Tuesday, 9 June 2026
Hard News Team

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 1 เร่งช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตำบลทับมา จังหวัดระยอง รับมือสถานการณ์น้ำท่วม

เมื่อวานนี้ (8 ก.ย.68) ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 1 เร่งจัดกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตำบลทับมา จังหวัดระยอง ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม อันเนื่องมาจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังและระบบระบายน้ำไม่ทัน

ในการนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ทัพเรือภาคที่ 1 ได้รับการสนับสนุนกำลังพลจากกองพันทหารราบที่ 7 กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน (พัน.ร.7 กรม ร.3 พล.นย.) กำลังพลจากเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ และเรือหลวงรัตนโกสินทร์ ร่วมปฏิบัติภารกิจบรรจุถุงทรายและวางแนวป้องกัน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

ทั้งนี้ ได้จัดเตรียมกำลังพลเพื่อ เพื่อสนับสนุนในการดำเนินการอพยพประชาชนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และสนับสนุนภารกิจอื่นๆตามที่ร้องขอต่อไป

เปิดเงื่อนไขใหม่สหรัฐฯ กดดันฮามาส เพื่อสันติภาพอิสราเอล ‘ทรัมป์’ ยันพร้อมแลกเปลี่ยนตัวประกัน และยุติสงครามในกาซ่า

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (7 ก.ย. 68) สื่ออิสราเอล Channel 12 รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยื่นข้อเสนอหยุดยิงฉบับใหม่ต่อกลุ่มฮามาส ผ่านนักเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพชาวอิสราเอล โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติสงครามในกาซ่า 

ข้อเสนอของทรัมป์ประกอบด้วยเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ การปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอล 48 คนในวันแรกของการหยุดยิง การหยุดปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลและถอนกำลังออกจากเมืองกาซ่า การปล่อยนักโทษปาเลสไตน์ราว 2,500–3,000 คน รวมถึงผู้ต้องโทษตลอดชีวิต และการเปิดเจรจาทันทีเพื่อหาทางยุติสงคราม โดยทรัมป์ประกาศพร้อมเข้าแทรกแซงด้วยตนเอง หากฮามาสตอบรับข้อเสนอ

ฝ่ายอิสราเอล โดยสำนักงานนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่ากำลัง “พิจารณาอย่างจริงจัง” ต่อข้อเสนอดังกล่าว ขณะที่กลุ่มฮามาสยืนยันว่าได้รับ “แนวคิดบางส่วน” ผ่านคนกลาง และยินดีเข้าสู่การเจรจา โดยย้ำเงื่อนไขหลักคือการยุติสงครามอย่างถาวร การถอนกำลังอิสราเอลทั้งหมด และเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่กาซา

ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นในช่วงที่อิสราเอลเร่งปฏิบัติการ “ขั้นตอนสูงสุด” ด้วยการโจมตีอย่างหนักในกาซ่าซิตี้ ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตชาวปาเลสไตน์พุ่งเกิน 64,000 ราย ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้แรงกดดันต่อทุกฝ่ายเพิ่มสูงขึ้น ทรัมป์เองประกาศว่า “นี่คือคำเตือนครั้งสุดท้ายถึงฮามาส” พร้อมย้ำว่าความพยายามหยุดสงครามครั้งนี้ “อาจใกล้ได้ข้อยุติในเร็วๆ นี้”

ชาวบ้านไม่ทน!! ขับไล่เมียเขมรของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ หลังพบเป็นไส้ศึก...แอบถ่ายภาพอาวุธ-รถถังไทย ส่งทหารกัมพูชา

เมื่อวันที่ (7 ก.ย.68) ที่ศาลาประชาคมบ้านไซรไปร ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ชาวบ้านรวมตัวประชุมเพื่อหารือกรณีหญิงชาวกัมพูชาชื่อ 'นางเขื่อน' ภรรยาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นไส้ศึก แอบถ่ายภาพรถถังและอาวุธของทหารไทย ส่งต่อให้ฝั่งกัมพูชา รวมถึงแชร์โพสต์บิดเบือนใส่ร้ายทหารไทย ทำให้ชาวบ้านมีมติเรียกร้องให้ขับออกจากพื้นที่

