Tuesday, 9 June 2026
Hard News Team

ตำรวจจราจรพร้อมรับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมขัง อำนวยความสะดวกและช่วยเหลือประชาชน

(9 ก.ย. 68) พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ช่วงนี้ที่มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตำรวจจราจรได้เข้าให้ความช่วยเหลือกรณีมีรถจอดเสีย เครื่องยนต์ขัดข้อง และที่ปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรด้วยความเข้มแข็งในจุดที่เกิดปัญหาน้ำท่วมขังและจุดต่อเนื่องมาโดยตลอด  ประกอบกับตลอดสัปดาห์นี้ กรมอุตุนิยมวิทยามีประกาศเตือน ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลอาจเกิดปัญหาน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดหลายพื้นที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ชื่นชมข้าราชการตำรวจจราจร ที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน ในช่วงเกิดภาวะน้ำท่วมขังดังกล่าว และส่งกำลังใจไปให้ข้าราชการตำรวจ ขอให้ช่วยกันดูแล ช่วยเหลือ ประชาชนในช่วงที่มีฝนตกน้ำท่วมขัง พร้อมสั่งการให้เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่ดำเนินการ ดังนี้
1. ให้เฝ้าระวังจุดที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก และประสานหน่วยระบายน้ำออกจากจากคลองสายหลักและสายรองที่มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น เพื่อรองรับปริมาณฝนที่ระบายมาจากพื้นผิวถนน 
2. เร่งขจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำบริเวณท่อระบายน้ำ บนผิวถนน เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำออกจากผิวถนนในกรณีฝนตกในปริมาณสูง 
3. ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ ให้พร้อมกรณีมีน้ำท่วมขัง ฉุกเฉินบนผิวการจราจร
4. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังสถานีสูบน้ำ โดยขอให้มีเจ้าหน้าที่ที่ประสานงาน ได้ในช่วงนอกเวลาเร่งด่วนและ่ชวงกลางคืน เพื่อเพิ่มกำลังการระบายน้ำ
5. จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือประชาชน กรณีรถจอดเสียจอดตายจากน้ำท่วมขังโดยให้จัดเตรียมรถยก รถลากทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ และชุดช่วยเหลือประชาชนกรณีมีเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน เจ็บป่วยฉุกเฉิน 
6. ให้ประชาสัมพันธ์จุดที่มีน้ำท่วมขัง พร้อมเส้นทางหลีกเลี่ยง โดยเร็วและจัดทำป้ายแจ้งเตือนจุดที่มีน้ำท่วมขัง ให้ประชาชนทราบก่อนถึงถึงจุดที่มีน้ำท่วมขังเพื่อเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว 
7. ขอความร่วมมือบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างที่กระทบต่อผิวการจราจรให้ดำเนินการ มิให้มีเครื่องจักรหรือวัสดุก่อสร้างใดๆกีดขวางทางระบายน้ำ
8. สำรวจและปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อการใช้เส้นทางในช่วงฤดูฝน เช่น จุดที่มีต้นไม้บดบังทัศนวิสัย หรือพื้นผิวถนนที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุและเพื่ออำนวยความปลอดภัยแก่ประชาชน

พล.ต.ท.นิธิธรฯ ย้ำว่า ตำรวจจราจรทุกนายพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังขอให้ประชาชนมั่นใจว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เตรียมความพร้อมและจะดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลความปลอดภัยของทุกท่าน

ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทางจราจร หรือเส้นทางที่มีสถานการณ์น้ำท่วม สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197, ตำรวจทางหลวง 1193 หรือสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ชาวปาเลสไตน์ ตายเป็นเบือภายใน 1 วัน จากฝีมือ ‘อิสราเอล’ ยิงถล่ม 50 ตึก!! ทั่วฉนวนกาซา

(9 ก.ย. 68) ชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 50 ราย เสียชีวิตจากการโจมตีของกองทัพอิสราเอลทั่วฉนวนกาซาเมื่อวันอาทิตย์ ตามรายงานของสำนักข่าว WAFA ขณะที่โฆษกกู้ภัยกาซากล่าวว่ามีอาคารถูกทำลายกว่า 50 หลัง และเสียหายอีก 100 หลัง ทำให้หลายพันคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย พร้อมย้ำว่านี่คือ “หนึ่งในวันที่เลวร้ายที่สุดของสงคราม”

