Tuesday, 9 June 2026
Hard News Team

‘ผบ.ทหารสูงสุด’ หารือ!! ‘ดร.เอ้ สุชัชวีร์’ ออกแบบบังเกอร์!! ปกป้องประเทศ

(6 ก.ย. 68) พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทหารสูงสุด หารือ 'ดร.เอ้' สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ในฐานะวิศวกร ในการทำโครงการออกแบบบังเกอร์ การใช้วัสดุ ที่แข็งแรงทนทาน ปกป้องชีวิตทหาร โดย ดร.เอ้ พร้อมสนับสนุน อีกทั้ง ตรงกับแนวทางของ 'พรรคไทยก้าวใหม่' ที่สนับสนุนฝ่ายความมั่นคง ในการปกป้องประเทศ

ทั้งนี้ แม้ พลเอก ทรงวิทย์ จะเกษียณ30 กย.นี้ และตั้งใจจะไป บวช สัก1-2 เดือน แล้วจะกลับมาช่วยสนับสนุน กองทัพ ในด้านต่างๆ ต่อไป
ดร.เอ้ มา ร่วมงาน 'สดุดีวีรชนทหารกล้า – ประชาชนผู้บริสุทธิ์' ที่ กองบัญชาการกองทัพไทย

‘ชัยวุฒิ’ โพสต์เฟซ!! ยินดี ‘อนุทิน’ นั่ง!! นายกฯ ชี้!! ผ่าทางตันให้ประเทศ เดินหน้าต่อไปได้

(6 ก.ย. 68) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวภายหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่32ของไทยโดยระบุว่า …

ขอบคุณ สส.ทุกคนที่ช่วยกันโหวตให้ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ครับ เพราะนี่คือการผ่าทางตันให้ประเทศเดินให้เดินหน้าต่อไปได้ และขอแสดงความ ยินดีกับท่านอนุทินด้วยครับ ขอให้ทำงานอย่างราบรื่น และนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤต ไปให้ได้ครับ ผมเชื่อมั่นในพลังของพี่หนูครับ

เวเนซุเอลาลุกฮือ มาดูโร ประกาศรับอาสาสมัคร 8 ล้านคนต้านสหรัฐ

(6 ก.ย. 68) ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นักวิชาการชาวไทย ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความ โดยมีใจความว่า ...

ประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลาประกาศรับอาสาสมัครปกป้องชาติ 8 ล้านคน เพื่อต่อสู้กับสหรัฐที่อาจจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้

ทีมนักกีฬาสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย คว้าชัยการจัดแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทย – มาเลเซีย ชิงถ้วยรุจิรวงศ์ ครั้งที่ 36 

เมื่อวานนี้ (5 ก.ย. 68) พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานการจัดการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย เปิดเผยว่า ในปีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ชิงถ้วยรุจิรวงศ์ ครั้งที่ 36 ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 3 - 6 กันยายน 2568 โดยมีการแข่งขันจริงเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ณ สนามกีฬารักบี้ฟุตบอล โรงเรียนปริ้นส์รอยแยลส์วิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจมาเลเซีย, พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5, พล.ต.ต.เทอดศักดิ์ รุจิรวงศ์ ที่ปรึกษาคณะทำงานฯ ร่วมชมและเชียร์นักกีฬาในสนาม

สำหรับผลการแข่งขันปรากฏว่าทีมนักกีฬารักบี้ฟุตบอลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย ชนะในการแข่งขันทั้งสองประเภท ได้แก่ ประเภทอายุไม่เกิน 45 ปี ด้วยสกอร์ 22 ต่อ 5 และประเภทอาวุโส อายุเกิน 45 ปีขึ้นไป ด้วยสกอร์ 15 ต่อ 14 คว้าถ้วยรุจิรวงศ์มาครองได้สำเร็จ จากนั้นในวันที่ 5 กันยายน 2568 ได้มีการจัดงานเลี้ยงเพื่อมอบรางวัลให้กับนักกีฬาทั้ง 2 ประเทศ ที่โรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่ โดย พล.ต.อ.กรไชยฯ เป็นประธานมอบถ้วยรางวัลให้กับนักกีฬาที่ชนะการแข่งขันทั้ง 2 ประเภท 