นายสมบัติ สุขงาม กำนัน ต.ไพรพัฒนา ระบุว่า การกระทำดังกล่าวสร้างความไม่สบายใจต่อชุมชนชายแดน เพราะเป็นช่วงที่สถานการณ์ไทย-กัมพูชาตึงเครียด จึงเชื่อว่าการแชร์พิกัดและข้อมูลทางทหารอาจกระทบต่อความปลอดภัยของชาวบ้านและกองกำลังในพื้นที่ ขณะที่ชาวบ้านจำนวนมากรวมหลักฐานการโพสต์และคลิปบิดเบือนมานำเสนอในการประชุม

ต่อมา วันที่ 8 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ปกครอง ทหาร ตำรวจ และตรวจคนเข้าเมือง ร่วมประชุมตรวจสอบ พบว่านางเขื่อนแม้จะมีพาสปอร์ตถูกต้อง แต่วีซ่าขาดอายุตั้งแต่ พ.ค. 2566 อีกทั้งมีญาติรวม 7 คน ที่บางส่วนหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงสรุปผลให้ดำเนินคดีตามกฎหมายและผลักดันออกนอกประเทศ

พ.ต.ท.หญิง มณีพร บุญเลี้ยง สารวัตร ตม. เปิดเผยว่า ได้แจ้งข้อหาอยู่เกินกำหนด 2 ราย และข้อหาหลบหนีเข้าเมือง 5 ราย ก่อนนำตัวทั้งหมดไปบันทึกการจับกุม ส่งฟ้องศาล และเตรียมผลักดันออกนอกประเทศ ขณะที่ชาวบ้านไซรไปรกว่า 200 คนที่มารอฟังผลพอใจกับการดำเนินการ และแยกย้ายกลับโดยสงบ

9 กันยายน พ.ศ. 2528 เกิดเหตุการณ์กบฏ 9 กันยา หวังยึดอำนาจ ‘พล.อ.เปรม’ ฝีมือ ‘กลุ่มทหารนอกราชการ’ แต่ปฏิบัติการล้มเหลว

วันนี้ เมื่อ 40 ปีก่อน เกิด ‘กบฏ 9 กันยา’ ขึ้นในช่วงที่ พล.อ.เปรม นายกฯ(ในขณะนั้น) และ พล.อ. อาทิตย์ ผบ.ทบ (ในขณะนั้น) เดินทางไปราชการต่างประเทศ

ย้อนกลับไปช่วงเช้ามืดของวันที่ 9 กันยายน 2528 ราว 03.00 น. กลุ่ม “ทหารนอกราชการ” ได้นำกำลังทหารราว 500 นายก่อการยึดอำนาจ โดยการรัฐประหารเริ่มที่กำลังทหารจากกรมอากาศโยธินได้เข้าจับกุมตัวพลอากาศเอกประพันธ์ ธูปเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศที่บ้านพักเพื่อใช้เป็นตัวประกัน และกำลังทหารอีกส่วนหนึ่งพร้อมรถถังของกรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ได้เข้ายึดกองบัญชาการทหารสูงสุด สนามเสือป่า เพื่อใช้เป็นกองบัญชาการคณะรัฐประหาร

พร้อมกับได้เข้ายึด ทำเนียบรัฐบาล ลานพระบรมรูปทรงม้า สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ และองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (อ.ส.ม.ท.) โดยมี พันเอกมนูญ รูปขจร (ปัจจุบัน พลตรีมนูญกฤต รูปขจร) นายทหารที่เคยถูกให้ออกจากราชการเนื่องจากก่อกบฏเมษาฮาวายเมื่อ 4 ปีก่อนหน้าเป็นผู้นำ พร้อมด้วยนาวาอากาศโทมนัส รูปขจร น้องชาย โดยกำลังทหารที่ใช้รัฐประหารมาจากหน่วยทหารม้าที่พันเอกมนูญเคยเป็นผู้บังคับบัญชา และทหารอากาศของน้องชาย (ขาดหน่วยทหารราบซึ่งเคยเป็นกำลังสำคัญของการรัฐประหารแทบทุกครั้ง?)