กองทัพอิสราเอลอ้างว่าการโจมตีอาคารสูงในกาซ่าซิตี้ มีเป้าหมายที่ศูนย์ข่าวกรองของฮามาส แต่ไม่ได้แสดงหลักฐาน ขณะที่ฮามาสปฏิเสธทันทีว่าเป็นคำ ‘โกหก’ และยืนยันว่าอาคารเหล่านั้นเป็นเพียงที่พักอาศัย การโจมตีต่อเนื่องยังทำให้ชาวกาซาต้องอพยพออกจากพื้นที่อย่างสิ้นหวัง

ด้านฮามาสออกแถลงการณ์พร้อมหารือการปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมด หากอิสราเอลยุติสงคราม ถอนกำลังออกจากกาซา และอนุญาตให้มีการจัดตั้งคณะบริหารปาเลสไตน์อิสระ กลุ่มยังเผยว่าได้รับข้อเสนอหยุดยิงผ่านคนกลางสหรัฐฯ และยินดีต่อทุกความพยายามที่นำไปสู่การยุติการสู้รบ แต่เตือนว่าข้อตกลงต้องมีความชัดเจนเพื่อไม่ให้ซ้ำรอยความล้มเหลวในอดีต

ขอนแก่น - ”สร้าง พัฒนาและรักษาเครือข่ายประชาสัมพันธ์" ภายใต้โครงการประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ ขอนแก่นเมืองสมาร์ทซิตี้ 

(9 ก.ย. 68 ที่ ห้องประชุมพาวิลเลี่ยม โรงแรมราชาวดี จังหวัดขอนแก่น  นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธาน เปิดกิจกรรมสร้าง พัฒนา และรักษาเครือข่ายประชาสัมพันธ์ ตามโครงการประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์องค์กร “ขอนแก่นเมืองสมาร์ทซิตี้” ประจำปี 2568  โดยมี นายธีระพงษ์  โสดาศรี อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นวิทยากรบรรยาย พร้อมด้วย นางทรงศิริ  แก้วคำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่น นำเครือข่ายประชาสัมพันธ์ที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ  ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วยผู้ดูแลหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน และเสียงตามสายในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่น อาสาสมัครประชาสัมพันธ์ ประจำหมู่บ้านและชุมชน (อป.มช.) เครือข่ายประชาสัมพันธ์ กว่า 120  คนเข้าร่วม เพื่อเสริมศักยภาพการทำงานด้านการสื่อสารสาธารณะครบวงจร

นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า  เครือข่ายประชาสัมพันธ์ถือเป็นกำลังสำคัญที่จะทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง ถ่ายทอดข้อมูลที่ถูกต้องจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนไปสู่ประชาชนในทุกพื้นที่ โดยเน้นการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข่าวปลอม พร้อมย้ำว่าการบูรณาการร่วมกันในครั้งนี้จะช่วยให้ข้อมูลข่าวสารถึงมือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และตรงประเด็น

นอกจากนี้ จังหวัดยังดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ผ่านศูนย์ CI ซึ่งแม้ไม่มีระเบียบรองรับ แต่สามารถทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อบำบัดผู้เสพกว่า 170 คน ในระบบการแพทย์และการติดตามอย่างใกล้ชิด มุ่งสู่เป้าหมาย “จังหวัดสีขาว” ที่ปลอดยาเสพติด พร้อมคืนคนดีสู่สังคม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในทุกหมู่บ้าน.

กาฬสินธุ์-ม.กาฬสินธุ์มอบโล่เชิดชูเกียรติหลวงตาสินทรัพย์-แม่ทัพภาคที่ 2 ผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ

(9 ก.ย. 68) มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์มอบโล่เชิดชูเกียรติ “หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม” (พระสิ้นคิด) เจ้าอาวาสวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ แม่ทัพธรรมแห่งภาคอีสาน และพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เนื่องในวาระวันสถาปนาครบรอบ 10 ปี

วันที่ 9 กันยายน 2568  ที่ห้องประชุมพยับหมอก ชั้น 3 อาคารเฉลิมพระเกียรติ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ 70 พรรษา มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ได้มีการจัดพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ (บุคคลแห่งปี 2568) ประกอบด้วยฝ่ายฆราวาส และฝ่ายสงฆ์

