Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

‘ถึงแก่น LIVE - ถึงแก่น สุดสัปดาห์’ โลดแล่นสู่ช่องวิทยุ เตรียมออกอากาศคลื่น FM102 ดีเดย์!! 12 กุมภาพันธ์นี้

หลังจาก ‘ก๊อง-ปรเมษฐ์ ภู่โต’ คนข่าวคุณภาพ อดีตผู้ดำเนินรายการ ‘คุยถึงแก่น’ เดินหน้าลุยสื่อออนไลน์เต็มสูบ ผุดช่องใหม่ ‘ถึงแก่น Live’ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘สื่อเพื่อประชาชน ทุกคนเป็นเจ้าของ’ เสิร์ฟสาระข่าวสาร ในสไตล์แซบจัดจ้าน ตรงไปตรงมา ถึงผู้ชมทุกวัน ไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 67 บริษัท วี.เอ แอนด์ ซันส์ จำกัด ผู้ร่วมผลิตรายการทางสถานีวิทยุกระจายเสียงกองทัพบก ขส.ทบ. คลื่นความถี่ 102 MHz. เปิดเผยว่ามีแผนนำรายการ ‘ถึงแก่น LIVE’ มาออกอากาศรีรันทุกวันจันทร์ - วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9.30 น. - 11.30 น. และรายการ ‘ถึงแก่น LIVE สุดสัปดาห์’ ออกอากาศรีรัน ทุกวันเสาร์ - วันอาทิตย์ เวลา 18.00 น. - 19.00 น. โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ.นี้เป็นต้นไป

สำหรับรายการ ‘ถึงแก่น Live’ ดำเนินรายการโดย ‘ก๊อง-ปรเมษฐ์ ภู่โต’ และ ‘หนิง - นันทิญา จิตตโสภาวดี’ โดยจะเป็นรายการ Live สดทุกวัน ผ่านแพลตฟอร์ม Facebook Youtube Tiktok และทางจานดาวเทียม PSI ช่อง 74 (TVD TALK) ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 07.00 - 09.00 น. ส่วนรายการ ‘ถึงแก่น Live สุดสัปดาห์’ ออกอากาศทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 18.00 - 19.00 น.

‘นครเซินเจิ้น’ เจ๋ง!! เปิดบริการใช้ ‘โดรน’ ส่ง ‘อาหารทะเล’ สามารถทะยานสู่ฟ้ารับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 20 กิโลกรัม

เมื่อวานนี้ (7 ก.พ.67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เส้นทางการจัดส่งอาหารทะเลด้วยอากาศยานไร้คนขับ หรือ ‘โดรน’ เปิดดำเนินงานแล้วโดยเชื่อมระหว่างท่าเรือหนานอ้าวซวงยง ทางตะวันออกของนครเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน และเขตหลงกั่งภายในเมือง

โดรนขนส่งซีฟู้ดสามารถทะยานขึ้นบินด้วยน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 20 กิโลกรัม โดยอาหารทะเลจะถูกส่งไปยังบริษัทขนส่งในพื้นที่ ก่อนส่งต่อถึงมือลูกค้าในที่สุด

'หมอเตือน' กินของไหว้ตรุษจีน ระวังติดคอ แนะ!! สูงวัยเลี่ยงขนมเหนียว 'เข่ง-เทียน-ลอย'

(8 ก.พ. 67) นพ.ฆนัท ครุธกูล นายกสมาคม สมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ กล่าวถึงการรับประทานอาหารในช่วงเทศกาลตรุษจีน ว่า ช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีนมีการไหว้เจ้า กินเลี้ยงตามประเพณี ตนจึงขอแยกออกเป็น 2 กรณี คือ 

1.อาหารจากการไหว้เจ้า ที่ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นหมู เป็ด ไก่ ฉะนั้นความสำคัญคือ อาหารจะต้องมีความสดใหม่ โดยพบว่าอาหารเหล่านี้มักจะถูกแช่แข็งมา ดังนั้นเวลาที่เรานำมาปรุงอาหารจะต้องทำให้สุกทั่วถึง หากมีเนื้อที่ยังไม่สุกก็จะต้องนำไปปรุงให้สุกก่อนนำมารับประทาน ไปจนถึงหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ถูกแต่งสี เพราะเราไม่รู้ว่าสีที่นำมาใช้นั้นเป็นสีที่ใช้สำหรับอาหารหรือไม่ และระวังเรื่องของสิ่งปนเปื้อนในอาหารไหว้เจ้า เช่น อาหารที่บูดเนื่องจากทิ้งไว้ข้ามวัน ขี้เถ้าจากธูป หรือเศษฝุ่นจากการไหว้เจ้า 