นอกจากพันเอกมนูญแล้วยังมีนายทหารนอกราชการชั้นผู้ใหญ่อย่าง พลเอกเสริม ณ นคร, พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์, พลเอกยศ เทพหัสดิน ณ อยุธยา รวมถึงพลเรือนที่เป็นผู้นำแรงงาน เช่น นายสวัสดิ์ ลูกโดด, นายประทิน ธำรงจ้อย และนายเอกยุทธ อัญชันบุตร เจ้าของแชร์ชาร์เตอร์ ผู้เสียประโยชน์จากการปราบปรามเงินนอกระบบและทรัสต์เถื่อนของรัฐบาลในขณะนั้นเป็นผู้ร่วมก่อการ

คณะผู้ก่อการฉวยโอกาสยึดอำนาจในช่วงที่ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี (ในขณะนั้น) อยู่ระหว่างเดินทางเยือนประเทศอินโดนีเซีย และพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการทหารสูงสุดอยู่ที่สวีเดน

ส่วนสาเหตุที่ผู้ก่อการใช้เป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจคือ รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปัญหาการว่างงาน ปัญหาอาชญากรรม รวมทั้งยังล้มเหลวในการรักษาความเป็นเอกภาพและบูรณภาพของประเทศ (รายงานของ The New York Times)

การปะทะกันระหว่างฝ่ายกบฏและฝ่ายรัฐบาลเกิดขึ้นบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า โดยฝ่ายกบฏได้ระดมยิงเสาอากาศวิทยุและอาคารของสถานีวิทยุกระจายเสียงกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ และบริเวณวังปารุสกวัน ที่ตั้งของกรมประมวลข่าวกลาง (สำนักข่าวกรองแห่งชาติในปัจจุบัน) ทำให้ นีล เดวิส (Neil Davis) และวิลเลียม แลตช์ (William Latch) สองนักข่าวชาวต่างชาติเสียชีวิต

ถึงเวลาราว 15 นาฬิกา กองกำลังฝ่ายกบฏก็ยอมจำนน ความสูญเสียถึงชีวิตที่เกิดขึ้นนอกจากสองนักข่าวต่างประเทศแล้วยังมีทหารอีก 2 ราย และประชาชนอีก 1 ราย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 60 ราย

ในช่วงต้นของเหตุการณ์ ฝ่ายกบฏได้ประกาศชื่อของ พลเอกเสริม ณ นคร ว่าเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหารแต่เมื่อการยึดอำนาจล้มเหลว พลเอกเสริม กลับอ้างว่าตนรวมถึง พลเอกเกรียงศักดิ์ และพลเอกยศ ล้วนถูกบีบบังคับให้เข้าร่วม

แม้การกบฏจะมีโทษร้ายแรงถึงชีวิต แต่หลังการเจรจารัฐบาลก็ยอมให้พันเอกมนูญเดินทางไปยังสิงคโปร์ ส่วนนาวาอากาศโทมนัส สามารถหลบหนีไปได้ และในปี 2531 รัฐบาลก็ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับผู้ต้องคดีกบฏในครั้งนี้

