Tuesday, 9 June 2026
Hard News Team

สหรัฐฯ สั่งเพิกถอนใบอนุญาต TSMC ห้ามส่งเทคโนโลยีขั้นสูงจากอเมริกาไปจีน

(5 ก.ย. 68) สหรัฐฯ มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของบริษัทไต้หวัน TSMC ในการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังจีน โดยมาตรการนี้อาจกระทบต่อการดำเนินงานของโรงงาน TSMC ในเมืองหนานจิง ซึ่งผลิตชิปเจเนอเรชันเก่า แม้จะไม่ใช่รายได้หลักของบริษัทก็ตาม

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ใช้มาตรการเดียวกันกับบริษัทเกาหลีใต้ทั้งซัมซุง (Samsung) และ เอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) ทำให้การส่งออกสินค้าที่มีส่วนประกอบจากอเมริกาไปยังจีนต้องเข้มงวดขึ้น และผู้ผลิตจำเป็นต้องยื่นขออนุญาตเป็นรายกรณี ส่งผลให้ต้นทุนและกระบวนการซับซ้อนกว่าเดิม

ส่งผลให้ TSMC ออกมาแถลงต่อ BBC ว่ากำลังประเมินสถานการณ์และจะหารือกับรัฐบาลสหรัฐฯ โดยย้ำว่ายังคงมุ่งมั่นที่จะดูแลให้โรงงานในจีนดำเนินงานได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าผลกระทบต่อ TSMC มีจำกัด เพราะสัดส่วนรายได้จากโรงงานในจีนมีเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับตลาดโลก

ขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญบางรายระบุว่า มาตรการนี้อาจผลักดันให้ลูกค้าจีนหันไปใช้ชิปที่ผลิตภายในประเทศ แม้จะล้าหลังอยู่หลายรุ่น แต่ก็อาจเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ และการพัฒนาที่รวดเร็วขึ้นในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของจีนเอง

กระทรวงแรงงานกัมพูชา วอนชาวเขมรอย่าลอบเข้าไทย ชี้งานในประเทศยังเปิดกว้างต้อนรับ พร้อมรายได้ที่ยุติธรรมกว่า

(5 ก.ย. 68) กระทรวงแรงงานและฝึกอาชีพกัมพูชา (MLVT) ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการลักลอบข้ามแดนเข้าสู่ประเทศไทย โดยย้ำว่าภายในประเทศกัมพูชายังมีตำแหน่งงานรองรับจำนวนมาก และมีความปลอดภัยพร้อมสิทธิประโยชน์ที่ดีกว่าแรงงานผิดกฎหมายในไทย

ซุน เมษา (Sun Mesa) โฆษกกระทรวงแรงงานฯ ระบุว่า การทำงานในกัมพูชาไม่เพียงแต่ปลอดภัยกว่า แต่ยังมีค่าจ้างที่เป็นธรรม รวมถึงสวัสดิการด้านสุขภาพและประกันสังคม ซึ่งแรงงานที่ไปทำงานผิดกฎหมายในไทยไม่ได้รับ พร้อมชี้ว่าการทำงานในท้องถิ่นช่วยให้คนอยู่กับครอบครัว ลดค่าใช้จ่าย และเลี่ยงความเสี่ยงจากความรุนแรงหรือการถูกเอารัดเอาเปรียบ

ด้านสำนักงานจัดหางานแห่งชาติรายงานว่าขณะนี้ ยังมีตำแหน่งงานว่างมากกว่า 90,000 ตำแหน่งทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน สภาพัฒนากัมพูชา (CDC) เปิดเผยว่าเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีโครงการลงทุนใหม่กว่า 400 โครงการทั่วประเทศ ก่อให้เกิดตำแหน่งงานเพิ่มขึ้นถึง 300,000 อัตรา

ทั้งนี้ โฆษกกระทรวงแรงงานฯ เน้นย้ำว่าประชาชนควรใช้ช่องทางสายด่วน 1297 หรือหน่วยงานท้องถิ่นในการหางานในประเทศ เพื่อรับรายได้และสวัสดิการที่มั่นคงกว่า พร้อมเตือนว่าการอพยพโดยไม่มีเอกสารนอกจากมีต้นทุนสูงแล้ว ยังเต็มไปด้วยความเสี่ยง ทั้งการเลือกปฏิบัติ การเอาเปรียบ ไปจนถึงอาจถูกดำเนินคดีและจำคุกได้

สวธ. จัดพิธีมอบรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และมอบรางวัลการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘

วันพุธที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๑.๐๐ น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และมอบรางวัลการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทย และมารยาทในสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ โดยมี นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม) นายวิรุฬ  เตชะไพบูลย์ รองประธานคณะอนุกรรมการกองทุน ดร.อุเทน  เตชะไพบูลย์ มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง นางมงคลทิพย์ รุ่งงามฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านมารยาทไทย ผู้บริหารกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และผู้รับรางวัล เข้าร่วมพิธี ณ อาคาร ๕ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