2.การเลือกรับประทานอาหารในช่วงการกินเลี้ยง โดยส่วนใหญ่การเลี้ยงอาหารช่วงตรุษจีนจะเป็นการสังสรรค์ในครอบครัวซึ่งจะเป็นมื้อเย็น ขณะที่อาหารที่กินเลี้ยงนั้นจะประกอบไปด้วยอาหารจำพวกโปรตีน แป้งและไขมัน ฉะนั้น คำแนะนำสำหรับการกินอาหาร ควรกินในเวลาที่เร็วขึ้นมา ไม่ควรกินจนลากยาวไปถึงมื้อดึก และระวังเรื่องเครื่องดื่มประจำพวกชา กาแฟ ที่อาจทำให้นอนไม่หลับในช่วงกลางคืน รวมถึงการหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ด้วย

“สิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่งคือ ผู้สูงอายุที่ปกติแล้วจะมีปัญหาด้านการเคี้ยว การกลืนและการสำลัก ฉะนั้น จะต้องเลือกกินอาหารที่นิ่ม เคี้ยวง่าย และต้องเลี่ยงการกินอาหารที่เหนียว เคี้ยวยาก เพราะจะทำให้ติดคอหรือสำลักได้ แต่เราจะเห็นว่าหลายครั้งผู้สูงอายุจะพยายามกินอาหารในช่วงตรุษจีนเพราะถือว่าเป็นอาหารมงคล เช่น ขนมถ้วยฟู ขนมเทียน ขนมเข่ง หรือบัวลอยที่มีแป้งเหนียว ๆ ดังนั้น ควรจะต้องหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้ในคนสูงอายุ เพื่อป้องกันปัญหาอันตรายจากการติดคอ” นพ.ฆนัทกล่าว

คนไทยต้องทนหรือ?! ‘รมว.พีระพันธุ์’ ชี้ชัด!! สาเหตุทำไมไทยน้ำมันแพง ลั่น!! ถึงเวลารื้อระบบ เร่งสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงโครงสร้างราคาพลังงานของประเทศไทย ซึ่งนับเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ประชาชนต้องจ่ายค่าพลังงานในราคาแพง โดยระบุว่า นโยบายเร่งด่วนของกระทรวงพลังงานภายใต้การกำกับดูแลของตนนั้น จะมุ่งไปที่การทำให้ราคาพลังงานมีความเป็นธรรมกับประชาชน ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ตนกลับมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องทํา และที่สำคัญต้องทําให้ได้ เพราะในฐานะที่ตนเองก็เป็นประชาชนธรรมดาเหมือนกัน ต้องจ่ายค่าน้ำมันต้องจ่ายค่าไฟเหมือนคนทั่วไป ซึ่งก่อนหน้านี้มีความรู้สึกเหมือนถูกมัดมือชก เพราะไม่เคยรู้ว่าทําไมราคาพลังงานขึ้นลงด้วยสาเหตุใด รู้เพียงแต่ว่า เป็นกลไกของตลาดโลก 

ทั้งนี้ จากการศึกษาและเก็บข้อมูลพลังงาน ทั้งเรื่องน้ำมัน และไฟฟ้า พบเห็นช่องว่างว่า ถ้าหากใช้กลไกอํานาจรัฐเข้าไปปรับโครงสร้าง ยังพอจะช่วยได้นะ แม้คนจํานวนมากจะมองว่าทําไม่ได้ แต่ส่วนตัวมองว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครทํามากกว่า พอมีปัญหาทีก็อ้างภาวะตลาดโลก

“ในโครงสร้างที่ประกอบกันมาเป็นราคาน้ำมันหรือค่าไฟฟ้าก็ดี มีส่วนที่เป็นของภาครัฐดูแลอยู่ นอกเหนือจากส่วนที่เป็นภาคเอกชนหรือตลาดโลก ซึ่งในส่วนนี้เราไม่สามารถเข้าไปควบคุมได้ แต่เราเห็นว่ามันมีส่วนของภาครัฐ ซึ่งส่วนของภาครัฐที่ว่านี้ ยกตัวอย่างเช่นในกรณีน้ำมัน ที่มีเรื่องของภาษี มีเรื่องของเงินกองทุน ซึ่งถ้าหากว่าเราสามารถปรับลดในส่วนนี้ลงมาได้ ก็จะสามารถลดราคาตรงนี้ลงมาได้แน่นอน จะมากจะน้อยกว่ากันอีกที แต่ทําให้เห็นว่าถ้าจะลดจริงจังก็สามารถทําได้”

