Tuesday, 9 June 2026
Hard News Team

‘ทรัมป์’ เปิดทำเนียบขาวต้อนรับ ‘สุดยอดซีอีโอไอที’ จับมือดันสหรัฐฯ เป็นผู้นำด้าน AI ด้วยเงินลงทุนหลายแสนล้าน

เมื่อวันที่ (6 ก.ย. 68) (ตามเวลาสหรัฐฯ) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง จัดงานเลี้ยงต้อนรับผู้นำด้านเทคโนโลยีที่ทำเนียบขาว เพื่อหารือแนวทางการผลักดันสหรัฐฯ ขึ้นเป็นผู้นำโลกด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนภายใต้ “AI Action Plan” ของรัฐบาล

ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีต่างแสดงการสนับสนุน เช่น แซม อัลท์แมน (Sam Altman) ซีอีโอ OpenAI กล่าวยกย่องนโยบายสนับสนุนธุรกิจและนวัตกรรมของรัฐบาล ขณะที่เซอร์เกย์ บริน (Sergey Brin) ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิล มองว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของ AI และชื่นชมการที่รัฐบาลเลือก “ร่วมมือ” แทนที่จะ “ขัดแย้ง” กับภาคเอกชน

ผู้บริหารรายอื่น เช่น ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอแอปเปิล, สัตยา นาเดลลา (Satya Nadella) ซีอีโอไมโครซอฟท์ และมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ซีอีโอเมตา ต่างขอบคุณรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สร้างบรรยากาศเอื้อต่อการลงทุนมหาศาลในประเทศ โดยมีการยืนยันแผนลงทุนรวมกันหลายแสนล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตขั้นสูงภายในสหรัฐฯ

ทรัมป์ย้ำว่า การพัฒนา AI ไม่เพียงเป็นเรื่องนวัตกรรม แต่ยังเป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติที่จะทำให้สหรัฐฯ ครองความเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคต ขณะที่ความร่วมมือครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะเร่งให้ประเทศก้าวขึ้นนำในสมรภูมิการแข่งขัน AI ระดับโลก

ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ กับ นโยบาย ‘คนละครึ่ง’ ของดีที่ควรนำกลับมาใช้ กระตุ้นเศรษฐกิจได้ ทำไมไม่ลองทำ?

(7 ก.ย. 68) หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 ให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมรัฐมนตรีทั้งคณะ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป และเมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติ "เห็นชอบ" ให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ด้วยคะแนนเสียง 311 ต่อ 152 เสียง งดออกเสียง 27 คะแนน จากผู้ลงคะแนนเสียง 490 คน

เกมส์การต่อรอง การเลือกนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 เชือดเฉือนกันอย่างเข้มข้น ระหว่างพรรคการเมือง แต่หลังจากได้นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ชุดใหม่ แล้ว คงจะใช้เวลาดีใจนานมากไม่ได้ เพราะปัญหาปากท้องของประชาชน ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทย แทบจะไม่ต่างจากคนกำลังจะจมน้ำ ที่จะต้องรีบช่วยขึ้นฝั่งก่อนจะหมดแรง หมดลมหายใจ

รัฐบาลชุดใหม่ ตามข่าวจะดึงคนนอก มานั่งคุมกระทรวง 3 กระทรวงสำคัญ ได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ดูแลกระทรวงการคลัง, นายสีหศักดิ์ พวงเกษแก้ว ดูแลกระทรวงการต่างประเทศ และ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ดูแลกระทรวงพลังงาน

ทีมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกระทรวงการคลัง ที่มีข่าวก่อนหน้าว่าจะมีการทาบทาม นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนปัจจุบัน (คนที่ 24) หรือ นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท.คนที่ 23 มานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงการคลังนั้น ปรากฏว่าทั้ง 2 คนได้ปฏิเสธการนั่งตำแหน่งดังกล่าว เนื่องจากมองว่าการเข้ามานั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังในช่วงเวลานี้ จะไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะระยะเวลาสั้นเกินไป

แต่สำหรับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ประสบการณ์ทำงานก็ถือว่ามีความเชี่ยวชาญในสายการเงินการธนาคาร มาพอสมควร ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมธนารักษ์ และ ประธานกรรมการ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ttb (ทีทีบี)

ในอดีตนั้น เคยเป็นรองผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ขึ้นระดับอธิบดี ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.), ต่อมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพรกร, ตามด้วยอธิบดีกรมสรรพสามิต