ในการนี้ ผู้รับรางวัลชนะเลิศ รับมอบถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จากนั้น นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มอบเงินรางวัล และเกียรติบัตรให้แก่ผู้รับรางวัลชนะเลิศ พร้อมทั้งมอบถ้วยรางวัล เงินรางวัล และเกียรติบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ ดังนี้

🔹รางวัลชนะเลิศ 🔹 
🔸 ระดับประถมศึกษา (ป.๑ - ป.๖) ได้แก่ โรงเรียนมูลนิธิวัดศรีอุบลรัตนาราม (ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี) จังหวัดอุบลราชธานี (เด็กชายวีรภัทร  ลาภยิ่ง เด็กหญิงนิชาภา  ศรีแสง)
🔸ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.๑ - ม.๓) ได้แก่ โรงเรียนสตรีสิริเกศ จังหวัดศรีสะเกษ (เด็กชายปัณญ์  นิชานนท์ เด็กหญิงรดาศา  ทองสังข์)
🔸ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๔ - ม.๖) และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ได้แก่ โรงเรียนรัตนบุรี  จังหวัดสุรินทร์ (นายภพธรรม  สมศรี นางสาวกันต์พิชชา  อุไรล้ำ นางสาวกฤษกร  ศรเจริญ นางสาวชลธิชา  แปลนสูนย์)
🔸ระดับอุดมศึกษา และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก (นายสิงขร  ศรีเมือง นายปรัชญา  จันทวงษ์ นางสาวปิยาพัชร  พงษ์โสภณ นางสาวปรารถนา  เรืองขำ)

🔹รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ 🔹
รับถ้วยและเงินรางวัล พร้อมเกียรติบัตร จากปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
🔸 ระดับประถมศึกษา (ป.๑ -ป.๖) ได้แก่ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๕๑ จังหวัดบุรีรัมย์ (เด็กชายอนุสรณ์  สอนไธสงค์ เด็กหญิงสุวรรณา  เสประโคน)
🔸ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.๑ - ม.๓) ได้แก่ โรงเรียนอ้อมน้อยโสภณชนูปถัมภ์ จังหวัดสมุทรสาคร (เด็กชายเมธาวี  บุญส่ง เด็กหญิงญาณิศา  ฟ้าเกียรติ)
🔸ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๔ - ม.๖) และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ได้แก่ โรงเรียนบ้านบึง “อุตสาหกรรมนุเคราะห์” จังหวัดชลบุรี (นายเตชินท์  เลิศวัฒนะอมรกูล นางสาวธนัชญา  เหมือนใจงาม
นางสาวรชณกร  กิตเจริญกุล นางสาววนัชพร  เผ่าสกุลทอง)
🔸ระดับอุดมศึกษา และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร (ทีมที่ ๒)  จังหวัดกำแพงเพชร นายภาณุวิชย์  ดำเนิน นางสาวชฎารัตน์  ปินะกาเส นางสาวฐิตาภา  วาทา นางสาวตันหยง  เต่าโพรง)

🔹รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ 🔹
รับถ้วยและเงินรางวัล พร้อมเกียรติบัตร จากปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
🔸ระดับประถมศึกษา (ป.๑ - ป.๖) ได้แก่ โรงเรียนบ้านงาช้าง จังหวัดชุมพร (เด็กหญิงกัญญาพัชร์  ปานรอด
เด็กชายภาคิณ  พวงประเสริฐ)
🔸ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.๑ - ม.๓) ได้แก่ โรงเรียนจ่านกร้อง  
จังหวัดพิษณุโลก (เด็กชายยอดชาย  เขียวบ้านยาง นางสาวธนัชพร  ฉิมพุฒ)
🔸ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๔ - ม.๖) และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)ได้แก่ โรงเรียนศรียานุสรณ์  จังหวัดจันทบุรี (นายภาคิน  แก้วอำภัย นางสาวศศินันท์  โพธิรักษ์ นางสาวสรารัญ  อภิวัฒน์อุดม นางสาวญาณิศา  ชุตินันท์)              
🔸 ระดับอุดมศึกษา และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเลย  จังหวัดเลย (นางสาวอนันตญา  กันพนม นางสาวโรซ่า  มาร์ติน่า ชาภักดี นายเกียรติภูมิ  ผุยมาตย์ นางสาวภรณ์ญวรรณ  เนตรแสงสี)

นอกจากนี้ นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มอบหมายให้นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มอบถ้วยรางวัลและเงินรางวัลชมเชย และนายวิรุฬ  เตชะไพบูลย์ รองประธานคณะอนุกรรมการกองทุน ดร.อุเทน  เตชะไพบูลย์ มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง มอบเกียรติบัตรรางวัลชมเชย ดังนี้

