Wednesday, 1 July 2026
Hard News Team

'พาราลิมปิกไทย' ดีเดย์ 26 ก.ย.เลือกประธานแทน 'จุตินันท์' ด้าน 'ตั๊น จิตภัสร์' อาสา ขอสานต่อเจตนารมณ์พ่อ

(23 ก.ย 65) หลังจากการเสียชีวิตของนาย 'จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี' ประธานคณะกรรมการกีฬาพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ผู้วางรากฐานกีฬาพาราลิมปิกไทย ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตำแหน่งประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิตนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการกีฬาพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย จะมีการประชุมเพื่อเลือกประธานคนใหม่ ในวันจันทร์ที่ 26 ก.ย.ที่จะถึงนี้ โดย น.ส จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส แบบบัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ บุตรสาวคนโตของนายจุตินันท์ ในฐานะผู้ที่มีบทบาทอาสาทำงานให้สังคมและประเทศชาติมาตลอด ได้เสนอตัวเข้าร่วมการคัดเลือกในตำแหน่งดังกล่าว 

โดยทางครอบครัวได้เห็นพ้องต้องกัน สนับสนุนการตัดสินใจของน.ส. จิตภัสร์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเข้าไปรับหน้าที่สานต่อเจตนารมณ์และคำมั่นสัญญาที่บิดาได้ให้ไว้กับนักกีฬาพาราลิมปิก ส่วน ร.ท.ณัยณพ ภิรมย์ภักดี  บุตรชาย จะกลับไปบริหารงานในบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด แทนบิดาด้วยเช่นกัน

‘มารุต บุนนาค’ ที่ปรึกษาปชป.-อดีตปธ.สภาฯ ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว สิริอายุ 98 ปี

(23 ก.ย. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมารุต บุนนาค ที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว สิริอายุ 98 ปี

ทั้งนี้ นายมารุต เกิดเมื่อ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2467 เป็นบุตรของพระสุทธิสารวินิจฉัย (มะลิ บุนนาค) กับผ่องศรี บุนนาค (สกุลเดิม เวภาระ) ธิดาขุนหลวงพระยาไกรสี (เปล่ง เวภาระ) กับคุณหญิงทองคำ เรียนมัธยมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ (DSA57) และจบการศึกษากฎหมายจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อปี พ.ศ. 2490 ในสมัยที่มหาวิทยาลัยยังใช้ชื่อว่า ‘มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง’ และได้รับปริญญานิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต กิตติมศักดิ์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม, ปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์ ว.ป.อ.วุฒิบัตรกิตติมศักดิ์ วิทยาลัยการทัพบก

รมว.สุชาติ เปิดงานเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา 29 ปีกระทรวงแรงงาน

วันที่ 23 กันยายน 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป เพื่อบำเพ็ญกุศลให้กับอดีตผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานที่ล่วงลับ และเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงแรงงาน ครบรอบ 29 ปี ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน 

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย พระพุทธสุทธิธรรมบพิตร พระพุทธชินราช ศาลพระภูมิชัยมงคล และท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ จากนั้น รมว.แรงงาน นำคณะผู้บริหารถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงแรงงาน ประจำปี พ.ศ.2565 โดยมี นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล นายสุทธิ สุโกศล จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ข้าราชการเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย ณ บริเวณกระทรวงแรงงาน 

จากนั้น นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “ตรีเทพพิทักษ์”จำนวน 40 คน มอบโล่อาสาสมัครแรงงานดีเด่นระดับภาคและระดับประเทศ จำนวน 9 คน มอบโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติบัตรศูนย์บริการร่วมกระทรวงแรงงานดีเด่นระดับกระทรวง และระดับเขตตรวจราชการ จำนวน 6 คน และมอบของที่ระลึกให้กับผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปี 2565 