งานกู้วิกฤติเศรษฐกิจของไทย ในระยะเวลาสั้นๆ เริ่มมีเสียงเรียกร้องจากภาคเอกชน ผู้ประกอบการร้านอาหาร กับ นโยบาย ‘คนละครึ่ง’ ที่ใช้ได้ผลมาแล้ว ในช่วงรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 29 เป็นนโยบายกู้เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า (Covid-19) จนส่งผลให้เศรษฐกิจไทย สามารถประครองตัวได้ ไม่วิกฤตหนัก ซึ่งดีกว่าอีกหลายๆ ประเทศ ที่ได้รับผลกระทบแทบจะหนักหนาสาหัส กว่าจะฟื้นตัวได้

งานนี้ ไม่ต้องใช้คำว่า ลอกการบ้าน เพราะเครื่องมือแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจตัวไหนดี เคยประสบผลสำเร็จมาแล้วจากรัฐบาลชุดไหนก็ตาม จะนำปัดฝุ่นกลับมาใช้ แล้วประชาชนได้ประโยชน์ สถานะการเงินคลังของประเทศไม่มีความเสี่ยง นำกลับมาใช้เถอะครับ ประชาชนจะให้คำตอบเอง ในการเลือกตั้ง ครั้งต่อไป

‘อี แจมยอง’ ปธน.เกาหลีใต้ ให้คำมั่น!! ช่วยแรงงานโสมขาว 300 ชีวิต ถูกจับในโรงงานฮุนไดสหรัฐฯ

(7 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มยอง สั่งรัฐบาลเร่งช่วยเหลือพลเมืองกว่า 300 คนที่ถูกจับกุมในปฏิบัติการตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ ที่โรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ของฮุนได ในรัฐจอร์เจีย ซึ่งนับเป็นการกวาดล้างแรงงานต่างชาติครั้งใหญ่ที่สุดของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ

นายโช ฮยอน (Cho Hyun) รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อติดตามสถานการณ์ และพร้อมเดินทางไปวอชิงตันหากจำเป็น พร้อมย้ำมีความกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์นี้ โดยเกาหลีใต้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ดำเนินการอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว ไม่ให้กระทบต่อสิทธิและผลประโยชน์ของพลเมืองที่ทำงานอย่างถูกต้องในโรงงาน

รายงานระบุว่า มีแรงงานรวมกว่า 475 คนถูกจับกุม โดยในจำนวนนี้เป็นชาวเกาหลีใต้กว่า 300 คน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ซึ่งอาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองประเทศที่กำลังถกเถียงกันเรื่องข้อตกลงการค้าและการลงทุนกว่า 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านฮุนได (Hyundai Motor Group) และแอลจี (LG Group) ซึ่งเป็นผู้ร่วมลงทุนก่อสร้างโรงงานดังกล่าว ระบุว่าจะตรวจสอบผู้รับเหมาและเร่งหาทางช่วยเหลือพนักงานที่ถูกควบคุมตัว ขณะที่นักการเมืองสหรัฐฯ หลายฝ่ายวิจารณ์การบุกจับครั้งนี้ว่าไม่ช่วยแก้ปัญหาอาชญากรรม แต่กลับบ่อนทำลายความเชื่อมั่นระหว่างประเทศและสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นแทน

ลาวปรับทิศทางส่งออก ‘กาแฟ’ เพิ่มปริมาณให้ ‘รัสเซีย’ หลังสหรัฐฯ เก็บภาษีเพิ่ม

(7 ก.ย. 68) ลาวพร้อมหันไปส่งออกกาแฟเพิ่มให้รัสเซีย หลังสหรัฐฯ เก็บภาษีเพิ่มเติม โดยนายกรัฐมนตรีสอนไซ สีพันดอน (Sonexay Siphandone) ระบุระหว่างเข้าร่วม WEF-2025 ว่าการเพิ่มส่งออกไปยังรัสเซียเกิดจากการลดปริมาณส่งออกไปสหรัฐฯ เนื่องจากภาษีทำให้สินค้าลาวมีราคาแพงเกินไปและขายในสหรัฐฯ ไม่ได้