นายพีระพันธุ์ ได้แจกแจงในส่วนของโครงสร้างราคาน้ำมันขายปลีกที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จะประกอบไปด้วยภาษี และภาษี และกองทุน และกองทุน และภาษี และภาษี และค่าการตลาด 

จากต้นทุนทั้งหมดในส่วนนี้ นอกเหนือจากค่าการตลาด ถือเป็นเรื่องของภาครัฐแทบทั้งหมด ซึ่งในส่วนนี้เองที่ภาครัฐต้องเข้าไปบริหารจัดการ เป็นต้นว่าไปขอเจรจาให้กระทรวงการคลังลดภาษีสรรพสามิตลง ก็จะช่วยทำให้ราคาลงมาได้

แน่นอนว่า จากโครงสร้างราคาน้ำมันแบบปัจจุบัน วิธีการเดียวที่จะปรับลงได้ ณ รูปแบบปัจจุบัน คือ ให้หน่วยงานภาครัฐลดภาษี ซึ่งถือเป็นขั้นตอนแรกหรือมาตรการชั่วคราว ในขณะที่มาตรการขั้นที่สองที่จะดำเนินการต่อไปหลังจากนี้ คือจะสั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันแจ้ง ‘ต้นทุนน้ำมัน’ ที่แท้จริง โดยโครงสร้างราคาน้ำมันเป็นแบบนี้ ส่วนหนึ่งถูกกำหนดโดยราคาหน้าโรงกลั่น แน่นอนว่า ปัจจุบันราคาหน้าโรงกลั่นนั้น เป็นราคาที่ภาคเอกชนคิดคํานวณกันเอง ซึ่งทางภาครัฐไม่เคยรับรู้ต้นทุนที่แท้จริงเลย

นายพีระพันธุ์ ตั้งข้อสังเกตว่า ราคาหน้าโรงกลั่น ซึ่งเอกชนเป็นผู้กำหนด และบอกว่า ราคาเท่านี้ แต่แท้จริงแล้วใช่ตัวเลขนี้หรือไม่ หรือ ต่ำกว่านี้ เพราะฉะนั้น หลังจากนี้ จะประกาศให้ทางเอกชนเข้าชี้แจง และแจ้งต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งถ้าหากว่าได้ต้นทุนที่แท้จริงแล้ว และตรวจสอบได้ว่า ต้นทุนถูกกว่าที่เคยมีตัวเลขคํานวณกันเอง ทางหน่วยงานของกระทรวงพลังงานก็ต้องหาวิธีการ และคิดสูตรมาคํานวณว่าราคาหน้าโรงกลั่นควรจะเป็นเท่าไหร่ โดยยึดเอาราคาที่แท้จริงมาคิดต้นทุน ตอนนี้กําลังเร่งดําเนินการให้มีการแจ้งราคาที่แท้จริงแล้ว

นอกจากนี้ ในส่วนของกองทุนน้ำมัน จำเป็นต้องรื้อระบบใหม่เช่นกัน เพราะในหลักการบอกว่าให้บริษัทน้ำมันจ่ายเข้ากองทุนน้ำมัน แต่ในปัจจุบันกลับมาเก็บจากประชาชน ซึ่งมองว่าโครงสร้างแบบนี้ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรม ดังนั้น จะต้องรื้อใหม่ และไม่ใช่รื้อเพียงแค่โครงสร้างเท่านั้น แต่ต้องรื้อทั้งระบบ

“ยกตัวอย่าง เงินเดือน 100 บาท เราจะได้ไม่เต็ม 100 บาท เพราะต้องเสียภาษี แต่ในขณะที่บริษัทน้ำมัน ขายน้ำมัน 100 บาท ต้องจ่ายทั้งภาษีและจ่ายเข้ากองทุนน้ำมัน แต่เหตุใดยังได้เงินครบ 100 บาท นั่นเป็นเพราะส่วนที่เหลือประชาชนจ่ายบวกไปในราคาน้ำมัน ซึ่งโครงสร้างเป็นแบบนี้มากี่สิบปี เหตุที่เป็นแบบนี้เพราะระบบวางไว้แบบนี้ เป็นการวางแบบผิด ๆ มานานแล้ว ผมเป็นประชาชนที่ต้องแบกรับภาระเหมือนกัน แต่ในขณะเดียวกันผมก็เป็นประชาชนที่ได้รับมอบมาทําหน้าที่นี้ เพราะฉะนั้น จึงต้องทําหน้าที่ประชาชนรื้อระบบให้ถูก นี่คือภารกิจหลักที่ผมจะทํา”