โดยฝ่ายฆราวาส ทางมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติแก่พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ที่มีบทบาทสำคัญ ในการปกป้องรักษาอธิปไตย  และการทวงคืนผืนแผ่นดินไทยกลับมากว่า 10 แห่ง อันเป็นการแสดงถึงความเข็มแข็ง กล้าหาญ รักชาติรักแผ่นดิน อีกทั้งยังแสดงถึงภาวะความเป็นผู้นำอันน่ายกย่อง
ส่วนฝ่ายสงฆ์ เนื่องจากสถานการณ์ที่ผ่านมา มีพระสงฆ์ในอารามสำคัญหลายรูป ได้สร้างความเสื่อมเสียแก่พระศาสนา จนนำมา ซึ่งวิกฤติศรัทธา  แต่หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม (พระสิ้นคิด)  แห่งพุทธอุทยานที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ จ.อุบลราชธานี กลับทุ่มเท กำลังกาย และ กำลังทรัพย์ ในการเผยแผ่ธรรมะอย่างไม่ลดละ โดยสามารถนำพาพุทธศาสนิกชนออกบวชเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังส่งเสริมอุบาสกอุบาสิกา ในการปฏิบัติธรรมอย่างกว้างขวาง สร้างความศรัทธาแก่สาธุชนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

ทั้งนี้ที่สำคัญหลวงตาสินทรัพย์ ยังได้สร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมในการสนับสนุนทางการเงินแก่หน่วยงานภาครัฐและประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในยามที่บ้านเมืองมีภัย ทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม  และภาวะสงคราม ท่านก็ส่งปัจจัยและหน่วยกู้ภัยไปช่วยเหลือราษฎรอย่างไม่รั้งรอ  และด้วยเหตุนี้จึงได้รับสมญานามว่า "แม่ทัพธรรมแห่งแผ่นดินอีสาน” ซึ่งคณะศิษย์ยานุศิษย์ หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม ขอน้อมใจมุทิตาสักการะ และร่วมแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับ ในโอกาสนี้หลวงตาสินทรัพย์ ได้เปิดเผยว่า รู้สึกภาคภูมิใจ และรู้สึกยินดีกับพลโทบุญสิน ที่ได้รับรางวัลนี้ เพราะสังคมไทยเวลานี้ต้องการคนที่มีความซื่อสัตย์ สุจริต  รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์  รู้จัก อื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีเมตตาธรรม ซึ่งการที่สังคมไทยจะเจริญงอกงาม ไม่ได้อยู่ที่การศึกษาอย่างเดียว แต่อยู่ที่คุณธรรม จริยธรรม จึงฝากให้พุทธศาสนิกชนตั้งมั่นอยู่ในศีล ในธรรม และประพฤติตัวเป็นคนดีของสังคม

ด้านพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2  ได้กล่าวถึงการรับโล่เชิดชูเกียรติว่า ภูมิใจที่ได้รับเกียรติในครั้งนี้ ซึ่งรางวัลนี้ไม่ได้มาเพียงเพราะตนคนเดียว และจะรักษารางวัลนี้ไว้ พร้อมจะรักษาสถาบันหลัก ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต เมื่อตนพ้นจากหน้าที่ไปแล้วก็จะใช้สติปัญญาความรู้ ประสบการณ์มาช่วยเหลือสังคมและกองทัพโดยจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอย่างเด็ดขาด

‘ทรัมป์’ สั่ง ICE กวาดล้างแรงงานผิดกฎหมาย บีบบริษัทต่างชาติ!! ต้องเคารพกฎหมายสหรัฐฯ

(9 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสารถึงบริษัทต่างชาติที่ลงทุนในสหรัฐฯ เรียกร้องให้ 'เคารพกฎหมายการย้ายถิ่นฐาน' หลังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) บุกจับแรงงานอพยพผิดกฎหมายกว่า 450 คนในโรงงานของ Hyundai รัฐจอร์เจีย พร้อมประกาศปฏิบัติการกวาดล้าง 'Operation Midway Blitz' ในรัฐอิลลินอยส์ มุ่งเป้าไปที่ผู้มีประวัติอาชญากรรมร้ายแรง