🔸ระดับประถมศึกษา (ป.๑ - ป.๖) ได้แก่
▪️โรงเรียนอนุบาลยางชุมน้อย (หน่วยคุรุราษฎร์รังสรรค์) จังหวัดศรีสะเกษ (เด็กชายณรงค์ศักดิ์  แก้วเชียงหวาง เด็กหญิงกนกดารินทร์  แก้วคำ)
▪️โรงเรียนอนุบาลคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร (เด็กชายบุญยสิทธิ์  ประชาพัฒนานนท์ เด็กหญิงชญานิศ  วัฒโล)
▪️โรงเรียนอนุบาลพัทลุง จังหวัดพัทลุง (เด็กหญิงณฐิตา  อินแพง เด็กชายธนดล  ปานียโชติ)
▪️โรงเรียนบ้านโป่งน้อย จังหวัดเชียงใหม่ (เด็กหญิงชัชชญา  เผยกลิ่น เด็กชายสมบูรณ์  ธนาจิติ)
▪️โรงเรียนอำนวยวิทย์  จังหวัดสมุทรปราการ (เด็กชายพิชคุณ  ปั้นสุนา เด็กหญิงโชติกา  ชื่นเจริญ)

🔸ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.๑ - ม.๓) ได้แก่
▪️โรงเรียนกู่จานวิทยาคม  จังหวัดยโสธร (เด็กชายเอกรินทร์  พันธุ์ปลาโด เด็กหญิงเพ็ญพร  เทียนทิพย์)
▪️โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย  จังหวัดลำปาง (เด็กชายธนากร  วงศ์คำแน่น เด็กหญิงธนัชญภร  ขันคำนันต๊ะ)
▪️โรงเรียนวังน้ำเย็นวิทยาคม  จังหวัดสระแก้ว เด็กชายภาณุศิษฏ์  คำไขสอน
เด็กหญิงทองนภา  บุญอินทร์)
▪️โรงเรียนอำนวยวิทย์  จังหวัดสมุทรปราการ (เด็กชายศิวกร  ทองดีเลิศ เด็กหญิงศรัญญา  ปอนพงา) 
▪️โรงเรียนรัตนบุรี  จังหวัดสุรินทร์ (เด็กชายบรรณวิชญ์  แสงราม เด็กหญิงพิชญาภัค  น้ำหวาน)

🔸ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๔ - ม.๖) และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ได้แก่                   
▪️โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช  จังหวัดอุบลราชธานี (นายประวิณ  โสมรักษ์ นางสาวรุ่งฤดี  ใจผ่อง นางสาวอุปลมณี  วนมหากุล นางสาววงศ์พลอย  รังษีกาญจน์ส่อง)            
▪️โรงเรียนอ้อมน้อยโสภณชนูปถัมภ์ จังหวัดสมุทรสาคร (นายชนากร  ศรีวัฒนา นางสาวมาลินี  บุญส่ง นางสาวพลอยชมพู  พลแสน นางสาวณัฐฐินันท์  แซ่โต๊ะ)
▪️โรงเรียนดัดดรุณี  จังหวัดฉะเชิงเทรา (นางสาวชนม์นิภา  มาลาเวียง นางสาวณัฐวดี  สร้อยสุวรรณ นางสาวณัฐนิชา  แหล่งสนาม นางสาวภัทรธิดา  อั้งกิจ)
▪️โรงเรียนวารีเชียงใหม่  จังหวัดเชียงใหม่ (นายพีร  ทายะรังษี นางสาวพลอยนิตา  ธนะพงศ์นิธิศ นายจิรภัทร  กลิ่นขจร นางสาวณภาภัช  นาคเรืองศรี)
▪️โรงเรียนพยัคฆภูมิวิทยาคาร  จังหวัดมหาสารคาม (นายกษิติธร  ผิวทอง นายภัทรกฤต  เพชรแสนค่า นางสาวณัฐธีรา  สีหากุล นางสาวนาตาชา ณิชาภัทร ลิกเล็กคาซอย)