นายพีระพันธุ์ ย้ำว่า การดำเนินการเรื่องกองทุนน้ำมัน เป็นมาตรการชั่วคราวภายใต้โครงสร้างแบบที่เห็นอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งในความเห็นของตนนั้นมองว่า โครงสร้างแบบนี้ไม่ถูกต้องและไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาเรื่องพลังงานที่ถูกต้อง ที่ผ่านมามีคนเสนอบอกต้องปรับโครงสร้าง แต่ปรับอย่างไรก็ยังอยู่แบบนี้ เพราะฉะนั้น สำหรับตนไม่ใช่แค่ปรับโครงสร้างแต่ต้องรื้อทั้งระบบเลย ซึ่งจะเป็นมาตรการระยะกลางและยาวที่จะทําต่อไป วันนี้มาตรการบางอย่างแม้จะยังแก้ปัญหาได้ไม่ตรงจุด แต่อะไรที่ทำได้ก็ต้องทำก่อน

“หน้าที่ของผม คือจะรื้อระบบพลังงาน ซึ่งเป็นหัวใหญ่ใจความของประเทศ ระบบที่เป็นอยู่วันนี้มันต่อไปด้วยโครงสร้างที่เป็นปัญหา แม้ว่าจะปรับโครงสร้างแล้ว แต่ระบบยังเป็นแบบเดิม ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้นผมจะรื้อใหญ่ เมื่อรื้อตรงนี้แล้วมันจะทําให้ราคาน้ำมันและราคาพลังงานลดลง เมื่อลดพันธะชีวิตที่เราต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายพวกนี้ และถูกปลดเรื่องไป เมื่อผมวางระบบใหม่ที่ดี ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น มันก็จะช่วยสร้างเรื่องของความเป็นธรรม ความมั่นคงความยั่งยืนในเรื่องพลังงานให้มากขึ้นไม่เป็นอย่างเช่นที่ผ่านมา”

'ชาดา' เดือด!! บอกถ้ามีพฤติกรรมแบบ 'ตะวัน' อีกไม่เอาไว้แน่ ชี้!! ที่ยังไม่ดำเนินการ เพราะจะเป็นการระคายเคืองสถาบันฯ

(8 ก.พ.67) นายชาดา ไทย​เศรษฐ์​ รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวง​มหาดไทย​ กล่าวถึงกรณี น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน หนึ่งในแกนนำกลุ่มทะลุวัง มีส่วนร่วมในการขับรถและบีบแตรใส่ขบวนเสด็จ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ว่าอยากจะดำเนินการแต่ไม่กล้า เดี๋ยวจะเป็นการระคายเคืองสถาบันฯ แต่พฤติกรรมของเด็กแบบนี้ไม่ถูกต้อง ถ้ามีอีกไม่ยอม ไม่เอาไว้ อย่าลืมว่าตอนนี้คุณอยู่ระหว่างรอลงอาญา ถ้ามีอะไรขึ้นมาคุณจะติดคุก และข้อเท็จจริงขบวนเขาก็หลบให้ ไม่ได้ปิดทั้งถนนตามภาพที่เห็น จากสื่อมวลชนขบวนก็อยู่ริม จะไปอีกทางก็ได้แต่นี่คือหาเรื่อง

"ผมถือเป็นพฤติกรรมหาเรื่อง ซึ่งเป็นคนที่เนรคุณต่อแผ่นดิน อย่าคิดว่าเป็นเรื่องหล่อเรื่องเก่งนะครับ มันเป็นเรื่องที่ไประคายเคืองสถาบันหลักของประเทศ มันไม่ใช่เขามีทางให้ไปแต่ไม่ไปเอง ก่อกวน เป็นพฤติกรรมที่ก่อกวนและตั้งใจ ไม่ใช่ขบวนเสด็จจะไปขวางเขาซะเมื่อไหร่ ตามรูปที่ดูจากคลิปก็หลบอยู่ทางฝั่งขวา ทางซ้ายไปได้ แต่นี่คือพฤติกรรมหาเรื่อง เป็นสิ่งที่ไม่งาม ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง หรือว่าคุณทำเรื่องไม่ถูกต้อง เท่ากับคุณไปด่าพ่อด่าแม่ตัวเองนะเนี่ย" นายชาดา กล่าว

นายชาดา กล่าวด้วยว่า พฤติกรรมแบบนี้ใช้ไม่ได้ และคงไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นอีก ไม่ยอมแล้ว มีปัญหาแน่ ไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับผืนแผ่นดินไทยแน่นอน