รัฐบาลสหรัฐฯ ชี้ว่ามาตรการดังกล่าวมีความจำเป็น เพราะกฎหมายคุ้มครองผู้อพยพ (sanctuary laws) ของบางเมืองและรัฐ ทำให้ผู้ต้องหาคดีร้ายแรง เช่น สมาชิกแก๊ง ผู้ค้ายา และอาชญากรทางเพศ ถูกปล่อยตัวแทนที่จะถูกส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง โดยทรัมป์ยังไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะส่งกองกำลังพิทักษ์ชาติเข้าร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม เจบี พริตซ์เกอร์ (Jay Robert "JB" Pritzker) ผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์ และแบรนดอน จอห์นสัน (Brennan Johnson) นายกเทศมนตรีเมืองชิคาโก วิจารณ์การเคลื่อนไหวของรัฐบาลกลางว่าเป็น “การแสดงทางการเมือง” ไม่ใช่การแก้ปัญหาอาชญากรรมจริง หลายชุมชนฮิสแปนิกในชิคาโกก็ออกมาแสดงความไม่พอใจ โดยระบุว่าการบุกจับกุมกระทบประชาชนทั่วไป ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้กระทำผิดร้ายแรง

ในมุมมองของไทย Jaroensook Limbanchongkit Pone โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นเชิงวิพากษ์ต่อสหรัฐฯ ระบุว่าบริษัทต่างชาติคงต้องคิดให้หนักว่าจะลงทุนใน “ประเทศโง่เง่าเต่าตุ่นสุดบัดซบ” หรือไม่ หลังเห็นท่าทีแข็งกร้าวของทรัมป์ต่อผู้อพยพ และการกวาดล้างแรงงานผิดกฎหมายครั้งใหญ่

ทักษิณ ขอบคุณในพระมหากรุณาธิคุณ รับโทษจำคุก 1 ปี พร้อมก้าวข้ามความขัดแย้ง

วันที่ 9 กันยายน 2568 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า พี่น้องประชาชนที่เคารพ

ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานอภัยลดโทษจำคุกแก่ผมคงเหลือเวลา 1 ปี นับเป็นพระมหากรุณาที่คุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ต่อทั้งตัวผม และครอบครัว 

ผมขอน้อมรับและพร้อมเข้าสู่กระบวนการตามคำพิพากษาในวันนี้

ตลอดระยะเวลาของการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2544 - 2549 ผมพยายามผลักดันทุกนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศไทย ให้พรรคการเมืองแข่งขันกันด้วยนโยบาย สร้างประชาธิปไตยที่กินได้จากผลงานของรัฐบาลที่ทำได้จริง ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจอย่างที่สุดในฐานะนักการเมืองจากการเลือกตั้งของประชาชน 

แม้ว่าทุกคดีจะเกิดขึ้นหลังการรัฐประหารรัฐบาลของผมเมื่อปี 2549 แต่วันนี้ผมขอมองไปข้างหน้า ให้ทุกอย่างที่ผ่านมามีข้อยุติ ทั้งการต่อสู้คดีตามกฎหมาย และความขัดแย้งใดๆ อันเกิดขึ้นหรือเกี่ยวข้องกับตัวผม 

ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้การสนับสนุนตลอดมา ขอบคุณนักการเมือง สมาชิกพรรคเพื่อไทย และเพื่อนมิตรทั้งหลายที่เคียงข้างกัน ทั้งในยามสุขและยามยาก ผมตัดสินใจเลือกทางเดินนี้ เพื่อส่งกำลังใจให้ทุกคนเดินไปข้างหน้า ทำงานเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ด้วยอุดมการณ์และจิตวิญญาณที่เรามีร่วมกันมา จนกว่าจะถึงวันที่เราได้เดินร่วมทางกันอีกครั้ง 

จากวันนี้แม้ผมจะไร้อิสรภาพ แต่ยังมีเสรีภาพทางความคิดเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ผมจะรักษาความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อใช้เวลาในชีวิตที่เหลืออยู่ รับใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ แผ่นดินไทย และประชาชนคนไทย ไม่ว่าจะในสถานะใดนับจากนี้ 
ขอบคุณครับ

ปส.บุก EP.3 ทลายเครือข่าย 'หมอแอร์' รวบหมอ–เจ้าของคลินิก 11 ราย เปิดคลินิกบังหน้าสั่งยาจาก อย. ค้ายาเสียสาว

