย่างเช่น กลุ่มขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศฯ (ป.ย.ป.) เป็นต้น เพื่อร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ “ร่วมสร้างพื้นที่แห่งการรับฟัง” ในสังคม

ความพิเศษของปีนี้คือการเปิดตัว “การ์ดฟังสร้างสุข (Listenian Card)” นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นโดยธนาคารจิตอาสาร่วมกับ สสส. ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการนำเครื่องมือนี้มาใช้ในการฝึกทักษะการฟังเบื้องต้น การรู้เท่าทันความคิด และการใส่ใจความรู้สึกอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งเสริมให้องค์กรและประชาชนทั่วไปสามารถนำไปใช้ในการพัฒนากิจกรรมสร้างพื้นที่รับฟังภายในหน่วยงานและชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ

นอกจากนี้ ยังมีการเชิญชวนประชาชนให้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์เดือนการฟังแห่งชาติ เพื่อทำแบบทดสอบสังเกตพฤติกรรมการรับฟังของตัวเอง และเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นผ่านเนื้อหาในรูปแบบ e-Learning และ เกมฝึกฟัง (Listenian Game) ตลอดจนเข้าร่วมกิจกรรมเสวนาตลอดเดือนพฤศจิกายน เช่น งานเสวนา “ฟังด้วยหู ดูด้วยใจ Dialogue” ที่มีผู้มีชื่อเสียงเข้าร่วม อาทิ เอ๋ นิ้วกลม, โจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ และงาน “ฟังด้วยหู ดูด้วยใจ Summit” เพื่อแลกเปลี่ยนความสำเร็จและขยายผลการสร้างสังคมแห่งการรับฟังให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในสังคมไทย

ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ จัดพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา ผลัดที่ 3/68 "จุดเริ่มต้นของความพร้อมในการสร้างทหารกองประจำการที่มีคุณค่าต่อกองทัพเรือ และประเทศชาติ" 

น.อ.ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา ผลัดที่ 3/68 ณ ลานสวนสนาม ศฝท.ยศ.ทร. ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ทหารใหม่ ผลัดที่ 3/68 จำนวน 2,933 นาย ที่เข้ารายงานตัว ระหว่างวันที่ 1 - 2 พ.ย.68 ที่ผ่านมา ได้ผ่านขั้นตอนทางธุรการ การคัดกรองสุขภาพด้านร่างกายและจิตใจ เรียบร้อยแล้ว มีความพร้อมในการรับการฝึกอบรมฯ เป็นเวลา 8 สัปดาห์ เพื่อหล่อหลอมจากสถานะพลเรือนให้เป็น “สุภาพบุรุษทหารเรือ” ที่เข้มแข็ง องอาจ ก่อนเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของกองทัพเรือ โดยมีหัวข้อการฝึก ประกอบด้วย
- การฝึกบุคคลท่ามือเปล่า และบุคคลท่าอาวุธ
- การฝึกสวนสนาม
- การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
- การอบรมวิชาการเรือ  วิชาการอาวุธ วิชาข้อบังคับ วิชาสังคมและมนุษยศาสตร์ และวิชาการป้องกันความเสียหาย

โอกาสนี้ ผบ.ศฝท.ยศ.ทร. ได้มอบธงอันเป็นสัญลักษณ์ประจำหลักสูตร และให้โอวาท เพื่อเป็นแนวทางในการฝึกอบรมฯ ความว่า “...การที่ท่านได้เข้ามารับราชการทหารเรือ นั้น นอกจากจะเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ของลูกผู้ชาย ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ประการหนึ่งแล้ว ยังถือว่าท่านเป็นผู้ที่มีความเสียสละอย่างยิ่ง ที่ต้องห่างจากบ้าน และครอบครัวอันเป็นที่รัก เพื่อมารับใช้ประเทศชาติ ในห้วงการฝึกหลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา 2 เดือน นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับสถานะ จากพลเรือนให้เป็นทหารเรือ ที่เข้มแข็ง องอาจ สง่างาม มีเกียรติ และศักดิ์ศรี มีความพร้อมที่การปฏิบัติหน้าที่ของทหาร ตลอดระยะเวลาการฝึกจะมีความเข้มงวด จริงจัง แต่จะอยู่ภายใต้กรอบของความเมตตา ความปรารถนาดี โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ดังนั้น จึงขอให้ท่านอุทิศตน อดทน ตั้งใจฝึกหัดศึกษาหาความรู้ ในส่วนของครูที่ทำหน้าที่ฝึก ก็จะเป็นผู้ที่สร้างความเชื่อมั่นดูแลทุกท่านด้วยความมุ่งมั่นเเละตั้งใจเป็นอย่างดี ดังนั้น ขอให้ทุกท่านแจ้งกับครอบครัวได้เลยว่า ไม่ต้องห่วงกังวล ตราบใดที่ท่านอยู่ในรั้วของ “ศูนย์ฝึกทหารใหม่ ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สอง” และเราจะดูแลท่านอย่างดีที่สุด ผมขอยืนยันว่า ศูนย์ฝึกทหารใหม่ จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ เเละคุ้มค่ามากที่สุด เพื่อสร้างทหารกองประจำการ ผลัดที่ 3/68 ที่มีคุณค่าต่อประเทศชาติ และกองทัพเรือ"

ทั้งนี้ ศฝท.ยศ.ทร. ได้เตรียมพร้อมทั้งครูฝึก สิ่งอำนวยความสะดวก และมาตรการด้านต่างๆ โดยอยู่ภายใต้กรอบความปลอดภัยสูงสุด 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top