Tuesday, 9 June 2026
Hard News Team

“ยศสูงขึ้น หน้าที่ความรับผิดชอบก็เพิ่มขึ้น” คำกล่าว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่1

(8 ก.ย.68) พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศให้แก่ข้าราชการที่ได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้น เพื่อเป็นเกียรติ สร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานให้แก่กำลังพล ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 (ห้องเกาะหลัก) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

‘ออร์บาน’ นายกฯ ฮังการี เตือน EU ใกล้ถึงจุดจบ รอวันล่มสลายในอีก 2–3 ปีข้างหน้า!! หากไม่แก้วิกฤตการเงิน

(8 ก.ย. 68) นายกรัฐมนตรีฮังการี วิกเตอร์ ออร์บาน (Viktor Orban) กล่าวเตือนว่า สหภาพยุโรปกำลังเข้าสู่ภาวะแตกแยก และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง งบประมาณ 7 ปีถัดไป (2028–2035) อาจเป็นงบชุดสุดท้ายของสหภาพยุโรป

โดยออร์บานกล่าวในพิธีเปิดฤดูกาลการเมืองที่เมืองโคตเซ ประเทศฮังการี ว่า แม้สหภาพยุโรปสามารถผ่านงบประมาณใหม่ได้ แต่หากสถานการณ์ปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป ก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะมีงบประมาณร่วมหลังปี 2035

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีฮังการีเสนอทางออกด้วยการจัดตั้ง “วงกลมสหภาพยุโรป” 4 ชั้น ได้แก่ วงนอกสุดสำหรับประเทศที่เน้นความร่วมมือด้านความมั่นคงและพลังงาน วงที่สองสำหรับประเทศที่มีตลาดร่วม วงที่สามสำหรับประเทศยูโรโซน และวงในสุดสำหรับประเทศที่ต้องการสหภาพทางการเมืองใกล้ชิด

ออร์บานยังเตือนอีกว่า หากไม่มีการปรับโครงสร้างและเปลี่ยนผู้บริหารที่มีแนวคิดลิเบอรัลในบรัสเซลส์ด้วยผู้นำที่มีแนวคิดรักชาติ สหภาพยุโรปอาจล่มสลายด้วยตัวเองในอีก 2–3 ปีข้างหน้า และยุโรปจะพังทลายต่อสายตาของทุกคน

‘รสนา’ ตั้งคำถาม รมว.พลังงาน เป็นคนนอกจริงหรือ หวั่นเป็น 'สายตรง' เข้ามาเอื้อกลุ่มทุนพลังงานฟอสซิล

(8 ก.ย.68) น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า รัฐมนตรีพลังงาน “คนนอก” หรือ “สายตรง” กลุ่มทุนพลังงานฟอสซิล จะเป็นความหวังของใครกันแน่ !?!

วันนี้ได้อ่านบทความของคุณวินทร์ เลียววาริณ พูดถึงรัฐมนตรีคนนอก โดยเปรียบว่าวงการการเมืองไทยเป็นเหมือนตลาดหลักทรัพย์ ที่ผู้ลงทุนในแต่ละบริษัท (พรรค) คาดหมายผลกำไรและ 'เงินปันผล' ที่เรียกกันว่า 'โควตา' โอกาสที่คนนอกบริษัทจะเข้ามาทำงาน (หรือพูดหยาบๆ ว่า 'ชุบมือเปิบ') นั้นเกิดขึ้นได้ยากมาก และคำว่า 'คนนอก' มีนัยว่ามือสะอาด ทางการเมืองถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ซึ่งยกเอาตัวอย่างอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ที่ทำงานให้กับจอมเผด็จการ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ทั้งที่ทั้ง 2 ท่านมีแนวคิดคนละขั้วกัน

