Wednesday, 1 July 2026
Hard News Team

'ธนาคารกสิกร' จ่อฟันโทษ 'พนักงานสาว' หลังไลฟ์ใช้คำหยาบคายขณะปฏิบัติงาน

เมื่อวันที่ (22 ก.ย. 65) ทวิตเตอร์ Red skull โพสต์คลิปวิดีโอขณะที่สาวแบงก์รายหนึ่ง กำลังนั่งทำงานอยู่ และได้ไลฟ์ในแอปพลิเคชันติ๊กต็อก พูดคุยกับคนในแอปฯ ที่เข้าดูไลฟ์ ปรากฏว่ามีช่วงหนึ่งที่เธอกำลังจะนำธนบัตรเข้าเครื่องนับ เธอได้พบกับธนบัตรที่ลูกค้าเย็บแม็กติดมาด้วย เธอพูดคำหยาบใส่ลูกค้า ว่า "แม็กมาทำเ_ี้ยไรก็ไม่รู้"

ล่าสุด ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารต้นสังกัดของสาวในคลิป ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า "ตามที่ปรากฏมีคลิปพนักงานธนาคาร live สด และใช้ถ้อยคำไม่สุภาพขณะปฏิบัติงาน ธนาคารได้ตรวจสอบ และพบว่าเป็นพนักงานของธนาคารจริง ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลที่ไม่เหมาะสม และไม่เป็นไปตามคำนิยมหลักที่ธนาคารกำหนด ทั้งนี้ ธนาคารอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ ตามกระบวนการของธนาคารโดยเร็ว ธนาคารขอเรียนว่า ธนาคารยังคงยึดมั่นและมุ่งมั่นให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าเสมอมา ธนาคารกสิกรไทย 22 กันยายน 2565"


ที่มา : https://www.naewna.com/likesara/681921

https://twitter.com/RedSkullxxx/status/1572746558747316226

'สาวซื้อบ้านมือสอง' กุมขมับ!! เตือนควรเช็กก่อนซื้อ หลังพบปัญหา 'กระเบื้องแตก' ซ่อนอยู่ใต้พรม

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวเตือนอุทาหรณ์ เมื่อผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งได้ออกมาโพสต์เล่าเรื่องราวเตือนภัย สำหรับใครที่คิดอยากจะซื้อบ้านมือสอง แล้วคิดแค่เรื่องทำเลที่ตั้ง รวมทั้งความสวยของตัวบ้าน แต่ไม่ได้เช็กสภาพก่อนที่จะซื้อให้ระวังไว้ เพราะอาจจะเจอเจ้าของโครงการหรือเจ้าของเดิมซ่อนปัญหาไว้ใต้พรมแบบนี้ได้

โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า "อสังหา ตาดีได้ตาร้ายเสีย ที่มาของคำว่า ซ่อนปัญหาไว้ใต้พรม" ซึ่งจะเห็นว่า สภาพบ้านตอนแรกเหมือนจะดี ดูสวยงามน่าอยู่ โดยใต้พรมนั้นซ่อนไว้ด้วยความเสียหาย กระเบื้องแตกมีปัญหา แต่ต้องเปลี่ยน ซึ่งเจ้าของบ้านเก่าได้เอาพรมมาปิดบังไว้นั่นเอง


ที่มา : https://www.tnews.co.th/social/social-news/574557

https://www.tiktok.com/@krubelieve/video/7141251070638001435

สตม.แจง มิสแกรนด์เมียนมาไม่ได้ถูกจับกุม ล่าสุด 'ฮาน เลย์' ได้ไปต่อประเทศที่ 3 แล้ว

จากกรณีที่ปรากฏข่าวว่ามิสแกรนด์เมียนมา (ฮาน เลย์) ถูกจับกุมในประเทศไทย นั้น ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้ชี้แจงว่า มิสแกรนด์เมียนมาได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยผ่านทางท่าอากาศยานกรุงเทพ ในช่วงบ่ายของวันที่ (22 ก.ย. 65) และ สตม. ได้ปฏิเสธการเข้าเมือง ตาม พ.ร.บ. คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 12(1) จากนั้นมิสแกรนด์เมียนมา ก็ได้ประสานงาน กับสายการบินเพื่อเดินทางออกนอกราชอาณาจักรต่อไป

