Tuesday, 9 June 2026
Hard News Team

กัมพูชาฟันรายได้จากเครือข่ายสแกมเมอร์ไปกว่า 620,000 ล้านบาท สามารถซื้อเครื่องบินรบ ‘กริพเพน’ ได้เป็นกองทัพ

(9 ก.ย. 68) จากการรายงานของสื่อต่างประเทศหลายสำนัก ซึ่งมีการเปิดเผยรายได้จากเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชามีมูลค่าสูงถึง 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 620,000 ล้านบาท คิดเป็นกว่า 60% ของจีดีพีประเทศ 

โดยตัวเลขดังกล่าวถูกนำมาเทียบกับการจัดหาเครื่องบินขับไล่ Gripen E/F ของไทย ที่มีราคาประมาณ 4,875 ล้านบาทต่อเครื่อง หากกัมพูชานำรายได้สแกมเมอร์มาใช้ ก็สามารถจัดหา Gripen E/F ได้มากถึง 130 ลำ 

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวถูกพูดถึงท่ามกลางกระแสที่นักศึกษากัมพูชาในสหรัฐฯ ระดับปริญญาโทด้านกิจการระหว่างประเทศ ได้ออกแคมเปญรณรงค์ให้ชาวกัมพูชาร่วมลงชื่อ และเตรียมส่งหนังสือถึงประธานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสวีเดน เพื่อขอให้พิจารณาระงับการขายอาวุธให้แก่ประเทศไทย

‘มาดูโร’ เปิดปูมเบื้องหลัง ‘สหรัฐฯ’ ยกระดับกดดัน แท้จริงจ้องฉก!! ‘น้ำมัน–ก๊าซ–ทองคำ’ ของเวเนซุเอลา

(9 ก.ย. 68) นิโคลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เปิดเผยสาเหตุแท้จริงที่สหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันต่อภูมิภาค หลังจากเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม อัยการสูงสุดสหรัฐฯ ประกาศตั้งรางวัลนำจับ 50 ล้านดอลลาร์ สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุม โดยกล่าวหาว่ามาดูโรมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งค้ายา Cartel de los Soles และไม่นานหลังจากนั้น สหรัฐฯ ก็ส่งกองเรือรบเข้าประจำการในทะเลแคริบเบียน อ้างเพื่อปราบปรามเครือข่ายค้ายา

มาดูโรให้สัมภาษณ์กับสื่อ RT ว่า เหตุผลแท้จริงคือทรัพยากรธรรมชาติอันมหาศาลของเวเนซุเอลา โดยประเทศครอบครองแหล่งน้ำมันสำรองที่ใหญ่ที่สุดในโลก และยังมีแหล่งก๊าซธรรมชาติอันดับ 4 กระจายอยู่ทั่วแคริบเบียน รวมถึงทองคำจำนวนมาก พื้นที่เกษตรอุดมสมบูรณ์ 30 ล้านเฮกตาร์ และแหล่งน้ำที่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม มาดูโรได้สั่งเสริมกำลังทหารกว่า 25,000 นายประจำแนวชายฝั่ง เพื่อป้องกันอธิปไตย รักษาความมั่นคง และยืนยันว่าการเคลื่อนไหวนี้เป็นการ “สู้เพื่อสันติภาพ” ท่ามกลางแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาหลายทางเลือกในการโจมตีขบวนการค้ายาเสพติดในเวเนซุเอลา ซึ่งอาจรวมถึงปฏิบัติการทางทหารบนแผ่นดินเวเนซุเอลาเอง โดยมีเป้าหมายกว้างกว่าคือการลดอำนาจของมาดูโร

2 นักข่าวกัมพูชาคอตก!! ถูกจับยัดซังเต ข้อหา ‘กบฏชาติ’ ฐานถ่ายภาพติดทุ่นระเบิด PMN-2 บนปราสาทตาควาย

(9 ก.ย. 68) นักข่าวออนไลน์ชาวกัมพูชา 2 คนถูกตั้งข้อหา 'กบฏต่อชาติ' หลังจากขึ้นไปถ่ายภาพบนปราสาทตาควายในจังหวัดอุดรมีชัย เพื่อรายงานว่ากัมพูชายึดพื้นที่ไว้ได้ตามข้อตกลงหยุดยิง แต่ภาพที่เผยแพร่กลับเห็นทุ่นระเบิด PMN-2 จนถูกทางการจับกุมและกล่าวหาว่าเผยแพร่ข้อมูลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ

รายงานจาก RFI Khmer และแถลงการณ์ขององค์กรสิทธิมนุษยชน Licadho ระบุว่า พร โสเพียบ (Porn Sopheap) และ เพียบ เพียรา (Pheap Pheara) ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวออนไลน์ TSP 68 TV Online ถูกจับกุมตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม โดยถูกกล่าวหาว่าให้ข้อมูลแก่รัฐต่างประเทศซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อประเทศ และขณะนี้ทั้งสองถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดเสียมราฐ

ทั้งนี้ ข้อหากบฏต่อชาติมีโทษจำคุกตั้งแต่ 7 ถึง 15 ปี ทำให้คดีของนักข่าวทั้งสองเป็นที่จับตามองจากองค์กรสิทธิมนุษยชนที่กังวลว่า กัมพูชาอาจใช้กฎหมายความมั่นคงเพื่อจำกัดเสรีภาพสื่อ จากการรายงานข่าวเกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนไทย–กัมพูชา

สว.สงขลา ฝากการบ้านในการแก้ปัญหาชายแดนใต้ ผ่านมา 21 ปี  ให้แม่ทัพภาค 4 คนใหม่  “การบูรณาการระหว่างหน่วยงาน”

(9 ก.ย. 68) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สว.สงขลา ให้สัมภาษณ์กรณีที่แม่ทัพภาค 4 ที่โยกย้ายข้ามห้วยมาจากภาค 2 หลังมีคำสั่งออกมาแล้ว ประชาชนในพื้นที่แสดงความกังขา ว่าทำไมกองทัพบกจึงแต่งตั้งเสือข้ามห้วย  นายทหารที่มีความชำนาญในพื้นที่ภาคอีสาน ชายแดนด้านตะวันออกเติบโตในภาคอีสานกองทัพภาค 1  มาทำหน้าที่แม่ทัพภาค 4 คนใหม่ ทำไมไม่เลือกรองแม่ทัพที่ทำหน้าที่รองแม่ทัพภาค 4 ซึ่งมีหลายนายที่คุณสมบัติพอทำหน้าที่เป็นแม่ทัพภาค 4 ได้เช่นกัน เป็นความรู้สึกกังขา  ที่อยากถามถึงในการโยกย้ายให้ผู้มีทำหน้าที่แม่ทัพภาค 4 ต้องเลือกนายทหารที่มีความชำนาญในพื้นที่กองทัพภาค 2 หรือพื้นที่ชายแดนของประเทศกัมพูชา

นายไชยยงค์ฯ กล่าวว่า ปัญหากองทัพภาค 4 ที่มากที่สุด  หนักที่สุดที่ต้องแก้คือปัญหาไฟใต้ ปัญหาก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราไม่คงติเรือทั้งโกรน  เมื่อฟังเกียรติประวัติความรู้เก่งกล้า มีความรู้ความเข้าใจเรื่องชายแดน แต่ท่านมีความรู้ความเข้าใจคือชายแดนภาคตะวันออกประเทศกัมพูชา

นายไชยยงค์ฯ ยังกล่าวว่า เมื่อคำสั่งออกมาแล้ว ท่านจำเป็นมาทำหน้าที่แม่ทัพภาค 4  ต้องรับผิดชอบในฐานะ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 คงให้เกียรติท่าน  ก็ถามท่านมีนโยบายอย่างไร คงรอให้มารับตำแหน่งแม่ทัพภาค 4 และฟังการแถลงนโยบายของท่าน  มียุทธศาสตร์ มีแนวทาง และนโยบายในการแก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนใต้อย่างไร

“ปัญหาที่เกิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  ผ่านมา 21 ปีแล้ว ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่ยุติสักที ยังต้องหาแม่ทัพที่มีความรู้ความเข้าใจ มาทำหน้าที่ในการดับไฟใต้  มาทำหน้าที่ผู้นำเป็นเจ้าภาพ  เพราะการแก้ปัญหาในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้  ต้องมีเจ้าภาพ และเจ้าภาพ คือ  กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งต้องบูรณาการกับหน่วยงานอื่น ทำคนเดียวไม่ได้ หากท่านมีความรู้ความเข้าใจในสภาพปัญหาง่ายในการแก้ปัญหา หากไม่มีความรู้ความเข้าใจสภาพปัญหาต้องหาทีมงานใช้คนให้เป็น  ใช้คนที่มีความรู้ความเข้าใจในพื้นที่ ต้องมีนายทหารที่อยู่ในพื้นที่เป็นกองกำลัง เป็นที่ปรึกษาท่านไว้วางใจได้ในการร่วมทำหน้าที่แก้ปัญหา”

“ปัญหาชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาสลับซับซ้อน ปัญหาเกี่ยวกับมวลชน  ปัญหาขบวนการหนีภาษี ปัญหาเกี่ยวขบวนการแบ่งแยกดินแดน  ขบวนการค้ายาเสพติด หลายขบวนการที่ซับซ้อนในพื้นที่ ไม่เหมือนกับชายแดนประเทศกัมพูชาแน่นอน ที่เรามีปัญหาเขตแดน  แต่ชายแดนใต้มีปัญหาแบ่งแยกดินแดน ปัญหาเรื่องประชาชน ปัญหาแย่งชิงมวลชน  ปัญหาขบวนการค้าของเถื่อน และผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และที่หนักคือปัญหาการบูรณาการระหว่างหน่วยงานเป็นความล่มเหลวในการแก้ปัญหาดับไฟใต้”

นายไชยยงค์ฯ ยังกล่าวว่า คนที่อยู่ในพื้นที่ คลุกคลีในพื้นที่ มีความห่วงใยสถานการณ์ทีเกิดขึ้น ในปี 68 สถานการณ์มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น หลายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกลับมาเกิดขึ้นเช่นคาร์บอม  เรียกค่าคุ้มครอง เผาสถานประกอยการอุตสาหกรรมเช่นเหมืองแร่ โรงไฟฟ้าชีวมวล ทำอุตสาหกรรมในพื้นที่ ยิงเจ้าของล้งทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดในชายแดนภาคใต้ นั้นหมายถึงขบวนการ บีอาร์เอ็น ต้องการทำลายเศรษฐกิจหรือรายได้ในพื้นที่ ตั้งแต่ผู้ประกอบการ การลงทุนซึ่งเป็นรายได้หลักหลายพันล้านในพื้นที่ชายแดนใต้  เรายังไม่รู้ว่าต่อไปขบวนการทำลายเศรษฐกิจไปถึงไหน หรือร้านสะดวกซื้อ ร้านค้า ผู้รับเหมารายย่อยในพื้นที่ เป็นเรื่องท้าทายความรู้ความสามารถของผู้มาเป็นแม่ทัพภาค 4 

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

(ศรีสะเกษ) แม่ทัพภาคที่ 2 บรรยายพิเศษ เรื่อง “พลังแห่งความสามัคคี  ความรักชาติที่รวมใจคนไทยเป็นหนึ่ง”   อำเภอขุนหาญ 

(8 ก.ย. 68) พลโท พูนสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 / ผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ให้เกียรติบรรยายพิเศษเรื่อง “พลังแห่งความสามัคคี  ความรักชาติที่รวมใจคนไทยเป็นหนึ่ง”  ณ หอประชุมโรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์  อำเภอขุนหาญ  จังหวัดศรีสะเกษ โดยมี พันเอก อัครสิทธิ์  ปะกิระตา รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 พันเอก โถมวัฒน์ สว่างวิทย์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดจังหวัดศรีสะเกษ(ท) นายปวิช  รัตวาลย์ นายอำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ นายสิริดนย์  น้าวิไลเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลขุนหาญ องค์การความช่วยเหลือแห่งประชาชนชาวนอร์เวย์ ผู้นำชุมชน ประชาชนในพื้นที่ ให้การต้อนรับ มีผู้เข้าร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษ ประมาณ 3,000 คน การจัดกิจกรรมการบรรยายพิเศษ เรื่อง “พลังแห่งความสามัคคี  ความรักชาติที่รวมใจคนไทยเป็นหนึ่ง”  มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและปลูกฝังจิตสำนึกด้านความรักชาติ ความสามัคคี และความเสียสละ เพื่อส่วนรวมให้แก่ เด็ก เยาวชน และประชาชน ตลอดจนเป็นการสร้างแรงบรรดาลใจให้แก่เด็ก เยาวชน ได้เติบโตเป็นพลเมืองที่ทรงคุณค่าของประเทศไทย ต่อไป