🔸ระดับอุดมศึกษา และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ได้แก่
▪️วิทยาลัยการอาชีพเวียงเชียงรุ้ง  จังหวัดเชียงราย (นางสาวพาขวัญ  รักษาป่า นายธาดานุกูล  เมืองชื่น นายมงคลศักดิ์  แซ่เจียง นายชินกร  กาญจณาวิสุตย์)
▪️วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
(นายกรวิษณุ  เมฆกล่อม นางสาวศุภสิริ  จิตต์มาก นางสาวสุภัคจิรา  แก้วชนะ นางสาวนิศาลักษณ์  หนูขวัญแก้ว) 
▪️วิทยาลัยนาฏศิลปอ่างทอง  จังหวัดอ่างทอง (นางสาวณัฐนันท์  ชุ่มสุวรรณ
นางสาวสราสินีย์  หอมจันทร์ นายนันทิพัฒน์  จุ้ยกระยาง นายปุญญพัฒน์  จุ้ยกระยาง)
▪️มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ (ทีมที่ ๑) จังหวัดบุรีรัมย์ (นางสาวสุฑาทิพย์  ศรีสุริยชัย นางสาวธันยชนก  ทองบ่อนายเนติพงษ์  มะณูธรรม นายนพกร  สีเหลือง)
▪️วิทยาลัยเทคนิคสตูล  จังหวัดสตูล (นายอภิพัฒน์  พึ่งแพง นายอานัฐ  สุขะปุญณะพันธ์ นางสาวปภาวรินท์  กังสถาน นางสาวปณิฏฐา  สิมมา)      

นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลและกล่าวชื่นชมผู้เข้าร่วมการประกวดจากทั่วประเทศในครั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมดำเนินงานร่วมกับกองทุนดร.อุเทน เตชะไพบูลย์ มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง จัดการประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทยและมารยาทในสังคม ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๘ โดยตระหนักถึงภารกิจในการส่งเสริม สืบสาน รักษา ต่อยอด และปกป้อง มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม รวมทั้งการตอบสนองนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์โดยการปลูกฝังวัฒนธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ รวมทั้งรณรงค์เรื่องการไหว้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติประเภทการทักทายและการแสดงความเคารพแบบไทย ตามความเห็นชอบของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๗ อีกทั้ง กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้เรื่องมารยาทไทย มากว่า ๖๐ ปีซึ่งในปีนี้เป็นครั้งแรกที่จัดประกวดเยาวชนต้นแบบด้านมารยาทไทยและมารยาทในสังคมทั่วประเทศทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานคร นายประสพ กล่าว

‘ทักษิณ’ แจงเปลี่ยนแผนบินลงดูไบ เหตุถูก ตม.ถ่วงเวลา 2 ชม. ลงสิงคโปร์ไม่ทัน

‘ทักษิณ’ โพสต์แจงกลางดึก ถึงดูไบแล้ว ที่เปลี่ยนจุดหมายเพราะ ตม.ถ่วงเวลา 2 ชม. ลงสิงคโปร์ไม่ทัน จึงเปลี่ยนแผนไปหาหมอกระดูกที่ดูไบ ยืนยันกลับไทยไปศาล 9 ก.ย.นี้

(5 ก.ย. 68) หลังเป็นประเด็นใหญ่ที่สร้างความฮือฮา กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว เดินทางไปต่างประเทศ โดยมีปลายทางคือประเทศสิงคโปร์ ก่อนเปลี่ยนเส้นทางไปทางตะวันตก ท่ามกลางการใส่ใจของคนไทยทั่วประเทศ

กระทั่งเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ล่าสุด นายทักษิณ ได้โพสต์ในแพลตฟอร์ม X ระบุว่า วันนี้ผมตั้งใจเดินทางไปสิงคโปร์เพื่อไปตรวจสุขภาพ กับหมอที่เคยดูแลระหว่างอยู่ต่างประเทศ 

ตม.ที่ไทย ถ่วงเวลาผมไว้เกือบ 2 ชั่วโมง ทั้ง ๆ ที่ผมได้ชนะคดี ที่ถูกห้ามออกเดินทางไปต่างประเทศมาแล้ว มีสิทธิเดินทางเช่นเดียวกับคนไทยทั่วไป 

ระหว่างเส้นทางบิน นักบินแจ้งว่า การที่โดน ตม.ถ่วงเวลาผมไว้นาน ทำให้เครื่องจะไปลงสนามบิน Seletar ซึ่งใช้สำหรับเครื่อง Private Jet ลงที่สิงคโปร์ไม่ทัน เพราะสนามบินเปิดให้บริการ ถึงแค่ 4 ทุ่ม เท่านั้น (เวลาสิงคโปร์เร็วกว่าไทย 1ชม.) 

เมื่อไม่สามารถไปลงที่สิงคโปร์ได้  ผมจึงตัดสินใจให้นักบินเปลี่ยนแผนไปลงดูไบ เพราะที่ดูไบผมมีหมอกระดูก และหมอปอดที่ผมใช้ประจำมานาน และยังมีโอกาสได้เยี่ยมเพื่อนที่ดูไบ ซึ่งไม่ได้เจอกันมา 2ปีกว่าแล้ว 

ระหว่างรอขออนุญาตจากสนามบินดูไบ นักบินต้องบินวนรออยู่พักใหญ่ จนกระทั่งได้รับอนุญาตจึงได้หันหัวบินต่อไปยังดูไบ 

ผมตั้งใจจะกลับไปไทยไม่เกินวันที่ 8 เพื่อเดินทางไปศาลด้วยตัวเอง วันที่ 9 กันยายนนี้ ครับ