นอกจากนี้ การที่คณะกบฏไม่มีหน่วยทหารราบมาเข้าร่วมยึดอำนาจเช่นครั้งก่อนๆ ยังทำให้เกิดการสันนิษฐานว่าอาจมีผู้ร่วมก่อการบางราย “ไม่มาตามนัด” โดยเป้าจะอยู่ที่นายทหารคุมกำลังสำคัญอย่างพลโทพิจิตร กุลละวณิชย์ แม่ทัพภาคที่ 1 ที่มาฐานบัญชาการต้านรัฐประหารที่กรมทหารราบที่ 11 ล่าช้า และพลโทพิจิตรเองก็ได้เป็นผู้เจรจากับฝ่ายรัฐประหารและเปิดโอกาสให้พันเอกมนูญออกนอกประเทศ

ภายหลังเหตุการณ์กบฏ 9 กันยายน 2528 ได้เกิดการเปลี่ยนขั้วอำนาจภายในกองทัพ โดยพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ หนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในการต่อต้านการยึดอำนาจ ได้ขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการกองทัพบกแทนที่ พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ซึ่งพลเอกเปรมประกาศในวันที่ 24 มีนาคม 2529 ว่าจะไม่มีการต่ออายุราชการให้พลเอกอาทิตย์อีกเป็นครั้งที่สอง และสั่งปลดพลเอกอาทิตย์จากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในวันที่ 27 พฤษภาคม 2529 คงไว้แต่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด

สว.'โวย' รัฐบาลเพื่อไทยบริหารประเทศ 2 ปี  เลือกเลขาธิการ ศอ.บต.ไม่ตรงกับปก ไม่มียุทธศาสตร์ใหม่พัฒนา ทำงานไม่ตรงกับมิติ ศอ.บต.พัฒนา สร้างความเป็นธรรม แย่งชิงมวลชน 

ฝากรัฐบาล 'อนุทิน' เอาคนมานั่งเลขาธิการ ศอ.บต.มาจากปกครอง ทำงานกับผู้ว่าฯนายอำเภอ

จากกรณีที่เลขาธิการ ศอ.บต. พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรัตน์ ย้ายเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน รัฐบาลต้องรีบแต่งตั้ง เลขาธิการคนใหม่มาทำหน้าที่บริหารเพื่อพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่มีปัญหาแทรกซ้อนมากมาย

(9 ก.ย.68) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกที่ปรึกษาศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.)กล่าวว่าโยกย้ายเลขาธิการ ศอ.บต.ไปทำหน้าที่ปลัดกระทรวงแรงงานฯที่ผ่านมา ศอ.บต.มีความบิดเบี้ยวหลายประการ ถูกวิพากวิจารณ์ว่าให้ผู้ทำงานเลขาธิการ ศอ.บต.ไม่ตรงกับปกไม่ตรงกับงานทำหน้าที่ ตนเรีกยอย่างนี้ว่า ศอ.บต.เป็นหน่วยงานที่มีมิติในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาดูแลในการสร้างงาน การลงทุน การพัฒนา เพื่อให้ชายแดนภาคใต้มีเม็ดเงินเพิ่มขึ้น ต้องการเห็นคุณภาพชีวิตของคนใน 3 จังหวัดและ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ดีขึ้น

“เราไม่ต้องการเห็นคนว่างงาน เดินทางไปทำงานในต่างภูมิภาค เดินทางไปทำงานในต่างประเทศมาเลเซีย เราไม่ต้องการเห็นนักเรียนที่จบมาใหม่ตกงาน เพราะเราไม่มีอุตสาหกรรมอะไรรองรับ เพราะนักลงทุนไม่กล้ามาลงทุนในชายแดนภาคใต้ เพราะไม่มีความปลอดภัย”