สำหรับการปฏิเสธการเข้าเมือง เพราะหนังสือเดินทางไม่เรียบร้อย ทาง สตม.จึงเชิญตัวฮาน เลย์ ไปยังที่พักรอ แต่ไม่ได้ควบคุมตัวอย่างใด โดยเจ้าหน้าที่ให้เธออยู่ในที่พักรอ ซึ่งตามหลักแล้ว หากเข้าไทยไม่ได้ ก็จะต้องกลับไปทางเดิมที่เดินทางมา หากแต่ ฮาน เลย์ ไม่ประสงค์จะกลับไปยังเวียดนาม แต่จะไปที่อื่นก็ย่อมได้

ทั้งนี้ทาง สตม.ไทยยืนยันว่าใช้หลักปฏิบัตินี้กับชาวต่างชาติทุกคนที่เข้ามาแล้วหนังสือเดินทางไม่เรียบร้อย ไม่ใช่การควบคุมตัวแต่อย่างใด ซึ่งแต่ละวันก็มีผู้โดยสารต่างชาติหลายคนที่ถูกปฏิเสธให้เข้าเมืองเหมือนกับ ฮาน เลย์

ด้านเพจเฟซบุ๊ก LOOK Myanmar ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวนี้ ว่า...

อ.เฉลิมชัย ประกาศเลิกวาดภาพจริงจัง หวังใช้ชีวิตบั้นปลายแสวงหาความสุขให้ตัวเอง

อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ อัดคลิปเปิดใจประกาศชัดไม่วาดภาพแล้ว หลังจากปีก่อนประกาศวางมือทั้งหมด บอกเมียกับลูกแล้ว ย้ำ “วัดร่องขุ่น” อยู่ได้แล้ว ขอขี่ จยย.เที่ยวก่อนตาย

วันนี้ (22 ก.ย. 65) เฟซบุ๊กส่วนตัวของ "นรินทร ทามาส" หรือ "เอ็ม-เมืองพาน" ซึ่งเป็นลูกศิษย์คนสนิทของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ วัย 68 ปี ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย ผู้สร้างสรรค์ศิลปะที่วัดร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย จ.เชียงราย ได้เผยแพร่คลิปอาจารย์เฉลิมชัยตอบคำถามที่ลูกศิษย์ลูกหาสอบถามว่าตอนนี้ไม่ได้วาดภาพแล้วใช่หรือไม่ เพราะเห็นขี่รถจักรยานยนต์ท่องเที่ยวไปตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ อยู่เป็นประจำ ทั้ง ๆ ที่ภาพแต่ละใบมีราคาแพงอย่างมาก

อาจารย์เฉลิมชัยกล่าวว่า สำหรับคนที่ถามก็คงจะเป็นอย่างนั้น แต่สำหรับตนแล้วถือว่ารู้จักพอและตนไม่ชอบการวาดภาพแบบเอาจริงเอาจัง หรือซีเรียสมากเกินไปจนวันตาย เพราะที่ผ่านมาถือว่าตนได้ทำมามากแล้ว และตอนนี้ไม่ทำแล้วเนื่องจากอยากพักผ่อนและอยากใช้ชีวิตที่มีความสุขก่อนที่จะตาย

ดังนั้นจึงปล่อยวางทั้งหมด เริ่มตั้งแต่อายุได้ 55 ปีก็เริ่มเบางาน เมื่ออายุถึง 60 ปีก็เริ่มปล่อยวางมากขึ้น โดยเฉพาะการสร้างสรรค์ผลงานที่วัดร่องขุ่นอันยิ่งใหญ่ก็เริ่มปล่อยวางลงอีก กระทั่งอายุถึง 65 ปีก็ปล่อยทิ้งเลย จนตอนนี้มีการบริหารงานกันเองได้แล้ว เพราะทุกอย่างถือว่าสำเร็จแล้ว ตนจึงมีหน้าที่เหลืออย่างเดียวคือ ท่องเที่ยวเพื่อหาความสุขเพราะพอแล้วทุกอย่าง ซึ่งได้บอกกับภรรยากับลูกว่า..ตนพอแล้วและให้ลูกพึ่งตัวเอง ตนไม่เติมเงินให้อีกแล้ว