นายสอนไซกล่าวว่า “เพราะภาษีของสหรัฐฯ ทำให้สินค้าของเราแพงเกินไป และชาวอเมริกันจะไม่ซื้อ เราจึงจะเพิ่มปริมาณส่งออกไปยังรัสเซีย” ทั้งนี้ กาแฟกลายเป็นสินค้าที่มีราคาสูงที่สุดในโลกตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยยอดขายปลีกสะสมตั้งแต่มิถุนายน 2567 ถึงพฤษภาคม 2568 ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสหรัฐฯ การเก็บภาษีครอบคลุมสินค้านำเข้าทุกชนิดอาจทำให้ชาวอเมริกันเสี่ยงขาดแคลนกาแฟนำเข้า โดยเฉพาะกาแฟบราซิลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งอาจปรับราคาสูงขึ้นหลังโดนเก็บภาษี 50% ขณะเดียวกัน บราซิลเสนอให้จัดประชุมสุดยอด BRICS พิเศษในวันที่ 8 กันยายน ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยจีนยืนยันเข้าร่วมแล้ว

‘จิราพร’ ฟาด ‘พรรคส้ม’ ตรรกะสับสน เลือก ‘อนุทิน-ภูมิใจไทย’ แก้รัฐธรรมนูญ 60

(7 ก.ย. 68) น.ส.จิราพร สินธุไพร แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “จิราพร สินธุไพร - Jiraporn Sindhuprai” แสดงความคิดเห็นต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 โดยระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นภารกิจที่ยากและท้าทายที่สุด แต่พรรคประชาชนกลับมอบอำนาจและความไว้วางใจให้พรรคภูมิใจไทยทำหน้าที่นี้ ทั้งที่พรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีนโยบายหาเสียงเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ และเคยมีท่าทีขัดขวางมาตลอด

น.ส.จิราพรตั้งข้อสังเกตว่า หัวหน้าพรรคประชาชนอ้างว่าไม่ได้เลือกคุณอนุทิน มาบริหารประเทศ แต่เลือกมายุบสภา แต่การตัดสินใจนี้กลับสวนทางกับกรณีของพรรคเพื่อไทยที่เสนอจะยุบสภาทันทีหลังแถลงนโยบาย แต่พรรคประชาชนยังยืนยันโหวตสนับสนุนคุณอนุทิน ทำให้เกิดความสับสนในตรรกะทางความคิดตั้งแต่เริ่มต้น

ทั้งนี้ น.ส.จิราพร สินธุไพร สรุปว่า หากพรรคประชาชนมองว่าพรรคเพื่อไทยไม่น่าไว้วางใจ คำถามสำคัญคือพฤติกรรมของพรรคภูมิใจไทยที่ผ่านมา น่าไว้วางใจตรงไหนกันแน่ และท้ายที่สุด “คำพูดมากมาย ความหมายยังไงก็จะเลือกอนุทิน”

‘ณัฐวุฒิ’ วิเคราะห์ ‘พรรคประชาชน–ภูมิใจไทย’ ตั้งรัฐบาล ‘อนุทิน’ เงื่อนไขพิสดาร!! ยากจะเดินหน้า…โอกาสสำเร็จน้อย

เมื่อวันที่ 6 กันยายน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ออกมาวิเคราะห์ผ่านคลิปวิดีโอถึงการโหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี โดยชี้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้แม้จะเป็นไปตามระบบรัฐสภาและถือเป็นสิทธิ์ของพรรคประชาชน แต่เงื่อนไขที่เกิดขึ้นมีความ “พิสดาร” และทำให้รัฐบาลมีโอกาสสำเร็จได้ยาก

นายณัฐวุฒิ ระบุว่า พรรคประชาชนในฐานะแกนนำเสียงข้างมากไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบทางการเมืองได้ แม้จะเลือกยกมือให้นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาล แต่ตัวเองกลับไปนั่งเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งสะท้อนภาพที่คล้ายกับกรณีพรรคเพื่อไทยเคยถูกวิจารณ์เมื่อครั้งตั้งรัฐบาลข้ามขั้วที่ผ่านมา

อดีตที่ปรึกษานายกฯ ยังชี้ว่า สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนเพราะพรรคประชาชนยังต้องช่วยจัดองค์ประชุมให้รัฐบาล เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยมีเสียงไม่เพียงพอ ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลดู “พิลึกพิลั่น” เพราะแกนนำฝ่ายค้านกลับกลายเป็นผู้ช่วยรัฐบาลในการทำงานด้านสภา ขณะที่ผลประโยชน์ทางการเมืองตกอยู่กับพรรคภูมิใจไทยเพียงฝ่ายเดียว