(9 ก.ย.68) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เปิดปฏิบัติการ EP.3 ขยายผลเครือข่ายยาเสียสาว “หมอแอร์” นำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 11 จุด ในกรุงเทพฯ สุรินทร์ ภูเก็ต และชลบุรี มีผู้ต้องหาในเครือข่ายรวม 11 ราย แบ่งเป็น แพทย์ 9 ราย เจ้าหน้าที่เวชระเบียน 1 ราย และเจ้าของคลินิก 1 ราย

หนึ่งในจุดตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส.1 เข้าจับกุมแพทย์ชายที่อพาร์ตเมนต์ย่านซอยรางน้ำ หลังตรวจสอบยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยมีชื่อขึ้นทะเบียนเป็นแพทย์ประจำคลินิกย่านห้วยขวาง เพื่อสั่งยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่ไม่เคยปฏิบัติงานจริง เพียงให้ทางคลินิกนำป้ายชื่อไปแขวน แลกค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท ตรวจสอบพื้นที่กลับพบว่าเป็น ร้านสัก (Tattoo) ไม่ได้เปิดบริการทางการแพทย์ อีกทั้งยังพบว่าแพทย์รายนี้เป็นอายุรแพทย์ ไม่ใช่จิตแพทย์ตามที่อ้าง

อีกจุดหนึ่ง เจ้าหน้าที่บุกจับแพทย์ชายภายในหอพักโรงพยาบาล ขณะเพิ่งออกเวร โดยผู้ต้องหาให้การว่า รู้จักกับ “หมอแอร์” และถูกชักชวนให้ใช้ชื่อขึ้นทะเบียนเป็นแพทย์ประจำคลินิกแลกค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งยา และอ้างว่าลายเซ็นในเอกสารเป็นการปลอมแปลง

พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ปส.1 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบพฤติกรรมใช้ชื่อคลินิกและเวชระเบียนในการสั่งยาจาก อย. แต่ไม่นำไปใช้รักษาผู้ป่วยตามวัตถุประสงค์ กลับนำออกจำหน่าย ซึ่งเข้าข่ายความผิด “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้สมคบกันแล้ว และสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดก่อนหรือขณะกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด” หากพบพยานหลักฐานเพิ่มเติมจะได้มีการสืบสวนขยายผลต่อไป

นับตั้งแต่ปฏิบัติการ EP.1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. สามารถจับกุมผู้ต้องหาไปแล้ว 12 ราย รวมถึง “หมอแอร์” ซึ่งขณะนี้สำนวนคดีถูกอัยการส่งฟ้องแล้ว โดยผู้ต้องหาทั้งหมดยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหา

ความคืบหน้าล่าสุด ปส. สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 6 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการติดตาม

พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1 ย้ำว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นอาชญากรรมที่บ่อนทำลายสังคมไทย และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินหน้าตามล่าผู้กระทำผิดทุกรายให้ถึงที่สุด และขอเตือนบุคคลที่คิดจะทำผิดกฎหมายว่า ไม่สามารถพ้นจากการติดตามและการบังคับใช้กฎหมายได้

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด หรือการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน สามารถแจ้งได้ที่ สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือโทร สายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

‘การบินพลเรือน’ เผยไทยผ่านตรวจ ICAO ทั้ง 8 ด้านหลัก ปักธงมาตรฐานความปลอดภัยการบินในระดับสากล

เผยผลตรวจสอบ ICAO USOAP ภายใต้การกำกับของ CAAT ได้คะแนน Preliminary 91.35% สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก 20% ก้าวสู่ผู้นำด้านความปลอดภัยการบินในระดับสากล

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. หรือ CAAT) เปิดเผยผลการตรวจสอบระบบการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยการบินพลเรือน ภายใต้โครงการ USOAP CMA (Universal Safety Oversight Audit Programme – Continuous Monitoring Approach) ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) 

ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม – 8 กันยายน 2568 โดยการตรวจสอบครอบคลุมทั้ง 8 ด้านหลัก ได้แก่ 
1. ด้านกฎหมาย (Primary Aviation Legislation and Civil Aviation Regulations: LEG)
2. ด้านองค์กรกำกับดูแล (Civil Aviation Organization: ORG)
3. ด้านมาตรฐานผู้ประจำหน้าที่ (Personnel Licensing: PEL)
4. ด้านมาตรฐานปฏิบัติการอากาศยาน (Aircraft Operations: OPS)
5. ด้านมาตรฐานความสมควรเดินอากาศของอากาศยาน (Airworthiness of Aircraft: AIR)
6. ด้านมาตรฐานการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์อากาศยาน (Aircraft Accident and Incident Investigation: AIG)
7. ด้านมาตรฐานการบริการการเดินอากาศ (Air Navigation Services: ANS)
8. ด้านมาตรฐานสนามบินและเครื่องช่วยในการเดินอากาศ (Aerodromes and Ground Aids: AGA)