'ลิซ่า' ขึ้นแท่น CEO เปิดบริษัทชื่อ 'LLOUD'  แพลตฟอร์มด้านดนตรีและความบันเทิง

สร้างปรากฏการณ์แบบไม่มีพัก สำหรับ 'ลิซ่า BLACKPINK' หรือ 'ลิซ่า ลลิษา มโนบาล' ศิลปินสาวเคป๊อปที่ทรงอิทธิพลระดับโลก โดยเมื่อวันที่ 7 ก.พ.67 เธอได้โพสต์ภาพพอร์ตเทรตสีขาวดำลงในไอจีสตอรี่ พร้อมระบุข้อความ '02.08.2024 Coming Soon' ซึ่งหลายคนต่างก็เดากันไปต่างๆ นานา ว่า 'ลิซ่า' ตั้งใจจะบอกอะไรกันแน่ เพลงใหม่, สังกัดใหม่, งานใหม่, หรือพรีเซนเตอร์สินค้าใดๆ หรือเปล่า?

ทว่าล่าสุด (8 ก.พ.67) ก็ได้มีการขอเฉลยแล้วว่า 'ลิซ่า' ได้เปิดบริษัทเป็นของตัวเอง โดยใช้ชื่อว่า 'LLOUD' แพลตฟอร์มด้านดนตรีและบันเทิง พร้อมแคปชันว่า...

"Introducing LLOUD, a platform to showcase my vision in music and entertainment. Join me on this exciting journey to push through new boundaries together."

(ขอแนะนำ LLOUD แพลตฟอร์มเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ของฉันในด้านดนตรีและความบันเทิง ร่วมเดินทางที่น่าตื่นเต้นนี้เพื่อก้าวข้ามขอบเขตใหม่ไปด้วยกันกับฉัน)

ทราบมาว่า ตอนนี้ในเว็บไซต์มีให้ลงทะเบียนเพื่อติดตาม Exclusive Update แล้วด้วย อีกทั้งยังมีการเปิดช่องทางติดตามในโซเชียลมีเดียครบทุกแพลตฟอร์มใหญ่ๆ แล้ว 

ก็คงต้องตามดูกันว่า LLOUD ของ ซีอีโอป้ายแดงอย่างลิซ่า จะพาความสุขใดๆ มาให้แฟนๆ ได้ตามกรี๊ดกันบ้าง

'ร้านหมาล่า' เหงา!! บุฟเฟต์ดังตั้งประกบข้างๆ เผย!! ตลาดไม่แจ้งมาก่อน รับวิกฤตแต่ลงทุนไปแล้ว

(8 ก.พ.67) กระแสของ ‘ร้านสุกี้หมาล่า’ นับว่ามาแรงอย่างมากในประเทศไทย โดยเฉพาะในเมืองหลวง และย่านเศรษฐกิจที่มีหลายร้านเปิดใหม่

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pichaya Kairos ได้โพสต์เรื่องราวลงในกลุ่มชาวลำลูกกา ที่มีสมาชิกกว่า 9.2 หมื่นคน เป็นภาพบรรยากาศของ 2 ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ข้างกัน โดย ร้านหนึ่งเป็นร้านดัง ที่มีคิวลูกค้าต่อแถวออกมาล้นร้าน ขณะที่อีกร้านแทบจะไม่มีลูกค้าเลย

โดยผู้โพสต์ระบุว่า “ให้ภาพมันเล่าเรื่อง สู้ๆ นะครับ น่าเห็นใจมากๆ” กระทั่งต่อมาเจ้าของร้านสุกี้หมาล่าที่ไม่มีคิว ได้เข้ามาตอบคอมเมนต์เล่าว่า

“สวัสดีค่ะ จากร้านxxxสุกี้หม่าล่านะคะ

1. เราไม่เคยได้รับการแจ้งจากทางตลาดเลยว่าจะมีร้านดัง มาเปิดข้างๆ จนกระทั่งเราได้เปิดร้านลงทุนก่อสร้างร้านทุกอย่างแล้ว

2. จากที่เคยมีการลดค่าเช่าลง ตอนนี้ตลาดคิดค่าเช่าเต็มราคา ทางร้านขอร้องให้ลดราคา เพราะทางร้านลำบากจากการที่ตลาดเลือกให้ร้านดังมาเปิดข้างแบบนี้ แต่ตลาดไม่ลดราคาให้ค่ะ
ทางร้านกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต เพราะลงทุนก่อสร้างรวมตกแต่งบนพื้นที่ตลาดไปแล้วเกือบ 2 ล้านบาท