พร้อมกันนี้ นายณัฐวุฒิยังตั้งข้อสังเกตต่อการเพิ่มคะแนนเสียงของรัฐบาล และประเด็นการแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ตรงกันในเอกสารราชการ ซึ่งสะท้อนความซับซ้อนและอาจสร้างปัญหาในอนาคต แม้ท้ายที่สุดเจ้าตัวย้ำว่า ต้องเคารพการตัดสินใจของพรรคประชาชน แต่ยังไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะยุบสภาภายใน 4 เดือนตามที่ประกาศไว้จริง

ชาวพังงากว่า 200 คน รวมพลัง!! บุกกลาโหม ยื่นหนังสือทักท้วงการให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพเรือพังงา

เมื่อวันที่ (5 ก.ย. 68) เวลา 09.30 น. ที่จังหวัดพังงา กลุ่มชาวบ้านจากหลายชุมชนกว่า 200 คน รวมทั้งผู้แทนชาวพุทธ มุสลิม และกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติ ได้ร่วมเดินขบวนเข้ายื่นหนังสือต่อกระทรวงกลาโหม โดยมีนายวัฒนา มีแต้ม แกนนำกลุ่ม “คนรักแผ่นดิน” เป็นตัวแทนนำเสนอ เพื่อแสดงความกังวลต่อประเด็นการใช้พื้นที่อ่าวพังงาเป็นฐานทัพ

การยื่นหนังสือครั้งนี้มี พันเอกณัฐวัฒน์ พรมฝาย หัวหน้าศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กระทรวงกลาโหม และพันเอกหญิงณิชาภา กุหลาบเพ็ชร รองผู้อำนวยการกองเลขานุการกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้แทนรับเรื่องแทนรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงกลาโหม

นายวัฒนา มีแต้ม ย้ำว่า สิ่งสำคัญคือการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและความสงบสุขของชุมชน พร้อมเรียกร้องให้เสียงของประชาชนในพื้นที่ได้รับการรับฟังอย่างจริงจังและโปร่งใส

ทั้งนี้ ประเด็นการใช้พื้นที่ทางทหารในไทยเคยถูกหยิบยกหลายครั้งตั้งแต่อดีต โดยเฉพาะช่วงสงครามเย็น ซึ่งประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในภูมิภาค ขณะที่การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของชาวบ้านอ่าวพังงาถูกจัดขึ้นอย่างสงบเรียบร้อย เพื่อสะท้อนจุดยืนว่าการพิจารณาต้องโปร่งใส รอบด้าน และคำนึงถึงผลกระทบระยะยาวของประเทศและชุมชน

สมุทรปราการ-เทศบาลตำบลบางปู เห็นความสำคัญของเยาวชน จัดกิจกรรมบางปู คอนเทสต์ “Music and Cover dance Contest” 

(7 ก.ย. 68) เทศบาลตำบลบางปู โดยกองการศึกษา จัดกิจกรรมบางปู คอนเทสต์ “Music and Cover dance Contest” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมี นายธีรพล ชุนเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลบางปู ประธานในพิธี พร้อมด้วย นายเอกรักษ์ แสงสุวรรณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ สมุทรปราการ ร่วมเป็นประธานเปิดกิจกรรม

โดยมี ดร.สมเจตน์ ทองเทศ ปลัดเทศบาลตำบลบางปู กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ณ ศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สมุทรปราการ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี คณะผู้บริหาร เลขานุการ คณะสมาชิกสภาเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ คณะที่ปรึกษาภาคประชาชน คณะกรรมการการตัดสินการประกวด เจ้าหน้าที่กองการศึกษา เทศบาลตำบลบางปู แขกผู้มีเกียรติ และน้องๆ ที่เข้าร่วมการประกวดร่วมในกิจกรรมครั้งนี้