ผลการตรวจสอบเบื้องต้น (Preliminary Results) เฉพาะในด้านที่ CAAT รับผิดชอบโดยตรง ได้แก่ กฎหมาย องค์กรกำกับดูแล การปฏิบัติการบิน ความสมควรเดินอากาศ การออกใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ การบริการการเดินอากาศ และสนามบิน มีคะแนน Preliminary สูงถึง 91.35% และสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 70.50% ถึง 20% ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพของระบบการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยการบินของประเทศ

นอกจากนี้ ประเทศไทยสามารถทำคะแนน เต็ม 100% ได้ถึงสองด้าน ได้แก่ กฎหมายการบิน (LEG) และ องค์กรกำกับดูแล (ORG) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกกว่า 20–30% ถือเป็นหลักฐานชัดเจนว่าประเทศไทยมีระบบกฎหมายการบินที่ทันสมัย ครอบคลุม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงมีองค์กรกำกับดูแลด้านการบินที่มีโครงสร้างและการดำเนินงานเข้มแข็ง ทัดเทียมกับประเทศผู้นำด้านการบินของโลก

การก้าวสู่ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นพัฒนาการสำคัญ หากย้อนกลับไปในปี 2558 ประเทศไทยเคยถูก ICAO ตรวจพบข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญ (SSC) ถึง 33 ข้อ ส่งผลให้ถูกติด 'ธงแดง' และมีคะแนน EI เพียง 33.53% แต่หลังจากการปฏิรูปองค์กรและการจัดตั้ง CAAT ประเทศไทยสามารถเร่งแก้ไขข้อบกพร่องจนสามารถปลดธงแดงได้ในปี 2560 และพัฒนาคะแนนอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งผล Preliminary ล่าสุดที่ 91.35% แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยไม่เพียงแต่ก้าวพ้นวิกฤต แต่ยังพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจนมีระบบกำกับดูแลที่แข็งแรงและน่าเชื่อถือในสายตาสากล

ด้านพลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ผลการตรวจสอบ และคะแนน Preliminary ที่ออกมาในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความทุ่มเทของบุคลากรทุกฝ่ายในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยการบินของไทยให้ทัดเทียมระดับสากล การทำคะแนนได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก 20% เป็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนถึงความก้าวหน้าของประเทศไทย ทั้งในด้านกฎหมาย องค์กร และระบบ oversight ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ขณะนี้เรารอเพียงผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ (Final Results) ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านความปลอดภัยการบินของโลก 

CAAT จะยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาและยกระดับมาตรฐานนี้ และสิ่งสำคัญคือ ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดจาก CAAT เพียงลำพัง แต่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กรมท่าอากาศยาน สถาบันการบินพลเรือน สายการบิน และหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องทุกแห่ง ซึ่งร่วมแรงร่วมใจกันขับเคลื่อนภารกิจนี้ให้สำเร็จ เราจึงมั่นใจว่า ประเทศไทยจะก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคงบนเส้นทางการเป็นศูนย์กลางการบินที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือของภูมิภาคและของโลก”

ผลการตรวจสอบครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการยืนยันถึงความเชื่อมั่นที่ประชาคมการบินโลกมีต่อประเทศไทย แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมการบินไทยในระยะยาว ทั้งในด้านการรองรับการเติบโตของสายการบิน การขยายเส้นทางบิน และการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสาร นักลงทุน และคู่ค้าระดับนานาชาติ โดยประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการบินที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในภูมิภาคและในเวทีโลก

‘นิ้วกลม’ สะท้อนคอร์รัปชันต่ำทำประเทศพัฒนาเร็ว เปรียบสโลวาเกียเจริญกว่าไทยแม้เป็นประชาธิปไตยไม่นาน

(9 ก.ย.68) เอ๋ – สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ หรือที่รู้จักในนามปากกา ‘นิ้วกลม’ นักเขียนชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊กเปรียบเทียบระหว่างประเทศไทย และสโลวาเกีย ว่า ความเจริญคือ public space