ดิฉันเห็นว่า “คนนอก” ของรัฐบาลสมัยนี้ต่างจากยุคอาจารย์ป๋วยมาก แต่อาจารย์ป๋วยไม่ใช่ “คนนอก” (เพราะท่านยังไม่เคยมีตำแหน่งทางการเมือง)แต่เป็นข้าราชการน้ำดี เป็นนักวิชาการมือสะอาด ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกลุ่มทุนใดๆ ทำการสิ่งใดก็คิดถึงผลประโยชน์มหาชนเป็นที่ตั้ง ดังเนื้อหาในบทความนั้น

แต่ “คนนอก” ของรัฐบาลอนุทิน บางคนเป็นสายตรงกลุ่มทุนพลังงาน ซึ่งน่าสงสัยว่าอาจมีผลประโยชน์กับกลุ่มทุนพลังงานฟอสซิล หรือไม่? ที่ทับซ้อนและขัดแย้งกับผลประโยชน์ของประชาชนที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายทางพลังงานเช่นลดค่าไฟลง ด้วยพลังงานจากแสงอาทิตย์ที่เป็นทั้งพลังงานสะอาดที่ช่วยลดโลกร้อน และลดค่าไฟให้ประชาชนได้ และไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์เป็นเทคโนโลยีที่มีราคาถูกลงทุกปี เพราะเป็นพลังงานที่ไม่มี “ต้นทุนเชื้อเพลิง” ที่ผ่านมารัฐบาลทุกยุคแม้หาเสียงลดค่าไฟฟ้า ลดราคาพลังงาน แต่ก็แค่เป็นเทคนิคหาเสียงเท่านั้น แต่ทุกรัฐบาลไม่เคยทำจริง ที่ทำจริงคือยืนบังแดด ไม่ให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานประชาธิปไตยแสงอาทิตย์ที่มีราคาถูก แบบง่ายๆ เหมือนซื้อตู้เย็นเบอร์5 ประหยัดไฟไปใช้ที่บ้าน

พรรคภูมิใจไทยประกาศหาเสียงจะติดโซลาร์รูฟท็อปให้ประชาชน ลดค่าใช้จ่ายค่าไฟเดือนละ 450 บาท ก่อนหน้านี้ลูกน้องคนสนิทคุณอนุทินพูดว่า ภท.ยังทำไม่ได้เพราะไม่ใช่พรรคอันดับ 1 มาวันนี้ภท. เป็นพรรคอันดับหนึ่งแล้ว เป็นรัฐบาลแล้ว นายอนุทินดีใจหน้าบานในวันได้รับเสียงโหวตจากพรรคประชาชน 143 เสียงรวมเป็น 311 เสียง คุณอนุทินดีใจเนื้อเต้นความฝันสูงสุดได้เป็นนายกรัฐมนตรีกับเขาชาติหนึ่งเป็นจริงแล้ว แล้วจะหันมาทำให้ประชาชนยิ้มบ้างได้ไหม ทำให้ความฝันประชาชนเป็นจริงตามสัญญาได้ไหม ?!?

แต่รัฐมนตรี “คนนอก” ที่คุณอนุทินเลือกมานั่งกระทรวงพลังงาน เป็น “คนนอก” จริงหรือ ?!! หรือเป็นสายตรงกลุ่มทุนพลังงานฟอสซิลกันแน่?! 

สายตรงกลุ่มทุนพลังงานฟอสซิล มีหรือจะไม่ยืนบังแดดประชาชนอีก?!? จะยอมให้มีนโยบาย แบบที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้ลดค่าไฟได้ ด้วยการสนับสนุนพลังงานที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างแสงอาทิตย์ ได้จริงหรือไม่นั้น คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ !!