เชียงใหม่- พิธีบรรจุประจำการเครื่องบินโจมตีแบบที่ 8 (AT-6TH)

เมื่อวานนี้ (4 ก.ย. 68) พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีบรรจุประจำการเครื่องบินโจมตีแบบที่ 8 (AT-6) ณ กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คณะผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ และผู้แทนส่วนราชการ ตลอดจนผู้แทนจากบริษัทอุตสาหกรรมการบิน จำกัด บริษัท Textron Aviation Defense LLC บริษัท Sam Teltech และบริษัท RVC เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีอย่างพร้อมเพรียง

กองทัพอากาศได้ดำเนินโครงการจัดหาเครื่องบินโจมตีเบา (AT-6TH) จำนวน 8 เครื่อง จากประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าประจำการ ณ ฝูงบิน 411 กองบิน 41 ทดแทนเครื่องบินขับไล่และฝึกแบบที่ 1 (L-39ZA/ART) ที่ปลดประจำการไปเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 โดยการจัดหาดังกล่าวได้มีการลงนามสัญญาที่บริษัท Textron Aviation Defense LLC เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2564 ภายใต้ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) เพื่อให้การใช้งบประมาณของรัฐเป็นไปด้วยความโปร่งใส คุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน
     
ทั้งนี้ กองทัพอากาศได้ส่งนักบินจำนวน 8 นาย เข้ารับการฝึกบินกับเครื่องบินโจมตี AT-6TH ณ สหรัฐอเมริกา โดยสำเร็จหลักสูตรการบินและนักบินทดสอบครบถ้วน พร้อมผลการฝึกที่อยู่ในระดับดีเยี่ยม ทำให้การจัดหาเครื่องบินครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับเทคโนโลยีการบินของกองทัพอากาศให้ทันสมัยและมีความพร้อมรอบด้าน     

นอกจากนี้ อากาศยานแล้ว โครงการนี้ยังได้รับการสนับสนุนเครื่องมือ อุปกรณ์การฝึกอบรม และการปรับปรุงอาคารสถานที่สนับสนุน จากการช่วยเหลือของทหารบกสหรัฐฯ ใน US Title 10 Chapter 16 Section 333 Authority to Build Capability ของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจที่โจมตีทางอากาศ การค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่ชนบทลาดตระเวน การสนับสนุนภาคพื้นดิน การสกัดกั้นการลักลอบข้ามแดน และขนส่งยาเสพติด ตลอดจนการปฏิบัติภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ เช่น การควบคุมไฟป่าและบรรเทาสาธารณภัยเป็นต้น

ผู้บัญชาการทหารอากาศได้กล่าวว่า การจัดหาในครั้งนี้ดำเนินไปด้วยความโปร่งใส โปร่งประโยชน์ และคุ้มค่าอย่างแท้จริง โดยปัจจุบันฝูงบิน 411 ได้รับมอบเครื่องบินครบจำนวน 8 เครื่องเรียบร้อยแล้ว ซึ่งท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เครื่องบินโจมตีเบา AT-6TH ได้รับการพิจารณาในการปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนติดอาวุธและสนับสนุนการป้องกันประเทศอย่างเต็มศักยภาพ  

การบรรจุประจำการเครื่องบินโจมตีแบบที่ 8 (AT-6TH) ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของฝูงบิน 411 กองบิน 41 และกองทัพอากาศ ที่จะนำไปสู่การบูรณาการด้านการปฏิบัติการบินร่วมกับส่วนราชการด้านความมั่นคง เพื่อธำรงไว้ซึ่งอธิปไตยและความมั่นคงของชาติสืบไป
 

5 กันยายน พ.ศ. 2515 ย้อนเหตุการณ์สังหารหมู่นักกีฬาอิสราเอล 11 คน + โศกนาฏกรรมช็อกโลกในมหกรรมโอลิมปิกมิวนิค

ครบรอบ 53 ปี เหตุการณ์ ก่อการร้ายโอลิมปิกมิวนิค โดยกลุ่มก่อการร้าย ‘Black September’ ได้สังหาร นักกีฬาและเจ้าหน้าที่อิสราเอลเสียชีวิตไปถึง 11 คน นับเป็นโศกนาฏกรรมในความทรงจำของกีฬาโอลิมปิกที่ยากจะลบเลือน

ระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ในปี 1972 (พ.ศ.2515) ผู้ก่อการร้ายชาวปาเลสไตน์ ที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มกันยายนทมิฬ (BLACK SEPTEMBER) จำนวน 8 คน พร้อมอาวุธปืนและลูกระเบิด ได้บุกเข้าไปในบ้านพักนักกีฬา และสังหารนักกีฬาอิสราเอลเสียชีวิต 2 คน พร้อมกับจับตัวนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ชาวอิสราเอล 9 คนไว้เป็นตัวประกัน