สโลวาเกียเป็นประเทศที่เพิ่งก้าวเท้าออกจาก 'ม่านเหล็ก' ไม่นานนัก ก็เมื่อโซเวียตล่มสลายลงนั่นแล จากนั้นแยกจากเชคปี 1993 บ้านเมืองยังต้องพัฒนาในหลายมิติ แต่มีแนวโน้มไม่เลว โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่มีรายได้ต่อหัวประชากรสูงกว่าไทยประมาณ 3.6 เท่า (27,000 กับ 7,500 ดอลลาร์) ถือเป็นประเทศรายได้สูง

ประชากร 5.4 ล้าน (น้อยกว่าไทย 13 เท่า) พื้นที่เล็กกว่าไทย 10.5 เท่า เอาโคราชมาเบิ้ลสองครั้งก็เกือบเท่าประเทศนี้ แต่ศักยภาพสร้างรายได้สูงเชียว

ลองเช็กอันดับคอร์รัปชันกับความเป็นประชาธิปไตย ช่วงปีหลังๆ อาจมีแนวโน้มแย่ลง (ไม่แย่เท่าเราหรอก) แต่สภาพบ้านเมืองก็เห็นการพัฒนาไม่น้อย (เพราะก่อนหน้านี้ดีมาก) ปัจจุบันอัตราคอร์รัปชันของสโลวาเกียอยู่ในกลุ่มกลางค่อนบน ถือว่า 'ค่อนข้างสะอาด' ส่วนของเราอยู่ในกลุ่ม 'ค่อนข้างคอร์รัป' 

เมื่อวานลองเดินเล่นริมแม่น้ำดานูบที่จัดสรรพื้นที่ริมน้ำได้ดีงามจนน้ำตาจะไหล ง่ายๆ แต่น่าเดิน น่าวิ่ง น่านั่ง น่านอน

ชาวเมืองออกมาใช้ชีวิตกลางแจ้งยามเย็น นั่งมองแม่น้ำบ้าง คุยเล่นบ้าง นอนกอดกันหวานชื่นบ้าง จูงมาเดินบ้าง ดูสบาย เรียบง่าย มีความสุข

การจัดสวนและแลนด์สเคปไม่หวือหวาอะไรเลย สนามหญ้าเรียบ ต้นไม้ใหญ่ที่เก็บไว้และปลูกเพิ่ม กอหญ้าแพมพัสฟูๆ เพิ่มบรรยากาศนุ่มๆ ทางวิ่งตรงๆ และที่นั่งขั้นนบันได เขยิบขึ้นไปมีร้านอาหารและผับเบียร์ให้ผู้คนนั่งชิลล์มาวิวแม่น้ำ จัดสรรดี เสียงไม่โหวกเหวกเอะอะมะเทิ่ง ดีไซน์เรียบกลมกลืนกับสวน

แค่เดินเล่นและนั่งมองแม่น้ำก็มีความสุข แข้งขาก็คันคะเยออยากวิ่งขึ้นมาซะงั้น ฝั่งตรงข้ามเป็นป่าเขียว มองไปคล้ายบางกระเจ้า วันนี้ว่าจะไปสำรวจ เห็นว่าเป็นเมืองใหม่ดีไซน์เลิศ

บ้านเมืองที่ดีต้องมีพื้นที่สาธารณะที่คนเข้าถึงง่าย ใช้แล้วมีความสุข ไม่ใช่จะเข้าถึงพื้นที่ดีๆ สวยๆ ต้องมีเงินถุงเงินถัง และสงวนไว้ให้เฉพาะคนกลุ่มเล็กๆ

ทุกครั้งที่เจอพื้นที่ริมแม่น้ำดีไซน์ดีๆ ผมจะนึกถึงริมเจ้าพระยาเสมอเลย เราไม่จำเป็นต้องมีบรรยากาศแบบเดียวกันกับเขา เราก็ทำแบบเรา ดูแลชีวิตเล็กๆ ที่อาศัยริมน้ำด้วย และจัดสรรพื้นที่ให้รื่นรมย์น่าใช้งานเพิ่มขึ้นด้วย อาจไม่ง่าย แต่ก็น่าทำ เพราะเวลามีพื้นที่สาธารณะแบบนี้ในเมือง มันคือสวรรค์น้อยๆ สำหรับประชาชนเลย