พลังงานฟอสซิลเป็นเทคโนโลยีที่อัสดงตกยุคแล้ว เหมือนคำกล่าวที่ว่า “ยุคหินหมดไป ไม่ใช่เพราะหินหมด“ แต่เพราะมีเทคโนโลยีใหม่ที่ดีกว่า ถูกกว่า สะอาดกว่า และปกป้องโลกได้ดีกว่า แต่การที่รัฐบาลยังไม่สนับสนุนแสงอาทิตย์ ยังตะบี้ตะบันสนับสนุนพลังงานฟอสซิลสกปรกที่ทำให้โลกร้อนจนเผ่าพันธุ์มนุษย์จะสูญพันธุ์ ก็เพราะกลุ่มทุนพวกนี้ต้องการทำกำไรจากพลังงานฟอสซิลที่ผูกขาด สามารถล้วงกระเป๋าประชาชนให้นานที่สุด โดยอาศัยอำนาจรัฐ อำนาจการเมือง และอำนาจทุนผูกขาดที่ล้าหลังตกยุคแล้ว ใช่หรือไม่ ?!

การเลือกรัฐมนตรี “คนนอก” จากกลุ่มทุนฟอสซิล จึงอุปมาเหมือนให้นายทุนขายบุหรี่ มาทำนโยบายเลิกบุหรี่เพื่อสุขภาพประชาชน ดิฉันขอตะโกนถามดังๆ ว่า แล้วจะมีทางเป็นไปได้จริงหรือไม่?!?

รสนา โตสิตระกูล
8 กันยายน 2568

เชียงใหม่-HealthNEXT 2025 ภายใต้แนวคิด 'THE NEXT PULES OF INNOVATION' เวทีแห่งการขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพสู่อนาคต

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ ย่านนวัตกรรมการแพทย์สวนดอก (Suandok Medical Innovation District: SMID) จัดงาน HealthNEXT 2025 ภายใต้แนวคิด 'THE NEXT PULES OF INNOVATION' เวทีแห่งการขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพสู่อนาคต ซึ่งครั้งนี้ได้จัดเป็นครั้งที่ 6  โดยมุ่งยกระดับเชียงใหม่สู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพระดับอาเซียน ผ่านการสร้าง HealthTech Ecosystem ในทุกระดับ (เมือง-ย่าน-ศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพ) พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมของอาจารย์ นักวิจัย แพทย์ พยาบาล สตาร์ทอัพ นักลงทุน หน่วยงานรัฐ และชุมชน มีผู้เข้าร่วมกว่า 700 คน เพื่อจุดประกายความคิด สร้างความร่วมมือ และเร่งการนำนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพไปสู่การใช้งานจริง (Lab for Life)

โดยมี ศ.ปฏิบัติ ดร.ชรินทร์ เตชะพันธุ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้เกียรติประธานเปิดงาน, รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. กล่าวต้อนรับ และศ.ดร.นพ.ดำเนินสันต์ พฤกษากร รองคณบดีด้านวิจัย นวัตกรรม และวิเทศสัมพันธ์ กล่าวรายงาน รศ.นพ.อดิศักดิ์ ตันติวรวิทย์ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช ผู้ช่วยคณบดีด้านวิจัย นวัตกรรม และวิเทศสัมพันธ์, ผศ.นพ.กฤษณ์ ขวัญเงิน รองคณบดีด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและบริหารจัดการข้อมูล, รศ.นพ.เอกรัฐ รัฐฤทธิ์ธำรง รองคณบดีด้านการศึกษาก่อนปริญญา ร่วมงาน

ในโอกาสนี้ รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ได้มอบรางวัลสำหรับผู้ชนะการแข่งขัน Pitching ในงาน MEDCHIC Health Hackathon (MEDCHICKathon) 2025 ได้แก่
1. รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม PIXPULSE
2. รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีม NurseVoiceX
3. รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีม Fifth Harmony 

มอบประกาศนียบัตร ให้แก่ 
1. ทีม PIXPULSE
2. ทีม Fifth Harmony
3. ทีม AIDoC
4. ทีม PrikPool
5. ทีม GeneWave
6. NurseVoiceX
7. Brain Bridge

ภายในงานประกอบด้วยผลิตภัณฑ์นวัตกรรมทางการแพทย์ และสุขภาพ เวทีเสวนา ปาฐกถาพิเศษ และ Policy Dialogue จากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศและนานาชาติ มีพื้นที่ในการแสดงนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพกว่า 40 บูธ  จัดโดย ศูนย์นวัตกรรมสุขภาพ (MedCHIC) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ณ The Nimman Convention Center จังหวัดเชียงใหม่