ปุรุศักดิ์  แสนกล้า ข่าว/ภาพ
 

‘แพทองธาร’ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ย้ำ แม้ ‘ทักษิณ’ โดนจำคุก แต่ครอบครัวยังมีกำลังใจดี

(9 ก.ย. 68) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังร่วมรับฟังการไต่สวนคดี ดร.ทักษิณ ชินวัตร กรณีชั้น14 ที่ศาลฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งให้นำตัว ดร.ทักษิณ ชินวัตร กลับไปเข้าเรือนจำ โดยให้จำคุก 1 ปี ซึ่งไม่นับรวม 120 วันที่พักรักษาตัวชั้น 14 รพ.ตำรวจ นั้น โดยนางสาวแพทองธาร ได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงพระมหากรุณาอภัยลดโทษให้ ดร.ทักษิณ ชินวัตร พร้อมย้ำว่า ดร.ทักษิณ ยังมีกำลังใจที่ดี ตนเองและครอบครัวยังพร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

นางสาวแพทองธาร เริ่มต้นให้สัมภาษณ์ว่าตนเองและครอบครัวรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระกรุณาอภัยลดโทษ นายทักษิณ ชินวัตร เหลือ 1 ปี พวกเราทั้งครอบครัวล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ขอขอบคุณทุกท่านที่ส่งกำลังใจ ส่งความห่วงใยมาให้คุณพ่อ และครอบครัวของเรา แต่อย่างไรก็ตาม ท่านทักษิณ ยังเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ผลงานต่างๆ ที่ทำเพื่อบ้านเมือง ท่านก็ยังเป็นคนคิดถึงบ้านเมืองอยู่เสมอ และ ตั้งใจจริงและหวังเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ชีวิตพี่น้องประชาชน มีความกินดีอยู่ดี

ตัวดิฉันเองและครอบครัวมีความเป็นห่วงคุณพ่อ แต่ก็รู้สึกภูมิใจที่คุณพ่อได้สร้างประวัติศาสตร์มากมายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนไทย 

“คุณพ่อและครอบครัวยังมีกำลังใจที่ดี ส่วนตัวของดิฉันและพรรคเพื่อไทย ก็ยังมุ่งมั่นทำงานต่อ เพื่อเป็นฝ่ายค้านและทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ตรวจสอบรัฐบาลต่อไป” นางสาวแพทองธาร กล่าว

'ตำรวจไซเบอร์' ครบรอบ 5 ปี แห่งความภาคภูมิใจ รอง ผบ.ตร.เป็นประธานพิธีสถาปนา ยืนหยัดปกป้องสังคมไทยจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

(9 ก.ย.68) กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ “ตำรวจไซเบอร์” จัดพิธีครบรอบวันคล้ายวันสถาปนาปีที่ 5 อย่างสมเกียรติ โดยมี พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะอดีตผู้บัญชาการ บช.สอท. คนแรกของหน่วย ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี และมี พล.ต.อ.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา อดีต ผบช.สอท. (คนที่ 2) รวมทั้งแขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมพิธี ขณะที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พร้อมผู้บังคับบัญชาระดับสูงและกำลังพลตำรวจไซเบอร์ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ อาคารประชุมสัมมนาและฝึกอบรม ตร. (เมืองทองธานี)

พิธีเริ่มต้นในช่วงเช้าเวลา 07.20 น. ด้วยการสักการะพระไพรีพินาศ ณ บริเวณหน้าศาลาพระไพรีพินาศ ตามด้วยการตรวจแถวกองเกียรติยศ ณ ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ หน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษาฯ โดย พล.ต.อ.กรไชยฯ เดินทางมาเป็นประธานตรวจแถว และลงนามอวยพรหน่วยงาน เพื่อเป็นสิริมงคลและกำลังใจแก่กำลังพลทุกนาย ต่อมา เวลา 10.00 น. ได้มีการประกอบพิธีสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยงานและผู้เข้าร่วมพิธี จากนั้นได้มีการมอบทุนการศึกษาแก่บุตรข้าราชการตำรวจ โดยมีประธานชมรมแม่บ้านตำรวจ บช.สอท. และคณะกรรมการแม่บ้านฯ ร่วมมอบทุนและกล่าวให้โอวาทแก่เยาวชน เพื่อสะท้อนถึงความห่วงใยและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของครอบครัวตำรวจไซเบอร์ 