อาจารย์เฉลิมชัยกล่าวอีกว่า ชีวิตของแต่ละคนต้องแสวงหาความสุขของตัวเอง ขณะที่ตนมีความปรารถนาตั้งแต่ยังเด็กว่าหากอายุถึง 65 ปี และยังมีชีวิตอยู่ ก็จะท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ อย่างเดียวเพื่อพักผ่อนตามที่ตัวเองชอบ ซึ่งก็คือการขับขี่รถจักรยานยนต์ท่องเที่ยวพร้อมกับลูกศิษย์ลูกหาที่ชื่นชอบการขับขี่แบบนี้ด้วยกัน แล้วจากนั้นก็ป่วยตายไป เพราะตนไม่มีอะไรอีกแล้ว ชีวิตตอนนี้ก็ออกกำลังกายให้แข็งแรงเพื่อจะได้ขับขี่ได้ และมีการนั่งสมาธิภาวนาเพื่อให้จิตใจยอมรับกับทุกเรื่องและสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ซึ่งก็คือความตาย

อัปเดตราคา 'หมู-เนื้อ-ไก่'

อัปเดตราคาอาหารสดวันนี้ มาดูกันว่าตามท้องตลาด ราคาอาหารสด ประจำวันที่ 23 กันยายน 2565 จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ราคาหมู ราคาไก่ ราคาไข่ไก่ รวมไปถึงราคาผักสด เช็กกันเลย..

สมาชิกวุฒิสภา ร่วมการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเครือข่ายสื่อมวลชนภูมิภาค

สมาชิกวุฒิสภา ร่วมการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเครือข่ายสื่อมวลชนภูมิภาค มุ่งสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกวุฒิสภา กับสื่อมวลชนในภูมิภาคในการเป็นเครือข่าย การเผยแพร่ข้อมูลประชาสัมพันธ์ ตลอดจนเพื่อนำเสนอผลงานของวุฒิสภาให้สื่อมวลชนในภูมิภาคได้รับทราบและนำไปเผยแพร่ต่อในช่องทางต่างๆ และ เพื่อนำเสนอผลงานของวุฒิสภาให้สื่อมวลชนในภูมิภาค

(22 ก.ย.65) ที่ ห้อง ออคิด บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมพูลแมน ขอนแก่นราชา ออคิด จังหวัดขอนแก่น พล.อ. สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานกรรมการประชาสัมพันธ์วุฒิสภา ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเครือข่ายสื่อมวลชน กล่าวต้อนรับโดย นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และกล่าวรายงาน โดย นางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานอนุกรรมการเผยแพร่ข้อมูลประชาสัมพันธ์วุฒิสภา 

สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกวุฒิสภา กับสื่อมวลชนในภูมิภาคในการเป็นเครือข่ายการเผยแพร่ข้อมูลประชาสัมพันธ์ ตลอดจนเพื่อนำเสนอผลงานของวุฒิสภาให้สื่อมวลชนในภูมิภาคได้รับทราบและนำไปเผยแพร่ต่อในช่องทางต่างๆ และ เพื่อนำเสนอผลงานของวุฒิสภาให้สื่อมวลชนในภูมิภาคได้รับทราบและนำไปเผยแพร่ต่อในช่องทางต่างๆ และเพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกันในการนำเสนอผลงานและกิจกรรมของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยสื่อมวลชนจากทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมสัมมนา ณ สถานที่จัดสัมมนา จำนวน 80 คน และสื่อมวลชนจากจังหวัดต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ จำนวน 70 คน รวมทั้งสิ้น 150 คน 

พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานกรรมการประชาสัมพันธ์วุฒิสภา กล่าวว่า รู้สึกมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเครือข่ายสื่อมวลชนภูมิภาค ในวันนี้โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้บัญญัติให้วุฒิสภามีหน้าที่ และอำนาจในการกลั่นกรองกฎหมาย การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน การให้คำแนะนำหรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งสำคัญในองค์กรต่างๆ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ซึ่งเป็นหน้าที่และอำนาจในลักษณะเดียวกันกับหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับต่างๆ ที่ผ่านมา 

สำหรับวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาลชุดปัจจุบันนั้น นอกจากจะมีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับวุฒิสภา ตามบทบัญญัติหลักแล้ว รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้เพิ่มหน้าที่และอำนาจโดยเฉพาะ ในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ 

นอกจากนี้ วุฒิสภาในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย ยังมีหน้าที่อื่นๆ ที่เกี่ยวกับการรับฟังข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากประชาชน เพื่อการติดตามผลสัมฤทธิ์ของการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อนำมาเป็นข้อมูล ประกอบในการกลั่นกรองกฎหมาย รวมทั้งการรับฟังความคิดเห็นเพื่อการตรวจสอบและควบคุมการบริหารราชการแผนดิน ซึ่งการทำหน้าที่ดังกล่าวไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือความครอบงำใด ๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์

ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของวุฒิสภาข้างต้น เป็นที่รับรู้ของสาธารณชน และสื่อมวลชนโดยทั่วไป จึงได้มีการจัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเครือข่ายสื่อมวลชนภูมิภาคครั้งนี้ขึ้น เพื่อนำเสนอผลงานของวุฒิสภาให้สื่อมวลชนในภูมิภาคได้รับทราบและนำไปเผยแพร่ต่อในช่องทางต่างๆ และเพื่อเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกันในการนำเสนอผลงานและกิจกรรมของฝ่ายนิติบัญญัติ ในฐานะที่ สื่อมวลชนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเสนอข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

ญี่ปุ่น เข้าแทรกแซงค่าเงินเยนแล้ว ส่งผลให้เงินเยนแข็งค่าอย่างฉับพลัน

ญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตรา (FX) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2541 เพื่อแก้ปัญหาเงินเยนร่วงหนัก หลังถูกกดดันจากกรณีที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษ สวนทางกับการเร่งคุมเข้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของญี่ปุ่นและสหรัฐขยับกว้างมากยิ่งขึ้น

นายมาซาโตะ คันดะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการต่างประเทศของญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (22 ก.ย.) ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว เนื่องจากเงินเยนอ่อนค่าลงเพียงฝั่งเดียวแบบฉับพลัน โดยการเข้าแทรกแซงครั้งล่าสุดนี้ทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น 1.1% แตะที่ 142.48 เยนต่อดอลลาร์ หลังจากที่เงินเยนอ่อนค่าลงหลุดระดับ 145 เยนต่อดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2541 เนื่องจาก BOJ ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ที่ระดับต่ำเป็นพิเศษในวันนี้ หลังจากที่เฟดประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% เมื่อวานนี้ (21 ก.ย.)

ทางการญี่ปุ่นได้ยกระดับการเข้าแทรกแซงโดยวาจาตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้าการเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราเพียงไม่กี่ชั่วโมง นายคันดะเพิ่งออกมากล่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นพร้อมที่จะเข้าดำเนินการแทรกแซงได้ตลอดเวลา และอาจทำการแทรกแซงแบบไม่แสดงตัว โดยก่อนหน้านี้ BOJ ได้ทำการตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนในตลาด FX ในเดือนนี้ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการเตรียมการก่อนเข้าแทรกแซงโดยตรง

'ประชาธิปัตย์ พร้อมสู่สนามการเลือกตั้ง' เป็นประโยคของ 1 ใน 2 ของ 'ขุนพล' ประชาธิปัตย์ภาคใต้ 'นิพนธ์ บุญญามณี' ที่กล่าวกับ สื่อในส่วนกลาง เมื่อถูกถามถึงความพร้อมของการเข้าสู่ 'สนามการเลือกตั้ง'