'พงศ์กวิน' รมว.รุ่นใหม่ เปิด 6 ผลงานเด่น รอบ 60 วัน พลิกโฉม – ยกระดับ – สร้างโอกาสแรงงานทุกมิติ

นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตั้งแต่ 4 กรกฎาคม จนถึง 4 กันยายน 2568 ครบ 60 วันแรก ที่ตนและทีมงานได้เร่งดำเนินการทุกๆ นโยบายเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องแรงงานและประชาชนชาวไทย ตลอดจนผลักดันให้ประเทศไทยทัดเทียมนานาประเทศ โดย 6 ผลงานเด่น ประกอบด้วย

1.เปิดตัว Fit4Work พลิกโฉมหลักสูตรแรงงานตรงใจนายจ้างลดปัญหาว่างงาน เพิ่มรายได้ โดยจับมือกับ GSPA NIDA ยกระดับทักษะแรงงานยุคดิจิทัล ช่วยสร้างแรงงาน ยุค AI ที่พร้อมทำงาน ตรงความต้องการของตลาด ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ผลักดันประเทศก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน

2.ผลักดันโครงการ Learn to Earn เรียนรู้สู่รายได้ จบไปมีงานทำ ต่อยอดอนาคตแรงงานไทย ให้เยาวชนได้ค้นหาตัวเอง มีรายได้เสริม ช่วยลดภาระครอบครัว และแก้ปัญหา การว่างงานของนักศึกษาจบใหม่

3.จัดทำหลักสูตรด้าน AI และ DATA Center ร่วมกับ ผู้ประกอบการระดับโลก อาทิเช่น Dell Microsoft  Huawei

4. ผลักดันให้ ม.หอการค้าไทย-กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน-หอการค้าไทย ลงนาม MOU พัฒนาทักษะดิจิทัลร่วมมือกันยกระดับทักษะแรงงานไทยให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานยุคดิจิทัล  

5.แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา โดยผ่อนผันให้แรงงานสัญชาติกัมพูชาที่ถือบัตรผ่านแดน (Border Pass) ทำงานบริเวณชายแดน ผลักดันให้มีการจ้างแรงงานประเทศอื่นเพิ่มเติม เช่น แรงงานศรีลังกา  รวมถึง พิจารณาให้คนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว สำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาทั้ง 9 แห่งใน 4 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี และราชบุรี ซึ่งกรมการปกครองได้จัดทำทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ เพื่อทำงานได้ไม่เกิน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งอนุญาต โดยขณะนี้อยู่ระหว่าง การดำเนินการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (ประกาศกระทรวงแรงงาน และประกาศกระทรวงมหาดไทย)

6.ตั้งคณะทำงานยกร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ พ.ศ. …. เพื่อคุ้มครองแรงงานอิสระ พร้อมรับฟัง แรงงานอิสระทุกกลุ่ม ผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์ และปรับแก้กฎหมายให้สอดคล้องและเอื้อประโยชน์กับทุกฝ่ายโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมในทุกมิติ และมุ่งไปสู่การสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจ

นายพงศ์กวิน กล่าวว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตนได้ขับเคลื่อนงานที่ผ่านมาอย่างเต็มที่ด้วยการ ลงพื้นที่ รับฟังปัญหา และเร่งแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ตนพร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป เพื่อให้พี่น้องแรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีงานทำที่มั่นคง และได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเป็นธรรม และผมขอขอบคุณพี่น้องแรงงานทุกคน เพื่อนข้าราชการ และทุกภาคส่วน ที่ได้เสียสละและมุ่งมั่นช่วยกันทำให้เกิดโครงการดีๆ ซึ่งหลายโครงการไม่ได้ใช้งบประมาณ แต่เน้นการบูรณาการทำงานร่วมกับองค์กรภายนอก ทั้งภาคการศึกษา และภาคเอกชน 