ทั้งนี้ การแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีดังกล่าว ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ในการบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเพิ่มศักยภาพการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่จะมาคุกคามประชาชนระหว่างสองประเทศ และสำหรับการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเพณีตำรวจไทย – มาเลเซีย ครั้งที่ 37 สำนักงานตำรวจแห่งชาติของประเทศมาเลเซียจะรับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันต่อไป

‘ยูเออี’ เตือน ‘อิสราเอล’ อย่าทำลายความสัมพันธ์ ด้วยการล้ำเส้น!! ผนวกดินแดนเวสต์แบงก์

(5 ก.ย. 68) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ออกคำเตือนถึงอิสราเอลว่า การผนวกพื้นที่เวสต์แบงก์จะเป็นการ 'ล้ำเส้น' และบั่นทอนจิตวิญญาณของข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) ที่ทำให้อาหรับและอิสราเอลเริ่มฟื้นความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี 2020

ลานา นุสเซย์เบห์ (Lana Nusseibeh) เจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงการต่างประเทศ UAE ระบุว่า หากอิสราเอลเดินหน้าตามแผน จะเป็นการปิดตายทางออกแบบสองรัฐระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์ พร้อมย้ำว่าการผนวกจะทำลายฉันทามติสากลที่เห็นว่าความขัดแย้งควรจบลงด้วยการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของสองรัฐ

ด้านกระทรวงการต่างประเทศปาเลสไตน์ออกแถลงการณ์สนับสนุนจุดยืนของ UAE ขณะที่อิสราเอลยังไม่ให้ความเห็น แต่คำเตือนนี้มีขึ้นหลังจาก เบซาเลล สโมทริช (Bezalel Smotrich) รัฐมนตรีการคลังสายขวาจัดของอิสราเอล เสนอแผนผนวกพื้นที่ราว 82% ของเวสต์แบงก์เข้าสู่ 'อธิปไตยอิสราเอล' โดยเหลือไว้เพียงเขตเมืองปาเลสไตน์ไม่กี่แห่ง

ปัจจุบันอิสราเอลสร้างนิคมชาวยิวแล้วราว 160 แห่ง มีผู้อยู่อาศัย 700,000 คน ในดินแดนที่ปาเลสไตน์หวังจะจัดตั้งรัฐของตนเอง ขณะที่มีชาวปาเลสไตน์กว่า 3.3 ล้านคนอาศัยอยู่ร่วมกันในเวสต์แบงก์และเยรูซาเล็มตะวันออก นิคมเหล่านี้ถูกมองว่าผิดกฎหมายตามกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นชนวนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยมา

‘ปูติน’ พร้อมเดินหน้าพัฒนา ‘ภาคตะวันออกไกล-ไซบีเรีย’ สู่ศูนย์กลาง ‘อุตสาหกรรมการผลิตโลหะ’ หายากของโลก

(5 ก.ย. 68) ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เปิดเวที Eastern Economic Forum ครั้งที่ 10 ประกาศแผนพลิกโฉม ‘ภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย’ ให้เป็นศูนย์กลางการผลิตโลหะหายากของโลก พร้อมย้ำว่าการพัฒนาภูมิภาคตะวันออกไกลและไซบีเรียคือ ‘ยุทธศาสตร์ศตวรรษที่ 21’ ของประเทศ โดยภูมิภาคนี้กำลังสร้างแผนที่อุตสาหกรรมใหม่ มีทั้งโรงงานสมัยใหม่และโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