จากนั้น เวลา 11.00 น. พิธีสวมแหวน “อัศวินตำรวจไซเบอร์” เพื่อยกย่องบุคลากรในด้านต่างๆ ที่มีผลงานดีเด่นเป็นประจักษ์ โดยในปีนี้มีข้าราชการตำรวจที่ได้รับมอบการยกย่องและมอบแหวน ได้แก่

ด้านบริหารป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สืบสวน – จับกุม)
-พ.ต.อ.อภิรักษ์ จำปาศรี ผกก.1 บก.สอท.3
-พ.ต.ท.ประภาส ถาเหม รอง ผกก.1 บก.สอท.3
-ด.ต.สำนิตย์ สุระเวช ผบ.หมู่ กก.1 บก.สอท.3

ด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ป้องกัน – ปราบปราม)
-พ.ต.อ.จักร ถนัดอักษร ผกก.กลุ่มงานป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บก.ตอท.
ด้านสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
-พ.ต.อ.กฤษดา มานะวงศ์สกุล ผกก.1 บก.สอท.5
ด้านการประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์
-พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3

ด้านสอบสวนและดำเนินคดี (สอบสวน – งานคดี – วินัย – นิติกร)
-พ.ต.ท.เฉลิมพล จุมปูอา รอง ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สอท.2
ด้านการพัฒนานวัตกรรมในการสืบสวนปราบปรามอาชญกรรมทางเทคโนโลยี
-พ.ต.ท.เรืองกฤษณ์ ศิริมาจันทร์ รอง ผกก.2 บก.สอท.1

ด้านอำนวยการและสนับสนุน
-พ.ต.ท.หญิง ลัดดา แตงอ่อน รอง ผกก.ฝ่ายธุรการและกำลังพล บก.อก.บช.สอท.

ด้านตรวจวิเคราะห์ข้อมูลและประมวลผลอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
-พ.ต.ท.วินัย ชมพุฒ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3

รวมทั้งมอบรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณแก่ตำรวจไซเบอร์ผู้มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ในด้านต่างๆ อาทิ
พ.ต.อ.หญิง สิริพรรณ พูลสุข ผกก.ฝ่ายงบประมาณและการเงิน บก.อก.บช.สอท., พ.ต.ท.ชนทัช วุฒิภัทรโสภณ
รอง ผกก.วิเคราะห์และเครื่องพิเศษ บก.สอท.3, พ.ต.ต.พากฤต กฤตยพงษ์ สว.ฝอ.บก.สอท.2 และข้าราชการตำรวจดีเด่นรายอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 32 ราย

ช่วงบ่าย เวลา 15.00 น. บช.สอท. ได้จัดพิธีมอบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการตำรวจที่เกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ 2568 ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม โดยมีพิธีอันทรงเกียรติ อาทิ ขบวนเดินลอดซุ้มกระบี่ การมอบประกาศเกียรติคุณ และการจัดแสดงวีดิทัศน์มุทิตาจิตสดุดีผลงานที่ผ่านมา เพื่อเชิดชูเกียรติและแสดงความกตัญญูต่อผู้ที่อุทิศตนทำงานเพื่อประชาชนมาอย่างยาวนานจนถึงวันเกษียณ

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ได้รับเกียรติจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมพิธีอีกหลายราย อาทิ พล.ต.อ.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี รอง ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร รอง ผบช.ภ.7, พล.ต.ต.ศรีศักดิ์ คัมภีรญาณ รอง ผบช.สงป.ตร. เป็นต้น  นอกจากนี้ ยังมีผู้นำและผู้แทนจากหน่วยงานรัฐและเอกชนอีกหลายราย อาทิ ศาลจังหวัดนนทบุรี, เลขาธิการ ปปง., ปปช., DSI, กสทช., คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, มูลนิธิพระราหู, AIS, TRUE, คุณตัน ภาสกรนที (อิชิตัน), FLASH Express,ธนาคารต่างๆ, กลุ่มเพื่อนไตรรงค์, สมาคมหอการค้าไทยจีน, Mountainjoy Tech และอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งหน่วยงานต่างประเทศ อาทิ ผู้แทน FBI, U.S. Secret Service, HSI, AFP, UNODC เป็นต้น 

การครบรอบ 5 ปีของตำรวจไซเบอร์ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองห้วงเวลาสำคัญ แต่ยังเป็นการประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่า บช.สอท. จะยังคงพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อคุ้มครองประชาชนไทยอย่างเต็มภาคภูมิ พร้อมธำรงเกียรติยศในความเป็น “ตำรวจไซเบอร์” ที่ประชาชนเชื่อมั่น