นายพงศ์กวิน เน้นย้ำว่า แม้ระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่จะไม่ยาวนานนัก แต่มั่นใจว่ากระทรวงแรงงานได้บ่มเพาะต้นกล้าทางความคิดในการเปลี่ยนแปลงจาก 'กระทรวงจับกัง' สู่การเป็น “กระทรวงทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ” เพื่อประโยชน์แก่พี่น้องแรงงานทุกระดับอย่างแท้จริง

‘จีน’ ออกกฎใหม่คุม ‘หนังสือแบบฝึกหัดเสริม’ ทั่วประเทศ เพื่อลดภาระการเรียน!! และความเครียดของเด็กนักเรียน

(8 ก.ย. 68) จีนออกมาตรการควบคุมหนังสือแบบฝึกหัดเสริมทั่วประเทศ เพื่อมุ่งลดภาระการเรียนและความเครียดของนักเรียนในโรงเรียนใหญ่ เช่น เซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้น

มาตรการนี้ต่อยอดนโยบาย “ลดสองเท่า” (Double Reduction) ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2021 เพื่อจำกัดการบ้านและการกวดวิชา โดยครั้งนี้ขยายไปถึงคู่มือเตรียมสอบและแบบฝึกหัดซ้ำจำนวนมากที่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการศึกษาแบบ “ทะเลโจทย์” ที่เน้นให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดซ้ำๆ จำนวนมหาศาลจนจำได้

โดยกฎระเบียบในแต่ละพื้นที่มีรายละเอียดแตกต่างกัน เช่น เซี่ยงไฮ้ห้ามโรงเรียนบังคับผู้ปกครองซื้อแบบฝึกหัดนอกหลักสูตร และห้ามจำหน่ายในโรงเรียน ส่วนเซินเจิ้นจำกัดให้แต่ละวิชามีแบบฝึกหัดฟรีเพียง 1 เล่ม และต้องสั่งซื้อจากบัญชีรายชื่อทางการเท่านั้น

แม้ตลาดหนังสือเสริมในจีนคาดว่าจะมีมูลค่า 1.46 แสนล้านหยวน (ราว 6.57 แสนล้านบาท) ภายในปี 2030 แต่กฎใหม่สร้างความเห็นที่หลากหลาย ผู้ปกครองบางส่วนยินดีที่เด็กจะมีภาระลดลง ขณะที่บางส่วนกังวลว่าเด็กอาจตามเพื่อนไม่ทัน นอกจากนี้ ทางการยังออกมาตรฐานใหม่ให้โรงเรียนใช้เก้าอี้เอนนอนได้ เพื่อให้นักเรียนงีบหลับได้สะดวก เริ่มมีผลบังคับใช้เดือนกุมภาพันธ์ 2569

‘สมศักดิ์–ทวี’ เป็นสักขีพยาน ลงนาม MOU ยกระดับบริการเยียวยา ‘ผู้เสียหาย–พยาน–จำเลย’ เท่าเทียม

(8 ก.ย. 68) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานและสักขีพยานร่วมกับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการรักษา ช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูทางด้านร่างกายและจิตใจแก่ผู้เสียหาย จำเลย ผู้ต้องหา พยาน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ระหว่างสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมสุขภาพจิต และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ทำให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงการรักษา ช่วยเหลือ และฟื้นฟูด้านร่างกายและจิตใจได้อย่างต่อเนื่อง ไร้รอยต่อ ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม และคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษ

“ความร่วมมือนี้มุ่งพัฒนาระบบรักษา เยียวยา และฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้ผู้เสียหาย จำเลย ผู้ต้องหา พยาน และผู้เกี่ยวข้องเข้าถึงบริการได้ต่อเนื่องและไร้รอยต่อ ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมทั้งแบ่งปันทรัพยากรและบุคลากรเพื่อให้บริการด้านสุขภาพที่ทั่วถึง และไม่เลือกปฏิบัติ” นายสมศักดิ์ กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การมี MOU ร่วมกันสะท้อนว่ากระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะกรมสุขภาพจิต เป็นสิ่งที่สังคมต้องการและชื่นชม สามารถนำไปใช้ในกระบวนการยุติธรรม ช่วยเหลือประชาชนทั้งด้านร่างกายและจิตใจอย่างยั่งยืน และเป็นหมุดหมายสำคัญในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงนโยบายกัญชาว่า ต้องรอรัฐบาลใหม่ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนการแก้ไขกฎกระทรวงหรือจัดทำกฎหมายใหญ่ ยังอยู่ระหว่างการประคับประคองให้ประชาชนไม่เดือดร้อน และยืนยันใช้ทางการแพทย์เป็นหลัก

เมื่อถามถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มั่นใจว่าไม่มีเหตุผลที่จะไม่กลับมา และไม่เห็นว่าการกลับเข้าประเทศจะมีโทษใด ๆ พร้อมย้ำว่าการทำงานของกระทรวงยังคงดำเนินไปอย่างรอบคอบและโปร่งใส เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจับมือสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ และสำนักงานสนับสนุนระดับภูมิภาคของกระบวนการบาหลี เสริมเขี้ยวเล็บเจ้าหน้าที่ใช้เทคโนโลยีสืบสวนอาชญากรรมข้ามชาติ

(8 ก.ย. 68) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เป็นประธานเปิดการฝึกอบรม Technical Workshop on Building Online Investigations Capacity to Address Trafficking in Persons into Cyber-Scam Centers ณ ห้องประชุมศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) หรือ Warroom IAC สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี Mr.David Thomas รองหัวหน้าคณะผู้แทน สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และ Mr.David Scott ผู้จัดการร่วม (ออสเตรเลีย) ของสำนักงานสนับสนุนระดับภูมิภาคของกระบวนการบาหลีว่าด้วยการลักลอบขนคน การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเปิดการฝึกอบรม

การฝึกอบรมในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย และสำนักงานสนับสนุนระดับภูมิภาคของกระบวนการบาหลี (Regional Support Office of the Bali Process: RSO) โดยมีระยะเวลาการฝึกอบรม 5 วัน ระหว่างวันที่ 8-12 กันยายน 2568 ณ ศูนย์บริหารเหตุการณ์ แก๊งคอลเซนเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) หรือ Warroom IAC และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ, เจ้าหน้าที่ศุลกากร, กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เข้าร่วมการฝึกอบรม

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติและผู้จัดการฝึกอบรม มุ่งเน้นในการพัฒนาทักษะของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ในการสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีความเข้าใจและสามารถสืบสวนการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการก่ออาชญากรรมได้ รวมถึงสร้างเครือข่ายระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทยและในระดับนานาชาติ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการประสานงานและปฏิบัติการร่วมกัน

เปิดเบื้องหลัง ‘สุชาติ - ธนกร’ ไขก๊อก สส. รทสช. คาดหนีปมถูกร้องจริยธรรม ปูทางนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี

(8 ก.ย. 68) เปิดเบื้องหลัง “สุชาติ-ธนกร” ไขก๊อก สส.บัญชีรายชื่อ รวมไทยสร้างชาติ ปูทางนั่ง รมต. ใน “ครม.อนุทิน1” หนีปมร้องจริยธรรม มีตำแหน่ง โดยไม่ผ่านกก.บห. พรรค จับตา ลุยทำพื้นที่หนัก นับถอยหลังเลือกตั้ง

รายงานข่าวแจ้งถึงเหตุผลในการลาออกจากตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ ของนายสุชาติ ชมกลิ่น แกนนำกลุ่ม 16 สส.ที่โหวตสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี และนายธนกร วังบุญคงชนะ ซึ่งทั้งคู่ต่างถูกคาดหมายว่าจะมีตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่นั้น เหตุผลสำคัญเพื่อป้องกันการถูกยื่นคำร้องให้มีการตรวจสอบพฤติกรรมว่าเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมหรือไม่ เนื่องจากนายสุชาติ และนายธนกร อยู่ในโผรายชื่อครม. ที่มีโอกาสได้ตำแหน่งค่อนข้างสูง 