ปูตินระบุว่า รัสเซียรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคมาอย่างต่อเนื่อง 15 ปี ทำให้มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในระยะยาว พร้อมยืนยันว่าธนาคารกลางจะควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ที่ 4% และจะไม่รีบลดดอกเบี้ยจนทำให้ราคาสินค้าแกว่งตัว

ด้านทรัพยากร ปูตินเผยแผนเดินหน้าใช้ศักยภาพมหาศาลของภูมิภาคตะวันออกไกล สร้างอุตสาหกรรมโลหะหายากครบวงจร โดยรัฐบาลเตรียมออกยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมโลหะหายากฉบับสมบูรณ์ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ครอบคลุมตั้งแต่การขุดแร่จนถึงการผลิตขั้นสุดท้าย

นอกจากนี้ รัสเซียยังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการขยายท่าเรือ การเพิ่มกำลังรางรถไฟสาย Baikal-Amur และ Trans-Siberian ให้รองรับปริมาณขนส่งมากขึ้น การสร้างสะพานใหม่เชื่อมเกาหลีเหนือ รวมถึงการเปิด “เส้นทางเดินเรือ Trans-Arctic Corridor” เพื่อเสริมบทบาทตะวันออกไกล–ไซบีเรียเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ พลังงาน และนวัตกรรม พร้อมประกาศเชิญนักลงทุนต่างชาติร่วมหาโอกาสใหม่ในภูมิภาคนี้

‘สุพัชรี ธรรมเพชร’ แสดงจุดยืน งดออกเสียง เชื่อระยะเวลา 4 เดือน ไม่ว่าใครเป็นนายกฯ ล้วนแต่ทำเพื่อตัวเอง ไม่สนประชาชน

‘สุพัชรี ธรรมเพชร’ แสดงจุดยืน งดออกเสียง เชื่อระยะเวลา 4 เดือน ไม่ว่าใครเป็นนายกฯ ล้วนแต่ทำเพื่อตัวเอง ไม่สนประชาชน

บริษัทยักษ์ใหญ่เกาหลีใต้ ผุดนโยบาย ‘ส่งเสริมมีบุตร’ ทุ่มเงินมหาศาล!! จูงใจพนักงานปั๊มลูกเพื่อชาติ

(5 ก.ย. 68) บริษัทชั้นนำในเกาหลีใต้เริ่มจ่ายเงินก้อนมหาศาลให้พนักงานที่มีบุตร เพื่อแก้ปัญหาประชากรลดลงอย่างรุนแรง เช่น Booyoung Group เสนอเงิน 100 ล้านวอน (ราว 2.92 ล้านบาท) ต่อทารกหนึ่งคน ขณะที่ Krafton, Hanwha และบริษัทอื่น ๆ ก็มอบเงินช่วยเหลือตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนดอลลาร์ เพื่อดึงดูดพนักงานและกระตุ้นให้เกิดการมีบุตร

นโยบายเหล่านี้ช่วยให้พนักงานกล้าที่จะขยายครอบครัวมากขึ้น และปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรที่เคยเน้นทำงานหนักเกินไป ฮง กี (Hong Ki) พนักงานของ Booyoung Group เล่าว่าเงินช่วยเหลือทำให้เขาและภรรยาตัดสินใจมีลูกคนที่สอง ขณะเดียวกัน Krafton ยังจัดบริการดูแลเด็กฉุกเฉิน และพร้อมจัดหาพนักงานชั่วคราวมาทดแทนตำแหน่งระหว่างที่พนักงานลาคลอด เพื่อช่วยพนักงานบาลานซ์งานกับครอบครัว

สำหรับเกาหลีใต้มีอัตราการเกิดต่ำสุดในโลกที่ 0.75 คนต่อผู้หญิง หากไม่เปลี่ยนแปลง ประชากรอาจลดลงเกือบหนึ่งในสามภายในปี 2072 โดยรัฐบาลได้ลงทุนหลายร้อยพันล้านดอลลาร์ในโครงการสนับสนุนเด็กและครอบครัว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเต็มที่ การเข้ามาช่วยของบริษัทเอกชนจึงถือเป็นมาตรการเสริมที่สำคัญ

ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีสัญญาณบวกจากอัตราการเกิดและการแต่งงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเงินช่วยเหลือเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ทางแก้ระยะยาว การปรับโครงสร้างสังคม การจัดสรรที่อยู่อาศัย การทำงานแบบยืดหยุ่น และการกระจายประชากรไปยังพื้นที่อื่น ๆ จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาเสถียรภาพประชากรในอนาคต

กองบัญชาการกองทัพไทย จัดพิธี “สดุดีวีรชนทหารกล้า 15 นาย อาลัยประชาชนผู้บริสุทธิ์”

(5 ก.ย. 68) เวลา 08.29 น.ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กองบัญชาการกองทัพไทย ได้จัดพิธี “สดุดีวีรชนทหารกล้า–ประชาชนผู้บริสุทธิ์” เพื่อเชิดชูเกียรติ และตอบแทนความเสียสละสดุดีวีรชนเหล่าทหารกล้าทั้ง 15 นาย และประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิต พลีชีพเพื่อปกป้องอธิปไตย จากเหตุปะทะกันที่ชายแดนไทยเขมร โดยมี พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธี มีบุคคลสำคัญ “นักรบแห่งสมรภูมิ” ร่วมสดุดี อาทิ พลตรี ประจักษ์ วิสุตกุล, อาสาสมัครทหารพราน บัณฑิต คำศรีเมือง และพลเอก พิเชษฐ์ วิสัยจร พร้อมผู้แทนส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนกว่า 4,440 คน ร่วมอาลัยในบรรยากาศแห่งความสำนึกในคุณงามความดี

และในเวลา 09.15 น.พิธีบำเพ็ญกุศล เพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่วีรบุรุษทหารกล้า และประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่ห้องนเรศวร กองบัญชาการกองทัพไทย

ส้ม–น้ำเงิน–แดง เปิดเกมชิงอำนาจด้วยชนักติดหลัง ดีลยุบสภาใน 4 เดือนอาจเป็นทางหนีสุดท้ายของทุกฝ่าย

ปรากฏการณ์ส้มน้ำเงินแดงตีกันคราวนี้ มันเห็นชัดยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ว่าปัญหาของการเมืองไทยอยู่ตรงไหน และทางออกควรเป็นแบบไหน เพราะถ้าส่องเข้าไปดี ๆ จะพบว่า ทุกฝ่ายไม่ได้สู้กันเพื่ออุดมการณ์เท่าไหร่ แต่สู้กันเพื่อเก้าอี้และเพื่อเอาตัวรอดจากเงื่อนไขคดีความที่ล้อมอยู่รอบตัว

ฝั่ง พรรคเพื่อไทย (พรรคแดง) หลังจากที่อุ๊งอิ๊ง ชินวัตร ถูกดีดออกจากเก้าอี้ด้วยคำสั่งศาลเรื่องจริยธรรม ก็รีบชู 'ชัยเกษม' ขึ้นมาแทนทันทีเพื่อไม่ให้เสียจังหวะการเมือง แต่ก็รู้กันอยู่ว่าแรงสนับสนุนไม่ได้แน่นหนาเหมือนเดิม ขณะเดียวกันก็ต้องหวั่นใจอยู่ไม่น้อย เพราะถ้าหลุดเก้าอี้นายกคนที่ 32 ไปแล้ว โอกาสจะกลับมาก็อาจยากกว่าเดิม

ด้าน พรรคภูมิใจไทย (พรรคน้ำเงิน) ข่าวก็แรงไม่แพ้กันว่ากำลังจะจับมือกับ พรรคประชาชน (พรรคส้ม) ด้วยเงื่อนไขให้อนุทินขึ้นเป็นนายกฯ 4 เดือนแล้วค่อยยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ดีลนี้ดูเผิน ๆ เหมือนเป็นการแบ่งผลประโยชน์กันอย่างยุติธรรม แต่จริง ๆ แล้วคือการเล่นหมากตัดขาแดงโดยตรง และกลายเป็นการชิงดำที่ใครพลาดเพียงก้าวเดียวก็ร่วง