ยโสธร ผู้ว่าฯและสภากาชาดไทย มอบถุงชุดธารน้ำใจ ช่วยผู้ประสบภัยอำเภอป่าติ้ว

(9 ก.ย.68) เวลา 13.30 น. ที่ศาลาการเปรียญวัดบ้านสระเกษ หมู่ที่ 10 และศาลาประชาคมบ้านโพธิ์ไทร หมู่ที่ 9 ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นำคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และ บุคลากรสถานีกาชาดที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี ลงพื้นที่เพื่อมอบถุงชุดธารน้ำใจ แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้

บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่นใจ เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เดินทางเข้าพบปะ พูดคุย และส่งกำลังใจแก่พี่น้องชาวตำบลโพธิ์ไทรที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ก่อนนำคณะร่วมมอบถุงชุดธารน้ำใจ จากสภากาชาดไทย จำนวน 55 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น

นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร กล่าวย้ำว่า จังหวัดยโสธรให้ความสำคัญในการดูแลทุกข์สุขของประชาชนเป็นอันดับแรก พร้อมกำชับทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะบุคลากรท้องที่ ท้องถิ่นซึ่งอยู่ใกล้ชิด ต้องคอยสอดส่องดูแลและประสานความร่วมมือกับทางจังหวัด ให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถก้าวผ่านวิกฤตอุทกภัยครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัยและมีขวัญกำลังใจที่เข้มแข็งทุกคน

OpenAI ร่วม Broadcom พัฒนาชิป AI รุ่นแรก เน้นใช้งานภายในองค์กร-ลดพึ่งพา Nvidia คาดเสร็จปี 2026

(9 ก.ย. 68) OpenAI เตรียมเปิดตัวชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นแรกในปี 2026 ร่วมกับบริษัทเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ รายใหญ่ Broadcom ตามรายงานของ Financial Times โดยแหล่งข่าวระบุว่าชิปดังกล่าวจะใช้งานภายในองค์กรเป็นหลัก ไม่ได้วางขายให้ลูกค้าภายนอก

การพัฒนาชิปนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของ OpenAI ในการลดการพึ่งพาชิปจาก Nvidia และตอบสนองความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยก่อนหน้านี้ OpenAI เคยร่วมมือกับ Broadcom และ TSMC รวมถึงการใช้งานชิปของ AMD ควบคู่กับ Nvidia เพื่อฝึกและรันระบบ AI ของตนเอง

ฮ็อค แทน (Hock Tan) ซีอีโอของ Broadcom ระบุว่าบริษัทคาดว่ารายได้จาก AI ในปีงบประมาณ 2026 จะเติบโตสูงขึ้น หลังจากได้รับคำสั่งซื้อโครงสร้างพื้นฐาน AI กว่า 10 พันล้านดอลลาร์ จากลูกค้ารายใหม่ พร้อมเผยว่ามีลูกค้าใหม่หลายรายกำลังร่วมพัฒนาชิปเฉพาะของตนเอง

ความเคลื่อนไหวของ OpenAI สอดคล้องกับแนวทางของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อื่น ๆ เช่น Google, Amazon และ Meta ที่สร้างชิปเฉพาะสำหรับงาน AI เพื่อรองรับความต้องการด้านการประมวลผลและการฝึกโมเดล AI ที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน

กาฬสินธุ์ ม.กาฬสินธุ์เดินหน้าพัฒนาท้องถิ่นมุ่งสู่มาตรฐานสากล แม่ทัพภาคที่ 2 พบปะครู นักเรียน 

(9 ก.ย. 68) มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์จัดงานวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ครบรอบ 10 ปี “1 ทศวรรษ  มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน”พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนเดินหน้ายกระดับสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน และก้าวสู่มาตรฐานสากล” ในอนาคต พร้อมมอบโล่เชิดชูเกียรติ ผู้ทำคุณประโยชน์แก่มหาวิทยาลัยและประเทศชาติ พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และหลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม เจ้าอาวาสวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ ขณะที่แม่ทัพภาคที่ 2 พบปะครู นักเรียน กพส. ขอให้ช่วยกันรักษา 3 สถาบันหลักของชาติ