สาเหตุของการจับตัวประกันครั้งนี้ กลุ่มผู้ก่อการร้ายต้องการให้ปล่อยตัวสมาชิกของกลุ่มจำนวน 236 คน ที่ถูกจองจำอยู่ทั่วโลก แต่อิสราเอลปฏิเสธข้อเรียกร้อง ผู้ก่อการร้ายจึงสังหารตัวประกันทั้ง 9 คน โดยผู้ก่อการร้ายถูกยิงเสียชีวิตไป 5 คน ยอมมอบตัว 3 คน และมีตำรวจเยอรมนีเสียชีวิต 1 คน จากการยิงต่อสู้เพื่อช่วยเหลือตัวประกัน

หลังเกิดเหตุ นักกีฬาอิสราเอลที่เหลือเดินทางกลับประเทศทันที แต่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของนักกีฬาที่มาร่วมแข่งขัน ขณะที่ธงโอลิมปิกถูกลดลงครึ่งเสา เพื่อแสดงความอาลัยต่อผู้เสียชีวิต ตลอดจนการแข่งขันเสร็จสิ้น นับเป็นโศกนาฏกรรมในความทรงจำของกีฬาโอลิมปิกที่ยากจะลบเลือน

อย่างไรก็ตามหนึ่งเดือนถัดมา ก็เกิดเหตุการณ์จี้เครื่องบินของสายการบินลุฟท์ฮันซ่า เที่ยวบิน 615 เพื่อต่อรองกับรัฐบาลเยอรมันตะวันตก ให้ปล่อยตัวสมาชิกกันยายนทมิฬ 3 คน ที่ถูกจับกุมตัวอยู่ โดยในที่สุดรัฐบาลเยอรมันตะวันตกยินยอมแลกเปลี่ยนตัวประกัน

แต่ต่อมารัฐบาลอิสราเอล เปิดปฏิบัติการไล่ล่าสังหารสมาชิกกันยายนทมิฬที่เหลือรู้จักกันในชื่อ Operation Wrath of God ในปฏิบัติการครั้งนี้อนุญาตให้สายลับ Mossad ของอิสราเอลติดตาม ไล่ล่าสังหารผู้ที่เกี่ยวกับการสังหารหมู่นักกีฬาอิสราเอลที่มิวนิค เพื่อชำระแค้นอย่างเต็มรูปแบบ

‘จีน’ ประกาศเก็บภาษีไฟเบอร์ออปติก ตอบโต้สหรัฐฯ หลังวอชิงตัน ‘คว่ำบาตร’ บริษัทเคมีกว่างโจว เถิงเยว่

(4 ก.ย. 68) กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศเก็บภาษีตอบโต้ (anti-dumping) ต่อบริษัทไฟเบอร์ออปติกจากสหรัฐฯ อัตรา 33.3%–78.2% มีผลทันทีจนถึงเมษายน 2028 หลังพบว่าผู้ส่งออกสหรัฐฯ จงใจเปลี่ยนฉลากสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี โดยบริษัท OFS Fitel ถูกเก็บภาษี 33.3% บริษัท Corning 37.9% และ Draka Communications Americas รวมถึงผู้ผลิตรายอื่น ๆ ถูกเก็บสูงสุด 78.2%

การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังสหรัฐฯ คว่ำบาตรบริษัทกว่างโจว เถิงเยว่ เคมีคอล (Guangzhou Tengyue Chemical) และผู้แทน 2 ราย ฐานเกี่ยวข้องกับการส่งสารสังเคราะห์ฟินทานิลและสารเสพติดไปยังสหรัฐฯ พร้อมสั่งอายัดทรัพย์สินทั้งหมดในอเมริกา และให้เอฟบีไอ (FBI) ประกาศฟ้องร้องในข้อหาลักลอบขนส่งยาเสพติดผิดกฎหมาย

จีนระบุว่า ผลสอบสวน 6 เดือนพบพฤติกรรมเลี่ยงภาษีของผู้ส่งออกสหรัฐฯ จึงนับเป็น “การสอบสวนเลี่ยงมาตรการครั้งแรก” ของจีน โดยยืนยันว่าแม้จีนพยายามใช้มาตรการทางการค้าอย่างรอบคอบ แต่ก็ต้องปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ และรักษาประสิทธิภาพของมาตรการที่บังคับใช้

แม้จีนและสหรัฐฯ จะเปิดเจรจาด้านการค้าหลายรอบในปีนี้ แต่ปัญหายาเสพติดยังเป็นประเด็นร้อนที่ยังหาทางออกไม่ได้ โดยสหรัฐฯ กล่าวหาว่าจีนเป็นแหล่งสารตั้งต้นหลัก ขณะที่จีนยืนยันนโยบายปราบปรามยาเสพติดเข้มงวดที่สุดในโลก