นายไชยยงค์ ฯกล่าว มิติในการทำหน้าที่ของ ศอ.บต.คือมิติของการพัฒนา มิติสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้น มิติการแย่งชิงมวลชน มิติทำความเข้าใจแก่ประชาชนให้เป็นคนของรัฐ ให้หันมาสนับสนุนนโยบายของรัฐ แต่ที่ผ่านมาหลายเรื่องเราไม่ทำ  โดยเฉพาะ 2 ปีที่ตั้งแต่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล งานด้านการพัฒนาของจังหวัดชายแดนใต้ที่เป็นเรื่องใหม่ๆยุทธศาสตร์ใหม่ๆ พึ่งจะเห็นใน 2 เดือนสุดท้ายมีการระดมใช้นโยบายวาระน้ำกระท่อมพืชกระท่อม ต้มน้ำกระท่อมขายอย่างจริงจัง ทำได้อย่างจริงจังแค่ 2 เดือน เลขาธิการ ศอ.บต.ย้าย เปลี่ยนรัฐบาล การต่อสู้กับยาเสพติดในระดับล่างคือพืชกระท่อม เข้าใจว่าคงยุติแค่นี้

นายไชยยงค์ฯ ยังกล่าวว่า ปัญหาของ ศอ.บต.ที่ผ่านมาเหมือนกับเราไม่รู้ว่า ศอ.บต.ทำงานกับใคร ศอ.บต.ทำงานกับฝ่ายปกครอง ฉะนั้นคนที่จะมานั่งในตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต.มาจากฝ่ายปกครองมาจากผู้ว่าฯมาจากอธิบดีฝ่ายปกครอง เพราะอะไร เพราะเลขาธิการ ศอ.บต.และหน่วยงาน ศอ.บต.ต้องทำงานกับผู้ว่าฯทั้ง 5 จังหวัด นายอำเภอ

“แต่เมื่อเรามาไล่ดูวันนี้เลขาธิการ ศอ.บต.มาจากระทรวงยุติธรรม รองเลขาธิการคนแรกมาจาก ปปส. รองคนที่สองมาจากดีเอสไอ. รองคนที่สามว่างงาน เพราะไม่มีคนใช้งาน เพราะฉะนั้น 2 ปีที่ผ่านมา ศอ.บต.ตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผิดฝาผิดตัวมา วันนี้ถือว่าที่ผ่านแล้วผ่านไป รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามารับผิดชอบบริหารประเทศไทย จะต้องส่งคนที่มีความรู้ความสามารถและคัดเลือก” บุคลากรมาจากฝ่ายฝ่ายปกครอง มาทำหน้าที่เลขาธิการ ศอ.บต.เพื่อที่จะได้แก้ปัญหา ในเรื่องการพัฒนาพื้นที่ พัฒนาคุณภาพชีวิตและเรื่องอื่นๆ เพราะ ศอ.บต.อีกขาที่ไปหนุนเสริม กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องเดินคู่กัน ต้องมีการทำหน้าที่ที่มีประสิทธิภาพไปพร้อมๆกัน เป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลชุดใหม่ ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี”

นายไชยยงค์ฯ กล่าวต่ออีกว่า ประเด็นแรกเลขาธิการ ศอ.บต.จะต้องมาจากฝ่ายปกครอง ในอดีตที่แรกเริ่มก่อตั้งดำรงตำแหน่ง ผอ. ศอ.บต.เป็นคนของฝ่ายปกครอง เอารองปลัดกระทรวงคนหนึ่งคนใดมาทำหน้าที่ ผอ.ศอ.บต.ในการทำงานเป็นเนื้อเดียวกันผู้ว่าฯเพราะตำแหน่งรองปลัดกระทรงมหาดไทยไปจากผู้ว่าฯ การบริหารจึงเป็นเนื้อเดียวกัน

นายไชยยงค์ฯ กล่าวอีกว่า ระยะหลังๆเอาคนจากคนอื่นๆมาเป็นเลขาธิการ ศอ.บต.เชื่อไหม คำสั่งเชิญผู้ว่าฯไปประชุมที่ ศอ.บต.บางจังหวัดไม่ให้ความสำคัญ บางจังหวัดส่งปลัดไป ตนเป็นที่ปรึกษามานานมาก ตนเห็นปรากฎการณ์ความเสื่อมถอยของ ศอ.บต.ที่เราได้เลขาธิการไม่ตรงกับการทำหน้าที่ ต้องเข้าใจว่าวัฒนธรรมขององค์กระทรวงมหาดไทยเขาจะฟังคนที่มาจากมหาดไทยเป็นหลัก เมื่อเลขาธิการ ศอ.บต.มาจากตำรวจ ทหาร มาจากกระทรวงยุติธรรม ไม่สามารถทำงานประสานกับฝ่ายปกครองได้เนื้อเดียวกัน ฝากไว้ให้พิจารณา