โดยในปีนี้กระทรวงแรงงานมีผู้เกษียณอายุราชการจำนวนทั้งสิ้น 249 คน เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนา 29 ปีกระทรวงแรงงาน แรงงานรวมใจ ฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยรุ่งเรือง ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน ซึ่งมีการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live ของกระทรวงแรงงาน โดย นายสุชาติ กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน ได้เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 จนถึงปัจจุบัน รวม 29 ปี จากอดีตจนถึงปัจจุบันภารกิจของกระทรวงแรงงานมีการปรับเปลี่ยน และเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนับตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน กระทรวงแรงงาน ต้องเผชิญกับวิกฤตในหลายๆ ด้าน ทั้งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งได้รับผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะภาคแรงงานและสถานประกอบกิจการ ซึ่งเป็นสิ่งท้าทายให้กระทรวงแรงงานต้องเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รักษาระดับการจ้างงาน 

พร้อมทั้งสร้างขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน โดยกระทรวงแรงงานได้มีมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้สามารถกลับมาสู่ภาวะปกติได้โดยเร็วในหลาย ๆ ด้าน ได้แก่ 
1) ด้านการพัฒนาทักษะฝีมือ โดยการ up-skill re-skill และ new-skill เพื่อพัฒนาศักยภาพแรงงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์และตลาดแรงงานในยุค New Normal 
2) ด้านการส่งเสริมการมีงานทำ จัดงาน Job Expo Thailand 2020 ล้านงานเพื่อล้านคน เตรียมตำแหน่งงานผ่านแพลตฟอร์มไทยมีงานทำ ส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ จัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ตลอดจนดูแลคุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงานให้เหมาะสม 
3) ด้านคุ้มครองและแก้ไขปัญหาแรงงาน บริหารจัดการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างและใช้ระบบแรงงานสัมพันธ์ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้แรงงาน แก้ไขปัญหาการถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม 
4) การดูแลผู้ประกันตนที่อยู่ในระบบประกันสังคม โดยการจ่ายเงินเยียวยา การลดเงินสมทบ การตรวจโรคโควิด-19 เชิงรุกแก่ผู้ประกันตนในสถานประกอบกิจการ แคมป์คนงาน การฉีดวัคซีนโควิดแก่ผู้ประกันตนในกรุงเทพมหานครและจังหวัดเศรษฐกิจ การจัดหา Hospitel รองรับผู้ประกันตนที่ป่วยโควิด ดำเนินโครงการ Factory Sandbox เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แรงงานและสร้างความเชื่อมั่นในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจในภาคการผลิต การปรับค่ำจ้างขั้นต่ำ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคสูงขึ้น ให้พี่น้องแรงงานสามารถดำรงชีพอยู่ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะประกาศใช้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ จากภารกิจดังกล่าว ถือเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงแรงงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ได้ตั้งใจทุ่มเท แรงกาย แรงใจในการปฏิบัติภารกิจที่สำคัญนี้เป็นอย่างดี 

จนท.เช็กรถประจำตำแหน่งนายกฯ ก่อนศาลตัดสินปม 8 ปี 30 ก.ย.นี้

ทำเนียบฯ เริ่มขยับ! จนท.ยานพาหนะตรวจสภาพรถประจำตำแหน่งนายกฯ ก่อนศาลตัดสินปม 8 ปี 30 ก.ย.นี้

(23 ก.ย. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กองงานยานพาหนะทำเนียบรัฐบาล ได้เข้ามาตรวจสภาพและสตาร์ตรถยนต์ประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หมายเลขทะเบียน 4 กต 29 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์ทีมรักษาความปลอดในขบวนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม ใช้ขณะปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ซึ่งจอดอยู่บริเวณโรงจอดรถข้างห้องทำงานผู้สื่อข่าว ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. 65 ที่ทีมรักษาความปลอดภัย พล.อ.ประยุทธ์ นำมาส่งมอบคืน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กองยานพาหนะ เปิดเผยว่า เป็นการมาอุ่นเครื่องรถยนต์ประจำสัปดาห์ เพื่อไม่ให้เครื่องยนต์ติดขัด และเป็นการตรวจสภาพเครื่องยนต์ไปในตัว หากระบบเครื่องยนต์ขัดข้องจะได้นำเข้าศูนย์ซ่อมต่อไป แต่ในเบื้องต้นการเช็คสภาพระบบเครื่องยนต์ยังเป็นปกติ

อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวว่า เป็นการเตรียมความพร้อมหากต้องส่งมอบรถประจำตำแหน่ง ซึ่งในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยวาระดำรงตำแหน่ง 8 ปี


ที่มา : https://www.naewna.com/politic/681959

‘เซเลนสกี’ ยุชาวรัสเซียรีบหนีออกนอกปท.หากยังอยากมีชีวิต หลัง ‘ปูติน’ เรียกระดมพลเพิ่ม

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ในวันพฤหัสบดี (22 ก.ย. 65) เรียกร้องชาวรัสเซียต่อต้านการเรียกระดมกำลังสำรองบางส่วนโดยประธานาธิบดีวลาดมีร์ ปูติน หลังมันโหมกระพือการประท้วงและกระตุ้นให้มีการไหลบ่าเดินทางออกนอกประเทศ

"มีทหารรัสเซียตายแล้ว 55,000 นายในช่วงเวลา 6 เดือนของสงคราม" เซเลนสกีกล่าวปราศรัยประจำวัน "ต้องการมากกว่านี้หรือ? ไม่เลย พวกเขาประท้วง ต่อสู้กลับ หลบหนี หรือไม่ก็ยอมจำนนต่อทหารยูเครน"

"พวกคุณคือผู้ร่วมกระทำผิดในอาชญากรรมทั้งหมดเหล่านี้ ร่วมกระทำผิดในการฆาตกรรมและทรมานชาวยูเครน เพราะว่าพวกคุณปิดปากเงียบ เพราะว่าคุณปิดปากเงียบ" เซเลนสกีระบุ "และตอนนี้มันถึงเวลาแล้วที่คุณต้องเลือก สำหรับพวกผู้ชายในรัสเซีย นี่คือการเลือกระหว่างความตายกับการมีชีวิต การกลายเป็นคนพิการหรือมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง"

'บิ๊กป้อม' เผยศบค. เคาะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วย้ำ!! กฎหมายปกติใช้ดูแลสถานการณ์ต่อได้

เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 23 ก.ย. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 12/2565 โดยยอมรับว่าที่ประชุมได้มีมติยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ซึ่งการดูแลสถานการณ์ทั่วไปมีกฎหมายปกติอยู่แล้วไม่ต้องห่วง รายละเอียดรอให้ทางโฆษก ศบค. เป็นผู้ชี้แจง

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวถามถึงวันที่ 30 ก.ย.นี้ ต้องเตรียมรับมือสถานการณ์วุ่นวายหรือไม่ กรณีศาลรัฐธรรมนูญลงมติวินิจฉัยวาระ 8 ปีการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยพล.อ.ประวิตรได้ยิ้ม และกล่าวว่า "พุทโธ่ ไม่มีหรอก ไม่มีอะไรหรอกครับ ส่วนทางการข่าวก็ไม่มีการแจ้งอะไรเข้ามา"

ตร. เตือน QR Code สิ่งอำนวยความสะดวกที่อาจมาพร้อมภัยอันตราย ต้องรู้ทันถึงปลอดภัย

วันที่ (23 ก.ย. 2565) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีนโยบายให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรู้เท่าทันถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนั้น

ด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบพบว่าในปัจจุบันประเทศไทย ได้มีการใช้งาน QR Code กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในโลกยุคดิจิทัล เพราะเพียงแค่สแกนก็สามารถเข้าไปยังหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการได้ โดยไม่ต้องพิมพ์ ที่อยู่เว็บไซต์ (URL) ยาว ๆ อีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตามความสะดวกสบายก็ต้องแลกมากับความเสี่ยง โดยกลุ่มมิจฉาชีพมักจะฉวยเอาโอกาสจากการใช้ QR Code ในการทำเว็บไซต์ปลอม หรือหลอกให้ดาวน์โหลดมัลแวร์หรือไวรัสคอมพิวเตอร์ ซึ่งถ้าหากพี่น้องประชาชนไม่ระมัดระวังหรือไม่สังเกต URL ที่ขึ้นมาตอนสแกน QR Code ก็อาจทำให้หลงเชื่อว่าเป็นเว็บไซต์จริง หรือแอปพลิเคชันจริง ทำให้หลงเชื่อกรอกข้อมูลส่วนบุคคล รหัสผ่าน หรือติดตั้งไวรัสคอมพิวเตอร์ลงในอุปกรณ์ของตนเอง ทำให้เกิดความเสียหายกับพี่น้องประชาชนจำนวนมากนั้น