ถามว่าทำไม 'สื่อ' ถึงให้ความสำคัญกับความพร้อมของประชาธิปัตย์ในสนามการเลือกตั้งที่ภาคใต้ เพราะสำหรับประชาธิปัตย์ ภาคใต้คือ ที่มั่น ที่สุดท้าย ที่จะต้องรักษาด้วยชีวิตกับการเลือกตั้งในครั้งที่จะถึงนี้ ส่วนสนามเลือกตั้งในภาคอื่น ๆ และแม้แต่กทม. ยังยากที่ประชาธิปัตย์จะกลับไปปักธงเพื่อได้สส. เป็นกอบเป็นกำเหมือนในอดีต 

ประชาธิปัตย์ มีความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สำหรับการเลือกตั้งในครั้งนี้ เพราะมีการปรับขบวนทัพด้วยการเอาคนรุ่นใหม่ ลงสนามเลือกตั้งแทนนักการเมืองรุ่นเก่าที่ลาออก เพื่อย้ายไปอยู่ยังพรรคการเมืองอื่น ๆ ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้มีพรรคการเมืองจำนวนมากที่หอบกระสุนเงินเข้ามาเพื่อแย่งชิงที่นั่งของ สส.ในภาคใต้ เช่นพรรคภูมิใจไทย,พรรครวมไทยสร้างชาติ, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคสร้างอนาคตไทย ที่พร้อมใจกัน ยาตราทัพ เข้ามาเพื่อทำศึกสงครามในภาคใต้ เพราะเชื่อว่ามี เปอร์เซ็นของชัยชนะที่สูงกว่าการไปทำศึกสงครามกับพรรคเพื่อไทย ในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ 

สนามของภาคใต้สำหนรับประชาธิปัตย์จึงเป็นมวยรุมที่มีพรรคการเมืองที่มีชื่อชั้นอย่างน้อย 4 พรรคมะรุมมะตุ้ม จนกลายเป็น มวยหมู่ ที่สร้างความเหนื่อยหน่ายให้กับประชาธิปัตย์มากกว่าการเลือกตั้งในครั้งที่ผ่านมา ที่ต้องเสียที่นั่ง ให้กับพลังประชารัฐ13 ที่นั่ง และภูมิใจไทย อีก 8 ที่นั่ง และ พรรคอื่นๆอีก 7  ที่นั่ง 

แต่...เชื่อว่า หลังการพ่ายแพ้อย่างยับเยินในครั้งที่แล้วในภาคใต้แกนนำของพรรคประชาธิปัตย์ มีการถอดบทเรียนของความพ่ายแพ้ที่ได้รับ และมีการแก้เกมมีการวางแผนในการต่อสู้ในสนามเลือกตั้งครั้งนี้อย่างรอบคอบเพื่อมิให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม เลือดเก่าไหนออกเป็นเรื่องปกติของการเมืองหลายคนออกไปกลายเป็นการขจัดจุดอ่อนในการเลือกตั้งครั้งนี้ ประเด็นสำคัญ ผู้รับผิดชอบในการเลือกตั้งต้องมีการเทรนบรรดาเลือดใหม่อย่างไรให้เข้าตาประชาชน เพราะจุดอ่อนของว่าที่ผู้สมัครที่สำคัญที่สุดคือขาดประสบการณ์ทางการเมืองเขี้ยวและ คม ยังไม่ลากดิน อาจเสียเชิงและเสียที่ให้กับคู่ต่อสู้ได้ง่าย 

จุดอ่อนของประชาธิปัตย์ในยุคที่จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เป็นหัวหน้าพรรคคือ งานด้านสื่อสารกับสังคมของพรรคในภาพรวมที่ขาดความโดดเด่นทั้งที่ยึดกุมกระทรวงที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับปากท้องของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ คือกระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงเกษตรฯ ที่มีผลงานในเรื่องการประกันราคาพืชผลและในเรื่องของการค้า-การขายการสื่อสารต่อสังคมของจุรินทร์ขาดความเฉียบคมแม้แต่เรื่องของปาล์มน้ำมันที่สร้างความร่ำรวยให้เกษตรกรในภาคใต้ ซึ่งควรจะเป็นโบว์แดงของพรรค ก็ยังไม่มีการหยิบยกให้เป็นประโยชน์เพื่อชี้ให้เห็นถึงผลงานของพรรค