ที่สำคัญ เป็นสวรรค์ที่ "เข้าฟรี" ด้วย

ผมแอบคิดว่า ปริมาณพื้นที่สาธารณะที่ดีน่าจะแปรผกผันกับจำนวนผู้ป่วยทั้งกายและใจ (เผื่อใครมีงานวิจัยเรื่องนี้)

และเวลาอยู่ในบ้านเมืองที่มีพื้นที่สาธารณะดีๆ ผมจะรู้สึกว่า "อิจฉาเค้าจัง ภาษีของพวกเค้าถูกเอาไปใช้พัฒนาประเทศ"

"กลิ่นความเจริญ" มันเป็นแบบนี้นี่เอง

‘โอ๋ ฐิติภัสร์’ ย้ำกว่า 10 เดือนได้ทำงานแบบตรงไปตรงมา สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กระทรวงอุตฯ ไม่อยู่ใต้อิทธิพลใคร

เมื่อวันที่ (8 ก.ย. 68) นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าทีทีมสุดซอย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ภารกิจสุดท้าย ในฐานะหัวหน้าชุดสุดซอย‼️

ประชุมความร่วมมือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม, กรมโรงงานอุตสาหกรรม, กรมควบคุมมลพิษ, กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), ตำรวจสอบสวนกลาง (บก.ปทส.) มูลนิธิบูรณนิเวศน์ และสื่อมวลชน เพื่อหารือแนวทางการดำเนินคดี

📍การลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม เช่น เศษพลาสติกสายไฟบดย่อย ใน 3 จังหวัด ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี รวมกว่า 29 จุด

📍และการลักลอบฝังกลบกากอุตสาหกรรม (ขยะพิษ) กว่า 90,000 ตัน จ.ฉะเชิงเทรา และหากมีการขยายผลต่ออาจจะพบปริมาณที่มากกว่านี้

โดยวันนี้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั้ง 3 จังหวัดได้รวบรวมข้อมูล หลักฐาน และความคืบหน้าในการดำเนินคดีทั้งหมด นำเสนอในที่ประชุมพร้อมประสานส่งต่อให้ตำรวจสอบสวนกลาง บก.ปทส. และ DSI ถือเป็นการส่งมอบงานให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลและดำเนินคดี

ระยะเวลากว่า 10 เดือนในการทำหน้าที่หัวหน้าชุดสุดซอย ของ รมว เอกนัฏ ได้ร่วมกับท่านปลัด คณะผู้บริหาร พี่น้องข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม วางแนวปฏิบัติการทำงานแบบเข้มข้น บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อให้เห็นผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างวัฒนธรรมกระทรวงแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้ประชาชน ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และหน่วยงานราชการอื่นๆที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายร่วมกัน

วันนี้ทีมสุดซอย กระทรวงอุตสาหกรรมได้พิสูจน์ให้สาธารณะได้รับรู้ว่า หากผู้บริหารพร้อมข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ กล้าทำเรื่องที่ถูกต้อง อย่างตรงไปตรงมา บนข้อเท็จจริง โดยยึดหลักกฎหมาย หน่วยงานของรัฐสามารถเป็นที่พึ่งที่หวังให้ประชาชน พร้อมยังสามารถสร้างบรรทัดฐานให้ผู้ประกอบการทุกรายสามารถแข่งขันได้อย่างเท่าเทียมและตรงไปตรงมา ไม่เอาเปรียบ ลักไก่ หรือ ใช้เงินและอิทธิพลเพื่อเคลียทางทำผิดกฎหมายได้

จากนี้ไปขอส่งกำลังใจให้ท่านปลัด คณะผู้บริหาร พี่น้องข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมทุกท่าน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยหัวและใจ เพื่อสานต่อการทำงานแบบสุดซอย เพื่อช่วยเหลือประเทศชาติและประชาชนต่อไปค่ะ

“สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรม หรือ สินค้าด้อยมาตรฐาน ท่านสามารถแจ้งข้อมูลผ่านแอพ traffy fondue เข้าเมนู “แจ้งอุต” เพื่อแจ้งข้อมูล รายละเอียดปัญหาของท่านจะถูกส่งไปยังสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในพื้นที่เข้าไปตรวจสอบและแก้ไขนะคะ”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top