ดังนั้น หากทั้ง 2 คนได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีจริง อาจจะสร้างปัญหาตามมาได้ในกรณีที่ยังเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ภายใต้การนำของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ที่จะมีความชอบธรรมในการดำเนินการกับบุคคลที่อาจฝ่าฝืนข้อบังคับพรรคและไม่ได้รับความเห็นชอบจากกรรมการบริหารพรรคให้ไปดำรงตำแหน่งในครม. 

นอกจากนี้ อีกเหตุผลการลาออกของนายสุชาติ ตามที่คนใกล้ชิดเปิดเผยว่า เพราะได้ทำหน้าที่โหวตนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่นายเศรษฐา ทวีสิน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายอนุทิน เสร็จสิ้นแล้ว ระยะเวลาต่อจากนี้ที่กำลังนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งครั้งต่อไป ก็ขอมีเวลาทำพื้นที่อย่างเต็มที่

SCB EIC เปิดผลสำรวจ ผู้บริโภคไทยกว่า 80% สนใจติดตั้ง!! ‘โซลาร์รูฟท็อป’ เพราะคุ้มค่า-ช่วยประหยัดไฟ

(8 ก.ย. 68) ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดผลสำรวจพบว่า คนไทยกว่า 80% สนใจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป แต่ยังไม่ลงมือทำจริง โดยมีเพียง 9% ที่ติดตั้งแล้ว และ 3% อยู่ระหว่างการติดตั้ง สาเหตุหลักมาจากอุปสรรค 4 ด้าน ได้แก่ ขาดความเชื่อมั่นผู้ให้บริการ ความซับซ้อนของเทคโนโลยี ขั้นตอนขออนุญาตที่ยังยุ่งยาก และปัญหาการเงินที่ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เกินไป

แม้การลงทุนโซลาร์รูฟท็อปจะคุ้มค่า เนื่องจากต้นทุนผลิตไฟฟ้าเพียง 3 บาทต่อหน่วย ถูกกว่าค่าไฟเฉลี่ยที่ราว 4 บาทต่อหน่วย และยังมีนโยบายภาครัฐที่เริ่มเอื้ออำนวย เช่น การหักลดหย่อนภาษีจากค่าใช้จ่ายติดตั้ง 200,000 บาทแรก แต่ประชาชนยังมองว่าข้อจำกัดเชิงกฎหมายและกฎระเบียบทำให้การตัดสินใจไม่ง่าย โดยผู้บริโภคเรียกร้องให้รัฐ “อุดหนุนเงินติดตั้ง” เป็นมาตรการสำคัญที่สุด

ด้านสภาผู้บริโภคชี้ว่า ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่รัฐบาลผลักดันอยู่ “เกาไม่ถูกที่คัน” เพราะแก้เพียงขั้นตอนการติดตั้งให้สะดวกขึ้น แต่ไม่แก้กติกาหลักที่ห้ามไฟฟ้าส่วนเกินไหลเข้าระบบสายส่งและดึงกลับมาใช้ตอนกลางคืน ทำให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเองได้เพียง 28% และต้องใช้เวลาคืนทุนยาวนานถึง 16–17 ปี

นายจิรวุฒิ อิ่มรัตน์ นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) เสนอว่า รัฐบาลควรเปิดทางเลือกใหม่ เช่น ระบบเน็ตมิเตอร์ริง (Net Metering) ที่ให้ประชาชน “ฝากไฟฟ้า” ที่ผลิตได้เกินในตอนกลางวัน และดึงกลับมาใช้ในตอนกลางคืน รวมถึงการสนับสนุนแบตเตอรี่ในระบบโซลาร์รูฟท็อป พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมายพลังงานสะอาดในกฎหมายให้ชัดเจน เพื่อสร้างแรงจูงใจจริงและตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารได้อย่างเป็นรูปธรรม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top