พงศ์พล’ แนะทิศทาง 'กัญชา(ไม่)เสรี' ลดมอมเมา ขวางมาเฟีย เคลียร์ทางศก.ให้ถูกทิศ

นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ กล่าวถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎร มีมติถอนร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พร้อมเสนอกรอบทิศทาง 'กัญชา(ไม่)เสรี' ควรมีทิศทางเป็นอย่างไร? ระบุว่า...

วันที่ (14 ก.ย.) เมื่อพรบ. กัญชา ถูกถอนจากสภา...เกิดปัญหาสุญญากาศ "กัญชาเสรี 100%" กัดกร่อนบ้านเมือง...เยาวชนยังซื้อ-เสพได้ไม่ผิดกฎหมาย

เมื่อจุดมุ่งหมายคือ กัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ มิใช่เพื่อการสันทนาการ...แต่ร่างกฎหมายล่าสุด ที่พิจารณาในสภา ดันอนุญาติให้ปลูกในครัวเรือนได้ถึง 15 ต้น

เยอะขนาดที่ พี้กันเองในครอบครัวได้เป็นปีๆ...จึงไม่น่าเป็นสิ่งที่ดีกับสังคม และไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติตั้งใจรึปล่าว?

นี่คือกรอบทิศทาง 'กัญชา(ไม่)เสรี' คร่าว ๆ ที่เราน้อมนำเสนอ...

◼️ กัญชาเป็นพืชควบคุม ห้ามปลูกในครัวเรือน ต้องมีใบอนุญาติ สำหรับผู้ประกอบการ (จัดเก็บภาษีสรรพสามิตร เข้ารัฐ)

◼️ ขายเฉพาะในร้านขายยา หรือร้านที่ได้รับอนุญาต ต้องแสดงบัตรประชาชน, เยาวชนต่ำกว่า 20ปี ห้ามซื้อ/ห้ามเสพ

◼️ เมากัญชา แล้วขับขี่พาหนะเป็นความผิด เจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินคดีเสมือนเมาแล้วขับ

◼️ ห้ามเสพที่สาธารณะ สถานศึกษา-สถานที่ทางศาสนา-สำนักงาน-สถานที่ราชการ-สวนสาธารณะ

สุรนันทน์ ขอให้กกต.เปิดกว้างให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสแข่งขันกันอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ในฐานะประธานภาคกรุงเทพฯ ร่วมกับนายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรค ได้ลงพื้นที่ชุมชนวัดดุสิดารามและตลาดบางขุนนนท์ เขตบางพลัด โดยมีนายพัลลภ ปิยะตระกูล เป็นผู้ประสานงานพรรคในพื้นที่ 

นายสุรนันทน์ กล่าวถึงกรณีหลักเกณฑ์ 180 วันก่อนเลือกตั้ง ซึ่งจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 24 กันยายนนี้ว่า เรื่องนี้ควรมีการตีความในข้อปฏิบัติต่างๆ ให้ชัดเจน ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ เพื่อเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสแข่งขันกันอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม  ไม่อย่างนั้นแล้วทุกอย่างก็จะกลับไปสู่วงจรอุบาทว์ทางการเมืองแบบเดิมอีก  
    
ถ้าคิดตามหลักประชาธิปไตยแล้ว เราควรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับรู้ว่า จะมีการเลือกตั้ง แต่ละพรรคจะส่งใครเป็นผู้สมัครเพื่อมาเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน โดยผ่านการเสนอแนวคิด ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือผ่านสื่อที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งทั้งหมดนี้กกต.ก็สามารถตรวจสอบการใช้งบประมาณได้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