‘บิ๊กป้อม’ ลุยจัดสรรที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่ป่าไม้ถาวร

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เห็นชอบการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่ป่าไม้ถาวร และให้กรมป่าไม้ดำเนินการกำหนดพื้นที่เป้าหมายการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในพื้นที่ป่าไม้ถาวร โดยพิจารณาถึงพื้นที่ป่าไม้ถาวรที่ได้จำแนกไปแล้ว และที่อยู่ระหว่างการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2540 ของกรมพัฒนาที่ดิน 

รวมทั้งเห็นชอบการเสนอเรื่องขอยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2540 เรื่อง มาตรการและแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับพื้นที่ป่าไม้ในภาพรวมทั้งประเทศ โดยเรื่องที่ราษฎรร้องเรียนให้เพิกถอนเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดหรือสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดได้รับเรื่องไว้แล้ว 

รวมถึงเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2540 ที่เกี่ยวข้อง ให้กรมพัฒนาที่ดินดำเนินการต่อไปให้แล้วเสร็จ จนกว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติยกเลิกหรือมีข้อสั่งการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ นำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและจัดทำกระบวนการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในพื้นที่ป่าไม้ถาวรเสนอคณะอนุกรรมการจัดที่ดินเพื่อพิจารณาต่อไป

‘เพื่อไทย’ โชว์วิชั่นแก้ปัญหาศก.-แนวทางสร้างรายได้ที่ชัดเจน ปชช.พัทลุงเฮรับล้นหลาม พร้อมเปิดตัวแอพฯ รวบรวมปัญหาที่ดิน ดันแก้กม.ที่ดินทับซ้อน

เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่จังหวัดพัทลุง นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วย นายปฎิพัทธ์ เมืองสุวรรณ์ และนายสุพัฒน์ แก้วจันทร์ อาสาพรรคเพื่อไทยจังหวัดพัทลุง จัดกิจรรมเปิดตัวแอพพลิเคชั่น “Surver 123” ซึ่งเป็นหนึ่งแผนจากโครงการ “พนาเศรษฐกิจ” ที่อาสาพัฒนาที่ดินทำกินของพรรคเพื่อไทยได้ลงไปดำเนินการสำรวจและรวบรวมปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนตั้งแต่ภาคเหนือ จรดภาคใต้ 

นายวรวัจน์ กล่าวว่า วันนี้จังหวัดพัทลุงปัญหาที่ดินถือเป็นปัญหาใหญ่ มีพี่น้องประชาชนหลายครัวเรือนที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง หรือที่ดินไปทับซ้อนกับพื้นที่ของหน่วยงานรัฐ วันนี้เราจึงพยายามแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน จึงพัฒนาแอพพลิเคชั่น “Surver 123” ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่กลุ่มอาสาพัฒนาที่ดินทำกินของพรรคเพื่อไทยพัฒนาขึ้นเพื่อรวบรวมปัญหาที่เกี่ยวข้องกับที่ดินของประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ โดยประชาชนที่มีปัญหาเกี่ยวกับที่ดินทำกินสามารถสแกน QR Code แล้วแจ้งข้อมูลปัญหาที่ตนเองกำลังประสบลงไปบนเครือข่าย จากนั้น อาสาพัฒนาที่ดินทำกินของพรรคเพื่อไทยจะรวบรวมข้อมูลที่ได้รับจากประชาชน สรุปเป็นข้อเสนอส่งไปยังพรรคเพื่อไทย เพื่อให้พรรคดำเนินการคิดนโยบายมาแก้ปัญหาในภาพรวมที่เป็นรูปธรรมให้กับพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เช่น อาจจะเป็นการแก้ไขกฎหมายที่ดินในอนาคต ดังนั้น จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่มีปัญหาเกี่ยวกับที่ดิน ร่วมกันสะท้อนปัญหาของตนเองผ่านช่องทางดังกล่าว ขณะเดียวกันอาสาพัฒนาที่ดินทำกินของพรรคเพื่อไทยส่วนหนึ่งจะลงพื้นที่ไปสำรวจ และรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน พร้อมส่งข้อมูลที่ลงไปพบเจอด้วยตนเองมาทางแอพพลิเคชั่น “Surver 123” ด้วยเช่นกัน ซึ่งหากประชาชนที่ไม่สะดวกให้ข้อมูลผ่านช่องทาง QR Coad ก็สามารถเรียกหาอาสาพัฒนาที่ดินทำกินพรรคเพื่อไทยในพื้นที่ของท่านให้ไปเก็บข้อมูลปัญหาให้ได้ ทั้งนี้ เราเปิดตัวแอพพลิชั่นนี้ที่จังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดแรกแล้ว ตนเองมองว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของการร่วมมือกันระหว่างองค์กรพรรคการเมือง กับประชาชนในการแก้ปัญหาให้กับชุมชนของพวกเรา