วันที่ 9 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น.ที่ห้องประชุมพยับหมอก ชั้น 3 มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ รองศาสตรจารย์สุพรรณ สุดสนธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี นายกสภามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัย คณะผู้บริหาร  คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และศิษย์เก่าร่วมกันจัดงานวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ครบรอบ 10 ปี “1 ทศวรรษ  มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ  ภาคเอกชน  ภาคสังคม และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมและแสดงความยินดีอย่างพร้อมเพียง
ทั้งนี้กิจกรรมเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 9 รูป การแสดงของนักศึกษา พิธีเชิญตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติ ผู้ทำคุณประโยชน์แก่มหาวิทยาลัย และทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม เจ้าอาวาสวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ และพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 

การปาฐกถาพิเศษ “ความจงรักภักดี ต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์” โดยพลโทบุญสินพาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า ภาคภูมิใจ และจะรักษารางวัลนี้ไว้ พร้อมจะรักษาสถาบันหลักของชาติด้วยชีวิต ทั้งนี้เมื่อตนพ้นจากหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 ไปแล้วก็จะใช้สติปัญญาความรู้ ประสบการณ์มาช่วยเหลือสังคมและกองทัพ  ซึ่งจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอย่างเด็ดขาด, การปาฐกถาพิเศษ “อนาคตมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์กับความท้าทายของโลกที่เปลี่ยนแปลง” โดย ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี นายกสภามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
 เวทีเสวนา “จากวันแรกสู่อนาคต  1 ทศวรรษ มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยนายเลิศบุศย์ กองทอง กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ, ศ.ดร.ไชยณรงค์ นาวานุเคราะห์ กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ, นายวันชัย ผโลทัยถเกิง กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ, ดร.พราวพร เกียรติดำเนินงาม ตัวแทนภาคประชาชนในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ดำเนินการเสวนา โดย รศ.ดร.คคนางค์ รัตนานิคม กรรมการสภามหาวิทยาลัย และผศ.ดร.จักรินทร์ ตรีอินทอง กรรมการสภามหาวิทยาลัย

พิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติและเกียรติบัตร ครบรอบ 10 ปี วันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ให้กับผู้ทำคุณประโยชน์ ผู้มีผลงานเด่นด้านการพัฒนาท้องถิ่น ศิษย์เก่าดีเด่น คณาจารย์ประจำดีเด่น บุคลากรสายสนับสนุนดีเด่น  นักศึกษาดีเด่น และนิทรรศการ “1 ทศวรรษ มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน”
รองศาสตรจารย์สุพรรณ สุดสนธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมงานครบรอบ 10 ปี หรือ 1 ทศวรรษแห่งการก่อตั้งมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความตั้งใจ และความร่วมมือของทุกภาคส่วนในท้องถิ่น  เพื่อสร้างมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์เป็น “ศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ และศูนย์กลางการพัฒนาท้องถิ่น” เพื่อให้เติบโตไปพร้อมกับ สังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของท้องถิ่น

รองศาสตรจารย์สุพรรณ กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ได้ก้าวเดินด้วยความมุ่งมั่น ทั้งในด้านการยกระดับคุณภาพการศึกษา การวิจัยและนวัตกรรม การพัฒนาสิ่งแวดล้อมและกายภาพ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และก้าวไกล สู่ระดับสากล ซึ่งทุกก้าวย่างล้วนสะท้อนถึงความทุ่มเท ความเสียสละ ความเพียรพยายามและพลังศรัทธา ของทุกคนที่ร่วมกันสร้างมหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้เติบโตมาอย่างต่อเนื่อง

รองศาสตรจารย์สุพรรณ กล่าวอีกว่า ในโอกาสครบรอบ 1 ทศวรรษนี้ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์จะไม่หยุดเพียงแค่ความสำเร็จที่ผ่านมา แต่จะเดินหน้าต่อไปด้วย พลังแห่งความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์สู่การเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน และก้าวสู่มาตรฐานสากล” ในอนาคตต่อไป 

อย่างไรก็ตามในช่วงเช้าเวลา 08.00 น.พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เดินเข้าพบปะครู และนักเรียนที่บริเวณหน้าเสาธง โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ โดยมี พลตรีกิตติพงษ์ เนื่องชมภู ผบ.มทบ.23, พ.อ.สิทธิศักดิ์ พรมดิเรก รองผอ.รมน.กาฬสินธุ์, พ.อ.วิเศษศิลป์ แสนภูวา สัสดี จ.กาฬสินธุ์, พ.ต.อ.วีระ หางนาค ผกก.เมืองกาฬสินธุ์, ดร.วิภา สายรัตน์ ผอ.สพม.กาฬสินธุ์, นางจารุวรรณ รัตนมาลี ผอ.โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ พร้อมคณะผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และนักเรียนให้การต้อนรับ ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทักทายและถ่ายภาพกับนักเรียน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเรียบง่ายเป็นกันเอง 