นายสุรนันทน์ ยังกล่าวว่า ต้องยอมรับว่าพรรคใหม่ๆ หรือพรรคการเมืองที่ไม่ได้มีบทบาทในรัฐบาลหรือในสภาฯ จะเสียเปรียบกับเรื่องนี้มาก ยกตัวอย่าง ที่ผ่านมาเกิดปัญหาน้ำท่วม เรายังมีโอกาสช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนได้ แต่ขณะนี้ทำอะไรไม่ได้เลย  แต่รัฐบาลยังทำได้ทุกอย่าง ถึงแม้จะมีการอ้างว่าเป็นการทำในฐานะภาครัฐ ไม่ใช่พรรคการเมืองก็ตาม แต่ กกต.จะตีความอย่างไร ว่าการลงปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างๆ  นั้นจะเป็นฐานะรัฐมนตรี, หัวหน้าพรรคการเมือง หรือ ส.ส. โดยไม่มีนัยยะใดๆ แอบแฝง

เช็คสุขภาพเบื้องต้น ด้วยเลือดหยดเดียว ทราบผลใน 90 วินาที

จริงหรือ ตรวจความเสี่ยงโรคด้วยเลือดหยดเดียว ทราบผลใน 90 วินาที ด้วยวิธีใด อะไรจะไวปานนั้น?!
ล่าสุดวงการแพทย์และพยาบาลของเมืองไทยมีนวัตกรรมเทคโนโลยี ชนิดอ่านผลจากเลือดหยดเดียว ใน 90 วินาที ด้วย เครื่องมือ+แถบตรวจ ความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ เบาหวาน หัวใจ  เส้นเลือด ในสมองตีบ หรือแม้แต่มะเร็ง

การตรวจ hs-CRP เป็นนวัตกรรมล่าสุดในเวชศาสตร์ชะลอวัย ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ใช้ในการตรวจค่าระดับการอักเสบในร่างกายด้วยเลือดปลายนิ้วเพียงหนึ่งหยด โดยผู้รับการตรวจไม่ต้องงดน้ำและอาหารให้ยุ่งยากวุ่นวายอีกต่อไป 

ที่สำคัญ สามารถรับทราบ แนวโน้มความเสี่ยงต่อโรค จากการอ่านค่า วัดผล ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ทันที

กล่าวคือ การรู้ก่อน ป้องกันก่อน ที่จะเกิดโรคย่อมดีกว่าป่วยหนักแล้วมีค่าใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลสูง

• ตรวจทำไม...ใครต้องตรวจ
โลกหลังยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ผู้คนต่างใช้ชีวิตเพื่อทำงาน สร้างอนาคต ไม่เพียงละเลยดูแลสุขภาพในการรับประทานอาหาร หรือพักผ่อนน้อย  แต่อาจมีหลายท่านที่ใช้ชีวิตหนักหน่วง ทั้งการกินดื่มตามสะดวก ทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ขาดการออกกำลังกาย และอาจละเลยการตรวจสุขภาพเป็นประจำ นั่นหมายความว่า เรามีความเสี่ยงต่อโรคชนิดไม่ติดต่อ (เบาหวาน หัวใจ ไขมันในเลือดสูง และมะเร็ง) ยิ่งซ้ำเติมด้วย วิกฤตโควิด19 ระบาดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้คนที่เคยติดเชื้อ เกิดความเสี่ยงสูงต่อโรคภัยอื่นมากขึ้น
1 คนทั่วไป ที่มีสิ่งบ่งชี้จากพฤติกรรมความเสี่ยง    
1.1 คนที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ 
1.2 คนที่ไม่ดูแลการกินดื่มตามโภชนาการมาอย่างต่อเนื่อง 
1.3 คนที่ดื่มสุราหรือสูบบุหรี่ เป็นประจำ
2 คนที่อายุ 40 ปีขึ้นไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top