ขอคำเสนอแนะวิธีการจัดการจากผู้รู้ด้วยนะคะ ”

ภายหลังได้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นและแนะนำเจ้าของร้านจำนวนมาก เช่นว่า อาจจะเปลี่ยนเป็นคาเฟ่ได้ หรือเปลี่ยนเป็นร้านไอติม ของหวาน ที่คนเข้าคิวรอร้านดังจะซื้อกินระหว่างนั่งรอคิว หรือทานเสร็จแล้ว เพราะไอติมราคาไม่แรง ซื้อกินง่าย

ขณะที่หลายคนก็เข้ามารีวิวร้านสุกี้หมาล่าว่าเคยไปกินมาแล้ว บริการดีมาก และชักชวนให้ไปช่วยอุดหนุนกัน แนะว่าอาจจะลองเปลี่ยนเป็นบุฟเฟต์ดู เป็นต้น

'มาดามแป้ง' ชนะโหวตขาดลอย!! 68 เสียงจาก 73 เป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลผู้หญิงคนแรกของไทย

(8 ก.พ. 2567) ในการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แทน พล.อ.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่หมดวาระในปีนี้ (2567)  

สำหรับการเลือกตั้งเลือกนายก ส.กีฬาฟุตบอล มีผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกฯ 5 คน คือ 'มาดามแป้ง' นวลพรรณ ล่ำซำ, 'พอลลีน' พยุริน งามพริ้ง, วรงค์ ทิวทัศน์, ธนศักดิ์ สุระประเสริฐ และ คมกฤช นภาลัย

ที่ประชุม มีมติเลือก 'มาดามแป้ง' นวลพรรณ ล่ำซำ อดีตผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ให้ขึ้นมาเป็นนายกสมาคมกีฬาคนใหม่อย่างเอกฉันท์ โดย นวลพรรณ ล่ำซำ ได้ไปถึง 68 เสียง จาก 73 เสียงที่มีสิทธิ์โหวตเลือก

ส่วนนายวรวงศ์ ทิวทัศน์ ได้ไป 2 เสียง, นายธนศักดิ์ สุขประเสริฐ ได้ไป 1 เสียง ขณะที่ นายพยุริน (พอลลีน) งามพริ้ง และ นายคมกฤช  นภาลัย ไม่ได้คะแนนเสียง

นอกจากนี้มีผู้ไม่ประสงค์ออกคะแนน 1 และ บัตรเสียอีก 1 

สำหรับทำเนียบนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน มีบุคคลดังต่อไปนี้...

1. เจ้าพระยารามราฆพ (หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ) พ.ศ. 2459-2462
2. หม่อมเจ้าชัชวลิต เกษมสันต์ พ.ศ. 2462-2465
3. พระยานเรนทรราชา (หม่อมหลวงอุรา คเนจร) พ.ศ. 2465-2468
4. พระยาอนิรุทธเทวา (หม่อมหลวงฟื้น พึ่งบุญ) พ.ศ. 2468-2471
5. พระเจริญวิศวกรรม (เจริญ เชนะกุล) พ.ศ. 2471-2474
6. พระยาวิเศษศุภวัตร (เทศสุนทร กาญจนศัพท์) พ.ศ. 2474-2477
7. หม่อมเจ้าสมาคม กิติยากร พ.ศ. 2477-2481
8. พลเรือตรี หลวงเจียรกลการ (เจียม เจียรกุล) พ.ศ. 2496-2498
9. เผชิญ นิมิบุตร พ.ศ. 2498-2499
10. จำเป็น จารุเสถียร พ.ศ. 2503-2504
11. ต่อศักดิ์ ยมนาค พ.ศ. 2504-2516
12. ประชุม รัตนเพียร พ.ศ. 2519-2520
13. อนุ รมยานนท์ พ.ศ. 2518-2519, พ.ศ. 2521–2531
14. ชลอ เกิดเทศ พ.ศ. 2531-2538
15. วิจิตร เกตุแก้ว พ.ศ. 2538-พ.ศ. 2550
16. วรวีร์ มะกูดี พ.ศ. 2550-2558
17. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง พ.ศ. 2559-2567
18. นวลพรรณ ล่ำซำ  พ.ศ. 2567 

‘การบินไทย’ วุ่น!! เจอผู้โดยสารแพนิก พยายามเปิดประตู ทำ ‘สนบ.เชียงใหม่’ หลายเที่ยวดีเลย์ - หนีไปลงลาว