ทั้งนี้พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวว่า วันนี้แม่ทัพมาเพื่อประเทศไทย แม่ทัพจะมีธงชาติไทยติดอยู่เครื่องแบบตลอด ไปไหนมาไหนเอาประเทศชาติไปด้วย มันหมายถึง 3 สิ่ง คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เช่นเดียวกับพวกเราที่ร้องเพลงชาติอยู่หน้าเสาธง ขอให้พวกเรายึดมั่นและรักษาสามสิ่งนี้ให้ดี ที่บรรพบุรุษของพวกเราได้สละเลือดและชีวิตมาเพื่อ 3 สีนี้ ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชแล้ว และพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ขอให้พวกเราต้องเป็นหนึ่งเดียว อย่าแตกแยกความสามัคคี

พลโทบุญสิน  กล่าวต่อว่า แม่ทัพและลุงทหารที่ทำหน้าที่ตรงนี้ เขากำลังมีกำลังใจดี แม้ว่าหลายท่านได้เสียชีวิตทั้ง 18 นาย บาดเจ็บหลัก 100 คน เขาทำเพื่อทวงแผ่นดินคืน เขมรเข้ามายึดไว้นานแล้ว แม่ทัพนอนไม่ค่อยหลับ เพราะเราถูกกระทำก่อน เพราะเขาต้องการมาเอาแผ่นดินเพิ่ม โชคดีที่เป็นยุคแม่ทัพชื่อบุญสินพอดี นอกจากไม่ได้แผ่นดิน เรายังยึดแผ่นดินได้คืน 11 จุด รวมถึงภูมะเขือ ขณะที่พี่ๆ เราต้องสละชีพ บางส่วน บางท่านก็ขาขาด แขนขาด ตาบอด และจะทำอีกถ้ามีโอกาส 

พลโทบุญสิน  กล่าวอีกว่า  ทหารยศร้อยตรีจบใหม่ จบมาได้ปีเดียว ขาขาด เขาพูดบอกว่า 'ผมขออยู่หน่วยเดิม ไม่มีขาก็อยู่' เราทำความดีเพื่อแผ่นดินหรือยัง เราทำอะไรให้กับประเทศชาติ พวกเธอเป็นนักเรียนไม่ต้องจับปืนถือปืนเหมือนกับพี่ทหาร แต่ขอให้เป็นคนดีของประเทศชาติ ตัวอย่างไหนที่ไม่ดีก็อย่าปฏิบัติ พวกเราโตขึ้นจะต้องรักษา 3 สีนี้เอาไว้ 3 สีที่อยู่บนแขนแม่ทัพ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต่อไปพวกครูที่อยู่ตรงหน้าและแม่ทัพก็จะแก่ ประเทศชาติจะอยู่กับพวกเธอ ไม่แน่ในอนาคตในนี้อาจจะเป็นแม่ทัพเหมือนแม่ทัพบุญสินก็ได้ ขึ้นอยู่กับความตั้งใจเรียนของพวกเรา มีความขยันมั่นเพียร มีความเสียสละ อย่าเห็นแก่ตัว รักเพื่อน อย่าทะเลาะเบาะแว้งกัน ให้มีหลักธรรมในการดำเนินชีวิต 

"ฝากครูสอนทั้ง 2 วิชานี้ คือ วิชาประวัติศาสตร์ และวิชาจริยธรรม เพราะการแต่งกายดี ใส่สูท ผูกไท ไม่ใช่ว่าเขาจะเป็นคนดี คนดีอยู่ที่ใจ อยู่ที่พฤติกรรม อยู่ที่สันดานคน แม่ทัพจะพูดแบบนี้ไปเรื่อยๆ มีคนมาเสนอให้ตำแหน่งทางการเมืองแม่ทัพ แต่ตำแหน่งสูงๆ แต่แม่ทัพไม่เอา จะอยู่กับพี่น้องประชาชน" "  พลโทบุญสินกล่าว  
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top