“นอกจากการเปิดตัวแอพพลิเคชั่นดังกล่าวแล้ว การลงพื้นที่จังหวัดพัทลุงในครั้งนี้ของตน และอาสาพรรคเพื่อไทย ยังมีการเปิดตัวปฏิทินปฏิบัติการในแปลงปลูก โดยปฏิทินดังกล่าวจะรวบรวมข้อมูล และผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์มาคำนวณเป็นกำหนดการเพาะปลูกในพื้นที่ในแต่ละพื้นที่ว่าพืชชนิดใด อาทิ ทุเรียน หรือส้มโอ ควรต้องปฏิบัติในแปลงปลูกอย่างใดจึงจะเหมาะกับสภาพอากาศ และปริมาณน้ำในช่วงเวลานั้นๆ และในอนาคตเรามีแนวคิดที่จะพัฒนาต่อยอดเป็นระบบ AI ในการวัดอุณหภูมิ รวมถึงสภาพอากาศของแต่ละพื้นที่ที่สัมพันธ์กับปัญหาโรคและแมลงซึ่งเป็นศัตรูพืช เพื่อหาทางป้องกันปัญหาดังกล่าวล่วงหน้า นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังมีนวัตกรรมจะนำมาใช้เพิ่มผลผลิต และเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนที่ปลูกยางพารา โดยที่ผ่านมาเราได้ทดลองทำเครื่องมือที่จะสามารถทำให้กรีดยางพาราได้ตลอดทั้งปี โดยประชาชนไม่ต้องลงแรงออกไปกรีดยางด้วยตนเอง พรรคเพื่อไทยตอบสนองปัญหาที่พี่น้องประชาชนภาคใต้สะท้อนมายังพรรคอย่างเต็มที่ และพยายามขับเคลื่อนการทำงานในแต่ละจังหวัดให้ตรงกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ โดยยึดการมีส่วนร่วมของประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่เป็นสำคัญ เพราะหัวใจของเราคือการทำงานให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง” นายวรวัจน์ กล่าว

นายวรวัจน์ กล่าวด้วยว่า หลังจากเปิดตัวที่จังหวัดพัทลุงแล้ว คณะอาสาเพื่อไทยจะเดินทางไปเปิดแนวทางการพัฒนาลักษณะนี้ต่อที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน นอกจากนี้แล้ว ยังจะเปิดแนวคิดนคร 8 วิถี 9 วัฒนธรรมไทย ซึ่งประกอบไปด้วย การพัฒนาแนวคิด [Soft power] ยกระดับเมืองท่องเที่ยวระดับโลกด้วยวิถีไทยด้านอาหาร,ดนตรี,ภาษา,ประเพณี,สถาปัตยกรรม,ข้าวของเครื่องใช้,เครื่องแต่งกาย และความเป็นมงคล เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในจังหวัด และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ด้วยเสน่ห์ขอบวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทย และเปิดแนวคิดทางด้านนวัตกรรมที่สำคัญ คือ การใช้เทคโนโลยีเพื่อแปรรูปพืชผลทางการเกษตร และเพื่อนำไปสู่การส่งออกผลผลิตให้กับพี่น้องเกษตรกรทางภาคเหนือด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top