ด้านนายธีรพล ชุนเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลบางปู เปิดเผยว่า เทศบาลตำบลบางปู มุ่งหวังที่จะส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็ก และเยาวชน ให้มีโอกาสพัฒนาด้านความสามารถในด้านที่ตนเองถนัดและสนใจ กล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ในทางที่เหมาะสม ส่งผลต่อการพัฒนาที่ดี และยังสร้างความภาคภูมิใจให้กับตนเองและครอบครัว กิจกรรมนี้ได้รับความสนใจจากเด็กและเยาวชนในเขตเทศบาลตำบลบางปู และ จังหวัดสมุทรปราการ จำนวนมาก โดยการแข่งขัน แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ การประกวดวงดนตรี อายุไม่เกิน 20 ปี จำนวน 10 ทีม และ การแข่งขัน Cover dance อายุไม่เกิน 25 ปี จำนวน 10 ทีม โดยได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จาก ศูนย์การค้าค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ สมุทรปราการ

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน

ลำพูน - สรุปผลการแข่งขัน The Final Match & Champ of The Champ 202 Chiang Mai Golf Festival 2025 ชิงถ้วยรางวัลผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 

เมื่อวันที่ (6 ก.ย. 68) ช็อตกันเวลา 12 นาฬิกา 30 นาที ณ สนามกอล์ฟกัซซัน เลกาซี่ กอล์ฟ คลับ กิจกรรมการแข่งแข่งกอล์ฟในครั้งนี้ มีนักกอล์ฟทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ผู้รักสุขภาพ แต่งกายสีสันสดใส สร้างรอยยิ้มและมิตรภาพตลอดระยะเวลาการแข่งขัน

การแข่งขันกอล์ฟ Chiang Mai Golf Festival 2025 แมทช์พิเศษปิดฤดูกาล รายการ Champ of the Champ จัดโดยสมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือ เมื่อวันเสาร์ที่ 6 กันยายน 2568 ที่สนามกัซซันเลกาซี่กอล์ฟคลับ จังหวัดลำพูน ได้รับความสนใจจากนักกอล์ฟเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนมากเช่นเคย

สรุปผลการแข่งขัน Champ of the Champ ได้แก่ Kim Jae Hyun 38-37-75 ชนะเลิศ Overall Low Gross ได้แก่ Kim Si Young 

Flight A (0-12) ชนะเลิศ ได้แก่ แซมพอส เฌอม 35-37-72 (7) 65 รองชนะเลิศอันดับ 1กตัญญู วารินศิริรักษ์ 38-34-72 (6) 66 รองชนะเลิศอันดับ 2 กนก สาธุมนัสพันธุ์ 35 -36-71 (4) 67
             
Flight B (13-24) ชนะเลิศ ได้แก่ บัญชา กิตติรังสี 44-38-82 (13) 69 รองชนะเลิศอันดับ 1 สันติสุข ชิณพงษ์ 43-40-83 (14) 69 รองชนะเลิศอันดับ 2 โยคิน อินเหยี่ยว 44-39-83 (13) 70

กรรณิการ์  วิจิตรสกลการ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน

‘รถถัง จิตรเมืองนนท์’ ส่งข้อความถึง ‘มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก’ ชวนซ้อมมวยไทย!! ซีอีโอเฟซบุ๊กบอกพร้อมมาก ขอให้แวะมาแคลิฟอร์เนีย

(7 ก.ย. 68) รถถัง จิตรเมืองนนท์ สุดยอดนักมวยไทยระดับโลก อดีตแชมป์ ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต ส่งข้อความส่วนตัวไปหามาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอเฟซบุ๊ก หลังเล่าความตั้งใจว่าอยากมีโอกาสได้ซ้อมมวยไทยด้วยกันสักครั้ง

“ขอบคุณพี่มากที่ตอบกลับผม ผมหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้มีโอกาสซ้อมมวยไทยด้วยกัน” รถถัง ส่งข้อความไปหา มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก

โดยมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ตอบกลับอย่างเป็นมิตร ระบุว่ายินดีจะได้ซ้อมด้วย พร้อมบอกให้แจ้งหากมีแผนเดินทางไปแคลิฟอร์เนีย 

“ผมก็ยินดีที่จะได้ซ้อมด้วยกันนะ บอกผมด้วยถ้าคุณมีแผนจะไปแคลิฟอร์เนีย!” ซัคเคอร์เบิร์ก ตอบกลับ

ทั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน รถถังเคยทักหาซัคเคอร์เบิร์กมาแล้วครั้งหนึ่งเพื่อขอความช่วยเหลือด้านปัญหาการใช้งานเฟซบุ๊ก ซึ่งเจ้าตัวก็ได้รับการตอบกลับและช่วยแก้ปัญหาให้เช่นกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top