ผบ.ตร. ให้ตรวจสอบ เรียกคืน และตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีกระสุนขนาด 9 มม. ใช้ทดสอบยิงแล้วเกิดความเสียหายต่ออาวุธปืนของทางราชการ  

(8 ก.ย.68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีที่ปรากฏภาพในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กระสุนปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อ VENOM เกิดการระเบิดบริเวณจานท้ายปลอกกระสุน ทำให้อาวุธปืนที่ใช้ยิงเกิดความเสียหาย ซึ่งเกิดขึ้นในขณะการฝึกยิงปืนตามโครงการฝึกทักษะยิงปืนให้แก่ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงานป้องกันปราบปราม สืบสวน และจราจร ในสถานีตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นั้น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีการสั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าคุณลักษณะเฉพาะของกระสุนมีความเหมาะสมต่อการใช้งานกับอาวุธปืนของทางราชการหรือไม่ และกระสุนที่ส่งมอบดังกล่าวมีการผลิตได้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้งานอาวุธปืน หรือไม่

ทั้งนี้ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่า กระสุนขนาด 9 มม. ที่มีภาพปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ เป็นกระสุนยี่ห้อ VENOM ที่จัดหาโดยสำนักงานส่งกำลังบำรุง ในปี พ.ศ.2567 ตามสัญญาเลขที่ สพ.3/2567 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 ส่งมอบครบถ้วนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 โดยกองสรรพาวุธได้แจกจ่ายกระสุนปืนดังกล่าวให้หน่วยต่างๆ ในสังกัด รับไว้ใช้ในราชการแล้ว 

กระสุนยี่ห้อ VENOM ดังกล่าว ผลิตโดย บริษัท MEDEF DEFENCE สาธารณรัฐทูร์เคีย(ตุรกี) เป็นผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน นาโต้ สแตนดาร์ด (NATO Standard) มีผลิตและส่งออกไปหลายประเทศ เช่น ตุรกี อเมริกา และในยุโรป ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพ เป็นไปตามคุณลักษณะเฉพาะที่กำหนดใน TOR ได้แก่ การสุ่มตรวจคุณภาพกระสุน จากจำนวนกระสุนทั้งหมด โดยยิงทดสอบความคงทนของปลอกกระสุนจะไม่แตกหรือร้าว ยิงทดสอบขนาดของกลุ่มกระสุนที่ระยะ 25 หลา ยิงทดสอบเพื่อดูความเร็วต้นด้วยเครื่องมือมาตรฐาน ความเร็วที่วัดได้ค่าเฉลี่ย 383 เมตรต่อวินาที น้ำหนักหัวกระสุน 124 เกรน และตรวจสอบความถาวรของดินส่งกระสุน กระสุนเคลือบด้วยสารกันน้ำทั้งนัด ทั้งนี้ ในขั้นตอนการตรวจรับไม่พบว่ามีกระสุนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การทดสอบแต่อย่างใด ขั้นตอนการจัดหา มีความโปร่งใส การตรวจรับพัสดุเป็นไปตามระเบียบสามารถตรวจสอบได้มีการบันทึกภาพ และคลิปวิดีโอ ไว้ทุกขั้นตอน 

แนวทางการปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองสรรพาวุธได้มีหนังสือแจ้งให้ทุกหน่วยระงับการใช้งานกระสุนตามสัญญาดังกล่าวเป็นการชั่วคราวและให้นำกระสุนที่มีปัญหาดังกล่าวทั้งหมดกลับมาเพื่อตรวจสอบถึงสาเหตุที่แท้จริง ทั้งนี้ ตามสัญญาบริษัทผู้ขายจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของกระสุน และรับผิดชอบอาวุธปืนที่ได้รับความเสียหายจากการใช้กระสุนดังกล่าว พร้อมทั้งจะตรวจสอบถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว หากพบว่าสาเหตุเกิดจากกระสุนปืนตามสัญญาดังกล่าว จะต้องรับผิดชอบโดยการเปลี่ยนให้สามารถใช้ได้ดีดังเดิม

สำนักงานส่งกำลังบำรุง ยืนยันว่า ได้ดำเนินการจัดหากระสุนตามระเบียบของทางราชการ และมุ่งมั่นที่จะจัดหากระสุนที่มีมาตรฐานในระดับสากล เพื่อให้ข้าราชการตำรวจทุกนายมีความปลอดภัย เชื่อมั่นและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

หญิงมะกันวัย 62 ปี เสี่ยงติดคุกสูงสุด 6 ปี หลังใช้ชื่อสุนัขที่เลี้ยง สวมสิทธิ์เลือกตั้ง 2 ครั้ง

(8 ก.ย. 68) หญิงวัย 62 ปีในแคลิฟอร์เนีย ถูกตั้งข้อหาลงทะเบียนสุนัขของตัวเองเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และส่งบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ 2 ครั้ง โดยหนึ่งในนั้นถูกนับเป็นคะแนนจริง อัยการยืนยันว่าเธออาจต้องโทษจำคุกสูงสุดถึง 6 ปี

สำนักงานอัยการเขตออเรนจ์เคาน์ตี เปิดเผยว่า 'ลอรา ลี ยูเร็กซ์' (Laura Lee Yourex) จากเมืองคอสตา เมซา ใช้ชื่อ 'มายา จีน ยูเร็กซ์' (Maya Jean Yourex) สุนัขของเธอ เพื่อลงทะเบียนเลือกตั้ง และส่งบัตรเลือกตั้งในศึกถอดถอนผู้ว่าการรัฐปี 2021 รวมถึงการเลือกตั้งขั้นต้นปี 2022 โดยครั้งแรกถูกนับคะแนน แต่ครั้งที่สองถูกปฏิเสธ

ต่อมา ลอรา ลี ยูเร็กซ์ ได้รายงานพฤติกรรมของตัวเองต่อสำนักงานเลือกตั้งในเดือนตุลาคม 2024 ทำให้มีการสอบสวนย้อนหลัง พบว่าเธอไม่เพียงแต่ลงทะเบียนสุนัข แต่ยังโพสต์รูปลงโซเชียล เช่น ภาพสุนัขติดสติกเกอร์ 'I Voted' และบัตรเลือกตั้งที่ส่งมาถึงชื่อสุนัข แม้สุนัขจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม

ขณะนี้ ลอรา ลี ถูกตั้งข้อหาอาญา 5 กระทง รวมถึงการให้การเท็จและการลงคะแนนโดยมิชอบ และมีกำหนดขึ้นศาลในสัปดาห์หน้า

CATL เปิดตัวแบตฯ รถไฟฟ้ารุ่นใหม่ Shenxing Pro ชูจุดขาย!! ‘อึด-ชาร์จไว-อายุการใช้งาน 12 ปี’ หรือ 1 ล้าน กม.