เงินกองทุนน้ำมันฯ ติดลบต่ำสุดในรอบ 4 ปี คาดพลิกเป็นบวกปลายปี หลังมีเงินไหลเข้า 6 พันล้าน/เดือน

(4 ก.ย. 68) กองทุนน้ำมันฯ ล่าสุดติดลบเหลือ -22,982 ล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2564 หลังหยุดชดเชยราคาน้ำมันทุกชนิดและหันกลับมาเรียกเก็บเงินผู้ใช้น้ำมันส่งเข้ากองทุนฯ แทน ส่งผลให้ปัจจุบันกองทุนฯ มีเงินไหลเข้ากว่า 6,000 ล้านบาทต่อเดือน คาดเงินกองทุนฯ พลิกเป็นบวกได้ในเดือน ธ.ค. 2568 นี้ 

สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่าถึงสถานการณ์เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงรายสัปดาห์ว่า สถานะเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุด ณ วันที่ 31 ส.ค. 2568 ว่าเงินกองทุนฯ ยังคงติดลบ แต่ทยอยติดลบลดลงเหลือ -22,982 ล้านบาท ซึ่งมาจากบัญชีก๊าซหุงต้ม (LPG) ติดลบรวม -42,942 ล้านบาท เพราะนำไปช่วยพยุงราคาขายปลีก LPG ในประเทศ และมาจากบัญชีน้ำมันที่มีรายรับเข้ามารวม 19,960 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามวงเงินรวมของกองทุนฯ ที่ยังติดลบอยู่ -22,982 ล้านบาท นับว่าเป็นการติดลบที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2564 หรือน้อยที่สุดในรอบ 4 ปี ทั้งนี้เนื่องจากกองทุนฯ ได้ยกเลิกการชดเชยราคาน้ำมันทุกชนิด และหันไปเรียกเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันส่งเข้ากองทุนฯ ทั้งหมด ตั้งแต่ 6 ส.ค. 2567 เป็นต้นมา ส่งผลให้บัญชีน้ำมันมีเงินไหลเข้าเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี จำนวน 773 ล้านบาท ในเดือน พ.ค. 2568 ที่ผ่านมา และปัจจุบันบัญชีน้ำมันมีเงินไหลเข้ารวม 19,960 ล้านบาท

สำหรับเงินไหลเข้ารายวัน ปัจจุบันมีเงินเข้ากองทุนฯ รวม 212.78 ล้านบาทต่อวัน  (ประมาณ 6,383 ล้านบาทต่อเดือน) ซึ่งมาจากผู้ใช้น้ำมันส่งเข้ากองทุนฯ 185.09 ล้านบาทต่อวัน (ประมาณ 5,552 ล้านบาทต่อเดือน) และมาจากโรงแยกก๊าซ 27.69 ล้านบาทต่อวัน (ประมาณ 830 ล้านบาทต่อเดือน)

โดยผู้ใช้น้ำมันต้องส่งเงินเข้ากองทุนฯ ตามประกาศของ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ล่าสุดดังนี้ ผู้ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ถูกเรียกเก็บ 3 บาทต่อลิตร , น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เรียกเก็บ 1.90 บาทต่อลิตร, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เรียกเก็บ 3.60 บาทต่อลิตร และเบนซินธรรมดา ออกเทน 95 เรียกเก็บ 9.60 บาทต่อลิตร ส่วนผู้ใช้ดีเซล และดีเซล B20 ถูกเรียกเก็บ 1.40 บาทต่อลิตร และผู้ใช้ดีเซลเกรดพรีเมียม ถูกเรียกเก็บ 2.90 บาทต่อลิตร

อย่างไรก็ตามกองทุนฯ ยังคงมีภาระหนี้สำคัญที่ได้กู้ยืมเงินมาจากสถาบันการเงินฯ ไว้รวม 105,333 ล้านบาท ระหว่างปี 2565-2566 ปัจจุบันเหลือหนี้อยู่ 52,360 ล้านบาท ซึ่งจะต้องทยอยจ่ายเงินต้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามกรอบเวลาที่กู้มาแต่ละครั้ง โดยในเดือน ต.ค. 2568 นี้จะต้องจ่ายหนี้เงินต้นสูงสุดประมาณ 3,000 ล้านบาท หลังจากนั้นจะทยอยลดลง และในแต่ละเดือนจะต้องจ่ายดอกเบี้ย 250 บาทต่อเดือนด้วย โดยคาดว่าจะชำระหนี้หมดตามกำหนดในปี 2572