เมื่อวานนี้ (7 ก.พ. 67) ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ โพสต์ภาพเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ระบุว่า เกิดเหตุผู้โดยสารคนหนึ่งเกิดอาการตื่นตระหนก (Panic) บนเที่ยวบินที่กำลังจะออกเดินทางจากท่าอากาศยานเชียงใหม่ มายังท่าอากาศยานดอนเมือง และลุกขึ้นพยายามเปิดประตู ทำให้เครื่องบินไม่สามารถออกเดินทางได้

ทีมข่าวไทยพีบีเอสตรวจสอบพบว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว มีเที่ยวบินจำนวนมากอยู่ระหว่างเตรียมลงที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ หลายลำต้องบินวน เพื่อรอลงจอด ขณะที่บางลำเช่น สายการบินโคเรียนแอร์ ที่มาจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ต้องเปลี่ยนมาลงที่สุวรรณภูมิแทน หรือบางลำเปลี่ยนไปลงที่เวียงจันทน์ ประเทศลาว

ขณะที่เที่ยวบินขาออกจากสนามบินเชียงใหม่ บางเที่ยวบินสามารถออกเดินทางได้ โดยใช้ทางขับเคลื่อนเส้นอื่น และใช้ทางวิ่งที่สั้นลงในการบินขึ้น

ล่าสุด การบินไทยได้ออกมาชี้แจงเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว โดยระบุว่าเที่ยวบินทีจี 121 เส้นทางเชียงใหม่-กรุงเทพฯ วันที่ 7 ก.พ.ทำการบินด้วยเครื่องบินแอร์บัส A 320 ขณะเครื่องบินอยู่ระหว่างไลน์ อัพ (line up) เพื่อรอทำการวิ่งขึ้นบนรันเวย์ มีผู้โดยสารเปิดประตูเครื่องบิน

หลังจากเจ้าหน้าที่ช่างได้ทำการตรวจสอบและแก้ไขตามมาตรฐานความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว จึงสามารถออกเดินทางได้ในเวลา 23.34 น. ของวันที่ 8 ก.พ. โดยผู้โดยสาร นักบินและลูกเรือ ทุกคนปลอดภัย

เหตุการณ์เปิดประตูเครื่องบินของผู้โดยสารบนเครื่อง เกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเดือน ม.ค. เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา มีกรณีที่ผู้โดยสารเดินขึ้นเครื่องบินแต่กลับไม่ไปที่นั่ง แล้วไปเปิดประตูเครื่องบินฝั่งที่อยู่ตรงข้าม ตกลงไปบริเวณลานจอดจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่สนามบินโตรอนโต เพียร์สัน ประเทศแคนาดา

จากนั้นวันที่ 21 ม.ค.ยังมีกรณีผู้โดยสารสูงอายุที่พยายามเปิดประตูเครื่องบิน เที่ยวบินจากลอนดอน ไปโตรอนโต ขณะที่กำลังบินอยู่เหนือมหาสมุทรแอตแลนติก

นอกจากนี้ ในวันที่ 25 ม.ค.เกิดเหตุผู้โดยสารเปิดประตูเครื่องบินขณะกำลังจะบินขึ้น แล้วไปเดินอยู่บนปีก ที่ประเทศเม็กซิโก

ก่อนหน้านี้ ช่วงกลางเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ได้รายงานว่า พฤติกรรมของผู้โดยสารเครื่องบินที่ไม่เชื่อฟังกฎระเบียบ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญช่วงหลังสถานการณ์โควิด-19

ข้อมูลจากสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ที่รวบรวมตั้งแต่ปี 2022 ระบุว่าเหตุการณ์ก่อกวนของผู้โดยสารส่วนใหญ่ เกี่ยวข้องกับการที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด การใช้วาจา-คำพูดไม่สุภาพ และการมึนเมา ซึ่งแม้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้อาจดูแรงไม่มาก แต่จัดว่าเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยในการบิน

‘คุณแม่ชาวอังกฤษ’ โวย!! ไม่มีใครสละที่นั่งบนรถไฟให้ลูกของเธอ คนที่นั่งมีแต่ผู้ชาย แต่กลับมองเด็ก 5 ขวบนั่งบนพื้นหน้าตาเฉย

(8 ก.พ. 67) เพจ ‘Around the World’ ได้แชร์เรื่องราวของคุณแม่รายหนึ่งที่ได้ออกมาระบายความรู้สึกผ่านติ๊กต็อก ถึงกรณีไม่มีใครลุกให้ลูกชายของเธอนั่งเลยแม้แต่คนเดียว โดยระบุว่า…