(8 ก.ย. 68) บริษัท คอนเทมโพรารี แอมเพอร์เร็กซ์ เทคโนโลยี จำกัด (CATL) ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดของโลกจากจีน เปิดตัวแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ 'Shenxing Pro' ในงานที่นครมิวนิก ประเทศเยอรมนี ก่อนการจัดแสดง IAA Mobility 2025 ซึ่งถือเป็นงานอุตสาหกรรมยานยนต์ใหญ่ที่สุดของยุโรป

แบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้ใช้เทคโนโลยีลิเธียมไอรอนฟอสเฟต (LFP) และมีให้เลือก 2 เวอร์ชัน คือ รุ่นใช้งานยาวนาน อายุสูงสุด 12 ปี หรือ 1 ล้านกิโลเมตร พร้อมระยะวิ่งไกลถึง 758 กม. และอีกรุ่นเป็นแบบชาร์จเร็ว สามารถเพิ่มระยะทาง 478 กม. ได้ภายใน 10 นาที รองรับพฤติกรรมการขับขี่ที่ความเร็วสูงและอากาศหนาวของยุโรป

สำหรับ CATL เริ่มเข้ามาในตลาดยุโรปตั้งแต่ปี 2012 ผ่านการจับมือกับ BMW และปัจจุบันมีโรงงานผลิตในเยอรมนีและฮังการี รวมถึงกำลังสร้างโรงงานแห่งใหม่ในสเปน โดยร่วมทุนกับ Stellantis เพื่อตอบสนองความต้องการที่เติบโตขึ้น

นายตัน หลี่ปิน (Tan Libin) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลูกค้าของ CATL กล่าวว่า “การเดินทางระดับโลกของเราเริ่มต้นที่ยุโรป” พร้อมเผยว่า ปัจจุบันบริษัทเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตรถยนต์ในยุโรปถึง 90% และได้ส่งมอบแบตเตอรี่ให้รถไฟฟ้ามากกว่า 20 ล้านคันทั่วโลกแล้ว

‘ศ.นพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ’ แพทย์ประจำพระองค์ ร.๙ จากไปอย่างสงบ ในวัย 98 ปี ผู้ริเริ่มรณรงค์ไม่สูบบุหรี่

(8 ก.ย. 68) วงการแพทย์ไทยสูญเสียบุคคลสำคัญ ศ.นพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอด และแพทย์ประจำพระองค์ในรัชกาลที่ 9 ได้ถึงแก่อนิจกรรม ท่ามกลางความอาลัยจากครอบครัว ศิษย์ และบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ โดยท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บุกเบิกการควบคุมยาสูบและการรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ในประเทศไทย

ศ.นพ.สงคราม เป็นผู้อยู่เบื้องหลังคำเตือน “การสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ” บนซองบุหรี่ และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันมาตรการควบคุมบุหรี่ เช่น การห้ามโฆษณา และการห้ามสูบในที่สาธารณะ นอกจากนี้ยังอุทิศชีวิตให้กับการควบคุมวัณโรค ในฐานะนายกสมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทย ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย

อีกหนึ่งเกียรติประวัติสูงสุดของท่าน คือการได้ถวายงานเป็นแพทย์ประจำพระองค์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งแต่ปี 2535 โดยตามเสด็จฯ ไปทั่วประเทศเพื่อถวายการรักษาและช่วยเหลือประชาชนห่างไกลในนาม 'แพทย์พระราชทาน' ทำให้ท่านได้เป็นประจักษ์พยานพระราชกรณียกิจด้านการสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด

เพื่อนร่วมวิชาชีพและศิษย์หลายคนยกย่องว่า ศ.นพ.สงคราม ไม่เพียงเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและครูผู้สอน แต่ยังเป็นต้นแบบของความเมตตา ความเสียสละ และจิตวิญญาณความเป็นแพทย์ที่แท้จริง มรดกทางคุณูปการและคำสอนของท่าน จะยังคงสืบต่อในวงการแพทย์ไทยตลอดไป

“ยศสูงขึ้น หน้าที่ความรับผิดชอบก็เพิ่มขึ้น” คำกล่าว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่1

(8 ก.ย.68) พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศให้แก่ข้าราชการที่ได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้น เพื่อเป็นเกียรติ สร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานให้แก่กำลังพล ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 (ห้องเกาะหลัก) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top