สำหรับก่อนหน้านี้กองทุนน้ำมันฯ มีรายรับเกือบ 1 หมื่นล้านบาทต่อเดือน และคาดว่าเงินกองทุนฯ น่าจะกลับมาเป็นบวกได้ประมาณเดือน ต.ค. 2568 แต่เนื่องจากในช่วงเดือน มิ.ย. 2568 เกิดภาวะสงครามระหว่างอิหร่านและอิสราเอล ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น จนกองทุนฯ ต้องนำเงินไปพยุงราคาดีเซลอีกครั้ง และทำให้รายรับของกองทุนฯ ลดลง จากเดิมคาดการณ์ว่ากองทุนฯ จะกลับมาเป็นบวกได้ประมาณเดือน ต.ค. 2568 ต้องขยับออกไปเป็นเดือน ธ.ค. 2568 นี้แทน เนื่องจากกองทุนฯ มีรายรับประมาณ 6 พันล้านบาทต่อเดือน ขณะที่เงินกองทุนฯ ปัจจุบันติดลบอยู่ -22,982 ล้านบาท

สำหรับราคาน้ำมันโลกล่าสุด ณ วันที่ 4 ก.ย. 2568 เวลาประมาณ 15.00 น. ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ระดับ 69.39 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ราคาเพิ่มขึ้น 0.01 เหรียญหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 63.23 เหรียญหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลง 0.74 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล  และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) อยู่ที่ 66.87 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลง 0.73 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ด้านค่าการตลาดน้ำมันที่ผู้ค้าน้ำมันเรียกเก็บจากประชาชน ซึ่งรายงานโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ณ วันที่ 4 ก.ย. 2568 เปลี่ยนแปลงดังนี้ น้ำมันเบนซินออกเทน 95 ถูกเรียกเก็บค่าการตลาด 3.31 บาทต่อลิตร, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 มีค่าการตลาดที่ 3.03 บาทต่อลิตร, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 3.09 บาทต่อลิตร, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 3.14 บาทต่อลิตร, น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 อยู่ที่ 3.99 บาทต่อลิตร, ดีเซล อยู่ที่ 1.51 บาทต่อลิตร  โดยเฉลี่ยค่าการตลาดระหว่าง 1-4 ก.ย. 2568 อยู่ที่ 2.37 บาทต่อลิตร (จากค่าการตลาดที่เหมาะสม 1.5-2 บาทต่อลิตร)

หญิงจีนวัย 50 ปี พิการจากไฟไหม้ครั้งใหญ่ สอบติด ป.โท สำเร็จ!! ด้วยหนังสือเรียนของลูกชายที่สอบตก

(4 ก.ย. 68) หญิงจีนวัย 50 ปี ผู้พิการจากเหตุไฟไหม้เมื่อ 10 ปีก่อน กลายเป็นที่ชื่นชมในสังคมออนไลน์ หลังได้รับการตอบรับเข้าเรียนปริญญาโทด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัย Southwest Forestry University มณฑลยูนนาน โดยเธอใช้หนังสือเตรียมสอบที่ลูกชายซึ่งเคยสอบตกทิ้งไว้เป็นแรงบันดาลใจในการเข้าเรียนอีกครั้ง

นางหยาง เคยจบปริญญาตรีสาขาเคมีจากมหาวิทยาลัยถงจี้ในเซี่ยงไฮ้ แต่หลังเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้เมื่อปี 2013 ทำให้แขนซ้ายพิการบางส่วน ใบหน้ามีแผลเป็นถาวร และต้องใส่หน้ากากออกสู่สังคม เธอเคยตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าและ PTSD จนลาออกจากงานประจำ และตอนนี้รับเพียงเงินบำนาญ

แม้ชีวิตพลิกผัน แต่คุณแม่วัย 50 ปี ไม่ละทิ้งความฝันเดิมที่อยากเรียนต่อ เธอเริ่มอ่านหนังสือของลูกชายเมื่อสองปีก่อน และพบว่าเนื้อหาไม่ยากเกินไป จึงตัดสินใจลงสนามสอบเข้าปริญญาโท โดยวิชาภาษาอังกฤษถือเป็นอุปสรรคใหญ่เพราะไม่ได้ใช้มานานกว่า 20 ปี

เธอเล่าว่าขณะสอบถูกขอให้ถอดหน้ากาก ทำให้หลายคนตกใจในร่องรอยบาดแผล แต่เธอรับมือได้ด้วยความมั่นใจ โดยมีลูกชายคอยดูแลและให้กำลังใจตลอด เธอยืนยันว่าจะใช้เงินบำนาญเป็นทุนการศึกษา เพื่อเปลี่ยนช่วงวัยเกษียณจากการพักผ่อนหรือเต้นรำกลางลาน เป็นการเรียนรู้สิ่งใหม่แทน

“ไม่ว่าคุณจะอยู่ช่วงไหนของชีวิต อย่ายอมแพ้ต่อความฝัน” หยางเขียนในโซเชียล สร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้คนจำนวนมาก ซึ่งชื่นชมในความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น และการพัฒนาความใฝ่รู้ของเธอ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top