ที่น่าสนใจคือ พรรคประชาชน (พรรคส้ม) เพราะแต่ไหนแต่ไร พรรคนี้ก็มีการเคลื่อนไหวที่สุดโต่งไปในทิศทางของการพยายามแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 และล้มล้างสถาบันมาโดยตลอด การตัดสินใจหันมาจับมือกับน้ำเงินจึงไม่เพียงสะเทือนไปถึงฐานมวลชน แต่ยังทำให้คนที่เคยสนับสนุนในเชิงอุดมการณ์สุดโต่งรู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางตลาด ว่าแทนที่จะยืนตรงตามแนวทางที่ประกาศมาตั้งแต่แรก กลับเลือกเดินเกมทางการเมืองที่สวนทางกับภาพลักษณ์เดิมของตนเอง จนกลายเป็นการ “หักหลังครั้งใหญ่” ต่อทั้งมวลชนและอุดมการณ์ของพรรคเอง

แต่ในอีกมุมหนึ่ง ส้มเองก็มีโจทย์ใหญ่ที่เลี่ยงไม่ได้ คือเป้าหมายที่แท้จริงคือการเลือกตั้งครั้งต่อไป ซึ่งต้องรอให้ “ประธานพรรคส้มตัวจริง” หลุดจากคดีความและอายุความหมดก่อน ดังนั้นการให้นอมินีโดดเข้ามาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในเวลานี้ ก็คือการยอมกัดฟันเดินหมากเสี่ยง และนั่นก็แปลว่าต้องยอม “หักหลังมวลชน” ไปพร้อม ๆ กับ “หักหลังหัวหน้าตัวจริง” ด้วย

ส่วนอนุทิน ถ้าได้ขึ้นเป็นนายกฯ จริง ก็ต้องพิสูจน์ว่าจะกุมบังเหียนส้มให้อยู่หมัดได้หรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วจะถูกลากไปพร้อมกัน จุดนี้ก็ขึ้นอยู่กับจริยธรรมการเมืองที่แต่ละคนจะเลือก แต่ถึงยังไง รัฐบาลอายุสั้น 4 เดือนที่เป็นเสียงข้างน้อย ก็คงทำอะไรได้ไม่มาก นอกจากประคองสถานการณ์ไปให้ถึงวันเลือกตั้งใหม่

และอย่าลืมว่า ยังมีตัวแปรสำคัญรออยู่ — ความขัดแย้งกับเพื่อนบ้านที่กำลังปะทุอยู่ทุกทิศ หากการเมืองในสภายังเล่นเกมหักหลังกันไม่เลิก สุดท้ายอำนาจในการจัดการวิกฤตอาจจะกลับไปอยู่ในมือทหารและตำรวจ ที่ไม่จำเป็นต้องผ่านนักการเมืองเลยด้วยซ้ำ

ที่สำคัญ ทุกพรรคไม่ว่าจะเป็น แดง น้ำเงิน หรือส้ม ต่างก็มี “ฉลากคดีความ” ติดตัวอยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะอยู่ในชั้นศาลหรืออยู่ระหว่างรอการพิพากษา สุดท้ายแล้วเกมนี้อาจไม่เหลือใครเลยก็ได้ เพราะถ้าศาลลงดาบพร้อมกัน ทุกฝ่ายก็กลายเป็นผู้แพ้ทั้งกระดาน นี่แหละครับเหตุผลว่าทำไมบางทีมันถึงต้องรีบยุบสภาภายใน 4 เดือน เพื่อหนีแรงกดดันของเวลาและคดีที่กำลังจะปิดฉากในไม่ช้า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top