ผู้หญิงรายหนึ่งทนไม่ไหว ใช้ TikTok ระบายความคับข้องใจเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ว่า ไม่มีใครลุกให้ลูกชายวัยเด็กเล็กของเธอนั่ง บนขบวนรถไฟขบวนหนึ่งในอังกฤษ แม้แต่รายเดียว ทั้งที่เก้าอี้ในบริเวณใกล้เคียง มีแต่พวกผู้ชายทั้งนั้น

ในวิดีโอ ซึ่งมีผู้เข้าชมแล้วมากกว่า 2.1 ล้านวิว ผู้ใช้นามว่า @kellyk2016 ต้องการแฉให้เห็นว่าลูกชายของเธอ ต้องนั่งบนพื้นของขบวนรถไฟ เนื่องจากไม่มีเก้าอี้ว่างเหลืออยู่ เธอระบุด้วยว่า "คนเหล่านี้ทุกคนเอาแต่มองดูลูกชายของฉันนั่งอยู่บนพื้น ไม่รับรู้อะไรกันเลย"

ตามรายงานของเดลิเมล ระบุว่า รถไฟที่เคลลีโดยสารนั้น ได้แก่ รถไฟสาย Southern Rail Train และจากข้อความที่ปรากฏบนเว็บไซต์ ดูเหมือนผู้โดยสารจำเป็นต้องซื้อตั๋วเพื่อขึ้นรถไฟ แต่เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ สามารถใช้บริการฟรี ทว่าในกรณีนี้ผู้โดยสารจะสามารถนั่งบนที่นั่งได้ ก็ต่อเมื่อมันไม่มีผู้โดยสารคนอื่น ๆ จับจอง

ทางด้านเว็บไซต์ของ Southern Rail Train ชี้แจงว่า "คุณสามารถนำเด็กอายุ 5 ขวบมาใช้บริการได้ โดยไม่เสียค่าโดยสาร หากว่าคุณมีตั๋ว อย่างไรก็ตามคุณสามารถใช้เก้าอี้ได้ ก็ต่อเมื่อมันไม่มีความจำเป็นแล้ว สำหรับผู้โดยสารคนอื่น ๆ ที่มีตั๋ว"

ผู้ชมบางส่วนแสดงความไม่พอใจกับคลิปบน TikTok ดังกล่าว แสดงความคิดเห็นตำหนิ เคลลี แม้ว่าเธอจะพยายามชี้ให้เห็นว่าลูกของเธอควรได้รับเก้าอี้นั่งเป็นลำดับแรก ๆ 

"เด็กไม่ควรได้เก้าอี้นั่งในลำดับแรก ๆ คนพิการ ผู้หญิงตั้งครรภ์ คนชรา และเด็กทารก ต่างหาก ที่ควรได้นั่งบนเก้าอี้ในลำดับแรกๆ" ผู้ใช้รายหนึ่งเขียน

ส่วนอีกคนเขียนว่า "บทเรียนของชีวิต กรุณาจองตั๋วที่นั่งล่วงหน้า ทำไมคุณถึงคิดว่าลูกของคุณควรมีความสำคัญลำดับต้น ๆ เป็นเพราะคุณบอกงั้นหรือ?" 

ขณะที่อีกคนเขียนติดตลกว่า "เด็ก ๆ นั่งบนพื้น ผู้ใหญ่นั่งบนเก้าอี้ นี่คือที่เขาเรียกว่าการให้ความเคารพ"

อย่างไรก็ตาม เคลลี ชี้แจงในประเด็นนี้ว่า เธอจะมอบเก้าอี้ให้ลูกของเธอ ถ้าเธอมีที่นั่ง แต่ในกรณีนี้เธอเองก็ไม่มีที่นั่ง ทั้งที่ก็ซื้อตั๋วเช่นกัน

ขณะเดียวกันผู้ติดตามบน TikTok ของเธอบางส่วน แสดงความเห็นเข้าข้าง เคลลี และลูกชายของเธอ โดยชี้ให้เห็นถึงทัศนคติที่ย่ำแย่ของพวกผู้ใหญ่ที่ไม่ยอมลุกให้เด็กนั่ง "มันเป็นพฤติกรรมแย่ ๆ ของพวกผู้โดยสารและความเห็นแย่ๆของผู้คนบนสื่อสังคมออนไลน์ เป็นฉัน ฉันจะมอบเก้าอี้ให้เด็กนั่งภายในเวลาไม่กี่วินาที"


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top